ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสความร้อนแรงของรถยนต์จากแดนมังกรทะยานขึ้นฟ้าอย่างต่อเนื่อง และเมื่อแบรนด์จีนเริ่มลงหลักปักฐานได้อย่างมั่นคง รายชื่อรถยนต์ในไลน์อัปที่ทำตลาดในแต่ละประเทศก็ขยายตัวตามไปด้วย ล่าสุดค่าย GWM ได้ส่งเอสยูวีไซส์เบิ้ม TANK 500 เครื่องยนต์ดีเซลสี่สูบเรียง 3.0 ลิตร เทอร์โบ เป็นระบบส่งกำลังเชื้อเพลิงดีเซลที่พัฒนาโดย GWM เพื่อทำให้ TANK 500 เป็นรถ PPV SUV เกรดพรีเมียม แน่นอนว่า TANK 500 ได้ยกระดับความหรูหราให้เหนือกว่ารถ GWM รุ่นที่คุ้นเคยอย่างTANK 300
เริ่มต้นกันที่ TANK 500 ดีเซล สมาชิกใหม่ในตระกูล PPV SUV จัดดีไซน์ดุดันแนวอเมริกัน กระจังหน้าและกันชนหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ หรือถ้าไม่ชอบโครเมียมก็ยังมีรุ่นกระจังหน้าดำสนิดมาให้เลือกอีกตะหาก การมองหน้าตาของ TANK 500 ผ่านกระจกมองหลังให้ความรู้สึกเกรงขาม มิติตัวถังใหญ่โตบึกบึนพอๆกับ Land Cruiser 300 ส่งให้ตัวรถดูมีพลัง ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่บันไฟไฟฟ้าทำงานอัตโนมัติยืดออกและหดเก็บได้ หลังคากระจก Panoramic เบาะนั่งแสนสบายปรับได้อย่างหลากหลายแตกต่างจากแมวไฟฟ้าที่ปรับเบาะยากเย็นแสนเข็นยิ่งนัก!
การขับทดสอบจากกรุงเทพฯไปยังเขาค้อ TANK 500 ดีเซลรุ่นขับสี่ มีดีที่ความสบาย จังหวะออกตัวจากจุดหยุดนิ่งทำได้อย่างน่าประทับใจ เครื่องยนต์ดีเซลสี่สูบเรียงเทอร์โบ บวกกับเกียร์ 9 สปีด ช่วยส่งกำลังให้ตัวรถทะยานออกไปอย่างรวดเร็วทันใจ แม้จะใหญ่โต แต่ทำ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ใน 10.4 วินาที เอาเข้าจริงๆ ความเร้าใจช่วงเร่งแซงจะแผ่วลงเล็กน้อยเมื่อใช้ความเร็วสูงบนทางหลวง น้ำหนักตัวถังที่หนักราว 2.6 ตัน ทำให้สัมผัสถึงน้ำหนักของรถได้ในจังหวะเบรกหนักหรือสลาลอมเข้าโค้ง แต่โดยรวมยังถือว่าควบคุมได้ดี มีอาการโคลงไม่มาก เนื่องจากการปรับจูนช่วงล่างใหม่หมด
เรื่องน่าประหลาดใจคือ เครื่องยนต์ดีเซลกลับประหยัดอย่างเห็นได้ชัดแม้จะขับบนเส้นทางภูเขาที่ความเร็วเดินทาง 90-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 11.5 กม./ลิตร ช่วงล่างลดความตึงตังและแข็งตามสไตล์รถเอสยูวีจีน จุดเด่นของมันคือ ห้องโดยสารที่สะดวกสบาย ซึ่งเข้ามาช่วยให้การเดินทางผ่อนคลาย
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็มตามสไตล์จีน หน้าจอกลางสัมผัสขนาดใหญ่ยักษ์ 14.6 นิ้ว คมชัดสมจริง รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ทำงานร่วมกับหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลและจอแสดงผลบนกระจกหน้า (HUD) ให้ข้อมูลชัดเจน ภายในตกแต่งด้วยลายไม้และเบาะหนังปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวด 8 จุดใช่แล้วครับ นี่คือรถ PPVสายหรูที่มีระบบนวดให้คุณขณะตะลุยทางออฟโรด! ส่วนผู้โดยสารตอนหลังก็สบายไม่แพ้กันด้วยแท่นชาร์จไร้สายและพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง
TANK 500 เอสยูวีระดับเรือธง ถอดรหัสงานดีไซน์ลุยเข้มสไตล์พรีเมียมคล้าย Land Cruiser 300 เติมความหรูหราด้วยบันไดข้างไฟฟ้า สไตล์ Maybach พร้อมล้ออัลลอยและตกแต่งชิ้นส่วนโครเมียมรอบคัน มิติตัวถังขนาดใหญ่สร้างออร่าความหรูหรา สมรรถนะการขับขี่ของ TANK 500 ถือว่าพอใช้ได้ ไม่มีจุดไหนทีแย่ นอกจากขนาดตัวถังซึ่งใหญ่จนอาจหาที่จอดในห้างดังกลางเมืองยากสักนิด ช่วงล่างซับแรงกระแทกบนทางลาดยางและถนนลูกรังได้นุ่มนวล โหมดการขับออฟโรด ช่วยเสริมการขับลุยได้จริง ด้วยระบบล็อกเฟืองท้าย (Diff-Lock) ถึง 3 จุด ระยะความสูงใต้ท้องรถ 221 มิลลิเมตร มุมไต่ 30 องศา มุมคร่อม 22.5 องศา และมุมตก 24 องศา พร้อมลุยทุกอุปสรรค
ภายในห้องโดยสารคือจุดเด่นที่สุด ถอดแบบความอลังการมาจากของหรูจากยุโรป จอกลาง 14.6 นิ้ว งานตกแต่งลายไม้ และเบาะหุ้มหนังสัมผัสนุ่ม พื้นที่วางขาแถวหลังกว้างขวาง ตัวงานประกอบและวัสดุผ่านการทดสอบความทนทานต่อการสึกหรอและการขีดข่วนเพื่อความยาวนานในการใช้งาน
TANK 500 ดีเซล เมื่อพิจารณาจากขนาดตัวถัง ดีไซน์ติดหรู ออปชันไฮเทค และช่วงล่างที่เซตมาอย่างลงตัว ถือเป็นรถที่น่าใช้ แม้ต้องลุ้นกันต่อว่า ราคา ควรจะไม่เกิน 1.7 ล้านบาท แต่ทั้ง 300 และ 500 ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงก้าวกระโดดของ GWM ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์อเนกประสงค์เครื่องยนต์ดีเซล แรงบิด 620 นัวตันเมตร ลากเทรลเลอร์รถบ้านหนัก 3.5 ตัน หรือ 3500 กิโลกรัมได้อย่างสบายๆ
สรุป NEW TANK 500 3.0T DIESEL เป็นการยกระดับ Premium PPV ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลตัวใหญ่ พัฒนาให้มีกำลังและแรงบิดสูงขึ้น พร้อมประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่มีความสมดุลระหว่างพลวัตและความประหยัด เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ให้การตอบสนองที่แม่นยำในด้านอัตราทด ความมั่นใจของการขับขี่ที่ส่งผ่านช่วงล่าง ล้อ ยาง และเบรกที่น่าจะดีกว่านี้อีกนิด แต่เรื่องของน้ำหนักตัว ทำให้การเผื่อระยะเบรก เป็นเรื่องสำคัญเมื่อขับใช้งานเอสยูวีตัวหนัก 2 ตัน การใช้งานในเมืองหรือเดินทางไกลบนเส้นทางที่ท้าทายเต็มไปด้วยโค้งขึ้นลงเขาต่อเนื่องบนอุทยานเขาค้อ ความหรูหรา สะดวกสบาย ฟีเจอร์ใหม่บันไดไฟฟ้าที่ช่วยให้การขึ้น – ลงสะดวกสบาย พวงมาลัยไฟฟ้าแบบปรับค่าการตอบสนองได้เพื่อการควบคุมที่เสถียร พร้อมตำแหน่งท่านั่งที่จัดวางมาดีพอ
ช่วงแรกที่ขายรุ่นไฮบริด HEV เจ้า TANK 500 ยังไปได้ไม่แรงพอในด้านการทำตลาด แต่หลายสิ่งหลายอย่าง ช่วยทำให้การปรับปรุงในครั้งนี้ รถมีการขับที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอาการโคลงที่ลดลงมาก เก็บเสียงดี เครื่องยนต์ไม่สั่นสะท้านหรือส่งเสียงดังแม้จะถูกเร่งรอบเพื่อแซงรถช้า ถ้าราคาอยู่ในเกณฑ์ 1.6-1.7 ล้านบาท น่าจะพอขายได้เพราะคู่แข่งในกลุ่มนี้ มีทั้ง PPV เจ้าตลาดที่ครองตำแหน่งเบอร์หนึ่งมานาน และของแข็งอย่าง Ford Everest ที่ขับดีเหลือกำลังลาก เอาเข้าจริงๆ ความหรูหราและราคาที่พอจะควักกระเป๋าได้ของ TANK 500 ดีเซล รุ่นประกอบในประเทศ น่าจะสร้างแรงดึงดูดในกลุ่มเอสยูวีได้ไม่น้อยเลยทีเดียว งานนี้ไม่ต้องฟันธง ชอบก็ไปลองขับ เทียบกับรถคู่แข่งเจ้าตลาดแล้ว GWM TANK 500 ก็ไม่ได้ด้อยอะไร นอกจากความเชื่อมั่นและศูนย์บริการที่ค่ายเกรทวอลล์ใช้พยายามในการรักษาอันดับ 1 แบรนด์จีนที่ดูแลหลังการขายดีที่สุดเอาไว้ให้เหนียวแน่นเท่านั้นเอง.
ตามราคาวันเปิดตัว GWM TANK 500 3.0T DIESEL วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 น ที่งาน บิ้ก มอเตอร์เซลส์ ไบเทค บางนา
NEW TANK 500 3.0T DIESEL เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบ มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย และความโดดเด่นที่ตอบความต้องการของผู้นำยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม ได้แก่
TANK 500 3.0T DIESEL ULTRATANK 500 3.0T DIESEL ULTRA 4WD
สีภายนอก
ดำ (Black)
ขาว (White)
เทา (Grey)
สีภายในดำล้วน
NEW TANK 500 3.0T DIESEL มีความยาว 4,886 มิลลิเมตร กว้าง 1,934 มิลลิเมตร สูง 1,905 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร เพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร รองรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง เหมาะสำหรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเดินทางระยะไกล ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้าและคู่หลัง 1,635 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 219 มิลลิเมตร ถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 78 ลิตร
NEW TANK 500 3.0T DIESEL เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน (VGT) ความจุ 3.0 ลิตร เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ TANK 500 เพิ่มเติมจากรุ่นปัจจุบัน แรงบิดสูงในรอบต่ำ รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เทคโนโลยีระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรลไดเร็คอินเจคชั่น เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และการตอบสนองของเครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,994 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 170 กิโลวัตต์ หรือ 231 แรงม้า ที่ 3,200 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร ที่ช่วงรอบ 1,400 - 2,400 รอบต่อนาที มอบพลวัตกำลังที่ต่อเนื่องและความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อต้องการอัตราเร่ง การบรรทุก หรือการเดินทางบนเส้นทางหลากหลายรูปแบบ ควบคู่กับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร
ครื่องยนต์ดีเซล 3.0T สมรรถนะสูง เจเนอเรชันใหม่จาก GWM (4F30 Diesel Engine)
สมรรถนะ (Powerful Performance)
กำลังสูงสุด 170 kW (ประมาณ 231 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำ (Low Fuel Consumption)
อัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน NEDC ที่ 7.1 ลิตร/100 กิโลเมตร (ประมาณ 14.08 กม./ลิตร) ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4X4) ขับจริงบนเส้นทางภูเขา ทำได้ 11.5 กิโลเมตรต่อลิตร
เสียงรบกวนต่ำ (Low Noise)
มาตรการลดเสียงรบกวน 6 จุด ช่วยมอบสมรรถนะด้าน NVH (ความเงียบ นุ่มนวล และการสั่นสะเทือน) ในระดับที่เทียบเท่ากับเครื่องยนต์เบนซิน
ความน่าเชื่อถือ (Superior Reliability)
ผ่านการทดสอบในสภาวะแวดล้อมสุดขั้ว ทั้งพื้นที่อุณหภูมิสูงจัด หนาวจัด และพื้นที่ระดับความสูงสูง
ผ่านการทดสอบความทนทานของเครื่องยนต์ด้วยเวลารวมสะสมกว่า 15,000 ชั่วโมง (เทียบเท่าระยะทางประมาณ 5 ล้านกิโลเมตร)
เครื่องยนต์เดี่ยวผ่านการทดสอบทำงานต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ชั่วโมง (เทียบเท่าระยะทางมากกว่า 600,000 กิโลเมตร) โดยที่สมรรถนะไม่ลดลง ภายใต้สภาวะการทดสอบที่หฤโหดยิ่งกว่าการใช้งานจริงของผู้บริโภค เครื่องยนต์ดีเซลทำงานที่ความเร็วรอบต่ำกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ส่งผลให้ชิ้นส่วนเกิดการสึกหรอน้อยกว่า ประกอบกับโครงสร้างการจุดระเบิดด้วยแรงอัด จึงไม่จำเป็นต้องมีระบบจุดระเบิด และมีชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าส่วนควบน้อยกว่า ทำให้มีอัตราการชำรุดเสียหายต่ำกว่าเครื่องยนต์เบนซินอย่างมาก
ผ่านการทดสอบบนแท่นทดสอบเครื่องยนต์มากกว่า 30 รายการ ทดสอบการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน (Thermal Shock Testing) 300 ชั่วโมง ทดสอบภาระโหลดสลับ (Alternating Load Testing) 650 ชั่วโมง (ทำงานต่อเนื่องภายใต้สภาวะที่หฤโหดสุด ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่าการใช้งานจริงของผู้บริโภค) พร้อมทำเวลารวมสะสมกว่า 15,000 ชั่วโมง เทียบเท่าระยะทางประมาณ 5 ล้านกิโลเมตร โดยเครื่องยนต์เดี่ยวสามารถทำงานต่อเนื่องได้ยาวนานกว่า 1,500 ชั่วโมง เทียบเท่าระยะทางมากกว่า 600,000 กิโลเมตร โดยที่สมรรถนะไม่ลดลง
ผ่านการทดสอบบนถนนจริงและสภาวะแวดล้อมสุดขั้วทั่วโลกรวม 76 รูปแบบ รวมระยะทางทดสอบทั้งหมด 6 ล้านกิโลเมตร
1. การปรับแต่งระบบไอดีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด (Intake System Optimization)
พอร์ตไอดีออกแบบให้เป็นแบบเกลียวผสมแนวสัมผัสเพื่อจัดสรรทิศทางการไหลของอากาศให้เหมาะสม ทำให้เกิดอัตราหมุนวนของอากาศ (Swirl Ratio) สูงกว่า 2.0 ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของการไหลเวียนอากาศ ยกระดับประสิทธิภาพการใช้อากาศและการเผาไหม้ให้ดีขึ้น
2. เทอร์โบชาร์จเจอร์แปรผันประสิทธิภาพสูง (High-Efficiency VGT Turbocharger)
ใช้ชุดควบคุมการทำงานแบบไฟฟ้า (Electronically Controlled Actuator) ในการปรับขนาดพื้นที่ตัดขวางของการไหลในเทอร์ไบน์ ผ่านการจำลองและวิเคราะห์การไหลด้วยคอมพิวเตอร์ (CFD) ช่วยให้จับคู่การทำงานได้สมบูรณ์แบบในทุกช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ ส่งผลให้ได้พละกำลังมากขึ้นโดยใช้น้ำมันน้อยลง
ให้การตอบสนองที่ฉับไวและมีประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิภาพเชิงปริมาตร (Volumetric Efficiency) ขึ้น 20% เพิ่มแรงบิดในรอบต่ำขึ้น 30% และเค้นแรงบิดรอบต่ำสูงสุดได้ถึง 385 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,000 รอบ/นาที
3. อินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-Cooled Intercooler)
ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุมอุณหภูมิอากาศไอดีได้อย่างแม่นยำในทุกสภาวะการทำงาน
เมื่อเทียบกับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบอินเตอร์คูลเลอร์น้ำจะมีท่อไอดีที่สั้นกว่า ช่วยลดการสูญเสียแรงดันไอดี เพิ่มประสิทธิภาพเชิงปริมาตร และช่วยให้คันเร่งตอบสนองได้ติดเท้า ส่งกำลังได้อย่างทันท่วงที
ระบบคอมมอนเรลแรงดันสูง 2000 บาร์ (2000bar High-Pressure Common Rail System)
ใช้ห้องเผาไหม้ดีไซน์ใหม่แบบ D-Scroll ความลาดเอียงต่ำ ทำงานร่วมกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ประสิทธิภาพสูงเจเนอเรชันใหม่ และระบบคอมมอนเรลแรงดันสูง 2000 บาร์ เพื่อยกระดับการผสมกันของน้ำมันและอากาศ ช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ระบบ EGR ควบคุมด้วยไฟฟ้า (Electronic EGR System)
ใช้เทคโนโลยี EGR แรงดันสูง + แรงดันต่ำ เพื่อเพิ่มอัตราหมุนเวียนไอเสียอย่างมีนัยสำคัญ ลดการสูญเสียทางไอเสีย ช่วยให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการปล่อยมลพิษ พร้อมลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในรอบการใช้งานลงได้ 2% (ครอบคลุมช่วงการทำงานที่กว้างขึ้น)
วาล์วน้ำควบคุมด้วยไฟฟ้า (Electronic Thermostat)
ควบคุมอุณหภูมิน้ำระบายความร้อนฝั่งทางออกได้อย่างชาญฉลาดขณะอุ่นเครื่องยนต์ และช่วยเพิ่มอุณหภูมิการทำงานในสภาวะการขับขี่ที่ต้องเร่ง-เบรกบ่อยครั้ง ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันลงได้ 1%
สารเคลือบลดแรงเสียดทาน (Friction-Reducing Coatings)
สลักลูกสูบและแหวนลูกสูบได้รับการเคลือบสาร DLC (Diamond-Like Carbon) เพื่อลดการสูญเสียเชิงกลและแรงเสียดทานในชุดลูกสูบและก้านสูบ ช่วยประหยัดน้ำมันและลดการประหยัดพลังงานลงได้ 0.8%
เครื่องยนต์ดีเซล 3.0T ผสานหลายเทคโนโลยีประหยัดน้ำมัน เพิ่มประสิทธิภาพเชิงกล และปรับปรุงระบบไอดี-ไอเสียเพื่อยกระดับความประหยัด พร้อมอัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 16:1 และประสิทธิภาพทางความร้อน (Thermal Efficiency) สูงถึง 43.7% เมื่อขับลงทางลาดชัน อัตราส่วนกำลังอัดที่สูงจะช่วยเพิ่มสมรรถนะของ Engine Brake ทำให้ควบคุมรถที่ความเร็วต่ำได้ดี และป้องกันไม่ให้รถไหลลงเขาเร็วเกินไป
ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบวางตามยาว 9AT ที่พัฒนาขึ้นเองเป็นครั้งแรก พร้อมอัตราทดเกียร์ที่กว้างที่สุดในระดับเดียวกัน
สมรรถนะ
อัตราทดเกียร์ 1: 5.288
อัตราทดเกียร์โดยรวมกว้าง 8.843
รองรับแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร
ระบบ 9 สปีดที่มีอัตราทดเกียร์ชิดกัน (Closely Spaced Ratios)
เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างราบรื่น ไร้การกระตุก
ครอบคลุมช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันได้กว้างยิ่งขึ้น
ประสิทธิภาพการส่งกำลังของระบบเกียร์สูงถึง 97%
ใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำลงเมื่อขับขี่เดินทางไกลบนทางหลวง
เหมาะสำหรับการขับขี่ระยะทางไกลและการขับขี่ออฟโรด
อัตราทดเกียร์ 1 ที่สูงขึ้น ช่วยให้อัตราเร่งออกตัวทำได้ดียิ่งขึ้นTANK 500 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล จึงมีสมรรถนะที่ได้เปรียบอย่างมากในการออกตัว การเร่งแซงบ่อยครั้ง และการขับขี่ขึ้นทางลาดชัน
การปรับเปลี่ยนระบบเกียร์และจุดยึดเครื่องยนต์ (Transmission and Mounting Change)
แท่นเครื่องไฮดรอลิก (Hydraulic Mount)
พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้สอดรับกับพารามิเตอร์และตำแหน่งการวางของเครื่องยนต์ E30F
ใช้น็อตยึดแนวนอนในการเชื่อมต่อกับแท่นเครื่องยนต์ พร้อมแกนภายในขนาดใหญ่
ใช้แกนภายในแบบแยกส่วน โดยยางส่วนบนสามารถผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ (Vulcanized) แยกกันได้ เพื่อยกระดับความทนทานและความน่าเชื่อถือ
ทอร์กคอนเวอร์เตอร์ไฮดรอลิก (Hydraulic Torque Converter)
ยกระดับสมรรถนะของระบบลดการสั่นสะเทือนภายในทอร์กคอนเวอร์เตอร์ไฮดรอลิกของระบบเกียร์
อุปกรณ์ภายนอก
NEW TANK 500 3.0T DIESEL อุปกรณ์ภายนอก
บันไดข้างไฟฟ้า อุปกรณ์ใหม่สำหรับ NEW TANK 500 3.0T DIESELติดตั้งบันไดข้างเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ เพื่อช่วยให้การขึ้น-ลงรถสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงห้องโดยสารของตัวรถที่มีความสูงจากพื้น
กระจังหน้า ดีไซน์ขนาดใหญ่เอกลักษณ์ของ TANK Series
ไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ให้ความสว่างคมชัด เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (DRL) เพิ่มการมองเห็นของตัวรถจากผู้ใช้ถนน
ไฟท้าย LED ให้ความสว่างชัดเจน
ล้ออัลลอยดีไซน์พรีเมียม
ราวหลังคา เพิ่มความอเนกประสงค์ในการเดินทาง สามารถติดตั้งอุปกรณ์หรือสัมภาระเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการเดินทางไกล
ประตูท้ายพร้อมระบบดูดไฟฟ้า เปิด-ปิดได้สะดวก ช่วยอำนวยความสะดวกกระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว ระบบจดจำตำแหน่ง และไฟต้อนรับ
หลังคาซันรูฟแบบ Panoramic (เฉพาะรุ่น ULTRA 4WD) เปิดรับแสงธรรมชาติและทัศนียภาพระหว่างการเดินทาง
อุปกรณ์ภายในภายในห้องโดยสารของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL ออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความหรูหราในทุกมิติ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) แปรผันตามความเร็ว ช่วยให้การควบคุมพวงมาลัยมีความแม่นยำและตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติ ปรับระดับแรงช่วยของพวงมาลัยโดยอัตโนมัติตามความเร็วของรถ พร้อมปรับระดับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศสามระดับ เบาะหลังและเบาะแถวสามมีพื้นที่นั่งโดยสายได้อย่างสะดวกสบาย เบาะแถวสามปรับพับด้วยระบบไฟฟ้า
โหมดการตอบสนองของพวงมาลัย 3 รูปแบบ (เบา / สบาย / สปอร์ต) โหมดเบา (Light) ลดแรงในการหมุนพวงมาลัย เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือการจอดรถโหมดสบาย (Comfort) ให้สมดุลระหว่างความคล่องตัวและความมั่นคง เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันโหมดสปอร์ต (Sport) เพิ่มน้ำหนักพวงมาลัยเพื่อการควบคุมที่เฉียบคมและแม่นยำยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือบนเส้นทางที่ต้องการความมั่นใจ
หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วนและคมชัด ช่วยให้ผู้ขับขี่รับทราบข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เสียสมาธิระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.0 ที่รวบรวมการควบคุมฟังก์ชันสำคัญของรถไว้ในที่เดียว ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่และระบบสั่งงานด้วยเสียง มอบการใช้งานที่ลื่นไหล ตอบสนองรวดเร็ว และเชื่อมต่อทุกการใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ
หน้าจอมัลติมีเดียระบบสัมผัส 14.6 นิ้ว รองรับการควบคุมระบบต่าง ๆ ภายในรถได้อย่างง่ายดาย พร้อมแสดงผลคมชัด เพิ่มความสะดวกในการใช้งานระบบความบันเทิงและการตั้งค่ารถรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้อย่างไร้รอยต่อ สามารถใช้งานแผนที่ โทรศัพท์ เพลง และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ผ่านหน้าจอกระจกรถได้อย่างสะดวกระบบนำทาง Navigation วางแผนเส้นทางและค้นหาจุดหมายปลายทางได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความสะดวกในการเดินทางระบบสั่งงานด้วยเสียง (Voice Command) ควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในรถได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ชาร์จสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องใช้สาย ลดความยุ่งเหยิงภายในห้องโดยสาร
POWER & TECHNOLOGY
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ VGT เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำ 1,400 รอบต่อนาที พร้อมอัตราสิ้นเปลือง 7.1 ลิตร/100 กม. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบ Dual Speed พร้อมระบบล็อกเฟืองขับไฟฟ้าทั้งด้านหน้าและหลัง รองรับ 10 โหมดการขับขี่ พร้อมฟังก์ชั่น TANK TURN และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด — ทรงพลัง นุ่มนวล และประหยัดน้ำมันมากขึ้น
PREMIUM & COMFORT
บันไดข้างไฟฟ้า พื้นที่ห้องโดยสารรองรับ 7 ที่นั่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น เบาะหนัง Nappa พร้อมระบบปรับไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ และระบบนวด เบาะแถวสามปรับไฟฟ้า ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง
INTELLIGENCE & SAFETY จอมัลติมีเดีย 14.6 นิ้ว จอดิจิทัล 12.3 นิ้ว สั่งการด้วยเสียง รองรับ Apple CarPlay / Android Auto ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด Coffee OS 3.0 พร้อมระบบช่วยในการขับขี่ ADAS Level 2 และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ โครงสร้างที่ทำจากเหล็กแรงดึงสูง (High-strength Steel) กว่า 75% ของตัวถัง ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
GWM TANK 500 3.0T DIESEL – Power Beyond Limits
1. POWER
เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ VGT
เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด
กำลังสูงสุด 231 แรงม้า (170 กิโลวัตต์)
แรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร ที่รอบ 1,400-2,400 รอบต่อนาที
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 7.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร
จุดเด่น: สมรรถนะทรงพลัง และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
2. TECHNOLOGY
โครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame แข็งแกร่ง ทนทาน
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบ Dual Speed พร้อมระบบล็อกเฟืองขับไฟฟ้าทั้งด้านหน้าและหลัง รองรับ 10 โหมดการขับขี่
ระบบ TANK Turn ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการกลับรถบนพื้นที่จำกัดและเส้นทางออฟโรด
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด (Off-road cruise control)
จุดเด่น: เทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่พร้อมลุยทุกสภาพเส้นทาง
3. COMFORT
บันไดข้างไฟฟ้า
พวงมาลัยปรับไฟฟ้า
เบาะหนัง Nappa พร้อมระบบปรับไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ และระบบนวด
ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น
ที่นั่งแถวสามปรับด้วยไฟฟ้า
ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพงคุณภาพสูง 12 ตำแหน่ง
จุดเด่น: สะดวกสบาย ทุกการเดินทาง
4. INTELLIGENCE
หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 14.6 นิ้ว พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว
ระบบสั่งการด้วยเสียง รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
ระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS Level 2 พร้อม ACC, LKA, LDW, FCW และระบบช่วยเหลือการขับขี่อื่นๆ
5. SAFETY
โครงสร้างตัวถังผลิตจากเหล็กกำลังสูง กว่า 75% ของโครงสร้างตัวรถ
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
ระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา, TPMS และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ
กระจกไฟฟ้า One-touch ทั้ง 4 บานระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าสามารถเลือกอุณหภูมิได้ตามความต้องการ
กระจายความเย็นได้ทั่วถึงระบบกรองอากาศ N95 และ Ionizer ช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และสิ่งสกปรกจากภายนอก
ระบบอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต (FOTA – Firmware Over-the-air) ช่วยอัปเดตระบบการทำงานของรถให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพิ่มความสะดวกและทำให้รถพร้อมใช้งานด้วยฟังก์ชันล่าสุด
ระบบเครื่องเสียง ลำโพง 12 ตำแหน่ง มอบคุณภาพเสียงคมชัดและสมจริง รองรับการฟังเพลงและความบันเทิงระหว่างการเดินทาง ช่วยยกระดับประสบการณ์ภายในห้องโดยสารให้เหนือระดับ
เบาะนั่งแถวที่ 3 ปรับพับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมพนักพิงพับแยกอิสระแบบ 50:50 เพิ่มความสะดวกในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องโดยสาร รองรับการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดวางผู้โดยสารและสัมภาระ
เทคโนโลยีอัจฉริยะNEW TANK 500 3.0T DIESEL มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยยกระดับทั้งความสะดวกสบายและการเชื่อมต่อ รองรับการควบคุมและตรวจสอบสถานะรถผ่านแอปพลิเคชันได้ทุกที่ทุกเวลา ได้แก่
ตรวจสอบสถานะประตูและหน้าต่างตรวจสอบสถานะหลังคาซันรูฟตรวจสอบสถานะระบบปรับอากาศและเบาะระบายอากาศ
ตรวจสอบปริมาณน้ำมันและระยะทางวิ่งคงเหลือตรวจสอบแรงดันและอุณหภูมียางระบบเตือนเมื่อสถานะประตูและหน้าต่างผิดปกติระบบตำแหน่งรถยนต์ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์
ระบบแจ้งเตือนแบตเตอรี่ 12V ต่ำระบบแจ้งเตือนน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ
ระบบล็อกและปลดล็อกประตูระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS)
ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะอย่างครบครัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกเส้น
ทางถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
ระบบติดต่อเบอร์ฉุกเฉิน
กล้องมองภาพรอบคัน 360°
ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (IIP)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Intelligent ACC
ระบบช่วยขับในสภาพการจราจรติดขัด (TJA)
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ พร้อมตรวจจับทางแยก (AEBI)
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินความเร็วต่ำ (MEB)
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
ระบบรักษาตำแหน่งกึ่งกลางเลน (LCK)
ระบบช่วยควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ELK)
ระบบช่วยหลบหลีกรถขนาดใหญ่ (WDS)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS)
ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนซ้ำ (SCM)
ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS
ระบบเตือนและช่วยเบรกขณะมีรถตัดผ่านด้านหน้า (FCTA/FCTB)
ระบบเตือนและช่วยเบรกขณะถอยหลัง (RCTA/RCTB)
ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (LCA)
ระบบเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
ระบบเตือนการเปิดประตู (DOW)
เซ็นเซอร์กะระยะหน้า-หลัง 6 จุด
ระบบจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
ระบบล็อกป้องกันเด็กแบบไฟฟ้า
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/