น่ารักแต่แอบดุ ทดลองขับ ORA5 แพลตฟอร์มเดียวเลือกได้ทั้งไฮบริดวิ่งทะลุพันโล ส่วน EV ขับสนุกได้ดั่งใจ
"ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสได้ทดสอบรถยนต์ ORA5 เป็นภาคต่อของ ORA Good Cat มีการยืดความยาวตัวถัง ขยายฐานล้อแนวยาวใหม่ และยกสูงทำให้รถมีพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยภายในมากขึ้น ทัศนวิสัยดี แต่ยังคงความน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์ของ ORA อยู่ โดยรถรุ่นนี้ตั้งใจมาแข่งขันในตลาด C-segemt SUV ที่ดุเดือด
ส่องเครื่องยนต์ ORA5
ในรุ่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ LFP Short-Blade ขนาด 58.3 kWh รองรับการชาร์จ AC 6.6 kW / DC 120 kW (30%-80% ภายใน 20 นาที) มีการปรับ Peak Curve ให้ยาวขึ้นทำให้ชาร์จไวขึ้น พร้อมกับ ฟังก์ชั่น V2L 6.6 kW จับคู่กับมอเตอร์ขับหน้า 204 แรงม้า 260 นิวตันเมตร ระยะทางเคลมที่ 520 กิโลเมตร (NEDC) ขับจริงพวกเราทำได้ 450 กิโลเมตร มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 จากการทดสอบ ชอบฟีลลิ่งการขับขี่ การกระจายน้ำหนักหน้าหลัง และการตอบสนองของช่วงล่างในรุ่นนี้มากกว่ารุ่น HEV ซึ่งใช้ระยะเวลาชาร์จแบบ DC (30-80%) เพียงแค่ 20 นาที เท่านั้น
...
ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร เทอร์โบ ระบบไฮบริด จับคู่กับเกียร์ DHT-i 2 Speed กำลังแรงม้ารวม 223 แรงม้า 476 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้ถึง 23.26 km/l และสามารถทำระยะทางได้สูงเกิน 1,000 กิโลเมตร จากถังน้ำมัน 55 ลิตร จากที่ทดสอบระยะทางขึ้นที่ Computer On Board สูงถึง 1,200 กิโลเมตร อย่างไรก็ตามระยะทางขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่ของแต่ละบุคคล แต่ก็อยู่เกณฑ์ที่ประหยัดมากๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องขับรถทางไกล
ทั้ง 2 รุ่น ได้ช่วงล่างใหม่ ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิ้งค์ โช้คอัพ สปริงใหม่ ปรับตามความเหมาะสมของ Powertrain พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ปรับมาให้เบา เอาใจคุณสุภาพสตรี แต่สามารถปรับความหนืดได้ 3 ระดับ ตามความชอบได้ผ่านหน้าจอกลางของตัวรถ
โดยรวมเป็นรถที่น่ารัก แต่คาแรคเตอร์ไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตา แรงเอาเรื่อง ขับสนุก และอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ GWM
อุปกรณ์ภายในของ ORA5
- พวงมาลัยพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและสวิตช์ควบคุมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมพวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง ที่ให้ผู้ขับขี่เพลิดเพลิน เพิ่มความสะดวกสบาย ความมั่นใจ และปลอดภัยในทุกการเดินทาง
- ปรับเบาะคนขับแบบไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง ปรับเบาะผู้โดยสารด้านหน้าแบบไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง (มีเฉพาะในรุ่น EV Ultra และ HEV Ultra)
- พนักพิงเบาะพับได้แบบ 60:40 ปรับพื้นที่ได้ยืดหยุ่น รองรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ ใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม
- กระจกมองหลัง แบบตัดแสงอัตโนมัติ ที่ช่วยปรับความสว่างจากไฟหน้ารถที่ขับตามหลังในเวลากลางคืน โดยระบบอัตโนมัติ (มีเฉพาะในรุ่น EV Ultra และ HEV Ultra)
- วัสดุหุ้มเบาะหนังสังเคราะห์ ให้ความรู้สึกด้วยการตกแต่งโดยการใช้วัสดุสุดพรีเมียม
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติและช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ช่วยปรับอุณหภูมิได้ตามใจ และเย็นสบายทั่วถึงผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความสบายทุกที่นั่ง
- ช่องเก็บความเย็น ขนาด 3.2 ลิตร ช่วยเก็บรักษาอุณหภูมิของเครื่องดื่มหรือของว่างให้เย็นได้ตลอดทาง เพิ่มความสะดวกสบายทุกทริป
...
- อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) 50W ชาร์จเร็ว ไม่ต้องเสียบสาย ใช้งานสะดวกทุกการเดินทาง (มีเฉพาะในรุ่น EV Ultra และ HEV Ultra)
- กุญแจ Smart Key และระบบ Push start system ช่วยให้ผู้ขับขี่สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นรวมถึงการเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในทุกการขับขี่
- หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว แสดงข้อมูลชัดเจน ครบถ้วน อ่านง่าย เพิ่มความมั่นใจและโฟกัสขณะขับขี่
- ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ในตลอดทั้งเส้นทางแบบไม่มีสะดุด
- กล้องมองรอบคัน 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body transparent) ช่วยเลี่ยงสิ่งกีดขวางหรือขับผ่านที่แคบได้มั่นใจยิ่งขึ้น
แอปพลิเคชันอัจฉริยะ GWM ORA 5
GWM ORA 5 มาพร้อมกับการเชื่อมต่อและการควบคุมรถจากระยะทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน GWM ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายขั้นสุดให้กับผู้ขับขี่ทุกมิติ ได้แก่
- ระบบสั่งการสตาร์ทดับเครื่องยนต์ (มีเฉพาะในรุ่น HEV)
...
– ระบบสั่งการล็อก ปลดล็อกรถ
– ระบบโหมดค้นหารถพร้อมไฟกระพริบและเสียงแตร
– ระบบสั่งการเปิด-ปิดระบบปรับอากาศ
– ระบบเปิดกรองอากาศภายในห้องโดยสาร
– ระบบสั่งการเปิดโหมดไล่ฝ้า ระบบจองที่ชาร์จไฟฟ้า (มีเฉพาะในรุ่น EV)
– ระบบสั่งการเปิด ปิดประตูท้าย (เฉพาะรุ่น Ultra)
– ระบบสั่งการปิดกระจกข้าง (เฉพาะรุ่น Ultra)
– ระบบการตรวจสอบสถานะของรถยนต์
ราคา ORA 2026
- ราคา ORA 5 EV Pro อยู่ที่ 649,000 บาท
- ราคา ORA 5 EV Ultra อยู่ที่ 719,000 บาท
- ราคา ORA 5 HEV Pro อยู่ที่ 729,000 บาท
- ราคา ORA 5 HEV Ultra อยู่ที่ 799,000 บาท