ทดลองขับ TOYOTA LAND CRUISER FJ ที่มาสร้างตำนานบทใหม่ สไตล์ LAND CRUISER ลุยแหลก ซ่อมง่าย บุกป่าฝ่าดงก็บ่ยั่น จัดเต็มทั้ง On-Road และ Off-Road
"ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสไปทดสอบขับ TOYOTA LAND CRUISER FJ พอถึงจังหวะเลี้ยวลงทางฝุ่นออร่าความเป็น "Land Cruiser" ก็ประทับร่างมาทันที จะปีนป่าย มุดโค้ง หรือลุยแหลกแค่ไหนก็ง่าย งานนี้บอกเลยว่าขับสนุกจนเปลี่ยนนิยามการลุยไปเลย
รีวิวทดลองขับ TOYOTA LAND CRUISER FJ 2026
วิ่งบนถนนดำ หรือ On-Road : ด้วยความที่รถมีน้ำหนักถึง 2.1 ตัน แต่ให้ฟีลลิ่งในการขับขี่บนทางเรียบสมูทเลยทีเดียว เพราะ TOYOTA ตั้งใจจูนมาให้อัตราเร่งมาแบบนุ่มนวลและต่อเนื่อง ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i รีดกำลังได้ 166 แรงม้า แรงบิด 245 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ แต่ถ้าสายซิ่งอาจจะมองว่าอืดไปหน่อย แน่นอนว่าพี่ๆ สายซิ่งอาจจะต้องไปจูนเครื่องให้ขับสนุกขึ้น
...
เคล็ดลับความสมูท: งานนี้วิศวกรจัดเต็มด้วยการเคลือบ Diamond Coat ที่ลูกสูบ ใช้น้ำมันเครื่องสูตรลื่นพิเศษลดแรงเสียดทาน พร้อมจูนซอฟต์แวร์ให้ม้ามาช่วยพยุงในช่วงที่แรงบิดเริ่มตก ผลที่ได้คือเหยียบเพลิน กำลังไม่หดไปจนถึงความเร็วปลาย มาตรฐานไอเสียสะอาดระดับ EURO6
อัตราสิ้นเปลือง: จากการทดสอบจริงทำได้ราวๆ 8-9 กม.ต่อลิตร ซึ่ง Eco Sticker เคลมอัตราบริโภคเชื้อเพลิงอยู่ที่ 9.7 กม.ต่อลิตร ถือว่ารับได้สมน้ำสมเนื้อกับขนาดตัวและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-Time
ช่วงล่าง : ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังโฟร์ลิงก์ (มีเหล็กกันโคลงทั้งหน้า-หลัง) ทีเด็ด คือ การใช้โช้คอัพแบบ Multi-Valve และเซ็ตความสูงของรถให้มากกว่า Fortuner ทำให้ระยะยุบตัวของช่วงล่างเยอะมาก รูดผ่านหลุมบ่อได้เนียน เก็บอาการอยู่หมัดทั้งความเร็วต่ำและความเร็วสูง
วิ่งทาง Off-Road ตัวตึงทางฝุ่น ออร่าจับทันทีที่เจออุปสรรค : พอเลี้ยวลงทางฝุ่นปุ๊บ LAND CRUISER FJ ยิ่งเปล่งประกาย ด้วยความที่ฐานล้อสั้น ทำให้รถมีความคล่องตัวสูงปรี๊ด วงเลี้ยวแคบสะใจ แถมองศาการปีนป่ายก็ออกแบบมาให้ลุยได้เต็มพิกัด (มุมปะทะหน้า 30 องศา / มุมจากหลัง 38 องศา)
ลุยได้ทุกโหมด : ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เลือกปรับได้หมดทั้ง 2H, 4H, 4L มาพร้อม Diff-Lock หลัง และระบบช่วยลงเขา (DAC) เรียกว่าของเล่นโรงงานให้มาครบจบในคันเดียว
...
ประสบการณ์ออฟโรดที่เปลี่ยนไป: ไม่ว่าจะอัดมาเต็มสปีดในโหมด 4H โยกหลบในโค้งแคบๆ หรือจะค่อยๆ คลานปีนหินชันๆ ในโหมด 4L Diff-Lock ตัวรถก็พาเราผ่านไปได้แบบชิลๆ ไม่มีความเครียดเหมือนเวลาขับรถกระบะหรือ PPV ทั่วไป นี่คือการยกระดับการขับออฟโรดให้เป็นเรื่องสนุกและง่ายดายขึ้นอย่างแท้จริง
ฟีลลิ่งพวงมาลัย: ตอนแรกที่รู้ว่าใช้ระบบ Rack and Pinion พร้อมพาวเวอร์ไฮดรอลิก แหมเราก็คิดในใจว่า "ยุคนี้แล้วเนี่ยนะ?" แต่พอได้จับจริงกลับต้องเซอร์ไพรส์ เพราะมันให้ความรู้สึกเบามือและแม่นยำคล้ายพวงมาลัยไฟฟ้า EPS มากๆ
อะไรที่ทำให้พวงมาลัย TOYOTA LAND CRUISER FJ เริ่ด ซึ่งเครื่องยนต์มีน้ำหนักเบาแค่ราวๆ 160 กก. ประกอบกับช่วงล่างที่สูง ทำให้น้ำหนักกดทับในแนวดิ่งน้อย วิศวกรจึงแค่ปรับแรงดันน้ำมันและรอบทดเกียร์ใหม่ ก็ได้พวงมาลัยที่ขับสบายแถมยังได้ความ "ถึกทน" สไตล์ LAND CRUISER ขนานแท้
...
สายเปลี่ยนต้องเลิฟ: อีกหนึ่งไฮไลต์คือการออกแบบชิ้นส่วนตัวรถให้ถอดเปลี่ยนแยกชิ้นได้แบบชิลๆ อารมณ์เหมือนต่อเลโก้ แม้กระทั่งไฟหน้าหรือไฟท้ายก็สามารถแยกส่วนเปลี่ยนได้พังตรงไหนเปลี่ยนตรงนั้น ไม่ต้องเหมารวมทั้งโคม แถมราคาอะไหล่ก็จับต้องได้ สมเหตุสมผลที่สุด
อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง Toyota Land Cruiser FJ
Toyota Land Cruiser FJ 2026 ราคาในไทย 1.2 ล้าน เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตรปรับจูนใหม่หมด
Toyota Land Cruiser FJ ผลิตในไทยด้วยฝีมือคนไทย ส่งขาย 60 ประเทศทั่วโลก