รู้ไว้ดีกว่า! หากเจอเหตุการณ์ 'รถจมน้ำ' เอาตัวรอดยังไง

ข่าว

    รู้ไว้ดีกว่า! หากเจอเหตุการณ์ 'รถจมน้ำ' เอาตัวรอดยังไง

    ไทยรัฐออนไลน์

    29 ก.ย. 2564 12:06 น.

    ช่วงนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยเจอสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน เลยนึกไปถึงกรณีหากเรากำลังขับรถอยู่แล้วเจอน้ำป่าพัดมาไม่ทันตั้งตัว หรือเกิดอุบัติเหตุรถตกน้ำ เราควรเอาตัวรอดอย่างไร

    1. ตั้งสติ ยิ่งถ้าภายในรถมีเด็กและผู้สูงอายุ คุณยิ่งต้องใจแกร่งสงบสติอารมณ์และเริ่มต้นช่วยเหลือทุกคนก่อน โดยให้ทุกคนปลดเข็มขัดนิรภัยรอไว้

    2. เปิดกระจกทั้งสี่ด้าน แม้รถจะตกไปในน้ำรถสตาร์ตไม่ติด แต่อย่างน้อยแบตเตอรี่จะยังคงทำงานอยู่ในเวลาอย่างน้อยๆ 5 นาที ก่อนเครื่องยนต์จะดับทั้งหมด และทิ้งความคิดที่จะเปิดประตู เพราะด้วยแรงดันน้ำมหาศาลที่กำลังไหลเข้ารถ การเปิดประตูรถจะเป็นไปได้ยากมาก

    ส่วนในกรณีเปิดกระจกรถด้วยเครื่องยนต์ไม่ได้ เปิดประตูรถไม่ได้ ทางสุดท้ายคือทุบกระจกรถ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้พนักพิงศีรษะ เมื่อปลดล็อกออกจะเป็นก้านเหล็ก 2 แท่ง ที่แข็งแรงพอจะสามารถทุบกระจกรถให้แตกออกได้ โดยเน้นทุบกระจกรถด้านข้างเป็นหลัก เนื่องจากกระจกรถด้านหน้าและด้านหลังเป็นกระจก 2 ชั้น เหนียวและทนทานเป็นพิเศษ

    การทุบกระจกรถแม้จะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก เนื่องจากกระจกรถยนต์มักจะติดฟิล์มเพิ่มความเหนียวมากขึ้นไปอีก การทุบให้แตกในสถานการณ์คับขัน แถมพื้นที่แคบ จึงไม่ง่าย แต่หากต้องทำก็ควรเร่งมือ รวบรวมแรงที่มีให้มากที่สุด ก่อนที่อากาศภายในรถจะหมด จำไว้ว่า 3 นาทีแรกหลังรถจมน้ำสำคัญที่สุด

    3. เมื่อหนีออกมาจากรถได้สำเร็จแล้ว ก็รีบว่ายให้พ้นจากตัวรถโดยเร็วที่สุด ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วเมื่อสสารน้ำหนักมากตกลงไปในน้ำ จะมีแรงดูดของใกล้ๆ ตามลงไปด้วย

    ความเชื่อรอให้น้ำท่วมรถก่อน

    เราจะไม่ขอฟันธงว่า มันสามารถทำได้จริงหรือไม่กับการที่เจอรถยนต์ตกน้ำแล้วรอให้น้ำท่วมมิดคันก่อน แล้วจะสามารถเปิดประตูรถได้ เนื่องจากแรงดันน้ำจากภายนอกทำให้เปิดประตูไม่ได้ในช่วงที่น้ำกำลังเข้าตัวรถและเครื่องยนต์ คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญคือ อย่ารอจนถึงขั้นนั้นเลย เพราะกว่าน้ำจะท่วมมิดคัน อาจใช้เวลานานหลายนาที อากาศภายในรถอาจจะหมดไปก่อน แล้วหากประตูเปิดไม่ได้สวนทางกับหลักทฤษฎี จะยิ่งไม่มีทางแก้ไข

    ดังนั้นเมื่อรู้ว่าเจอสถานการณ์ฉุกเฉินแน่แล้ว รักษาชีวิตคุณและผู้โดยสารก่อน เปิดกระจกรถทั้งสี่ด้าน ช่วยเหลือทุกคนในรถให้ออกมาจากรถโดยเร็ว ว่ายหนีให้ห่างจากตัวรถ ขึ้นพื้นที่แห้ง แล้วจึงขอความช่วยเหลือ

    ย้ำอีกครั้งว่านี่เป็นอุบัติเหตุขั้นร้ายแรงที่ไม่อยากให้ทุกคนพบเจอ ดังนั้นเราควรมีการประเมินสถานการณ์ตลอดการขับขี่บนท้องถนน หรือพื้นที่ที่ไม่ใช่ท้องถนน หากเจอน้ำท่วมขังข้างหน้า ควรประเมินความสูงของน้ำเสียก่อน ถ้าความลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร และไม่ได้เพิ่มปริมาณน้ำขึ้นเรื่อยๆ รถยนต์สามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งถ้าคาดว่าข้างหน้าน้ำสูงเกินระดับอันตราย หรือระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ควรกลับรถหนีขึ้นที่สูง ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า.

    ผู้เขียน : เครื่องยนต์คนขยัน

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      รถจมน้ำ แก้ไขอย่างไรรถจมน้ำรถจมน้ำดับspecial content

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 04:13 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์