ใช้ให้เป็น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4 WD ในเอสยูวีและปิกอัพ

ข่าว

    ใช้ให้เป็น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4 WD ในเอสยูวีและปิกอัพ

    ไทยรัฐออนไลน์

    4 ม.ค. 2564 10:00 น.

    ปัจจุบัน รถอเนกประสงค์ขับเคลื่อนสี่ล้อและรถปิกอัพขับสี่ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจากความสามารถในการบรรทุกและลุยฝ่าพื้นที่ทุรกันดาร รถออฟโรดเหล่านี้ มีโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกใช้งาน ทั้งการลุยฝ่าโคลนเลนในย่านความเร็วต่ำด้วยการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ 4Low การขับเคลื่อนทุกล้อในย่านความเร็วสูงหรือ 4High รวมถึงการขับเคลื่อนสองล้อในสภาวะการณ์ปกติ หรือ 2High ไม่ว่าจะเป็นทางดิน หล่มโคลน หิน หรือทราย รถยนต์บางรุ่นจะมีโหมดแยกย่อยให้เปิดใช้งานเพื่อความสะดวกในการควบคุมทิศทางและความเร็ว เนื่องจากการลุยฝ่าทางวิบากจะต้องผจญกับสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ซึ่งรวมไปถึงทางสูงชันเมื่อขับขึ้นสู่ที่สูงอีก
    ด้วย

    โดยปกติทั่วไป รถอเนกประสงค์เอสยูวี และรถกระบะ มักจะมีระบบขับเคลื่อนสองล้อและสี่ล้อให้เลือก คนที่เลือกรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ก็สามารถขับเคลื่อนแบบสองล้อ หรือสี่ล้อได้ เมื่อต้องขับขี่ทั้งบนทางราบและขับแบบออฟโรด หรือต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายต่างๆ เช่น ฝนตกหนัก ถนนที่เต็มไปด้วยดินโคลนหรือพื้นผิวถนนที่ลื่น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ดังกล่าว การขับขี่โดยใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อของรถอเนกประสงค์และรถกระบะ ที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 2H 4H 4L สามารถเลือกใช้โหมดขับเคลื่อน ไปตามสภาพเส้นทาง โหมดต่างๆ ในการขับแบบ 4WD ช่วยเพิ่มแรงฉุดลากได้ด้วยการถ่ายกำลังของเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้งสี่ล้อ ทั้งในย่านความเร็วต่ำ และขับเร็วบนไฮเวย์ 

    ต้องรู้ขนาดของรถ เช่น ความกว้าง ความสูง สมรรถนะ แรงบิด และระบบช่วยเหลือทั้งหมดของรถ เพื่อตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ในการใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับถนนที่มีสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย ควรทำความเข้าใจกับฟีเจอร์ระบบช่วยเหลือต่างๆ ในรถยนต์ เช่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก หรือ Antilock Brake System (ABS) ระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว หรือ Electronic Stability Control (ESC) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Grade Braking) โหมดลงทางลาดชัน ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน หรือ Hill Start Assist (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน หรือ Hill Descent Control (HDC) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล Traction Control System (TCS)

    เมื่อขับบนทางลาดชันที่มีลักษณะผิวทางลื่น โดยเฉพาะบนเส้นทางออฟโรดที่จะต้องมีการขับขึ้น-ลงเนินสูงชัน ซึ่งพื้นผิวเป็นดินเละๆ ที่อาจเกิดขึ้นในฤดูฝน วิธีขับก็คือ ใช้ความเร็วต่ำ เปิดระบบ hill descent control ซึ่งส่วนใหญ่มีติดตั้งอยู่ในรถขับเคลื่อน 4 ล้อยุคใหม่เกือบทุกรุ่น ปรับระบบขับเคลื่อนให้เป็น 4Low ใช้เกียร์ 2 เพื่อลดความสึกหรอของแผ่นคลัตช์ หากเนินสูงชันมากก็ให้คนคอยดูทิศทางระหว่างการขับขึ้นเพื่อควบคุมพวงมาลัยให้อยู่บนเส้นทาง ใช้คันเร่งเบาๆ เท่าที่จำเป็นหากทางที่จะไปลื่นมากก็ควรเลือกใช้ยาง off road M/T ที่มีดอกใหญ่และออกแบบสำหรับการลุยฝ่าโคลนเลนมากกว่าจะใช้ยางแบบ A/T

    รถออฟโรดส่วนใหญ่ออกแบบให้สามารถขับบนเนินเอียงได้ประมาณ 35 องศา ลดกระจกมองข้างเพื่อดูมุมมองของล้อ ห้ามยื่นส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายออกนอกรถ ควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในทิศทางที่ขนานไปกับเนิน ใช้ความเร็วต่ำและพร้อมที่จะเบรกเมื่อรถวิ่งผิดมุม การวิ่งผิดมุมจนทำให้องศาของความลาดเอียงผิดเพี้ยนเพิ่มขึ้นอาจทำให้นรถพลิกคว่ำได้ ข้อสำคัญก็คือการควบคุมพวงมาลัยที่จะมีมุมฝืนความรู้สึกซึ่งแตกต่างไปจากการขับบนทางราบ 

    รถออฟโรดยกสูง ไม่ว่าจะเป็นเอสยูวีหรือปิกอัพยกสูง สามารถลุยฝ่าน้ำลึกได้มากถึง 70 เซนติเมตร การขับฝ่าน้ำใช้โหมด 4Low หรือแล้วแต่สถานการณ์และสภาพของลำน้ำที่จะขับข้ามไป หากน้ำไม่ลึกมาก ไม่เกิน 70 เซนติเมตร ขณะลุยข้ามให้ใช้ความเร็วต่ำ รักษาสปีดความเร็วให้คงที่ ไม่เร่งเครื่องยนต์หรือลงมาสำรวจความลึกของลำน้ำที่จะขับฝ่าไปว่าลึกขนาดไหน ถ้าไม่แน่ใจ และกระแสน้ำไหลแรงเชี่ยวกรากก็ไม่ควรขับฝ่าไปอย่างเด็ดขาด โหมด 4Low และความเร็วต่ำจะช่วยไม่ให้เครื่องยนต์ดับกลางน้ำ ก่อนที่จะขับลงไปในน้ำ ให้ปิดแอร์และเปิดกระจกทั้ง 4 บาน ค่อยๆ ขับลงน้ำด้วยความเร็วไม่เกิน 3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเพิ่มความเร็วเป็น 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่ออยู่ในน้ำ

    เมื่อขับบนทางทราย ไม่ว่าจะเป็นทรายจากหาด หรือทรายที่อยู่ตามสถานที่รกร้างห่างไกล ให้ระวังสภาพของทรายว่าเป็นทรายที่อัดตัวแน่นจากฝนที่ตกหนักหรือทรายร่วนๆ ที่อาจสร้างปัญหาในการติดหล่มทราย ก่อนจะขับบนทางทราย ควรลดแรงดันลมยางลง เพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสของยาง ใช้ความเร็วต่ำและพยายามรักษารอบเครื่องยนต์ให้คงที่ เมื่อติดหล่มทรายอย่าพยายามเหยียบคันเร่งเพราะล้อจะยิ่งจมลึก ให้ค่อยๆ ถอยออกมาแล้วหาเส้นทางใหม่ ข้อควรระวัง ไม่ขับเข้าไปในหาดทรายที่ไม่มีความคุ้นเคย ควรลงไปสำรวจและไม่ควรขับเข้าใกล้แนวคลื่น เนื่องจากหากรถติดหล่มทรายจะทำให้รถคุณจมน้ำทะเลทั้งคัน เหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นกับนักขับที่ขาดความระมัดระวัง หรือไม่มีประสบการณ์ 

    การขับผ่านทางหินลอย หรือทางที่โรยด้วยหินกรวดก้อนเล็กๆ จะทำให้ควบคุมพวงมาลัยได้ยากเมื่อขับเร็ว และทำให้ระยะของการเบรกเพิ่มขึ้น ควรทิ้งระยะให้ห่างจากรถคันข้างหน้า ป้องกันหินกระเด็นใส่และเพื่อให้มีระยะเบรกที่พอเพียงหากเกิดเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นจะต้องใช้เบรก อย่าเร่งเครื่องมากจนเกินไป หรือเลี้ยวกลับลำเร็วๆ เพราะจะทำให้ล้อเกิดอาการลื่นไถล ถ้ามีฝีมือในการควบคุมรถ อาการดังกล่าวทำให้สนุก แต่ถ้าเป็นมือใหม่ รถอาจเสียหลักพลิกคว่ำได้บนทางแบบหินลอยหรือทางลูกรังที่มีการใช้ความเร็วเกินความจำเป็น รวมถึงยังสร้างฝุ่นจำนวนมากไปปลิวเข้าบ้านของชาวบ้านอีกด้วย ตรงไหนมีบ้านก็ต้องใช้ความเร็วต่ำ ไม่ไปรบกวนชาวบ้านแถบนั้นด้วยการวิ่งตะกุยจนฝุ่นตลบไปหมด เป็นมารยาทการขับที่ย่ำแย่และไม่ควรลอกเลียนแบบ. 

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      ฮาวอาร์ยู? ลุงตู่ VS. ม้าซาอุ ถามม้าสบายดีมั้ย คำตอบที่ได้… ม้างับมือ
      03:47

      ฮาวอาร์ยู? ลุงตู่ VS. ม้าซาอุ ถามม้าสบายดีมั้ย คำตอบที่ได้… ม้างับมือ

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ขับออฟโรดวิธีขับออฟโรดขับปลอดภัยขับขี่ปลอดภัยอาคม รวมสุวรรณ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 01:47 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์