Geely Starray EM-R รถครอสโอเวอร์ C-SUV  พร้อมฉายาลูกน้องอัจฉริยะ ดีไซน์ภายนอก Vision Starburst ผสมผสานความล้ำสมัย กระจกหน้า Star Cluster จุดนำสายตา ดีไซน์ทรงสามเหลี่ยมคว่ำขนาดใหญ่ กินพื้นที่เกือบทั้งหมดของด้านหน้า ลวดลายภายในแบบไดนามิกดูคล้ายดาวตกหรือเส้นแสงที่พุ่งกระจาย ชุดไฟหน้าอัจฉริยะแบบแยกส่วน ไฟ DRL (Daytime Running Light) ขนาบข้างกระจกหน้าทั้งสองฝั่ง  ไฟหน้าหลัก LED ซ่อนไว้อย่างแนบเนียนที่มุมล่างของกันชน เพิ่มความล้ำสมัยและทำให้ด้านหน้าดูสะอาด กันชนหน้าที่บึกบึน พร้อมแผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่องสีเงิน  ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ โลโก้ Geely สีเงินเงา  








ด้านข้างตัวถัง วางเส้นสาย Waistline คมชัด ลากยาวจากไฟหน้าไปจนถึงไฟท้าย  เสา C แบบ Floating Roof ตกแต่งด้วยแถบสีดำบริเวณเสา C ทำให้หลังคาดูคล้ายยกลอยอยู่  กระจกมองข้างทรงสปอร์ต พร้อมไฟเลี้ยว LED ในตัว ดีไซน์เรียวยาว ซุ้มล้อทรงเหลี่ยมและกาบข้างสีดำ สอดรับกับล้ออัลลอยขนาด 19  นิ้วในรุ่นท็อป 






ด้านหลังของรถ GEELY นั้น ส่วนตัวบอกตามตรงว่าชอบเป็นพิเศษ ตั้งแต่บั้นท้ายและไฟท้ายของ EX5 มาจนถึงไฟท้ายทรงปีกนกของ STARRAY EM-R REEV ไฟท้าย Arrowhead LED เต็มความกว้าง เป็น Signature Design ด้านหลัง ด้วยเส้นไฟแดงขนาดยาวตลอดความกว้าง ปลายทั้งสองข้างงอขึ้นคล้ายปีกนกหรือหัวลูกศร  โลโก้  STARRAY ดตั้งอยู่ใต้แถบไฟท้าย  สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ชุดกันชนหลัง มาพร้อมแผ่นกันกระแทกสีเงิน  ท่อไอเสียแบบซ่อนที่ทำให้ด้านหลังดูเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด 


STARRAY EM-R REEV มีรูปลักษณ์ภายนอกสวยงาม แตกต่างและล้ำสมัย กระจกหน้าขนาดใหญ่ ไฟ DRL ทรงหอก เสา C แบบหลังคาลอย และไฟท้ายทรงปีกนก  เอกลักษณ์ที่ทำให้ Starray EM-R เป็นที่จดจำและไม่ซ้ำใครบนถนน นี่คือหนึ่งใน C-SUV ที่มีงานดีไซน์ที่น่าประทับใจที่สุดในยุคนี้ 

GEELY STARRAY EM-R REEV ราคาอย่างเป็นทางการ (นำเข้า CBU จีน)

STARRAY EM-R PRO  699,900 บาท
STARRAY EM-R MAX  799,900 บาท

BYD Sealion 6 Honda CR-V  GWM Haval H6  Deepal S05   Mitsubishi XForce  Honda HR-V  Toyota Corolla Cross 

STARRAY EM-R ยาว 4,750 มิลลิเมตร กว้าง 1,905 มิลลิเมตรสูง 1,680 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ  2,775 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ  160 มิลลิเมตร ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 528 – 2,065 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง) ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน cd  0.278



ห้องโดยสารของ GEELY STARRAY EM-R รุ่น MAX ออกแบบในสไตล์มินิมอลร่วมสมัย ควบคู่กับความอัจฉริยะแบบล้ำยุคดิจิทัลค็อกพิทและระบบสารบันเทิงอัจฉริยะหน้าจอสัมผัสอัจฉริยะ HD 15.4 นิ้ว: ศูนย์กลางการควบคุมตัวรถ ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Flyme Auto ตอบสนองลื่นไหล รองรับ GEELY แอปสโตร์, ระบบนำทาง Navigation, การอัปเดตแบบ OTA และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 4Gการเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลครบครัน มาพร้อมจอมาตรวัดดิจิทัล LCD ขนาด 10.2 นิ้ว ทำงานร่วมกับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า AR-HUD ขนาดใหญ่ 13.8 นิ้ว พร้อมรองรับ Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth 

ระบบเสียงระดับ ติดตั้งลำโพง 14 ตำแหน่ง พร้อมไฮไลต์ลำโพง 2 ตำแหน่งบริเวณพนักพิงศีรษะคนขับ ช่วยให้ฟังเสียงนำทางหรือสายโทรเข้าได้ชัดเจนโดยไม่รบกวนผู้โดยสารพื้นที่นั่งและเบาะโดยสารเบาะหนังสังเคราะห์ดีไซน์สปอร์ต






เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบระบายอากาศ โดยเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมระบบจดจำตำแหน่ง (Memory Seat) ส่วนเบาะผู้โดยสารหน้าปรับ 4 ทิศทางพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลัง: พนักพิงเบาะหลังปรับ-พับแยกแบบ 60:40 เพิ่มความหยืดหยุ่นในการขนสัมภาระ พร้อมที่พักแขนด้านหลัง และกระจกหน้าต่างคู่หลังแบบ Privacy Glass เพิ่มความเป็นส่วนตัว






ตำแหน่งผู้ขับขี่และการควบคุมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มด้วยหนังจับกระชับมือ ปรับได้ 4 ทิศทาง (สูง-ต่ำ / เข้า-ออก)กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ: ช่วยลดแสงสะท้อนจากรถคันหลัง ยกระดับความปลอดภัยขณะขับขี่ค่ำคืนความสะดวกสบายและบรรยากาศในห้องโดยสารระบบไฟและบรรยากาศ ไฟ Ambient Light ปรับได้ถึง 256 เฉดสี พร้อมไฟอ่านหนังสือและไฟห้องเก็บสัมภาระด้านหลังแบบ LED ความสะดวกสบายมาพร้อมที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger), ช่องต่อ USB-A และ USB-C ทั้งแถวหน้า-แถวหลัง, ช่องจ่ายไฟ 12V ด้านหน้าฟังก์ชันใช้งานอัจฉริยะ: ระบบกุญแจ Smart Key, สั่งงานเปิด-ปิดกระจกหน้าต่าง 4 ประตูด้วยรีโมต พร้อมระบบปรับกระจกหน้าต่างอัตโนมัติแยกอิสระ 4 บาน และแผ่นกั้นพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ




เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร  กำลัง 99 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 125 นิวตันเมตร ทำหน้าที่ปั่นไฟเข้าแบตเตอรี่ ไม่มีหน้าที่ขับเคลื่อน หรือส่งกำลังลงล้อ รองรับน้ำมันสูงสุด E20 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว GEELY 11 in 1 พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 262 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion LFP ขนาดความจุ 18.4 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD Front-Wheel Drive อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 8.0 วินาที ความเร็วสูงสุด  170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไฟฟ้าล้วน 150 กิโลเมตร (NEDC) อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 22.2 กิโลเมตรต่อลิตร ความจุถังน้ำมัน 51 ลิตร

ระบบ EM-R ย่อมาจาก Electric Motive – Range Extended เป็นเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน REEV (Range Extended Electric Vehicle) ของ Geely ตัวระบบ ออกแบบให้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนล้อ 100% ล้อคู่หน้าจะถูกหมุนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียวๆ ตลอดเวลา มอบฟีลลิ่ง อัตราเร่ง และความนุ่มนวลเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า BEV  เครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟ (Generator) เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ไม่ได้เชื่อมต่อกับชุดเกียร์เพื่อส่งกำลังลงล้อโดยตรง  ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อส่งกระแสไฟไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ หรือส่งตรงไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อต้องการพลังงานสูง เสียบปลั๊กชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่ LFP  ความจุ 18.4  kWh  รองรับทั้งการชาร์จไฟบ้าน (AC) และชาร์จไว (DC) เพื่อการใช้งานในเมืองด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน

การบริหารจัดการโหมดการขับขี่  3 โหมดหลัก เริ่มจาก Pure Mode ดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน  เครื่องยนต์จะดับ จนกว่าปริมาณแบตเตอรี่จะลดลงถึงระดับที่กำหนด Hybrid Mode สมองกลจะคำนวณและบริหารพลังงานให้อัตโนมัติ โดยใช้ไฟจากแบตเตอรี่เป็นหลัก และจะสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นมาปั่นไฟเติมเข้าแบตเตอรี่เมื่อความเร็วหรือระดับแบตเตอรี่ต้องการ Power Mode  เครื่องยนต์จะทำงานปั่นกระแสไฟฟ้าส่งตรงเข้ามอเตอร์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องร่วมกับแบตเตอรี่ เพื่อดึงกำลังสูงสุด มอเตอร์ไฟฟ้า 11-in-1 รวมชุดควบคุม  VCU/TCU อินเวอร์เตอร์ (SiC), มอเตอร์ และชุดส่งกำลังไว้ในโมดูลเดียว ช่วยลดขนาด น้ำหนัก และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านพลังงานสูงถึง 92.5% ระบบจัดการความร้อน Thermal Management ควบคุมอุณหภูมิของทั้งเครื่องยนต์ ปั๊มไฟ แบตเตอรี่ และมอเตอร์ ให้ทำงานในย่านอุณหภูมิที่เหมาะสม  เพื่อคงอัตราสิ้นเปลืองเมื่อเดินทางไกล



ฟิลลิ่งการควบคุมของ GEELY STARRAY EM-R REEV MAX ในราคา 7.99 แสน ถือว่าทำออกมาได้ดีพอสมควร แบรนด์ GEELY ใส่มาครบ ทั้งระบบช่วยขับ ช่วงล่างที่ให้ความสบาย พวงมาลัยไวไปนิดแต่คมใช้ได้ แลกกับความง่ายในการควบคุมที่ย่านความเร็วต่ำ ช่วงทดสอบจากโชว์รูมย่านหัวถนนศรีนครินทร์ ไปอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก การวิ่งสลับในโหมด Hybrid ที่ความเร็ว 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 14.8 กิโลเมตรต่อลิตร การขับโดยไม่เร่งรีบใน REEV ก็จะมีความประหยัดอยู่บ้างแต่ยังคงเป็นรอง HEV บางรุ่นของญี่ปุ่น แต่เมื่อเริ่มกดคันเร่งต่อเนื่อง อัตราสิ้นเปลืองก็จะแปรเปลี่ยนไป การใช้งานรถยนต์ประเภทนี้ จึงไม่เหมาะกับการขับเร็ว ส่วนอัตราการกินพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 14.1 kWh/100km 



ห้องโดยสารในรถยนต์พลังงานผสมราคาเฉียด 8 แสน บาท รุ่นท็อป MAX มีมาให้ทั้งเบาะไฟฟ้าคู่หน้า หลังคาพาโนรามิค ฝาท้ายไฟฟ้า และพื้นที่ใช้สอยอย่างพอเพียง แน่นอนอยู่แล้วว่ารถจีนในยุคนี้ แข่งด้วยวัสดุภายในที่ทำออกมาได้ดีเกินราคา เบาะนั่งสบาย เบาะคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง จะเอา 8 ทิศทางกับราคา 7.9 แสนบาทก็ดูจะเกินไปนิด แต่ถ้ากล้ายัดเบาะไฟฟ้าปรับ 8 ตำแหน่งมาให้ก็จะดีกว่านี้มาก ที่ชอบก็คือ ปุ่มปรับกระจกมองข้างแบบกลไก ไม่ต้องใช้การปรับผ่านจอแล้วมาคอนโทรลที่สวิชท์ก้านพวงมาลัย แบบนี้จะใช้งานได้ปลอดภัยมากกว่า ส่วนพวงมาลัยฐานตัดล่าง-บน จับกระชับมือดี แต่ทรงของพวงมาลัยนั้นดูเป็นรถแม่บ้านมากไปหน่อย 



การเก็บเสียงก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของระดับราคา วิ่ง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงยางและเสียงลมได้ยินเบาๆ ไม่ได้รบกวนอะไร ส่วนโครงสร้างของรถที่ต้องติดตั้งแบตเตอรี่และเครื่องยนต์ รวมถึงถังเชื้อเพลิง เมื่อขับเร็ว การบาลานซ์น้ำหนักก็ทำได้แบบไม่น่าเกลียด ทรงตัวดีในย่านความเร็วสูงและคล่องตัวเมื่อขับแบบรีบเร่งในเมือง ความสะดวกสบายของอุปกรณ์ในรุ่นท็อป หากตัด ADAS บางระบบออกไป ก็น่าจะทำราคาได้ถูกกว่านี้ คนยุคใหม่ที่ขับรถ ชอบระบบรักษาช่องทาง ชอบเปิดโหมดรักษาความเร็วอัตโนมัติ และชอบให้ระบบความปลอดภัยเปิดใช้งานครอบคลุมทุกระบบ เพราะคนขับรถในยุคนี้ ส่วนใหญ่ ให้ความสนใจหรือมีสมาธิในการขับน้อยเกินไปจนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ระบบช่วยขับ ถ้าไม่พึ่งพามันจนสุดลิ่ม ลองใช้สมาธิเต็ม 100% ในการควบคุมรถ ไม่วอกแวก เดี๋ยวหยิบโทรศัพท์มาดู เดี่ยวหยิบแก้วกาแฟมาดูด หรือหันไปมองโน่นนี่ การใส่ใจกับมุมมองเบื้องหน้า ไม่สนใจสิ่งเร้าต่างๆที่ทำให้สมาธิหลุด จะทำให้ขับรถได้ปลอดภัยมากกว่ามี ADAS ถึง 100 ฟังก์ชัน 



ความแตกต่างระหว่างช่วงล่างหลังแบบ มัลติลิงก์ใน GEELY STARRAY EM-R MAX กับช่วงล่างหลังแบบ ทอร์ชันบีม (Torsion Beam) อยู่ที่โครงสร้าง และประสิทธิภาพในการทำให้เกิดการยึดเกาะ อิสระในการเคลื่อนที่ของล้อ มัลติลิงก์มีจุดยึดและปีกนกหลายจุด  แยกฝั่งซ้าย-ขวาออกจากกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ล้อหลังซ้ายและขวาเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้อย่างอิสระ เมื่อล้อหนึ่งตกหลุม แรงเต้นจะไม่ถูกส่งผ่านไปยังล้ออีกฝั่ง ส่วนทอร์ชันบีม (คานแข็ง) ล้อหลังซ้ายและขวาถูกเชื่อมต่อกันด้วยคานเหล็กบิดตัวได้ เมื่อล้อฝั่งหนึ่งตกหลุม หรือยกลอย แรงกระแทกและแรงบิดจะถูกส่งผ่านคานไปยังล้ออีกฝั่งหนึ่งด้วย



การยึดเกาะถนนและการควบคุม  ช่วงล่างหลังมัลติลิงก์บวกยาง Goodyear EfficientGrip Performance SUV 235/50R19 หน้ายางสามารถสัมผัสพื้นถนนได้เต็มหน้ากว้างอย่างตลอดเวลา เข้าขณะเข้าโค้งแรงๆ หรือวิ่งบนที่ลาดเอียง อาการเอียงตัว (Body Roll) เนื่องจากจุดยึดหลายลิงก์จะช่วยรักษามุมแคมเบอร์ให้เหมาะสม ส่งผลให้รถยึดเกาะถนนได้ดีกว่า ท้ายไม่ปัดง่าย ให้ความมั่นใจในย่านความเร็วสูง ส่วนทอร์ชันบีม มุมองศาของล้อจะเปลี่ยนแปลงไปตามการบิดตัวของคาน ทำให้พื้นที่สัมผัสหน้ายางลดลงเมื่อเข้าโค้งแรงๆ ซึ่งอาจเกิดอาการหน้าดื้อหรือท้ายปัดได้ง่ายกว่าในย่านความเร็วสูง สำหรับความนุ่มนวลและสุนทรียภาพในการเดินทาง ช่วงล่างมัลติลิงก์ซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนขรุขระหรือถนนซ่อมแซมได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่ามาก อาการสะเทือนถึงห้องโดยสารน้อยลง  ลดเสียงรบกวนจากการทำงานของช่วงล่าง แต่ข้อเสียของมัลติลิงก์ก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะลิ้งก์ มีชิ้นส่วนซับซ้อน น้ำหนักมากกว่า มีบูชและจุดยึดหลายจุด กินพื้นที่ มีต้นทุนการผลิตสูงกว่า  ในระยะยาวจะมีจุดให้บำรุงรักษามากกว่า ส่วนทอร์ชันบีมเป็นช่วงล่างหลังที่มีโครงสร้างเรียบง่าย น้ำหนักเบา ทนทาน ไม่ซับซ้อน ไม่กินพื้นที่ใต้ท้องรถ ทำให้ปรับพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระท้ายได้ง่ายกว่า การที่ GEELY STARRAY EM-R MAX ให้ช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์มาจับคู่กับแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้า  ช่วยให้ตัวรถตอบสนองการขับขี่ได้ดี มีความนุ่มนวล และเกาะถนนได้ดีกว่ารถระดับเดียวกันที่ยังใช้ช่วงล่างหลังแบบทอร์ชันบีม 


จุดเด่นและจุดสังเกตของ GEELY STARRAY EM-R REEV MAX (ราคา 7.99 แสนบาท):

 สมรรถนะ ช่วงล่าง ช่วงล่างหลังมัลติลิงก์จับคู่แมคเฟอร์สันสตรัทหน้า พร้อมยาง Goodyear EfficientGrip Performance SUV (235/50R19) ซับแรงสะเทือนดี เกาะถนนทรงตัวมั่นใจในย่านความเร็วสูง และให้ความนุ่มนวลกว่าช่วงล่างทอร์ชันบีม การควบคุมและ NVH พวงมาลัยคม ควบคุมง่ายในความเร็วต่ำ การเก็บเสียงลมและยางทำได้ดีตามมาตรฐานที่ความเร็ว 100 กม./ชม. วัสดุและอุปกรณ์ งานประกอบภายใน มีคุณภาพเกินราคา ให้เบาะไฟฟ้าคู่หน้า หลังคาพาโนรามิค ฝาท้ายไฟฟ้า และใช้ปุ่มปรับกระจกมองข้างแบบกลไก ซึ่งใช้งานง่ายและปลอดภัยกว่าปรับผ่านจอ

จุดสังเกต
อัตราสิ้นเปลืองโหมด Hybrid (90-100 กม./ชม.) ทำได้ราว 14.8 กม./ลิตร และกินไฟ 14.1 kWh/100km เมื่อกดคันเร่งต่อเนื่องจะกินน้ำมันเพิ่มขึ้น ความประหยัดยังเป็นรองระบบ HEV ของค่ายญี่ปุ่น ไม่เหมาะกับการขับเร็ว พวงมาลัยไวไปนิดที่ความเร็วต่ำ ดีไซน์พวงมาลัยดูเป็นรถแม่บ้าน  ระบบความปลอดภัย ติดตั้งระบบ ADAS มาเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ก็ทำให้ต้นทุนตัวรถสูงขึ้นตามไปด้วย


สเปกเทคนิคของรุ่น MAX ราคา 799,900 บาท

ประเภทระบบส่งกำลัง REEV (Range-Extended Electric Vehicle)

ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหน้า Front-wheel Drive (FWD)

ประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor (PMSM))

กำลังมอเตอร์สูงสุด 160 กิโลวัตต์ 

แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 262 นิวตันเมตร 

ประเภทเครื่องยนต์: เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 4 สูบ (1.5L Engine 4 Cylinders)

กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 73 กิโลวัตต์ 

ความจุถังน้ำมัน 51 ลิตร 

ประเภทน้ำมัน เบนซิน 95 รองรับ E20

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 8 วินาที 

ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. 

โหมดการขับขี่ Pure / Hybrid / Power

ประเภทแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (Lithium iron phosphate battery (LFP))

ความจุแบตเตอรี่ 18.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง 

ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุดตามมาตรฐาน NEDC 104.8 กิโลเมตร 

รองรับการชาร์จแบบ AC Type-2 สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ 

รองรับการชาร์จแบบ DC CCS2 สูงสุด 30 กิโลวัตต์ 

ระยะเวลาการชาร์จแบบเร็วแบบ DC (30% - 80%) 20 นาที 

ระบบการเบรกเพื่อจ่ายพลังงานคืนกลับ

การถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L

ระบบการถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังยานพาหนะ V2V

 สเปกช่วงล่างและระบบเบรกของรุ่น MAX  

ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS)

ระบบกันสะเทือนด้านหน้า แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut)

ระบบกันสะเทือนด้านหลัง มัลติลิงก์ (Multi-Link)

ระบบเบรกด้านหน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน (Ventilated Disc Brake)

ระบบเบรกด้านหลังดิสก์เบรก (Disc Brake)

ขนาดล้ออัลลอย 19 นิ้ว (19-inch)

ขนาดยาง  235/50 R19

อุปกรณ์ซ่อมยางฉุกเฉิน 

ข้อมูลมิติตัวถังและน้ำหนัก 

มิติตัวถังและน้ำหนัก (PRO / MAX)

ความยาว  4,740 มิลลิเมตร

ความกว้าง 1,905 มิลลิเมตร

ความสูง 1,685 มิลลิเมตร

ระยะฐานล้อ 2,755 มิลลิเมตร 

ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,625 มิลลิเมตร

ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,625 มิลลิเมตร 

ความสูงใต้ท้องรถ ไม่บรรทุก 172 มิลลิเมตร

ความสูงใต้ท้องรถ บรรทุกเต็มที่  150 มิลลิเมตร

ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ 528 / 2,065 ลิตร

น้ำหนักรถเปล่า  PRO = 1,730 กิโลกรัม / MAX = 1,770 กิโลกรัม

รัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร

จำนวนที่นั่ง 5 ตำแหน่ง 

รายละเอียดอุปกรณ์ภายนอกเฉพาะรุ่น MAX  

ไฟหน้าแบบ LED

ไฟส่องสว่างขณะขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED

ไฟท้ายแบบ LED

ไฟตัดหมอกหลังแบบ LED

ไฟเบรกหลังดวงที่ 3 แบบ LED

ไฟหน้าเปิด - ปิดอัตโนมัติ

ระบบหน่วงเวลาเปิดไฟหน้า - Follow Me Home

ระบบเปิด-ปิด ไฟสูงอัตโนมัติ - IHBC

กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

กระจกมองข้างพับไฟฟ้า

กระจกมองข้างพร้อมระบบทำความร้อน

ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบอัตโนมัติ

ระบบปัดน้ำฝนด้านหลังพร้อมที่ฉีดน้ำล้างกระจก

ราวหลังคา

หลังคากระจกพาโนรามิค แบบเปิด-ปิดได้

ม่านหลังคาไฟฟ้า

ประตูท้ายเปิด-ปิดแบบไฟฟ้า พร้อมระบบสัมผัส

อุปกรณ์ภายใน

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน

พวงมาลัยหุ้มวัสดุหนังไมโครไฟเบอร์

พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง (สูง-ต่ำ / เข้า-ออก)

กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ

ม่านบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้า

ระบบปรับกระจกหน้าต่างอัตโนมัติแยกอิสระ 4 ประตู

กระจกหน้าต่างด้านหลังแบบรักษาความเป็นส่วนตัว

ไฟอ่านหนังสือด้านหน้าและด้านหลังแบบ LED

แผ่นกั้นพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ

ไฟห้องเก็บสัมภาระด้านหลังแบบ LED

เบาะหนังสังเคราะห์

เบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง

เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง

ระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งคนขับ

เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ

ที่พักแขนด้านหลัง

พนักพิงเบาะหลังปรับ-พับแยกแบบ 60:40

มาตรวัดดิจิทัลแบบ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว

ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้าขนาด 13.8 นิ้ว (HUD)

จอสัมผัสอัจฉริยะแบบ HD ขนาด 15.4 นิ้ว

ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะแสดงข้อมูลและความบันเทิง Flyme Auto

ระบบเชื่อมต่อแบบบลูทูธ

รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 4G

ระบบนำทาง Navigation

การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบออนไลน์ OTA

GEELY แอปสโตร์


ลำโพง 14 ตำแหน่ง และ ลำโพง 2 ตำแหน่งบนพนักพิงศีรษะ

ช่องต่อ USB-A และ USB-C บริเวณที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง

ช่องจ่ายกระแสไฟฟ้า 12V บริเวณที่นั่งด้านหน้า

ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

ระบบไฟสร้างบรรยากาศ 256 เฉดสี

ระบบกุญแจอัจฉริยะ

ระบบสั่งงานเปิด-ปิดกระจกหน้าต่างด้วยรีโมต

ระบบช่วยขับ
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICC)

ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)

ระบบช่วยป้องกันการชนด้านหน้า (CMSF)

ระบบช่วยป้องกันการชนด้านหลัง (CMSR)

ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)

ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (LCA)

ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)

ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)

ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA)

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางแบบฉุกเฉิน (ELKA)

ระบบช่วยเตือนการชนก่อนเปิดประตู (DOW)

ระบบช่วยตรวจสอบป้ายจราจร (TSI)

ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (FVD)
ระบบความปลอดภัย

ถุงลมคู่หน้า

ถุงลมด้านข้าง

ม่านถุงลมด้านข้าง

กล้องมองภาพด้านหลัง

กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา (AVM) พร้อมโหมดแสดงภาพตัวรถแบบโปร่งแสง

เรดาร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า

เรดาร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหลัง

ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)

ระบบเบรกอัตโนมัติชั่วคราว (Auto Hold)

ระบบช่วยตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS)

ระบบช่วยป้องกันล้อล็อก (ABS)

ระบบช่วยควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD)

ระบบช่วยเสริมแรงเบรก (BAS)

ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC)

ระบบช่วยป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ (G-TCS)

ระบบช่วยป้องกันการพลิกคว่ำ (ARP)

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC)

ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)

ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ (PIB)

เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าพร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ

เข็มขัดนิรภัยด้านหลังพร้อมระบบดึงกลับ

ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้า

ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง

จุดยึดเบาะนั่งนิรภัยตอนหลังสำหรับเด็ก (ISOFIX)

ระบบล็อกนิรภัยป้องกันเด็กเปิดประตูด้านหลังจากในรถ

ระบบช่วยป้องกันการโจรกรรม

ระบบสัญญาณกันขโมย

ระบบเตือนคนรอบข้างขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ (AVAS)

ระบบปลดล็อกฝาท้ายฉุกเฉิน

 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th   
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom   
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/