THE NEW XPENG L03 Next-Gen AI SUV Coupe  เมื่อเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ไม่ได้มีแค่เรื่องตัวเลขพละกำลังและการทำระยะทางของยานยนต์พลังงานใหม่ แต่วัดกันที่ความชาญฉลาดในการตอบสนองผู้ขับ THE NEW XPENG L03  ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ Next-Gen AI SUV Coupe ด้วยดีไซน์สปอร์ตท้ายลาด เข้ากับสถาปัตยกรรมสมองกลอัจฉริยะแห่งอนาคต ไม่ใช่เพียงการเนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของค่ายมาขายแบบขัดตราทัพ แต่ L03 คือการปักหมุดนิยามใหม่ที่ชูระบบ AI เป็นหัวใจหลักของการเดินทาง ตั้งแต่งานดีไซน์ภายนอกด้วยรูปลักษณ์ที่โค้งมน  ไปจนถึงฟีลลิ่งพวงมาลัย การทำงานของช่วงล่าง และความฉลาดของระบบช่วยขับ

XPENG L03 มี 3 รุ่นย่อย โดยมีราคาดังนี้

XPENG L03 Standard Range ราคา 899,000 บาท (คันทดสอบ)

XPENG L03 Long Range ราคา 9XX,XXX บาท

XPENG L03 Long Range Ultra ราคา 1,2XX,XXX บาท





เริ่มกันที่ทรงของรถ L03 AI Car ดีไซเนอร์ และแนวคิดการออกแบบ  XPENG L03 Next-Gen AI SUV Coupe สำหรับหัวหน้าทีมดีไซนเนอร์ ซึ่งทำหน้าที่ออกแบบหรือ  Chief Designer Global Design ของ XPENG นำโดย JuanMa López (ฮวนมา โลเปซ) อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบภายนอกของ Ferrari  เคยฝากผลงานการออกแบบกับ Lamborghini และ Audi มาแล้ว ส่วนแนวคิดการออกแบบ แน่นอนว่า แบรนด์นี้ เน้นเทคโนโลยีและรูปลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับระบบอากาศพลศาสตร์ หรือ Aerodynamics มีการวิจัยและขัดเกลาระบบอากาศพลศาสตร์ของรถมากถึง 22 จุด ทำค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ ต่ำเพียง 0.228 





สัดส่วนตัวรถอิงตามหลัก Golden Ratio ระหว่างความยาวกับระยะฐานล้อ  องค์ประกอบภายนอก ไฟหน้า LED ดีไซน์เอกลักษณ์ Starship  ทรงตัว T ที่ดูแปลกตา  จุดที่ลงตัวที่สุดของรถก็คือ การดีไซน์ไฟท้าย LED แบบ Full-Width Star-Ring พาดยาว รูปแบบและการจัดวางหลอด LED แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีการออกแบบยานยนต์ของจีนที่รุดหน้าไปไกล   ประตูแบบไร้ขอบ หรือ Frameless Doors กระจกมองข้างแบบไร้กรอบ Frameless Side Mirrors 





จุดเด่นเชิงวิศวกรรมการออกแบบ  ระบบอากาศพลศาสตร์ขัดเกลาตัวถังจนได้ค่า Cd 0.228 ในบอดี้ SUV Coupe ถือว่าทำได้น่าประทับใจ เส้นสายไหลจากฝากระโปรงหน้าผ่านหลังคาไปยังท้ายรถไหลลื่น ร่วมกับกระจังหน้าแบบ Active Grille Shutters ช่วยลดแรงต้านอากาศและส่งผลโดยตรงต่อระยะทางขับขี่ สัดส่วนตัวรถ ด้วยระยะฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร บนความยาวตัวถัง 4,650 มิลลิเมตร ทำให้ระยะยื่นหรือโอเวอร์แฮงค์ สั้น (Short Overhang) ทั้งหน้าและหลัง ตัวรถดูหมอบแน่น เกาะถนน และได้พื้นที่ระยะซุ้มล้อที่สมดุล โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับล้อขนาด 19 หรือ 20 นิ้ว (ในรุ่น Ultra)  งานออกแบบไฟหน้าทรง T-Shape ไฟท้ายพาดยาว (Star-Ring) ช่วยสร้างความแตกต่างและมีความชัดเจน ไม่ได้เลียนแบบดีไซน์ของแบรนด์ยุโรปเหมือนรถจีนยุคแรก  



แนวหลังคาแลกกับพื้นที่ Headroom การรีดเส้นสายแนวหลังคาให้ลาดเทสไตล์ Fastback เพื่อผลทางอากาศพลศาสตร์ ทำให้พื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) ของผู้โดยสารตอนหลังโดนบีบลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเทียบกับ SUV ทรงกล่องทั่วไป ทัศนวิสัยด้านหลัง กระจกบังลมหลังมีมุมเอียงมากและพื้นที่กระจกค่อนข้างแคบ ส่งผลให้มุมมองผ่านกระจกมองหลังตัดลงมาก การขับขี่จริงต้องพึ่งพาระบบกล้องและหน้าจอกลางเข้ามาช่วยเสริม  ประตู Frameless กับสภาพอากาศ ประตูไร้ขอบกระจกและมือจับแบบ Semi-Concealed ช่วยให้เส้นสายข้างรถดูไหลลื่น เชื่อมโยงสัดส่วนอย่างลงตัวทั่วทั้งคัน แต่ระยะยา ซีลยางขอบประตูต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งต้องดูเรื่องการเก็บเสียง (NVH) เมื่อใช้งานไปนานๆหลายปี  การจัดการ Visual Mass ชายล่างตัวถังตัดขอบด้วยแถบสีดำเพื่อลดความหนาของตัวรถเมื่อมองจากด้านข้าง ในรถสีสว่างจะเห็นสัดส่วนชัดเจน แต่หากเป็นรถสีเข้ม (เช่น สีดำ) จะทำให้มิติตัวรถดูแบนและกลืนรายละเอียดงานออกแบบส่วนล่างไปพอสมควร



มิติตัวถัง  ยาว 4,650 มิลลิเมตร กว้าง 1,920 มิลลิเมตร สูง 1,600 มิลลิเมตร  ฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร  พื้นที่เก็บสัมภาระ ด้านท้าย 539 – 1,640 ลิตร / ด้านหน้า (Frunk) 102 ลิตร / ลิ้นชักใต้เบาะหลัง 10 ลิตร  ล้อ และ ยาง รุ่น Standard Range Plus และ Long Range Plus ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 225/60 R18  รุ่น Long Range Ultra ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 245/45 R20  

ระบบเบรก (Brake System) ดิสก์เบรก 4 ล้อ  เอกลักษณ์เฉพาะรุ่น: รุ่น Long Range Ultra มาพร้อมคาลิเปอร์เบรกสีเหลือง (Yellow Calipers)  ระบบช่วยควบคุม รองรับระบบ Tire Blowout Stability Control ตรวจวัดแรงดันลมยางเรียลไทม์และช่วยควบคุมเสถียรภาพตัวรถเมื่อเกิดยางระเบิดฉุกเฉิน   สามารถปรับเปลี่ยนน้ำหนักและการตอบสนองของแป้นเบรกได้อย่างอิสระผ่านโหมดการขับขี่ Custom 




รายละเอียดของ XPENG L03 รุ่น Standard Range (Standard Range Plus RWD)

มอเตอร์ไฟฟ้าและสมรรถนะ (Motor & Performance) ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) กำลังสูงสุด 245 แรงม้า (PS) / 180 กิโลวัตต์ (kW) แรงบิดสูงสุด 264 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทดสอบจริงไปได้ 190 กิโลเมตร 

แบตเตอรี่ (Battery) ชนิดแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) บนสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 400V ความจุแบตเตอรี่ 58.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) การทำระยะทางตามมาตรฐาน NEDC สูงสุด 530 กิโลเมตร ระยะทางตามมาตรฐาน WLTP สูงสุด 445 กิโลเมตร วิ่งจริงทำได้ประมาณ 350 กิโลเมตร โดยใช้ความเร็วเดินทาง 90-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางวิ่งจริงโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับการขับขี่ (การใช้คันเร่ง อุณหภูมิ และสภาพการจราจร)

 การชาร์จกระแสสลับ (AC Charging) รองรับกำลังไฟสูงสุด 6.6 kW ถึง 11 kW (ใช้เวลาชาร์จจาก 0–100% ประมาณ 6 ชั่วโมง 15 นาที เมื่อชาร์จด้วย Wallbox 11 kW) การชาร์จเร็วไฟกระแสตรง (DC Fast Charge) รองรับเทคโนโลยี 3C Fast Charge กำลังไฟสูงสุด 193 kW ระยะเวลาชาร์จเร็ว DC (10% – 80%) ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีฟังก์ชันจ่ายไฟภายนอก  V2L รองรับการจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก

การถ่ายทอดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าใน XPENG L03 ปรับตั้งมาในลักษณะค่อนเป็นค่อยไป ไม่กระโชกโฮกฮาก หรือเทแรงบิดเร็วจนควบคุมได้ยาก มอเตอร์ปรับการทำงานโดยให้สัมผัสของการถ่ายเทแรงบิดที่เนียนและทรงพลัง คันเร่งไฟฟ้าตั้งค่าน้ำหนักมาได้อย่างพอดี ไม่พุ่งพรวดจนกระชากหัวคลอนในย่านความเร็วต่ำ ทำให้การใช้งานในเมืองมีความลื่นไหล นุ่มนวล ควบคุมง่ายทั้งในย่านความเร็วต่ำ รวมถึงการพุ่งทะยานในทางโค้ง จังหวะเร่งแซง มอเตอร์ไฟฟ้าจะปลดปล่อยแรงบิดออกมาทันทีโดยไม่มีอาการรอรอบ การทำงานร่วมกับระบบอัลกอริทึมของ AI ช่วยประมวลผลองศาของคันเร่งที่ผู้ขับกดลงไปและปรับระดับการจ่ายกำลัง Torque Vectoring ให้สัมพันธ์กับมุมเลี้ยวของพวงมาลัย ส่งผลให้การเข้า-ออกโค้งทำได้เต็มประสิทธิภาพและแม่นยำ

 




ช่วงล่างสไตล์ Sport-Comfort  ซับแรงสั่นสะเทือนจากคอสะพานและรอยต่อถนนได้ดีพอสมควร ไม่ถึงกับเนียนแบบรถยุโรป แต่ถ้าเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าจีนแบรนด์คู่แข่งราคา 8 แสนบาทL03 ชนะตรงการทรงตัวขณะขับทางไกลแบบใช้ความเร็วสูง จริงๆแล้ว ช่วงล่างของมันก็ไม่ได้ตึงตังแข็งกระด้าง หรือนิ่มจนย้วย การปรับตั้งที่ค่อนข้างลงตัว เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงมีความตึงแน่นตามแบบฉบับรถทรง Coupe SUV การเข้าโค้งและทรงตัวในย่านความเร็วสูง ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ดี แต่ก็ทำได้เกินคาดไปพอสสมควร L03 เป็นรถที่ควบคุมได้ง่าย ไม่สร้างแรงกดดันให้กับคนขับเมื่อขับเร็ว การวางชุดแบตเตอรี่ไว้ที่พื้นตัวถังทำให้จุดศูนย์ถ่วง ต่ำ อาการโคลงของตัวถัง ขณะเปลี่ยนเลนกะทันหันหรือเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงถูกควบคุมไว้ได้ดีมาก พวงมาลัยไฟฟ้ามีน้ำหนักแปรผันไปตามความเร็ว แม้ฐานของพวงมาลัยจะถูกตัดบน-ล่าง ทำให้จับไม่ค่อยถนัด แต่ความแม่นยำและน้ำหนักของพวงมาลัยที่เปลี่ยนไปตามความเร็ว ทำได้ดี  L03 ยังเป็นรถไร้ขอบกระจกที่เก็บเสียงและแรงสั่นสะเทือนอยู่ในเกณฑ์ดี  ทรงของรถที่ทำค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd)  ต่ำ การใช้กระจกกันเสียง Acoustic Glass รอบคัน ช่วยลดเสียงลมปะทะบริเวณเสา A และกระจกมองข้างได้ แม้ลอยตัวด้วยความเร็วเดินทาง 110-120 กม./ชม. ห้องโดยสารยังคงเงียบ ได้ยินเสียงยางบดถนนเบาๆที่ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 




อัตราการใช้พลังงาน รูปทรงท้ายลาดแบบ Fastback Coupe ที่แหวกอากาศได้หมดจด ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่ประหยัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการเดินทางไกล ขับในเมืองทำอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ย 13.5 kWh / 100 กม. จากการทำงานของระบบ REGEN (Regenerative Braking) ที่ดึงพลังงานกลับได้อย่างนุ่มนวล การเดินทางไกลความเร็วเดินทาง  110-120 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 14.8 - 16.0 kWh / 100 กม.

ระยะทางวิ่งจริงเมื่อดูจากตัวเลขความจุแบตเตอรี่และการทดสอบจากกรุงเทพฯไปยังจังหวัดราชบุรี บนเส้นทางมุ่งไปยังอำเภอสวนผึ้ง  การใช้งานแบบผสมผสานของรุ่นสแตนดาร์ด XPENG L03 สามารถทำระยะทางวิ่งจริงต่อหนึ่งการชาร์จได้ราว 350 กิโลเมตร  ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดในระยะทาง 200-300 กิโลเมตร  



จุดเด่นอีกอย่างก็คือ ระบบช่วยขับอัจฉริยะ XNGP & AI Autonomous Drive สมองกลที่คิดและแก้ปัญหาแบบมนุษย์ทำให้ THE NEW XPENG L03 แตกต่างจากรถไฟฟ้าทั่วไป จากระบบ ADAS  เข้าสู่ยุค AI-Driven Autonomous อย่างเต็มตัว ด้วยสถาปัตยกรรมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ XNGP (XPENG Advanced Driver Assistance System) ที่ทำงานร่วมกับโมเดลโครงข่ายประสาทเทียม (End-to-End AI Neural Network)

การประมวลผลเชิงรุกแบบ End-to-End AI ระบบรับข้อมูลจากเซ็นเซอร์รอบคัน ทั้งกล้อง HD ความละเอียดสูง, เรดาร์มิลลิเมตรเวฟ และอัลตราโซนิกเซ็นเซอร์ นำมาประมวลผลผ่านโมเดล AI โดยตรงโดยไม่ผ่านชุดคำสั่งแบบเดิม (Rule-based) ผลลัพธ์คือการตัดสินใจที่สมจริง คันเร่งและเบรกตอบสนองนุ่มนวล ไม่กระชาก ไม่ตกใจกับรถที่ตัดหน้ากระทันหัน และมีจังหวะการเลี้ยวเบี่ยงหลบที่เนียนตาใกล้เคียงกับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์สูง

การนำทาง Mapless Navigation  ระบบ XNGP ใน L03 ถูกพัฒนาให้สามารถประเมินสภาพแวดล้อมและเส้นทางได้ด้วยสายตาของ AI เอง จึงไม่จำเป็นต้องเชื่อมกับแผนที่ความละเอียดสูง (HD Map) เพียงอย่างเดียว สามารถใช้นำทางอัตโนมัติได้ทั้งบนทางหลวงข้ามจังหวัดและถนนในเมือง เปลี่ยนเลนหลบรถช้า เข้า-ออกจากทางแยกซับซ้อน หรือชะลอให้คนข้ามถนนได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย

ระบบจอดรถอัจฉริยะ AI Valet Parking (AVP) ยกระดับความสะดวกสบายในการจอดรถ ครอบคลุมทั้งการถอยเข้าซองในช่องแคบ การจอดขนานข้างทาง และระบบจดจำเส้นทางเข้าจอดในอาคาร (Memory Parking) เพียงสั่งการผ่านหน้าจอหรือแอปพลิเคชัน AI จะรับหน้าที่ควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง เบรก และสลับเกียร์ให้อย่างนุ่มนวล 



สรุป
L03 ขับเคลื่อนด้วยสมองกล AI อัจฉริยะ ทำให้ระบบช่วยขับทำงานได้นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับมนุษย์ ตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างแม่นยำ  ลดความเมื่อยล้าในการเดินทางไกล  ช่วงล่าง Sport-Comfort ผนวกกับจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การเกาะถนนทรงตัวในโค้งทำได้ดีเ อาการโคลงน้อย ควบคุมได้ง่ายจนทำให้รู้สึกแปลกใจว่านี่เซ็ตช่วงล่างมาขนาดนี้เลยหรือ ส่วนการเก็บเสียง แอร์โรไดนามิกส์ สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ กระจก Acoustic Glass ทำให้เก็บเสียงลมและเสียงยางบดถนนได้ดี อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน ทรงลู่ลมและระบบจัดการพลังงาน AI ทำให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ในเกณฑ์ดี ระยะทางวิ่งจริงแม่นยำและเชื่อถือได้ 

ส่วนจุดที่ไม่ชอบ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเอาซะเลย เริ่มจากไฟหน้า บอกตามตรงว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้สำหรับมือออกแบบที่เคยฝากผลงานไว้กับค่ายม้าลำพอง แนวหลังคาลาดสไตล์ Coupe ทำให้พื้นที่ระยะความสูงเหนือศีรษะของผู้โดยสารตอนหลังเหลือน้อยลงไปกว่า SUV หลังคาปกติ และที่ควรจะปรับใหม่สำหรับรถยนต์ส่งออกก็คือ แนวคิด Minimalist ควรจะถูกยกเลิกได้แล้วเมื่อต้องส่งออกมาขายในประเทศที่เคยชินกับปุ่มพื้นฐานที่ใช้งานง่าย ใน L03 ทุกอย่างถูกยัดไว้ในจอภาพเกือบจะทั้งหมด แม้แต่การปรับกระจกมองข้างก็ด้วย ฟังก์ชันส่วนใหญ่ควบรวมอยู่ในหน้าจอสัมผัส ส่วนระบบสั่งการด้วยเสียง AI ก็ดูตื่นๆ ยังไงพิกล  อาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรก ในความเป็นจริง ควรเอาปุ่มปรับตั้งค่าพื้นฐานเช่น การปรับกระจกมองข้างและระบบปรับอากาศแยกออกมาจากจอภาพได้แล้ว โดยรวมเป็นรถที่ดี ขับสนุก แต่รุ่นเริ่มต้นวิ่งได้น้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง. 


 รายละเอียดตัวรถ

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)

รุ่น Standard Range Plus: กำลังสูงสุด 222 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร

รุ่น Long Range Plus / Long Range Ultra: กำลังสูงสุด 249 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร

ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังมัลติลิงก์ (5-Link) ปรับเซ็ตเน้นความหนึบแน่นแต่นุ่มนวล รองรับทั้งการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล





ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (XPILOT System)

XPILOT Driving: ระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) และ Lane Centering Control (LCC) แบบ All-Speed พร้อมระบบช่วยเบรกเมื่อเข้าโค้ง สั่งการได้ผ่านปุ่มบนพวงมาลัย หรือก้านเกียร์หลังพวงมาลัยด้านขวา (ดันลง 1 ครั้งเปิด ACC / ดันลง 2 ครั้งติดต่อกันเปิด LCC)

พวงมาลัย Capacitive ติดตั้งระบบตรวจจับการสัมผัสของผู้ขับขี่

XPILOT Parking: ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ สั่งการได้จากในรถหรือสมาร์ทโฟน รองรับฟังก์ชันเดินหน้า-ถอยหลังแนวตรงผ่านสมาร์ทโฟน และฟังก์ชันเคลื่อนรถออกจากช่องจอดอัตโนมัติสั่งการจากภายในรถ

โหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ Eco, Comfort, Sport และ Custom ปรับน้ำหนักพวงมาลัยและเบรกได้อย่างอิสระ เลือกสลับโหมดได้จากหน้าจอกลางหรือปุ่มบนพวงมาลัย










ห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cockpit)

ระบบแสดงผลและจอกลาง: จอกลาง Touchscreen ขนาด 15.6 นิ้ว, จอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว และ Head-Up Display (HUD) ขนาดเทียบเท่า 26.8 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ แผนที่ Google Maps และภาพจากกล้องหลังขณะถอย

ระบบปฏิบัติการ XOS6: เวอร์ชันล่าสุด พร้อม Google Maps และ User Interface แบบใหม่ รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบต่อเนื่องแยกอิสระ 4 โซน

Scenario Mode: โหมดสถานการณ์ตามไลฟ์สไตล์ เช่น Rest, Camping, Cabin Comfort, Meditation, Sleep, Pet และ Sentry Mode






ความสะดวกสบายและบรรยากาศ 
เบาะนั่งพร้อมฟังก์ชัน Lumbar Relaxation Mode นวดผ่อนคลายแผ่นหลัง, ระบบไฟ Wraparound Ambient Light 256 สี ปรับตามจังหวะเพลงหรือโทนสีของวิดีโอ และสามารถแสดงภาพกระจกมองหลังบนหน้าจอกลางได้

ความอเนกประสงค์และจุดติดตั้งอุปกรณ์

พื้นที่เก็บสัมภาระ: ช่องเก็บของ จุดแขวน และจุดติดตั้งอุปกรณ์เสริมรวมกว่า 40 ตำแหน่ง พร้อมลิ้นชักใต้เบาะหลังความจุ 10 ลิตร และห้องเก็บสัมภาระท้ายรถพร้อมแผ่นบังปรับได้สูงสุด 3 ชั้น (เบาะหลังพับแยก 40:20:40)

ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk): ความจุ 102 ลิตร มีรูระบายน้ำ สามารถใส่น้ำแข็งเพื่อแช่เครื่องดื่มได้

จุดติดตั้งอุปกรณ์เสริมเฉพาะตัวแบบแม่เหล็ก 8 ตำแหน่ง: สำหรับติดกล่องแว่นตาบริเวณไฟอ่านแผนที่, กล่องทิชชู่เหนือแอร์หลัง หรือตุ๊กตาแม่เหล็กแบบเกลียว 5 ตำแหน่ง: สำหรับยึดขาตั้งกล้องหรือสมาร์ทโฟนบริเวณแดชบอร์ด.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/