Chery Tiggo 8 PHEV AWD รถ SUV สัญชาติจีนอีกรุ่นหนึ่งที่เข้ามาจำหน่ายในไทย  ดูเหมือนเป็นการแนะนำตัวที่ค่อนข้างเรียบง่าย แต่เมื่อพิจารณาจากดีไซน์ที่ดูใช้ได้และราคาที่ดึงดูดใจ Tiggo 8 ยังมีส่วนผสมของรถโมเดลเก่าในยุค 2021 ทำให้ยอดขายเดินไม่ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม คนซื้อรถครอสโอเวอร์ ก็น่าจะสับสนกับการเลือกซื้อรถจีนในตลาดรถใหม่ของประเทศไทยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ทุกวันี้ จีนมีโมเดลและแบรนด์ใหม่ มากมายให้เลือกสรร แน่นอนว่า Jaecoo และ Omodaแบรนด์น้องเล็ก ก็ยังแชร์ส่วนแบ่งการตลาดจากแบรนด์ Chery โดยปรากฏตัวอยู่แทบทุกหัวมุมถนน หากคุณยังไม่สังเกตเห็นและคิดว่านั่นเป็น Range Rover แต่จริงๆ แล้วมันคือ Jaecoo 5EV หรือรถทรงกล่องอย่าง Jaecoo 6 และ 6T ที่มีทั้ง REEV และ BEV ให้เลือก แน่นอนว่า การรับประกอบรถผู้ดีอังกฤษอย่าง Range Rover ในจีน ทำให้ยักษ์ใหญ่อย่าง Chery ได้อะไรดีๆไปพอสมควร ดีไซน์ของ Tiggo 8 ก็เลียนแบบรถยุโรปได้อย่างแนบเนียน จนกลายเป็นการออกแบบขั้นสูงไปแล้ว อันที่จริง ส่วนหน้าของมันก็ดันไปคล้ายกับ Audi โดยเฉพาะหน้ากระจังทรงหรู ตัวถังดูไม่ได้ใหญ่มาก แต่ทรงและรูปแบบของไฟท้ายนั้น เหมือนกับรถในยุค 2021  ตอนที่รถจีนเริ่มลุยตลาดไทยใหม่ๆ

...



Chery เป็นเจ้าของทั้ง Omoda และ Jaecoo สองแบรนด์นั้นกำลังรุกตลาดไทยอย่างเข้มข้น ด้วยราคาและประสิทธิภาพ รวมถึงสไตล์ (รูปแบบของตัวรถและการใช้งาน) Chery ในไทย เปิดตัวภายใต้ชื่อของตัวเอง โดยทำราคาให้สูสีกับแบรนด์น้องรองอย่าง Jaecoo (ซึ่งถือว่าเป็นรถยนต์ระดับรองลงมา) แต่ใช้เทคโนโลยีและส่วนประกอบส่วนใหญ่เหมือนกัน ชื่อ Chery เป็นการสะกดผิดโดยเจตนาของคำว่า 'cheery' – แบรนด์นี้เน้นเรื่อง  การค้นหาความสุขของลูกค้ายามขับรถ และโลโก้ของแบรนด์ก็คล้ายคลึงกับโลโก้ของ Infiniti  ในบางตลาดอาจจะดูดี และการที่แบรนด์จีนหรูบางยี่ห้อพยายามดึงดูดลูกค้าของ BMW และ Audi แล้วประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ยอดขายของแบรนด์เยอรมันในไทยหล่นลงไปพอสมควรจนต้องปรับแผนใหม่ ส่วนราคาของ Chery Tiggo 8 รุ่นท็อป PHEV AWD น่าจะทำให้มีโอกาสแข่งขันได้มากขึ้น  รถที่คุณกำลังดูอยู่นี้คือ Tiggo 8 รุ่น 7 ที่นั่ง ระบบข้บเคลื่อน PHEV ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD Elite) มีราคาอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 949,000 บาท ในรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ และเพิ่มเป็น 1,069,000 บาท ในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยใช้นำเข้าจากอินโดนีเซีย  



...




...




...





มิติตัวถัง โครงสร้างของ Tiggo 8 PHEV AWD เป็น Mid-Size Crossover SUV แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มีขนาดความยาว  4,725 มิลลิเมตร กว้าง 1,860 มิลลิเมตร สูง  1,747 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ  2,710 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ  (Ground Clearance) 170 – 180 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 60 ลิตร ความจุใหญ่พอดีตัวสำหรับการเดินทางไกล พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย  193 ลิตร เมื่อกางเบาะครบ 3 แถว และขยายได้สูงสุดถึง 1,930 ลิตร เมื่อพับเบาะราบหมด








งานตกแต่งภายในของ Tiggo 8 PHEV AWD  คอนโซลหน้าและโซนผู้ขับขี่  ถูกออกแบบให้ดูล้ำสมัยและสะอาดตาพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง ทรง D-Shape ท้ายตัด ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินโครเมียมเงาที่ก้านพวงมาลัย พร้อมโลโก้ CHERY ตรงกลาง แผงสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและหน้าจอมาตรวัดด้านซ้าย-ขวา ใช้งานง่าย หน้าจอคู่แบบลอยตัว (Dual Floating Screens) หัวใจหลักของจอภาพแจ้งข้อมูลและจอระบบอินโฟเทนเมนท์ ประกอบด้วยหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่สำหรับผู้ขับขี่ และหน้าจออินโฟเทนเมนต์ตรงกลางที่เชื่อมต่อกันเป็นแพเดียว วางลอยตัวอยู่เหนือแดชบอร์ด 






แดชบอร์ดหุ้มด้วยวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม สีดำ ตัดกับแผงตกแต่งลายโลหะขัดมัน Brushed Metal ลากยาวตลอดแนวคอนโซล เพิ่มความหรูหรา มีไฟ Ambient Light ซ่อนอยู่ด้านล่าง คอนโซลกลางถูกออกแบบให้สูงและเชื่อมต่อกับแดชบอร์ด แผงควบคุมระบบปรับอากาศแบบสัมผัส ด้านล่างช่องแอร์กลางมีหน้าจอสัมผัสแยกเฉพาะสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศ  ลดจำนวนปุ่มกดแบบเดิม 



สวิตช์ควบคุมโหมดการขับเคลื่อนแบบปุ่มกด แป้นหมุนควบคุมโหมดการขับขี่แบบ Diamond-cut ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และ Auto Brake Hold วางตัวอยู่บนแผงตกแต่งลายโลหะขัดมันที่เข้าชุดกับแดชบอร์ด มีช่องวางแก้วน้ำ 

 














เบาะนั่งและการออกแบบ (Seating & Upholstery) ความใส่ใจในความสบายของผู้โดยสาร วัสดุเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำคุณภาพสูง ผิวสัมผัสนุ่ม พร้อมการปักเย็บลวดลาย Diamond-cut ที่พนักพิงและปีกเบาะ เพิ่มความหรูหราและช่วยในการระบายอากาศ ฟังก์ชันเบาะหน้า เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า โดยเบาะคนขับมาพร้อมสวิตช์ปรับไฟฟ้าหลายทิศทาง  รวมถึงระบบปรับดันหลัง พนักพิงศีรษะ ดีไซน์แบบ Aviation Style กว้างและรองรับศีรษะได้ดี เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบปรับอากาศภายในตัวเบาะ เบาะหลังกว้างขวาง มีช่องแอร์หลังแยกส่วน และมีช่องชาร์จ USB แผงประตูและบรรยากาศห้องโดยสาร (Door Panels & Ambience) แผงประตูดีไซน์ต่อเนื่องจากแดชบอร์ด หุ้มหนังนุ่ม ตัดกับแผงตกแต่งลายโลหะขัดมันและลวดลายสามมิติ  มีมือจับประตูโลหะและลำโพงดีไซน์หรู สวิตช์ควบคุมที่ประตู แผงควบคุมกระจกไฟฟ้าแบบ All-Auto และปุ่มปรับกระจกมองข้างวางในตำแหน่งที่ใช้งานง่าย

ไฟ Ambient Light เพิ่มบรรยากาศในห้องโดยสารยามค่ำคืน ลากยาวจากคอนโซลหน้าไปถึงแผงประตู หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ขนาดใหญ่ เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า เพิ่มความโปร่งโลหะและหรูหราให้กับห้องโดยสาร พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า งานตกแต่งภายในของ TIGGO 8 PHEV AWD  แสดงให้เห็นพยายามในการยกระดับแบรนด์ Chery ขึ้นสู่ความพรีเมียม ด้วยการเลือกใช้วัสดุหุ้มหนังนุ่มเกรดดี การปักเย็บลวดลาย Diamond-cut การตกแต่งด้วยโลหะขัดมัน  เทคโนโลยีหน้าจอคู่และระบบควบคุมแบบสัมผัส 



เครื่องยนต์ + มอเตอร์ไฟฟ้า และสมรรถนะ  ขุมพลังของ Tiggo 8 PHEV เป็นการสอดประสานระว่างเครื่องยนต์สันดาปพ่วงมอเตอร์คู่ผ่านเกียร์ชุดพิเศษแบบ 3-Speed DHT (Dedicated Hybrid Transmission) ที่ควบคุมโหมดการขับขี่แปรผันอัจฉริยะ  9 รูปแบบ เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์ (1.5 TCI) ให้กำลังเฉพาะเครื่องยนต์ 156 แรงม้า แรงบิดเครื่องยนต์ 215 - 230 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ Dual Motors ให้กำลังมอเตอร์รวมกันสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์ 310 นิวตันเมตร กำลังรวมทั้งระบบสูงสุด 326 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 545 นิวตันเมตร  แรงบิดแบกตัวถัง 7 ที่นั่งได้สบาย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD (On-Demand 4WD System) ทำงานร่วมอัจฉริยะสามารถตัดสลับขับ 2 ล้อในโหมดประหยัดได้ ตัวเลขสมรรถนะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด (Top Speed) ล็อกหน้าปัดไว้ที่ 180 กม./ชม.




แบตเตอรี่ และระบบชาร์จไฟ (Battery & Charging) ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP - Lithium-iron Phosphate) มีระบบ Multi-Layer Protection ป้องกันแรงกระแทกและความร้อนสูง ความจุแบตเตอรี่: 18.3 - 19.27 kWh (แล้วแต่โมเดลย่อย) การชาร์จไฟ ชาร์จปกติ AC รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 6.6 kW (หัวชาร์จ Type 2) ชาร์จจาก 0-100% ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ชาร์จเร็ว DC  รองรับระบบชาร์จเร็วสูงสุดประมาณ 40 kW ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 19 นาที ระบบ V2L (Vehicle-to-Load)  ปล่อยกระแสไฟจ่ายออกไปสู่อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.3 kW เอาใจสายแคมป์ปิ้ง



ในเรื่องของการทำระยะทาง ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน หรือ EV Range ทำได้ประมาณ 75 - 90 กิโลเมตร เหมาะสำหรับจ่ายกับข้าวหรือขับในเมืองโดยไม่ใช้น้ำมัน ระยะทางรวมสูงสุด  เมื่อน้ำมันเต็มถังบวกกับแบตเตอรี่ชาร์จเต็ม ทำระยะทางรวมกันเกือบ 1,000 กิโลเมตร  ตัวเลขสเปกจากโรงงาน เคลมมาแตะ 1,200 กม. แต่ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้คันเร่งเป็นหลัก อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย เคลมตามมาตรฐานไฮบริดไว้ที่ 1.3 ลิตร/100 กม. หรือประมาณ 76.9 กม./ลิตร หากสลับชาร์จไฟบ่อย ๆ  แต่ถ้าวิ่งโหมดเซฟแบตเตอรี่ (Battery-Save) กินน้ำมันอยู่ที่ราว ๆ 5.2 - 5.9 ลิตร/100 กม. หรือ ประมาณ 16.9 - 19.2 กม./ลิตร ขับทดสอบจริงในย่านความเร็วสูงไปปราณบุรี กิน 14.1 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าไม่ได้ทำตัวตะกละแต่อย่างใด ขับช้าก็ประหยัดพอใช้ได้แหละ



ช่วงล่าง ล้อ ยาง เบรก และน้ำหนัก  ช่วงล่างด้านหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง (Independent MacPherson Strut) ช่วงล่างด้านหลัง อิสระมัลติลิงก์ (Multi-Link Independent) เซ็ตเน้นนุ่มแน่นซับแรงสะเทือนเพื่อผู้โดยสารแถวหลัง ระบบเบรก ดิสก์เบรก 4 ล้อ จานหน้ามีครีบระบายความร้อน Ventilated Disc / จานหลัง Solid Disc  ล้อและยาง ล้ออัลลอยปัดเงาลายสปอร์ต ขนาด 19 นิ้ว  ยางหน้ากว้างไซส์ 235/50 R19  น้ำหนักตัวรถเปล่า อยู่ที่ประมาณ  1,916 กิโลกรัม   

ระบบความปลอดภัย (Safety & ADAS)

Tiggo 8 โมเดลนี้สร้างบนแพลตฟอร์มที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ทั้ง Euro NCAP และ ANCAP ครับ

ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive Safety):
ถุงลมนิรภัย  8 - 10 ตำแหน่ง (รวมถุงลมหัวเข่าคนขับ และถุงลมนิรภัยตรงกลางระหว่างเบาะหน้า Front Center Airbag)

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) จัดเต็ม 19 ฟังก์ชันหลัก 

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) พ่วงระบบช่วยขับขี่ในสภาพจราจรติดขัด (Traffic Jam Assist)

ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning) พร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking)

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและดึงพวงมาลัยกลับยามหลุดเลน (Lane Keeping Assist + Lane Departure Warning)

ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection) และระบบเตือนรถตัดหน้ายามถอยหลัง

ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา (Panoramic View) ที่ผสานระบบกล้อง 360 องศาเข้ากับระบบแสดงภาพใต้ท้องรถโปร่งแสง (180° Transparent Chassis) ช่วยให้กะระยะหินหรือสิ่งกีดขวางยามลุยทางขรุขระได้ 



สำหรับ Tiggo 8 PHEV AWD ความแตกต่างจากรุ่นขับสอง FWD ไม่ได้มากมายอะไรนัก ทรงตัวดีกว่า ไฟหน้าดูเรียบร้อยขึ้น กระจังหน้าโดดเด่น เส้นสายคมชัด การเลือกใช้เครื่องยนต์ที่ทรงพลังกว่า งานออกแบบเมื่อ 4-5 ปีก่อน จะได้สไตล์ที่เรียบง่ายกว่า ทุกวันนี้ แบรนด์จีนเข้ามาในตลาดไทย แล้วก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ดูเหมือนว่าการนำรถเข้าโชว์รูมอย่างรวดเร็วและปรับแต่งรายละเอียดในภายหลังจะมีความสำคัญมากกว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแบบแผนดั้งเดิม เมื่อลองเปิดเพลงฟัง เสียงลำโพง Sony ดังมาจากทุกทิศทุกทาง  สามารถมองเห็นได้ผ่านกระจกมองหลังที่ดูแปลกตาจากตัวกระจกที่มองเหมือนจะไกลสุดกู่  ดูเหมือนจะเหมาะสำหรับการตรวจสอบที่นั่งด้านหลังมากกว่าจะมองรถที่ตามมาข้างหลัง  ช่วยอะไรไม่ได้มากนักสำหรับการมองกระจกหลังเพื่อสังเกตการณ์ อย่างน้อย กล้องช่วยจอดรถที่ครบครันก็มีความละเอียดสูงมาก จอแสดงผลเสมือนจริง 540 องศา ทำงานลื่นไหล  สามารถปัดให้ภาพในจอหมุนได้อย่างรวดเร็วด้วยความเร็วในการประมวลผลที่ทรงพลัง นั่นดูเกินความจำเป็น แต่ก็มีเสน่ห์อยู่บ้างสำหรับการใช้งาน  เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ทำออกมาได้ดี


มีเรื่องแปลกเยอะอยู่ รถ Chery คันนี้มีข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเรื่องดังกล่าว คู่แข่งจากยุโรปที่มีราคาแพงกว่าพยายามหลีกเลี่ยง แต่ก็ชดเชยด้วยความคุณภาพที่น่าพอใจ วัสดุที่ใช้ให้ความรู้สึกหรูหรา สร้างความประทับใจแรกพบได้อย่างดี ด้วยมือจับประตูภายนอกแบบเรียบ แม้ว่ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้งานง่ายแค่ไหนหากมีเด็กเล็กอยู่ในอ้อมแขนทั้งสองข้าง  แผงประตูภายในที่ตกแต่งด้วยลวดลาย คันเกียร์ถูกย้ายขึ้นไปอยู่ที่ก้านคันเกียร์ ทำให้มีพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้น แต่ทำให้ต้องคลำหาที่ปัดน้ำฝนในครั้งแรกที่ขับ มีพอร์ต USB มากกว่ารุ่นน้อง – นับว่าเป็นเรื่องดี – โดยมีพอร์ต USB-A และ C ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงแท่นชาร์จไร้สายข้างแผงหน้าปัดด้วย


ปริมาตรพื้นที่เก็บสัมภาระอยู่ที่ 117 ลิตรเมื่อเบาะทุกที่นั่งอยู่ในตำแหน่งปกติ และขยายได้ถึง 494 ลิตรหากใช้งานแบบ 5 ที่นั่ง หรือ 1,930 ลิตรหากพับเบาะทุกแถวยกเว้นแถวหน้า ตัวเลขแรกนั้นค่อนข้างน้อยกว่าคู่แข่งจากยุโรปที่มีชื่อเสียงมากกว่า และอาจจำกัดการใช้งาน Tiggo ในการเดินทางไกลแบบครอบครัว ผู้ใหญ่สามารถเบียดกันเข้าไปนั่งแถวที่สามได้ แต่คงไม่ชอบใจนัก เพราะการเข้าออกนั้นไม่สะดวกสบาย ด้านขวาของรถมีช่องเปิดที่ยืดหยุ่นกว่า แต่คุณจะสังเกตได้ว่านั่นไม่ใช่ด้านที่รถมักจะจอดริมฟุตบาทในระหว่างการรับส่งลูกไปโรงเรียน  

CSH – Chery Super Hybrid ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กและแบตเตอรี่ 18.4 kWh จับคู่กับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรที่เล็กกว่า ส่งกำลัง 201 แรงม้าไปยังเพลาหน้า ทำให้เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 8.5 วินาที แต่ความเร็วสูงสุดยังคงถูกจำกัดไว้ที่ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเลขดังกล่าว ไม่ใช่สถิติสำคัญอะไร สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเจ็ดคน ผู้ใหญ่สามารถ นั่งเบาะแถวหลังสุด ได้แต่ก็ต้องเบียดเสียดกันหน่อย และพื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อผู้โดยสารนั่งเรียบร้อยแล้ว เมื่อพับเบาะทั้งสามแถวลง พื้นที่เก็บสัมภาระมีเพียง 117 ลิตร  พื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวางและที่นั่งสบายสำหรับเจ็ดคนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่า โดยรวมแล้ว รถคันนี้อยู่ในตำแหน่งที่แปลก มีราคาถูกกว่า CR-V ซึ่งเป็นรถ SUV 7 ที่นั่ง   

Tiggo 8 PHEV AWD เป็นรถ Chery  ที่นั่งสามแถว ในราคาที่สมเหตุสมผล แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง ในทางทฤษฎีแล้ว Tiggo 8 PHEV  เหมือนจะเป็นรถยนต์รุ่นเปิดตัวที่น่าเชื่อถือที่สุดของ Chery มันมีที่นั่งเจ็ดที่นั่งและอุปกรณ์ครบครัน  ไม่ต้องพูดถึงวัสดุที่หรูหราและบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ทำได้ดีพอสมควร ในราคาที่ต่ำกว่ารถญี่ปุ่นคู่แข่ง และมันก็ไม่ใช่รถที่ขับแล้วรู้สึกแย่ เมื่อใช้งานในเมือง มันให้ความรู้สึกคล่องแคล่วและประณีตพอควรในรูปแบบไฮบริด แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อยที่ต้องแก้ไขในหลายๆ ด้านของการใช้งาน  พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถที่แคบกว่าเพียง 117 ลิตร เมื่อใช้งานเบาะทั้งเจ็ดที่นั่ง บวกกับค่าตัว 1 ล้าน ทำให้ต้องคิดหนักอยู่เหมือนกัน 



คำว่า 'นิ่ง' น่าจะเป็นคำคุณศัพท์ที่ดีที่สุดหากเราพูดถึงการทำงานของเครื่องยนต์เบนซินพื้นฐาน เครื่องยนต์นี้ให้ความรู้สึกไม่รีบร้อนที่จะขับเคลื่อนรถไปข้างหน้า ไม่ได้แย่ – เพียงแต่เสียงการทำงานแปลกๆเมื่อเร่งรอบสูง และไม่มีโหมดแมนนวลหรือแป้นเปลี่ยนเกียร์มาให้เลย  ผมจึงต้องพึ่งพาการทำงานจากเกียร์ของ Chery เมื่อต้องการแซงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงคำรามแหลมๆ จากท้ายรถว่า "ใกล้ถึงหรือยัง?" สำหรับคนที่ต้องการแค่รถธรรมดา ราคาประหยัด อาจจะไม่ติดใจอะไร  ประสบการณ์ที่หรูหราและมีระดับดีกว่ารถมือสอง 

Tiggo 8 PHEV AWD เสียบปลั๊กชาร์จ ทำระยะทางวิ่งรวม 1,000 กิโลเมตร จาการทดสอบ ลักษณะของการขับค่อนข้างใช้ความเร็วสูงต่อเนื่อง ทำได้ 830 กิโลเมตร  วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนๆ ได้ 70 กิโลเมตร ที่ต้องเร็วเพราะไปเช้ากลับเย็นกรุงเทพฯ ปราณบุรี กรุงเทพ รวมระยะทางกว่า 580 กิโลเมตร บอกได้ว่ามันเป็นรถที่ขับสบาย นุ่มนวล และน่าใช้พอสมควร ยาง continental ทำหน้าที่ได้ดี ให้การยึดเกาะและความนุ่มนวลในระดับที่ดีกว่ายางจีนอย่างเห็นได้ชัด เกียร์ในมอเตอร์ไหลลื่น เร่งเร็วๆ ปั่นล้อฟรีทิ้งได้เลย พวงมาลัยไฟฟ้าที่เซ็ตมา อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ผ่องถ่ายน้ำหนักไปตามความเร็วใช้ได้ไม่เสียวเพราะเบามือเกินไป การเก็บเสียง มีเสียงลมและเสียงยางที่ความเร็วสูง + เสียงเครื่องยนต์ในรอบสูง ถือเป็นเรื่องปกติของรถสันดาปจีน จะให้เงียบกว่านี้ ก็ต้องไปไฟฟ้าล้วน




ระวังโหมดการขับขี่ที่ดุดันของรถปลั๊กอิน-ไฮบริดให้ดีๆ มันเปิดใช้งานพร้อมทำให้การตัดสินใจที่ผิดพลาดของคุณถูกตัดสินโดยคนทั้งครอบครัว โหมดนี้จะเร่งคันเร่งมากเกินไปจนทำให้เกิดการลื่นไถลของล้ออย่างน่าตื่นเต้น หากคุณเหยียบคันเร่งเร็ว และรุนแรง ออกจากโค้ง การกระทำเช่นนั้นจะทำให้ระบบควบคุมการยึดเกาะทำงานผิดปกติ และจะพุ่งเข้ามาแก้ใขอย่างดุดันราวกับบอดี้การ์ดในผับแถวรัชดา การขับขี่และการควบคุมโดยรวมถือว่าดี ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น รถอาจจะตื่นเต้นเกินไปเล็กน้อยเมื่อเจอทางขรุขระซ้ำๆ ระบบกันสะเทือนยังคงฟื้นตัวจากแรงกระแทกหนึ่งขณะที่กำลังผ่านอีกแรงกระแทกหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แย่. 

ข้อดี

ความคุ้มค่าและราคาจับต้องง่าย ค่าตัว 1,069,000 บาท สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ถือว่าทำราคาได้สมเหตุสมผล ต่ำกว่าคู่แข่งสัญชาติญี่ปุ่นระดับเดียวกันอย่าง Honda CR-V

งานตกแต่งภายในเกินราคา บรรยากาศห้องโดยสารหรูหรา ใช้วัสดุผิวสัมผัสนุ่มเกรดดี เบาะนั่งหุ้มหนังปักลวดลาย Diamond-cut พนักพิงศีรษะทรง Aviation คู่หน้ามีระบบเป่าลมปรับอากาศในตัว  

ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะที่ทรงพลัง: การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวมสูงถึง 326 แรงม้า แรงบิด 545 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.8 วินาที มีกำลังแบกตัวถัง 7 ที่นั่งได้สบาย และให้อัตราเร่งที่ไหลลื่นล้อฟรีได้

ระยะทางการวิ่งที่ยืดหยุ่น วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ระยะทางจริงประมาณ 70 - 90 กิโลเมตร และเมื่อน้ำมันเต็มถังรวมกับแบตเตอรี่เต็ม สามารถเดินทางไกลต่อเนื่องได้ถึง 830 - 1,000 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่)

อัตราสิ้นเปลืองในโหมดไฮบริดน่าพึงพอใจ เมื่อแบตเตอรี่ต่ำและวิ่งในโหมดเซฟแบตเตอรี่ (Battery-Save) กินน้ำมันราว 16.9 - 19.2 กม./ลิตร ส่วนการทดสอบขับขี่ด้วยความเร็วสูงต่อเนื่องทำได้ 13-14.1 กม./ลิตร ซึ่งไม่กินน้ำมันจนเกินไป

การรองรับระบบชาร์จเร็ว DC แบตเตอรี่ LFP รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 40 kW ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ได้ในเวลา 19 นาที และมีระบบ V2L จ่ายไฟออกสู่อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.3 kW เหมาะกับสายแคมป์ปิ้ง

ระบบความปลอดภัยและกล้องรอบคัน ตัวรถสร้างบนแพลตฟอร์มมาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาว (Euro NCAP / ANCAP) อัดแน่นด้วยระบบ ADAS 19 ฟังก์ชัน รวมถึงกล้อง 540 องศา (รอบทิศทาง + ใต้ท้องรถโปร่งแสง) ที่มีความละเอียดสูง ประมวลผลลื่นไหลหมุนภาพได้รวดเร็ว

ช่วงล่างนุ่มนวลและการยึดเกาะของยาง เซ็ตช่วงล่างมาเน้นนุ่มแน่นซับแรงกระเทือนเพื่อผู้โดยสารตอนหลัง ขับสบายในการเดินทางไกล ประกอบกับการเลือกใช้ยาง Continental ซึ่งให้ความนุ่มนวลและการยึดเกาะที่ดีกว่ายางจีนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ข้อเสีย 
งานดีไซน์ยังมีกลิ่นอายโมเดลเก่า หน้าตาและรูปทรงรวมถึงไฟท้ายยังมีส่วนผสมของการออกแบบย้อนกลับไปในยุคปี 2021 ซึ่งทำให้ดูเรียบง่ายเกินไปเมื่อเทียบกับแบรนด์น้องใหม่อย่าง Omoda หรือ Jaecoo ที่มีความสดใหม่และโฉบเฉี่ยวมากกว่า

พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายแคบมากเมื่อกางเบาะครบ เมื่อเปิดใช้งานเบาะครบทั้ง 3 แถว (7 ที่นั่ง) พื้นที่เก็บของด้านท้ายจะเหลือเพียง 117 - 193 ลิตร ซึ่งแคบกว่าคู่แข่งฝั่งยุโรปและอาจเป็นอุปสรรคต่อการขนสัมภาระในการเดินทางไกลแบบครอบครัว

เบาะแถวที่ 3 นั่งไม่สบายและเข้าออกยาก ผู้ใหญ่สามารถนั่งได้แต่ค่อนข้างอึดอัดและเบียดเสียด นอกจากนี้ กลไกการพับเบาะเพื่อเข้า-ออกแถวที่ 3 ฝั่งที่สะดวกดันอยู่ทางด้านขวาของตัวรถ ซึ่งไม่ใช่ฝั่งที่รถมักจะจอดเทียบฟุตบาทในประเทศไทย (พวงมาลัยขวา)

กระจกมองหลังทัศนวิสัยแปลก มุมมองผ่านกระจกมองหลังให้ความรู้สึกที่ไกลมากเกินไป เหมาะสำหรับการหันไปสำรวจผู้โดยสารเบาะหลังมากกว่าจะใช้สังเกตการณ์รถที่ขับตามมาข้างหลังอย่างมีประสิทธิภาพ

การตอบสนองของเครื่องยนต์และการเก็บเสียงยามเร่งแซง เครื่องยนต์เบนซินทำงานแบบเรื่อย ๆ "ไม่รีบร้อน" และไม่มีโหมดเกียร์แมนนวลหรือแป้น Paddle Shift มาให้เปลี่ยนเกียร์เอง ทำให้ต้องพึ่งพาสมองกลเกียร์ของตัวรถอย่างเดียวเวลาต้องการเร่งแซงด่วน ซึ่งจะตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์ครางแหลมดังเข้ามาในห้องโดยสารในรอบสูง เช่นเดียวกับเสียงลมและเสียงยางที่จะดังขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อใช้ความเร็วสูง

โหมดการขับขี่ที่ดุดันเกินพอดีและระบบควบคุมควบคุมที่เฉียบขาดเกินไป: ในโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต/ดุดัน คันเร่งจะตอบสนองไวและแรงเกินไปจนทำให้ล้อลื่นไถลได้ง่ายหากกดคันเร่งออกจากโค้งแรง ๆ และเมื่อระบบควบคุมการยึดเกาะ (Traction Control) ตรวจพบอาการ มันจะเข้ามาแทรกแซงและตัดกำลังอย่างรุนแรงและกระชากเกินไป

ช่วงล่างมีอาการตื่นตระหนกเมื่อเจอทางขรุขระต่อเนื่อง แม้จะนุ่มนวลในทางทั่วไป แต่หากเจอพื้นผิวถนนที่เป็นลอนคลื่นหรือขรุขระต่อเนื่อง ยืด-ยุบซ้ำ ๆ ระบบกันสะเทือนจะมีอาการฟื้นตัวไม่ทัน (ฟื้นตัวจากแรงกระแทกแรกยังไม่เสร็จก็เจอแรงกระแทกถัดไป) ทำให้ตัวรถมีอาการเต้นหรือตื่นตระหนกอยู่บ้าง.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom   
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/