ผ่านไป 26 ปี Mazda MX-5 เข้าสู่เจนล่าสุดในลำดับที่ 4 ด้วยรหัสตัวถัง ND ต่อยอดความสำเร็จของรุ่นพี่ได้อย่างน่าชื่นชม นี่คือรถสปอร์ตของชายวัยกลางคนที่พอจะควักเงิน 2.7 ล้านบาท เพื่อแลกกับความสนุกในช่วงสุดท้ายบั้นปลายชีวิตก่อนที่จะขับรถสปอร์ตไม่ไหว MX-5 โฉมใหม่ที่ผมเคยขับในญี่ปุ่นกับได้ลองช่วงสั้นๆ หลังการเปิดตัวที่วังน้ำเขียวนั้นมีแนวทางในการออกแบบและสร้างที่ย้อนกลับไปสู่อดีตอันรุ่งเรืองของ MX-5 รุ่นแรกสุดที่ใช้รหัสตัวถัง NA เป็นรถสปอร์ตโรสเตอร์ที่มีราคาไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับรถเยอรมันที่ชอบทำตัวหรูอย่าง Mercedes Benz SLC / BMW Z4 / Porsche 718 Boxster / Audi TT Roadster 

...

งานออกแบบตัวถังภายนอกในส่วนของผิวพื้นที่มีความโค้งมนสมส่วนถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดของการออกแบบบนคอนเซปต์ KODO Design Soul of Motion จิตวิญญาณของการเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกับโมเดลหลากหลายรุ่นของ Mazda เช่น Mazda 2 / Mazda 3 Mazda CX-3 / Mazda CX-5 / Mazda 6 ซึ่งใช้แนวทางหลักของการเคลื่อนไหวในสัตว์นักล่าอย่างเสือชีตาห์ จุดสำคัญของรถรุ่นนี้ก็คือน้ำหนักตัว 1075 กิโลกรัม!! เบากว่า Toyota GT86 / Subaru BRZ ถึง 200 กิโลกรัม งานศิลปของการออกแบบผิวพื้นตัวถังของ Mazda MX-5 ND จะมีความแตกต่างแปลกแยกออกไปเล็กน้อยแต่ดันไปคล้ายกับ BMW Z4 ด้วยเส้นตัวถังที่คมกริบและโฉบเฉี่ยว ดูเป็นมิตรและให้มุมมองที่สง่างามทั้งส่วนหน้าและส่วนท้ายของตัวรถ ตัวถังที่สวยงามนอกจากสร้างแรงบันดาลใจในความน่าขับน่าใช้งานแล้วยังมีความทันสมัยจากรูปแบบสปอร์ตโรสเตอร์ 2 ที่นั่ง

...

...

...

Kevin Rice ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษและหัวหน้าทีมออกแบบของ Mazda ในยุโรปให้ความเห็นว่า MX-5 ND เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของทีมออกแบบว่าจะตัดส่วนใดหรือไม่ควรเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนใดของตัวรถ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลกระทบไปถึงรูปแบบที่มีความคลาสสิกของมัน ไฟหน้าที่เฉียบคมของ MX-5 ND ออกแบบตามแนวทาง KODO Design ซึ่งเป็นรูปลักษณ์ใหม่ของรถยนต์จากแบรนด์ Mazda ไฟหน้าแบบใหม่พร้อมไฟหรี่กลางวันหรือ LED Daytime Running Light ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจในทุกมุมมอง สะท้อนดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของยานยนต์สไตล์โรสเตอร์ฝั่งยุโรป มุมมองด้านหน้าที่โฉบเฉี่ยวอย่างร้ายกาจกระตุ้นชีพจรของเจ้าของรถให้เต้นเร็วขึ้นจากเส้นสายที่ตัดกันอย่างลงตัว

Mazda MX-5 ND Exterior Design
ด้านข้างของตัวถังไหลลื่นพลิ้วไปตามเส้นสายที่ลากจากแก้มข้างไปจนจดไฟท้าย บานประตูอัลลอยขนาดใหญ่สามารถเปิดออกด้วยมุมที่กว้างให้ความสะดวกในการเข้าออกจากตัวรถ เมื่อเล็งเลียบไปตามผิวของตัวถังด้านข้าง เส้นสายที่เว้าต่ำสไตล์รถเปิดประทุนทำให้มันมีขนาดของตัวถังใกล้เคียงกับรุ่นพี่อย่าง MX-5 NA เวอร์ชั่นแรกสุด ขนาดที่กะทัดรัดสมส่วนสั้นกว่าของ MX-5 NC สั้นกว่า MX-5 NA รุ่นพี่เล็กน้อย รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv G ไม่มีระบบอัดอากาศยัดล้ออัลลอยสีเทา-ดำขอบ 17 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตจาก Bridgestone รุ่น Potenza S001 ไซล์ 205/45R17 84W เป็นยางสปอร์ตประสิทธิภาพดีที่มีแก้มยางค่อนข้างแข็ง ทำให้ทุกอาการบน MX-5 ND เต็มไปด้วยความหนึบผสมความกระด้างเล็กๆ จากการเลือกใช้ยางราคาแพงกับการเซตช่วงล่างแบบสปอร์ต

สำหรับรุ่น 2.0 ลิตร Skyactiv G 155 แรงม้าที่ Mazda Sales Thailand นำเข้ามาทั้งคันจากโรงงานในเมืองฮิโรชิม่าใส่ล้ออัลลอยลายเดียวกับรุ่น 1.5 ลิตร แต่ใช้ล้อที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ยาง Bridgestone Potenza S001 เหมาะกับรถที่ต้องการกริ้บอันเฉียบคมและการยึดเกาะในระดับที่สูงกว่ารถบ้าน สัดส่วนตัวถังสั้นที่สุดในอนุกรมสายพันธุ์ MX-5 โดย MX-5 ND เจน 5 มีความยาวเพียงแค่ 3,915 มิลลิเมตร ช่วงล่างเตี้ยกว่ารถรุ่น NC 20 มิลลิเมตร และมีโอเวอร์แฮงก์สั้นกว่าถึง 90 มิลลิเมตร เป็นผลสืบเนื่องมาจากการวางตำแหน่งล้อไว้ที่บริเวณมุมของตัวถัง ช่วยทำให้เกิดความคล่องตัวและเกาะถนน แถมพกด้วยความคล่องตัวสุดๆ ยามเลี้ยวกลับลำหรือเลี้ยวในที่แคบ

Mazda MX-5 ND Exterior Design
บั้นท้ายของ Mazda MX-5 ND คือส่วนที่มีความน่ามองที่สุดของตัวรถ ส่วนท้ายของรถถูกออกแบบให้แปลกตาและน่าตื่นตะลึงจากความลงตัวของงานดีไซน์ กันชนหลังโค้งมนและยื่นต่ำ ตัดกับทรงของไฟท้ายแบบใหม่ได้อย่างลงตัวให้ความรู้สึกคล้ายกับบั้นท้ายของBMW Z4 ผสมผสานกับบั้นท้ายอันงดงามของ Jaguar F-Type Roadster ไฟท้ายพลาสติกสีแดงทรงกลมมีขอบที่คมกริบลากออกมาด้านข้างซึ่งสร้างบรรยากาศที่แปลกตาด้วยหลอดไฟท้ายแบบ LED การพยายามรักษาเอกลักษณ์ของ Sport Roadster ด้วยการทำให้ส่วนท้ายแตกต่างจากทุกเวอร์ชั่นที่ผ่านมาต้องใช้ความกล้าบวกกับประสบการณ์ในการออกแบบผสานงานศิลปะที่เชื่อมโยงความคลาสสิกในอดีต จุดที่สร้างความโปรดปรานให้กับเหล่าบรรดาแฟนคลับของ Mazda MX-5 นอกจากความมีเสน่ห์ของตัวรถแล้ว มันยังมีราคาที่ไม่แพงมากจนเกินไป แถมยังให้ความสนุกทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัยพร้อมกับความกระตือรือล้นของเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างผสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางงานวิศวกรรมยุคใหม่จากแบรนด์ Mazda ทั้งหมดทั้งปวงของโครงสร้างงานตัวถังใน New MX-5 ND เกิดจากแนวคิด Skyactiv-Body เริ่มจากการสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบา มีการตัดโครงสร้างของตัวรถในส่วนที่ไม่มีความจำเป็นทิ้งไป แล้วทำการคำนวณโครงสร้างในแต่ละส่วนให้มีบทบาทในการรับแรงและกระจายแรงมากยิ่งขึ้น โครงสร้างท่อนหน้าและท่อนหลังได้รับการออกแบบให้ยุบตัวได้ง่ายเพื่อการกระจายแรงปะทะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อคงสภาพของห้องโดยสารเอาไว้ให้มากที่สุด

Mazda MX-5 ND Interior Design
Cockpit ของ MX-5 ND ต้องกลมกลืนไปกับลักษณะที่พลิ้วไหวของตัวถัง นับเป็นงานออกแบบที่ยากยิ่งของทีมดีไซเนอร์จาก Mazda Motor ใครก็ตามที่บอกว่ารถรุ่นนี้เข้า-ออกจากห้องโดยสารได้ง่ายแน่ใจได้เลยว่าคนพูดจะต้องเป็นมนุษย์ที่ปราศจากกระดูกสันหลังอย่างแน่นอน Cockpit ของ MX-5 รุ่นล่าสุดเน้นหนักไปที่ความคลาสสิกเชื่อมโยงกับรูปแบบอันทันสมัยของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการตกแต่งห้องโดยสาร เป็นการอวด Cockpit ขนาดกระทัดรัดแบบ 2 ที่นั่งซึ่งเน้นหนักในด้านอารมณ์ มุมมองและการใช้งานผสมความสง่างามสมส่วนและลงตัว

พวงมาลัยทรง 3 ก้านแบบสปอร์ตคล้ายกับพวงมาลัยของ Mazda 2 ขนาดรอบวงมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 366 มิลลิเมตร ที่มอบทั้งความกะทัดรัดและกระชับฉับไว ผสานกับชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าซึ่งใช้มอเตอร์ควบคุมการแปรผันน้ำหนักแบบต่อเนื่อง รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรคันทดสอบมีสวิตช์ควบคุมติดมาให้ที่ก้านวงเพื่อลดภารกรรมการปรับตั้งและการใช้งานของคนขับ พวงมาลัยของ MX-5 ND ปรับได้แค่ขึ้น-ลงแต่ก็ครอบคลุมท่านั่งและทุกสรีระของผู้ขับขี่ เนื่องจากสามารถเลื่อนเบาะเข้าหรือออกได้ค่อนข้างมากในส่วนของพวงมาลัยรุ่น 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดที่ขายในประเทศไทยยังมีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift ติดตั้งมาให้ใช้งานเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการชิฟเกียร์ด้วยตัวของผู้ขับขี่เอง

Mazda MX-5 ND Interior Design
แผงคอนโซลขึ้นรูปด้วยพลาสติกห่อหุ้มด้วยวัสดุพวกหนังสังเคราะห์สีเทา-ดำ การจัดวางตำแหน่งของช่องแอร์และแผงมาตรวัดแบบสปอร์ตมีความกลมกลืนไปกับรูปแบบโรสเตอร์ด้วยชุดมาตรวัดทรงกลมแบบ 3 วง วางตำแหน่งของมาตรวัดรอบไว้กึ่งกลางโดยมีมาตรวัดความเร็วอยู่ด้านขวาสุด เข็มมาตรวัดที่ทิ่มลงดินให้อารมณ์สปอร์ตคาร์ของฝั่งยุโรปที่โดดเด่นและเหนือกว่ามาตรวัดของฝั่งญี่ปุ่นแบบเห็นๆ ความกล้าในการที่จะนำเสนอรูปแบบใหม่ๆ ของห้องโดยสารด้วยการออกแบบให้ Cockpit สร้างความรู้สึกในการห่อหุ้มตัวของผู้ขับโอบล้อมด้วยชิ้นงานและอุปกรณ์ในแผงคอนโซลกลางที่เน้นคนขับเป็นจุดศูนย์กลางของตัวรถ คอนโซลกลางด้านบนในรุ่น 2.0 ลิตร เกียร์ออโตติดตั้งจอมอนิเตอร์ขนาด 7 นิ้ว ซึ่งเป็นแหล่งรวมของข้อมูลการขับขี่และการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกด้วยระบบ Infotainment ต่อพ่วงกับ Mazda MZD Connect รับหน้าที่หลักเป็นระบบส่วนกลางในการให้ข้อมูลต่างๆ เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม การต่อเชื่อมกับโลกภายนอก ควบคุมและสั่งงานชุดเครื่องเสียง รวมถึงการต่อเชื่อมกับระบบบลูทูธของโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบไร้สาย

Mazda MX-5 ND Interior Design
เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตติดตั้งลำโพงไว้ด้านบนตัวเบาะทั้งสองฝั่ง รูปแบบงานตกแต่งห้องโดยสารรวมไปถึงเกรดของหนังและพลาสติกที่อยู่ในเกณฑ์ดี เบาะนั่งจาก Recaro ใช้รูปทรงแบบ Bucket Seat วัสดุที่ใช้สำหรับห่อหุ้มตัวเบาะรุ่นสูงสุดเป็นหนังแบบ Nappa และ Alcantara อย่างที่บอกว่าเบาะแบบสปอร์ตของ MX-5 ND รุ่นใหม่นั้นติดตั้งลำโพงเอาไว้ในตัวเบาะ จากการจับมือกันระหว่าง Mazda และค่ายผู้ผลิตเครื่องเสียงติดรถยนต์ชั้นนำอย่าง BOSE เป็นการร่วมมือในการพัฒนาระบบเสียงให้กับ Mazda MX-5 ซึ่งนับเป็นงานหินสุดๆ สำหรับการออกแบบเครื่องเสียงในรถยนต์แบบเปิดประทุนที่จะมอบเสียงที่มีความสมบูรณ์ท่ามกลางเสียงลม

เบาะแบบสปอร์ตของ MX-5 ND มีการลงมือลงแรงจากวิศวกรของ BOSE โดยทำการฝังลำโพงขนาด 5 เซนติเมตร ไว้ในบริเวณส่วนบนของตัวเบาะให้ใกล้กับหูของคนขับและผู้โดยสารแบบฝั่งและ 2 ตัว (แยกซ้ายขวาในระบบสเตริโอ) เพื่อส่งสัญญาณเสียงแบบ Studio ตรงไปยังหูทั้งสองข้าง ลำโพงในส่วนที่ติดตั้งอยู่ด้านในของตัวเบาะจึงมีทั้งหมดถึง 4 ตัวสำหรับเบาะนั่งทั้งสอง สำหรับลำโพงในส่วนอื่นๆ ประกอบด้วย Tweeters ขนาด 2.5 เซนติเมตร จำนวน 2 ตัว ติดตั้งที่บริเวณเสาหน้าหรือเสา A ลำโพ Wide-range ขนาด 16.5 เซนติเมตร ติดตั้งอยู่ในบานประตูทั้งสองฝั่ง รวมกับ Sub Woofer ขนาด 13 เซนติเมตร พร้อมกล่องบรรจุปริมาตร 6 ลิตร เพื่อกำลังขับของเสียงเบสแบบแน่นๆ ติดตั้งอยู่ใต้เบาะนั่งด้านฝั่งคนขับ ปิดท้ายด้วย Digital Amplifier เพื่อมิติอันละเอียดอ่อนครบครันของเสียงเพลงที่เล่นผ่าน CD / DVD / MP3 / i-POD ผ่านช่องเชื่อมต่อ AUX USB ครบครันตามมาตรฐานอันสูงส่งของเครื่องเสียงติดรถยนต์จากบริษัท BOSE

เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Skyactiv G Engine ซึ่งเป็น MX-5 รุ่นที่นำเข้ามาขายในประเทศไทยนั้น เป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC ปริมาตรความจุเครื่องยนต์ที่ 1,998 ซีซี 16 วาล์ว 155 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.5 กิโลกรัม/เมตรหรือ 200 นิวตันเมตรที่ 4,600 รอบต่อนาที ตัวเลขทางสมรรถนะ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้อยู่ที่ 214 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ที่ 15.0 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อย Co2 ที่ 154 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร มาตรฐานมลพิษ EURO-6

ไส้ในของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv G Engine หัวลูกสูบถูกออกแบบให้เป็นหลุมในช่วงปลายจังหวะของการอัดหลังศูนย์ตายบนมาเล็กน้อย ขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่เข้าไปปะทะกับละอองน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูง 200 บาร์ (แปรผันไปตามโหลด) จากปลายหัวฉีดแบบ Multi-hole Injecter ปลดปล่อยละอองเชื้อเพลิงแบบ 360 องศา เพิ่มประสิทธิภาพในการรวมตัวของไอดี หรือเชื้อเพลิงบวกกับอากาศ สิ่งที่วิศวกรของ Mazda ค้นพบในช่วงของการวิจัยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv G Engine รุ่นใหม่คืออุณหภูมิของการเผาไหม้ที่ลดลง ตัดวงจรการไหลย้อนกลับของไอเสีย เครื่องยนต์สามารถสร้างแรงบิดในรอบกลางถึงรอบสูงสุดเพิ่มขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแม้จะมีอัตราส่วนกำลังอัดสูงมากถึง 13.0:1 ฝาครอบเครื่องยนต์แบบใหม่ช่วยลดน้ำหนักของตัวเครื่องและมีความสวยงาม ในบางแง่มุมทางวิศวกรรมต้นกำลังของเครื่องยนต์รุ่นนี้ ความกว้างกระบอกสูบคูณช่วงชักที่ 83.5 มิลลิเมตรคูณ 91.2 มิลลิเมตร ทำให้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv G Engine เป็นเครื่องแบบชักสั้นดันเร็ว ตอบสนองอย่างว่องไวเนื่องจากไม่มีระบบอัดอากาศที่อาจทำให้เกิดอาการรอรอบนั่นเอง

Mazda MX-5 ND Skyactiv Transmission
ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ของ Mazda MX-5 ND มีราคาค่าตัวมากถึง 30% จากราคารถทั้งคัน ระบบส่งกำลังใน New MX-5 ประกอบด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แยกกันประจำการทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 และ 2.0 ลิตร ตามลำดับ เกียร์ทั้งสองแบบถูกพัฒนาและออกแบบมาให้เข้ากับย่านของแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์ โดยเน้นไปที่สมรรถนะอันยิ่งยวดของการทดกำลังแบบเกียร์ธรรมดา และความสะดวกสบายกระชับฉับไวในการตอบสนองของเกียร์ออโต ในส่วนของเกียร์ธรรมดา 6 สปีดวางอัตราทดแบบกระชั้นชิดหรือ Close-ratio เน้นเพิ่มความเร็วที่มีความลื่นไหลแบบต่อเนื่องครอบคลุมแรงบิดในทุกย่านความเร็ว มีการปรับกลไกของการเลือกตำแหน่งเกียร์ที่ทั้งสั้นและให้ความกระชับ ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ Skyactiv-G ที่เน้นประสิทธิภาพของการใช้เชื้อเพลิงเป็นหลัก ขบวนเฟืองเกียร์ออโต 6 สปีดออกแบบให้มีความเสียดทานต่ำ ลดค่าสูญเสียทางเชิงกลจากการส่งถ่ายแรงบิดลงได้มากถึง 25% สำหรับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดที่ประจำการในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร นั้น มีฟังก์ชั่นลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง i-Stop และ i-ELOOP ฟังก์ชั่นดังกล่าวทำหน้าที่ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดนิ่งอยู่กับที่ขณะติดสัญญาณไฟจราจร โดยจะกลับมาติดเครื่องยนต์ทันทีที่ผู้ขับถอนเท้าออกจากคันเร่งหรือเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่าอุณหภูมิของห้องโดยสารสูงขึ้น (เมื่อเครื่องยนต์ดับด้วยระบบ i-Stop และ i-ELOOP คอมเพรซเซอร์แอร์จะหยุดการทำงานเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง) เครื่องยนต์จะติดตัวเองอย่างรวดเร็วเพียงแค่ 0.35 วินาที หลังจากผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นเบรกไปแตะที่คันเร่งไฟฟ้า

Mazda MX-5 ND Skyactiv Transmission
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้ความรู้สึกแม่นยำในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนอัตราทดทั้งในโหมดการทำงานแบบออโตหรือแมนนวล ปุ่มควบคุม Drive - Selection ปรับตั้งมาจากโรงงานเพื่อการตอบสนองต่อการเปลี่ยนเกียร์ที่แม่นยำ การควบคุมการส่งกำลังที่แม่นยำพร้อมล็อกอัพที่กว้างมากยิ่งขึ้น MX-5 ND ใช้ล็อกอัพแดมเปอร์ที่สามารถดูดซับแรงบิดที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาได้ง่ายขึ้นในจังหวะของช่วงการล็อกอัพ ช่วงล็อกอัพที่กว้างมากขึ้นทำให้เกียร์ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ แตกต่างไปจากชุดควบคุมล็อกอัพแบบเก่าที่จะทำงานเฉพาะเกียร์ 5-6 เท่านั้น Mazda MX-5 ND ขยายตัวล็อกอัพออกไปจนถึงช่วงเกียร์ 2 และสลิปเปอร์คอนโทรลในช่วงเกียร์ 3 ส่งผลให้เกียร์มีการทำงานที่เที่ยงตรงมากยิ่งขึ้นต่อเนื่องกับการกดแป้นคันเร่งและช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเดิม Bilpping Function จะช่วยเพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์ทันทีที่ผู้ขับเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำในขณะที่ขับใช้งาน Manual Mode หรือเมื่อเกียร์คาอยู่ในตำแหน่ง D ช่วยปรับรอบเครื่องยนต์ให้มีความเหมาะสมกับเกียร์ที่ผู้ขับเลือกใช้งาน ทำให้เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วมากกว่าเดิม การเปลี่ยนเกียร์มีความลื่นไหลต่อเนื่องในทุกจังหวะ ฟังก์ชั่นนี้ยังทำงานอัตโนมัติเมื่อใช้งาน Active Adaptive Shift AAS หรือเลือกใช้งานในโหมดสปอร์ต ผสาน Drive -Selection ในการขับขึ้นลงทางลาดชันหรือขับขึ้นลงทางบนภูเขาและเกียร์อยู่ในตำแหน่ง D หรือเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็ว Blipping จะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ได้อารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น Drive -Selection สามารถเลือกขับในแบบสปอร์ตด้วยการเลือกโหมด Sport เกียร์จะไปอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ต่ำโดยอัตโนมัติ แรงบิดจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเหยียบคันเร่ง ให้การตอบสนองในแบบที่ควรจะเป็นแม้แค่แตะคันเร่งเบาๆ

Mazda MX-5 ND Skyactiv Chassis
ระบบบังคับเลี้ยวของ Mazda MX-5 ND ติดตั้งพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Electric Power Steering ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงการหมุนและมีระบบแปรผันน้ำหนักโดยตรงกับความเร็ว โดยมอเตอร์จะทำงานมากขึ้นในช่วงความเร็วต่ำให้น้ำหนักพวงมาลัยในการใช้งานท่ามกลางเมืองใหญ่ที่ต้องใช้ความเร็วต่ำมีความเบาสบายมือ มอเตอร์จะผกผันไปตามความเร็วจนอยู่ในลักษณะหยุดทำงานเมื่อขับขี่ในย่านความเร็วสูงทำให้น้ำหนักของพวงมาลัยมีความมั่นคงและแม่นยำไม่เบาจนเกินไปเมื่อใช้ความเร็วบนไฮเวย์ พวงมาลัยแบบ ESP ของ Mazda นับได้ว่ามีความฉลาดมากกว่าพวงมาลัยไฟฟ้าแบบอื่นที่ให้ความรู้สึกเบามากจนเกินไปในย่านความเร็วสูงแล้วส่งผลกระทบไปถึงการทรงตัวจากน้ำหนักของพวงมาลัยที่เบานั่นเอง

Mazda MX-5 ND Skyactiv - Chassis
ระบบกันสะเทือนหรือระบบรองรับใน Mazda MX-5 ND เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของเทคโนโลยี Skyactiv - Chassis ระบบกันสะเทือนด้านหน้าใช้แบบปีกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนคล้ายกับกันสะเทือนในซุปเปอร์คาร์ราคาแพง รูปแบบอิสระของกันสะเทือนหน้าและความสมมาตรของการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยมส่งผลไปถึงความเสถียรทำให้ง่ายต่อการควบคุม แม่นยำและเที่ยงตรงในการหักเลี้ยว สำหรับระบบรองรับด้านหลังใช้ระบบกันสะเทือนแบบมัลติลิ้งค์ แขนลิ้งค์ที่ยึดโยงกับจุดยึดอย่างแน่นหนาพร้อมเหล็กกันโคลงผ่านการคำนวณค่าทางกลศาสตร์มาเป็นอย่างดีในขั้นตอนของการพัฒนา ระบบรองรับด้านหลังแบบมัลติลิ้งค์ช่วยให้อาการแบบรถขับเคลื่อนล้อหลังมีความชัดเจน ถูกพัฒนาโดยใช้การปรับแก้จุดยึดและแขนยืดของชุดกันสะเทือนหลังใหม่หมด การกระจายแรงสั่นสะเทือนของลิ้งค์หรือแขนยึดเปลี่ยนไป ช่วงล่างจะให้ตัวมากยิ่งขึ้น สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ โดยซับแรงสะเทือนให้ลดลง ขณะเดียวกัน โช้คอัพของ MX-5 ND เป็นแบบ Mono-Tube มอบอารมณ์ของกันสะเทือนในรูปแบบสปอร์ตที่มีให้ทั้งความแน่นและความหนึบออกแนวกระด้างเล็กๆ คล้ายรถซิ่งโหลดเตี้ยโดยปราศจากอาการย้วยหรือนิ่มนวลชวนนั่งแบบรถเก๋งทั่วไป

i-ACTIVSENSE
ระบบความปลอดภัยถือเป็นหัวใจของรถยนต์ Mazda ทุกรุ่น สำหรับ MX-5 ND จัดเต็มมาครบทั้งระบบความปลอดภัยแบบ Active Safety โดยใช้ชื่อว่า i-ACTIVSENSE เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงเป็นออฟชั่นเสริมในบางประเทศ ประกอบด้วย โครงสร้างที่แข็งแรงพร้อมกับ BSM Blind Sport Monitoring ใช้เรดาร์พิสัยใกล้ความถี่ 24GHz ทำการตรวจสอบรถยนต์ที่อยู่ด้านข้างและด้านหลัง พร้อมส่งสัญญาณไฟกะพริบเตือนให้ผู้ขับขี่ได้รับทราบเพื่อเพิ่มความระมัดระวังก่อนการเปลี่ยนช่องทาง ระบบ RCTA Rear Cross Traffic Alert ใช้เซนเซอร์ของระบบ BSM แจ้งเตือนผู้ขับขณะขับถอยหลัง ระบบ LDWS Lane Departure Warning System ใช้กล้องตรวจจับเส้นแบ่งเลนบนผิวถนน เมื่อผู้ขับเปลี่ยนช่องทางโดยไม่เปิดสัญญานไฟ ระบบจะประเมินว่าผู้ขับอาจหลับใน จะส่งสัญญาณเสียงแจ้งเตือนทันที ระบบ HBC High Beam Control ปรับไฟสูงให้ลงมาเป็นไฟต่ำแบบอัตโนมัติเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบรถที่วิ่งสวนทางมา ระบบ AFS Adaptive Front lighting system ปรับลำแสงไฟหน้าแบบ LED ในชุดไฟต่ำด้านซ้ายและขวาให้มีความสัมพันธ์กับทางโค้งและความเร็วที่ใช้ในการเข้าโค้ง เพื่อเป็นการลดมุมอับของแสงไฟในระบบส่องสว่าง

Gram-Strategy คือขั้นตอนปรับปรุงอันเข้มงวดเพื่อการลดน้ำหนักของ Mazda MX-5 รุ่นล่าสุด น้ำหนักที่เบาหวิวแค่ 1 ตันเกิดจากความพยายามลดน้ำหนักของชิ้นส่วนเกือบจะทุกชิ้น งานวิศวกรรมสไตล์ญี่ปุ่นของ Mazda ทำให้หลังคาเบาลง ปีกนกมีขนาดที่เล็กและบางลงใช้อะลูมินั่มอัลลอยเพื่อทำให้มันเบาขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว ผมขับมันอย่างระวังเนื่องจากขนาดที่เล็กจิ๋วแถมยังไปไวเกินเหตุจากเครื่อง 2 ลิตรที่มีอัตราเร่ง 0-100 เร็วกว่ารุ่น 1.5 ลิตรถึง 1 วินาที อัตราเร่ง 0-100 ใน 7.3 วินาทีพอฟัดพอเหวี่ยงกับ MINI Cooper S บางรุ่น ช่วงล่างออกแบบให้คุมได้ง่ายผสานกับแรงบิดจากเครื่องยนต์ทำให้มันเป็นรถที่ขับสนุกทุกเวลาไม่ว่าจะขับช้าๆหรือขับเร็ว อาการโคลงตัวลดลงแต่ความกระด้างกลับเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากถูกเซ็ตช่วงล่างให้ทุกสิ่งทุกอย่างมีความไวมากเป็นพิเศษนั่นเอง

กลไกการพับหลังคาแบบง่ายๆ ที่แค่ใช้มือยกขึ้น-ลงด้วยเวลาเพียงแค่ 3 วินาที มันจะแปลงร่างกลายเป็นโรสเตอร์สุดสวยยามเปิดประทุน แค่ปลดคันโยก ยกหลังคาไปทางด้านหลังแล้วกดอีกทีให้ชุดหลังคาล็อกกับที่เก็บส่วนท้ายแค่นั้นก็สิ้นเรื่อง มันเป็นรถเล็กที่คับแคบและมีพื้นที่ไม่มากแค่พอดีสำหรับสองคน ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝาท้ายสามารถยัดกระเป๋าเดินทางใบเล็กได้แค่ 1 ใบ เบาะคนขับปรับเดินหน้าถอยหลังได้แต่ปรับสูง-ต่ำไม่ได้ เช่นเดียวกับพวงมาลัยที่สามารถปรับสูงต่ำได้แต่ปรับระยะไกล-ใกล้ไม่ได้ คุณต้องปรับเบาะของมันให้ลงตัวไม่งั้นมีหวังได้นั่งกันเมื่อยไปตลอดทาง ขอบบนของกระจกบังลมบานหน้าค่อนข้างอยู่ใกล้กลับศีรษะและให้ความรู้สึกคล้ายกับการนั่งอยู่ในรถแข่งรุ่นโบราณ พวงมาลัยทรง 3 ก้านให้ความรู้สึกคล้ายพวงมาลัย MOMO เมื่อครั้งที่ยังเป็นวัยรุ่นและชอบซิ่งแถวๆ เดอพาเลซพวงมาลัยทรงนี้จะได้รับความนิยมในกลุ่มเด็กซิ่งยุค 80' มากที่สุด

กำลังแค่ 155 แรงม้า เหมาะกับขนาดตัวถังสั้นกุดและน้ำหนัก 1 ตันอย่างที่สุด ทำให้การตอบสนองออกมาในแบบทันอกทันใจว่องไวเกินเหตุ อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักทำออกมาได้ตัวเลขที่ดี น้ำหนักตกที่ส่วนหน้า 53% อีก 47% ลงไปที่ส่วนท้าย การวางเครื่องยนต์หลังแกนล้อหน้าโดยร่นเครื่องยนต์เกือบจะอยู่กลางลำตัวช่วยทำให้ Dynamic ดีขึ้นเห็นๆ เป็นมาตรการที่วิศวกรของ Mazda ให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เครื่องยนต์วางแบบ front mid engine rear wheel drive คล้าย Z4 กับ SLC แต่ยังเป็นรอง Porsche 718 Boxster ที่วางเครื่องยนต์ไว้กลางลำแบบ mid engine rear wheel drive อัตราทดเกียร์จัดจ้านสุดๆ โดยเฉพาะเมื่อใช้สปอร์ตโหมด เกียร์ Skyactiv-Drive 6 สปีด จะคาอยู่ในเกียร์ที่มีแรงบิดเยอะนานกว่าปกติโดยเฉพาะเกียร์ 3-4 แม้แต่เกียร์ 5 ก็ยังมีแรงดึงให้รู้สึก ส่วนเกียร์ 6 นั้นเป็นเกียร์ Over-Drive ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ทำให้ไม่กินเชื้อเพลิงมากจนเกินงาม

ส่วนท้ายที่ไวเซตมาให้สำหรับพวกยอดฝีมือที่ชอบสนุกแนวขับกวาดท้ายเข้าโค้ง สำหรับคนทั่วไปต้องระวังให้ดีไม่สาดโค้งแรงจนท้ายบานซึ่งจะตามมาด้วยความตกอกตกใจจนแก้อะไรไม่ทัน Mazda MX-5 รุ่นใหม่มีท้ายที่ไวกว่า Toyota GT86 แบบเทียบกันไม่ติด คุณไม่จำเป็นต้องใช้รอบสูงระดับ 5,500 รอบเหมือน  GT86 เพื่อสาดบั้นท้ายให้สไลส์ไปตามโค้ง แค่กดคันเร่งลึกๆแล้วหักพวงมาลัยเร็วๆ ท้ายของ MX-5 ND ก็จะเริ่มต้นการบานออกทันที แก้ง่ายๆด้วยการเทิร์นพวงมาลัยเล็กน้อยไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับท้ายที่บานออกแค่นั้นบั้นท้ายที่สั้นกุดจะกลับเข้าสู่ที่เดิมแบบง่ายๆ เป็นรถที่ขับทางตรงได้ดีและมีความหรรษาเมื่อมันพาคุณทะยานผ่านโค้งด้วยความมาดมั่น 

น้ำหนักของพวงมาลัยเซตมาให้เบามือโดยเน้นไปที่ประสิทธิภาพความแม่นยำและความเฉียบคมสำหรับการควบคุมทิศทาง พวงมาลัยไฟฟ้ารุ่นใหม่ของ MX-5 สื่อสารกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ยางวิ่งผ่านแล้วส่งตรงมาที่ข้อมือของคุณอย่างชัดเจน มันคล้ายกับพวงมาลัยของ MX-5 รุ่นแรกที่เบาและคุมทิศทางได้ง่าย รุ่น 2 ลิตร ติดตั้ง limited slip differential มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานพร้อมระบบควบคุมการทรงตัวที่ยอมปล่อยให้คุณได้สนุกกับอาการต่างๆ ได้มากกว่ารถจากเยอรมนี

มันเป็นรถที่เหมาะกับการขับเล่นอย่างที่สุด เมื่อใช้ความเร็วต่ำไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพร้อมกับพับหลังคาเก็บคุณจะพบโลกใหม่ของการขับขี่ในแบบที่รถหลังคาแข็งไม่มีมาให้ เมื่อกางหลังคาขึ้นมาปิดเพื่อขับในเมือง เสียงรบกวนจากภายนอกจะดังเข้ามาให้ได้ยินมากกว่ารถทั่วไปเนื่องจากการเก็บเสียงของรถเปิดประทุนหลังคาผ้าใบนั้นเป็นรองรถหลังคาแข็งแต่ไม่ใช่ประเด็นหลักที่เป็นจุดด้อยของมัน 

แรงจีที่กดบริเวณต้นคอเมื่อเข้าโค้งแรงๆบอกกับคนขับว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปเมื่ออัดเข้าโค้งด้วยความเร็วที่มากกว่าการขับแบบปกติ  ปรัชญาจิมบะอิไต หรือ คนควบคุมเครื่องจักรกลคล้ายกับการบังคับม้าที่ต้องประสานเป็นหนึ่งเดียว เมื่อขับเร็วขึ้น MX-5 รุ่นใหม่ให้ความรู้สึกลื่นไหล สปริงและโช้คหน้าที่แข็งขืนรองรับการขับเร็วได้ดีแต่การถ่ายเทน้ำหนักเมื่อต้องเบรคในย่านความเร็วสูงยังเป็นรองคู่แข่งจากเยอรมนี ยาง 205/45 R17 84W Bridgestone Potenza S001 high-performance tires รับหน้าที่หนักหนาสาหัสมากยิ่งขึ้นแต่ไม่ใช่ปัญหาจากน้ำหนักตัวรถทั้งคันที่เบาราวกับปุยนุ่น แรงบิดที่เทลงล้อหลังมาตั้งแต่ 2,500 รอบไปจนถึง 6,500 รอบต่อนาที จังหวะการตัดต่อเกียร์แม่นยำและพริ้วไปตามความเร็วรอบ ทำให้อยากแช่คันเร่งในเกียร์ที่สามารถเรียกแรงบิดได้ดีที่สุดอย่างเกียร์ 3 ทางบนภูเขาคือเส้นทางที่เหมาะกับ MX-5 การจัดการกับ Dynamic ของตัวรถอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมทำให้โรสเตอร์รุ่นล่าสุดของ Mazda มีประสิทธิภาพดีเท่ากับรถเปิดหลังคา 2 ที่นั่งของคู่แข่งโดยมีความคุ้มค่าคุ้มราคามากกว่าเนื่องจากมันถูกกว่า Z4 และ SLC ถึง 1 ล้านบาท 

สไตล์ที่มีความงดงาม เอกลักษณ์ของสายพันธุ์รถเปิดหลังคาบวกความสนุกหลังพวงมาลัยคือสิ่งที่คุณจะได้จากรถรุ่นนี้ MX-5 ND มีให้ครบๆ หากไม่แคร์เรื่องการเก็บเสียงที่ย่ำแย่ของมัน ราคา 2.7 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นตัวเลขอัตราภาษีที่เกิดจากการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ตัวถังมีรายละเอียดที่สวยงามมากพอที่จะได้รางวัล Japan Car of The Year 2016 เป็นรถสปอร์ตคันเล็กบนถนนที่คนชอบมองจนบางครั้งทำให้รู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกที่ได้จากการขับไม่เหมือนรถสปอร์ตทั่วไป เป็นรถที่คนของ Mazda มีความภาคภูมิใจไม่ต่างจาก RX-7 พวงมาลัยแม้จะเบาแต่คมสุดๆ และไวจนต้องระวังเมื่อขับที่ความเร็วสูง วิศวกรของ Mazda ทุ่มเทจนหมดหน้าตักเพื่อสร้าง MX-5 ND รุ่นใหม่ให้ออกมาโดนใจนักเลงโรสเตอร์มากที่สุดและพวกเค้าก็ทำได้สำเร็จซะด้วย หากให้เลือกระหว่าง Mercedes Benz SLC 300 AMG  3.9 ล้านบาท / BMW Z4 sDRIVE 20i M-Sport 3.9 ล้านบาท / Porsche 718 Boxster 7.2 ล้านบาท / Audi TT Roadster 2.0 TFSi 5.4 ล้านบาท / Toyota GT86 2.7 ล้านบาท / Subaru BRZ 2.1 ล้านบาท แน่นอนว่านักเลงรถส่วนใหญ่จะมองไปที่ Porsche 718 Boxster อย่างไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับผม ขอเป็น MX-5 ND รุ่น 1.5 ลิตรที่ไม่มีขายในไทยพร้อมเกียร์ธรรมดาสุดบรรเจิ่ด ไม่ต้องจ่ายแพงกว่าแต่ก็ได้ของดีเหมือนกัน หรือคุณว่าไม่จริง?.

MAZDA MX-5 ND 2.0SPORT ENGINE & MECHANICS

ENGINE
Engine type SKYACTIV®10-G 2.0L DOHC 16-valve 4-cylinder with VVT
Horsepower 155 hp @ 6,000 rpm
Torque 148 lb-ft @ 4,600 rpm
Redline 6,800 rpm
Displacement (cc) 1,998
Bore x stroke (mm) 83.5 x 91.2
Compression ratio 13 : 1
Fuel system Electronically controlled fuel injection
Recommended fuel Premium unleaded, 91 octane or greater
Minimum octane requirement (R+M/2) Regular unleaded, 87 octane or greater
Valvetrain Chain-driven dual overhead cams, 4 valves per cylinder with variable intake valve timing (VVT)
Ignition system Distributor-less ignition
Engine block Aluminum alloy
Cylinder head Aluminum alloy
Emission control type (Fed/Cal) ULEV / Tier2 Bin5

EPA-ESTIMATED FUEL ECONOMY
Manual transmission (city/hwy/combined)1 27 / 34 / 30
Automatic transmission (city/hwy/combined)1 27 / 36 / 30

DRIVETRAIN
Type Front-midship engine, rear-wheel drive
Manual transmission SKYACTIV®-MT 6-speed manual transmission with short-throw shifter
Automatic transmission SKYACTIV® 6-speed Sport automatic transmission with paddle shifters

GEAR RATIOS (:1) 6 MT
1st 5.087
2nd 2.991
3rd 2.035
4th 1.594
5th 1.286
6th 1.000
Reverse 4.696
Final drive 2.866

GEAR RATIOS (:1) 6 AT
1st 3.538
2nd 2.060
3rd 1.404
4th 1.000
5th 0.713
6th 0.582
Reverse 3.168
Final drive 3.454

CHASSIS
Chassis Monocoque unibody with backbone frame construction and front and rear suspension subframes
Brakes 4-wheel disc
- Front 11-inch vented disc with single piston calipers
- Rear 11-inch solid disc with single piston calipers
- ABS 4-wheel, 4-channel with Electronic Brakeforce Distribution (EBD)
Steering type Rack-and-pinion
Power assist Double pinion electric power assist (DP-EPAS)
Overall steering ratio 15.5:1
Steering wheel turns, lock-to-lock 2.7
Turning circle diameter, curb-to-curb (ft) 30.8

Suspension 4-wheel independent
- Front Double wishbone with aluminum control arms and monotube dampers
- Rear Multi-link with aluminum bearing support and monotube dampers
Shock absorbers Monotube

Wheel size (in) 17 x 7-in. aluminum
Tire size and type P205/45 R17 84W Bridgestone Potenza S001 high-performance tires

WEIGHTS & CAPACITIES
Curb weight 1,075 kg (AT)
Weight distribution % (front/rear) 53/47
Fuel capacity (gallons) 11.89

EXTERIOR
EXTERIOR FEATURES
LED Headlights
LED Taillights
Daytime Running Lights
Body-colored front, rear bumpers and door handles
Aluminum hood
Aluminum trunk lid
Solar-control/green tinted windshield
Variable-intermittent windshield wipers
Black cloth convertible top
Black power side mirrors
Glass rear window
Rear-mounted mast antenna
Black seat back bar trim

WHEELS & TIRES
17-inch silver aluminum-alloy wheels
205/45 R17 high-performance tires
Tire puncture repair kit

EXTERIOR DIMENSIONS
Wheelbase  2,308 mm
Track, front 1,496 mm
Track, rear 1,502 mm
Length 3,914 mm
Width 1,734 mm
Height 1,234 mm
Minimum Ground Clearance, Laden 124 mm


SAFETY & SECURITY
SAFETY
Dual front airbags3
Side impact airbags3
Side impact door beams
Three point safety belts with pretensioners and force limiters

SECURITY
Engine Immobilizer
Tire-Pressure Monitoring System (TPMS)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358