แก้มเตี้ย ล้อใหญ่ ระวังยังไงก็รอดยาก

ข่าว

    แก้มเตี้ย ล้อใหญ่ ระวังยังไงก็รอดยาก

    ไทยรัฐออนไลน์

    22 ต.ค. 2564 10:00 น.

    ยางสปอร์ตแก้มเตี้ยกับล้ออัลลอยวงโตเป็นของคู่กับการแต่งรถมานานแล้ว เมื่อแต่งเครื่องยนต์จนแรงขึ้น หรือต้องการความสวยงามในด้านมุมมอง ตามศัพท์วัยรุ่นที่ชอบแต่งรถที่เรียกยางแก้มเตี้ยล้อโตว่า แหม มันเต็มซุ้มดีจัง! การเซตรถให้เตี้ยลง เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงด้วยสปริงและโช้คอัพประสิทธิภาพสูง บวกกับยางสปอร์ต Series 40/35 หรือแม้แต่ 30 กับล้อ 19-20 นิ้ว (บางคนกลัวไม่ขลัง เล่นกันถึง 21-22 นิ้ว) สิ่งที่จะได้รับกลับมาจากการเซตค่าที่ถูกต้องก็คือ การยึดเกาะที่ดีขึ้นทั้งทางตรงและในโค้ง

    แต่สิ่งที่ตามมาด้วยก็คืออาการกระด้าง กระแทกสะเทือนเลื่อนลั่น สั่นสะท้านเมื่อขับผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ ซึ่งถนนแบบนั้นมีอยู่ทั่วไปหมด เมื่อกระแทกหนักเข้า หรือรูดไปโดนหลุม แม้หลุมจะไม่ลึกมาก แต่ความเตี้ยของแก้มยาง ทำให้แก้มยางไม่สามารถรองรับการกระแทกกับหลุมได้ เบาหน่อยก็แค่ขอบล้อเป็นรอย แก้มยางในจุดที่กระแทกฉีกขาด หนักหน่อยก็ล้อคดล้อดุ้ง และยางราคาแพงที่เสียหายทั้งเส้นใช้งานต่อไม่ได้! 

    ยางแก้มเตี้ยแม้จะอัดลมเพิ่มจนแข็งโป๊ก แต่ถ้ากระแทกแรงๆ ก็ไม่อาจรอดพ้นจากการดุ้งหรือทำให้เกิดริ้วรอยบนขอบล้อ เมื่อลมยางแข็งมากจนเกินไป จะทำให้หน้ายางสึกเฉพาะตรงกลาง เมื่อถูกของมีคมบาดหรือกระแทกเข้ากับของแข็งแรงๆ อาจทำให้เกิดการระเบิดขึ้นได้ง่าย ในส่วนของการขับบนถนนปกติ ซึ่งมีทั้งเรียบและเน่า จะมีอาการกระด้างมากยิ่งขึ้น ช่วงล่างหรือระบบรองรับต้องทำงานหนักขึ้น เกิดความกระด้างในระบบรองรับ

    ข้อควรสังเกต ยางล้อโตแก้มเตี้ยที่นิยมใส่กันอยู่ในขณะนี้ ควรเติมลมให้ยางแข็งอยู่ตลอดเวลามากกว่าจะขับด้วยลมที่อ่อนมากกว่าปกติ แก้มที่เตี้ยเพียง 40/35 หรือแม้แต่ 30 ในล้อขอบ 19-21 นิ้วบางรุ่น ต้องมีแรงดันลมยางเกินค่ามาตรฐาน เผื่อไว้เวลาขับตกหลุม หากลมยางอ่อนแรงกระแทกเมื่อขับตกหลุมจะทำให้ล้อวงนั้นคดหรือดุ้งได้ทันที ตามด้วยปัญหาลมรั่วจนขับต่อไปไม่ได้ ต้องเปลี่ยนยางอะไหล่สถานเดียว แม้จะระวังยังไงก็ไม่รอด หลุมเล็ก หลุมใหญ่ มีอยู่ทั่วไป เป็นกับดักของรถสปอร์ตราคาแพง รวมไปถึงนักแต่งรถที่นิยมการโหลดเตี้ยใส่ล้อวงโต 

    ถนนในประเทศไทยอยู่ในสภาพเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย กลายเป็นลอนยุบบ้างโก่งบ้าง จากการบรรทุกหนักของรถ 10-18 ล้อ ที่วิ่งผ่านเป็นประจำทุกวัน สภาพอากาศก็มีส่วนทำให้ถนนลาดยางเสียหายไปตามวันเวลา เกิดหลุมบ่อหลังจากมีน้ำท่วมขัง พอซ่อมเสร็จไม่นานก็กลับมาพังเหมือนเดิม ช่วงล่างของรถยนต์นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เตี้ยจนกองติดพื้นเหมือนรถแข่ง แม้จะเป็นรถแรงจากโรงงาน เมื่อเอามาวิ่งบนถนนที่ไม่เรียบก็จะมีอาการกระเด้งกระดอน กระด้าง หัวโยกหัวคลอนไปตลอดทาง รับญาติผู้ใหญ่ พ่อแม่ปู่ย่าตายายขึ้นรถแต่ละครั้งก็โดนด่ายับ โดยเฉพาะคนสูงอายุนั้น แทบจะนั่งกันไม่ลงเลยทีเดียว!!

    การเซตให้รถมีความเตี้ยมากจนเกินไป สิ่งที่จะกระจายเป็นอันดับแรกก็คือลิ้นหน้าหรือชายล่างของสปอยเลอร์หน้าราคาแพง ซึ่งบางคนแต่งด้วยงานคาร์บอนไฟเบอร์ รับรองว่าขับได้ไม่นานจะต้องครูดจนหลุดหรือแตกกองอยู่กับพื้น หรือถ้ามาเร็วก็กระเด็นกระดอนหลุดหายเข้าป่าข้างทางอย่างไร้ร่องรอย นอกจากลิ้นหน้าคาร์บอนที่ยากต่อการระวังแล้ว ล้อกับยางราคาแพงก็จะจากไปก่อนวัยอันควรอีกด้วย ไม่รู้จะระวังยังไงไม่ให้โดน แม้จะหยอดทุกดอกก็ยังไม่รอดละครับ!

    ล้อและยางที่มีขนาดใหญ่เกินไปนอกจากจะแพงขึ้นมากแล้วยังขับได้ลำบากยากเย็นแสนเข็ญอีกด้วย ล้อขอบ 20 นิ้วกับยางแก้มเตี้ยแค่ 30 นั้น หากวิ่งไปตกหลุมแรงๆ ก็จะเกิดริ้วรอย คดหรือดุ้ง แม้จะเป็นล้อแท้ราคาแพงก็ไม่รอด ยางเส้นเขื่องแก้มโคตรเตี้ยก็เช่นกัน ขับไปเบียดกับขอบฟุตปาทเบาๆ แก้มยางฉีกถึงกับต้องทิ้งกันทั้งเส้นก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย ยางขอบ 20 นิ้วนั้นมีราคาแพงกว่ายางขอบ 18 หลายเท่า บางเส้นแพงถึงเส้นละ 3-4 หมื่นบาทก็มี แก้มที่เตี้ยมากของยางไซส์ 20 นิ้ว หากวิ่งไปเจอเข้ากับผิวถนนแย่ๆ ก็แทบจะไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว เจ้าของที่ขับระวังก็อาจจะช่วยทำให้รอดปลอดภัยจากความเสียหาย แต่ถ้าพลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะต้องพบกับความสูญเสียทั้งเงินและเวลา.



    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ยางแก้มเตี้ยรถโหลดเตี้ยโหลดเตี้ยล้อแม็กซ์อาคม รวมสุวรรณล้อและยางยางสปอร์ตspecial content

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 20:21 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์