เมื่อขับรถใช้ถนน ไม่มีอะไรน่ากลัวหรืออันตรายไปกว่ายางระเบิดที่ความเร็วสูง แม้รถยนต์ในปัจจุบันจะมีมาตรฐานความปลอดภัยและเทคโนโลยีการผลิตยางรถยนต์รุ่นใหม่ที่ก้าวล้ำ แต่ยางระเบิด ยังคงเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยที่มีความสำคัญและส่งผลร้ายแรงตามมา   ทุกวันนี้ ยางระเบิดเกิดขึ้นน้อยลงมากก็จริง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว การเตรียมตัวรับมือและการตอบสนองอาจไม่เพียงพอต่อความรุนแรงขณะรถเสียหลัก เมื่อยางระเบิด ใช้เวลาเพียงประมาณ 1/4 วินาที ก่อนที่รถจะควบคุมได้ยากหรือแทบจะควบคุมไม่ได้ถ้าขับมาเร็ว ปฏิกิริยาการตอบสนองต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าของนักขับแต่ละคน ประสบกาณ์และสมาธิ สร้างความแตกต่างอย่างมากในการแก้ไขสถานการณ์ 

เมื่อยางที่ใช้เกิดการระเบิดขณะขับขี่ ไม่ว่ายางด้านใดระเบิด ล้อหน้า หรือล้อหลัง สิ่งที่ตามมาคือเสียการควบคุม และอุบัติเหตุ เบาบ้าง หนักบ้าง แล้วแต่ความเร็วที่ใช้ ขับไม่เร็วมากอาการเสียหลักแฉลบไปมาก็จะไม่มากเท่ากับยางระเบิดในขณะที่ใช้ความเร็วสูง โอกาสที่จะแก้ไขสถานการณ์ประคับประคองรถจอดข้างทางเมื่อขับมาเร็วนับว่าน้อยเต็มที เป็นที่รู้กันดีว่า ความเร็ว เป็นตัวกำหนดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ขับช้าก็เบาหน่อยพอจะแก้ใขอาการได้ หรือขับเร็วมาก โอกาสรอดก็ยิ่งริบหรี่  สาเหตุที่ทำให้ยางระเบิดคือ ยางที่ใช้อยู่ในสภาพเก่าเก็บ หรือหมดอายุการใช้งาน แก้มยางมีรอยแตกลายงา บวม ฉีกขาด ดอกยางหมดสภาพ ขับรถโดยใช้ความเร็วเกินพิกัดยางที่กำหนดไว้ บรรทุกน้ำหนักเกินค่ากำหนด สูบลมยางไม่ถูกต้อง ลมยางอ่อนเกินไป หรือเติมลมมากจนเกินไป เปลี่ยนยางใหม่ไม่ได้เปลี่ยนจุ๊บเติมลม ยางร้อนจัดเนื่องจากเบรกติดขัด

...

ยางระเบิดออกด้านข้าง ทำไมจึงอันตราย?
การยางระเบิดที่น่ากลัวของยาง คือ ระเบิดออกที่แก้มยางด้านข้าง กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าหวาดเสียวเมื่อรถอาจสูญเสียการควบคุมจนทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมา  แก้มยางที่ระเบิดออก ทำให้โครงยางยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว  แรงดันอากาศพุ่งออกไปด้านนอก ทำลายชั้นยางของแก้มยาง ยางจะแบนอย่างรวดเร็ว  รถจะเบี่ยงออกนอกเส้นทาง พวงมาลัยเกิดอาการดึงข้าง ด้านใดด้านหนึ่งที่ยางข้างนั้นเกิดการระเบิด ทำให้คนขับตกใจและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ มาเร็ว ผลลัพธ์จะยิ่งเลวร้าย อาจควบคุมทิศทางไม่ได้ เกิดการพลิกคว่ำ เมื่อพยายามบังคับรถกลับเข้าสู่เส้นทางด้วยความตกใจ 

ยางระเบิด มักจะเกิดขึ้นที่ความเร็วสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องบนทางหลวงข้ามจังหวัด  จากความร้อนสะสมในยางเพิ่มขึ้นที่ย่านความเร็วสูง การดูแลตรวจสอบยางอย่างสม่ำเสมอ เช็คแรงดันลมยางและเติมลมให้ถูกต้องกับขนาดของรถที่ระบุในคู่มือ จะช่วยป้องกันยางระเบิดได้ การระเบิดของยาง เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการบำรุงรักษายาง  เป็นสิ่งที่เจ้าของรถละเลยมานาน จนกระทั่งสายเกินไป  

เมื่อยางระเบิดขณะขับขี่
เสียงปึง ซึ่งเสียงของยางระเบิด อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะ อาจได้ยินเสียงดังปังหรือเสียงยางระเบิดดังก้อง จากนั้น จะได้ยินเสียงฟู่หรือเสียงอากาศรั่วออกจากยางอย่างรวดเร็ว พร้อมยางที่แบนกระแทกพื้นถนนซ้ำๆเสียงดังตึบๆๆๆ

ยางระเบิดขณะขับ 
เมื่อยางระเบิดขณะขับรถ สิ่งแรกที่จะรู้สึก คือ รถจะชะลอตัวลง พวงมาลัยดึงไปทางซ้ายหรือขวาอย่างแรง ขึ้นอยู่กับว่ายางล้อไหนระเบิด หากยางล้อหน้าระเบิด จะรู้สึกถึงแรงกระแทกส่วนใหญ่ที่พวงมาลัยรถ หากเป็นยางล้อหลัง  จะรู้สึกถึงแรงกระแทกที่เบาะหรือตัวรถมากกว่า   

...



วิธีควบคุมรถเมื่อยางเกิดระเบิด

จับพวงมาลัยให้แน่น
ห้ามใช้เบรกหนักๆ ด้วยความตกใจ หรือเหยียบเบรกอย่างรุนแรง
พวงมาลัยจะเกิดอาการดึงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ต้องประคองพวงมาลัยให้รถอยู่บนเส้นทางไว้ก่อน
ปล่อยรถไหลไปก่อนเมื่อความเร็วลดลงเรื่อยๆ หรือถ้าจำเป็นต้องใช้เบรก ให้แตะเบรกเบาๆ ห้ามใช้เบรกหนัก จะทำให้รถเสียหลักหมุนได้
 ให้รถชะลอตัวลงอย่างช้าๆ โดยถอนเท้าออกจากคันเร่ง
จอดรถข้างทางเมื่อความเร็วลดลงจนถึงระดับที่ปลอดภัยแล้ว
เปิดไฟฉุกเฉิน 
รถเกียร์ธรรมดา ห้ามเหยียบคลัตช์ หากเหยียบคลัตช์จะทำให้บังคับควบคุมได้ยากมากยิ่งขึ้น

...

สิ่งที่ควรทำหลังจากยางระเบิด
หลังจากยางระเบิด ให้ลงจากรถก็ต่อเมื่อคุณแน่ใจว่าคุณอยู่ข้างถนนอย่างปลอดภัยและพ้นจากอันตรายแล้ว เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อเตือนผู้ขับขี่คนอื่น และหากปลอดภัยที่จะทำเช่นนั้น ให้วางกรวยหรือสามเหลี่ยมสะท้อนแสงหากคุณมี หากไม่ปลอดภัยที่จะเปลี่ยนยางในจุดที่คุณอยู่ หรือคุณไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนยางอย่างไร ให้โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินข้างทาง 

อย่าลืมว่า ยางอะไหล่ มีไว้สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น  ไม่ควรขับรถเป็นระยะทางไกลหรือด้วยความเร็วสูงด้วยยางอะไหล่ เติมลมยางอะไหล่ให้เต็มก่อนเดินทาง ตรวจสอบสภาพยางทั้งสี่ล้อ รวมถึงแรงดันลมยางขณะที่ยางยังเย็นอยู่เพื่อลดค่าความคลาดเคลื่อนจากอุณหภูมิของยางเมื่อขับใช้งาน 


วิธีป้องกันยางระเบิด
ยางระเบิด ป้องกันได้ด้วยความพยายามและความเอาใจใส่  ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการขาดความระวังในการตรวจเช็คยางและลมยางก่อนออกเดินทาง ยางระเบิด มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่พื้นผิวถนนร้อนที่สุด สาเหตุหลักๆ มาจากยางลมยางอ่อนเกินไป ดอกยางสึกหรอมากเกินไปขจนหมดสภาพแล้วยังฝืนใช้ หรือบรรทุกน้ำหนักมากเกินไปแล้วขับเร็ว การตรวจสอบยางเป็นประจำเพื่อตรวจดูรอยรั่วซึม การสึกหรอ และแรงดันลมยางที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การรักษาน้ำหนักบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ  อยู่ภายในขอบเขตคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ (ซึ่งอยู่ในจุดเดียวกับแรงดันลมยางที่แนะนำ) สามารถลดการระเบิดของยางได้เช่นกัน ถ้ายางหมดสภาพแล้ว อย่าทนฝืนใช้ ให้รีบเปลี่ยนก่อนที่จะเกิดเรื่องจนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงตามมา. 

...


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mailchang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/