เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าพัฒนาไปไกล  วิธีการเติมไฟฟ้าให้กับรถยนต์ไฟฟ้าก็เช่นเดียวกัน การชาร์จเร็ว DC กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม เนื่องจากไฟกระแสตรง ให้ความสะดวกสบายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้เร็วกว่าและปลอดภัยกว่าการใช้ปลั๊กไฟ 3 ขาแบบมาตรฐาน แต่ความสะดวกสบายของการชาร์จเร็วที่ทำให้ไม่ต้องรอนาน ทำให้เกิดข้อสงสัยและคำถามว่า การชาร์จเร็วจนทำให้อุณหภูมิของแบตเตอรี่สูงขึ้นระหว่างการชาร์จ ส่งผลให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าลดลงหรือไม่?   

การชาร์จช้าหมายถึงจุดชาร์จที่มีกำลังไฟระหว่าง 7kW ถึง 22kW ซึ่งโดยทั่วไปจะพบได้ในบ้านพักอาศัย ซึ่งจ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านกระแสสลับ (AC) แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเก็บพลังงานได้เฉพาะกระแสตรง (DC) เท่านั้น ดังนั้นการชาร์จ AC ต้องแปลงผ่านตัวแปลงในรถยนต์ ขั้นตอนนี้เองที่ทำให้การชาร์จช้าแบบ AC ใช้เวลานานกว่าการชาร์จไฟกระแสตรงแบบ DC  เมื่อชาร์จแบบช้าโดยใช้ไฟ AC ที่บ้าน สำหรับการคงประสิทธิภาพระยะยาวของแบตเตอรี่  เพราะไฟ AC สร้างความร้อนและภาระน้อยกว่า แต่การชาร์จแบบเร็ว มีความจำเป็นเมื่อต้องรีบเร่งหรือเดินทางไกล วิธีที่ดีที่สุดคือการชาร์จไฟแบบผสมผสานอย่างสมดุล  ให้ความสำคัญกับการชาร์จฃช้าที่บ้าน และใช้การชาร์จเร็วอย่างจำกัด หลีกเลี่ยงการชาร์จเต็ม 100%  เพื่อรักษาประสิทธิภาพการเก็บไฟของแบตเตอรี่

...

 

หากหลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วแบบ DC บ่อยๆ  ทั้งรถเก๋งและรถตู้ไฟฟ้าที่ใช้การชาร์จเร็วในสัดส่วนน้อยกว่าหนึ่งในแปดของการชาร์จทั้งหมด พบว่าประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลง 1.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

ส่วนกลุ่มที่ใช้การชาร์จเร็วในสัดส่วนที่มากกว่านั้น พบว่า ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลงเฉลี่ย 2.2 เปอร์เซ็นต์ หากการชาร์จเร็วมีกำลังไฟกระแสตรง DC น้อยกว่า 100 กิโลวัตต์ และกลุ่มที่ใช้การชาร์จ DC 100 กิโลวัตต์ขึ้นไป จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลง 3.0 เปอร์เซ็นต์ต่อปี


ทำไมชาร์จช้า AC จึงดีกว่าทั้งๆที่ต้องรอนาน 

ความร้อนของแบตเตอรี่น้อยลง ระดับพลังงานหรือกระแแสไฟไหลผ่านที่ต่ำกว่า สร้างความร้อนไม่มากนัก ลดภาระการเสื่อมสภาพต่อส่วนประกอบภายในของแบตเตอรี่

ลิเธี่ยมไอออนที่เสถียร: ช่วยให้แบตฯลิเธียมมีความเสถียร รักษาประสิทธิภาพการเก็บประจุไฟฟ้าของแบตเตอรี่และยืดอายุการใช้งาน

ชาร์จ AC ที่บ้าน ทำให้การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ลดลง  รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้การชาร์จเร็วแบบ DC บ่อยครั้ง (โดยเฉพาะ 100kW ขึ้นไป) จะมีการเสื่อมสภาพเร็วขึ้น (ประมาณ 3% ต่อปี) เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้การชาร์จแบบช้า (1.5% ต่อปี)

เมื่อใดที่การชาร์จเร็วมีความจำเป็น (และวิธีลดผลกระทบ):

ความสะดวก: จำเป็นสำหรับการเดินทางไกลและการเติมพลังงานอย่างรวดเร็ว

มาตรการป้องกันที่ทันสมัย: รถยนต์ไฟฟ้ามีระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และมักจะจำกัดการชาร์จเร็วไว้ที่ 80% เพื่อป้องกันแบตเตอรี่ร้อนจัด

แนวทางปฏิบัติ ใช้การชาร์จเร็วเมื่อจำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้ไฟกระแสตรง DC เป็นวิธีการชาร์จประจำวัน ตั้งระดับการชาร์จไฟไว้ที่ 20-80%  

...

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/