ใหญ่โต หนักแน่น บึกบึน รองรับงานโหดหิน นี่คือกระบะซูปเปอร์เหนียว Ford Ranger SUPER DUTY ปิคอัพทรงมะกัน 4 ประตู ที่มีน้ำหนักรถรวมบรรทุก 4,500 กิโลกรัม (4.5 ตัน)  น้ำหนักลากจูงที่ดุดันในการลากเทรลเลอร์บ้านหนัก 6 ตัน ถังน้ำมันใหญ่ยักษ์ 130 ลิตร ทำระยะทางไกลลิบโดยไม่ต้องแวะปั๊มบ่อยๆ การใส่น็อตยึดล้อแบบ 8 รู เครื่อง บ่งบอกถึงงานวิศวกรรมที่ไม่ธรรมดาที่หยิบยืมมาจาก Super Duty F250 เครื่องดีเซล V6 3.0 เทอร์โบ ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4A-4WD ผลิตในประเทศไทยที่โรงงาน AAT  ระยอง เครื่องจูนมาเนียนๆ ไม่เน้นกระโชกโฮกฮาก แรงบิด 600 นิวตันเมตร แบกน้ำหนักกระบะหลัง 1 ตันถึงกับวิ่งปลิว นี่ถ้าพวกกระบะคอกได้ลองขับก็จะหลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น 

Ford Ranger Super Duty (รุ่นปี 2026) เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการด้วยราคา 1,599,000 บาท ในรุ่น Double Cab 3.0L V6 Turbo 4WD 10AT


...





Ford Motor Thailand จัดรีวิวและทดสอบการขับขี่ของกระบะตัวใหม่ผู้เข้ามาเบิกเส้นทางใหม่ของการผจญภัย แน่นอนว่า พีอาร์และผู้บริหาร พยายามตอกย้ำถึงสมรรถนะของ Ranger Super Duty รถกระบะที่มาพร้อมนิยาม โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ! แต่ก็ไม่รู้จะดุไปทำไมเพราะนี่คือรถกระบะใช้งานที่บรรทุกและลากจูงได้มากที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เอาง่ายๆคือ Super Duty เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่รถกระบะผลิตในประเทศไทย ซึ่งไม่เคยมีรถกระบะที่บรรทุกและลากจูงได้มากขนาดนั้น การจัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะสำหรับสื่อมวลชนเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน เพื่อพิสูจน์ความแกร่งของรถรุ่นใหม่จากแบรนด์ Ford  เส้นทางทดสอบ มีทั้งการขับบนทางเรียบ เส้นทางธรรมชาติที่กระบะขับสี่ทั่วไปยังเอาตัวไม่รอดและในสนามออฟโรดที่จำลอง 8 สถานีสุดหิน  ออกแบบผังสนามมาเพื่อพิสูจน์ขีดความสามารถการควบคุมรถของสื่อว่าจะรอดหรือร่วง ทดสอบกำลังแรงบิด ความทนทานเมื่อต้องรับแรงที่เกิดขึ้นขณะใช้งานหนัก เทคโนโลยีอัจฉริยะ 

...

Ranger Super Duty รถกระบะใหม่ในตลาดรถกระบะขนาดกลาง ออกแบบโดยทีมวิศวกร Ford เป็นการยกระดับ Ford Ranger ขึ้นไปอีกขั้นและผลิตจากโรงงาน ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือเอเอที แน่นอนว่า การพัฒนาเพื่อรองรับการใช้งานหนัก เน้นความสามารถในการลากจูงและการบรรทุกที่เหนือกว่าเมื่อเทียบกับรถกระบะที่ขายอยู่ในตลาดไทย ณ ปัจจุบัน Super Duty แตกต่างจาก Raptor ตรงวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เน้นตอบโจทย์นักเดินทางสายลุยที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูง เพื่อการผจญภัยในเส้นทางออฟโรดสุดท้าทาย รวมถึงผู้ประกอบการหรือองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก ซึ่งรถกระบะทั่วไป อาจไม่สามารถรองรับได้ Ranger Super Duty มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ความอเนกประสงค์ เป็นรถคู่ใจสำหรับงานหนักทุกภารกิจ ทั้งในเมือง นอกเมือง 


...



Ford Ranger Super Duty ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการรถกระบะที่พร้อมลุย รองรับการใช้งานหนัก การผจญภัยบนเส้นทางวิบาก ใช้ชีวิตในวันพักผ่อนกับครอบครัว กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมตั้งแต่เจ้าของธุรกิจการเกษตรที่มองหารถกระบะที่มีพละกำลังในการลากจูงและขับเคลื่อนสี่ล้อ ไปจนถึงกลุ่มคนที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการระบบขับเคลื่อนที่รองรับการลากพ่วง พร้อมขับลุยเส้นทางออฟโรด กลุ่มคนที่เน้นการเดินทางออฟโรดโดยเฉพาะ ด้วยความแกร่งในระดับที่ไม่เคยมีกระบะคันไหนทำได้มาก่อน รองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม  น้ำหนักรวมบรรทุก (GVM) สูงสุด 4,500 กิโลกรัม และน้ำหนักรวมบรรทุกพร้อมลากจูง (GCM)2 สูงสุด 8,000 กิโลกรัม หรือ 8 ตัน แม่เจ้า จะลากอะไรกันหนักขนาดนั้น 

...





เครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 เทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4A-4WD
เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแบบ V6 ความจุ 3.0 ลิตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล B20 ขึ้นไป ปริมาตรความจุ 2,993 ซีซี กระบอกสูบ 84.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 90.0 มิลลิเมตร ลำดับการจุดระเบิด 1-4 2-5 3-6 อัตราส่วนกำลังอัด 16.0-1 เพลาลูกเบี้ยวแบบคู่ Dual Overhead cam กำลังสูงสุด 250 แรงม้า ที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,250 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter เบรกมือไฟฟ้า มาตรฐานมลพิษ EURO-5 ช่วงล่างด้านหน้า Double Wishbone คอยล์สปริง เหล็กกันโคลงด้านหลัง Leaf Spring แหนบซ้อน ระบบเบรก ด้านหน้าดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลัง ดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อน 




บนเส้นทางทดสอบบวกน้ำหนักบรรทุกท้ายกระบะ 1 ตัน เป็นระยะทางเกือบ 90 กิโลเมตร วิ่งไปชิลๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่ถ่วงกระบะท้าย ส่วนท้ายของรถ แม้จะมีน้ำหนักกดลงไปถึง 1,000 กิโลกรัม แต่ท้ายก็ไม่ได้ห้อยลงต่ำ ห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™ รวมถึงระบบเชื่อมต่อบลูทูธ พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A ที่มอบความบันเทิงตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ ยังมั่นใจด้วยเทคโนโลยีช่วยการขับขี่ขั้นสูงมากมาย เช่น ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop&Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยโดยไม่แยงตาผู้ร่วมทาง ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง ระบบตรวจจับรถในจุดบอดและระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด รวมถึงระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความคล่องตัว ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 130 ลิตร ที่ติดตั้งจากโรงงานยังให้การเดินทางระยะไกล หรือทำงานหนัก รวมถึงการใช้งานออฟโรดที่ยาวนานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมน้ำมันบ่อยครั้ง 












กล้องรอบคัน 360 องศา  ช่วยในการขับขี่ผ่านทางแคบและเนินชัน  สามารถเห็นสภาพเส้นทางและอุปสรรคภายนอกตัวรถได้อย่างชัดเจน Ranger Super Duty ยังติดตั้งแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ Heavy Duty  ผลิตจากวัสดุเหล็กหนา 3.6 มิลลิเมตร  ออกแบบมาเป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้างรถ ครอบคลุมตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงถังน้ำมัน ทำให้การขับขี่ผ่านสิ่งกีดขวางหรือเส้นทางหฤโหดทำได้อย่างมั่นใจ  การยืดยุบของช่วงล่าง มุมปะทะและมุมจาก เมื่อขับผ่านหลุมสลับ การขับขี่บนเนินเอียง  ฐานล้อที่กว้างทำงานร่วมกับยาง All Terrain ทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะพื้นผิวออฟโรดทำได้ดี การขับขึ้นลงทางลาดชันกว่า 30 องศา  ทำได้อย่างสบายๆ ส่วนการทดสอบความสามารถในการลุยน้ำลึก  850 มิลลิเมตร ซึ่งสูงกว่า Ranger รุ่นมาตรฐาน 50 มิลลิเมตร จุดระบายอากาศของระบบสำคัญ เช่น เกียร์ กล่องเกียร์ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงและ   ถัง AdBlue  Ford แจ้งว่า ได้ทำการติดตั้งไว้อย่างปลอดภัยเหนือระดับ 850 มิลลิเมตร 









ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist) ซึ่งช่วยลดวงเลี้ยวของรถให้แคบลงเมื่อขับขี่ในพื้นที่    ออฟโรดที่จำกัด เมื่อเปิดใช้งานระบบ เมื่อผู้ขับหักพวงมาลัยเกือบสุดไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ระบบจะทำการเบรกล้อหลังด้านใน (ล้อที่อยู่ฝั่งเดียวกับทิศทางที่เลี้ยว) ในขณะที่ล้ออื่นๆ ยังคงขับเคลื่อนอยู่ ทำให้รถสามารถหมุนรอบตัวเองได้ง่ายขึ้นและมีวงเลี้ยวที่แคบลง 










ช่วงบ่ายมาถึงกับการลุยบนเส้นทางหฤโหดที่อาจสร้างปัญหาให้กับรถที่ไม่พร้อมได้ง่ายๆ การขับขึ้นไปยอดเขาระเบิด ที่อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางดินลูกรังที่ขึ้นชื่อเรื่องความลาดชันสุดติ่ง เขาระเบิดนั้นขับขึ้นยาก จากความชันและความคับแคบ ร่องน้ำ หิน โค้งที่แคบจนแทบจะต้องถอยหลังอีกครั้งถึงจะผ่านไปได้ เขาระเบิดเต็มไปด้วยอุปสรรคลาดชัน ร่องน้ำธรรมชาติ โค้งหักศอก ทางหิน โครงแชสซีแบบเฟรมบันไดใช้เหล็กเสริมแรงที่หนาขึ้น แขนช่วงล่างไม่ได้ทำจากเหล็กพับ แต่ทำจากอลูมิเนียมหล่อหนา เฟืองท้ายด้านหลังนำมาจาก Transit – แล้วอัพเกรดพร้อมกับเพลาขับ – ซึ่งส่งกำลังไปยังดุมล้อแปดรูที่ยืมมาจาก F-250 Super Duty แหนบหลังถูกยืดและเสริมความแข็งแรง เบรกใหญ่ขึ้น พัดลมระบายความร้อนของเครื่องยนต์แรงขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ ชุดเกียร์ก็เปลี่ยนไป และระบบส่งกำลังก็ได้รับการปรับแต่งใหม่ ถังน้ำมันขนาดใหญ่ ความจุ 130 ลิตร มีแผ่นเหล็กเสริมความแข็งแรง 4 มม. – บางจุดเสริมเป็นสองเท่า – ซึ่งสามารถรับน้ำหนักของรถได้ (ในกรณีที่ติดหินก้อนใหญ่)




ระบบขับเคลื่อนส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่ ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ซึ่งหลายคนคุ้นเคยกันดีจาก Ranger มาตรฐาน ใช้ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ในการออกตัวจากจุดหยุดนิ่งในเกียร์ 1 และเกียร์ถอยหลัง เหมือนกับเกียร์อัตโนมัติทั่วไป แต่เกียร์นี้มีชุดเฟือง planetary gear sets สี่ชุดเพื่อเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ 10 อัตราทด โดยใช้คลัตช์หกตัว สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ ข้อดีคือ  ต่างจากเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ทอร์คคอนเวอร์เตอร์มีโอกาสน้อยที่จะร้อนจัดเมื่อลากจูงหรือรับน้ำหนักมาก ในขณะเดียวกัน คลัตช์จะไม่ถูกใช้งานในช่วงออกตัว ซึ่งเป็นช่วงที่มักเกิดการสึกหรอมากที่สุดในเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่




โดยพื้นฐานแล้ว เกียร์ 10 สปีด คือการรวมเอาข้อดีของหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน ลดสาเหตุทั่วไปของอาการเกียร์โอเวอร์ฮีทและการสึกหรอ จับคู่อัตราทดเกียร์ที่เหมาะสมกับแรงบิดของเครื่องยนต์ V6 ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพRanger Super Duty มีเกียร์ต่ำสำหรับขับขี่แบบออฟโรด โดยใช้เกียร์ 4A บนถนนโล่ง  ขับเคลื่อนล้อหลังเป็นส่วนใหญ่ แต่จะส่งกำลังไปยังล้อหน้าอย่างนุ่มนวลเมื่อตรวจพบการสูญเสียการยึดเกาะ เช่น ในโค้ง สามารถเลือกเกียร์สูงและต่ำได้จากปุ่มในคอนโซลกลาง  มีแป้นหมุนสำหรับเลือกโหมดภูมิประเทศ ตามสภาพแวดล้อม ระบบล็อกเฟืองท้ายหน้าและหลัง ระบบควบคุมการขับลงเนิน  ระบบช่วยเลี้ยวในเส้นทางแคบ ซึ่งสามารถเบรกล้อหลังด้านในเพื่อช่วยในการทำให้หมุนรถในโค้งแคบๆ  ทั้งหมดสังเกตการณ์ผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์ ส่วนความเร็วของการลงเนิน เลือกโดยใช้ปุ่มควบคุมความเร็วบนพวงมาลัย




เมื่ออยู่หลังพวงมาลัยที่คุ้ยเคยของ Ranger บนเส้นทางที่ยากลำบาก คุณจะรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของ Ranger Super Duty แต่เมื่อไม่บรรทุกสัมภาระการควบคุมรถแบบวิ่งตัวเปล่านั้นกลับดีขึ้นมาทันตาเห็น  แน่นอนว่า Ranger Super Duty ไม่ใช่ Raptor และไม่ใช่รถที่คุณต้องขับแบบซิ่งเหมือนรถไฟเหาะตีลังกาเมื่อเข้าโค้งหรือกระโดดผ่านเนินดินเตี้ยๆ (อย่าหาทำ) ยาง AT bridgestone dueler ขนาด 33 นิ้ว สำหรับทุกสภาพพื้นผิว ทำให้รู้สึกประหลาดใจกับแรงยึดเกาะบนถนน  มีเสียงเล็กน้อยเมื่อใช้งานถึงขีดจำกัด แต่ก็ยังให้การยึดเกาะที่เพียงพอเมื่อขับบนเส้นทางออฟโรด Ranger Super Duty มีการยึดเกาะถนนที่ดี เป็นเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และการปรับจูนระบบรองรับ ทีมงานของ Ford ภาคภูมิใจที่ทำให้รถคันนี้ขับได้ดีและสื่อมวลชนต่างลงความเห็นว่า แม้จะแข็งแต่ก็ไม่ได้มากจนนั่งไม่สบาย การขับที่มีความยืดหยุ่นสูงของ Super Duty ทำให้เกิดความอเนกประสงค์ของการใช้งานที่หลากหลายและครอบคลุมมากกว่ากระบะขับสี่ทั่วไป





บนเขาระเบิด การขับขี่บนเส้นทางออฟโรดในเกียร์ต่ำด้วยสปีดที่เร็วพอๆกับการเดินป่า เลือกเกียร์ที่ถูกต้องด้วยตนเอง (โดยใช้ปุ่มด้านข้างของคันเกียร์) มองหาโหมดภูมิประเทศที่เหมาะสมกับเส้นทางแล้วใช้หมุนปุ่มสั่งงาน การเปิดใช้งานระบบควบคุมการลงเนิน (บนหน้าจอที่ถูกต้อง) และการตั้งความเร็ว (ด้วยปุ่มควบคุมความเร็วอัตโนมัติ) ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่ทั้งหมดทำงานได้ดีเยี่ยม ขับลงเนินชันที่มีหิน ง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีอยู่ในตลาด หน้าจอขนาดใหญ่พร้อมกล้องหน้า ทำให้คุณมองเห็นพื้นข้างหน้าทั้งหมด จุดที่คับแคบแบบหักศอกก็เปิดใช้งาน Trail Turn Assist  ช่วงล่างด้านหลังมีความยืดหยุ่นและการเคลื่อนที่อย่างแข็งแกร่งในสภาวะสุดขั้ว Super Duty ทำได้ดีมาก เป็นกระบะคันโตที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าที่คิดเอาไว้แต่แรก. 





Ford Ranger Super Duty (รุ่นปี 2026) เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการด้วยราคา 1,599,000 บาท ในรุ่น Double Cab 3.0L V6 Turbo 4WD 10AT

ฟีเจอร์ไฮไลท์ที่ทำให้ Ford Ranger Super Duty เป็นรถกระบะที่โดดเด่นแตกต่างเมื่อเทียบกับรถกระบะที่จำหน่ายในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้ 

ความสามารถในการบรรทุก และลากจูง ระดับ Heavy Duty แกร่งสุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนามา

รองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม1

น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (GVM) สูงสุดถึง 4,500 กิโลกรัม2

น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) สูงสุดถึง 8,000 กิโลกรัม 

ระบบช่วงล่างอัปเกรดใหม่ทั้งหมด พร้อมโครงใหม่และแหนบหลังที่ยาวขึ้น ออกแบบเฉพาะเพื่อเพิ่มความสามารถบรรทุกและลากจูง

ปีกนกมีความหนามากที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนาสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ มีความแข็งแรงและออกแบบมาเพื่อบรรทุกหนัก  

จุดยึดสปริงและปีกนกล่างปรับให้ยกสูง เพื่อป้องกันการกระแทกเมื่อใช้งานออฟโรด

เพลาขับหน้า และหลังที่พัฒนาใหม่ให้แข็งแรงขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักได้มากขึ้น  

เฟืองท้ายแบบใหม่ ซึ่งเป็นเฟืองท้ายที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดที่เคยติดตั้งในฟอร์ด เรนเจอร์ ตั้งแต่เคยผลิตมา

โครงสร้างที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ ให้แข็งแรงขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไปถึง 70–80 กก. เนื่องจากใช้โลหะที่มีความหนากว่าและมีจุดเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติม เพื่อให้รับกับสมรรถนะเพื่อการบรรทุกและลากจูงของหนักได้อย่างเต็มที่

กันชนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง ทำให้กันชนมีความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้ดีขึ้น สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กเพิ่มเติม เช่น ไฟสปอร์ตไลท์และเสาอากาศ ลงบนกันชนได้ทันที กันชนเหล็กยังช่วยเพิ่มการป้องกันด้านหน้าจากการกระแทกและช่วยปกป้องตัวรถจากอุปสรรคต่างๆ ขณะขับขี่ออฟโรดได้

ล้อเหล็ก Heavy Duty น็อต 8 ตัว พร้อมยาง All Terrain LT ขนาด 33 นิ้ว การใช้น็อต 8 ตัว รวมถึงใช้วัสดุเหล็กช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความสามารถในการกระจายน้ำหนักได้ดีกว่า ลดโอกาสเกิดความเสียหายของล้อและดุมล้อ รับแรงกระแทกได้มากกว่าล้อทั่วไป 


โครงสร้างระบบกันสะเทือนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ระบบกันสะเทือนที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีโครงสร้างใหม่และแหนบหลังที่ยาวขึ้น ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักและการลากจูง รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และทำให้รถมีเสถียรภาพมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้นเมื่อขับขี่แบบออฟโรด

ห้องโดยสารภายใน ได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบายและล้ำสมัย พร้อมความทนทานและสามารถรองรับการใช้งานจริงได้ ภายในตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ ‘SUPER DUTY’ ที่แผงคอนโซลหน้า  

อัดแน่นด้วยสมรรถนะออฟโรด ไม่ว่าจะเป็น

ระบบล็อกเฟืองท้ายหน้าและหลังแบบไฟฟ้า ให้แรงยึดเกาะสูง 

ระยะต่ำสุดจากพื้น 296 มม. และความกว้างฐานล้อ 1,710 มม. 

มาพร้อมโหมดการขับขี่ครบครัน 7 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง โหมดถนนลื่น โหมดโคลน โหมดทราย โหมดหิน

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist) 

แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถแบบ Heavy Duty ปกป้องบริเวณเฟืองหน้า เกียร์ และชุดส่งกำลัง ด้วยวัสดุเหล็กหนา 3.6 มม. โดยแผ่นกันกระแทกบริเวณถังน้ำมันมีความหนัก 130 กก. และออกแบบมาให้เป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้าง ช่วยรองรับการเคลื่อนผ่านสิ่งกีดขวางได้

ข้อมูลอื่นๆ

มิติตัวรถ

กว้าง 2,035 x ยาว 5,447 x สูง 1,975 มิลลิเมตร

ความยาวช่วงล้อ 3,270 มิลลิเมตร

ความกว้างช่วงล้อหน้า 1,710 ล้อหลัง 1,710 มิลลิเมตร

ระยะต่ำสุดจากพื้น 296 มิลลิเมตร

มิติกระบะ กว้าง 1,416 x ยาว 1,471 x สูง 513 มิลลิเมตร

ความสามารถในการลุยน้ำ 850 มิลลิเมตร

ขุมพลังและระบบส่งกำลัง

เครื่องยนต์ดีเซล วี 6 ขนาด 3.0 ลิตร แบบ 6 สูบ 24 วาล์ว เทอร์โบชาร์จเจอร์

ความจุกระบอกสูบ 2,993 ซีซี

กำลังสูงสุด 210 แรงม้า (154 กิโลวัตต์) ที่ 3,250 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 รอบต่อนาที 

เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมการปรับจูนใหม่สำหรับงานหนัก

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ 4A พร้อมโหมด 4H และ 4L

ความสามารถในการบรรทุก

น้ำหนักรถรวมบรรทุก (GVM) 4,500 กิโลกรัม

น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) 8,000 กิโลกรัม

แชสซีและระบบกันสะเทือน

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบเฮฟวี่ดิวตี้ อิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง

ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนเฮฟวี่ดิวตี้

ระบบเบรกหน้าและหลังแบบดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อนแบบเฮฟวี่ดิวตี้

ระบบบังคับเลี้ยวพาวเวอร์แบบช่วยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า

เฟืองท้ายดิฟล็อกแบบไฟฟ้าหน้าและหลัง

มาตรฐานไอเสียยูโร 6

ความจุถังน้ำมัน 130 ลิตร 

ชุดแผ่นเหล็กกันกระแทกใต้ท้องรถแบบเฮฟวี่ดิวตี้

ชนิดเชื้อเพลิง ไบโอดีเซลที่มีส่วนผสมไม่เกิน 20% (B20)

ล้ออัลลอย 18 นิ้ว 

ยาง All-Terrain ขนาด 33 นิ้ว LT275/70R18 พร้อมล้ออัลลอยแบบน็อต 8 ตัว ขนาด 18 x 8.5 นิ้ว

อุปกรณ์ภายนอก

ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED

ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED รูปี C-Clamp

ระบบปัดน้ำฝนพร้อมที่ฉีดน้ำแบบอัตโนมัติ

ไล่ฝ้ากระจกหลัง

ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED

กระจังหน้าพิเศษแบบ Super Duty

ตะขอลากจูงคู่หน้าและหลังแบบเฮฟวี่ดิวตี้

คิ้วล้อแบบเฉพาะ Super Duty

กระจกมองข้างขนาดใหญ่พิเศษ ปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟส่องสว่างข้างตัวรถ

ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน

บันไดข้างแบบออฟโรด 

บันไดเหยียบข้างกระบะท้าย

กันชนหน้าเหล็กสีดำ

กันชนหลังสีดำ

ไฟเบรกดวงที่ 3

พื้นปูกระบะท้ายพร้อมช่องต่อไป 230 โวลต์ (400 วัตต์)

ฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift

อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย

โหมดการขับขี่ 7 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง โหมดถนนลื่น โหมดโคลน โหมดทราย โหมดหิน

แท่นชาร์จไร้สาย

กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ

ช่องต่อ USB ที่กระจกมองหลัง

หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 8 นิ้ว

ช่องต่อไฟ 12 โวลต์ 1 ช่อง พร้อมช่องต่อไฟ 230 โวลต์ (400 วัตต์) 1 ช่อง

กระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมระบบเปิด-ปิดแบบสัมผัสเดียว

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา

เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอากาศและระบบบันทึกตำแหน่งเบาะที่นั่ง

เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอากาศ

เบาะหนังและหนังสังเคราะห์

พวงมาลัยไฟฟ้าพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

ช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด Upfitter Switches 

ระบบเครื่องเสียง

หน้าจอสีแสดงผลแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12  นิ้ว

รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™

ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A

ระบบ Ford App

ลำโพง 6 ตัว

ความปลอดภัย

ถุงลมนิรภัย 7 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านถุงลมนิรภัย / และถุงลมบริเวณหัวเข่า

ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน

ระบบช่วยเลี้ยวออฟโรด

สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า

สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง

กล้องมองหลังขณะถอยจอด พร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา

ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA

ไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

เบรกมือไฟฟ้า

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control

ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM

ระบบช่วยควบคุมความเร็วในการขับออฟโรด Trail Control 

เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ3 จุด พร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ

เข็มขัดนิรภัยด้านหลังทั้งสามที่นั่งแบบ 3 จุด

จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

สัญญาณกันขโมย

ระบบช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ

สีภายนอก

สีขาว อาร์คติค ไวท์ 

สีดำ แอบโซลูท แบล็ค 

สีเทา คอมมานด์ เกรย์ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

สีเขียว แทร็กชัน กรีน (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

สีทะเลทราย ไซส์มิค แทน (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/