เอาตรงๆเลย การมาถึงของ Changan NEVO Q05 พิกัดราคา รุ่น Max 599,900 บาท ได้อุปกรณ์น้อยกว่า รุ่นท็อป Ultra 679,900 บาท ทรงของรถเป็นบอดี้ B-SUV/Crossover ขอเรียกว่าครอสโอเวอร์ดีกว่า เพราะทั้งขับสองล้อหน้าไม่ได้ขับสี่ล้อ และขนาดที่กะทัดรัดกว่า Deepal L07 ในความเป็นจริง NEVO Q05 เป็นรถอเนกประสงค์เล็กทรงท้ายตัดที่ Changan ตั้งใจส่งมาฟัดกับ BYD Atto 3 หรือกลุ่มรถเจ้าตลาดโดยตรง ด้วยค่าตัว 5-6 แสนบาท แบตเตอรี่ LFP ขนาด 51.9 kWh วิ่งเคลมตามสเปก NEDC ได้ 462 กิโลเมตร มอเตอร์ขับหน้า 163 แรงม้า จุดเด่นของ NEVO Q05 ตัวประกอบไทย อยู่ที่เรื่องความคุ้มค่าของออปชันที่ใส่มาให้ใช้งานเยอะมาก คือมากจนใช้ไม่หมดโดยเฉพาะรุ่นท็อปราคา 6.7 แสนบาทนั้นใส่ของมาจนล้น
NEVO Q05 ทั้งสองรุ่นย่อยใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 190 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ LFP จาก CATL ขนาด 51.9 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 462 กิโลเมตร (NEDC) และรองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 162 kW เหมือนกัน
ส่วนต่างราคา 80,000 บาท ระหว่าง Max และ Ultra คือ
...
รุ่น Ultra ราคา 679,900 บาท ได้ล้ออัลลอย 8 นิ้ว ยาง 225/55 R18 รุ่น Max ใส่ล้อ 17 นิ้ว สำหรับรุ่น Ultra มีสีตัวถังเพิ่มมาให้เลือก คือ สีเทา Starlight Grey และ สีชมพู Aurora Pink
หลังคาและกระจกมองข้าง เพิ่มระบบ หลังคามูนรูฟ (Moonroof) ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ (Rain Sensor) และกระจกมองข้างปรับและ พับด้วยไฟฟ้า
อัปเกรดความบันเทิงในห้องโดยสาร ลำโพงเพิ่มเป็น 8 ตำแหน่ง รุ่น Max ให้มา 4 ตำแหน่ง พร้อมติดตั้ง ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger) กำลังไฟ 50 วัตต์ มาให้จากโรงงาน
ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าภายนอก เพิ่มฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) กำลังไฟสูงสุด 3.3 kW สำหรับต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกรถ ซึ่งในรุ่นเริ่มต้น Max ไม่มี
ระบบความปลอดภัยเหนือกว่า ม่านถุงลมด้านข้าง ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
หากเน้นใช้งานทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีหลังคาแก้ว ไม่เน้นฟังเพลงเสียงตึบ ๆ รุ่น Max 599,900 บาท ก็ให้จอใหญ่ 14.6 นิ้วกับกล้อง 360 องศามาครบ แต่ถ้าอยากได้ออปชันความสะดวกสบายครบถ้วนและระบบความปลอดภัยที่มั่นใจกว่าในการเดินทางไกล รุ่น Ultra ก็ถือว่าเพิ่มเงินได้ของเล่นคุ้มส่วนต่าง
...
การออกแบบด้านหน้า หน้าตามาในสไตล์กระจังหน้าแบบปิดทึบ ตามพิมพ์นิยมของรถ EV ยุคใหม่ เส้นสายเน้นความโค้งมนและคลีนสะอาดตา ชุดไฟหน้า LED คมกริบเป็นเอกลักษณ์แยกพาร์ทไฟส่องสว่างหลักไว้ด้านล่างตรงกันชน ระบบไฟติดตั้งชุดไฟเลี้ยวหน้าแบบมัลติสเตจสีส้มสว่างชัดเจนเมื่อเปิดสัญญาณ สังเกตรายละเอียดการเรียงตัวของเม็ดไฟ ด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์ทรงสปอร์ตแบบมีร่องตรงกลาง แถบไฟท้าย LED ทอดยาวเชื่อมถึงกันซ้าย-ขวาพร้อมโลโก้สัญลักษณ์แบรนด์ NEVO ตรงกลางอย่างโดดเด่น ติดเพลทชื่อแบรนด์ CHANGAN ฝั่งซ้าย และ NEVO Q05 ฝั่งขวาชัดเจน
...
...
มิติตัวถังของNEVO Q05 ยาว 4,435 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร สูง 1,600 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,735 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดถึงพื้น 170 มิลลิเมตร พิกัดตัวถัง Compact Crossover สัดส่วนฐานล้อยาวเมื่อเทียบกับความยาวตัวรถ ตัวถังดูแน่น สัดส่วนสมดุล ล้ออัลลอยทูโทนปัดเงาสลับดำลาย 5 ก้าน ดีไซน์ Aerodynamic ขนาด 18 นิ้ว ยาง 225/55 R18 ซีรีส์ยางเน้นความนุ่มนวลในการเดินทางแบบครอบครัว แก้มยางหนากำลังดีช่วยซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนเมืองไทย
เบาะนั่งและการจัดวางเลย์เอาต์คอนโซลหน้าเบาะคู่หน้าทรงกึ่งสปอร์ตขลิบเหลือง เบาะใช้หนังเกรดนุ่มโทนสีเทาสองเฉด เจาะรูระบายอากาศ (Perforated) ตรงกลาง พร้อมตัดขอบด้วยตะเข็บด้ายสีเหลืองสะดุดตา ตัวเบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า ปุ่มปรับไฟฟ้าของเบาะฝั่งคนขับ และฝั่งผู้โดยสาร เป็นสวิตช์สีเงินเมทัลลิก เบาะคู่หน้ามีระบบพัดลมแอร์อยู่ภายใน เหมาะกับสภาพอากาศของไทย ขึ้นรถมา เปิดแอร์ และแอร์ในเบาะ เดี๋ยวเดียว เย็นฉ่ำ
คอนโซลหน้าแบบสองชั้น (Double-Layer Dashboard) เลย์เอาต์แผงคอนโซลใช้วิธีจัดวางหน้าจอเหมือนในรถหรูหราอย่าง Peugeot หรือรถรุ่นพี่อย่าง Deepal คือตัวหน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว จะถูกดันไปอยู่ชิดขอบกระจกบังลมหน้า เพื่อให้อยู่ในระดับสายตาขณะขับขี่ ไม่ถูกพวงมาลัยบัง
พวงมาลัย และ ระบบอินโฟเทนเมนต์ พวงมาลัยทรงท้ายตัดหุ้มหนังสีดำ ตกแต่งด้วยแผงปุ่มกดสีดำเงาขลิบเงิน วงพวงมาลัยเป็นวงค่อนข้างเล็กเพื่อไม่ให้บดบังหน้าจอมาตรวัดด้านบน ตรงกลางประทับโลโก้แบรนด์ NEVO ชัดเจนหน้าจอจอกลางหมุนไม่ได้ แต่ฟังค์ชันเต็ม หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว วางลอยตัวอยู่ตรงกลาง เวอร์ชันไทยรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย (Wireless) หน้าจอไอคอนแอปต่าง ๆ ขึ้นครบถ้วน ทั้งโทรศัพท์, แผนที่ Google Maps, และ Line ตอบโจทย์คนไทยแน่นอน หน้าจอกลางสามารถแสดงกราฟิกจำลองตัวรถ 3D เพื่อตั้งค่าระบบตัวรถได้อย่างละเอียด
คอนโซลกลางแบบสะพานลอย (Floating Console) คอนโซลกลางถูกยกสูงขึ้นมาเชื่อมต่อกับช่องแอร์ ด้านหน้าสุดใต้จอเป็นช่องแอร์แฝด ขยับลงมาเป็นปุ่มควบคุมระบบแอร์แบบแถบสัมผัสช่องวางของและแท่นชาร์จ มีแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย Wireless Charger จัดวางในแนวนอน ถัดมาเป็นช่องวางแก้วน้ำ 2 ช่อง และกล่องเก็บของตรงกลางหุ้มหนังสีดำเดินด้ายเหลือง โดยด้านล่างของคอนโซลกลางยังถูกเจาะทะลุเป็นช่องว่างขนาดใหญ่สำหรับวางกระเป๋าหรือของจุกจิก พร้อมช่องเสียบ USB ให้ด้วย
พื้นที่ผู้โดยสารตอนหลัง และหลังคาพาโนรามิกพื้นที่แถวหลังกว้างขวาง เบาะหลังใช้โทนสีเทาทูโทนด้ายเหลืองแบบเดียวกับด้านหน้า ตัวพื้นรถด้านหลังเป็นแบบ Flat Floor (พื้นเรียบสนิท) ไม่มีอุโมงค์เพลากลางโผล่ขึ้นมาให้เกะกะเท้า ทำให้คนนั่งกลางนั่งสบาย มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังติดตั้งมาให้ตรงท้ายคอนโซลกลาง หลังคาพาโนรามิกซันรูฟบานใหญ่ ติดตั้งหลังคาแก้ว Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่ยาวเกือบเต็มพื้นที่หลังคา ช่วยให้ทัศนวิสัยภายในห้องโดยสารตอนหลังดูโปร่ง โล่ง และลดความอึดอัดได้ดี งานประกอบดูเนี้ยบและเลือกใช้สีเทา-เหลืองได้ดูวัยรุ่นปนสปอร์ต จุดที่น่าเป็นห่วงเวลาขับทดสอบจริง ๆ คือ แถบปุ่มสัมผัสใต้ช่องแอร์ที่ผิวเรียบกลืนไปหมด
รูปแบบระบบขับเคลื่อน NEVO Q05 วางมอเตอร์ด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 163 แรงม้า สมน้ำสมเนื้อกับขนาดตัวถัง ไม่แรงจนล้นควบคุมยาก หรืออืดอาดจนน่ารำคาญ แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. แบตเตอรี่Lithium-ion (LFP) เกรด Golden Shield จาก CATL ความจุ 51.9 kWh การทำระยะทางและการชาร์จไฟ ระยะทางวิ่งสูงสุด เคลมตามมาตรฐาน NEDC อยู่ที่ 462 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ใช้งานจริงในเมืองไทยเปิดแอร์ อยู่ราว ๆ 360 - 380 กิโลเมตร เอาตัวรอดได้สบายในการใช้งานประจำวัน ระบบชาร์จไฟ สถาปัตยกรรมรองรับการชาร์จด่วน DC Fast Charge โดยชาร์จจาก 30-80% ได้ภายในเวลาประมาณ 15-20 นาที
ช่วงล่างด้านหน้า อิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลัง อิสระ มัลติลิงก์ จัดว่าให้มาดีเหนือกว่าคู่แข่งระดับราคาเดียวกันบางรุ่นที่ยังใช้คานแข็ง เป็นรถไฟฟ้าพิกัดราคา 5-6 แสนบาท ยัดช่วงล่างหลังแบบ Multi-link มาให้ ถือเป็นงานวิศวกรรมที่ใจถึง เพราะส่วนใหญ่รถไฟฟ้าในเรทราคานี้มักจะลดต้นทุนไปใช้คานแข็ง Torsion Beam การใช้ช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงค์ ช่วยให้การยึดเกาะถนนและการซับแรงกระแทกด้านท้ายทำได้เนียนขึ้น ระบบเบรก ดิสก์เบรก 4 ล้อ (หน้ามีครีบระบายความร้อน) ทำงานควบคู่กับระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และ Auto Brake Hold
Changan NEVO Q05 รุ่นและราคาจำหน่ายในประเทศไทย
Changan ประเทศไทยเปิดตัว NEVO Q05 ออกมาทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ด้วยราคามาตรฐานดังนี้:
NEVO Q05 รุ่น MAX ราคา 629,900 บาท
NEVO Q05 รุ่น ULTRA (ตัวท็อปหลังคาแก้ว Panoramic sunroof) ราคา 709,900 บาท
ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวทุบราคาลงไปอีกรุ่นละ 30,000 บาท ทำให้ตัวเริ่มต้น อยู่ที่ 599,900 บาท และตัวท็อป 679,900 บาท สำหรับล็อตแรก
NEVO Q05 เป็น Crossover EV ที่ Changan ตั้งใจส่งมาเขย่าตลาดรถไฟฟ้าต่ำกว่า 7 แสนบาทในไทย จุดเด่นคือพื้นที่ห้องโดยสารและฐานล้อที่กว้างขวาง ออฟชันเยอะเกินราคา งานดีไซน์ภายนอกเรียบเนียน เหมาะกับครอบครัว ที่อยากหนีจาก City Car คันเล็กมาจับรถยกสูงทรงทันสมัยและมีราคาค่าตัวถูกกว่ารถญี่ปุ่น การทดสอบขับเพื่อนำมารายงานให้คนอ่านทราบ เส้นทางจากกรุงเทพฯ -บ้านบึง - แกลง ไปยังจังหวัดจันทบุรีแถวๆ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างอ่าวคุ้งวิมาน NEVO Q05 รุ่นท็อป Ultra เมื่อรับรถที่เค้าเติมไฟมาเต็มแล้ว จอภาพตรงหน้าคนขับแจ้งว่า วิ่งได้ประมาณ 450 กิโลเมตร ผมกดคันเกียร์ที่อยู่ตรงก้านพวงมาลัด้านขวา ใช้ความเร็วเดินทางปกติ ในย่าน 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านั่น เบาะ ทัศนวิสัย โอเคเลย โดยเฉพาะเบาะมีพัดลมแอร์มาให้อีกตะหาก อุปกรณ์แบบนี้ เราจะพบได้ในรถญี่ปุ่นคันละเป็นล้าน หรืหลายล้าน แต่รถจีนบางรุ่นนั้น ยัดมาให้ตรูดเย็นนานแล้ว อันนี้ เหมาะกับอากาศบ้านเรามากๆ ขึ้นรถมา เบาะร้อนจี๋ เปิดพัดลมแอร์ในเบาะเดี๋ยวเดียวก็เย็นจนฉ่ำ คนเป็นริสสีดวงนี่น่าจะชอบมาก
NEVO Q05 ขับด้วยความเร็วเดินทาง 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีบางจังหวะเร่งแซงไปถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ยังทรงตัวได้ดี พวงมาลัยควบคุมง่าย แต่ระยะฟรีตรงกลางที่มากไปนิดเลยต้องจอด แล้วเข้าสู่เมนูปรับตั้งบนจอภาพแล้วปรับให้การตอบสนองของพวงมาลัยเร็วขึ้นมาอีกนิด การปรับก็ทำให้ดีขึ้นมาบ้าง แต่เอาจริงๆกลับชอบพวงมาลัยของ Deepal S05 มากกว่า การเก็บเสียงทำได้ในระดับมาตรฐานของรถจีนทั่วไปเนื่องจากมอเตอร์ขับเคลื่อนไม่ได้ส่งเสียงการทำงานเหมือนเครื่องยนต์สันดาป ที่ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ยินเสียงยางและเสียงลมปะทะตัวถังแว่วๆ ไม่ได้ดังมากมายอะไรจนรำคาญ จุดที่ทำได้ดีก็คือ การทรงตัวที่ความเร็วสูงและซับแรงสะเทือนได้ดีเมื่อวิ่งผ่านผิวถนนที่กำลังซ่อมแถวระยอง อัตราสิ้นเปลืองพลังงานแจ้งมาที่ 15.8 kW/100 กิโลเมตร ไม่เร่งก็ไม่กินไฟ ขับเร็วเมื่อไหร่ก็รับประทานไฟในแบตฯเป็นเรื่องปกติของรถไฟฟ้าจีน
ช่วงล่างของ Q05 ทำออกมาได้เนียนพอสมควร ออกตัวหรือเบรกตัวรถไม่มีอาการหน้าทิ่มท้ายห้อย อาการโคลงของตัวถังเวลาเข้าโค้งน้อย สำหรับรถทรง SUV พวงมาลัยต้องปรับปรุง ความเร็วสูงพวงมาลัยยังไวไปนิด ในเมืองขับง่าย คล่องตัวและตอบสนองดี วิ่งความเร็วสูงบนไฮเวย์พวงมาลัยไวและอ่อนไหวไปนิดนึง ห้องโดยสารและงานประกอบดูพรีเมียมเกินราคา ใช้วัสดุ Soft-touch และการเดินตะเข็บด้ายหลอก บนคอนโซลและแผงประตู ทำให้ฟีลลิ่งห้องโดยสารดูแพงกว่าค่าตัว ระบบ Infotainment ทำงานปกติ ในวันทดสอบ ไม่พบอาการหน่วงหรือค้าง งานออกแบบภายในหยิบดีเอ็นเอของ Changan มาใช้ ทำให้บรรยากาศดูหรูกว่าระดับราคารถ ใช้วัสดุผิวสัมผัสนุ่ม Soft-touch บนคอนโซลและแผงประตู พื้นที่แถวสองกว้างขวาง เบาะนั่งด้านหลังให้พื้นที่วางขา (Legroom) และพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) มาดี ตามมาตรฐานคอมแพกต์เอสยูวี มีแอร์หลัง และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟมาให้สร้างความโปร่งตา
ในแง่ของวิศวกรรม ช่วงล่าง/การขับขี่/ความปลอดภัย ถือว่าคุ้มค่าตัว แต่ข้อควรระวังคือเรื่องของ ระบบซอฟต์แวร์หน้าจออินโฟเทนเมนต์ ที่ผู้ใช้จริงในต่างประเทศบ่นว่าบางจังหวะมีอาการค้างหรือเอ๋ออยู่บ้าง ซึ่งต้องรอดูว่าเวอร์ชันที่จำหน่ายในไทยจะได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์มาได้เสถียรขนาดไหน
จากการทดสอบขับขี่จริงบนเส้นทางกรุงเทพฯ - บ้านบึง - แกลง - จันทบุรี (อ่าวคุ้งวิมาน) สรุปข้อดีและข้อเสียของ NEVO Q05 เวอร์ชันประกอบไทย ทั้งรุ่น Max 599,900 บาท และรุ่น Ultra 679,900 บาท
ข้อดี (จุดเด่น)
ความคุ้มค่าและช่วงล่างเหนือระดับพิกัดราคา 5-6 แสนบาท ตัวรถจัดวิศวกรรมช่วงล่างหลังแบบอิสระ มัลติลิงก์ เหนือกว่าคู่แข่งหลายรุ่นในระดับเดียวกันที่มักใช้คานแข็ง ช่วยให้การยึดเกาะถนนและการซับแรงกระแทกจากผิวถนนที่กำลังซ่อมทำได้เนียน การทรงตัวความเร็วสูงดี ตัวรถไม่มีอาการหน้าทิ่มท้ายห้อย และอาการโคลงต่ำสำหรับรถทรงยกสูง
ออปชันล้นทะลัก โดยเฉพาะรุ่น Ultra ใส่ของเล่นมาเกินราคามาก เช่น เบาะนั่งพร้อมพัดลมระบายอากาศ ที่ช่วยให้เบาะเย็นได้เร็ว เหมาะกับเมืองไทยมาก, แท่นชาร์จไร้สาย 50W, ระบบ V2L (3.3 kW), และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟบานใหญ่ยาวเกือบเต็มพื้นที่
ห้องโดยสารกว้างขวางและดูแพง มิติตัวถังและฐานล้อที่ยาวทำให้พื้นที่เบาะแถวหลังกว้างขวาง ทั้งพื้นที่วางขา (Legroom) และพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) พื้นรถด้านหลังเรียบสนิท (Flat Floor) มีแอร์หลังครบ งานประกอบภายในใช้วัสดุ Soft-touch และเดินตะเข็บด้ายหลอก ทำให้บรรยากาศดูพรีเมียมเกินราคา
ระบบเชื่อมต่อตอบโจทย์คนไทย หน้าจอกลางรองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย แสดงผลแอปพลิเคชันอย่าง Google Maps และ Line ได้เต็มระบบ และมีระบบบันทึกวิดีโอการขับขี่รอบคัน (DVR) ติดตั้งมาให้จากโรงงาน
ระบบความปลอดภัยและ ADAS จัดเต็ม รุ่นท็อปให้ระบบช่วยเหลือการขับขี่มาเต็มพิกัด ทั้ง IACC, BSD, RCTA/RCTB และระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 3D พร้อมฟังก์ชันมองทะลุใต้ท้องรถ (Transparent Chassis)
ข้อเสีย (จุดที่ต้องพิจารณาและควรปรับปรุง)
การเซ็ตติ้งพวงมาลัยช่วงความเร็วสูง พวงมาลัยมีระยะฟรีตรงกลางค่อนข้างมากในตอนแรก แม้จะปรับตั้งค่าการตอบสนองผ่านหน้าจอให้เร็วขึ้นแล้วก็ยังทำได้ดีขึ้นเพียงระดับหนึ่ง เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงบนไฮเวย์ พวงมาลัยจะรู้สึก ไวและอ่อนไหวเกินไปนิดนึง ยังไม่คมเท่ากับ Deepal S05
แถบปุ่มสัมผัสใต้ช่องแอร์ใช้งานยากขณะขับขี่: ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศบริเวณคอนโซลกลางเป็นแบบแถบสัมผัสผิวเรียบกลืนไปกับดีไซน์ ซึ่งทำให้ไม่มีผิวสัมผัสที่แยกแยะได้ (Physical Buttons) อาจสร้างความลำบากและเป็นจุดน่ากังวลเรื่องความปลอดภัยเวลาต้องคลำหาปุ่มกดในขณะขับรถ
ความเร็วสูงสุดจำกัดมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า อัตราเร่งทำได้สมน้ำสมเนื้อ 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที แต่ทำความเร็วสูงสุด Top Speedได้เพียง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความสิ้นเปลืองพลังงานเมื่อใช้ความเร็วจากการทดสอบความเร็วเดินทางปกติ 90-100 กม./ชม. และมีเร่งแซงถึง 130 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 15.8 kW/100 กิโลเมตร ระยะวิ่งใช้งานจริงในไทย (เปิดแอร์) จะอยู่ราว ๆ 360 - 380 กิโลเมตร จากสเปกเคลม NEDC 462 กิโลเมตรหากขับเร็วตัวรถจะกินไฟในแบตเตอรี่ค่อนข้างไวตามสไตล์รถ EV
ข้อควรระวังเรื่องความเสถียรของซอฟต์แวร์แม้วันทดสอบระบบอินโฟเทนเมนต์จะทำงานได้ปกติ ไม่หน่วงหรือค้าง แต่ระบบซอฟต์แวร์หน้าจอรุ่นนี้ในต่างประเทศยังมีประวัติว่ามีอาการเอ๋อหรือค้างในบางจังหวะ ซึ่งยังต้องรอพิสูจน์ความเสถียรในระยะยาวของเวอร์ชันไทยต่อไป
สรุปความคุ้มค่าส่วนต่าง 80,000 บาท
รุ่น MAX 599,900 บาทเหมาะกับผู้ที่เน้นใช้งานทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีหลังคาแก้ว ไม่เน้นความสุนทรีย์ของเครื่องเสียงมากนัก เพราะรุ่นเริ่มต้นก็ได้หน้าจอใหญ่ กล้อง 360 องศา และระบบขับเคลื่อนรวมถึงช่วงล่างมัลติลิงก์ที่เหมือนกันในราคาที่ประหยัดกว่า
รุ่น ULTRA 679,900 บาท คุ้มค่าที่จะเพิ่มเงินอ หากต้องการความมั่นใจในการเดินทางไกล เพราะได้ม่านถุงลมนิรภัย, ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอย (RCTA), ล้อ 18 นิ้วที่แก้มยางช่วยซับแรงกระแทกได้ดี, ฟังก์ชัน V2L รวมถึงออปชันความสะดวกสบายอย่างเบาะพัดลม, ลำโพง 8 ตำแหน่ง และที่ชาร์จไร้สาย 50W ที่ใส่มาให้จนล้น
ระบบความปลอดภัย (Safety & ADAS) สเปกความปลอดภัยที่ Changan จัดมาให้ (อ้างอิงตามสเปกชีตอย่างเป็นทางการ) ถือว่าให้มาเต็มพิกัดตามสไตล์รถจีนยุคนี้
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันอัจฉริยะ IACC (Integrated Adaptive Cruise Control) พร้อมระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Centering Control) และระบบความปลอดภัยขณะรถติด TJA (Traffic Jam Assist)
ระบบเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) และระบบช่วยเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
ระบบเตือนและช่วยเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง RCTA / RCTB (Rear Cross Traffic Alert & Braking)
ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
ระบบเตือนเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมา SEW (Safe Exit Warning)
ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive Safety):
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบคัน (คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม)
กล้องมองภาพรอบทิศทาง 3D พร้อมฟังก์ชัน Transparent Chassis (มองทะลุใต้ท้องรถ)
มีระบบบันทึกวิดีโอการขับขี่รอบคัน Around View DVR ติดตั้งมาให้จากโรงงาน
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/