เหอ เสี่ยวเผิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน Xpeng เปิดเผยวิสัยทัศน์ต่ออนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์จีนว่า ในระยะยาวจะมีผู้ผลิตรถยนต์จีนเพียง 5 รายเท่านั้นที่สามารถเติบโตจนมีรายได้ระดับ “ล้านล้านหยวน” ต่อปี พร้อมสร้างกำไรได้ถึงหลักแสนล้านหยวน ซึ่งถือเป็นระดับเดียวกับยักษ์ใหญ่ยานยนต์ของโลกในปัจจุบัน แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่เหอ เสี่ยวเผิง เข้าร่วมรายการ “Dialogue” ทางสถานีโทรทัศน์กลางจีน (CCTV) ร่วมกับ หลี่ ปิน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Nio โดยทั้งสองได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและอนาคตของบริษัทจีนในเวทีโลก


...


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Xpeng ระบุว่า หากผู้ผลิตรถยนต์ของจีนต้องการมีรายได้ระดับล้านล้านหยวน จำเป็นต้องมียอดขายรถยนต์มากกว่า 7 ล้านคันต่อปีโดยประมาณ แม้ตัวเลขจะขึ้นอยู่กับราคาขายเฉลี่ยของรถแต่ละรุ่น  ปัจจุบัน มีเพียงผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกไม่กี่รายที่ทำรายได้ถึงระดับดังกล่าว ได้แก่ Toyota, Volkswagen Group, Kia-Hyundai, Stellantis และ General Motors แม้จะไม่ได้เปิดเผยว่าบริษัทจีนทั้ง 5 รายที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับนี้คือแบรนด์ไหนบ้าง แต่เมื่อดูจากข้อมูลรายได้ปีล่าสุด ก็มีการสะท้อนภาพการแข่งขันได้ชัดเจน BYD ครองอันดับหนึ่งด้วยรายได้ 803,900 ล้านหยวน รองลงมาคือ SAIC ที่ 646,100 ล้านหยวน ตามด้วย Geely 345,200 ล้านหยวน, Chery 300,200 ล้านหยวน และ Great Wall Motor (GWM) ที่ 222,800 ล้านหยวน



นอกจากภาพอนาคตของตลาดแล้ว ซีอีโอ Xpeng ยังสะท้อนปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนในปัจจุบัน ซึ่งเขาเรียกว่า ภาวะการแข่งขันแบบหมุนวนภายใน หรือ involution หมายถึงการแข่งขันที่รุนแรงเกินไปจนผู้ผลิตต้องเปิดตัวรถรุ่นใหม่จำนวนมหาศาลโดยไม่ได้สร้างนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างแท้จริง เขายกตัวอย่างงาน Beijing Auto Show 2026 ที่มีรถรุ่นใหม่เปิดตัวพร้อมกันเกือบ 150 รุ่น ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วงแข่งขันหนัก หากวันหนึ่งจำนวนการเปิดตัวรถลดลง แสดงว่าอุตสาหกรรมเริ่มเข้าสู่ระยะพัฒนาที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และในสถานการณ์เช่นนั้น บริษัทอย่าง Xpeng, Nio และ Li Auto อาจสร้างกำไรต่อปีได้เกิน 50,000 ล้านหยวน

...

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Xpeng ยังกล่าวชื่นชม Nio ว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา และสามารถปรับตัวได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองผู้บริหารมีมุมมองต่างกันในประเด็นเทคโนโลยี EREV หรือรถไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์ช่วยปั่นไฟ ฝั่ง Xpeng มองว่า EREV เป็น “ขั้นตอนกลางที่จำเป็น” เนื่องจากโครงสร้างพลังงานและโครงข่ายชาร์จไฟทั่วโลกยังไม่เท่าเทียมกัน ขณะที่ หลี่ ปิน ยืนยันว่า Nio มุ่งเน้นเฉพาะรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV) เพราะต้องการเดินหน้าไปยังเป้าหมายปลายทางของอุตสาหกรรมโดยตรง

...

ด้านยอดขาย ข้อมูลจาก China EV DataTracker ระบุว่า Xpeng ส่งมอบรถพลังงานใหม่ทั่วโลกระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน 2026 จำนวน 94,693 คัน ลดลง 27.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากตลาดรถยนต์จีนชะลอตัว หลังรัฐบาลทยอยยกเลิกมาตรการอุดหนุนรถพลังงานใหม่ อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้สูงถึง 600,000 คัน และเตรียมเปิดตัวรถ SUV ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ Xpeng GX เพื่อกระตุ้นยอดขายและเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเข้าสู่ช่วงคัดเลือกผู้ชนะอย่างจริงจัง

ภาพรวมของคำให้สัมภาษณ์ครั้งนี้สะท้อนว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังเดินเข้าสู่ช่วงคัดเหลือผู้แข็งแกร่ง จากตลาดที่เคยมีผู้เล่นจำนวนมาก สู่ยุคที่บริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่รายจะครองตลาด พร้อมแข่งขันในระดับโลกทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว

ผู้อยู่เบื้องหลังงานดีไซน์ของ XPENG X9 คือ JuanMa Lopez (Juan Manuel Lopez) นักออกแบบรถยนต์ระดับโลกชาวสเปน ผู้เคยฝากผลงานไว้กับแบรนด์ซูเปอร์คาร์อย่าง Ferrari เช่น LaFerrari และ SF90 Stradale รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการด้านการออกแบบของ Lamborghini และ Genesis ปัจจุบัน Juan Manuel Lopez รับบทบาทเป็น Vice President of Design ของ XPENG  

...



แนวคิดในการออกแบบ XPENG X9 มีความน่าสนใจและฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของรถ MPV  ด้วย Concept Starship of Tomorrow หรือ ยานอวกาศแห่งอนาคต  JuanMa Lopez และทีมงานในแผนกออกแบบของ XPeng ต้องการสลัดภาพเดิมๆที่ดูจำเจของยานพาหนะแบบ MPV ซึ่งใช้ทรงแบบกล่องสี่เหลี่ยม Boxy design และได้แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีล้ำสมัยผสานกับรูปลักษณ์ของยานอวกาศ ดีไซน์ทรงลิ่มกลายเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ โดยใช้เส้นสายที่เฉียบคมและลาดเอียงเพื่อลดตัวเลขค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศเพื่อลดแรงต้านทานอากาศ ทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้า  เสา A-pillar ออกแบบให้ทำมุมชันถึง 21 องศา  กระจกบังลมหลัง ทำมุม 23 องศา ซึ่งไม่ค่อยปรากฏให้เห็นในรถตู้ไฟฟ้าทั่วไป Aero-Efficiency เป็นอีกจุดที่ทีมออกแบบให้ความใส่ใจอย่างมาก แนวคิดนี้ไม่ได้แค่เรื่องความสวยงาม แต่เน้นประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ เพื่อให้ได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.227 ช่วยให้รถวิ่งได้ไกลและเงียบ 



แนวคิด Start from People (เริ่มจากคนก่อนดีไซน์) แม้ภายนอกจะดูล้ำยุค แต่ JuanMa Lopez เน้นย้ำว่าการออกแบบต้องเริ่มจากความต้องการของผู้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน (User-Centric) Breaking Stereotypes มีการลบภาพลักษณ์ของรถ MPV ที่มักจะดูเหมือนรถรับจ้าง หรือรถโดยสารสาธารณะทั่วไป ให้กลายเป็นรถ MPV ที่ดูสปอร์ตและทันสมัย เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานและครอบครัวยุคใหม่ Smart Cockpit Integration การผสานเทคโนโลยี AI และเซนเซอร์ (เช่น LiDAR) เข้ากับงานดีไซน์อย่างแนบเนียน ไม่ให้ดูแปลกแยกจากตัวรถ

มีการการผสมผสานความหรูหราเข้ากับโทนที่สื่อถึงความอบอุ่น Interior Zen ภายในเน้นแนวคิดความสบายแบบ ไร้แรงโน้มถ่วง หรือ Zero Gravity ใช้วัสดุที่ให้ผิวสัมผัสธรรมชาติ เช่น ไม้ Ayous เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายเหมือนห้องนั่งเล่นในบ้าน มากกว่าจะเป็นเพียงห้องโดยสารรถยนต์ การที่ XPENG ดึงตัวนักออกแบบจากสายซูเปอร์คาร์มาทำรถ MPV จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ X9 มีบุคลิกที่ดูโฉบเฉี่ยวและมีความเป็นสปอร์ตคูเป้ ผสมอยู่ในร่างของรถตู้ 7 ที่นั่ง 


XPENG X9 เป็นรถ MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่งที่เน้นงานดีไซน์ล้ำสมัยในสไตล์ยานอวกาศ Starship มีการผสมผสานความอเนกประสงค์ เข้ากับเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ รายละเอียดทางกายภาพ จากการดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอก (Exterior Design) ทรงลิ่ม ออกแบบเน้นเส้นสายที่เฉียบคมและลาดเอียง โดยเฉพาะกระจกบังลมหน้าที่มีความลาดเทมากเป็นพิเศษ เพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศเหลือเพียง 0.227 ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับรถอเนกประสงค์แบบ MPV ขนาดใหญ่ ไฟส่องสว่างด้านหน้า LED คาดขวางเต็มความกว้าง (Star-ring Daytime Running Lights) และชุดไฟหน้าแบบแยกส่วนที่ฝังเซนเซอร์ LiDAR ไว้ในโคมไฟหน้าอย่างแนบเนียน ด้านท้าย  ออกแบบให้มีความลาดเอียงในสไตล์ Fastback-MPV ส่วนท้ายที่ดูแปลกตาแต่สวยงามและแตกต่างจากรถ MPV หรูทั่วไป ไฟท้าย LED แบบทะลุผ่าน (Through-type) ช่วยให้ตัวรถดูไม่เทอะทะ







มิติตัวถัง  XPENG X9 ถูกสร้างบนแพลตฟอร์ม SEPA 2.0 ซึ่งให้พื้นที่ใช้สอยภายในกว้างขวาง โดยมีขนาดตัวถังยาว5,293 มิลลิเมตร กว้าง 1,988 มิลลิเมตร สูง 1,785 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 3,160 มิลลิเมตร ขนาดล้อและยางสำหรับรุ่น Premium หรือรุ่นที่เน้นสมรรถนะ ใส่ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ที่เน้นการทรงตัวและการรับน้ำหนักของรถไฟฟ้า ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลาย Multi-spoke หรือ Aero wheel เพื่อลดแรงต้านอากาศ ยาง michelin e primacy ไซล์ 235/50 R20 ช่วงล่างพิเศษ ระบบถุงลม (Dual-chamber Air Suspension) จุดเด่นคือ ระบบเลี้ยวล้อหลัง (Active Rear-wheel Steering) ที่ช่วยให้วงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร ซึ่งสะดวกมากสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือการกลับรถ แม้จะเป็นรถทรง MPV แต่ออกแบบโครงสร้างตัวถังแบบหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียว (Integrated Die-casting) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ตัวรถมีความแข็งแรงสูงและมีการจัดการแรงสั่นสะเทือนที่ดีมาก 



การทำงานของบานประตูใน XPENG X9 ถูกออกแบบมาให้เป็นแบบไฟฟ้าทั้งคัน (All-Electric Opening) โดยเน้นความสะดวกสบายและการสั่งงานที่หลากหลาย เริ่มจากบานประตูฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า (Front Doors)ประตูคู่หน้าของ X9 ไม่ใช่แค่ระบบกลไกทั่วไป แต่เป็น ประตูไฟฟ้าแบบอัจฉริยะ (Smart Electric Doors) การสั่งงาน: สามารถเปิด-ปิดได้ผ่านปุ่มกดที่มือจับประตูด้านนอก, สั่งงานจากหน้าจอกลาง, หรือใช้ฟังก์ชัน "Kick-to-open" ในบางรุ่น ระบบ Soft Close ประตูปิดอย่างนุ่นนวลด้วยระบบดูดไฟฟ้า ช่วยให้ปิดประตูได้สนิทและเงียบสนิทโดยไม่ต้องออกแรง เซนเซอร์กันชน (Obstacle Detection) มีเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางรอบตัวรถ หากมีรถคันอื่นหรือสิ่งของขวางอยู่ ประตูจะหยุดกางออกเพื่อป้องกันความเสียหาย 


ส่วนจุดที่มีความสำคัญของรถยนต์ MPV หรูก็คือ บานประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า  (Power Sliding Doors) ประตูคู่กลางเป็นจุดขายสำคัญของรถ MPV ซึ่ง X9 ทำออกมาได้สมูทมาก ทางเข้าออกแบบให้มีขนาดที่กว้าง เปิดได้กว้างเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 ขึ้นลงได้อย่างสะดวก โซนการควบคุม ใช้ดึงมือจับประตู (ทั้งในและนอก) หรือปุ่มกดบริเวณเสา B (B-pillar) สำหรับผู้โดยสารภายใน สั่งงานผ่านเสียง (Voice Command) สั่งงานผ่านรีโมทกุญแจ หรือแอปพลิเคชันในมือถือ หรือสั่งเปิด- ปิด บานประตูสไลด์ไฟฟ้าด้วยการสั่งงานที่หน้าจอภาพแบบ one touch สำหรับระบบความปลอดภัยของประตูไฟฟ้า มีระบบ Anti-pinch ป้องกันการหนีบ ใช้เซนเซอร์ตรวจจับที่ไวต่อการสัมผัส ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง

ฝาท้ายไฟฟ้า (Smart Power Tailgate) ฝาท้ายของ X9 ออกแบบมาให้รับกับดีไซน์หลังคาลาดเอียง แต่ยังคงฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน ระบบ Free-stop สามารถตั้งค่าความสูงในการเปิดได้ตามความต้องการ (เช่น กรณีจอดในที่จอดรถเพดานต่ำ) Hand-free Access ใช้การกวาดเท้า (Kick Sensor) บริเวณใต้กันชนหลังเพื่อเปิด-ปิด ในกรณีที่ถือของเต็มมือ Soft Close & Open การเปิดและปิดเป็นไปอย่างนุ่มนวล ลดแรงสั่นสะเทือนขณะที่กลไกทำงาน

การจัดการผ่าน "Smart Command" จุดที่ทำให้ระบบประตูของ XPENG แตกต่างคือการรวมศูนย์ไว้ที่ระบบปฏิบัติการ  โหมดพักผ่อน (Rest Mode) สามารถสั่งปิดประตูทุกบานและม่านบังแดดพร้อมกันเพียงคลิกเดียวจากหน้าจอ

การสั่งงานด้วยเสียง โดยพูดว่า Open the left sliding door  หรือ Close all doors ระบบจะจัดการให้ทันทีโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย เนื่องจาก X9 ใช้ระบบไฟฟ้าควบคุมประตูเกือบทั้งหมด ในกรณีฉุกเฉินหรือระบบไฟมีปัญหา ตัวรถจะมีกลไกปลดล็อกแบบ Manual (Mechanical Override) ซ่อนอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล 




อุปกรณ์ภายนอกและฟังก์ชันเสริมของ Xpeng X9 Premium อยู่ในระดับเดียวกับรถยุโรปหรู (Luxury Segment) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ 

ระบบส่องสว่างและทัศนวิสัย LED Auto-Sensing System ไฟหน้า LED ไม่ได้แค่เปิด-ปิดอัตโนมัติ แต่มาพร้อมระบบปรับไฟสูง-ต่ำให้อัตโนมัติ เพื่อป้องกันการแยงตาเพื่อนร่วมทางและเพิ่มทัศนวิสัยในที่มืด

Privacy Glass การให้กระจกดำ (Privacy Glass) ตั้งแต่แถวสองไปจนถึงบานหลัง ช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวและช่วยลดความร้อนจากแสงแดดเมืองไทยได้ดีกว่าการติดฟิล์มเพียงอย่างเดียว

Rain Sensing Wiper ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติที่ปรับความเร็วตามปริมาณน้ำฝน ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

ระบบประตูดิจิทัล (Smart Doors & Tailgate)

Power Soft-Closing Front Door ระบบประตูดูดคู่หน้า ซึ่งปกติมักจะมีแค่ในรถ Sedan หรูตัวท็อป ช่วยให้ปิดประตูได้สนิทอย่างนุ่มนวลโดยไม่ต้องออกแรงกระแทก

Electric Tailgate ฝาท้ายไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกับปุ่มปรับระดับช่วงล่างด้านหลัง (ที่กล่าวไปก่อนหน้า) ทำให้การขนของสะดวกขึ้นมาก

Electric Charging Port Cover ฝาปิดช่องชาร์จเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า เพิ่มภาพลักษณ์ที่ล้ำสมัยและลดการสัมผัสตัวรถโดยตรง

สุนทรียภาพและการใช้งาน (Lifestyle & Exterior)
Panoramic Glass Roof with Electric Sunshade หลังคากระจกบานใหญ่ที่มาพร้อม "ม่านบังแดดไฟฟ้า" ซึ่งสำคัญมากสำหรับเมืองไทย เพราะรถไฟฟ้าหลายรุ่นในปัจจุบันมีแค่กระจกแต่ไม่มีม่าน ทำให้ห้องโดยสารร้อนสะสม

Vehicle-to-Load (V2L): ระบบจ่ายไฟจากรถสู่อุปกรณ์ภายนอก สามารถเสียบปลั๊กใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ได้ (เช่น เครื่องชงกาแฟ หรืออุปกรณ์แคมป์ปิ้ง) โดยดึงพลังงานจากแบตเตอรี่หลักของรถ

ล้อ 20" Multi-Spoke Wheel ล้อขนาด 20 นิ้ว ออกแบบมาเพื่อความสวยงามและเสริมความนิ่งในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

 

จุดที่น่าประทับใจของการใช้งานจริง คือ ออปชันประตูดูดคู่หน้า พร้อมม่านบังแดดหลังคาไฟฟ้า เนื่องจากรถ MPV ส่วนใหญ่จะเน้นแค่ประตูสไลด์ไฟฟ้า ไม่มีม่านไฟฟ้าบังแดด มีแค่ฟิลม์กันแดดซึ่งเอาไม่อยู่ ทำให้อุณหภูมิห้องโดยสารสูงปริ้ดในวันที่แดดจัดและระบบปรับอากาศต้องทำงานอย่างหนัก แต่ X9 เก็บรายละเอียดไปถึงประตูบานหน้า ประตูดูดทำให้ความรู้สึกในการใช้งานดูพรีเมียมขึ้นชัดเจน ส่วนระบบ V2L ร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 101.5 kWh ทำให้รถคันนี้กลายเป็น Power Bank ยักษ์เคลื่อนที่ ซึ่งตอบโจทย์สายเดินทางที่ชอบแวะพักผ่อนตามอุทยานหรือสถานที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ได้เป็นอย่างดี 

Xpeng X9 Premium รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)  เน้นระยะทางวิ่งไกลเป็นพิเศษ 
ข้อมูลทางเทคนิค 

สมรรถนะและการขับเคลื่อน (Performance)

กำลังมอเตอร์สูงสุด 235 kW / 320 PS

แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 450 นิวตัน-เมตร

ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7.7 วินาที

 แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง (Battery & Range)

ประเภทเซลล์แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออนแบบ NMC (Nickel Manganese Cobalt)

ความจุแบตเตอรี่ 101.5 kWh

ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) 715 กิโลเมตร

ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP) ประมาณ 570 - 610 กิโลเมตร (ตัวเลขคาดการณ์ตามมาตรฐานยุโรปที่ใกล้เคียงการใช้งานจริงมากกว่า)

ระบบการชาร์จ (Charging)

กำลังการชาร์จ AC สูงสุด 11 kW

ระยะเวลาชาร์จ AC (5-100%) ประมาณ 10 ชั่วโมง

กำลังการชาร์จ DC สูงสุด 542 kW (ด้วยเทคโนโลยี 5C บนแพลตฟอร์ม 800V)

ระยะเวลาชาร์จ DC (10-80%) 12 - 20 นาที (ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของสถานีชาร์จ)

เทคโนโลยีแชสซี (Chassis Technology)
Intelligent Dual-Chamber Air Suspension ระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะแบบสองห้อง ที่สามารถปรับความหนืดและความสูง-ต่ำได้อัตโนมัติ ช่วยซับแรงกระแทกได้ละเอียดกว่าถุงลมห้องเดี่ยว และช่วยลดความสูงตัวรถลงเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงเพื่อความนิ่ง

Active Rear-Wheel Steering System ระบบเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้ เพราะช่วยให้รถที่มีความยาวเกิน 5.2 เมตร มี รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร (พอๆ กับรถเก๋ง Compact) ทำให้การกลับรถหรือเข้าจอดในห้างสรรพสินค้าทำได้ง่าย 

Xpeng X9 Premium เน้นไปที่ Efficiency และ Comfort การใช้แบตเตอรี่ NMC 101.5 kWh ร่วมกับระบบ 800V ทำให้มันเป็นรถเดินทางไกลที่จัดการเวลาได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน ประกอบกับระบบเลี้ยวล้อหลังที่ช่วยลบจุดด้อยเรื่องขนาดตัวถัง ทำให้การใช้งานในเมืองที่มีซอยแคบอย่างกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด 

ระบบไฟฟ้า 800V Silicon Carbide (SiC) Platform
การที่ตัวรถเป็นระบบ 800 โวลต์ "เต็มระบบ" หมายความว่าอุปกรณ์หลักอย่าง มอเตอร์, คอมเพรสเซอร์แอร์ และระบบจัดการพลังงาน ถูกออกแบบมาให้รองรับแรงดันไฟสูงทั้งหมด ผลที่ได้คือ ความร้อนสะสมน้อยลง กระแสไฟไหลได้สะดวกขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้น น้ำหนักเบา สามารถใช้สายไฟที่มีขนาดเล็กลงแต่ส่งกำลังได้เท่าเดิม

เทคโนโลยีการชาร์จแบบ 5C Ultra-Fast Charging
ตัวเลข 5C คือค่า C-Rate ที่สูงมากในปัจจุบัน (ค่า C หมายถึงความเร็วในการชาร์จเมื่อเทียบกับความจุแบตเตอรี่) ความเร็วในการชาร์จ รองรับกำลังไฟสูงสุดถึง 542 kW ทำให้ X9 สามารถดึงพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ได้เร็วกว่ารถ EV ทั่วไปในตลาด 2-3 เท่า ชาร์จ 12 นาที (10-80%) ระยะเวลาแค่นั้นแทบจะใกล้เคียงกับการแวะพักเข้าห้องน้ำหรือซื้อกาแฟ ทำให้การเดินทางไกลตัดปัญหาเรื่องการรอชาร์จนานๆ ไปได้เลย

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Efficiency) ขับทางไกล ทั้งในและนอกเมือง มีอัตราสิ้นเปลืองกระแสไฟ 17.1 kWh/100 km เมื่อดูจากอัตราการใช้พลังงานในรถ MPV ขนาดใหญ่ที่มีแรงต้านอากาศสูง ตัวเลขนี้ถือว่าทำได้ดี เป็นผลมาจากเทคโนโลยีมอเตอร์ SiC และการออกแบบอากาศพลศาสตร์ (ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.227 Cd)



ระยะทาง 519 กิโลเมตร แม้จะเป็นมาตรฐาน CLTC แต่ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และการจัดการพลังงานที่ดี ก็เพียงพอสำหรับการวิ่งข้ามจังหวัดได้สบายๆ  สำหรับการใช้งานจริง ตู้ชาร์จที่รองรับ เพื่อให้ได้ความเร็ว 542 kW หรือชาร์จ 10-80% ใน 12 นาที จำเป็นต้องใช้ตู้ชาร์จแบบ Supercharge (เช่น Xpeng S5) ซึ่งจ่ายกระแสไฟได้สูงมาก หากชาร์จกับตู้ DC ทั่วไปในไทย (มักจะอยู่ที่ 120-180 kW) ความเร็วจะถูกจำกัดด้วยกำลังของตู้ชาร์จนั้นๆ  ในส่วนของสภาพอากาศในไทยที่มีอากาศร้อน ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่จะทำงานหนักขึ้นในช่วงการชาร์จ 5C แต่ด้วยแพลตฟอร์ม 800V จะช่วยให้ระบบจัดการความร้อนทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าระบบ 400V ทั่วไป

ระบบประมวลผลและเซ็นเซอร์อัจฉริยะของ Xpeng X9 Premium รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย จะเน้นไปที่ความแม่นยำสูงเพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ XPILOT 

ระบบประมวลผลและเซ็นเซอร์ (Computing & Sensors)

ชิปประมวลผล (Chipset): Dual NVIDIA DRIVE Orin-X

ให้กำลังการประมวลผลรวมสูงถึง 508 TOPS (Trillion Operations Per Second) ซึ่งแรงพอที่จะประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์รอบคันได้แบบ Real-time เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-Wave Radar) 5 จุด ทำหน้าที่ตรวจจับระยะห่างและความเร็วของวัตถุรอบข้าง แม้ในสภาพอากาศปิด เช่น ฝนตกหนัก หรือหมอกลงจัด

เซ็นเซอร์อัลตราโซนิก (Ultrasonic Sensor) 12 จุด ใช้สำหรับการตรวจจับวัตถุในระยะใกล้ โดยเฉพาะขณะถอยจอดและการขับขี่ในที่แคบ

จำนวนกล้อง (Camera) 12 จุด ประกอบด้วยกล้องความละเอียดสูงรอบคัน ทำหน้าที่ทั้งระบบ Surround View 360 องศา, กล้องมองหลัง, และกล้องตรวจจับเลน/ป้ายจราจร

LiDAR 2 จุด (ติดตั้งบริเวณกันชนหน้า) เพิ่มความแม่นยำในการสร้างแผนที่จำลอง 3 มิติ เพื่อตรวจจับวัตถุที่มีรูปทรงซับซ้อนได้แม่นยำกว่ากล้องหรือเรดาร์ทั่วไป

 



การใช้ชิป Orin-X แบบคู่ ร่วมกับเซ็นเซอร์ที่ครบถ้วน (โดยเฉพาะ LiDAR 2 ตัว) ทำให้ X9 Premium มีศักยภาพในการประมวลผลที่เหนือกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปในระดับเดียวกันมาก ช่วยให้ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC) ทำงานได้เนียนตาและนุ่มนวล ลดอาการ "เบรกหน้าทิ่ม" หรืออาการหลอนของเซ็นเซอร์เวลาเจอรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดได้ดี 

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงใน Xpeng X9 Premium 
ชุดนี้คือหัวใจของระบบ XPILOT ที่ทำงานร่วมกับชิป NVIDIA Orin-X และเซ็นเซอร์รอบคัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายและปลอดภัย 

ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (Advanced Driver Assistance Systems)

SR Environment Simulation Display จำลองสภาพแวดล้อมภายนอกแบบ Real-time บนหน้าจอคนขับ โดยจะแสดงภาพรถยนต์ประเภทต่างๆ คนเดินถนน จักรยาน หรือแม้แต่กรวยจราจรในรูปแบบ 3D ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจว่าระบบรับรู้สิ่งรอบข้างได้อย่างถูกต้อง

Adaptive Cruise Control (ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ช่วยรักษาความเร็วตามที่ตั้งไว้ และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยการเร่งหรือเบรกให้อัตโนมัติจนถึงจุดหยุดนิ่ง

Lane Centering Control (LCC) ระบบช่วยประคองพวงมาลัยเพื่อรักษาตำแหน่งของรถให้อยู่กึ่งกลางเลนตลอดเวลา ทำงานได้ดีบนทางด่วนหรือถนนที่มีเส้นแบ่งเลนชัดเจน

Adaptive Turning Cruise (ATC) ระบบอัจฉริยะที่จะช่วยคำนวณความเร็วที่เหมาะสมเมื่อรถกำลังเข้าโค้งขณะใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ โดยจะลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวลเพื่อให้เข้าโค้งได้อย่างปลอดภัยและไม่เกิดแรงเหวี่ยงมากเกินไป เป็นอีกจุดที่ทำให้ Xpeng X9 ทรงตัวได้ดีและมีความนุ่มนวล

Active Lane Change (ALC) ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ เพียงแค่ผู้ขับขี่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ระบบจะตรวจสอบความปลอดภัยในเลนข้างๆ ผ่านเซ็นเซอร์และกล้อง หากปลอดภัย รถจะดำเนินการเปลี่ยนเลนให้เองโดยอัตโนมัติ

Intelligent Speed Limit Assist (SLA): ระบบช่วยตรวจจับป้ายจำกัดความเร็วบนถนน และแจ้งเตือนผู้ขับขี่ หรือปรับลดความเร็วของรถให้สอดคล้องกับกฎหมายในพื้นที่นั้นๆ เพื่อป้องกันการขับเร็วเกินกำหนด

 ฟังก์ชันเหล่านี้เมื่อทำงานร่วมกัน (โดยเฉพาะ LCC + ACC + ATC) จะช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ทางไกล ตัวรถจะสามารถวิ่งตามกระแสจราจร เข้าโค้ง และเปลี่ยนเลนได้ด้วยความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับมนุษย์ขับมากที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด เฉพาะการมี SR Display ที่ช่วยยืนยันกับคนขับว่ารถเห็นสิ่งที่คนเห็น เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี 

Xpeng X9 Premium มีระบบช่วยจอดซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่สุดของแบรนด์ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความกังวลในการขับรถ MPV ขนาดใหญ่ที่มีความยาวกว่า 5.2 เมตร ได้อย่างเบ็ดเสร็จ 

ระบบช่วยจอดและทัศนวิสัยอัจฉริยะ (Intelligent Parking & Visibility)

Enhanced Auto Parking Assist (EAP) ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติเวอร์ชันอัปเกรด ที่มีความแม่นยำสูงมาก สามารถตรวจจับช่องจอดได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเข้าซอง ขนานข้าง หรือแม้แต่ช่องจอดที่ไม่มีเส้นแบ่งเลนแต่มีรถจอดอยู่ก่อนหน้า ระบบจะจัดการทั้งพวงมาลัย เกียร์ และเบรกให้เองทั้งหมด

Auto Exit Parking Assist (AEP) ระบบช่วยออกจากที่จอดรถอัตโนมัติ เมื่อเราจอดในที่แคบจนกะระยะการหักหัวรถออกลำบาก ระบบจะช่วยคำนวณและขับรถออกจากช่องจอดให้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยพร้อมเดินทางต่อ

Remote Parking Assist (RPA) ระบบช่วยจอดรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน คุณสามารถลงจากรถมายืนดูด้านนอก แล้วสั่งให้รถถอยเข้าซองหรือออกจากที่แคบผ่านแอปพลิเคชันได้ เหมาะมากสำหรับกรณีที่ช่องจอดแคบจนไม่สามารถเปิดประตูลงจากรถได้สะดวก

Remote Vehicle Summon (RVS) ระบบควบคุมรถเดินหน้า-ถอยหลังในแนวตรงผ่านรีโมทหรือแอปฯ ช่วยเรียกรถให้เลื่อนออกมาหา หรือสั่งให้รถเดินหน้าเข้าที่จอดในแนวตรงโดยไม่ต้องมีคนนั่งอยู่ในรถ

360° Camera กล้องรอบคันความละเอียดสูงที่แสดงภาพแบบ Bird's-eye view ช่วยให้เห็นสิ่งกีดขวางรอบตัวรถแบบไม่มีจุดบอด

Transparent Chassis ระบบจำลองการมองเห็นใต้ท้องรถ (แชสซีโปร่งใส) โดยการใช้ภาพจากกล้องหน้ารถมาประมวลผลให้เราเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ท้องรถ เช่น ฝาท่อ ก้อนหิน หรือขอบทาง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อแบตเตอรี่และล้อแม็ก



ขนาดตัวรถที่ค่อนข้างยาวและใหญ่ การมีระบบ RPA (จอดจากนอกรถ) และ Active Rear-Wheel Steering (เลี้ยวล้อหลัง) จะทำงานสอดประสานกัน ทำให้ Xpeng X9 สามารถมุดเข้าซองหรือกลับรถในที่แคบได้ดีกว่ารถกระบะหรือรถตู้ทั่วไปมาก นอกจากนี้ ระบบจำลองภาพรอบคันยังมีความลื่นไหลสูง ช่วยให้การกะระยะขณะขับขี่ในที่แคบทำได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเบียดฟุตบาทหรือสิ่งกีดขวางเตี้ยๆ  ระบบความปลอดภัย XPILOT ASSIST SAFETY ใน Xpeng X9 Premium  เป็นเกราะป้องกันรอบคันที่ทำงานประสานกันระหว่างซอฟต์แวร์อัจฉริยะและเซ็นเซอร์ความแม่นยำสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในทุกมิติ 

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety & Collision Avoidance)

Forward Protection (ด้านหน้า) FCW & AEB ระบบจะแจ้งเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชน และช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติหากผู้ขับขี่สนองตอบไม่ทัน

FDM คอยวัดระยะห่างจากรถคันหน้าตลอดเวลา เพื่อให้รถรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยได้แม่นยำขึ้น

Lateral & Rear Protection (ด้านข้างและด้านหลัง)

BSD & BSV นอกจากจะมีไฟเตือนมุมอับสายตา (BSD) แล้ว ยังมีหน้าจอแสดงภาพมุมอับ (BSV) ขึ้นมาให้ดูทันทีเมื่อเปิดไฟเลี้ยว เพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน

LDW, LKA & ELK ช่วยเตือนและดึงพวงมาลัยกลับเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะ ELK ที่จะทำงานอย่างรวดเร็วหากตรวจพบความเสี่ยงที่จะตกถนนหรือชนกับรถที่สวนมา

RCW & RCTA คอยระวังด้านหลังทั้งขณะขับขี่และถอยจอด หากมีรถพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ระบบจะแจ้งเตือนเพื่อป้องกันการโดนชนท้าย

ระบบช่วยเหลือและตรวจสอบผู้ขับขี่ (Driver Support & Monitoring)

DSM (Driver State Monitoring) ใช้กล้องภายในรถตรวจจับความเหนื่อยล้าหรือการเสียสมาธิ (เช่น การหันไปมองที่อื่นนานเกินไป หรืออาการหลับใน) และจะส่งสัญญาณเตือนทันที

TSR & SAS ระบบจะอ่านป้ายจราจร (เช่น ป้ายจำกัดความเร็ว) และแสดงผลบนหน้าจอ โดยระบบ SAS สามารถช่วยปรับความเร็วรถให้สอดคล้องกับป้ายที่ตรวจพบได้อัตโนมัติ

IHB ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ เพื่อให้ทัศนวิสัยดีที่สุดโดยไม่รบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง

ความปลอดภัยขณะจอดและบันทึกภาพ (Parking & Recording)

DOW (Door Open Warning) ระบบจะเตือนหากคุณกำลังจะเปิดประตูรถแล้วมีรถยนต์หรือจักรยานพุ่งมาจากด้านหลัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ "Dooring"

DVR (Drive Video Recorder) กล้องบันทึกภาพการขับขี่ที่ติดตั้งมาให้จากโรงงาน สามารถบันทึกเหตุการณ์รอบตัวรถได้ทันทีโดยไม่ต้องไปติดตั้งเพิ่มเองภายหลัง

สเปกความปลอดภัยของ X9 Premium ชุดนี้เน้นการทำงานแบบเชิงรุก มี ELK และ DSM ที่ช่วยอุดช่องว่างความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ได้ดี ประกอบกับระบบแสดงภาพมุมอับสายตา (BSV) ที่มีประโยชน์มากสำหรับรถที่มีตัวถังยาว เพื่อให้การเปลี่ยนเลนในเมืองใหญ่มีความมั่นใจสูงสุด 








ห้องโดยสารของ Xpeng X9 Premium รุ่นที่จำหน่ายในไทย ถูกออกแบบให้เป็น Smart Living Room ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีประมวลผลระดับสูง เพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลเหมือนใช้สมาร์ทโฟนระดับเรือธง 

ระบบประมวลผลและการเชื่อมต่อ (Computing & Connectivity) ใช้ชิปประมวลผล (Chipset) Qualcomm Snapdragon 8295 เป็นชิปเซ็ตรุ่นล่าสุดที่แรงที่สุดสำหรับยานยนต์ในปัจจุบัน Generation 4 ช่วยให้การประมวลผลหน้าจอทั้งหมดลื่นไหลเป็นพิเศษ รองรับการทำงานแบบ Multi-tasking และกราฟิก 3D ที่ซับซ้อนได้โดยไม่มีอาการหน่วง มาตรวัดแบบดิจิทัล (Digital Instrument Cluster): 10.25 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ สถานะแบตเตอรี่ และการจำลองสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ (SR Display) ได้อย่างชัดเจน หน้าจอควบคุมกลาง (Central Control Screen) 17.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสความละเอียดสูง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมฟังก์ชันทั้งหมดของรถ หน้าจอผู้โดยสารด้านหลัง (Rear Entertainment Screen): 21.4 นิ้วหน้าจอขนาดใหญ่ที่พับเก็บได้บนเพดาน พร้อมระบบสัมผัสและรองรับการปรับองศาด้วยไฟฟ้า เพื่อความบันเทิงระดับโรงภาพยนตร์ส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

การควบคุมและการเข้าถึง (Access & Remote Control) Mobile Phone Bluetooth Key ระบบกุญแจดิจิทัลที่ใช้บลูทูธจากมือถือในการปลดล็อกและสตาร์ทรถ โดยไม่ต้องพกกุญแจรีโมท

Mobile Phone Application Remote Control สามารถสั่งการรถผ่านแอปฯ เช่น สั่งเปิดแอร์ล่วงหน้า ตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ หรือควบคุมระบบช่วยจอดจากภายนอกรถ

Voice Assistant System ระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Hey XPENG) ที่รองรับการสั่งงานแบบต่อเนื่อง และสามารถแยกแยะตำแหน่งเสียงของผู้พูดได้ว่ามาจากที่นั่งไหน เพื่อจัดการฟังก์ชันในตำแหน่งนั้นๆ ได้ถูกต้อง

Over-The-Air (OTA) การอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบไร้สาย เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ หรือปรับปรุงสมรรถนะการขับขี่ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเข้าศูนย์บริการ

ความบันเทิงและการใช้งานอินเตอร์เฟซ (Infotainment & Experience)

Apple CarPlay and Android Auto รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนยอดนิยมทั้งสองระบบ (ส่วนใหญ่มักเป็นแบบไร้สาย)

Application Library คลังแอปพลิเคชันภายในรถที่ให้คุณโหลดแอปฯ เสริม เช่น แผนที่ เพลง หรือแอปฯ ดูวิดีโอมาไว้ในตัวเครื่องได้โดยตรง

DAB and FM Radio รองรับวิทยุดิจิทัลที่มีความคมชัดสูงและวิทยุ FM ปกติ

Welcome Function ฟังก์ชันการต้อนรับเมื่อก้าวเข้าสู่รถ เช่น การปรับเบาะนั่งและพวงมาลัยให้อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งค่าไว้ พร้อมกราฟิกทักทายบนหน้าจอ

 การเลือกใช้ชิป Snapdragon 8295 คือจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้หน้าจอขนาดมหึมา 21.4 นิ้วด้านหลัง และหน้าจอ 17.3 นิ้วด้านหน้า สามารถทำงานพร้อมกันได้โดยไม่สะดุด ไม่ว่าจะนำทางด้านหน้า หรือผู้โดยสารกำลังดูสตรีมมิ่งความละเอียดสูงด้านหลังก็ตาม เป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความเป็นครอบครัวยุคใหม่ 






รายละเอียดในส่วนของ Comfort & Luxury ของ Xpeng X9 Premium ยกระดับให้เทียบเท่ากับ First-class lounge เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว  ระบบทัศนวิสัยและการตกแต่ง (Vision & Ambience) Windshield Head-up Display (W-HUD) หน้าจอสะท้อนข้อมูลบนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นความเร็ว ระบบนำทาง และสถานะการขับขี่อัจฉริยะได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการขับขี่ทางไกล Multi-Color Dynamic Surround Ambient Light ไฟสร้างบรรยากาศรอบห้องโดยสารที่ปรับเปลี่ยนสีได้หลากหลายแบบ Dynamic ช่วยสร้างอารมณ์ที่ผ่อนคลายหรือตื่นเต้นตามโหมดการขับขี่หรือเพลงที่เปิด




ระบบความบันเทิงระดับพรีเมียม (High-End Audio) XOPERA Audio System 27 Speakers ระบบเสียงระดับ Hi-Fi ที่มาพร้อมลำโพงถึง 27 ตำแหน่ง รอบทิศทาง จำนวนลำโพงที่มากขนาดนี้ ทำให้การถ่ายทอดมิติของเสียง (Soundstage) มีความสมจริง ไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งไหนในรถ ก็จะได้ยินรายละเอียดเสียงที่ครบถ้วนและทรงพลัง

ระบบจัดการอากาศและอุณหภูมิ (Climate & Air Quality)

Intelligent 5-Zone Automatic Air Conditioning System: ระบบปรับอากาศที่แยกอิสระถึง 5 โซน (คนขับ, ผู้โดยสารหน้า, แถวที่สองซ้าย-ขวา และแถวที่สาม) เพื่อให้ทุกคนปรับอุณหภูมิที่ตัวเองต้องการได้อย่างแม่นยำ

Hot and Cold Refrigerator: ตู้เย็นอเนกประสงค์ที่ไม่ได้มีไว้แค่แช่เย็น แต่สามารถ "อุ่น" เครื่องดื่มหรืออาหารได้ด้วย (รองรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 0°C ถึง 50°C โดยประมาณ)

Health & Clean Air

CN95 Cabin Air Filtration ไส้กรองมาตรฐานสูงสุดที่ช่วยดักจับแบคทีเรียและละอองเกสร

PM2.5 Monitoring & AQS ระบบตรวจสอบค่าฝุ่น PM2.5 แบบ Real-time พร้อมระบบควบคุมคุณภาพอากาศอัจฉริยะที่จะสลับโหมดหมุนเวียนอากาศทันทีเมื่อตรวจพบมลพิษภายนอก


Xpeng X9 Premium พยายามสร้างบรรยากาศที่มากกว่าแค่การเป็นพาหนะ โดยเฉพาะระบบเสียง XOPERA 27 ลำโพง ที่ให้พลังเสียงโอบล้อมรอบตัว และการใส่ใจเรื่องคุณภาพอากาศ (AQS + PM2.5) ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในเมืองใหญ่ที่มีมลพิษสูงอย่างมาก เป็นการผสมผสานระหว่างความสุนทรีย์และสุขภาพเข้าด้วยกัน 







เบาะนั่งของ Xpeng X9 Premium ออกแบบมาเพื่อมอบความสบายแบบที่นั่งระดับเฟิร์สคลาส ใช้วัสดุและการปรับตั้งค่าที่ตอบโจทย์สรีระในทุกรายละเอียด  เบาะนั่งคู่หน้า (Front Seats) ใช้วัสดุหนัง Nappa แบบ Full Grain การเลือกใช้หนัง Nappa เกรดสูงสุดให้สัมผัสที่นุ่มนวลและระบายอากาศได้ดีกว่าหนังเกรดทั่วไป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความหรูหราภายในห้องโดยสาร การปรับไฟฟ้าและความสบายของตัวเบาะ สามารถปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ครอบคลุมทุกสรีระ พร้อมที่ดันหลัง 4 ทิศทาง ช่วยลดอาการปวดเมื่อยจากการขับขี่ทางไกล เบาะทุกตำแหน่งมาพร้อมฟังก์ชันครบ ทั้งระบบ อุ่นเบาะ (Heating), ระบายอากาศ (Ventilating) เพื่อสู้กับอากาศร้อนในไทย และ ระบบนวด (Massage) เพื่อความผ่อนคลาย Memory & Welcome ระบบจดจำตำแหน่งเบาะ และจะเลื่อนเบาะออกให้อัตโนมัติเมื่อดับเครื่องเพื่อให้เข้า-ออกจากรถได้สะดวกที่สุด








โซนความสะดวกสบายแถวกลางและคอนโซล (Middle Row & Console) Zero Gravity Seats แม้ในสเปกจะเน้นการปรับพื้นฐาน แต่สำหรับ X9 แถวที่สองคือจุดขายหลักที่มักมาพร้อมระบบนวดและระบายอากาศแบบเดียวกับคู่หน้า เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ พร้อม Dual 50W Wireless Charger ที่ชาร์จไร้สายความเร็วสูงถึง 50 วัตต์ (ซึ่งแรงกว่ามาตรฐานทั่วไปที่มักอยู่เพียง 15 วัตต์) ติดตั้งมาให้ถึง 2 ตำแหน่ง แท่นชาร์จมาพร้อมระบบระบายความร้อนที่ตัวแท่น เพื่อป้องกันโทรศัพท์ร้อนขณะชาร์จเร็ว ช่วยให้แบตเตอรี่โทรศัพท์ไม่เสื่อมสภาพไวการผสมผสานระหว่าง หนัง Nappa และ ระบบนวด ที่ทำงานร่วมกับระบบปรับอากาศแบบ 5 โซน ทำให้ภายในรถกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบครับ โดยเฉพาะเบาะที่มีตัวดันหลัง 4 ทิศทาง จะช่วยล็อกสรีระของผู้นั่งให้นิ่งและสบาย ลดความเหนื่อยล้าสะสมจากการเดินทางข้ามจังหวัดได้เห็นผลชัดเจน 

หัวใจสำคัญของยานเอมพีวีหรูอย่าง Xpeng X9 Premium อยู่ที่เบาะนั่งแถวที่สอง ซึ่งเปรียบเสมือนเลานจ์ส่วนตัวเคลื่อนที่ โดยเฉพาะการแยกสเปกออกเป็นรุ่น Sofa และ Grand Sofa เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน เริ่มจากความแตกต่างของเบาะนั่ง (Sofa vs. Grand Sofa) Electric Adjustable 14 Ways Sofa เป็นเบาะที่มีช่องทางเดินกลาง (180 mm Aisle) เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทะลุไปยังแถวที่ 3 ได้สะดวก เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุที่ต้องขยับขยายที่นั่งบ่อยๆ เป็นเบาะขนาดใหญ่พิเศษที่เน้นความหรูหราสูงสุด ปรับได้ละเอียดถึง 18 ทิศทาง (รวมถึงส่วนพักเท้าและที่รองน่อง) 

Zero Gravity Position Adjustment ระบบปรับเอนเบาะให้อยู่ในองศาที่สรีระรู้สึกไร้น้ำหนัก (กระจายแรงกดทับไปทั่วร่างกาย) ช่วยให้การนอนพักผ่อนระหว่างเดินทางลึกและสบาย 

Full Grain Nappa Leather ใช้หนัง Nappa เกรดละเอียดที่สุด ให้สัมผัสนุ่มนวลและหรูหรา

High Quality Foldable Table โต๊ะพับหลังเบาะคู่หน้าที่มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับวางแล็ปท็อปเพื่อทำงานหรือวางอาหารสำหรับเด็กๆ

Heating, Ventilating & Massage ระบบอุ่น, เป่าลมเย็นระบายอากาศ และระบบนวดอัจฉริยะที่มีมาให้ครบครัน ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการนั่งนานๆ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในโซนที่นั่ง

Dual 50W Wireless Charger แม้จะเป็นเบาะแถวสอง แต่ก็มีที่ชาร์จไร้สายความเร็วสูง 50 วัตต์มาให้ถึง 2 จุด แยกซ้าย-ขวา ไม่ต้องแย่งกันใช้

Window Sunshade ม่านบังแดดที่กระจกข้าง ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและป้องกันความร้อนจากแสงแดดเมืองไทยได้เป็นอย่างดี

Position Memory & Welcome Function เบาะจะจำค่าที่ชอบไว้ และมีระบบเลื่อนถอยเพื่อเปิดทางให้ขึ้น-ลงรถได้ง่ายที่สุด เบาะแถวสองของ X9 คือการนำความสบายจากเครื่องบินชั้นธุรกิจมาไว้ในรถยนต์ครับ การมีช่องทางเดิน 180 มม. ในรุ่น Sofa ปกติ ช่วยให้มิติตัวรถดูโปร่งและใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ขณะที่รุ่น Grand Sofa 18 ทิศทาง จะมอบความเป็นส่วนตัวและความอลังการที่มากกว่า เหมาะสำหรับการต้อนรับแขกคนสำคัญหรือการพักผ่อนแบบเต็มอิ่ม 


เบาะแถวที่สามของ Xpeng X9 Premium หนึ่งในนวัตกรรมของกลุ่มยานยนต์ MPV ยุคใหม่ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงที่นั่งสำรอง แต่ถูกออกแบบมาให้มีความสบายและยืดหยุ่นด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบด้วยระบบการพับเบาะอัจฉริยะ (Magic Storage) One-Touch Flat-Folding กดปุ่มเดียว เบาะจะดำเนินการพับเก็บลงไปในหลุมพื้นรถให้อัตโนมัติ (Dive-in) ทำให้พื้นห้องสัมภาระด้านหลังราบเรียบเป็นระดับเดียวกันทั้งหมด เพิ่มพื้นที่เก็บของได้โดยไม่ต้องยกเบาะออก Electric Foldable (60:40) ทั้งพนักพิงและตัวเบาะนั่งสามารถแยกพับได้อิสระแบบ 60:40 ด้วยระบบไฟฟ้า  จัดการพื้นที่ระหว่างจำนวนผู้โดยสารและสัมภาระขนาดใหญ่ได้อย่างอิสระ 

ความสบายสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง Heating Function เป็นฟังค์ชันที่หาได้ยากในเบาะแถวสามของรถทั่วไป โดยระบบอุ่นเบาะจะช่วยให้ผู้โดยสารตอนหลังสุดรู้สึกผ่อนคลายและอุ่นสบายในสภาพอากาศเย็นหรือเมื่อออกทริปต่างจังหวัด Armrest and Cup Holder มีการออกแบบที่วางแขนและที่วางแก้วน้ำมาให้ครบถ้วน เพื่อให้การเดินทางไกลของผู้โดยสารแถวหลังไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง ฟังก์ชันพิเศษเพื่อความสะดวก (Utility) Luggage Compartment Suspension Adjustment Switch ปุ่มนี้คือไฮไลต์สำหรับการใช้งานจริง เมื่อเปิดฝาท้ายเพื่อขนของหนัก หรือถุงกอล์ฟ/กระเป๋าเดินทางใบใหญ่  สามารถกดปุ่มนี้เพื่อสั่งลดความสูงของช่วงล่างถุงลมด้านหลังลง เพื่อให้ท้ายรถเตี้ยลง ช่วยให้ยกของขึ้น-ลงได้ง่ายและสะดวก  เบาะแถวสามของ X9 ก้าวข้ามขีดจำกัดของรถ MPV แบบเดิมๆ ด้วยการใส่ระบบไฟฟ้ามาให้ครบทุกส่วน ตั้งแต่การพับเก็บจนถึงการปรับอุณหภูมิ และที่สำคัญคือการทำงานร่วมกับช่วงล่างถุงลมที่สั่งปรับระดับได้จากท้ายรถ ทำให้มันเป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบอเนกประสงค์ (Utility) และความสบาย (Comfort)  

Xpeng X9 (รุ่นปี 2026) ในประเทศไทย มีการปรับโครงสร้างราคาใหม่และอัปเกรดเทคโนโลยีให้น่าสนใจ โดยเฉพาะการนำชิปประมวลผลยุคใหม่มาใช้ 

 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (อัปเดต พฤษภาคม 2026) ราคาถูกปรับลงและมีการเพิ่มรุ่นย่อยเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ามากขึ้น  

X9 Premium (Standard Range): 2,399,000 บาท

ระยะทางวิ่ง 610 กม. (NEDC) / มอเตอร์เดี่ยว FWD

X9 Executive (Long Range): 2,599,000 บาท

ระยะทางวิ่ง 702 กม. (NEDC) / มอเตอร์เดี่ยว FWD / เพิ่มออปชั่นภายใน

X9 Luxury AWD (High Performance): 2,799,000 บาท

ระยะทางวิ่ง 640 กม. (NEDC) / มอเตอร์คู่ 537 แรงม้า / เบาะ Grand Sofa 18 ทิศทาง





ความน่าใช้งาน จุดที่เป็น The Best ในรถตู้ไฟฟ้าราคา 2.4 ล้าน คือ การขับขี่ที่เหมือนรถคันเล็ก ความนุ่นนวลสะดวกสบาย กำลังเมื่อต้องการเร่งแซงไม่ต้องมาลุ้นว่าจะไม่พ้นเพราะอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในระดับ 7 วินาที ถือว่าเร็วพอตัวเมื่อเทียบกับขนาดและน้ำหนัก ระบบเลี้ยวล้อหลัง (Active Rear-Wheel Steering) คือไม้ตายที่ทำให้รถยาว 5.3 เมตร คล่องตัวกว่ารถกระบะ วงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร ทำให้การใช้ในกรุงเทพฯ ไม่เป็นภาระเรื่องขนาด เทคโนโลยี Turing AI Chip รุ่น 2026 อัปเกรดเป็นชิปตัวใหม่ที่มีพลังประมวลผลสูงถึง 750 TOPS (แรงกว่าเดิม 3 เท่า) ทำให้ระบบช่วยขับขี่ (XPILOT) และการตอบสนองของหน้าจอลื่นไหลในระดับไร้คู่แข่ง สุดท้ายกับความสบายแถว 3 ที่ใช้งานได้จริง ระบบพับเบาะไฟฟ้าที่จมหายไปกับพื้นรถ (Magic Storage) ช่วยให้สลับโหมดจากรถตู้ครอบครัวเป็นรถขนของได้ในปุ่มเดียว ซึ่ง Alphard หรือ Denza D9 ยังทำได้ไม่เนียนเท่านี้

 



ส่วนข้อด้อยก็คือ ความแรงของการชาร์จที่ยังต้องรอโครงสร้างพื้นฐาน แม้ตัวรถจะรองรับ 5C Ultra-Fast Charging (542 kW) แต่ในประเทศไทยปัจจุบัน ตู้ชาร์จส่วนใหญ่ยังปล่อยไฟได้แค่ 120-180 kW ดังนั้นเราจะยังไม่ได้สัมผัสการชาร์จเร็ว12 นาทีเต็ม จนกว่าจะเจอสถานี S5 ของ Xpeng เอง ระบบไฟฟ้าทั้งคัน ตั้งแต่ลิ้นชักยันเบาะแถว 3 ทุกอย่างเป็นไฟฟ้า ความสะดวกในวันนี้คือความเสี่ยงในการซ่อมบำรุงในระยะยาว (7-10 ปีข้างหน้า) เมื่อเทียบกับรถที่ใช้กลไกธรรมดา ดีไซน์ที่ล้ำ สวยงาม ภูมิฐาน ทรงยานอวกาศเท่ในสายตาคนชอบเทคฯ ภาพลักษณ์ทางธุรกิจที่ดูทันสมัย แตกต่างจากรถตู้สันดาปภายในทรงกล่องแบบดั้งเดิม สิ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้ก็คือ Xpeng X9 Premium นั้น ขับได้ดีเยี่ยมจริงๆ มันนุ่มซะจนรถที่แพงกว่าดูแข็งไปเลย ไม่ใช่นุ่มจนย้วย พอขับเร็วแล้วก็ดึงไม้ตึงมือไม่ยวบ โยนเปลี่ยนเลนได้อย่างมั่นใจ เอาเป็นว่า ขับแล้วก็อยากได้สักคันละครับและตำแหน่ง MPV ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2569 คงไม่หนีไปไหนแน่ๆ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/