Hyundai Staria รถตู้อเนกประสงค์คันนี้ เพิ่งจะได้รับการปรับโฉมใหม่มาสดๆร้อนๆ นั่นก็คือ รุ่นปรับปรุงใหม่ประจำปี 2026 เป็นรุ่นท็อปสุด Premium HEV ซึ่งเป็น Staria ที่ใช้ระบบส่งกำลังไฮบริดเป็นคันแรก การปรับโฉมและเพิ่มระบบส่งกำลังไฮบริด HEV ของ Hyundai ในครั้งนี้ ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของรถตู้โมเดล Staria นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2021 ดีไซน์แห่งอนาคตของหม้อทอดไร้น้ำมันคันนี้ จากเดิมที่มีเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล ตอนนี้มีรุ่นไฮบริดให้เลือกและวิ่งเรื่อยๆก็ประหยัดใช้ได้ในเกณฑ์ 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 เทอร์โบ + ระบบไฮบริด เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัปใหม่ที่มีให้เลือกอยู่แล้วได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล และมาพร้อมเบาะ 11 ที่นั่ง รุ่นไฮบริดยังเน้นความหรูหราอย่าง Staria premium แบบ 11 ที่นั่ง ซึ่งเป็นคันที่ผมดสอบ
The new STARIA Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Modern ราคา 2,099,000 บาท
Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Premium ราคา 2,399,000 บาท
สำหรับครอบครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะหัวหน้าครอบครัวที่ต้องรับบทบาทที่มีความหลากหลายเป็นได้ทุกอย่างและต้องดูแลทุกคนในครอบครัวยามเดินทางให้ดีๆ Hyundai new STARIA Hybrid ออกแบบมาเพื่อรองรับภารกิจในแต่ละวัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งลูก ดูแลคุณพ่อคุณแม่สูงวัย ซึ่งขึ้นลงรถได้สะดวก หรือออกเดินทางท่องเที่ยวแบบพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวด้วยรถคันเดียว ยพื้นที่กว้างขวางรองรับได้ถึง 11 ที่นั่ง ห้องโดยสารพรีเมียม เทคโนโลยีเทอร์โบ ไฮบริด และความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน พร้อมสำหรับทุกภารกิจ มิติตัวถัง Hyundai Staria HEV ความยาว 5,253 มิลลิเมตร กว้าง 1,997 มิลลิเมตร สูง 1,990 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 3,273 มิลลิเมตร พื้นที่บรรทุกสัมภาระ 117 ลิตร (เมื่อวัดจากพื้นที่หลังเบาะแถวที่สาม) 431 ลิตร (เมื่อพับเบาะแถวที่สามลง)
จุดเด่นของ Hyundai Staria Hybrid Premium
MPV Hybrid ระดับพรีเมียม 11 ที่นั่ง ผสานพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางและความสะดวกสบายเข้ากับสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนไฮบริด เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและการเดินทางที่มีผู้โดยสารหลายคน
Turbo Hybrid Technology ขุมพลังเบนซินเทอร์โบไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาให้ทำงานเงียบยิ่งขึ้น ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
e-Motion Drive เทคโนโลยีควบคุมการขับขี่ที่ประสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับระบบแชสซี เพื่อยกระดับ ความนุ่มนวลในการโดยสาร ความแม่นยำในการควบคุม และเสถียรภาพของตัวรถ ช่วยให้การขับขี่สะดวกสบาย คล่องตัว และมั่นใจยิ่งขึ้นในหลากหลายสถานการณ์ ประกอบด้วย
e-Ride – Electrically Controlled Ride Comfort ควบคุมมอเตอร์เพื่อลดการสั่นและการโยนตัวขณะขับผ่านเนินชะลอความเร็ว ช่วยให้รถทรงตัวนิ่งและนุ่มนวลยิ่งขึ้น
e-Handling – Electrically Assisted Handling Performance ควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้งเพื่อรักษาการยึดเกาะของยาง ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวและเสถียรภาพของรถ
e-EHA – Electrically Evasive Handling Assist ช่วยเสริมการควบคุมรถในจังหวะหักหลบสิ่งกีดขวางด้านหน้า ด้วยการควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหลบหลีก
e-Traction – Electrically Assisted Tracking Performance ควบคุมมอเตอร์เพื่อเพิ่มการยึดเกาะและเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ช่วยให้รถรักษาแนวการเคลื่อนที่และทรงตัวได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น
ห้องโดยสาร 11 ที่นั่งพรีเมียม ออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มความสบายในการโดยสาร พร้อมพื้นที่กว้างขวาง รองรับการใช้งานของครอบครัวและการเดินทางแบบหมู่คณะได้อย่างลงตัว
ดีไซน์ภายนอกโฉมใหม่ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้า LED Projector พร้อม ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายใหม่ และเพิ่มสีใหม่ Galaxy Maroon Pearl
ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง และ Smart Power Tailgate เพิ่มความสะดวกในการขึ้น-ลงรถ การขนสัมภาระ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่และหน้าจอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
Hyundai SmartSense ชุดเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะรวม 15 ระบบ เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง
Hyundai Bluelink ระบบเชื่อมต่อรถและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน เพิ่มความสะดวกในการใช้งานและการดูแลรถ
Hyundai new STARIA Hybrid มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Creamy White, Abyss Black Pearl และ Galaxy Maroon Pearl
การออกแบบภายนอก (Exterior Design)
Hyundai new STARIA Hybrid ถ่ายทอดแนวคิด Premium MPV ผ่านรูปทรงที่ล้ำสมัย เรียบหรู และมีเอกลักษณ์ พร้อมปรับรายละเอียดใหม่เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ดีไซน์กันชนหน้าและกระจังหน้าโฉมใหม่
กระจกบังลมหน้าและกระจกคู่หน้าแบบ Solar ช่วยลดความร้อนจากแสงแดด
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
ไฟหน้า LED โดยรุ่น Modern เป็นแบบ Multi-Reflector และรุ่น Premium เป็นแบบ Projector
ไฟท้าย Parametric Pixel LED เอกลักษณ์เฉพาะของ Hyundai
กระจกหน้าต่าง Flush Glass บริเวณประตูสไลด์
กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED
ประตูสไลด์ไฟฟ้า พร้อมระบบ Smart ทั้งสองด้าน
ประตูท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบ Smart
รุ่น Premium เพิ่ม Dual Wide Sunroof และกระจกบังลม/กระจกคู่หน้าลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร
ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/55 R18
สีตัวถัง Creamy White, Abyss Black Pearl และ Galaxy Maroon Pearl โดย Galaxy Maroon Pearl มีเฉพาะรุ่น Premium
ภายนอกของรุ่นปรับโฉมดูทันสมัย และมีกลิ่นอายเรโทรยุค 80s แต่จุดเด่นที่แท้จริงของ Staria อยู่ภายในห้องโดยสาร ซึ่งในรุ่นนี้มีดีที่ความจุผู้โดยสาร รถทดสอบ ตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำมาตรฐาน โทนสีนี้ครอบคลุมตั้งแต่เบาะนั่งหุ้มหนัง ทั้ง 11 ตำแหน่ง รวมถึงเบาะ 2 ตัว แยกอิสระในแถวที่ 3 ไปจนถึงการบุเสาเก๋ง บุผ้าหลังคา และแผงคอนโซลหน้าส่วนบนทั้งหมดด้วยวัสดุหนังกลับ Suede คุณภาพงานประกอบถือว่ายอดเยี่ยมพิถีพิถัน ไม่มีร่องรอยของการลดต้นทุนให้เห็น แม้กระทั่งที่บังแดดก็ยังบุด้วยผ้าหนังกลับผิวสัมผัสเนียนมือ ขณะที่จุดสัมผัสต่างๆ ทั้งหมดถูกยกระดับความพรีเมียม ตั้งแต่ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ คิ้วบันไดสแตนเลสปั๊มโลโก้ Staria ไปจนถึงแป้นเกียร์หุ้มโลหะที่ย้ายมาอยู่ด้านขวาของคอพวงมาลัย Staria รุ่นปรับโฉมออกแบบแผงคอนโซลด้วยดีไซน์ใหม่ เน้นแนวนอนเปิดพื้นที่ชั้นวางของให้กว้างขวางยิ่งขึ้น อย่างที่บอกว่าคันเกียร์ถูกย้ายตำแหน่งไปไว้ที่ด้านขวาของคอพวงมาลัย ควบคู่ไปกับพวงมาลัยดีไซน์ใหม่ล่าสุดของ Hyundai ทำให้พื้นที่เดิมกลายเป็นที่วางแก้วน้ำ และของกระจุกกระจิก รวมถึงที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
พวงมาลัยทรงใหม่แบบสี่ก้าน ให้สัมผัสการจับดี มีสวิชท์มัลติฟังก์ชันมาให้ใช้งานที่บริเวณก้านวงทั้งซ้ายและขวา มีสวิชท์ปรับโหมดการขับเคลื่อนที่อยู่ต่ำลงมาทางซ้าย การจัดวางเค้าโครงภายในห้องโดยสารโดยรวมทำให้ใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ในแต่ละตำแหน่งที่นั่งได้อย่างชาญฉลาด ช่องเก็บของมากจนคุณอาจลืมว่าใส่อะไรไว้ตรงไหนด้วยซ้ำ แผงประตูคู่หน้าทรงสูงที่มีช่องเก็บของถึงสามระดับต่างขนาด รองรับการใช้งานตั้งแต่การเสียบปากกาในช่องบนสุด ไปจนถึงการวางขวดน้ำและสิ่งของขนาดใหญ่ในช่องด้านล่าง
ห้องโดยสารได้รับการปรับให้มีความทันสมัยและพรีเมียมยิ่งขึ้น พร้อมจัดวางฟังก์ชันเพื่อการใช้งานที่สะดวก เบาะนั่งพรีเมียมดีไซน์ใหม่ รองรับสูงสุด 11 ที่นั่ง New Head Rest พนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่ รองรับสรีระได้ดียิ่งขึ้น หน้าจอแสดงผลการขับขี่ LCD ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบเปลี่ยนเกียร์ Electronic Shift-by-Wire แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shifter เบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake พร้อม Auto Hold กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ Electro-chromatic (ECM) รุ่น Premium เพิ่มความพรีเมียมด้วยวัสดุตกแต่ง Suede, Ambient Mood Lighting, แผงคอนโซลลายตะเข็บพิเศษ, พวงมาลัยหนังเจาะรู และวัสดุตกแต่งโครเมียมภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบปรับเบาะอุ่น/เย็น แถวที่ 1 พื้นที่รองรับผู้โดยสารสูงสุด 11 ที่นั่ง ห้องโดยสารกว้าง มีพื้นที่โดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกควบคุมหน้า–หลัง ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
คอนโซลกลางติดตั้งปุ่มกด Physical buttons สำหรับระบบปรับอากาศ พร้อมแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายที่มีระบบยึดแม่เหล็ สามารถชาร์จได้ครั้งละหนึ่งเครื่องเท่านั้น ส่งผลให้ผู้โดยสารตอนหน้าต้องเสียบใช้งานผ่านพอร์ต USB- A/C สองช่องด้านหน้าแทน การเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนเข้ากับระบบอินโฟเทนเมนต์ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้วบริเวณกลางคอนโซลทำได้อย่างสะดวก ระบบเสียง Bose Centrepoint ให้คุณภาพเสียงคมชัด เลือกถ่ายทอดเสียงไปยังพื้นที่เฉพาะส่วนในห้องโดยสารผ่านลำโพงทั้ง 12 ตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ ในจุดนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี
จากตำแหน่งผู้ขับขี่ มีปุ่มกดสำหรับเปิดใช้งานกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา รวมถึงหน้าจอมอนิเตอร์กล้องตรวจจับเบาะนั่งแถวที่สอง ซึ่งแสดงผลภาพคมชัดชัดเจน ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จะมีกล่าวถึงอย่างละเอียดในส่วนของการทดสอบขับขี่ด้านล่าง รวมถึงระบบแสดงภาพมุมอับสายตาผ่านกล้อง (Blind-Spot View Monitor) บนหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว กล่องคอนโซลกลางมีขนาดใหญ่โตโพลก และตกแต่งด้วยไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Lighting ที่พาดยาวตลอดแนวแผงคอนโซลหน้า รวมถึงโดยรอบห้องโดยสารครอบคลุมไปถึงเบาะนั่งแถวที่สาม เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศ (เบาะเย็น) และระบบอุ่นเบาะ เบาะนั่งแถวกลางสามที่นัง เบาะแถวที่สามแบบ Captain’s Chair ติดตั้งอยู่บนรางคู่และสามารถปรับตำแหน่งได้ด้วยคันเลื่อนแบบแมนนวล ชุดปุ่มกดเหนือศีรษะบริเวณคนขับ สำหรับสั่งเปิด-ปิดประตูสไลด์ข้างและฝาท้ายไฟฟ้า
ด้านหลังของคอนโซลกลาง มีช่องวางแก้วน้ำแบบพับเก็บได้ พอร์ต USB-C สองช่อง และเก๊ะเก็บของด้านล่าง พร้อมชุดปุ่มกดสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง มาพร้อมหน้าจอแสดงผลอุณหภูมิ งปุ่มสั่งงานเปิด-ปิดประตูสไลด์ไฟฟ้า กระจกของประตูสไลด์ ออกแบบให้มีช่องที่สามารถเปิด-ปิดเลื่อนรับลมได้ ควบคู่ไปกับกระจกนิรภัยแบบความเป็นส่วนตัว สำหรับผู้โดยสารแถวที่สองและแถวที่สาม จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ซึ่งมีจุดยึด ISOFIX 2 ตำแหน่ง และจุดยึด Top-Tether 2 ตำแหน่งเฉพาะในเบาะแถวที่สอง เบาะแถวที่สี่ แะถวสุดท้ายเป็นแบบพับยาว (Bench seat) ซึ่งสามารถพับราบด้วยมือ หรือปรับตั้งองศาการพนักพิงได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมพอร์ต USB-C ติดตั้งอยู่ที่เสาเก๋งทั้งสองฝั่ง มีลำโพงและช่องแอร์ยาวครอบคลุมไปถึงผู้โดยสารแถวหลังสุด รวมถึงถุงลมนิรภัยม่านข้าง (Curtain airbags) ม่านบังแดดแบบปรับมือ พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังเบาะแถวที่สามมีเพียงพอสำหรับวางกระเป๋าเดินทาง และ—ในกรณีการทดสอบของเรา สามารถวางกล่องใส่หนังสือได้หลายกล่อง ทว่าฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้ามาตรฐาน อาจทำให้การเข้าถึงพื้นที่สัมภาระทำได้จำกัดในบางพื้นที่ เนื่องจากตัวรถมีความสูงค่อนข้างมาก จำเป็นต้องมีระยะเว้นว่างด้านหลังรถเกือบ 6 เมตร จึงจะสามารถจอด Staria และเปิดฝาท้ายไฟฟ้าขึ้นได้เต็มระยะ
ระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 132 กิโลวัตต์ 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 265 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 กิโลวัตต์ รับพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโพลิเมอร์ขนาด 1.49 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ส่งกำลังลงสู่ล้อคู่หน้า ไม่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ให้เลือก กำลังรวมทั้งระบบอยู่ที่ 180 กิโลวัตต์ 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามสเปกโรงงานอยู่ที่ 6.5 ลิตร/100 กม. (ประมาณ 15.38 กม./ลิตร) ขับจริงที่ความเร็ว 100-กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้กลายเป็น Staria รุ่นที่ประหยัดน้ำมันที่สุด เมื่อเทียบกับรุ่นดีเซลที่มีอัตราสิ้นเปลือง 13.88 กม./ลิตร
จากการทดสอบ ตัวเลขออกมาที่ ใช้น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 95 วิ่งจากกรุงเทพฯไปยังสระบุรีแล้ววกรถกลับทันที ถังน้ำมัน เล็กกว่ารุ่นดีเซลอยู่ 10 ลิตร ทั้งสองรุ่นนั้นสามารถวิ่งถึงที่หมายได้โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมันในระบะทาง 500 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยรวมตลอดวันกับการทดสอบ Staria Hybrid อยู่ที่ระดับ 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร ระบบไฮบริดช่วยทำให้ประหยัดได้จริง การเดินทางสั้นๆที่ความเร็วต่ำ ทำตัวเลขประหยัดได้ถึง 22.22 กม./ลิตร
ข้อมูลทางเทคนิค Hyundai Staria Lounge
เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบ
กำลังเครื่องยนต์: 132 กิโลวัตต์ / 265 นิวตัน-เมตร
ระบบไฮบริด มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว
กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 54 กิโลวัตต์ / 304 นิวตัน-เมตร
กำลังรวมทั้งระบบสูงสุด: 180 กิโลวัตต์ / 367 นิวตัน-เมตร
แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออนโพลิเมอร์ ขนาด 1.49 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)
น้ำหนักตัวรถเปล่า 2,387 กิโลกรัม
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. (เคลม) ?
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 6.5 ลิตร / 100 กิโลเมตร
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน (ทดสอบจริง) 14 กิโลเมตรต่อลิตร
ความจุถังน้ำมัน 65 ลิตร
ประเภทน้ำมันที่รองรับเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 91-95
การปล่อย CO2: 147 กรัม / กิโลเมตร
มาตรฐานไอเสีย Euro 5
คาแรกเตอร์การขับของ Staria ถ่ายทอดต่อเนื่องมาจาก H1 ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ล้ำสมัย การจัดวางห้องโดยสารที่ใช้งานได้จริงและให้ความมั่นใจในการควบคุม ความง่ายของการใช้งาน เป็นรถตู้ที่แม้จะมีมิติตัวถังยาวถึง 5,253 มม. แต่กลับขับง่ายและประหยัดน้ำมัน ตำแหน่งเบาะนั่งคนขับนั่งสบาย พื้นที่เหลือเฟือ—พื้นที่เหนือศีรษะ โปร่งกว้าง จุดที่ดีก็คือวิสัยทัศน์รอบคันที่มองเห็นได้อย่างโปร่งโล่ง กระจกมองข้างใหญ่ กระจกมองหลังตัดแสงให้มุมมองด้านท้ายกว้างพอดี มีระบบเตือนมุมอับสายตาแล้ว มีกล้องแสดงภาพมุมอับสายตาด้านข้างตัวรถที่จะเล่นภาพขึ้นมาบนหน้าจอเมื่อเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว เป็นฟังก์ชันที่ให้มานานแล้ว ส่วนความรู้สึกแรกในการขับ Staria รถมีความยาวและหมุนเลี้ยวโดยใช้เพลาหน้าเป็นจุดหมุน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังขับรถคันใหญ่ แต่ใช้เวลาไม่นานคุณก็จะคุ้นชินว่ามันคล่องตัวดีเมื่อขับในเมือง พวงมาลัยหมุนได้กว้างถึง 3.4 รอบ (Lock-to-lock) และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ก็ช่วยได้มากในการเข้าจอดและการซอกแซกผ่านช่องว่างท่ามกลางการจราจรติดขัด
งานดีไซน์ด้านหน้าตามสมัยนิยม คาแรกเตอร์ของ Staria ถ่ายทอดต่อเนื่องมาจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ล้ำสมัย การจัดวางห้องโดยสารที่ให้ความมั่นใจ และความใช้งานง่าย ออกมาเป็นรถตู้ที่แม้จะมีมิติตัวถังยาวถึง 5,253 มม. แต่กลับขับง่ายและประหยัดน้ำมัน ตำแหน่งเบาะนั่งคนขับนั่งสบายสุด พร้อมพื้นที่เหลือเฟือ—พื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) โปร่งกว้างจนทุกคนในครอบครัวใส่หมวกซอมเบรโรไปเที่ยวเทศกาลอาหารเม็กซิกันได้พร้อมกันโดยไม่มีปัญหา—ขณะที่วิสัยทัศน์รอบคันทำได้อย่างยอดเยี่ยม กระจกมองข้างมีขนาดใหญ่ กระจกมองหลังตัดแสงให้มุมมองด้านท้ายกว้างพอดี และในยามเดินทาง นอกจากจะมีระบบเตือนมุมอับสายตาแล้ว ยังมีกล้องแสดงภาพมุมอับสายตาด้านข้างตัวรถที่จะเล่นภาพขึ้นมาบนหน้าจอเมื่อเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว
สำหรับการเดินทางเมื่อขับก็ยิ่งเน้นย้ำความคล่องตัวและไดนามิกที่ดีของรถ MPV พวงมาลัยเบามือ การยึดเกาะที่ดี และการตอบสนองที่ไวของมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การควบคุมรถที่มีขนาดใหญ่เท่ากับคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป ระบบเบรกหยุดรถที่มีน้ำหนักตัว 2,387 กก. ได้อย่างมั่นใจ เครื่องยนต์เบนซิน ร่วมแกนขับเคลื่อนกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยเปลี่ยนสลับไปมาได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ในทั้ง 3 โหมดการขับขี่ เริ่มจาก Eco ซึ่งเป็นโหมดที่ใช้งานมากที่สุด, Sport ซึ่งจะเปลี่ยนหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลเป็นโทนสีแดง คันเร่งตอบสนองเร็วขึ้นและกินน้ำมันมากขึ้นอีกนิด และ Smart ซึ่งจะคำนวณรูปแบบการขับเคลื่อนที่เหมาะสมที่สุดตามน้ำหนักเท้าขวาของคนขับเนื่องจากมวล 2.3 ตัน ทำให้อัตราเร่งจังหวะออกตัวไม่ได้หวือหวาท้ารบ Staria มีกำลังมากพอที่จะพาตัวรถพุ่งออกไปอย่างทันใจ ไม่รู้สึกอืดและยังคงความนุ่มนวล ลองคิ๊กดาวน์กดคันเร่งมิดจะมีเสียงเครื่องยนต์คำรามคำรามออกมาให้ยิน แต่ก็เร่งได้ไม่เร็วเหมือนที่คิดเอาไว้แต่ก็ไม่ได้ช้า
ที่ความเร็วต่ำ มอเตอร์ไฟฟ้ามีความเงียบสงบ ช่วยเพิ่มความประณีตในการเดินทาง ระบบยังสามารถสลับไปวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้แม้ใช้ความเร็ว 110 กม./ชม. บนไฮเวย์ เป็นขุมพลังที่ลงตัว ทั้งเรื่องแรงบิดและความประหยัด โดยยังคงความนุ่มนวลและควบคุมได้ง่าย การเก็บเสียงพอใช้ได้ เริ่มได้ยินเสียงลมปะทะเบาๆ ที่ความเร็วเกิน 75 กม./ชม. ขึ้นไป แต่ส่วนใหญ่เสียงลมมักจะถูกกลบด้วยเสียงรอยต่อถนนและพื้นผิวทางขรุขระของทางหลวงข้ามจังหวัดมากกว่า เมื่อใช้ความเร็วสูงบนทางยกระดับไฮเวย์ พวงมาลัยค่อนข้างไร้ความรู้สึกตรงกลาง แม้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่พวงมาลัยหุ้มหนังจับสบายวงนี้มีระยะฟรีตรงกลางค่อนข้างเยอะ ทำให้ต้องใช้การหมุนพวงมาลัยมากว่าปกติเล็กน้อยเมื่อต้องการเปลี่ยนทิศทาง ก็ต้องสาวพวงมาลัยหลายรอบยามนำรถเข้าจอด สิ่งที่คุณต้องระวังอีกเรื่องคือระยะ เมื่อจะเปิดฝาท้ายไฟฟ้า จากความสูงหลังคา Staria ที่ 1,990 มม. ทำให้จากการกะคร่าวๆ ของเรา ต้องใช้ระยะเว้นว่างด้านหลังรถเพิ่มอีกราว 450 มม. ฝาท้ายจึงจะยกเปิดได้สุด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ช่วงล่างจะออกไปในแนวเฟิร์มแน่นตึงๆ เนื่องจากสปริงต้องรองรับน้ำหนักผู้โดยสารถึง 9 คน แต่ไม่ถึงกับกระด้างจนโดด แรงสะเทือนจากแรงสั่นสะเทือนพื้นผิวถนนมีส่งผ่านแชสซีและพวงมาลัยเข้ามาบ้าง พวกลูกระนาดหรือคอสะพานเท่านั้นที่ส่งแรงกระแทกเข้ามาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะที่ด้านหลัง ซึ่งมักจะมีเสียงตึงตังตามมา
รุ่นปรับโฉมปี MY27 เปลี่ยนระบบส่งกำลังเป็นไฮบริด ต้องมีการปรับปรุงระบบกันสะเทือนกันใหม่หมด ทั้งการรีวาล์วโช้คอัพหน้า-หลังใหม่ เพิ่มบูชซับเฟรมที่ด้านหน้า ใช้บูชไฮดรอลิก (Hydro bushings) ใหม่ที่ด้านหลัง ซึ่งเป็นระบบกันสะเทือนแบบคอยล์สปริง การปรับช่วงล่างใหม่เป้าหมายคือ เพื่อให้นั่งสบายยิ่งขึ้น ซุ้มล้อหลังบุแผ่นซับเสียงใหม่เพื่อให้ห้องโดยสารแถวที่สองและสามเงียบขึ้น มีการเพิ่มฉนวนกันความร้อนและเสียงที่ผนังห้องเครื่องและแผงคอนโซลหน้าเพื่อลดเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร การปรับแต่งแชสซีช่วยเสริมความมั่นคงให้กับตัวรถ เมื่อต้องวิ่งสวนทางหรือแซงรถบรรทุก 18 ล้อบนไฮเวย์ ก็ไม่สามารถทำให้ Staria ออกอาการแกว่งหรือซวนเซโคลงเคลง เนื่องจากขนาดและน้ำหนักระดับพี่บิ้ก การเซ็ตระบบรองรับและแชสซีทำให้มันไม่ใช่ตู้เหล็กโยกเยก แต่เป็นรถ MPV ขนส่งผู้โดยสารที่ปรับทุกอย่างมาเกือบจะลงตัว ไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบเหมือนรถตู้หรู 4 ที่นั่ง แต่ใช้งานได้จริง ไม่ได้ประณีตเหมือนรถ SUV ของ Hyundai อย่าง Santa Fe แต่ก็เป็นรถที่ขับง่ายและนั่งสบาย เบาะนั่งที่สบายตัวตลอดการเดินทางไกล มีปีกเบาะที่โอบกระชับ รั้งตัวคนขับให้อยู่กับที่เมื่อเข้าโค้งบนถนนคดเคี้ยว ระบบนำทางและอินโฟเทนเมนต์ของ Staria HEV ทำงานได้ไหลลื่น เชื่อมต่อทีเดียวก็ใช้งานได้แบบไม่มีหลุด
ตำแหน่งท่านั่งสไตล์ MPV สำหรับคนที่เคยขับรถตู้ก็จะคุ้นชินกับท่านั่งที่ค่อนข้างสูง มองเห็นได้รอบตัว บานประตูคนขับเปิดมุมมองใหม่ ด้วยการออกแบบให้มีพื้นที่กระจกมากเป็นพิเศษ ความโปร่งโล่งที่เกิดจากงานดีไซน์ทำให้รู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกัน ตำแหน่งของพวงมาลัยปรับได้สี่ทิศทาง ส่วนเบาะคนขับก็ใส่ระบบปรับไฟฟ้ามาให้ สำหรับเบาะโดยสารตอนหน้า ใช้การปรับด้วยมือซึ่งน่าจะเป็นไฟฟ้าคู่หน้าได้แล้ว เบาะแถวที่สอง สาม และแถวสุดท้าย เนื่องจากเป็นรถ 11 ที่นั่ง ทำให้การนั่งบนเบาะโดยสารตอนหลังไม่สบายเท่าที่ควร
เนื่องจากมีราคาสูสีกับรถยนต์ไฟฟ้า MPV หรูของจีน แต่ Staria จะมีความสูงทำให้โปร่งโล่งมากกว่า การมี 11 ที่นั่งของ Staria แม้จะนั่งไม่สบาย แต่ภาษีนำเข้าที่ต้องจ่ายให้ภาครัฐยังถูกกว่าการปรับเป็นรถ MPV นำเข้าแบบ 6 ที่นั่ง ถ้าจะเอารถตู้รุ่นนี้มารับคุณพ่อคุณแม่ที่สูงวัยไว้ออกเที่ยว หรือมีลูกแค่สองคนแต่ชอบการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด ผมแนะนำให้เปลี่ยนเเบาะแถวกลางแบบ VIP ปรับไฟฟ้าพร้อมการเอนเบาะให้กลายเป็นโซฟาเพื่อพักผ่อนยามเดินทาง สำหรับเบาะแถวที่สาม ถ้าปรับเปลี่ยนมาเป็นเบาะแบบ 2 ที่นั่งก็จะมีพื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มมากขึ้น เบาะแถวที่ 4 ในรถ 11 ที่นั่ง ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายลดลง เมื่อเอาออกไปก็จะได้ที่เก็บกระเป๋ามากกว่าเดิม อุปกรณ์ที่ให้มาถือว่าพอใช้ได้ เครื่องเสียงพร้อมลำโพงดี งานประกอบภายในจากเกาหลีแน่นหนา บางคนไม่ชอบโทนสีของผ้าบุหลังคา แต่ผมว่า สีดำของผ้าบุหลังคาถือว่าทำออกมาได้กลมกลืนกับโทนสีภายในห้องโดยสาร
มาตรวัดอ่านค่าได้ชัดเจนและมีลูกเล่นที่ใส่มาให้อีกเพียบ การยกไฟเลี้ยวแล้วภาพจากกล้องมองข้างแสดงผลที่หน้าปัดในแต่ละด้าน เมื่อคุณต้องการจะเลี้ยวแล้วเปิดไฟเลี้ยว ภาพมุมด้านซ้ายหรือขวาจะแสดงผ่านมาตรวัดซ้าย-ขวา ขึ้นอยู่กับการยกไฟเลี้ยว ช่วยทำให้ไม่ต้องละสายตาไปมองกระจกมองข้าง และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เบรกมือไฟฟ้ากับระบบ Auto Brake Hold ช่วยลดอาการเมื่อยขาเมื่อขับในเมืองท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่น ที่ชอบก็คือ บานประตูไฟฟ้าแบบสไลด์ทั้งสองฝั่ง การเข้าออกจากห้องโดยสารในพื้นที่ด้านหลังมีความสะดวก สามารถกดรีโมตเพื่อสั่งงานให้บานประตูเปิดออกเองได้โดยอัตโนมัติ ถามว่าน่าใช้มั้ย ก็ตอบตรงนี้ว่า ถ้าเป็น 6 ที่นั่ง ในราคา 2.3 ล้านบาท จะน่าใช้มากกว่านี้.
ระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go SCC (Smart Cruise Control with Stop and Go)
ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FCA (Forward Collision-avoidance Assist)
ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก FCA-JT (Forward collision-avoidance Assist with Junction Turning)
ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน LKA (Lane Keeping Assist)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LFA (Lane Following Assist)
ระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา BCA (Blind-Spot Collision-Avoidance Assist)
ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ RCCA (Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist)
กล้อง Surround View Monitor ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยขณะจอด
ระบบกล้องมองภาพจุดอับสายตา BVM (Blind-spot View Monitor)
ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ HBA (High Beam Assist)
ระบบป้องกันการเปิดปรช่องชาร์จ USB Type-C สูงสุด 7 ตำแหน่ง
ฟีเจอร์และเทคโนโลยี (Technology & Safety)
หน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto Hyundai Bluelink ระบบเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชัน เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ระบบแจ้งเตือนความดันลมยาง Tyre pressure monitoring system (TPMS) ระบบสัญญาณกันขโมย และระบบกุญแจ Immobilizer จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX รุ่น Premium มาพร้อมระบบเสียง BOSE 12 ลำโพง และ Wireless Charger
ระบะตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง SEA (Safe Exit Assist)
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า DAW (Driver Attention Warning)
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ LVDA (Leading Vehicle Departure Alert)
ระบบช่วยจำกัดความเร็ว MSLA (Manual Speed Limit Assist)
ระบบแจ้งเตือนให้เช็คผู้โดยสารด้านหลัง ROA (Rear Occupant Alert)
The new STARIA Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Modern ราคา 2,099,000 บาท
Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Premium ราคา 2,399,000 บาท
ข้อเสนอพิเศษ STARIA Hybrid Privilege Package
อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเ 1.69% พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
Hyundai Smart Care ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่ในการบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร
รับประกันคุณภาพรถ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
สิทธิ์ขยายการรับประกันภายใต้โปรแกรม myHyundaiCare PLUS สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี
พิเศษสำหรับ Hyundai Family รับส่วนลดเพิ่มเติม 20,000 บาท เมื่อจองและรับรถ The new STARIA Hybrid ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนดรายการกำหนด.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


