ต้องรอด! วิธีขับรถลุยฝ่าน้ำท่วมขังบนผิวจราจร

ข่าว

    ต้องรอด! วิธีขับรถลุยฝ่าน้ำท่วมขังบนผิวจราจร

    ไทยรัฐออนไลน์

    18 ก.ย. 2563 10:00 น.

    *วิธีการเอาตัวรอดขณะขับรถฝ่าน้ำท่วม

    *รถยนต์ทั่วไปสามารถแล่นฝ่าน้ำท่วมขังในระดับ 30 เซนติเมตรได้ แต่เกินกว่านี้รถยนต์อาจดับได้

    *การเปิดกระจกขับฝ่าน้ำท่วมอาจช่วยให้คุณรอดชีวิตจากกรณีน้ำป่าไหลหลาก 

    น้ำรอระบาย หลายคนก่นด่าเอาไว้ก่อน แต่ก็ต้องดูด้วยว่า ถ้าฝนเทลงมาเกินกว่า 80-100 มิลลิเมตร หรือบางพื้นที่มีจัดหนักถึง 150 มิลลิเมตร การระบายอย่างรวดเร็วแทบจะเป็นไปไม่ได้ และต้องใช้เวลากว่า 2-3 ชั่วโมง จนกว่าน้ำที่ท่วมขังอยู่บนถนนจะถูกระบายออกไปจนหมด เมื่อเห็นน้ำท่วมขังอยู่ข้างหน้า คุณควรรู้ถึงระดับน้ำข้างหน้าที่จะวิ่งลุยฝ่าเข้าไป ว่าน้ำที่ขังอยู่นั้นมีระดับความสูงแค่ไหน โดยใช้การสังเกตด้วยสายตา เมื่อเห็นว่ารถเล็กที่ลุยฝ่าไปก่อนหน้า พากันจอดตายสนิทเพราะน้ำเข้า ก็ไม่ควรเสี่ยงลุยลงลึกเพราะอาจไม่รอดเหมือนกัน 

    รถเก๋งส่วนใหญ่ที่อยู่ในสภาพดี ไม่นับรวมรถกระบะยกสูงท่ีชอบวิ่งแหกน้ำ สามารถแล่นฝ่าผิวการจราจรที่มีน้ำท่วมขังในระดับ 30 เซนติเมตร โดยใช้ความเร็วต่ำแบบคลาน และแค่พอคลานไปได้ช้าๆ เท่านั้น หากน้ำท่วมสูงมากกว่า 30 เซนติเมตร น้ำอาจเข้าไปที่จานจ่าย คอยล์จุดระเบิด หรือท่อระบายไอเสียด้านหลัง จนทำให้เครื่องยนต์สำลักและดับลงได้ ลดความเร็วลงทันที เมื่อกำลังจะขับรถสวนกับอีกคันที่กำลังขับมา เพราะคลื่นด้านหน้าของรถที่แล่นสวนทางมากับคลื่นรถของเราจะปะทะกัน ซึ่งน้ำที่ปะทะระหว่างรถทั้งสองคันที่วิ่งสวนกันอาจทำให้น้ำกระเด็นไปโดนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องเครื่องยนต์ ซึ่งอาจทำให้เครื่องดับกลางน้ำได้ 

    ก่อนลุยฝ่าน้ำท่วมด้วยการคลาน ก็ปิดระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสาร หรือปิดแอร์ซะ แล้วเปิดกระจกทุกบาน การขับรถลุยน้ำท่วมขัง แล้วเปิดเครื่องปรับอากาศ อาจทำให้เครื่องยนต์ดับ จากสาเหตุของพัดลมไฟฟ้าซึ่งจะทำงานทันทีที่เซนเซอร์คอมแอร์ทำงาน แล้ววิดเอาน้ำท่วมขังเข้ามาในห้องเครื่องยนต์ หากเครื่องไม่ดับ ใบพัดของพัดลมไฟฟ้าที่ยังคงหมุนทำงานด้วยรอบความเร็วอาจฟันเข้าไปกับเศษขยะ กิ่งไม้ เศษแผ่นไม้ ถุงพลาสติก ขยะต่างๆ นานา ฯลฯ ที่ลอยตามน้ำมา วัตถุเหล่านี้มีโอกาสที่จะเข้ามาในห้องเครื่องแล้วโดนใบพัดตัดฟันจนใบพัดหัก ซึ่งส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก หากใบพัดในระบบระบายความร้อนแตกหักเสียหาย สิ่งที่ตามมาคือปัญหาในเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์ที่จะพุ่งสูงขึ้นทันที จนไม่สามารถขับขี่ต่อไปได้

    เกียร์อัตโนมัติ พอที่จะลุยฝ่าน้ำท่วมที่ไม่สูงมากไปได้ และควรใช้เกียร์ต่ำ สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ให้ใช้อัตราทดเกียร์ในระหว่างการวิ่งฝ่าพื้นที่น้ำท่วมขัง ที่ประมาณเกียร์ 2 สำหรับออโต้ใช้เกียร์ D1-D2 รวมถึงการขับขี่ที่ต้องใช้ความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และควรรักษาระดับความเร็วของตัวรถให้มีความสม่ำเสมอ อย่าหยุดรถกลางน้ำ ห้ามเร่งความเร็วแบบฉับพลันทันทีทันใด น้ำอาจโดนพัดลมระบายความร้อนตีขึ้นมาใส่อุปกรณ์ที่มีไฟฟ้าไหลผ่าน จนถึงขั้นเครื่องยนต์ดับได้ง่ายๆ

    อย่าเบิ้ลเครื่องยนต์ ไม่ควรเร่งรอบเครื่อง หรือใช้รอบสูง ระดับน้ำท่วมที่สูงอาจทำให้ผู้ขับขี่บางรายเป็นกังวล และมักจะเร่งเครื่องยนต์ทันทีที่แล่นฝ่าน้ำ เพราะกลัวเครื่องยนต์ดับกลางน้ำ กลัวน้ำเข้าท่อระบายไอเสียทางด้านหลัง หรือต้องการไปให้พ้นจากเขตที่มีน้ำท่วมขังผิวการจราจรด้วยความรวดเร็ว แท้ที่จริงแล้วการเร่งเครื่องยิ่งทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น และตามมาด้วยความร้อนที่จะเพิ่มสูงขึ้นในห้องเครื่อง เมื่อเครื่องมีความร้อนสูง ใบพัดระบายความร้อนหรือพวกพัดลมไฟฟ้าก็จะทำงาน สิ่งที่จะตามมาเมื่อระดับน้ำมีความสูงมากถึง 20-30 เซนติเมตร น้ำมักจะโดนพัดลมไฟฟ้าปั่นตีกระจายเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ ไปโดนฝาสูบ จานจ่าย คอยล์จุดระเบิด มอเตอร์สตาร์ต ไดชาร์จ หม้อกรองอากาศ จนถึงขั้นเครื่องยนต์ดับ คราวนี้แหละที่ต้องจอดแช่น้ำกันเลยทีเดียว 

    ท่อไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซลเมื่อจมน้ำอาจไม่เป็นอะไรมากนัก แต่ท่อไอเสียของเครื่องเบนซิน ท่อระบายต้องอยู่พ้นน้ำ เนื่องจากแรงดันปลายท่อจะน้อยกว่าเครื่องยนต์ดีเซล เมื่อแรงดันไม่พอ น้ำอาจเข้าไปที่ปลายท่อไอเสีย ใช้การต่อหรือยกท่อไอดีด้านหน้า และต่อท่อระบายไอเสียด้านหลัง สำหรับรถปิกอัพยกสูงที่ต้องวิ่งลุยน้ำท่วมในระดับสูงกว่า 70-80 เซนติเมตร 

    การเปิดกระจกขับฝ่าน้ำท่วมในเขตภูเขาสูงชันที่กำลังมีฝนตกหนัก และน้ำที่ท่วมมีสีแดงขุ่นคลักตัดขวางผ่านถนน นั่นเป็นสัญญาณอันตราย หมายความว่าอาจมีน้ำป่าเทลงมาอย่างรุนแรง กระจกที่เปิดออกทุกบานอาจช่วยคุณในกรณีที่อาจมีน้ำป่าไหลเข้ามาแบบกะทันหัน ในกรณีที่ขับเข้าไปยังพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว จนอาจพัดเอารถยนต์ตกข้างทาง หรือไหลไปกับกระแสน้ำ ซึ่งกรณีดังกล่าวเคยเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก เขื่อนหรือทำนบกั้นน้ำแตกแล้วน้ำปริมาณมหาศาลไหลตัดขวางถนน กระจกที่เปิดออกจะช่วยให้คุณสามารถหนีออกจากตัวรถได้โดยไม่จมไปพร้อมกันกับพาหนะที่ขับขี่หรือโดยสารมา ทางที่ดีถ้าเห็นว่าข้างหน้านั้นอันตราย มีน้ำไหลแรงสีแดงขุ่นจัด ก็ไม่ควรเสี่ยงชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยการลุยน้ำฝ่าเข้าไปนะครับ 

    การเดินทางไกลข้ามจังหวัดไกลๆ ด้วยยานพาหนะในช่วงฤดูฝน ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังมีพายุใหญ่พัดผ่าน ซึ่งพายุไม่ว่าจะเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ดีเปรสชัน โซนร้อน หรือไต้ฝุ่นนั้น จะมาพร้อมน้ำฝนปริมาณมหาศาล ควรพกสเปรย์ไล่ความชื้น ไฟฉาย สายลากรถแบบผ้าใบที่แข็งแรง น้ำจืด โทรศัพท์มือถือ วิทยุติดต่อ ถุงกันน้ำ อาหารสำรอง เข็มทิศ ถังเชื้อเพลิงสำรอง นกหวีด ไฟแช็ก หรือเสื้อชูชีพ พลุสัญญาณ แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือสำรอง ร่ม เสื้อกันฝน รองเท้ายางกันน้ำแบบบู๊ต หากต้องขับลุยฝ่าน้ำท่วมในพื้นที่ปิด เช่น พื้นที่ประสบภับพิบัติน้ำท่วม พื้นที่ป่าเขาที่กำลังเกิดสภาวะฝนตกหนัก ควรมีอุปกรณ์ที่บอกกล่าวมาทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง.

    ผู้เขียน : อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

    ภาพ : Sathit Chuephanngam

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      น้ำท่วมน้ำท่วมรถยนต์ขับปลอดภัยอาคม รวมสุวรรณspecial content

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 00:52 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์