Lepas แบรนด์น้องใหม่ในเครือ Chery Group เป็นค่ายรถใหม่เอี่ยมถอดด้ามแบรนด์ล่าสุดที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมความตั้งใจที่จะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบพรีเมี่ยมแมส หลังจากปรากฏตัวในงานแสดงรถยนต์บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ค่ายรถยนต์แห่งนี้ได้กลายเป็นแบรนด์ล่าสุดในกลุ่ม Chery Group ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอในประเทศไทย ต่อจาก Omoda, Jaecoo ตามด้วย iCaur
Chery หวังว่าการแตกไลน์แบรนด์ย่อยจะไม่แย้งลูกค้ากันเอง แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นแบบนั้น ทั้งสี่แบรนด์ต่างแข่งกันสร้างตัวเลขยอดขาย ด้วยสไตล์และองประกอบของรถที่น่าจะแตกต่างกันไป เมื่อเรามุ่งไปสู่หัวใจสำคัญของงานดีไซน์ แบรนด์ Lepas พยายามหลอมรวมความเร็ว พละกำลัง และความสวยงาม เข้าไว้ด้วยกัน ในภาษาการออกแบบเดียว ปรัชญาดังกล่าวถ่ายทอดลงบนพื้นผิว รายละเอียด และสัดส่วนตัวถังของยานยนต์ Lepas ซึ่งในรุ่น L6 ที่เป็นรุ่นเปิดตัวประเดิมตลาดไทย สามารถเห็นงานดีไซน์ด้วยแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน ผ่านไฟหน้า LED ดีไซน์ตาเสือดาว Leopard- Predator Eyes ซึ่งเชื่อมโยงให้เข้ากับเส้นสายแนวไหล่ข้างตัวถังที่คมเข้ม สร้างบุคลิกโดดเด่นและจดจำได้ทันทีเมื่ออยู่บนท้องถนน การดำเนินงานด้านการออกแบบของ Lepas นำโดย อิวาน ดุลาโนวิช (Ivan Dulanovic) ประธานฝ่ายออกแบบ (Global Chief Designer) ควบคุมดูแลสตูดิโอออกแบบในเมืองอู๋หู (Wuhu) ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท และในนครเซี่ยงไฮ้ จริงๆแล้ว ในอนาคต Dulanovic มีความตั้งใจที่จะเปิดดีไซน์สตูดิโอของ Lepas ในทวีปยุโรป แต่เขาระบุว่าขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสำนักงานออกแบบแห่งใหม่ของ Lepas ในยุโรป
Lepas L6 EV Comfort FWD 769,900 บาท
Lepas L6 EV Premium FWD 829,900 บาท บาท (คันทดสอบ)
การออกแบบและรูปแบบตัวถัง
รูปแบบตัวถังของ Lepas L6 เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ C-Segment SUV / Crossover ไฟฟ้า ตัวถัง 5 ประตู 5 ที่นั่ง ตามเอกสารแจ้งว่า พัฒนาบนแพลตฟอร์ม LEX Next-generation Intelligent Platform ตัวถังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อลดแรงต้านทานอากาศ มีตัวเลขค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศอยู่ที่ 0.28 (cd 02.8) สำหรับแนวคิดการออกแบบ Leopard Aesthetics ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้าง สรีระ พละกำลังที่ปราดเปรียวของเสือดาว ผสมเส้นสายตัวถังที่ดูสปอร์ต เข้ากับความโฉบเฉี่ยวสไตล์พรีเมียมแมส องค์ประกอบของงานดีไซน์ภายนอก ด้านหน้ามีระยะโอเวอร์แฮงค์สั้นกระชับ เล่นเหลี่ยมมุมเพื่อความเฉียบคมของรูปแบบรถ ไฟหน้า Dual Projector Lens LED พร้อมไฟ DRL ดีไซน์เอกลักษณ์ Signature Leopard-Eye ไฟท้าย Ultra Red LED พาดยาวเต็มความกว้างท้ายรถ ในสไตล์ Light Bar หลังคากระจก Panoramic Glass Roof พร้อมม่านบังแดดควบคุมด้วยไฟฟ้า จุดนี้กับรถราคา 8 แสน ถือว่าให้มาพอสมควร สปอยเลอร์หลังพร้อมแรคราวหลังคาสีเงิน กระจกมองข้างพับ/ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบไล่ฝ้า ตัวถังและกระจกแต่งขอบโครเมียม มือจับประตูที่ออกแบบให้กลมกลืนตามหลักแอโรไดนามิกแต่ใช้การจับเปิด-ปิดที่ง่ายและเป็นการปรับตามนโยบายของรัฐบาลจีนในเรื่องความปลอดภัย
ดีไซเนอร์ของแบรนด์ (Chief Designer) Ivan Dulanovic เข้ามาดำรงตำแหน่ง LEPAS Chief Designer หรือนั่งแท่นผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของแบรนด์ LEPAS ใน Chery Group เป็นผู้นำทีมสร้างสรรค์ภาษาการออกแบบ Leopard Aesthetics และแนวคิด Natural Energy
Dulanovic เริ่มต้นเส้นทางของอาชีพนักออกแบบ ด้วยการเรียนด้านการออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) ที่ประเทศเซอร์เบีย ก่อนจะตัดสินใจเบนสายมาทางด้านการออกแบบยานยนต์ โดยย้ายไปเรียนต่อที่ Scuola Politecnica di Design ในประเทศอิตาลี หลังสำเร็จการศึกษา ณ ที่แห่งนั้น Ivan Dulanovic ได้ทำงานร่วมอย่างใกล้ชิดกับ Lamborghini และ Audi ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่าจากดีไซเนอร์ระดับอาวุโสและทีมผู้บริหารฝ่ายออกแบบของทั้งสองแบรนด์ ซึ่งกลายเป็นอิทธิพลสำคัญที่ยังคงส่งผลต่อผลงานของ Dulanovic มาจนถึงปัจจุบัน
จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งเกิดขึ้นเมื่อ Dulanovic ไปเยือนสตูดิโอขึ้นรูปโมเดลดินน้ำมัน (Clay Modelling Studio) ของ Italdesign ที่นั่น Dulanovic ได้พบกับ ฟิลิปโป เพรินี (Filippo Perini) หนึ่งในดีไซเนอร์คนโปรดของเขา ซึ่งต่อมาได้ชวนเขาเข้ามาร่วมงานในสตูดิโอ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ Italdesign Ivan Dulanovic ฝากฝีมือไว้ทั้งในโปรเจกต์รถสปอร์ต รถยนต์นั่งทั่วไป ตลอดจนโปรเจกต์สำหรับผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน จุดนี้เองที่จุดประกายความสนใจของเขาต่ออุตสาหกรรมยานยนต์จีนที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การร่วมงานกับ Chery ได้ยืนยันสิ่งที่เขาเคยได้ยินมาตลอดเกี่ยวกับสปีดการพัฒนาอันรวดเร็วของฝั่งจีน
ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ Dulanovic ขยายความเกี่ยวกับปรัชญาการออกแบบว่า ความสำคัญของหลักอากาศพลศาสตร์ และโครงสร้างของ Lepas คือ พลังงานธรรมชาติ หรือ Powerful, Natural Energy ดังนั้น จึงต้องหาสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวเพื่อความชัดเจน และเพื่อใช้สื่อสารกับลูกค้า ทั้งไฟหน้าที่เปรียบเหมือนดวงตา และ เส้นสายแนวไหล่ ของ Lepas L6 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงมาจากดวงตาและเรือนร่างของเสือดาว ซึ่งรถของ Lepas ทุกคันจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหล่านี้เหมือนกันทั้งหมด
L6 มี DNA เฉพาะตัว เป็นงานออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่ชัดเจน ไม่ได้ออกแบบรถเพื่อให้ดีไซเนอร์ด้วยกันชื่นชม หรือออกแบบตอบสนองความชอบของตัวเอง แต่ Lepas L6 EV ออกแบบเพื่อลูกค้าทั่วไปที่อาจไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องการออกแบบ เมื่อมองเห็น ตาเสือดาว ก็แทบไม่ต้องเสียเวลาอธิบายความคิดเบื้องหลังงานออกแบบให้ยุ่งยากเลย ซึ่งมันเป็นวิธีที่ได้ผลและทรงพลัง มิติตัวถังและพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ Lepas L6 มีความยาว 4,570 มิลลิเมตร กว้าง 1,852 มิลลิเมตร สูง 1,683 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร ความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุด 500 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 323 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังแบบ 60:40 จะเพิ่มความจุได้สูงสุด 1,255 ลิตร ช่องเก็บสัมภาระใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระท้าย 99 ลิตร ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) 38 ลิตร
ขนาดล้อ และ ยาง ล้อของ Lepas L6 รุ่นสูงสุด ใส่ล้ออัลลอยลายซี่ถี่ ขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตตัดลม ขนาดล้อ ขยับขึ้นมาจากรุ่น Comfort ที่ใช้ล้อ 18 นิ้ว ขนาดยาง 255/55 R19
คาลิปเปอร์เบรก พ่นสีแดง Red Calipers เพิ่มความสปอร์ตจากโรงงาน อุปกรณ์ซ่อมยาง ชุดอุปกรณ์ซ่อมยางฉุกเฉิน (Emergency Tyre Repair Kit)
ภายใน ผมชอบแนวคิดการตกแต่งของ L6 EV ทั้งโทนสีอ่อนนุ่ม การเลือกใช้วัสดุไม้เทียมสีน้ำตาลอ่อนที่สวยงามใช้ได้ แดชบอร์ดโฟมสังเคราะห์หุ้มไวนิล ไม่ใช่แดชบอร์ดพลาสติกฉีดขึ้นรูปที่เก็บเสียงได้ไม่ดีเท่ากับโฟมสังเคราะห์ L6 EV มีมาตรการเก็บเสียงที่เข้มข้นแม้จะเป็นอีวีที่เงียบอยู่แล้ว มันติดตั้งกระจกด้านหลังแบบ Privacy Glass, กระจกหน้าต่างข้างแบบอคูสติกลามิเนตช่วยเก็บเสียง,
หน้าจอสัมผัสขนาด 13.2 นิ้ว มาครบทั้งอินโฟเทนเมนท์ การปรับตั้งค่าต่างๆ การเชื่อมต่อ และเป็นจอมอนิเตอร์ของกล้อง 560 องศา , หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ มีม่านไฟฟ้ามาให้ในราคานี้ ถือว่าโอเค, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระ 2 โซน, แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, พวงมาลัยพร้อมสวิชท์มัลติฟังกชัน, เซนเซอร์กะระยะจอดด้านหน้าและด้านหลัง, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา รวมถึงระบบความปลอดภัยอีกเพียบ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist)
เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์เต็มรูปแบบ, เบาะคู่หน้าพร้อมระบบปรับอากาศ, ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า, ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ปรับได้ 256 สี, ระบบช่วยจอดรถผ่านรีโมท (Remote Parking Assist) และชุดเครื่องเสียง Sony พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง Lepas L6 ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายความจุ 410 ลิตร พร้อมช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) เพิ่มให้อีก 99 ลิตร L6 ยังได้รับการเซ็ตอัปมาเป็นพิเศษสำหรับคนตัวสูงโดยเฉพาะ ซึ่งน่าจะถ่ายทอดออกมาเป็นสมรรถนะการขับขี่ที่กระฉับกระเฉง ตอบสนองดีพอสมควร ช่วงล่างมีเด้งๆบ้าง แต่โดยรวมพอรับได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงความนุ่มนวลพอที่จะซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนและหลุมได้ดี
ห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ถ่ายทอดสุนทรียะแห่งความเรียบหรูผ่านพื้นที่อันประณีต (Exquisite Space) พร้อมเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หน้าจอแสดงผลแบบ Waterfall Screen ขนาด 13.2 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล 8155 มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ลื่นไหล ดุจสมาร์ทโฟน
มาดูที่ระบบขับเคลื่อนซึ่งเป็นหัวใจของ Lepas L6 EV มีมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวโดดๆ วางด้านหน้าคล่อมเพลาขับแบบขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 242 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 275 นิวตันเมตร เวลากดออกตัวแบบมิดคันเร่งมีอาการทอร์คสเตียร์ที่พวงมาลัยพอให้รู้สึกได้ถึงแรงบิด 275 นิวตันเมตร ส่วนตัวเลขสมรรถนะ L6 EV ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 7.9 วินาที ขนาดความจุแบตเตอรี่ ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP - Lithium Iron Phosphate) ขนาดความจุ 67.08 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ไกล 440 กิโลเมตร วิ่งจริงได้ประมาณ 380 กิโลเมตร ที่ความเร็ว 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางและการขับขี่)
ระบบการชาร์จไฟ และ V2L (Charging & V2L) การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charge) รองรับกำลังไฟรับเข้าสูงสุด 120 kW ความเร็วในการชาร์จ DC สามารถชาร์จประจุไฟจากระดับ 30% ไปจนถึง 80% ได้ภายในเวลาประมาณ 20 นาที การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charge) รองรับหัวชาร์จมาตรฐานทั่วไปสำหรับการชาร์จแบบ Wallbox ที่บ้าน
ระบบชาร์จไฟและการรองรับระดับกำลังไฟ LEPAS L6 พัฒนาบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า 400 โวลต์ รองรับการชาร์จไฟทั้งสองระบบด้วยความเร็วระดับมาตรฐานในปัจจุบัน ชาร์จกระแสสลับ (AC Charging - ชาร์จปกติ/ชาร์จบ้าน) รองรับกำลังไฟสูงสุด: รองรับได้ 6.6 kW ถึง 7 kW (เป็นระบบ 1 เฟส) เหมาะสำหรับการเสียบชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนที่บ้าน โดยระยะเวลาชาร์จจาก 0-100% จะใช้เวลาประมาณ 9-10 ชั่วโมง
ระบบจ่ายกระแสไฟสู่อุปกรณ์ภายนอก (V2L - Vehicle to Load) รองรับการปล่อยกำลังไฟสูงสุด 3.3 kW สามารถเสียบปลั๊กเพื่อจ่ายไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปขณะแคมป์ปิ้งหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งได้
Lepas L6 EV มีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้งาน 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Eco, โหมด Normal และโหมด Sport แต่ละโหมดส่งผลต่อการใช้พลังงานแบตเตอรี่ ขนาด 67.08 kWh แต่ละโหมดจะมีการดึงกระแสไฟเพื่อตอบสนองต่อสมรรถนะการขับขี่ที่แตกต่างกัน
Eco (โหมดประหยัดพลังงาน)เน้นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อยืดระยะทางวิ่งให้ได้ใกล้เคียงกับระยะทางสูงสุดที่เคลมไว้ (540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC) โดยตัวรถจะควบคุมการจ่ายกระแสไฟสู่มอเตอร์อย่างค่อยเป็นค่อยไป
Normal (โหมดปกติ) ความสมดุลระหว่างความประหยัดพลังงานและการตอบสนองของคันเร่ง เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป
Sport (โหมดสปอร์ต)เน้นสมรรถนะสูงสุด โดยระบบจะดึงกระแสไฟจากแบตเตอรี่เพื่อรีดพละกำลัง 218 แรงม้า และแรงบิด 275 นิวตันเมตรออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้ได้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที ซึ่งจะแลกมากับการใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่สูงที่สุดและส่งผลให้ระยะทางวิ่งรวมลดลงอย่างรวดเร็ว
Lepas L6 EV ติดตั้งระบบเบรก Bosch IPB 2.0 Brake by Wire ที่ทำงานร่วมกับระบบ CRBS (Cooperative Regenerative Braking System) เพื่อหน่วงและดึงพลังงานจลน์กลับไปชาร์จเป็นกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งระบบเบรกนี้สามารถตั้งค่าให้ปรับน้ำหนักและการตอบสนองโดยอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ที่เลือกใช้งาน
ตำแหน่งท่านั่งทำออกมาได้ดี เบาะปรับได้ 6 ทิศทาง เบาะคนนั่งปรับ 4 ทิศทางด้วยไฟฟ้า เบาะหลังมีพื้นที่วางขาเหลือเฟือ พื้นที่เหนือศีรษะก็ทำได้ดีไม่อึดอัด แต่เบาะหลัง นั่งสองคนจะสบายกว่านั่งสามคน พนักเท้าแขนตรงกลางมีที่วางแก้วกาแฟมาให้ เบาะหลังแยกปรับพับได้หลายรูปแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนสัมภาระ ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายมีแผ่นเลื่อนปิดเปิดมาให้และใช้งานได้ดี เป็นอีกจุดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของ Lepas
พวงมาลัยที่ย่านความเร็วต่ำไวและเบาทำให้ต้องปรับตัวสักพักเพราะมาจากรถสันดาป พอสลับมาขับรถยนต์ไฟฟ้าก็ต้องปรับพฤติกรรมกันใหม่หมดทั้งฟิลลิ่งและการวางแผนเดินทาง/ชาร์จ ผมชอบความตรงไปตรงมาของมัน ในเมือง L6 EV คล่องตัวแม้จะมีขนาดพอๆกับ Honda CR-V แต่มอเตอร์ขับเคลื่อนทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะพอตัว การเร่งออกจากสัญญาณไฟทันอกทันใจดี ควบคุมง่ายแม้จะมีอาการทอร์คสเตียร์หรืออาการดึงที่พวงมาลัย เป็นอาการปกติของรถขับหน้าที่มีแรงบิดเกิน 260 นิวตันเมตร ถ้าไม่กดคันเร่งลงลึกตอนออกตัว อาการดังกล่าวแทบจะไม่ปรากฎ เอาเข้าจริงๆ อาการทอร์คสเตียร์ทำให้ผมคิดถึง MINI Cooper S อยู่เหมือนกัน
ช่วงล่างไม่ได้ดีเลิศแต่ก็ไม่ได้แย่ อยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่งราคา 8 แสนบาท โช้คและสปริงดูเหมือนจะเต้นรำกันมากไปนิด แต่ขับบนถนนที่ไม่เรียบกลับซับแรงสะเทือนได้ดี อาการโคลงตัวมีบ้างแต่ไม่ได้มากมายอะไรจนรู้สึกแย่ พวงมาลัยไฟฟ้าที่เบาในย่านความเร็วต่ำ พอขับเร็วก็มีการหน่วงที่ดีขึ้น ระยะฟรีตรงกลางน้อยไปนิดนึงทำให้มันค่อนข้างไว บนถนนเรียบๆ Lepas L6 EV ทำตัวได้น่ารักสมราคาและเมื่อฝนตกลงมาอย่างแรง มันก็แสดงศักยภาพของรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งฝ่าสายฝนหนักได้โดยปราศจากปัญหา ยาง225 สอดรับกับสมรรถนะ ให้การทรงตัวที่ดี ยึดเกาะได้ในระดับที่น่าพึงพอใจตอนฝนตกแล้วลองขับ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ไปรอด แค่ระวังแอ่งน้ำที่ต้องลดความเร็วลงไปบ้างเผื่อเหลือเผื่อขาดป้องกันอาการเหินน้ำ
ขับออกทางไกลไปแถวด่านเนินหอม อุทยานเขาใหญ่แล้ววกกลับ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด ความจุ 67.08 kWh ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าวางหน้า ให้พละกำลัง 242 แรงม้า แรงบิด 275 นิวตันเมตร เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน อัตราเร่งแค่ 7.9 วินาที ในการตะกายไป 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จริงๆแล้ว...ตัวเลขอัตราเร่งระดับนี้ ไม่ใช่เรื่องหวือหวาอะไรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ที่ผลิตในจีน แต่ก็ถือว่าเพียงพอเหลือแหล่ และทำให้ควบคุมง่าย ไม่ส่ายเป็นงูเพราะแรงเกินไปเมื่อเร่งจนสุด สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มันเป็นรถที่มีความน่าใช้อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะรูปทรง พื้นที่ และความสบาย ที่สำคัญกว่านั้นคือ ระยะทางวิ่งสูงสุดที่เคลมมาประมาณ 440 กิโลเมตร วิ่งจริงประมาณ 380 กิโลเมตร ด้วยการใช้คันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไป ถ้าสนุกกับความเร็วแล้วกดไม่ยั้ง ระยะทางน่าจะหดสั้นเหลือน้อยลงไปอย่างรวดเร็วตามองศาคันเร่งที่ใช้ ผมทดสอบการทรงตัวในย่านความเร็วสูง เมื่อไม่มีกระแสลมปะทะด้านข้าง Lepas L6 EV วิ่งที่ความเร็วเกือบจะสูงสุดได้ดีพอสมควร แต่ไฟในแบตเตอรี่ที่หล่นวูบ ทำให้ต้องกลับมาใช้ความเร็วเดินทาง ขับเร็ว รับประทาน 17.2 กิโลวัตต์ต่อ 100 กิโลเมตร ขับคลานๆ ขึ้นลงอยู่ที่ 70 -80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางครั้งทำได้ 13.7 กิโลวัตต์ต่อ 100 กิโลเมตร
ระบบชาร์จเร็ว DC กำลังไฟ 120 kW น่าพอใจใช้ได้ แม้จะไม่ใช่ระดับนำของคลาส สามารถชาร์จประจุไฟจาก 30-80% ได้ในเวลาประมาณ 22 นาที ยังมีระบบจ่ายกระแสไฟสู่อุปกรณ์ภายนอก (V2L) ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวรถไปจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ได้ทันทีเมื่อออกกิจกรรมเอ้าท์ดอร์กลางแจ้ง
จุดที่ไม่ชอบก็คือ การเต้นของสปริงที่น่าจะปรับปรุงได้ แต่ก็แลกกลับมาด้วยความนุ่มนวลเมื่อขับผ่านผิวทางที่ไม่ดี กุญแจรีโหมด ควรอยู่กับตัว เอาวางไว้ที่ช่องเก็บของข้างแผงประตูบางครั้งระบบหากุญแจไม่เจอ ส่วนที่ชอบก็มีรูปลักษณ์ งานตกแต่งภายใน ตำแหน่งท่านั่งที่ดี รู้เลยว่าฝรั่งเป็นคนทำ เครื่องเสียง Sony กับลำโพง 8 ตำแหน่งที่ให้มาในรถราคา 8 แสน ถือว่าโอเคเลย การเชื่อมต่อง่าย เชื่อมแล้วไม่หลุด หาโทรศัพท์ที่เชื่อมไว้เจออย่างรวดเร็วเมื่อขึ้นรถ ส่วนฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ผมอยากมีเวลามากกว่านี้เพื่อที่จะได้ลองทุกอย่างที่รถรุ่นนี้มี แต่เวลาในการยืมรถทดสอบแค่ 5 วัน คงบอกอะไรได้ไม่เท่ากับลูกค้าที่ขับใช้งานทุกวัน โดยภาพรวม Lepas L6 EV รุ่นท็อป เทียบกับราคา 8 แสน บาทถือว่ารับได้ งานประกอบตัวถัง ภายนอก ภายใน ทำได้ดี รอยต่อต่างๆ ประณีตเนียนตา โทนสีสว่างของภายในต้องระวังเรื่องความสกปรก แต่ก็มีน้ำยาทำความสะอาดที่จะขจัดคราบที่เกิดจากการใช้งานออกไปได้ มันเป็นรถที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรแม้แต่จุดเดียว แต่เมื่อเอาทั้งหมดมารวมกัน กลับทำให้เกิดความรู้สึกอยากได้ขึ้นมาเฉยเลยละครับ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/