นี่คือ SUV สำหรับครอบครัวที่น่าชื่นชม ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบและครบเครื่องสมบูรณ์แบบ ไม่ได้มีดีแค่รูปร่างหน้าตาภายนอกและภายในเท่านั้น แต่ยังกว้างขวางและประโยชน์ใช้สอยครบ ตั้งแต่หน้าจรดท้าย ห้องโดยสารมีรายละเอียดการใช้งานจริงที่ฉลาด ช่วยให้ทุกการเดินทางดีขึ้น สไตล์ งานประกอบดี ให้การเดินทางที่นุ่มนวลเงียบสงบ มันจะไม่ใช่รถสปอร์ต แต่ความสอดคล้องของทุกการตอบสนอง ไม่ว่าจะอัตราเร่ง ระบบเบรก หรือพวงมาลัย ถูกปรับเซ็ตมาอย่างลงตัวและคิดมาเป็นอย่างดี ทำให้ Santa Fe ไม่ใช่รถที่ขับแล้วชวนหงุดหงิดหรือน่าเบื่อ แค่ต้องสังเกต ว่า เมื่อใช้รอบสูงเครื่องยนต์จะมีเสียงดังขึ้นมาบ้างเมื่อต้องเค้นกำลังหนักๆ Santa Fe คือยานยนต์ที่โดดเด่นเตะตา ไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำตัวโลว์โปรไฟล์ งานดีไซน์ที่ฉูดฉาด ไม่ได้ทำขึ้นมาเพียงเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่มันถูกรองรับด้วยฟังก์ชันและอรรถประโยชน์การใช้งานที่รังสรรค์มาอย่างประณีต จนทำให้ในเวลานี้ แทบไม่มีรถยนต์รุ่นไหนในตลาดที่จะสามารถต่อกรกับความลงตัว ทั้งในแง่เสน่ห์ความน่าครอบครอง การใช้งานจริง อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และพื้นที่ห้องโดยสาร อย่างที่รถคันนี้ทำได้
Hyundai Santa Fe รถ SUV สำหรับครอบครัวที่มีขนาดใหญ่โต มาพร้อมเบาะ 6 ที่นั่ง มีพื้นที่บรรจุสัมภาระเหลือๆ แถมยังเป็นรถที่รองรับการลากจูงได้อย่างมั่นคงแข็งแกร่ง รูปลักษณ์ภายนอกมีกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Land Rover Discovery ปี 2004 ด้วยทรงกล่องตัดตรงราวกับกล่องตัวต่อ Lego จุดขายของมันแตกต่างจาก Land Rover รุ่นเก่าอยู่พอสมควร นอกเหนือไปจากเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์อันชาญฉลาดที่ถูกพัฒนาเพิ่มเข้ามาตลอดสองทศวรรษ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ของ Santa Fe Hybrid AWD ไม่ได้ติดตั้งระบบเกียร์อัตราทดต่ำ (Low-ratio transmission) หรือระบบล็อกเฟืองท้าย (Diff-locks) มาให้ Santa Fe Hybrid AWD ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างเต็มตัวสำหรับการเป็นยานพาหนะในชีวิตประจำวันของคนเมือง มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการลุยออฟโรดโหดๆ ซึ่งสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว การไม่มีน้ำหนักของเฟืองขับสี่ เกียร์ทรานเฟอร์ และความซับซ้อนของระบบเหล่านั้นถือเป็นเรื่องที่ดี
Hyundai Santa Fe นำเข้า CBU
Santa Fe Hybrid Exclusive 1,479,000 บาท
Santa Fe Hybrid Prestige 1,664,000 บาท
Santa Fe Hybrid Inspiration AWD 1,799,000 บาท (NEW) คันทดสอบ
แล้วคู่แข่งหลักคือรถอะไรกันล่ะ เมื่อต้องการรถแบบ 6-7 ที่นั่ง คู่แข่งที่ชัดเจนที่สุดย่อมหนีไม่พ้น Everest Fortuner MU-X Pajero iCaur V27 CR-V รวมถึง Nissan X-Trail ทาง Hyundai ชูจุดขายว่า Santa Fe Hybrid AWD เป็นเอสยูวีขับสี่ที่มีอุปกรณ์เยอะจนล้น มีการตั้งราคาที่คนทั่วไปพอจะจับต้อได้ พื้นที่ห้องโดยสารกว้าง เทียบเท่ากับ SUV 7 ที่นั่งรุ่นใหญ่ รถคู่แข่งที่บอก มาพร้อมระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ทั้งตัวใหญ่และหนักกว่า แต่ไม่ใช่ว่าทุกรุ่นจะมีพื้นที่แถวสามกว้างพอให้ผู้ใหญ่นั่งได้อย่างสบาย หรือมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายเหลือพอ Santa Fe Hybrid AWD มีพื้นที่ภายในพอเพียงและเทียบกับคู่แข่งได้แบบสบายๆ โดยเฉพาะไดนามิกหลังพวงมาลัยที่ไม่เป็นรองใคร
Hyundai Santa Fe Hybrid ไฟหน้า H-SignatureLED Head Lamps ไฟหน้าดีไซน์ H-Shape แบบ LEDDual Electric Sunroof& Roof Rackหลังคาซันรูฟ ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า 2 บาน H-SignatureLED Rear Lampsไฟท้ายดีไซน์ H-Shape แบบ LED
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ HTRAC AWD ใส่ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว ยาง 255/45 R20 ระบบเสียงพรีเมียมรอบทิศทาง BOSE with External Amplifier ลำโพง 12 ตำแหน่ง สีตัวถังภายนอก มีให้เลือกสีเดียวคือ สีน้ำเงิน Stormy Sea เข้าคู่กับโทนสีภายในห้องโดยสารน้ำตาล Pecan Brown เทคโนโลยีและระบบขับเคลื่อนใต้เรือนร่าง Santa Fe เจเนอเรชันนี้ทำตลาดเฉพาะขุมพลังเบนซิน-ไฟฟ้า (Hybrid) เครื่องยนต์ 4 สูบ ในระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ในรถคันทดสอบที่มาพร้อมกับความหรูหราในสไตล์เกาหลียุคใหม่Hybrid ใช้เครื่องยนต์สันดาปหลักบล็อก เบนซิน 1.6 ลิตร ฉีดตรงติดเทอร์โบ (Direct Injection Turbocharged) ให้กำลัง 158 แรงม้า (bhp) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 64 แรงม้า ให้ กำลังรวมทั้งระบบสูงสุด 235 แรงม้า
ห้องโดยสารโทนสีน้ำตาล สร้างบรรยากาศภายในคล้ายรถยุโรปหรู ดีไซน์ทรงกล่องตัดตรงของภายนอกถูกถ่ายทอดต่อเนื่องมาถึงภายใน แผงคอนโซลหน้าหลักออกแบบเป็นแผ่นแนวนอนตกแต่งอย่างประณีต คอนโซลกลางส่วนใหญ่ใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตำแหน่งที่ฉีกกฎทรงเส้นตรงคือหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ ประกอบด้วยจอแสดงผลผู้ขับขี่และจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอ ซึ่งออกแบบโค้งเข้าหาตำแหน่งผู้ขับ หน้าจอทำงานด้วยตรรกะที่เข้าใจง่ายและใช้งานสะดวกตามสไตล์รถเกาหลี ที่ชอบมากก็คือ มีสวิตช์แบบปุ่มกด Physical switches สำหรับฟังก์ชันที่ต้องกดใช้งานบ่อยๆ เช่น เครื่องเสียง, กล้องมองขณะจอด และโหมดการขับขี่ นอกจากนี้ยังแยกพาเนลระบบปรับอากาศแบบสัมผัสมาให้โดยเฉพาะ ดีกว่าการต้องกดควานหาผ่านหน้าจอหลัก
คันเกียร์เปลี่ยนไปใช้แบบก้านขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่หลังพวงมาลัย เปิดพื้นที่บริเวณคอนโซลกลางให้กลายเป็นช่องเก็บของขนาดใหญ่ คอนโซลกลางออกแบบเป็นแบบสองชั้นเหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้า ด้านล่างเป็นช่องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ สำหรับวางของกระจุกกระจิก ส่วนชั้นบนไว้สำหรับวางแก้วน้ำและแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือ มีของเล่นหรือลูกเล่นล้ำๆ นอกเหนือจากกล่องเก็บของฝั่งผู้โดยสารหน้า ในบางรุ่นย่อยยังมีช่องเก็บของขนาดเล็กที่ติดตั้งระบบฆ่าเชื้อด้วยแสง UV (UV steriliser) ทำงานเฉพาะตอนปิดฝาเท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่า Hyundai ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นเดียวกับฝาปิดที่พักแขนตรงกลางด้านหน้า ที่เปิดได้แบบสองทิศทาง (Double-flip) ทำให้ทั้งผู้โดยสารแถวหน้าและแถวสองสามารถเปิดใช้งานร่วมกันได้
ทั่วทั้งห้องโดยสาร อุดมไปด้วยพอร์ต USB, แท่นชาร์จไร้สาย, ช่องแอร์, ไฟส่องสว่าง, ลำโพง และช่องวางแก้ว นับได้ถึง 16 จุด เรียกได้ว่าจะไม่มีผู้โดยสารตำแหน่งไหนรู้สึกเหมือนนั่งในชั้นประหยัด พื้นที่ห้องโดยสารกว้างพอสมควร เบาะนั่งแถวกลางแยกพับแบบ 60:40 (2/3 กับ 1/3) ทั้งสองฝั่งสามารถสไลด์เลื่อนหน้า-หลัง และปรับเอนได้อย่างอิสระ หากเบาะแถวสามว่างเปล่า เบาะแถวสองจะให้ความสบายราวกับนั่งรถลิมูซีน แต่ถ้ามีผู้โดยสารนั่งแถวสาม ก็อาจจะมีเสียงร้องขอให้ช่วยสไลด์เบาะแถวสองไปข้างหน้าสักนิด ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เบาะแถวสาม มีพื้นที่วางขา (Legroom) พอใช้งานได้ หากคนข้างหน้าช่วยแบ่งปันพื้นที่ และมีพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) กว้างพอสำหรับผู้ใหญ่ ตัวเบาะแถวสามสามารถปรับเอนได้เล็กน้อย และแม้จะตั้งเบาะขึ้นในระดับปกติ ก็ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ใช้งานได้จริง รุ่นท็อปขับสี่ เบาะแบบ 6 ที่นั่ง เป็นการเปลี่ยนเบาะแถวกลางจาก 3 ที่นั่งให้กลายเป็นเบาะนั่งอิสระ 2 ตัว หรือ Captain Seats และเมื่อพับเบาะแถวสามลง พื้นห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายจะลดระดับต่ำลงและเพิ่มความจุได้อีกเพียบ ความจุสัมภาระจะอยู่ที่ 711 ลิตร และขยายได้ถึง 2,032 ลิตรเมื่อพับเบาะ เป็นความจุที่มหึมา ทัดเทียมกับคู่แข่งไซส์ใหญ่อย่าง Land Rover Discovery 5 และ Volvo XC90 ทั้งๆ ที่มิติตัวถังภายนอกของ Santa Fe เล็กกว่า เบาะแถวสามมีระดับพื้นสูงขึ้นกว่าเล็กน้อย Hyundai ออกแบบที่จับ (Grab handle) บิวท์อินไว้ที่ตัวถังด้านข้างภายนอก เพื่อให้คุณเหนี่ยวตัวขึ้นไปหยิบของได้... อืมม์ แต่ความจริงตรงนั้นมันก็มีราวหลังคา (Roof rails) ที่อยู่ในตำแหน่งที่ดึงหรือจับได้ถนัดกว่าอยู่แล้ว จุดนี้เลยดูเป็นกิมมิก เสียมากกว่า
หน้าจอภาพมอนิเตอร์กลางและชุดจออินโฟเทนเมนต์ ใน Hyundai Santa Fe วางรูปแบบหน้าจอคู่ทรงโค้ง Curved Panoramic Display ประกอบด้วยหน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ วางเชื่อมต่อกันเป็นแผ่นเดียว แบ่งเป็น จอแสดงผลผู้ขับขี่ Digital Instrument Cluster และจออินโฟเทนเมนต์กลาง ตัวพาเนลออกแบบให้โค้งเข้าหาผู้ขับขี่ เพื่อลดแสงสะท้อนและเพิ่มความสะดวกในการมองเห็น องศาความโค้งของจอกลางและจอภาพมาตรวัด ถูกคำนวณให้รับกับสายตาของผู้ขับขี่ ช่วยลดระยะการเอื้อมมือสัมผัส และลดภาระการกวาดสายตาขณะขับขี่ด้วยความเร็ว พื้นผิวหน้าจอกระจกเคลือบสารลดแสงสะท้อน ลดรอยนิ้วมือ ทำให้สามารถมองเห็นข้อมูลได้ชัดเจนเวลาขับย้อนแสงหรือแสงแดดจัดส่องเข้ามาทางกระจกบานข้าง
การใช้งานเมนูและการสั่งงานระบบสัมผัส ออกแบบมาให้เข้าใจง่าย ไอคอนชัดเจน ตอบสนองการสัมผัสได้ลื่นไหล ไม่ซับซ้อน การออกแบบเพื่อสรีรศาสตร์และความปลอดภัย มีการแยกพาเนลแอร์สัมผัสเฉพาะ ระบบปรับอากาศถูกแยกชุดควบคุมมาอยู่ด้านล่างโดยเฉพาะ ไม่ต้องกดมุดหาในหน้าจอมอนิเตอร์หลักขณะขับขี่ รักษาปุ่มกดเชิงกล มีสวิตช์ปุ่มกดจริงสำหรับฟังก์ชันที่ต้องใช้งานบ่อย เช่น ปุ่มปรับระบบเสียง/คลื่นวิทยุ, ปุ่มเปิดกล้องมองภาพขณะจอด และปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ การแสดงผลและระบบช่วยเหลือ องรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน แสดงภาพจากกล้องมองรอบคันได้อย่างชัดเจน รวมถึงแสดงผลระบบความปลอดภัย ADAS โดยถูกตั้งค่ามาให้ใช้งานร่วมกับปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยเพื่อปิดเสียงเตือนหรือระบบรักษาช่องทางได้ง่ายดาย
ระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเสียงพรีเมียม BOSE พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง และ External Amplifier ได้เต็มประสิทธิภาพ Hybrid Energy Flow หน้าจอเจาะลึกแสดงผลการทำงานของระบบไฮบริด แสดงกราฟประวัติการใช้พลังงาน สถิติอัตราสิ้นเปลือง และทิศทางการไหลของพลังงานระหว่างเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ และล้อ Split-Screen Mode รองรับการแบ่งหน้าจอแสดงผล เช่น ฝั่งซ้ายเปิดแผนที่นำทาง Navigation ส่วนฝั่งขวาแสดงเครื่องเสียงหรือข้อมูลไฮบริด
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ Smartstream T-GDI รหัส G4FT ปริมาตรความจุ 1.6 ลิตร หรือ 1,598 ซีซี. ระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยว กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 61 แรงม้า ที่ 1,600 – 2,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 264 นิวตันเมตร ที่ 1,700 รอบ/นาที แบตเตอรี่ Lithium-ion Polymer ขนาด 1.49 kWh เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลังรวม 235 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ HTRAC AWD Hyundai เคลมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจากโรงงาน 19.6 กิโลเมตรต่อลิตร ขับทดสอบโดยเน้นตัวเลขการใช้งานจริง ทำความเร็วสูงต่อเนื่องในบางช่วง ทำอัตราสิ้นเปลือง 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร
สมรรถนะการขับขี่เป็นได้ทั้งสโลว์ไลฟ์ในวันสบายๆที่ไม่ได้รีบเร่งเกินไป หรือเน้นไปเรื่อยๆ นุ่มๆ ก็ว่าได้ Santa Fe Hybrid กับแรงบิด 367 นิวตันเมตร ไม่ใช่รถที่เชื่องช้าน่ารำคาญ ตัวเลขอัตราเร่งและสมรรถนะให้อารมณ์คล้ายกับ SUV เครื่องยนต์ดีเซล เพียงแต่ขุมพลังเบนซินไฮบริดคันนี้ทำทำงานได้เงียบกว่ามาก อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 8.9 วินาที ซึ่งถือว่าพอใช้ได้ ช่วงล่างถูกเซ็ตมาเน้นความนุ่มสบาย ติดนุ่มนวล แต่ความนวลของมันไม่ได้หมายความว่า Santa Fe จะโคลงเคลงเหมือนเรือสำเภาโบราณ พวงมาลัยมีความแม่นยำพอตัว อาการโคลง (Roll) และอาการหน้าเชิดท้ายยุบ (Pitch) ถูกควบคุมและเก็บอาการได้อย่างน่าพอใจ ตราบใดที่คุณควบคุมพวงมาลัยอย่างนุ่มนวล มันก็พร้อมพาคุณวิ่งผ่านทางหลวงชนบทได้อย่างสง่างาม และทรงตัวบนไฮเวย์หรือทางด่วนเมื่อขับเร็วได้ดีเลยทีเดียว พิกัดน้ำหนักลากจูงสูงสุด (แบบมีเบรกในตัว) รองรับได้ถึง 2.25 ตัน
เครื่องยนต์ไม่ได้มีแรงบิดมหาศาล เพราะมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ ประมาณ 367 นิวตัน-เมตร ตัวถังดูใหญ่โตจนแทบจะบดบังทุกอย่างบนถนน ทรงกล่องตั้งตรง เกิดจากความตั้งใจที่จะเนรมิตพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังให้กว้างขวางอลังการราวกับมหาวิหาร และคนเกาหลีก็ทำได้สำเร็จอย่างที่คิดไว้ เบาะนั่งแถวกลางให้อารมณ์เหมือนโซฟาตัวใหญ่ สไลด์เลื่อนหน้า-หลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้แถวสามได้ เมื่อจัดสรรพื้นที่แล้ว เบาะแถวสามก็กว้างพอให้ผู้ใหญ่ขนาดตัวมาตรฐานนั่ง 7 คนได้อย่างสบายไม่อึดอัด ด้านหลังเบาะแถวสาม วางกระเป๋าเดินทางขนาดขึ้นเครื่อง Carry-on ได้ 7 ใบพอดี นั่ง 6 คนแล้วพับเบาะลงหนึ่งตำแหน่ง ก็จะมีพื้นที่เก็บกระเป๋าเหลือๆ พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายขนาดมหึมา รุ่น 6 ที่นั่ง ที่ใช้เบาะแถวกลางแบบแยกอิสระ (Captain Seats) ในความเป็นจริง Santa Fe ก็ไม่ได้ตัวใหญ่เททะทะจนควบคุมยาก มิติความกว้างอยู่ที่ 1.90 เมตร และยาว 4.83 เมตร สั้นกว่า Volvo XC90 หรือ Land Rover Discovery รุ่นใหญ่ถึง 12 ซม. และยังแคบกว่าเล็กน้อย ทำให้คล่องตัวกว่าพอสมควร กระจกบานข้างแถวสองก็ติดตั้งม่านบังแดดแบบบิวท์อินมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ถือเป็นความใส่ใจรายละเอียดที่ดี
คู่แข่งบางรุ่นเป็นแบรนด์ฮิตติดลมบนเพราะยอดขายที่ดีต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว และ Santa Fe คันนี้ก็เข้ามาทำให้ความตระหนี่ในเรื่องยี่ห้อ หรือการยึดติดแบรนด์ต้องสะเทือน งานออกแบบทั้งภายนอกและภายในทำได้อย่างน่าสนใจ รายละเอียดของงานประกอบมองและสัมผัสดูจะรู้ว่าทำออกมาแบบประณีต ใช้คำว่างานประกอบดีเยี่ยมคงไม่เกินจริง แถมยังใช้งานอเนกประสงค์ได้อย่างชาญฉลาด อุปกรณ์ เทคโนโลยีต่างๆ ก็มีมาให้ครบโดยไม่ต้องร้องขอ หลายปีแล้วที่ Hyundai ยกระดับแบรนด์ตัวเองขึ้นสู่ตลาดพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง แต่ Santa Fe กลับไม่ได้ตั้งราคาขายแบบขูดเลือดขูดเนื้อ ราคาเริ่มต้น อยู่ที่ 1,479,000 บาท สำหรับรุ่นไฮบริดขับเคลื่อน 2 ล้อ ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อคันทดสอบ ต้องเพิ่มเงินอีก 320,000 บาท โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 1,799,000 บาท
ยุคของเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับ Santa Fe ในอดีต เดินทางมาจนถึงจุดสิ้นสุดและจบลงไปนานแล้ว ทุกเวอร์ชันคือการจับคู่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและระบบไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษและเพิ่มความประหยัด คันที่ผมนำมาทดลองขับเป็นรุ่นไฮบริด HEV พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ซึ่งระบบขับเคลื่อนยังคงรูปแบบคุ้นตาเหมือนรถไฮบริดหลายรุ่นของ Hyundai และ Kia ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อนผ่านเกียร์อัตโนมัติ โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าวางแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างเครื่องยนต์และชุดเกียร์ ส่งผลให้ตัวมอเตอร์ถ่ายทอดกำลังผ่านอัตราทดเกียร์ทั้ง 6 สปีดด้วยเช่นกัน
มันไม่ใช่ระบบไฮบริดที่ประหยัดสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด แต่ Santa Fe ทำได้ดีกว่าเครื่องยนต์ดีเซลตรงความสมดุลของพลังงาน ให้อารมณ์การขับที่เป็นธรรมชาติ รอบเครื่องยนต์กวาดขึ้นและลดลงตามจังหวะการเติมคันเร่ง เหมือนกับรถเกียร์อัตโนมัติทั่วไป เพราะไส้ในของมันก็คือชุดเกียร์ออโต้จริงๆ เมื่อขับแบบไม่รีบเร่ง Santa Fe HEV AWD ส่งถ่ายความนุ่มนวลแม่นยำและสบาย มันเป็นรถคันโตที่ควบคุมได้ง่าย คนที่ขยับมาจากรถที่เล็กกว่าก็ขับได้ง่ายและชอบอย่างรวดเร็ว ระบบส่งกำลังสามารถสลับไปให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้แบบเงียบเชียบและไหลลื่นทุกครั้งที่ยกคันเร่งเครื่องจะดับแล้วมอเตอร์ก็จะเข้ามาทำหน้าที่แทนในช่วงสั้นๆ ตอนที่ใช้ความเร็วค่อนข้างสูง พอยกเท้าออกจากคันเร่งหรือขับลงเนิน เครื่องจะดับแล้วมอเตอร์จะเข้ามารับหน้าที่ต่อทันที ความที่เครื่องยนต์เบนซินในสภาวะปกตินั้นเงียบอยู่แล้ว ผมจึงแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในการสลับระหว่างเครื่องกับมอเตอร์ไฟฟ้า
รถเบนซินเกียร์ออโต้หนัก 2 ตัน อย่าง Santa Fe HEV AWD หากขับเรื่อยๆ แบบท่องเที่ยวกินลมชมวิวถือว่าให้ความนวลที่เกินราคา เมื่อจะรีบ มันก็ไต่ความเร็วได้ต่อเนื่อ แต่เมื่อเริ่มเค้นกำลังคันเร่งเพิ่มขึ้น รอบเครื่องจะพุ่งสูง เสียงเครื่องยนต์จะเริ่มคราง ไม่ใช่เครื่องยนต์เน้นการลากรอบที่ชวนให้กดหนักๆ หรือตอบแทนกลับมาด้วยสมรรถนะแบบรถสปอร์ต Santa Fe รับมือกับการใช้งานหนักได้ดี เป็นสัญญาณว่าตัวรถถูกเซ็ตมาให้รองรับการบรรทุกสัมภาระหนักๆ ได้อย่างมั่นใจ ในโหมด Eco แป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัยจะทำหน้าที่ปรับระดับการดึงพลังงานกลับจากการเบรก (Regenerative Braking) ซึ่งมีให้เลือกใช้ 3 ระดับ รวมถึงสามารถปิดระบบนี้ได้สมบูรณ์แบบ แต่หากเปลี่ยนไปใช้โหมด Sport แป้นนี้จะกลับมาทำหน้าที่คุมตำแหน่งเกียร์ตามปกติ
น้ำหนักตัวถังเฉียดสองตัน ส่วนต่างน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น มาจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD เพิ่มเข้ามาประมาณ 65 กิโลกรัม) เบาะแถวสามด้านท้ายเพิ่มน้ำหนัก 35 กิโลกรัม น้ำหนักระดับ 2 ตัน สำหรับรถ SUV ครอบครัวพลังงานไฮบริดที่จัดสรรพื้นที่ได้ลงตัวขนาดนี้ หมายความว่า Santa Fe มีน้ำหนักตัวเบากว่าคู่แข่งอยู่พอสมควร ช่วงล่างจัดการกับน้ำหนักตัวระดับนี้ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว น้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้าอยู่ในเกณฑ์กำลังพอดี ตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ และเข้ากันได้ดีกับมุมเอียงของตัวรถ อาการโคลง (Roll), อาการหน้าเชิดท้ายยุบ (Pitch) และอาการโยนตัวตามแนวตั้ง (Heave) ถูกควบคุมเอาไว้ได้อย่างมิดชิด ผมขับทดสอบแบบบินเดี่ยว ไม่ได้บรรทุกผู้โดยสารพร้อมสุมภาระมาจนเต็มคัน Santa Fe ให้ความรู้สึกมั่นใจ เลี้ยวเข้าโค้งได้แม่นยำและเนียน ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นอย่างไร ขอให้ใช้ความเร็วที่สมดุลเหมาะกับสภาพเส้นทาง Santa Fe ไม่เคยทำให้ผิดหวังตั้งแต่รุ่นแรกจนมาถึงรุ่นปัจจุบัน
Santa Fe ไม่ใช่สปอร์ตเอสยูวียุโรป ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อขับเร็ว แต่พอเร็ว มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนขับ Volvo คันโต พูดกันตามตรง นั่นแหละคือส่วนหนึ่งของเสน่ห์ในตัวของ Santa Fe การซับแรงกระแทกนุ่มนวล มีอาการสั่น เล็กๆ จากล้อยางขนาดใหญ่และหนักที่เล็ดรอดมาบ้างแต่ช่วงล่างจุดยึดลูกยางต่างๆ พยายามเก็บอาการที่ไม่พึงประสงค์ได้ทั้งหมด ความละเอียดในการขับที่แรงสั่นสะเทือนเบาๆ ของแชสซีส์ถูกซึมซับเอาไว้ได้อย่างหมดจด รวมถึงเสียงรบกวนที่ส่งผ่านมาจากระบบช่วงล่างที่มีวัสดุบุเพื่อเก็บเสียง เสียงครางหึ่งเบาๆ ที่ลอยเข้ามาของยาง ความเร็วต้องเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนระบบช่วยเหลือการขับจัดเต็ม แพ็กเกจระบบช่วยเหลือการขับขี่มาตรฐานของ Hyundai มียามคอยเฝ้าระวัง อยู่รอบคัน เพื่อป้องกันไม่ให้คุณขับไปชนสิ่งกีดขวางหรือผู้คน บนทางหลวง ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน Adaptive Cruise Control ทำงานได้อย่างนุ่มนวล สัญลักษณ์และตรรกะการเปิด-ปิด เข้าใจง่าย
ผมเป็นพวกไม่ต้องการความช่วยเหลือจากระบบช่วยขับที่ใส่มา เมื่อปิดใช้งานบางระบบที่รบกวนการขับ แค่กดปุ่มบนพวงมาลัยก็สามารถปิดระบบรักษาช่องทาง และระบบช่วยคุมพวงมาลัยได้ทันที ไม่ต้องมุดเมนูในหน้าจอให้ลึกจนเกินไปเพื่อปิดเสียงเตือนความอัจฉริยะ เช่น ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้า หรือเสียงเตือนจำกัดความเร็ว ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) อยู่ที่ 177 มม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) แม้จะเน้นการส่งกำลังไปที่ล้อหน้าเป็นหลัก แต่ก็มีระบบกระจายแรงบิดแปรผันด้วยไฟฟ้า สามารถดึงล้อหลังมาช่วยขับเคลื่อนได้อย่างนุ่มนวล และบ่อยครั้งกว่าที่คิด ปุ่มกดบริเวณคอนโซลล่างช่วยให้คุณเลือกโหมดการขับขี่ตามสภาพพื้นผิว หรือ Terrain Modes ได้หลากหลาย ซึ่งแต่ละโหมดได้รับการออกแบบและคิดมาอย่างรอบคอบโดยวิศวกรรุ่นใหม่ชาวเกาหลีซึ่งทำงานร่วมกับวิศวกรของยุโรปที่แบรนด์ไปดึงตัวมา ส่วนใหญ่เป็นเยอรมันและมีเงินเดือนสูงลิบเป็นเครื่องมือล่อใจ
เมื่อฝนตก Hyundai Santa Fe HEV AWD เอาตัวรอดและจัดการตัวเองได้ดีมาก ยางติดรถและช่วงล่างที่เน้นการใช้งานบนถนนทางเรียบแต่ขับบนถนนเปียกได้ดี บวกกับการไม่มีเกียร์สโลว์ หรือ Crawler Gears / Low Range ในระบบขับเคลื่อน AWD ของ Santa Fe HEV ตัวท็อป บ่งชี้ว่าการลุยออฟโรดหนักๆ ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของ Santa Fe HEV AWD ทั้งล้อและยาง ก็เป็นแบบกึ่งใช้งานทั่วไป เอาไปลุยหนักคงไม่ไช่วัตถุประสงค์หลักของการใช้งาน ส่วนอัตราสิ้นเปลือง รุ่นไฮบริดตัวท็อปสุด ตัวเลขที่ทำได้ ประมาณ 14.7 กม./ลิตร ถือว่าน่าพอใจสำหรับรถไซส์ขนาดนี้ Hyundai เคลมว่าระบบส่งกำลังไฮบริดปรับปรุงใหม่ ประหยัดขึ้น เมื่อทดสอบก็เป็นแบบนั้น โดยที่ในบางช่วงใช้ความเร็วสูงต่อเนื่อง
สรุปภาพรวมและการวางตำแหน่งในตลาด
Hyundai Santa Fe HEV AWD เป็น SUV สำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ CBU แบบ 6 ที่นั่ง (2+2+2) ให้ความอเนกประสงค์ของการใช้งาน กว้าง นุ่มนวลเมื่อการเดินทางไกล ออกแบบมาเพื่อเป็นรถใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมือง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ HTRAC AWD เพื่อความมั่นคงในการเดินทางและการยึดเกาะถนนเปียก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อลุยออฟโรดหนัก ไม่มีเกียร์ Low-ratio หรือ Diff-locks ซึ่งช่วยลดน้ำหนัก ความซับซ้อน และการดูแลรักษาในระยะยาว ส่วนคู่แข่งในตลาดชนทั้ง SUV/PPV เจ้าตลาด Everest, Fortuner, MU-X, Pajero รวมถึง C/D-SUV และ REEV (CR-V, iCAR V27) โดย Hyundai ชูจุดขายเรื่องอุปกรณ์ที่แน่นล้นคัน พื้นที่แถวสามที่ใช้งานได้จริง และราคาที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ
ห้องโดยสารโทนสีน้ำตาล Pecan Brown ให้ความรู้สึกหรูหราสไตล์รถยุโรป คอนโซลหน้าเน้นแนวนอนและทรงสี่เหลี่ยม ผสานกับหน้าจอคู่ทรงโค้งขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอที่เอียงเข้าหาผู้ขับ มีปุ่มและสวิทช์พื้นฐานแยกออกมาจากหน้าจอภาพ การแยกสวิตช์สำหรับเครื่องเสียง กล้อง โหมดการขับขี่ และการควบคุมระบบแอร์ออกมาจากจอ ย้ายก้านเกียร์ไปหลังพวงมาลัย เปิดพื้นที่คอนโซลกลางให้กลายเป็นช่องเก็บของ 2 ชั้น พร้อมแท่นชาร์จไร้สายและที่วางแก้ว กล่องเก็บของพร้อมแสง UV Sterilizer ฆ่าเชื้อ, ฝาเปิดที่พักแขนแบบสองทิศทาง (Double-flip) เปิดได้ทั้งจากแถวหน้าและแถวสอง, ช่อง USB / แอร์ / ที่วางแก้ว กระจายทั่วคันถึง 16 จุด พื้นที่และการจัดวางเบาะ รุ่น 6 ที่นั่ง (Captain Seats) แถวสองเป็นเบาะแยกปรับเอน-สไลด์ได้อย่างอิสระ ให้ความสบายระดับลิมูซีน แถวสามใช้งานได้จริง ผู้ใหญ่นั่งได้โดยไม่อึดอัด มี Headroom และ Legroom เพียงพอหากแถวสองช่วยสไลด์แบ่งพื้นที่ พื้นที่บรรทุกสัมภาระ แม้ตั้งเบาะ 3 แถว ยังใส่นั่งกระเป๋า Carry-on ได้ 7 ใบ เมื่อพับเบาะทั้งหมด จะได้ความจุสัมภาระมหึมาถึง 2,032 ลิตร (ความจุปกติเมื่อพับแถวสามอยู่ที่ 711 ลิตร)
เครื่องยนต์ไฮบริดและอัตราสิ้นเปลือง สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร Turbo 180 แรงม้า / 265 นิวตันเมตร + มอเตอร์ไฟฟ้า 61 แรงม้า / 264 นิวตันเมตร + แบตเตอรี่ Li-ion Polymer 1.49 kWh มีกำลังรวมทั้งระบบ 235 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มอเตอร์วางแทรกระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์ รอบเครื่องและจังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่หวิวแบบ CVT มอเตอร์และเครื่องยนต์ทำงานสลับกันได้อย่างไหลลื่นและเงียบ ตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง โรงงานเคลม 19.6 กม./ลิตร การทดสอบใช้งานจริง (วิ่งความเร็วสูงต่อเนื่อง/กดเค้นกำลัง ทำได้ 14.1 กม./ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและสมเหตุสมผลมากสำหรับรถไฮบริดขับสี่น้ำหนักใกล้ 2 ตัน อัตราเร่ง: 0–100 กม./ชม. ใน 8.9 วินาที แรงบิดมาในสไตล์คล้ายเครื่องยนต์ดีเซล แต่เงียบและนุ่มนวลกว่ามาก เสียงเครื่องจะเริ่มครางเข้ามาเมื่อกดเค้นรอบสูงเท่านั้น ช่วงล่างนุ่มนวล ซับแรงสั่นสะเทือนได้ละเอียด เก็บอาการโคลง หน้าเชิด ท้ายยุบ และอาการโยนตัว ได้ดีมาก ให้ฟีลลิ่งแน่นหนัก มั่นใจ นุ่มเงียบ คล้ายรถ SUV จากฝั่งยุโรป พวงมาลัยแม่นยำและตอบสนองเป็นธรรมชาติ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ HTRAC AWD ช่วยกระจายแรงบิดลงล้อหลังได้อย่างชาญฉลาด ทำให้ขับผ่านทางโค้งหรือถนนเปียกฝนได้อย่างมั่นใจ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ให้มาครบครัน แต่ออกแบบมาให้ผู้ขับขี่สามารถกดปิดระบบเตือนที่ไม่ต้องการบนพวงมาลัยได้ทันที โดยไม่ต้องเข้าเมนูซับซ้อน
Hyundai Santa Fe Hybrid Inspiration AWD คือรถ SUV สำหรับครอบครัวที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบและลงตัวที่สุดรุ่นหนึ่งในยุคนี้ ดีไซน์ทรงกล่องสไตล์คลาสสิก งานประกอบและวัสดุระดับพรีเมียม พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางอเนกประสงค์ มีฟังก์ชันที่เน้นการใช้งานจริง โดยเฉพาะการรักษาปุ่มกดแบบเดิมเอาไว้ทำให้ใช้งานง่าย เครื่องยนต์ไฮบริดประหยัดพอสมควรและช่วงล่างที่ทำให้ขับสบาย มั่นใจ ในราคา 1.799 ล้านบาท เป็นตัวเลือกที่ยากจะหาคู่แข่งมาต่อกรได้ในแง่ความคุ้มค่าและเสน่ห์ในการครอบครอง ลองไปขับดูแล้วจะรู้ว่าที่บอกมาทั้งหมดมันจริงมั้ย.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


