REEV (Range-Extended Electric Vehicle) หรือ รถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทางการขับขี่ คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนล้อแบบ 100% ตลอดเวลา โดยมี เครื่องยนต์สันดาปขนาดเล็กติดตั้งไว้ทำหน้าที่เป็นเพียง "เครื่องปั่นไฟ" (Generator) เพื่อชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่หรือส่งตรงไปยังมอเตอร์ เมื่อพลังงานในแบตเตอรี่ลดต่ำลง
โครงสร้างและส่วนประกอบสำคัญของระบบ REEV
มอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่รับพลังงานไฟฟ้าไปหมุนล้อเพื่อให้รถเคลื่อนที่เพียงอย่างเดียว เครื่องยนต์จะไม่มีเพลาหรือกลไกใดๆ ต่อตรงไปที่ล้อเลย
แบตเตอรี่ขับเคลื่อนใช้แบตเตอรี่ขนาดความจุระดับปานกลาง (ใหญ่กว่า PHEV แต่น้อยกว่า Pure EV) เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อน
เครื่องยนต์ทำหน้าที่เจนเนอเรเตอร์หรือเครื่องปั่นไฟ ทำงานยังไง? เครื่องยนต์สันดาปขนาดกะทัดรัด ทำหน้าที่หมุนปั๊มกำเนิดกระแสไฟฟ้า (Generator) เมื่อได้รับคำสั่งจากระบบสั่งการ
เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าแปลงพลังงานกลจากเครื่องยนต์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า
ระบบอินเวอร์เตอร์และควบคุมพลังงาน จัดสรรการจ่ายไฟระหว่างแบตเตอรี่ มอเตอร์ และเครื่องปั่นไฟให้สัมพันธ์กับสภาวะการขับขี่
ขั้นตอนและลำดับการทำงานโดยละเอียด
ระบบ REEV มีโหมดการทำงานและลำดับการส่งกำลังหลักๆ ดังนี้:
1. โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (EV Mode - Battery Powered)
สถานะ แบตเตอรี่มีปริมาณไฟเพียงพอ (เช่น มากกว่า 20–30%)
การทำงาน กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะส่งผ่านอินเวอร์เตอร์ไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนล้อ เครื่องยนต์ปั่นไฟจะ ดับสนิท ไม่ทำงานและไม่ใช้น้ำมันเลย
ฟีลลิ่งการขับขี่ ให้ความเหมือนกับรถยนต์สันดาปภายใน ทั้งบาลานซ์และการทรงตัวในย่านความเร็วสูง นุ่มนวล เงียบ มีอัตราเร่งตอบสนองรวดเร็วเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า
2. โหมดขยายระยะทาง / ปั่นไฟชาร์จกลับ (Range Extending Mode)
สถานะ ปริมาณไฟในแบตเตอรี่ลดลงถึงระดับที่กำหนดไว้ (SOC - State of Charge) หรือผู้ขับกดเลือกโหมดรักษาไฟ
การทำงาน
กล่องควบคุม (ECU) สั่งติดเครื่องยนต์ปั่นไฟ
เครื่องยนต์จะทำงานในรอบเครื่องที่สม่ำเสมอและประหยัดที่สุด (Optimal Efficiency Range) เพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งไปที่ มอเตอร์ขับเคลื่อนโดยตรง เพื่อใช้เดินทาง และหากมีไฟเหลือจากการขับขี่ กระแสไฟฟ้าส่วนเกินจะถูก ชาร์จเก็บเข้าแบตเตอรี่
ล้อยังคงถูกหมุนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% เช่นเดิม ไม่มีความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์หรืออาการกระตุกจากเครื่องยนต์
3. โหมดเค้นพลังงานสูงสุด (Full Power / Heavy Load Mode)
สถานะ ผู้ขับกดคันเร่งมิดเพื่อแซง หรือขับขึ้นทางชันเร่งด่วน
การทำงาน ดึงพลังงานจาก 2 แหล่งพร้อมกัน โดยแบตเตอรี่จะปล่อยไฟเต็มที่ ร่วมกับเครื่องยนต์ปั่นไฟที่เร่งรอบขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้าเสริม ส่งพลังงานรวมทั้งหมดไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อนเพื่อให้ได้กำลังสูงสุด
4. ระบบหน่วงพลังงานกลับ (Regenerative Braking)
สถานะ ถอนคันเร่งหรือเหยียบเบรก
การทำงาน มอเตอร์ไฟฟ้าจะสลับบทบาททำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ชะลอความเร็วของรถ และเปลี่ยนพลังงานการจลน์ให้เป็นไฟฟ้านำกลับไปเก็บในแบตเตอรี่
ความแตกต่างระหว่าง REEV, HEV และ PHEV
HEV (Hybrid) เครื่องยนต์และมอเตอร์ส่งกำลังลงล้อได้ทั้งคู่ แบตเตอรี่ลูกเล็ก ชาร์จไฟบ้านไม่ได้
PHEV (Plug-in Hybrid) เครื่องยนต์และมอเตอร์ส่งกำลังลงล้อได้ทั้งคู่ มีชุดเกียร์ซับซ้อน ชาร์จไฟบ้านได้ วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ระยะหนึ่ง
REEV (Range-Extender) มีแค่มอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้นที่หมุนล้อ เครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นปั๊มปั่นไฟอย่างเดียว ชาร์จไฟบ้านได้ และเติมน้ำมันได้
ข้อดีและข้อจำกัดของยานยนต์ที่ใช้ระบบส่งกำลัง REEV (Range-Extended Electric Vehicle)
ข้อดี
ลดความวิตกกังวลเรื่องระยะทาง แม้ไฟฟ้าในแบตเตอรี่จะหมด ก็สามารถเดินทางต่อได้ทันทีโดยการเติมน้ำมันที่ปั๊มทั่วไปเพื่อใช้ปั่นกระแสไฟฟ้า ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวรอตู้ชาร์จในการเดินทางไกล
ฟิลลิ่งการขับขี่แบบรถสันดาปแต่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เนื่องจากมีเพียงมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้นที่ทำหน้าที่หมุนล้อ อัตราเร่งนุ่มนวล ต่อเนื่อง และตอบสนองเร็ว โดยไม่มีอาการกระตุกจากการเปลี่ยนเกียร์
เครื่องยนต์สึกหรอน้อยและทำงานได้มีประสิทธิภาพ เครื่องยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่ฉุดลากตัวรถตามสภาพการจราจร แต่จะทำงานในรอบเครื่องคงที่ที่ประหยัดพลังงานที่สุดเพื่อปั่นไฟเท่านั้น
ยืดหยุ่นในการใช้งานด้วยการเสียบปลั๊กชาร์จ สามารถชาร์จไฟจากบ้านหรือสถานีชาร์จเพื่อใช้งานประจำวันระยะใกล้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมัน
ข้อจำกัดของระบบ REEV
ตัวรถมีน้ำหนักมาก จำเป็นต้องแบกรับน้ำหนักของทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ขนาดปานกลาง เครื่องยนต์สันดาป และถังน้ำมันไว้ในคันเดียว
ยังมีภาระการบำรุงรักษาฝั่งเครื่องยนต์ ถึงไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนล้อโดยตรง แต่ยังคงต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง และตรวจเช็กระยะตามกำหนดเช่นเดียวกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป
มีเสียงและแรงสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นเมื่อไฟหมด เมื่อปริมาณไฟในแบตเตอรี่ลดต่ำลง เครื่องยนต์จะเริ่มสตาร์ตทำงานเพื่อปั่นไฟ ซึ่งอาจส่งเสียงและแรงสั่นสะเทือนเข้ามาในห้องโดยสารเล็กน้อย
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูง เมื่อวิ่งความเร็วสูงต่อเนื่อง เมื่อใช้ความเร็วสูงบนทางหลวง โดยไม่มีไฟเหลือในแบตเตอรี่ เครื่องยนต์จะต้องเร่งรอบเพื่อผลิตไฟให้ทันการใช้งาน ซึ่งอาจทำให้กินน้ำมันมากกว่ารถไฮบริดบางประเภท
REEV (Range-Extended Electric Vehicle) กลายเป็นระบบส่งกำลังที่ค่ายรถจีนโหมโปรโมตอยู่ในเวลานี้ อธิบายให้เข้าใจง่าย มันคือ รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่พกพาวเวอร์แบงก์ติดรถไปด้วยทุกที่ หัวใจสำคัญของ REEV คือการใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ 100% ส่วนเครื่องยนต์สันดาปขนาด 1.5 ลิตรที่ติดตั้งเข้ามานั้น ไร้หน้าที่ในการส่งกำลังลงล้อแม้แต่มิลลิเมตรเดียว แต่รับบทเป็น "เครื่องปั่นไฟ" เพียงอย่างเดียว เพื่อเปลี่ยนน้ำมันให้เป็นกระแสไฟฟ้า คอยชาร์จกลับเข้าแบตเตอรี่และป้อนพลังงานให้มอเตอร์ทำงานได้อย่างต่อเนื่องยามไฟเริ่มร่อยหรอด้านความประหยัด หากขับขี่เรื่อยๆ ในย่านความเร็วต่ำ ถือว่าทำตัวเลขได้น่าประทับใจระดับ 18–20 กิโลเมตร/ลิตร ทว่าหากเริ่มใช้ความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องในจังหวะที่ไฟในแบตเตอรี่ลดต่ำลง อัตราสิ้นเปลืองจะร่วงลงมาแตะระดับ 10.5 กิโลเมตร/ลิตร ทันที
JAECOO 6T REEV
2WD 879,900 บาท จาก 899,900 บาท
4WD 979,900 บาท จาก 999,900 บาท
ราคาพิเศษ 1,000 คัน ตามสไตล์การขายรถที่ทำกันเกือบทุกแบรนด์ หมดเขตสิงหาคม
ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว Lifetime Warranty แบตเตอรี่ มอเตอร์ และชุดควบคุม รับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
โจทย์ใหญ่ของผู้บริโภคยุคนี้ คือการมองหารถยนต์ที่ขับสนุกเหมือนรถไฟฟ้า 100% แต่ต้องไร้ความกังวลเรื่องการหาตู้ชาร์จยามเดินทางไกล เทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) จึงกลายเป็นคำตอบที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้วยความยืดหยุ่นในการใช้งาน จุดเด่นของระบบนี้คือการมอบสัมผัสการขับขี่ที่ถอดแบบมาจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) อย่างแท้จริง จากการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนล้อโดยตรง ซึ่งใน Jaecoo 6T REEV 4WD ผู้ขับจะสัมผัสได้ถึงอัตราเร่งที่เรียบเนียนดุดัน ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 5.5 วินาที ซึ่งเร็วใกล้เคียงกับ BMW X5 xDrive 40i ระบบส่งกำลังทำงานไหลลื่นไร้จังหวะกระตุกจากการเปลี่ยนเกียร์ ห้องโดยสารเงียบสงบ พร้อมแรงบิดที่ตอบสนองติดเท้าทันใจในทุกครั้งที่กดคันเร่ง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบนี้ยืดหยุ่นคือ ระดับแบตเตอรี่เริ่มเหลือน้อย หรือเมื่อรถต้องเดินทางไกลข้ามจังหวัด ระบบขยายระยะทาง (Range Extender) จะเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นมาทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เพื่อป้อนพลังงานรองรับให้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนรถต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ โดยที่คนขับไม่ต้องจอดรถรอชาร์จไฟให้เสียเวลา
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไม REEV ถึงมีความอิสระและยืดหยุ่น (More scenarios, more freedom) ในการใช้งานมากที่สุดในเวลานี้ ลองเปรียบเทียบกับขุมพลังแต่ละประเภท
HEV Hybrid แบตเตอรี่ขนาดเล็ก เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์เพื่อเน้นความประหยัด เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก
PHEV Plug-in Hybrid มีความยืดหยุ่นในการใช้ได้ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน แต่มีข้อจำกัดตรงที่โครงสร้างทางวิศวกรรมและการทำงานของเครื่องยนต์กับมอเตอร์มีความซับซ้อนสูงมาก
BEV Pure EV ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน 100% ตอบสนองดี แต่มีข้อจำกัดตรงที่ต้องพึ่งพาตู้ชาร์จไฟอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Charging-dependent เหมาะกับพื้นที่ที่มีสถานีชาร์จรองรับแน่นอน
REEV Range-Extended ทางสายกลางที่ดึงข้อดีของทุกระบบมารวมกัน ในชีวิตประจำวัน เสียบปลั๊กชาร์จไฟเพื่อขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้เหมือนรถ BEV แต่เมื่อเดินทางไกล หรือต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่สถานีชาร์จไม่แน่นอน ระบบปั่นไฟขยายระยะทางจะเข้ามาทำหน้าที่ต่อลมหายใจให้พลังงานไหลเวียนอย่างต่อเนื่องสำหรับการเดินทางไกล ลดความกังวลใจเรื่องแบตเตอรี่หมดกลางทางแล้วยังหาสถานีชาร์จไฟไม่ได้
J6 REEV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ตลอดเวลา หน้าที่ของ เครื่องยนต์มีเพียงแค่การเป็นโรงงานปั่นกระแสไฟส่งกลับเข้าไปเก็บที่แบตเตอรี่เท่านั้น ไม่มีการส่งแรงบิดใด ๆ จากเครื่องยนต์ตรงไปยังล้อ แบตเตอรี่ของ Jaecoo 6T REEV รองรับการเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากสถานีชาร์จภายนอกได้เหมือนรถไฟฟ้าปกติ ฟิลลิ่งการขับเน้นกำลังแรงบิด ดดยเฉพาะอัตราเร่ง (เมื่อมีไฟเพียงพอ) ความเงียบแบบรถไฟฟ้า
โหมดการจัดสรรพลังงาน
1. โหมดแบตเตอรี่เต็มพิกัด หรือเมื่อมีระดับแบตเตอรี่มากเพียงพอ รถจะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน 100%: ในโหมดนี้ แบตเตอรี่หลักจะทำหน้าที่เป็นขุมพลังเดี่ยวในการจ่ายกระแสไฟตรงไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อน เมื่อแบตเตอรี่ยังมีไฟเพียงพอ ในระหว่างการขับ ระบบจะไม่มีการติดเครื่องยนต์ ทำให้ไม่มีการปล่อยไอเสียใด ๆ ออกมาจากท่อไอเสีย เหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้า BEV 100% ที่ใมีความเงียบ พร้อมอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ฉับไว
2. โหมดต่อลมหายใจ เมื่อแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ
ระบบ Range-Extended เริ่มสั่งการ ทันทีที่กระแสไฟในแบตเตอรี่ลดระดับลงต่ำ สมองกลที่บริหารจัดการพลังงานของรถจะเข้ามาควบคุมการทำงานทันที เครื่องยนต์สันดาปจะเริ่มสตาร์ทตัวเองเพื่อใช้น้ำมันมาเปลี่ยนเป็นพลังงานกล แล้วปั่นกระแสไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ที่มีประจุกระแสไฟฟ้าถูกใช้จนเกือบหมด พลังงานจากเครื่องยนต์จะถูกส่งต่อไปยังระบบแปลงพลังงานหรือ Generator จากนั้น ระบบจะส่งกำลังไฟฟ้าที่ปั่นได้ ตรงเข้าสู่มอเตอร์ขับเคลื่อนอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ทำให้รถสามารถวิ่งต่อไปได้เรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังมีน้ำมันอยู่ในถัง โดยที่ผู้ขับ จะไม่รู้สึกถึงอาการสะดุดหรือกำลังตก นอกจากอาการเร่งไม่ขึ้นเมื่อแบตเตอรี่มีแรงดันกระแสไฟฟ้าต่ำ (ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด)
มิติตัวถัง J6T REEV ใหญ่ขึ้นชัดเจนอีกหนึ่ง Fact สำคัญที่สร้างความประหลาดใจให้กับคนที่กำลังสนใจก็คือ เรื่องของมิติตัวถัง เมื่อเอาตัวเลขมิติตัวถังเทียบกัน ระหว่างรุ่นไฟฟ้าล้วน J6T EV กับรุ่นขยายระยะทาง J6T REEV ชัดเจนว่า 6T REEV ไม่ได้มาพร้อมเครื่องยนต์ปั่นไฟที่ซ่อนอยู่ใต้เรือนร่างเดิม แต่การขยายพิกัดตัวถังให้ใหญ่โตขึ้นในทุกมิติ จนกลายเป็นรถ Wide Body ที่ดูบึกบึนกว่าเดิม ตัวเลขขนาดตัวถังที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่น EV หากนำ 6T REEV มาจอดเทียบกับรุ่น 6T EV ตัวเลขส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เริ่มจากความกว้างที่มากกว่าเดิม 3.4 เซนติเมตร เพิ่มมัดกล้ามและมิติความกว้างขวางในห้องโดยสาร ยาวกว่าเดิม 7.0 เซนติเมตร ตัวถังมีความยาวเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับระยะ Overhang และโครงสร้างที่เปลี่ยนไป สัดส่วนความสูงมากกว่าเดิม 4.4 เซนติเมตร เพิ่มทัศนวิสัยและความโปร่งโล่ง สไตล์ออฟโรดทรงกล่อง ฐานล้อยาวกว่าเดิม 6.8 เซนติเมตร การยืดฐานล้อออกไปช่วยเพิ่มความนิ่งและเสถียรภาพในการเดินทางไกลได้ดี
มิติตัวถังของ J6T EV กว้าง 1,916 มิลลิเมตร ยาว 4,433 มิลลิเมตร สูง 1,741 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,715 มิลลิเมตร ส่วน J6T REEV กว้าง 1,950 มิลลิเมตร ยาว 4,503 มิลลิเมตร สูง 1,785 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,783 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดถึงพื้นและมุมไต่-มุมจาก เมื่อตัวถังขยายใหญ่ขึ้นและต้องแบกรับระบบเครื่องยนต์สันดาปสำหรับปั่นไฟเข้ามา ตัวเลขจึงมีการขยับปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ระยะต่ำสุดจากพื้น รุ่น EV อยู่ที่ 225 มิลลิเมตร ส่วนรุ่น REEV ขยับลดลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ 220 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่ายังสูงพอที่จะลุยอุปสรรคได้ ส่วนมุมไต่ รุ่น EV ทำได้ 27 องศา ขณะที่รุ่น REEV อยู่ที่ 22 องศา เนื่องจากมีระยะโอเวอร์แฮงก์หน้าที่ยื่นออกไปมากกว่าที่ 870 มิลลิเมตร เทียบกับ EV ที่ 813 มิลลิเมตร มุมจาก รุ่น EV อยู่ที่ 31 องศา ส่วนรุ่น REEV อยู่ที่ 30 องศา ใกล้เคียงกัน เพราะระยะโอเวอร์แฮงก์ท้ายของ REEV สั้นกว่าเล็กน้อยอยู่ที่ 850 มิลลิเมตร ลุยน้ำท่วมลึก 600 มิลลิเมตร J6T REEV ยอมแลกมุมไต่และระยะต่ำสุดจากพื้น แต่ได้ตัวถังที่กว้างและยาวขึ้น พร้อมฐานล้อที่มั่นคงขึ้น ถือเป็นการปรับปรุงที่ตั้งใจให้รถคันนี้เป็นรถเดินทางไกล โดยไม่ต้องพะวงเรื่องความกว้างขวาง
นอกจากเรื่องของมิติตัวถังและขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าแล้ว อีกหนึ่งจุดสำคัญทางวิศวกรรมที่ทำให้ J6T REEV มีสมรรถนะการขับดี คือการเซ็ตช่วงล่าง โครงสร้างช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) ให้การตอบสนองที่เฉียบคมกว่า 6T EV ในขณะที่ช่วงล่างด้านหลังใช้แบบมัลติลิงค์ H-ARM จุดเด่นของระบบกันสะเทือนหลัง H-ARM คือ ใช้แขนยึดรูปตัว H หล่อขึ้นจากอะลูมิเนียมหล่อกลวง ลดน้ำหนักของชิ้นส่วนลงได้ถึง 30% ส่งผลให้ลดมวลที่ไม่ได้รับได้รับการรองรับ (Unsprung Mass) ลดลงไปได้ถึง 5.06 กิโลกรัม เป็นหัวใจสำคัญในการช่วยลดแรงกระแทกจากพื้นถนนที่ส่งผ่านขึ้นมาสู่ตัวรถให้เหลือน้อยที่สุด
คุณสมบัติเชิงวิศวกรรมช่วงล่างใน Jaecoo 6T REEV
ควบคุมองศาล้ออย่างแม่นยำ ออกแบบมาเพื่อควบคุมองศาของล้อคู่หลังให้มีความเสถียรและมั่นคงในทุกสภาวะการขับขี่ (ไปจนสุดความเร็วช่วงทดสอบ ก็ยังทรงตัวได้ดี)
ลดการบิดตัวบนทางออฟโรด ช่วยลดการเปลี่ยนมุมของล้อโดยไม่จำเป็น เมื่อรถต้องวิ่งผ่านเส้นทางที่ขรุขระหรือเป็นหลุมเป็นบ่อ
ประโยชน์ที่ผู้ขับจะได้รับในชีวิตจริง
การทรงตัวและการควบคุม ความมั่นใจและเสถียรภาพ โดยเฉพาะในจังหวะการเข้าโค้ง หรือการขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวง
ซับแรงสะเทือน ลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากพื้นผิวถนนเข้ามายังห้องโดยสารได้มากกว่า 30%
ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน ช่วยให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นผิวถนนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
งานตกแต่งห้องโดยสาร เรียบง่าย ใช้งานสะดวก แต่ยังติดแนวคิดรถจีนคือ เอาทุกอย่างไปยัดไว้ในจอ มื่อมองภาพรวม แดชบอร์ดรูปทรง T-Shape เน้นเส้นสายเหลี่ยมสันตรงไปตรงมา เชื่อมโยงกับดีไซน์ภายนอกของตัวรถอย่างชัดเจน ช่องแอร์ด้านข้างออกแบบเป็นแนวตั้งกรอบโครเมียมรมดำ พวงมาลัยทรงล้ำยุคมัลติฟังก์ชันท้ายตัดแบบ 3 ก้าน หุ้มหนังเย็บตะเข็บจริงอย่างประณีต จุดเด่นคือการลดทอนปุ่มกดให้เหลือเพียงปุ่มควบคุมทรงสี่เหลี่ยมด้านละปุ่ม พร้อมสวิตช์ลูกกลิ้ง (Roller) สีเงินที่ดูคล้ายจอยสติ๊กเกม เพิ่มความรู้สึกโมเดิร์นและใช้งานได้ง่ายโดยไม่รบกวนสายตา แต่เอาเข้าจริงๆ การปรับกระจกมองข้าง การปรับแอร์ การเปิด ปิดม่านบังแดดของพาโนรามิกหลังคาแก้ว ยังต้องแตะสั่งงานผ่านจอภาพ ทำให้ไม่สะดวกเท่าที่ควร แบรนด์จีนควรปรับแนวคิดการยัดทุกอย่างเอาไว้ที่หน้าจอ แล้วเปลี่ยนเป็นสวิชท์หรือปุ่มสั่งงานทางกายภาพแบบเดิม จะใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยมากกว่าเอาทุกอย่างไปยัดไว้ในจอ
การจัดวางหน้าจอดิจิทัล หน้าจอมาตรวัดความเร็วหลังพวงมาลัยถูกฝังเรียบไปกับชิ้นแดชบอร์ดเพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยด้านหน้า ขณะที่หน้าจออินโฟเทนเมนต์ตรงกลางขนาดใหญ่ลอยตัวเด่นชัดเจน การตอบสนองไว และกราฟิกคมชัด แผงคอนโซลหน้าแทบจะไม่มีปุ่มกดแบบกลไกเหลืออยู่เลย ซึ่งทำให้ดูสะอาดตาแต่อย่างที่บอกว่า บางอุปกรณ์ อย่างปุ่มปรับกระจกมองข้างและปรับแอร์ที่ใช้งานบ่อยๆ ควรแยกออกมาจากจอภาพ ส่วนมาตรวัดความเร็วและระดับพลังงานตรงหน้าคนขับมีจอทรงยาวเล็กๆ พอแค่มองเห็น เป็นจอภาพมาตรวัดที่เจอในรถจีนบ่อยๆ ภายในของ Jaecoo 6T REEV คันนี้ สอบผ่านเรื่องการเลือกใช้วัสดุและการประกอบ OJ ไม่ได้ลดต้นทุนด้วยการสาดพลาสติกแข็งฉีดขึ้นรูป แต่เลือกใช้หนังบุนุ่ม ชิ้นงานพลาสติกเกรดดีผิวด้าน และงานตกแต่งลายไม้ผิวด้านเข้ามาเบรคอารมณ์ดิบของตัวรถ เป็นห้องโดยสารที่ขับในเมืองหรูหรา หรือจะพาลุยป่าลุยเขาก็ดูแข็งแกร่ง ด้วยราคาไม่ถึงล้าน ได้ภายในแบบนี้โอเคเลยล่ะ
งานภายในแนวรถออฟโรด คอนโซลกลางและจุดยึดจับ แข็งแกร่งสไตล์พันธุ์ลุย คอนโซลกลางคือจุดที่สะท้อนกลิ่นอายออฟโรดได้ชัดเจน ด้วยการออกแบบราวจับคู่ (Dual Grab Handles) ด้านข้าง ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักโอบล้อมพื้นที่ใช้งาน ส่วนฟังก์ชันการใช้งาน: พื้นที่ตรงกลางติดตั้งแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายสองตำแหน่ง พร้อมช่องวางแก้วน้ำที่ลึกกำลังดี ดีไซน์ชิ้นงานใช้โทนสีเทาด้านและสีเงินเมทัลลิกเพื่อเลียนแบบหมุดยึดหรือโครงสร้างเหล็ก แข็งแรง ทนทานต่อการขีดข่วน ไม่เก็บรอยนิ้วมือเหมือนพลาสติกสีดำเงา Piano Black ตรงนี้ แสดงว่าแบรนด์จีนเองก็มีความเข้าใจในการปรับวัสดุภายในเพื่อให้เกิดความคงทน
เบาะนั่งคู่หน้ากึ่งสปอร์ตหนานุ่ม ตัวเบาะหุ้มด้วยหนังสีดำผิวสัมผัสเรียบ ตัดสลับกับหนังเจาะรูระบายอากาศ (Perforated Leather) ตรงกลางตัวเบาะ เดินตะเข็บด้ายสีขาวคู่เพิ่มความพรีเมียม สรีรศาสตร์และการปรับไฟฟ้า ปีกเบาะด้านข้างสูงกำลังดี ช่วยโอบรับลำตัวเวลารถเหวี่ยงตัวบนทางออฟโรด แผงสวิตช์ปรับไฟฟ้าด้านข้างเบาะคนขับ ออกแบบมาได้สวยงามคล้ายปุ่มโลหะ มีปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทางติดตั้งมาให้ครบครัน ช่วยลดความเมื่อยล้าเวลาเดินทางไกล แผงประตูและงานสุนทรียภาพรายละเอียดและลำโพง Infinity ถือเป็นจุดที่ค่ายทำได้ประณีตเกินคาด การเลือกใช้พื้นผิว (Textures): มีการผสมผสานวัสดุบุนุ่ม Soft Touch ตรงที่พักแขน เข้ากับแผงลายไม้เทียมสีเทาผิวด้านที่โชว์เสี้ยนไม้แนวตั้ง Matte Wood Grain ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา มือจับเปิดประตูออกแบบเป็นก้านตั้งตรงขนาดใหญ่ แข็งแรง ยึดด้วยน็อตหกเหลี่ยมโชว์ความดิบ ระบบเสียงระดับพรีเมียม กรอบลำโพงเสียงแหลม (Tweeter) สีทองแชมเปญโกลด์ ประทับตราแบรนด์ Infinity ชัดเจน ซึ่งทำงานร่วมกับชุดลำโพงรอบห้องโดยสาร มอบสุนทรียภาพในการฟังเพลงที่ตอกย้ำความพรีเมียม
พื้นที่ผู้โดยสารตอนหลัง กว้าง นั่งสบาย นั่งยาวไม่ล้า อานิสงส์ของตัวรถทรงกล่อง (Boxy) ทำให้พื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) และพื้นที่วางขา (Legroom) โล่งโปร่งตา ตัวเบาะและการซัพพอร์ตทำออกมาดี ไม่ได้ดีเท่ากับรถยุโรปแต่นั่งสบาย เบาะรองนั่งชิ้นหลังมีลักษณะหนาแน่นและลาดเอียงรับกับต้นขา ตัวพนักพิงหลังเย็บลอนนุ่มนวล ด้านหลังเบาะคู่หน้ามีช่องใส่ของแยกย่อยมาให้ คอนโซลกลางด้านหลังติดตั้งช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมาให้สองช่อง พร้อมพอร์ตชาร์จไฟแบบ USB และ Type-C ครบถ้วน พื้นรถเกือบจะแบนราบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้โดยสารตรงกลางสามารถวางขาได้อย่างสบาย
การทำงานของระบบขับเคลื่อนและโครงสร้างการผสมผสาน 6 ชิ้นส่วนในหนึ่งเดียว ในชุดส่งกำลัง REEV ของ Jaecoo 6T REEV 4WD
การรวมศูนย์ในโมดูลเดียว ประกอบไปด้วยหัวใจหลัก 6 ส่วน ทำงานสอดประสานกัน
MCU Motor Control Unit สมองกลส่วนหน้า ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของมอเตอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดทุกย่านความเร็ว
MOTOR ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ให้กำลังจัดจ้านตอบสนองต่อการกดคันเร่งได้อย่างฉับไว
REDUCER ชุดเกียร์ทดรอบ ทำหน้าที่เพิ่มแรงบิดและส่งต่อกำลังลงสู่ล้อ
ONBOARD CHARGER เครื่องชาร์จไฟฟ้าภายในตัวรถ เพื่อรองรับการชาร์จไฟที่สะดวก ปลอดภัย
DC/DC CONVERTER ตัวแปลงแรงดันไฟฟ้าอัจฉริยะ คอยเปลี่ยนไฟแรงดันสูงให้เป็นไฟแรงดันต่ำ เพื่อจ่ายพลังงานหล่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าทั้งหมดภายในรถ
PDU Power Distribution Unit ศูนย์กลางการกระจายและจัดการพลังงานไฟฟ้า ทำหน้าที่จัดสรรกระแสไฟไปยังส่วนต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
ประสิทธิภาพของการทำงานสูงถึง 96.96% เป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร การสูญเสียพลังงานจากความร้อนในระบบเกิดขึ้นน้อย ทำให้กระแสไฟทุกหน่วยจากแบตเตอรี่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงบิดได้อย่างคุ้มค่า อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก 2.34 kW/kg โครงสร้างมอเตอร์มีน้ำหนักเบา ให้กำลังสูง ลดภาระระบบส่งกำลัง ประหยัดพลังงาน ทำให้ระยะทางวิ่งไกลขึ้น คันเร่งไฟฟ้า ปรับมาให้ไวมากในโหมด Sport ตอบสนองเร็ว 0.05 วินาที ทันทีที่กดคันเร่ง กระแสไฟจะจ่ายออกไปและมอเตอร์จะตอบสนองทันทีในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที ระบบป้องกันอุณหภูมิสูงเกินกำหนด (OVERHEAT) ระบบรักษาความปลอดภัย ควบคุมไม่ให้ระบบร้อนจนเกินไป ช่วยให้การขับขี่ในความเร็วสูงต่อเนื่องมีความเสถียร
การทำงานร่วมกันของระบบ 6-in-1
ประสิทธิภาพสูง ทุกชิ้นส่วนทำงานร่วมกันอย่างลงตัวดุจเครื่องจักรชิ้นเดียว ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน
ประหยัดพลังงาน ใช้กระแสไฟอย่างคุ้มค่าทุกกิโลวัตต์ ส่งผลให้ระยะทางการขับขี่ยาวไกลขึ้น
ตอบสนองรวดเร็ว ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลในระดับที่ดี
เสถียรภาพ มั่นใจได้ในทุกการเดินทางไกลด้วยระบบป้องกันและรักษาความปลอดภัยรอบตัว
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยมลพิษ
การจัดเก็บพลังงานเพื่อป้อนให้กับระบบขับเคลื่อนของรถคันนี้ คือ ชุดแบตเตอรี่แรงดันสูง (HV Battery) ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่กำหนดระยะทางการวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วน รวมถึงความรวดเร็วในการประจุไฟกลับเข้าสู่ตัวรถ โดยมีข้อมูลทางวิศวกรรม คือ ความจุแบตเตอรี่แรงดันสูง 6T REEV ติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูงมาให้ด้วยขนาดความจุ 33.67 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางการวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าล้วน (Pure EV Mode) เมื่อชาร์จไฟจนเต็มระบบ ตัวรถสามารถเลือกวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ปั่นไฟ ซึ่งระยะทางจะแตกต่างกันตามระบบขับเคลื่อน
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุด 160 กิโลเมตร
รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 2WD สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุด 190 กิโลเมตร
ประสิทธิภาพและการรองรับระบบการชาร์จไฟ
ชุดแบตเตอรี่ ออกแบบมาให้รองรับหัวชาร์จได้ทั้ง 2 รูปแบบ เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานจริง ชาร์จกระแสสลับ AC Charging รองรับกำลังไฟสูงสุดในการชาร์จที่ 6.6 กิโลวัตต์ (kW) ชาร์จกระแสตรง DC Fast Charging รองรับกำลังไฟสูงสุดในการชาร์จแบบด่วน 100 กิโลวัตต์ (kW)
หัวใจสำคัญในการจัดเก็บพลังงานเพื่อป้อนให้กับระบบขับเคลื่อนของ Jaecoo 6T REEV คือชุดแบตเตอรี่แรงดันสูง HV Battery ที่กำหนดระยะทางการวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วน รวมถึงความรวดเร็วในการประจุไฟกลับเข้าสู่ตัวรถ
ความจุแบตเตอรี่แรงดันสูง ติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูง ขนาดความจุ 33.67 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางการวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าล้วน Pure EV Mode เมื่อชาร์จไฟจนเต็มระบบ ตัวรถสามารถเลือกวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ปั่นไฟ ซึ่งระยะทางจะแตกต่างกันตามระบบขับเคลื่อน
การใช้งานในเมือง ขนาดตัวถังที่ไม่ได้ยาวเหมือนกับเอสยูวีฟูลไซล์ทำให้ 6T เครื่องปั่นไฟคันนี้ มีความคล่องใช้ได้ จากความยืดหยุ่นของเทคโนโลยีระบบรองรับ ให้ความสะดวกสบายทั้งขับและนั่งโดยสาร ถ้าคิดว่าเป็นความคุ้มค่าในการเดินทางประจำวัน คุณต้องใช้ความเร็วเดินทางแบบคนปกติทั่วไป ในเกณฑ์ 70 -80 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง อาจไม่ได้วิ่งไกลเท่ากับที่แบรนด์เคลมมา แต่ก็น่าจะใกล้เคียง การใช้ความเร็วสูงด้วยความรีบเร่งทำให้ระบบส่งกำลัง REEV ที่เครื่องยนต์ต้องรับโหลดสูงเมื่อขับเร็ว กินน้ำมัน 10.5 กิโลเมตรต่อลิตร อย่างที่บอกว่า ถ้าขับเรื่อยๆก็ประหยัดเอาเรื่อง แต่ถ้าติดบู๊ล้างผลาญแบบสื่อทดสอบ อัตราสิ้นเปลืองที่ไม่ได้วิ่งเพื่อโชว์ตัวเลขอวยค่ายก็จะออกมาแบบที่เห็นนั่นแหละ
ช่วงล่างที่จูนมาใหม่ เป็นเทคโนโลยีระบบรองรับที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ส่วนระบบส่งกำลังมอเตอร์กินไฟจากแบตฯ ตอบรับการจราจรในเมืองด้วยโหมดขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าล้วน Pure EV ถ้าชาร์จมาเต็มเคลมระยะทางวิ่งสูงสุด 190 กิโลเมตร ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) วิ่งจริงๆ 150 กิโลเมตรก็โคตรหล่อแล้ว ส่วน 4WD ที่เคลมวิ่งได้ไกล 160 กิโลเมตร ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ขับจริง มีจัดรถญี่ปุ่นไป 3 เสาไฟฟ้า น่าจะไปได้ 120-130 กิโลเมตร ส่วนตัว ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องใช้น้ำมันเลยแม้แต่หยดเดียว แต่ก็ต้องขับที่ความเร็วไม่เกิน 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนะ ถ้าหวดแบบสื่อก็รับประทานไม่ยั้งอยู่เหมือนกัน
การออกแบบและความสะดวกสบาย Jaecoo 6T REEV มาในสไตล์ SUV ทรงกล่อง รูปทรงทันสมัย ห้องโดยสารใส่เบาะนั่งแบบ super comfort ติดตั้งที่รองน่อง ฟังก์ชันนวดเพื่อการผ่อนคลาย ระบบปรับดันหลังไฟฟ้า และพนักพิงเบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับระดับได้ถึง 2 ระดับ ช่วยลดความเมื่อยล้าในยามรถติด ขับเดินทางไกล ระบบปั่นไฟขยายระยะทาง ที่ช่วยดันระยะทางวิ่งรวมน้ำมันและไฟฟ้าไปได้ไกลสูงสุดถึง 800 กิโลเมตรในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และวิ่งไกลถึง 750 กิโลเมตรในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) พร้อมฟังก์ชันจ่ายไฟฟ้าสู่ภายนอก (V2L) เพื่อต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก และโหมดแคมป์ปิ้งสำหรับสายเอาท์ดอร์
ขีดความสามารถขั้นสุดในการลุย สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (REEV 4WD) ถือเป็นแบรนด์เดียวในตลาดที่กำลังขับเคลื่อน 428 แรงม้า แรงบิด 505 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 5.5 วินาที พร้อม 9 โหมดขับเคลื่อน มีความสามารถในการลุยน้ำท่วมขังได้ลึกถึงระดับ 600 มิลลิเมตร i-WD ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เมื่อพูดถึงรถยนต์สายลุยทรงกล่อง J6T REEV นำเทคโนโลยี i-WD ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เข้ามาปฏิวัติการขับ ระบบนี้สามารถปรับสลับทำงานระหว่างการขับเคลื่อนสองล้อ (2WD) และสี่ล้อ (4WD) ได้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งกระจายแรงบิดไปยังล้อต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ตัวรถมีความสามารถในการเอาตัวรอดหรือหลบอุปสรรคและสภาพถนนที่ซับซ้อนได้ดี โดยที่ยังคงความนุ่มนวลในการขับเหนือกว่ารถยนต์ออฟโรดที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเดิม ๆ กลไกนี้สามารถแปรผันการกระจายแรงขับเคลื่อนได้ตั้งแต่ 0:100 ไปจนถึง 40:60 เลยทีเดียว
9 โหมดการขับขี่ ครอบคลุมตั้งแต่ในเมืองยันป่าลึก
เพื่อรองรับความยืดหยุ่นในการใช้งานจริง Jaecoo 6T REEV ใส่โหมดการขับขี่มาให้เลือกเล่นอย่างจุใจถึง 9 โหมด
โหมดสำหรับชีวิตในเมือง (City Mode) ประกอบด้วยโหมด Eco, Normal, Sport และ Custom เน้นการจัดการพลังงานที่ลงตัว ความนุ่มนวล หรือความเร้าใจตามสไตล์การขับขี่แต่ละบุคคล
โหมดสำหรับสายลุยผจญภัย (Offroad Mode) จัดเต็มมาให้อีก 5 สภาพถนนหลัก ได้แก่ All Road (ทางทั่วไป), Slippery (ทางลื่น), Beach (ทางทราย/ชายหาด), Muddy (ทางโคลน) และ Bumpy (ทางขรุขระ) ช่วยให้สมองกลล็อกกำลังของมอเตอร์และกระจายแรงบิดลงสู่ล้อได้อย่างแม่นยำในแต่ละอุปสรรค
กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงถึง 428 แรงม้า นำพาเรือนร่างทรงกล่องพุ่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 5.5 วินาที รถ SUV ทรงกล่องสายลุยออฟโรดที่มีทรงต้านลมสูง แต่ทำตัวเลขอัตราเร่งระดับ 5.5 วินาที แซงหน้าและเบียดรถสปอร์ตพันธุ์แท้เครื่องยนต์สันดาป ชัดเจนว่าแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ บวกกับระบบ i-WD ที่กระจายกำลังได้อย่างแม่นยำ ทำลายข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักและรูปทรงของรถไปจนหมดสิ้น จากข้อเท็จจริงที่ว่า Chery เป็นพันธมิตรร่วมทุน (Joint Venture) และรับหน้าที่ประกอบรถยนต์อย่าง Range Rover Evoke, Land Rover Discovery Sport รวมถึง Jaguar XF และ XE ในประเทศจีน ภายใต้ชื่อบริษัท Chery Jaguar Land Rover Automotive นั่นคือคำตอบว่าทำไมรถแบรนด์น้องใหม่อย่าง JAECOO ถึงมีไดนามิกและช่วงล่างที่ขับดีผิดหูผิดตาค่ายจีนยุคแรก ๆ
การมีข้อมูลของค่าปรับตั้งช่วงล่างอังกฤษมาแบบทางลัด การร่วมทุนผลิตรถยนต์หรูระดับโลกไม่ได้หมายความว่าแค่รับจ้างประกอบตามแบบสั่ง วิศวกรของค่ายจีนจะได้เข้าไปคลุกคลี เรียนรู้ และเห็นพิมพ์เขียวในกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของ Jaguar Land Rover ทั้งหมด โดยเฉพาะการคำนวณค่ายืดยุบ หรือ Rebound & Compression ของโช้คอัพและสปริง เพื่อให้ตอบสนองได้นุ่มนวลแต่ไม่ย้วยโยนบนทางออฟโรด การควบคุมมุมองศาล้อและจุดยึด ซึ่ง Suspension Geometry ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ออฟโรดอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องการทรงตัวเมื่อวิ่งผ่านทางขรุขระหรือใช้ความเร็วสูงบนไฮเวย์ การที่ช่วงล่างด้านหลังของ J6T REEV เลือกใช้โครงสร้าง H-ARM ที่ทำจากอะลูมิเนียมหล่อกลวง ลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung Mass) ลงไปได้ถึง 5.06 กิโลกรัม นั่นคือพิมพ์เขียวและปรัชญาการออกแบบโครงสร้างช่วงล่างของ SUV ฝั่งยุโรปพรีเมียม
อีกอย่างคือ ระบบ i-WD ที่มีกลิ่นอายของ Terrain Response อีกหนึ่งจุดที่โชว์ว่า Jaecoo ได้อานิสงส์มาเต็ม ๆ คือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-WD ที่พ่วงโหมดการขับขี่มาให้ 9 โหมด แยกย่อยเป็นทางลื่น ทางทราย ทางโคลนเหลี่ยมมวยการซอฟต์แวร์กระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ 0:100 ไปจนถึง 40:60 แบบอัตโนมัติ มันคือวิธีคิดที่คล้ายคลึงกับระบบ Terrain Response ของ Land Rover ที่ปรับการส่งกำลังตามสภาวะถนนได้อย่างชาญฉลาด ทำให้ตัวรถแก้อาการกระตุกกระด้างแบบรถขับสี่กลไกยุคเก่าได้อย่างเด็ดขาด
จากการทดสอบ Jaecoo 6T REEV 4WD ขับนวล ทรงตัวดี มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ตอบสนองไว 0.05 วินาที บสกช่วงล่างที่ซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้มากกว่า 30% ล้อ 21 นิ้ว ยาง 265/65R21 เปลี่ยนยางแต่ละครั้งแทบจะสิ้นใจ ส่งผลให้รถทรงกล่องต้านลมคันนี้ มีเสถียรภาพการทรงตัวในย่านความเร็วสูงและจังหวะเข้าโค้งที่นิ่งแน่น สวนทางกับสไตล์ของรถอย่างสิ้นเชิง.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/