แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างยากลำบาก แต่รถอย่าง Mitsubishi Xpander Cross HEV (รุ่นปี 2026) ก็ยังพอลืมตาอ้าปากอยู่ได้บ้าง แน่นอนว่า 2-3 ปีมานี้ เราต่างรู้ดีว่ารถญี่ปุ่นโดนรถจีนกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์จนแบรนด์รถปลาดิบส่วนใหญ่ตั้งรับแทบไม่ทัน การชี้ให้เห็นถึงความเป็นธรรมด้านภาษีของแบรนด์เจ้าตลาดนั้น น่าจะมองไปที่อุตสาหกรรมหลักของประเทศที่แปรเป็น GDP มหาศาล ใช่ครับ ที่ผ่านมา เราเหมือนสาวแรกรุ่นนอนไม่ใส่เสื้อผ้าแถมยังเปิดประตูบ้านอ้าซ่าเอาไว้ให้คนแปลกหน้าเข้ามาขายของโดยไม่ต้องจ่ายภาษีนำเข้า การเร่งรีบผลักเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนมากจนหลงลืมเพื่อนเก่า นั่นดูเหมือนจะทำให้พันธมิตรเก่าแก่ทางธุรกิจรถยนต์เสียเปรียบในเรื่องการทำราคา ส่งให้บรรดาซับพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทยถึงกับไปไม่เป็นเมื่อยอดขายของรถญี่ปุ่นโดนแชร์ส่วนแบ่งจำนวนมากไปอยู่ในฝั่งจีน 

เอาเป็นว่า หากรัฐปรับภาษีรถจีนเมื่อไหร่ แบรนด์ญี่ปุ่นผู้เล่นหน้าเดิมก็ควรจะต้องยกระดับรถยนต์ของตัวเองขึ้นไปให้มากกว่าที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ การผลิตรถยนต์รูปแบบใหม่ จัดเต็มงานภายในโดยไม่ลดต้นทุน ซับพลายเออร์เองก็ต้องปรับตัวรวมแรงรวมใจกับพี่ยุ่นผลิตชิ้นส่วนภายในดีๆ มีคุณภาพ มีรูปแบบและสีสันน่าใช้โดนใจคนที่กำลังมองหารถใหม่ให้ดีกว่าที่แล้วๆมา อัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่เอื้อให้กับจีนมากจนเกินไป นอกจากจะทำให้การแข่งขันเป็นธรรมมากกว่าเดิมแล้ว การแข่งกันสร้างรถดีๆในราคาไม่แพง ผลประโยชน์จะตกไปถึงมือผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าญี่ปุ่นทำรถออกมาแบบลดต้นทุนเพราะภาษีที่ไม่ได้เอื้อประโยชน์เหมือนจีน รถแดนมังกรที่เพิ่งจะเข้ามาขายเพียงแค่ไม่กี่ปี....อาจใช้ความได้เปรียบในหลายจุดขึ้นไปครองตัวเลขส่วนแบ่งในตลาด ก็มีความเป็นไปได้สูง





Mitsubishi Xpander Cross HEV (รุ่นปี 2026) เป็นการยกระดับรถครอสโอเวอร์/เอมพีวี จากรุ่นเครื่องยนต์สันดาปเดิม โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เชื่อมต่อด้วยระบบ Full Hybrid e:Motion และการปรับจูนช่วงล่างใหม่  รูปลักษณ์ภายนอก  แน่นอนว่าแบรนด์นี้จะมีหน้าตาค่อนข้างอวกาศเน้นความทันสมัย  ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ Dynamic Shield  มีการเพิ่มรายละเอียดเพื่อบ่งบอกความเป็นรถ Hybrid และความสมบุกสมบันในสไตล์ Crossover ด้วยสัดส่วนความสูงที่มากกว่ารถเก๋ง  สัญลักษณ์ HEV ติดตั้งที่กระจังหน้า ด้านข้างประตูหน้า และฝาท้าย การตกแต่งสีฟ้า มีการตัดเส้นสายด้วยสีฟ้า (Blue Accent) ที่ชายล่างของกันชนหน้า-หลัง, สเกิร์ตข้าง และที่ล้ออัลลอย เพื่อสื่อถึงพลังงานสะอาด ระบบส่องสว่าง ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED รมดำ (Smoke Chrome)  ล้ออัลลอย: ขนาด 17 นิ้ว ลายเฉพาะรุ่น Cross  สีทูโทนและการตกแต่งขอบสีฟ้า ราวหลังคา ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน เพิ่มความอเนกประสงค์ในการบรรทุก

Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV รุ่นปี 2024-2026 มีการแบ่งรุ่นย่อยและราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 

ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Official Price)

Xpander HEV (รุ่นเริ่มต้น) ราคา 939,000 บาท 

Xpander Cross HEV (รุ่นท็อปตกแต่งสายลุย) ราคา 969,000 บาท (คันทดสอบ)

รายละเอียดสีตัวถังและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

 Xpander Cross HEV  มีตัวเลือกสีพิเศษที่เป็นแบบ ทูโทน (หลังคาดำ) ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

สีทูโทน สีขาวหลังคาดำ (White Diamond / Black Roof) และ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze / Black Roof) เพิ่มเงิน 15,000 บาท

สีโมโนโทนสีเทา (Graphite Grey) และ สีดำ (Jet Black Mica) ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

 Mitsubishi  Xpander Cross HEV  ราคา 969,000 บาท 





ดีไซน์ DYNAMIC SHIELD เวอร์ชันใหม่ล่าสุด กระจังหน้าพร้อมชุดตกแต่ง จากเส้นสายเรขาคณิตบนกันชนหน้าและกระจังหน้า กันชนหน้าแบบ Vertical Guard ไฟหน้า LED  ไฟตัดหมอก LED ขนาดใหญ่ ด้านหน้ากว้างขึ้น 50 มิลลิเมตร แผงตกแต่งข้างประตู ซุ้มล้อสีดำ มือเปิดประตูด้านนอก สีดำ หลังคาสีดำ Black Rood กระจกมองข้างสีดำ คิ้วขอบกระจกประตูสีดำเสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ ล้ออัลลอยสีทูโทนดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ยาง bridgestone ecopia ep150 ไซส์ 205/55R17 ราวหลังคาที่เพิ่มความอเนกประสงค์และตอบโจทย์การใช้งานสไตล์รถอเนกประสงค์เอสยูวี ประตูท้ายดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยวัสดุเปียโนแบล็ก เสาอากาศครีบฉลาม กันชนหลังพร้อมแผงกระแทกขนาดใหญ่ขึ้น







มิติตัวถังของ Xpander รุ่น Cross HEV จะมีความกว้างและสูงกว่ารุ่น Xpander HEV ปกติเล็กน้อยเนื่องจากชุดแต่งและการปรับความสูงใต้ท้องรถ ขนาดความยาว4,595 มิลลิเมตร กว้าง1,790 มิลลิเมตร สูง 1,750 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 205 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร แม้จะมีแบตเตอรี่ไฮบริดเพิ่มเข้ามา แต่ Mitsubishi ยังคงรักษาความสูงใต้ท้องรถไว้ที่ 205 มม. ซึ่งถือว่าสูงพอสำหรับการลุยน้ำท่วมขังหรือทางขรุขระในเมืองได้ดี สำหรับความจุถังน้ำมัน (Fuel Tank Capacity) หนึ่งในจุดที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นเบนซิน 1.5 เดิม (ซึ่งมีความจุ 45 ลิตร) คือ ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร (ลดลง 5 ลิตร เพื่อจัดวางระบบแบตเตอรี่ไฮบริด) ประเภทน้ำมัน รองรับเบนซินไร้สารตะกั่ว, แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20 





ห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander Cross HEV ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินและสีดำเปียโนแบล็ก แดชบอร์ดและเบาะนั่งดีไซน์ทูโทนสีน้ำตาล พวงมาลัยแบบใหม่ทรงสามก้าน หุ้มหนังแท้ มาพร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชัน หัวเกียร์และเบรกมือหุ้มหนัง พื้นที่ใช้สอยรองรับผู้โดยสารสูงสุด 7 คน 





เบาะแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 และเบาะแถวที่ 3 สามารถพับแยกแบบ 50:50 สามารถปรับเบาะทั้ง 2 แถวให้แบนราบเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับการจัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ จัดเรียงแผงควบคุมทั้งหมดเพิ่มทัศนวิสัยด้านหน้า เสียงรบกวนในห้องโดยสารลดลงด้วยการติดตั้งวัสดุดูดซับเสียง สวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศ ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 พร้อมช่องจ่ายกระแสไฟ 12 โวลต์ติดตั้งสำหรับผู้โดยสารทุกแถว
















จอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ มาตรวัดการขับขี่ TFT LCD พวงมาลัยพร้อมสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับวางสายโทรศัพท์และระบบล็อกความเร็ว กุญแจ KOS ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ การเชื่อมต่อบลูทูธ เครื่องเสียง 2DIN รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay & Android Auto จอภาพสั่งงานด้วยระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว จอภาพมาตรวัด TFT LCD ขนาด 8 นิ้ว  ช่อง USB   กล้องมองรอบคัน กรองอากาศในระบบปรับอากาศ

Mitsubishi Xpander Cross HEV รุ่นปี 2024-2026
ข้อมูลทางเทคนิค 
ระบบขับเคลื่อนและเครื่องยนต์ ใช้ระบบฟูลไฮบริดที่ Mitsubishi เรียกว่า e:MOTION ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ MIVEC ความจุ 1.6 ลิตร (1,590 ซีซี) (รหัส 4A92) กำลังสูงสุด (เครื่องยนต์) 95 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด (เครื่องยนต์) 134 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว (Permanent Magnet Synchronous Motor) กำลังสูงสุด 116 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตรแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ความจุ 1.1 kWh ติดตั้งไว้ใต้เบาะคู่หน้า ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า FWD พร้อมระบบกระจายแรงบิดขณะเข้าโค้ง Active Yaw Control

ระบบส่งกำลังและสมรรถนะ
เกียร์ ใช้ระบบเกียร์ไฟฟ้า e-CVT (Electric Continuously Variable Transmission) โหมดการขับขี่มีให้เลือก 7 โหมด (รวมโหมด EV, Normal, Wet, Gravel, Tarmac, Mud) อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง  เฉลี่ยประมาณ 19.2 กม./ลิตร (ตามมาตรฐาน Eco Sticker) อัตราเร่ง: 0-100 กม./ชม. ทำได้ประมาณ 9.7 วินาที




ช่วงล่าง ล้อ และยาง 
ช่วงล่างด้านหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง (มีการปรับจูนใหม่เพื่อรองรับน้ำหนักระบบไฮบริด) ช่วงล่างด้านหลังแบบคานแข็งทอร์ชันบีม  ระบบเบรก ดิสก์เบรก 4 ล้อ (หน้า-หลัง) ซึ่งเป็นจุดที่อัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาปปกติ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น Cross ยาง  ขนาด 205/55 R17 ระยะต่ำสุดถึงพื้น  205 มิลลิเมตร (สำหรับรุ่น Cross HEV) ระบบ AYC (Active Yaw Control)  ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง  หน้าจอแสดงผล จอ Full Digital ขนาด 8 นิ้ว ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย

ระบบความปลอดภัย Mitsubishi Xpander Cross HEV 2026

ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS

ระบบกระจายแรงเบรก EBD

ระบบเสริมแรงเบรก BA

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC

ระบบป้องกันการลื่นไถล TCL

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

ระบบไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง

กล้องมองภาพขณะถอยจอด

เข็มขัดนิรภัย ELR แบบ 3 จุด ทั้ง 7 ที่นั่ง

จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

ระบบกุญแจ Immobilizer

สัญญาณกันขโมย Security Alarm

ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ Speed Sensing Door Locking

ระบบป้องกันการเปิดประตูจากภายใน Child Protection Rear Doors Lock

ระบบเตือนคาดเข็มขัดเบาะนั่งคู่หน้า

ไฟส่องสว่างอัตโนมัติ Welcome & Coming Home Light






การทดสอบ Mitsubishi Xpander Cross HEV ในเมืองแบบใช้งานปกติในชีวิตประจำวัน 2-3 วัน หลังจากนั้นก็บึ่งออกนอกเมืองไปยังอำเภอด่านช้าง สุพรรณบุรี ฟิลลิ่งการขับของ Xpander Cross HEV ยังพอจะซื้อใจคนไทยกลุ่มใหญ่ที่ชอบรถสไตล์นี้  Xpander Cross HEV มีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากรุ่นเบนซินเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องความคล่องตัว การตอบสนองของระบบส่งกำลังไฮบริด e:Motion  สำหรับการขับขี่ในเมือง (City Driving) ถือเป็นจุดแข็งของ Cross HEV จากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดทันอกทันใจไม่ต้องรอก็ได้แรงบิดเพียงพอที่จะดันตัวรถให้เคลื่อนที่ได้อย่างว่องไว 



มอเตอร์ไฟฟ้า มีแรงบิด 255 นิวตันเมตร ทำให้การออกตัวจากสัญญาณไฟเขียว หรือการเร่งแซงในระยะสั้น ทำได้รวดเร็วและนุ่มนวลกว่ารุ่นเดิม  ไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์อีกต่อไป โหมด EV Priority ในช่วงรถติดหรือเคลื่อนตัวช้าๆ ในซอย สามารถกดปุ่มเข้าโหมด EV เพื่อใช้ไฟฟ้า 100% ทำให้ห้องโดยสารเงียบสนิทและประหยัดน้ำมันได้จริง ทัศนวิสัยการขับเคลื่อน ตำแหน่งที่นั่งสูงสไตล์ SUV ทำให้กะระยะรอบคันได้ง่าย  รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร ทำให้การกลับรถหรือถอยจอดในห้างสะดวกกว่ารถกระบะคันโต เรียกว่าใช้งานในเมืองได้คล่องตัวพอสมควร หาที่จอดง่ายไม่ใหญ่มากจนหน้ายื่น หรือจอดแล้วเสี่ยงโดนรถคันอื่นเฉี่ยวชน 




การขับเดินทางไกล ช่วงล่างที่ปรับมาใหม่เอี่ยมสดๆซิงๆของ Mitsubishi โดยมีการปรับจูนโช้คอัพและสปริงใหม่ เพื่อรองรับน้ำหนักแบตเตอรี่ที่เพิ่มเข้ามา ผลที่ได้ก็คือ รถมีความนิ่ง (Stability) มากขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง ถามว่าขับเร็วขนาดไหน ก็ตอบว่าบางจังหวะไปจนสุดคันเร่งบนเส้นทางภูเขาที่มีเนินเตี้ยๆ ค่า K สปริงและจุดยึดของช่วงล่างช่วยลดอาการโยนตัวเวลาเปลี่ยนเลน โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ สำหรับการเดินทางไกล โหมด Normal ระบบส่งกำลัง จะจัดการพลังงานให้แบบอัตโนมัติ แต่ถ้าเจอฝนตกหนัก การปรับไปใช้โหมด Wet จะช่วยเรื่องการควบคุมแรงบิดและการทำงานของระบบ Active Yaw Control (AYC) ทำให้เข้าโค้งได้มั่นใจมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ควรจะซ่าเนื่องจากรูปแบบของตัวรถและยาง การเก็บเสียง เมื่อมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยลดภาระเครื่องยนต์ ทำให้เสียงการทำงานของเครื่องยนต์ที่ความเร็วเดินทาง 2000 รอบต่อนาที เบาลงกว่ารุ่น 1.5 เดิมพอสมควร แต่ที่ความเร็ว 90-110 มีเสียงลมและเสียงยางเข้ามาให้ได้ยินพอสมควร 

ระบบช่วยขับขี่และการควบคุม Active Yaw Control (AYC)  ช่วยควบคุมแรงเบรกที่ล้อหน้าขณะเข้าโค้ง เพื่อลดอาการหน้าดื้อ ทำให้รถไซส์ 7 ที่นั่งรุ่นนี้เลี้ยวได้คมและแม่นยำขึ้นจนรู้สึกได้ ส่วนดิสก์เบรก 4 ล้อ การเปลี่ยนมาใช้ดิสก์เบรกหลัง ให้ความรู้สึกในการเหยียบเบรกมั่นใจมากขึ้น ระยะเบรกสั้นลงและคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น พวงมาลัยไฟฟ้ามีน้ำหนักกำลังดีและมีระยะฟรีตรงกลางที่สื่อให้เห็นถึงสมดุลของพวงมาลัย แม้สไตล์ของรถจะเป็นรถจ่ายกับข้าว ส่งลูกไปโรงเรียนของแม่บ้าน แต่ระบบบังคับเลี้ยวมีความแม่นยำพอใช้ได้ไม่ขี้เหร่




สำหรับความอเนกประสงค์และการใช้งานจริง แอร์ตอนหลังยังคงเป็นจุดเด่นในวันที่อากาศร้อนจัด  ทำให้ผู้โดยสารแถว 2 และ 3 เย็นสบาย ซึ่งเหมาะมากกับสภาพอากาศในประเทศไทยที่ร้อนตลอดปีตลอดชาติ ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถหรือ Ground Clearance มีตัวเลขอยู่ที่ 205 มิลลิเมตร ความสูงระดับนี้ช่วยให้ขับผ่านหลุมบ่อหรือน้ำรอการระบายในกรุงเทพฯ ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าใต้ท้องรถหรือแบตเตอรี่จะได้รับความเสียหายง่ายๆ




สำหรับการใช้งานประจำวัน ถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 40 ลิตร แม้รถจะประหยัดขึ้น (ประมาณ 13 -15 กม./ลิตร) แต่ด้วยถังน้ำมันที่เล็กลง อาจจะทำให้ระยะทางรวมต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง (Range) ไม่ได้ยาวกว่ารุ่นเดิมมากนัก ระบบช่วยขับขี่ (ADAS) น่าเสียดายที่ยังไม่มีระบบ Adaptive Cruise Control หรือระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติมาให้ ซึ่งอาจเป็นจุดที่ทำให้การขับทางไกลยังต้องพึ่งพาสมาธิของผู้ขับขี่เป็นหลัก โดยรวมแล้ว Xpander Cross HEV เป็นรถที่ ขับสนุกขึ้นและประหยัด เหมาะมากสำหรับเป็นรถคันเดียวของบ้านที่ใช้งานได้ทั้งรับส่งลูกในเมืองและไปเที่ยวต่างจังหวัดในวันหยุด 

สรุป
งานดีไซน์เอกลักษณ์ Dynamic Shield: เพิ่มเติมการตกแต่งด้วยสีฟ้า (Blue Accent) บริเวณกระจังหน้า, กันชนหน้า-หลัง, สเกิร์ตข้าง และล้ออัลลอย เพื่อเน้นย้ำภาพลักษณ์พลังงานสะอาด

ตัวถังยกสูง มีพื้นที่ใช้สอยพอเพียง มิติตัวถังของรุ่น Cross HEV กว้าง 1,790 มม. ยาว 4,595 มม. สูง 1,750 มม. หน้ากว้างขึ้น 50 มม. ใช้ไฟหน้า-ไฟท้าย LED รมดำ พร้อมกันชนหน้า-หลังและซุ้มล้อสีดำ ราวหลังคา และล้ออัลลอยสีทูโทน 17 นิ้ว รัดยาง Bridgestone Ecopia EP150 ไซส์ 205/55 R17

ราคา 
Xpander HEV (รุ่นเริ่มต้น) ราคา 939,000 บาท

Xpander Cross HEV (รุ่นท็อปสายลุย) ราคา 969,000 บาท

 สีตัวถังแบบทูโทน (หลังคาดำ) ได้แก่ สีขาว White Diamond และสีเขียว Green Bronze เพิ่มเงิน 15,000 บาท (ส่วนสีโมโนโทน Grey และ Black ไม่เพิ่มเงิน)

 

ขุมพลัง e:MOTION Full Hybrid

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC ขนาด 1.6 ลิตร (รหัส 4A92) กำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิด 134 นิวตันเมตร

มอเตอร์ไฟฟ้า ใช้มอเตอร์เดี่ยว กำลังสูงสุด 116 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 255 นิวตันเมตร

แบตเตอรี่: ลิเธียมไอออน ความจุ 1.1 kWh วางใต้เบาะคู่หน้า

ส่งกำลัง เกียร์ไฟฟ้า e-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)

อัตราสิ้นเปลืองและตัวเลขสมรรถนะ:

อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตาม Eco Sticker อยู่ที่ 19.2 กม./ลิตร (ใช้งานจริงประมาณ 13–15 กม./ลิตร)

อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ทำได้ประมาณ 9.7 วินาที

ถังน้ำมันลดความจุลงเหลือ 40 ลิตร (ลดลง 5 ลิตร เพื่อจัดวางแบตเตอรี่)

มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 7 โหมด (รวม EV, Normal, Wet, Gravel, Tarmac, Mud)

ภายใน ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย (Interior & Safety)

ห้องโดยสารอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง แดชบอร์ดและเบาะดีไซน์ทูโทนสีน้ำตาล เบาะแถว 2 พับ 60:40 และแถว 3 พับ 50:50 แบนราบได้ มีแอร์หลังที่ทำความเย็นได้ดีเยี่ยมเหมาะกับเมืองไทย พร้อมวัสดุดูดซับเสียงที่ทำให้ห้องโดยสารเงียบลง

เทคโนโลยีและหน้าจอแสดงผล หน้าจอเรือนไมล์ TFT LCD ขนาด 8 นิ้ว หน้าจอกลางสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Android Auto กุญแจ KOS ปุ่ม Push Start และกล้องมองรอบคัน

ช่วงล่างและระบบความปลอดภัย:

ปรับอัปเกรดเป็น ดิสก์เบรก 4 ล้อ ช่วยให้ระยะเบรกสั้นและมั่นใจขึ้น

ปรับสปริงและโช้คอัพใหม่ ทรงตัวดี นิ่งขึ้นที่ความเร็วสูง ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) คงไว้ที่ 205 มม. ลุยน้ำท่วมขังและทางขรุขระสบาย

ติดตั้งระบบ AYC (Active Yaw Control) ควบคุมแรงเบรกขณะเข้าโค้ง ลดอาการหน้าดื้อ ช่วยให้รถ 7 ที่นั่งเลี้ยวได้คมขึ้น

ระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน (ABS, EBD, BA, ASC, TCL, HSA, ถุงลมคู่หน้า ฯลฯ)
 จุดเด่น ขับสนุก อัตราเร่งทันใจจากแรงบิด 255 นิวตันเมตร ออกตัวนุ่มนวล เงียบและประหยัดขึ้นชัดเจนในเมืองด้วยโหมด EV รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร กะระยะง่าย ช่วงล่างนิ่งมั่นใจ และมีระบบ AYC ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ




ข้อสังเกต ถังน้ำมันขนาด 40 ลิตร ทำให้ระยะทางวิ่งต่อถังไม่ได้ยาวขึ้นกว่าเดิม ขาดระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เช่น Adaptive Cruise Control หรือระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ  Xpander Cross HEV เป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ เป็นรถคันเดียวของบ้านที่คุ้มค่าในระยะยาวถ้าคิดจะใช้เป็น 10 ปี เหมาะทั้งการใช้งานในเมืองและพาครอบครัวเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดสำหรับคนที่ไม่สะดวกจะไปยานยนต์ไฟฟ้าละครับ. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/