Chery Tiggo 8 เอสยูวี 7 ที่นั่งสัญชาติมังกร ท้าชนเจ้าถิ่นด้วยราคาและออปชันภาพรวม มันคืออะไรกันแน่? Chery Tiggo 8CHS PHEV คือรถเอสยูวีรุ่นใหม่จากแผ่นดินใหญ่ที่ยกพลขึ้นบกสู่ประเทศไทยป็นที่เรียบร้อย ฟังดูอาจจะเป็นบทเริ่มต้นที่ชวนให้ถอนหายใจยาวๆ กับความซ้ำซากของตลาดรถจีน แต่ถ้ามองกันอย่างเป็นธรรม ด้วยงานดีไซน์ที่เฉียบคม และป้ายราคาที่เย้ายวนใจคันใหญ่ขนาดนี้ไม่ถึง 9 แสน! ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถรุ่นนี้น่าสนใจไม่น้อย
ในมุมของผู้บริโภคไทยที่กำลังมองหารถครอสโอเวอร์สักคัน ต้องยอมรับว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ หลายคนกำลังตกอยู่ในสภาวะมึนตึ้บกับตลาดรถยนต์รุ่นใหม่ของจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแบรนด์หน้าใหม่น้องใหม่ที่ดาหน้ากันเข้ามาจนจำไม่ไหว แต่ความสับสนนั้นก็ไม่ได้หยุดยั้งลงแค่นั้น แบรนด์น้องใหม่อย่าง Jaecoo และ Omoda เริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากเจ้าถิ่นฝั่งญี่ปุ่น และอาจขยับไปถึงยุโรป จนตอนนี้แทบจะเห็นรถสองแบรนด์นี้จอดอยู่ตามหัวมุมถนนเต็มไปหมด ซึ่งถ้าคุณยังไม่ทันสังเกต นั่นอาจเป็นเพราะงานดีไซน์ของ Jaecoo และ Omoda ถอดรหัสและลอกเลียนคู่แข่งหลากสัญชาติออกมาได้อย่างเนียนตา จนกลายเป็นการเดินเกมก๊อปปี้โชว์ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
...
Chery คือบริษัทแม่ที่เป็นเจ้าของทั้งสองแบรนด์ที่กล่าวมา และในวันนี้พวกเขาส่งรถลงทำตลาดในนามของตัวเอง โดยวางตำแหน่งทางการตลาดให้มีระดับราคาที่ต่ำกว่า Jaecoo (เนื่องจากถูกวางตัวให้เป็นแบรนด์ที่มีความพรีเมียมน้อยกว่า) แต่ไส้ใน ทั้งเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอะไหล่ส่วนใหญ่นั้นแชร์ร่วมกันทั้งหมด ส่วนชื่อแบรนด์ Chery นั้น ตั้งใจสะกดให้เพี้ยนมาจากคำว่า Cheery (ที่แปลว่าร่าเริง) โดยมีสโลแกนประจำแบรนด์แบบโลกสวยว่า ค้นหาความสุขของคุณ ขณะที่ตัวโลโก้ก็คล้ายกับแบรนด์หรูอย่าง Infiniti ในบางตลาดมันอาจจะช่วยเสริมบารมีให้ตัวรถดูแพงขึ้นได้ กลยุทธ์การตั้งราคาของ Chery น่าจะช่วยให้แบรนด์มีโอกาสรอดและยืนระยะได้ดีกว่าตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ท โดยในไทยด้วย Chery Tiggo 8 รุ่น 7 ที่นั่ง PHEV ESTEEM 2WD ราคา 949,000 บาท (คันทดสอบ) กับรุ่นท็อป PHEV ELITE 4WD 1,069,000 บาท
...
คันที่อยู่ตรงหน้าคุณนี้คือ Tiggo 8 เอสยูวีแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตัวพระรองขับสองล้อ เคาะราคาออกมาที่ 949,000 บาท จะว่าแพงก็ลองดูขนาดของรถก่อน พูดกันแบบกำปั้นทุบดิน มันก็คือรถเอสยูวีจีนที่มีทั้งเครื่องและมอเตอร์ไฟฟ้า แค่เพิ่มเบาะนั่งแถวที่ 3 เข้ามา และความแปลกประหลาดของมันก็ไม่ได้จบลงแค่เรื่องเบาะ เพราะงานดีไซน์ภายนอกของรุ่นปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เช่น ชุดไฟหน้าที่ดูลงตัวขึ้น กระจังหน้าระยิบระยับ และการจัดวางเส้นสายตัวถังที่คมคายขึ้น รวมถึงภายในที่กว้างใช้ได้ นั่นหมายถึงความตั้งใจที่จะเข้ามาสู้ไม่ใช่แค่โฉบดูเชิงแล้วบินหนี จุดที่แปลกก็คือ รถคันที่หน้าตาดูสดใหม่และล้ำสมัยกว่า กลับเป็นรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ตัวเก่า ส่วนใครที่ยอมควักกระเป๋าจ่ายแพงกว่าเพื่อระบบส่งกำลังที่จี๊ดจ๊าดและทันสมัยในรุ่นไฮบริด คุณกลับจะได้รถที่มีหน้าตาเรียบๆ จืดๆ ไปซะอย่างนั้น!เรื่องนี้ดูจะย้อนแย้งในความรู้สึกไม่น้อย แต่จะว่าไป คนที่กำลังเล็งๆ ก็เคยงุนงงกับแบรนด์พี่น้องอย่าง Jaecoo สิ่งที่เห็นได้ชัดในตอนนี้คือ แบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนกำลังบุกตลาดไทยด้วยความเร็วในการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ ในระดับที่ไม่เคยพบเคยเจอกันมาก่อน กลยุทธ์ของ Chery คือ การเข็นรถเข้าไปจอดในโชว์รูมให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยค่อยมาตามเช็ดตามแก้กันทีหลัง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ Chery ให้ความสำคัญมากกว่าการทำตลาดตามขนบธรรมเนียมแบบดั้งเดิม ขุมพลังและสมรรถนะ รหัส CSH หรือย่อมาจาก Chery Super Hybrid ซึ่งเป็นการจับคู่กันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดกำลังพอดิบพอดี และแบตเตอรี่ขนาด 18.4 kWh ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็กกว่าที่พิกัด 1.5 ลิตร รีดกำลังรวมส่งลงสู่เพลาขับหน้าได้ 201 แรงม้า อัตราเร่งขยับขึ้นมาปรู๊ดปร๊าดขึ้นเล็กน้อยโดยทำตัวเลข 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 8.5 วินาที ทว่า ความเร็วสูงสุดกลับลดลงเหลือ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
...
รถยนต์ Chery Tiggo 8 CSH PHEV พัฒนาขึ้นจากทีมดีไซน์ระดับโลกของ Chery ทีมดีไซน์และวิศวกรที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางงานออกแบบของรถรุ่นนี้ และรถเจเนอเรชันใหม่ในปัจจุบัน คนที่รับผิดชอบโครงการก็คือ Steve Eum (สตีฟ อึม) รองประธานฝ่ายออกแบบ (Global Vice President of Design) ของ Chery Group การออกแบบของรถตระกูล Tiggo 8 และเทคโนโลยีดีไซน์เวอร์ชันล่าสุด ที่ปรับปรุงมาเป็นหน้าตาที่เราเห็นในเวอร์ชัน CSH PHEV นี้เอง มีเบื้องหลังและหัวใจสำคัญในการพัฒนา 2 ส่วนหลักๆ คือ การนำทัพโดย Steve Eum (Global VP of Design)
...
โปรไฟล์ของดีไซเนอร์ Steve Eum เป็นดีไซเนอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีใต้ จบการศึกษาด้านการออกแบบยานยนต์โดยตรงจากสถาบันชื่อดังอย่าง ArtCenter College of Design รัฐแคลิฟอร์เนีย มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกยาวนานกว่า 35 ปี ผลงานในอดีต เคยผ่านการร่วมงานกับค่ายรถยักษ์ใหญ่มามากมาย ทั้ง Ford (เคยมีส่วนร่วมในการออกแบบยานยนต์ในสตูดิโอที่ออสเตรเลียรวมถึงสตูดิโอ Ghia ในอิตาลี), General Motors (GM), และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบภายนอก (Director of Exterior Design) ให้กับ Hyundai รวมถึงทำแบรนด์ใหม่อย่างอดีตค่ายพี่น้องอย่าง SAIC
บทบาทที่ Chery หลังจากเข้ามารับตำแหน่งคุมบังเหียนด้านดีไซน์ให้กับ Chery Group เขาคือคนสำคัญที่ปฏิวัติภาษาการออกแบบ (Design Language) ของตัวรถให้ดูมีความสากล (Global Look) มีความพรีเมียม สปอร์ต และดูหรูหราขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงแบรนด์ในเครืออย่าง OMODA และ JAECOO
เจ้า 8 PHEV ออกแบบโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาดีไซน์ระดับโลก Chery Global R&D Team งานดีไซน์ของ Tiggo 8 CSH ไม่ได้เสร็จสิ้นจากสตูดิโอในจีนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการระดมสมองของ Dream Team ในศูนย์เทคโนโลยีและการออกแบบของ Chery ที่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะ Chery Europe Design Center ที่ตั้งอยู่ในประเทศเยอรมนี ร่วมกับศูนย์ดีไซน์ในอเมริกาเหนือ เพื่อขัดเกลาเส้นสายให้ถูกจริตผู้ใช้ในตลาดยุโรปและตลาดโลก (Export Markets) นอกจากนี้ ในโครงสร้างเชิงสถาปัตยกรรม (Platform T1X) ที่ใช้ในการออกแบบตัวถังของรถรุ่นนี้ ยังเป็นโครงสร้างโมดูลาร์ที่ Chery ร่วมกันพัฒนากับแบรนด์ระดับหรูในเครืออย่าง Jaguar Land Rover (JLR) ทำให้สัดส่วนตัวรถ การวางระยะฐานล้อ และภาพรวมของมิติตัวถัง มีกลิ่นอายและเหลี่ยมสันที่มีความหนาแน่น แข็งแกร่ง บึกบึน แบบรถเอสยูวีฝั่งยุโรปผสมผสานอยู่ด้วย
ดีไซน์และรูปลักษณ์ภายนอก งานออกแบบภายนอกเน้นความหรูหราสไตล์พรีเมียมเอสยูวี ด้านหน้า กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ (คล้าย Audi) ดีไซน์ลวดลายระยิบระยับแบบ Diamond-shaped Grille ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED Projector ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED Daytime Running Lights ตัวถังด้านข้างวางเส้นสายตัวถังเน้นความเรียบหรู เสริมความทันสมัยด้วย มือจับเปิดประตูแบบซ่อน (Hidden Door Handles) เรียบเนียนไปกับตัวรถ และกระจกมองข้างพร้อมระบบจดจำตำแหน่ง ด้านหลังไฟท้าย LED ลากยาวเชื่อมต่อกันทั้งสองฝั่ง (ตราสัญลักษณ์แบรนด์ Chery อยู่ตรงกลาง) พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Dynamic Turn Signals รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ ไม่มีหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ รวมถึงไม่มีฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบเซนเซอร์ (Sensing Auto Tailgate) มิติตัวถัง Chery Tiggo 8 CSH PHEV ตัวรถจัดอยู่ในกลุ่ม C-SUV / Large SUV รองรับห้องโดยสารแบบ 3 แถว 5+2 ที่นั่ง โดยมีสัดส่วนความยาว 4,725 มิลลิเมตรความกว้าง 1,860 มิลลิเมตรความสูง 1,705 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,710 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดถึงพื้น รุ่น 2WD Esteem: 166 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร
พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ เมื่อพับเบาะแถวที่ 3 ความจุ 494 ลิตร ขยายได้สูงสุด 2,101 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวที่ 2 และ 3 ลงทั้งหมด) ขนาดล้อและยาง (Wheels & Tyres) ล้ออัลลอยฟอร์จลวดลายสปอร์ตทูโทน ขนาด 19 นิ้ว ขนาดยาง ใส่ยางแพง Continental Premium Contact C ไซล์ 235/50 R19 เท่ากันทั้งในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ ได้ฝาท้ายอัตโนมือ คือต้องออกแรงยกขึ้นหรือดึงปิดเอาเอง ช่วงล่างเซ็ตติ้งเน้นความนุ่มนวล ซับแรงกระแทกได้ดีสไตล์รถครอบครัว แต่ยังคงความหนึบและไม่โคลงตัวมากเมื่อเปลี่ยนเลนด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังอิสระมัลติลิงก์ (Multi-link) พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรก เบรกด้านหน้าดิสก์เบรก แบบมีครีบระบายความร้อน เบรกด้านหลัง ดิสก์เบรก (Disc เบรกจานเรียบ) ระบบเสริมความปลอดภัยในชุดเบรก:ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อมฟังก์ชัน Auto Vehicle Hold (AVH)ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD)ระบบเสริมแรงเบรกฉุกเฉิน (EBA)ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) พร้อมระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง (RCTB)
ห้องโดยสารและฟังก์ชันที่ให้มา แน่นอนว่า....ล้ำสมัย ตลอดระยะเวลา 6 วันที่อยู่ด้วยกัน CarPlay เวลาขึ้นรถก็ต่อให้เลยไม่เอ๋อ แต่อย่าเพิ่งวางใจระบบสัมผัสกับดีไซน์ภายใน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดวางเบาะแถวหลังเท่านั้น เนื่องจากว่า...แดชบอร์ดทั้งหมดถูกยกเครื่องใหม่หมดจด โดยมีจุดศูนย์กลางความสนใจอยู่ที่หน้าจอสัมผัสขนาดมหึมาถึง 15.6 นิ้ว บรรจุแผงควบคุมระบบปรับอากาศอยู่ภาย รวมถึงการปรับกระจกมองข้างก็รวมอยู่ในจอตามประสารถจีน ภายในของเจ้า 8 PHEV มองแวบแรกมันดูหรูหราอลังการและน่าประทับใจไม่น้อย แต่ในโลกความเป็นจริง ยามที่คุณต้องขับรถไปและเอื้อมมือไปกดสั่งงานไป มันกลับสร้างความน่าปวดหัวและชวนมึนตึ้บอยู่พอสมควร การจ้องหน้าจอพิกเซลความละเอียดสูงเพียงเพื่อพยายามจะปรับอุณหภูมิแอร์ทำให้ต้องละสายตาไปจากถนน ซึ่ง ไม่ควรเลยถ้าแยกปุ่มแอร์และปุ่มปรับกระจกมองข้างแบบกายภาพหรือพูดง่ายๆ เลยว่า ใช้แบบเดิมจะดีกว่ามาก
แต่อย่างว่า... ปัญหานี้ไม่ใช่ความผิดของ Chery แบรนด์เดียว เพราะบรรดาคู่แข่งร่วมสัญชาติจีนอีกหลายค่ายต่างก็พากันเดินตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้ด้วยกันทั้งนั้นนอกจากระบบแจ้งเตือนแล้ว รถคันนี้ยังมีเสียงแผดออกมาจากทุกทิศทุกทาง สำหรับคนที่ขับรถเพิ่งจะเป็นใหม่ๆ มันอาจจะมีประโยชน์ในการช่วยให้ได้ยินเส้นทางชัดเจน กระจกมองหลังของรถคันนี้มีการปรับมุมมองที่แปลกประหลาด มันถูกออกแบบมาให้ส่องดูเบาะหลังได้อย่างยอดเยี่ยม แต่กลับแทบไม่มีประโยชน์เลยในการใช้มองทะลุกระจกบานท้ายเพื่อดูรถคันหลังจากมุมองที่แปลกประหลาด (ไกลมาก)แต่มีด้อยก็ต้องมีดีกันบ้าง ขอยืนยันอย่างหนึ่งว่า กล้องมองภาพรอบคันนั้นให้ความคมชัดระดับไฮเรส โดยเฉพาะระบบภาพเสมือนจริง 540 องศา (Augmented Reality) ที่สามารถหมุนภาพได้อย่างรวดเร็วทันใจด้วยอานิสงส์จากชิปประมวลผลที่ทรงพลัง แม้จะดูล้น ๆ เกินความจำเป็นไปหน่อยแต่มันก็มีเสน่ห์ชวนมอง และที่สำคัญคือมันถูกติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นเลยทีเดียว
ความหรูหราที่สวนทางกับความคุ้นชินรถจีนคันนี้เต็มไปด้วยความแปลกประหลาดและลูกเล่นจุกจิกที่คู่แข่งฝั่งยุโรปราคาแพงกว่าพยายามหลีกเลี่ยง แต่ Chery ก็สวนหมัดกลับด้วยงานประกอบและวัสดุภายในที่หรูหราจนน่าขนลุก สัมผัสของวัสดุในห้องโดยสารดูแพงเกินค่าตัวไปมาก แถม Tiggo 8 ยังสร้างความประทับใจแรกพบด้วยมือจับเปิดประตูภายนอกแบบซ่อนเรียบเนียนไปกับตัวถัง (แม้จะยังไม่มีใครการันตีว่ามันจะเปิดยากขนาดไหนในวันที่คุณต้องอุ้มลูกเต้าเต็มสองมือ) ส่วนแผงประตูภายในตบแต่งด้วยลวดลายนูนต่ำ ดูหรูหราประหนึ่ง Bentley Bentayga เวอร์ชันประหยัดงบยังไงยังงั้น คันเกียร์ถูกย้ายขึ้นไปอยู่ที่ก้านพวงมาลัย การย้ายเกียร์ขึ้นไปช่วยเพิ่มพื้นที่ช่องเก็บของตรงคอนโซลกลางให้โล่งสะอาดตา แต่ก็แลกกับการที่มือของคุณจะเผลอไปปัดโดนก้านปัดน้ำฝนในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มขับ และโชคดีที่เจ้า 8 คันนี้ให้ช่อง USB มามากกว่ารุ่นน้อง โดยจัดคู่หู USB-A และ USB-C มาให้ครบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายใต้แดชบอร์ด
พื้นที่สัมภาระและการเข้า-ออกเบาะแถว 3เมื่อกางเบาะนั่งครบทุกตำแหน่ง พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจะเหลือความจุเพียง 117 ลิตร แต่จะขยายเป็น 494 ลิตรทันทีหากพับเบาะหลังทำเป็นรถ 5 ที่นั่ง และสามารถจุได้สูงสุดถึง 1,930 ลิตรเมื่อพับเบาะแถว 2 และ 3 ลงทั้งหมด ตัวเลขในโหมดกางเบาะครบ 7 ที่นั่งนั้น ถือว่าตามหลังคู่แข่งฝั่งยุโรปอยู่พอสมควร ซึ่งจุดนี้อาจจะกลายเป็นข้อจำกัดหากต้องพารวมญาติเดินทางไกลพร้อมกระเป๋าเดินทางหลายใบสำหรับเบาะแถวที่ 3 ผู้ใหญ่พอจะมุดเข้าไปนั่งได้ แต่พวกเขาคงไม่อยากนั่งเท่าไหร่นัก เพราะการปีนป่ายเข้าไปนั่งนั้นห่างไกลจากคำว่าท่วงท่าที่สง่างามอยู่พอสมควร แม้ตัวเบาะฝั่งขวาของรถจะสามารถพับและเปิดช่องว่างให้เข้าออกได้กว้างขวางกว่า จุดนี้คู่แข่งหลายคันในตลาดทำการบ้านและออกแบบมาได้ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากกว่าชัดเจน
ตัวเลขสมรรถนะไม่ใช่สาระสำคัญระดับคอขาดบาดตาย สิ่งที่คนซื้อรถประเภทนี้อยากรู้จริง ๆ คือความสามารถในการยัดผู้โดยสารลงไปให้ครบ 7 คนต่างหาก (เบาะแถวที่ 3 พอจะให้เด็กลงไปนั่งซุกตัวได้ แต่ก็นั่นแหละ... มันแคบจนอึดอัดตามระเบียบ) รวมไปถึงพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายหลังจากทุกคนเข้าไปนั่งประจำที่กันหมดแล้ว
ลองกางเบาะครบทั้ง 3 แถว พื้นที่ความจุท้ายรถจะเหลืออยู่น้อยนิดเพียง 117 ลิตร อย่าลืมว่าเบาะแถว 3 มีไว้สำหรับให้เด็กนั่งเท่านั้น แต่ถ้าหันไปเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ในตลาดอย่าง Honda CR-V รถครอบครัวสายคุ้ม หรือเอสยูวีหรูอย่าง Everest ต้องยอมรับว่า Tiggo 8 ยังตามหลังอยู่พอสมควร เรื่องนี้เป็นจุดสำคัญที่คุณควรไปลองมุดลองนั่งและเห็นด้วยตาตัวเองที่โชว์รูมก่อน เพราะสำหรับรถคันนี้ คำว่า "ห้องสัมภาระที่กว้างขวาง" กับ "เบาะนั่งสบาย ๆ สำหรับ 7 คน" มันเป็นเงื่อนไขที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจัดการพื้นที่ได้ไม่ลงตัวเท่ากับคู่แข่งหลาย ๆ คันในเซกเมนต์ เมื่อประเมินภาพรวมแล้ว เจ้า Tiggo 8 PHEV คันนี้ ถือว่ายืนอยู่ในตำแหน่งทางการตลาดที่แปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย ด้านหนึ่งมันมีราคาถูกกว่า Toyota Corolla Cross หรือ HR-V ซึ่งรถสองรุ่นที่ว่านั้นคือเอสยูวี 5 ที่นั่งที่ขับดี มีเสน่ห์ และอยู่ในตลาดมานาน แต่อีกด้านหนึ่ง ค่าตัวของรุ่นท็อปก็แพงกว่ารถราคาประหยัดอย่าง Tiggo 8 อยู่พอสมควร สิ่งที่ต้องระวังคือ ความคุ้มค่า ในแง่ของค่างวดและโปรแกรมเช่าซื้อ (Leasing) เนื่องจากแบรนด์เจ้าตลาดที่มีชื่อเสียงและมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งกว่า มักจะทำตัวเลขค่างวดต่อเดือนออกมาได้ต่ำกว่ารถจีนหน้าใหม่ในตอนนี้ ดังนั้น ก่อนที่จะด่วนสรุปว่ารถคันนี้คือของถูกและดี ราคาดึงดูดใจแน่ ๆ แนะนำให้เช็กตัวเลขและเปรียบเทียบซะก่อน
หากดูจากสเปกบนหน้ากระดาษแต่แรก Tiggo 8 CHS PHEV คันนี้ เป็นรถที่น่าเชื่อถือและมีน้ำหนักมากที่สุดในบรรดารถที่เปิดตัวออกมา ด้วยจำนวนเบาะนั่งที่อัดมาให้ถึง 7 ที่นั่ง พร้อมรายการออปชันและอุปกรณ์มาตรฐานที่ยาวเป็นหางว่าว ยิ่งไปกว่านั้น เม็ดเงินที่คุณจ่ายน้อยกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันถึงราว 4.5 แสนบาท แต่สิ่งที่คุณได้กลับมาคือวัสดุห้องโดยสารที่หรูหราเกินคาด บรรยากาศภายในที่ดูดีมีระดับอย่างน่าประหลาด ส่วนในแง่ของการขับขี่ มันไม่ใช่รถที่แย่อะไรเลย ยิ่งในร่างทรงของขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ตัวรถให้ความรู้สึกที่กระฉับกระเฉง จี๊ดจ๊าด และมีความนุ่มนวลเนียนตา ทว่า ในรายละเอียดของการใช้งานเกือบทั้งหมด มันยังมีจุดบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ค่ายรถจีนต้องเอากลับไปทำการบ้านและปรับปรุงให้เข้าที่เข้าทางมากกว่านี้
เมื่อนำไปเปรียบมวยกับเจ้าถิ่นอย่าง CR-V และ Everest ซึ่งเป็นรถสองรุ่นที่ทำผลงานได้ดีในเซกเมนต์นี้ การที่ Tiggo 8 มีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถอันน้อยนิดเพียง 117 ลิตร (ในตอนที่กางเบาะนั่งครบทั้ง 7 ที่นั่ง) แน่นอนว่า สำหรับกลุ่มลูกค้าประเภท "เสี่ยสั่งลุย" ที่ควักเงินสดจ่ายเต็มจำนวน คุณอาจจะได้ดีลราคาตัวรถที่คุ้มค่าและน่าพอใจ หรือในกลุ่มผู้ใช้รถในนามบริษัทก็อาจจะถูกใจกับอัตราการปล่อยมลพิษ (CO2) ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินของขุมพลังไฮบริด แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่ารถคันนี้คือการทำสัญญาระดับ "น็อกเอาต์" ชนะขาดลอยเพียงเพราะเห็นตัวเลขราคาขายปลีกแนะนำ (RRP) ที่แสนถูก ขอแนะนำให้เดินเช็กตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเมื่อขับเร็วให้ดีซะก่อน
ความรู้สึกหลังพวงมาลัย ขับแล้วเป็นอย่างไร ? ถ้าให้คำจำกัดความสั้น ๆ สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินปลั๊กอินไฮบริด คำว่า "เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ" ใช้ไม่ได้กับรถเอสยูวีรุ่นนี้ ขุมพลังบล็อก 1.5 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า แสดงออกชัดเจนว่ามันสามารถไปอย่างรีบร้อนได้น่ากลัวเอาเรื่อง (ว่าจะเบรกไม่อยู่) Tiggo 8 PHEV ออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง ถ้าลงคันเร่งเต็มเหนี่ยวมีฟรีทิ้งทุกครั้ง ระบบส่งกำลังแบบผสมผสานพาร่างยักษ์เดินพุ่งไปข้างหน้าไปพร้อมกับผู้ใหญ่สี่คนบนรถ คงไม่ต้องจินตนาการให้ยากว่าถ้าต้องแบกผู้โดยสารไปเต็มพิกัดพร้อมสัมภาระล้นท้ายรถ ช่วงล่างตึงตังอยู่บ้าง แต่ขับเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ถึงขั้นแย่จนทนไม่ได้ วันไหนที่คุณต้องการเร่งแซงแบบเร่งด่วน เสียงเครื่องยนต์ยามลากรอบสูงจะครางกระหึ่มออกมาอย่างแหบแห้งชวนหวาดเสียว แรงบิดจากมอเตอร์หลังกระชากร่างหนักสองตันแบบล้อฟรีทิ้ง แถมรถคันนี้ไม่มีโหมดแมนนวลหรือแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shifts) มาให้สับเอง สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงแค่การก้มหน้าก้มตาฝากชีวิตไว้กับช่วงล่าง ชุดบังคับเลี้ยวและระบบความปลอดภัยของ Chery ท่ามกลางบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ เสียงภรรยาบ่นออกมาดังๆว่า ขับให้ช้าลงกว่านี้หน่อยได้มั้ย
ใครที่มองหารถยนต์เพื่อการใช้งานทั่วไปในราคาจับต้องได้ เชื่อเถอะว่า คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เนียนตาและมีชั้นเชิงพอสมควร แรงม้าให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า Tiggo 8 เครื่องเบนซินปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ตัวนี้ถือว่าน่าคบหา ตรงที่รุ่นนี้เป็นระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ (Plug-in Hybrid) ตามตัวเลขในโบรชัวร์เคลมเอาไว้ว่าสามารถวิ่งทำระยะทางรวม (น้ำมัน+ไฟฟ้า) ได้ไกลเกินกว่า 1,100 กิโลเมตร และสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน ๆ สำหรับใช้งานในเมืองได้ไกลถึง 90 กิโลเมตร เอาเข้าจริงๆ ถ้าขยันแซงแบบผม เชื้อเพลิง 60 ลิตร เมื่อขับเร็วจี๋จะทำได้ประมาณ 600 กิโลเมตร แต่ไม่แนะนำให้ทำแบบนั้น เพราะใบสั่งความเร็วเกินกว่าที่กฏหมายกำหหนดน่าจะเต็มบ้าน
มันเป็นรถที่ให้ความนุ่มนวล เงียบสงบ แรงใช้ได้และขับสบาย อ้อ มีอะไรที่ต้องรู้อีกไหม? สิ่งที่ต้องระวังให้ดีคือ โหมดการขับขี่ที่ก้าวร้าวที่สุด ของรุ่นไฮบริดคันนี้ ทันทีที่คุณกดเปิดใช้งาน มันจะมีเสียงประกาศเตือนผ่านลำโพงดังลั่นห้องโดยสารว่า ‘SPORT MODE!’ ราวกับจะประจานให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวรู้ว่าคุณกำลังจะซิ่ง! แถมโหมดนี้ยังเซ็ตคันเร่งมาให้ไวและพวงมาลัยตึงมือเกินไปหน่อย ชนิดที่ว่าถ้ากดคันเร่งส่งเร็วและหนักข้อเกินไปตอนกำลังจะเลี้ยวออกจากโค้ง ล้อหน้าจะหมุนฟรีทิ้ง (Wheelspin) แบบน่าตกใจทันที ซึ่งอาการนี้จะไปสะกิดให้ระบบควบคุมการทรงตัว (Traction Control) ตกใจตื่น แล้วกระโดดเข้ามาล็อกล้อและตัดกำลังอย่างรุนแรงประหนึ่งการ์ดหน้าผับสายโหด จนทำลายความสุนทรีย์อันเงียบสงบในห้องโดยสารไปเสียฉิบ...
ช่วงล่างและการบังคับควบคุม ภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ "แค่พอใช้ได้" ไม่ได้เด่นไปกว่านั้น ตัวรถจะมีอาการโคลงเคลงและดิ้นพยศอยู่บ้างเมื่อต้องวิ่งผ่านทางคลื่นลอนต่อเนื่อง ระบบซับแรงกระแทก (Damping) ยังไม่ทันจะแก้อาการจากลูกคลื่นลูกแรกเสร็จดี ก็ต้องกระแทกเข้ากับคลื่นลูกถัดไปเสียแล้ว แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเลวร้ายอะไร และในเร็ว ๆ นี้ Chery มีแผนจะตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาทางวิศวกรรมในอังกฤษ ซึ่งหลังจากเปิดแชมเปญตัดริบบิ้นฉลองศูนย์ใหม่เสร็จเรียบร้อย เราน่าจะได้เห็นการปรับปรุงช่วงล่างที่เฉียบคมและรวดเร็วขึ้นตามมา ทว่า ณ ชั่วโมงนี้ ถ้าพูดถึงความลึกซึ้งและชั้นเชิงในการขับขี่ ค่ายเจ้าถิ่นยุ่นอย่าง CR-V หรือแบรนด์มะกันอย่าง Ford Everest ยังคงให้ฟีลลิ่งที่เหนือกว่า แต่อีกมุมหนึ่ง...ชัดเจนว่าเจ้า Tiggo 8 PHEVแม้จะขับสู้ไม่ได้ในเรื่องฟิลลิง แต่มีราคาถูกกว่า (มาก) นะครับ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/