Riddara รถกระบะไฟฟ้าที่กำลังทำตลาดในไทย แน่นอนว่า กลุ่มรถประเภทนี้ยังมีคู่แข่งรุ่นใหม่ที่น่าสนใจอย่าง Toyota Hilux Travo e รถกระบะสองตอนพลังงานแบตเตอรี่ แต่ Riddara RD6 วิ่งได้ไกลกว่าจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ การนำแชสซีของรถอเนกประสงค์มาดัดแปลงเป็นรถกระบะ แม้จะบรรทุกได้ไม่มากเท่ากระบะพันธ์ุแท้ แต่ได้ช่วงล่างแบบรถเอสยูวีเฟรมโมโนค็อกที่ขับและนั่งได้สบายตัวกว่าช่วงล่างแบบแหนบซ้อนที่เน้นความแข็งแกร่งพร้อมงานบรรทุกหนัก
...
Geely Holding Group บริษัทแม่ของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Volvo, Polestar, Smart, Zeekr และ Lotus ทำให้ทุกแบรนด์ สามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และความเชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้าและฮาร์ดแวร์ที่ Geely บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีนมีอยู่ได้อย่างสะดวกโยธิน กระบะไฟฟ้า Riddara ยังขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ จริงๆแล้ว Riddara RD6 ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้ในตลาดนอกประเทศจีน รวมถึงประเทศไทย ซึ่งรถกระบะไฟฟ้าคันนี้ได้เปิดตัวไปเกือบๆจะสองปีแล้ว โครงสร้างพื้นฐาน พัฒนามาจากแพลตฟอร์ม Sustainable Experience Architecture (SEA) ของ Geely ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในรถยนต์รุ่นต่างๆ เช่น Volvo EX30 , Polestar 4 , Smart #1 และ Zeekr X เวอร์ชันที่ใช้ใน RD6 เรียกว่า Multiplex Attached Platform
RIDDARA RD6 73 kWh Single Motor 2WD 999,000 บาท
อย่างที่บอกว่า Riddara ต่างจากรถกระบะไฟฟ้าในกลุ่มเดียวกัน RD6 ใช้แชสซีแบบโมโนค็อกแทนที่จะเป็นแชสซีออนเฟรม กันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท กันสะเทือนหลังอิสระ มัลติลิงค์ ในจุดนี้เองที่ทำให้เกิดความแตกต่างจากรถกระบะทั่วไป Riddara RD6 รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง มีกำลังลากจูง 2500 กิโลกรัม น้ำหนักบรรทุก 755-775 กก. (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) สถิติที่น่าประทับใจของ Riddara RD6 AWD คือ น้ำหนักบรรทุก 865 กิโลกรัม และกำลังลากจูง 3000 กิโลกรัม Geery แจ้งว่า รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อรุ่นนี้ ลุยน้ำลึกได้ถึง 815 มิลลิเมตร มีระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 225 มิลลิเมตร
...
...
...
มิติตัวรถ RD6 4×2 มีขนาดพอๆกับรถกระบะยอดนิยมอย่าง Ford Ranger และ Toyota Hilux โดยมีความยาว 5,260 มม. ความกว้าง 1,900 มม. ความสูง 1,880 มม. ฐานล้อยาว 3,120 มม.มิติพื้นที่ขชองกระบะท้าย มีความยาว 1525 มม. กว้าง 1450 มม. สูง 540 มม. เล็กกว่า Toyota HiLux และ Ford Ranger ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ยาง chaoyang radial RP76 + ไซล์ 235/60R18 107H พื้นที่ส่วนท้ายของกระบะบรรทุกสัมภาระ บุด้วยวัสดุรองรับแบบแมคไลเนอร์ พื้นที่ 1,200 ลิตร และ RD6 มีระบบจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (V2L) กำลังไฟ 21 กิโลวัตต์ ผ่านแผงควบคุมในกระบะ ชุดจ่ายกระแสไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก V2L ดึงไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ตู้เย็นขนาดเล็ก ไฟส่องสว่าง และระบบเครื่องเสียง ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางไปตั้งแคมป์ทำกิจกรรมกลางแจ้งกับครอบครัว Geeryแจ้งว่า ในขั้นตอนของการพัฒนา Riddara RD6 ผ่านการทดสอบอย่างหนัก ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดในตะวันออกกลาง แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าของรถ ออกแบบให้ทนต่อความร้อนในช่วงฤดูร้อนของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
RD6 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถครอบครัวมากกว่ารถใช้งานหนัก มีอุปกรณ์ครบครันและมีบรรยากาศภายในที่หรูหราแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.2 นิ้ว ระบบสาระบันเทิงหรืออินโฟเทนเมนท์ หน้าจอสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว จอแสดงผลบนกระจกหน้ารถขนาด 9.0 นิ้ว ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบปรับได้ 72 สี เบาะนั่ง แผงหน้าปัด และแผงประตู หุ้มด้วยหนัง เย็บอย่างประณีต พื้นผิวส่วนใหญ่มีผิวสัมผัสนุ่ม ยกเว้นคอนโซลกลางที่เป็นพลาสติกแข็ง การจัดวางภายในห้องโดยสารดูเรียบร้อย ฟังก์ชั่นส่วนใหญ่ ควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว
หน้าจอมอนิเตอร์กลาง 14.6 นิ้ว ระบบสัมผัส มีเมนูที่ค่อนข้างใช้งานง่าย การตั้งค่าระบบต่างๆ ให้ตรงตามความต้องการ ไม่ใช่เรื่องยาก ระบบเสียงสเตอริโอ ลำโพง 8 ตำแหน่ง หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา บันไดข้าง ระบบช่วยเหลือผู้ขับ โหมดการขับขี่ ประหยัด (Economy), สบาย (Comfort), สปอร์ต (Sport), หิมะ (Snowfield), โคลน (Mud), ออฟโรด (Off-road) และน้ำ (Water) มีระดับการฟื้นฟูพลังงานสามระดับ (ต่ำ ปานกลาง และสูง) ภายในห้องโดยสาร แทบไม่มีอะไรให้ติ เบาะนั่งสบาย ทัศนวิสัยการมองในทุกทิศทางก็ดี ยกเว้นฟิลม์ของรถทดสอบที่เข้มมากจนขับลำบากในตอนกลางคืน
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสามก้านฐานตัดหุ้มหนังแท้ มีปุ่มควบคุมปรับตั้งค่าต่างๆ ทั้งระบบโทรศัพท์ ระบบเสียง การสั่งงานด้วยเสียง ระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ โหมดต่างๆ พวงมาลัยมีขนาดกำลังพอดี รวมถึงตำแหน่งท่านั่งก็จัดวางมาดี เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้าแบบ 6 ตำแหน่ง หัวเกียร์คล้ายรถเอสยูวี ใช้โยกเดินหน้าหรือถอยหลังเพื่อเปลี่ยนตำแหน่ง R N D ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ ไฟฉุกเฉิน แท่นชาร์จไร้สาย ที่วางแก้วเล็กไปนิด ที่ชอบก็คือการให้โทนสีภายใน ทั้งตัวเบาะ แดชบอร์ดและคอนโซล รวมถึงการเลือกวัสดุ ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว
เบาะหลังนั่งสบาย สอดคล้องกับการออกแบบของ RD6 ขอบประตูที่ต่ำทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน มีช่องแอร์ด้านหลัง มีช่องเก็บของที่ใช้งานได้สะดวกอยู่ใต้เบาะหลัง แต่มุมของพนักพิงตั้งตรงเกินไปเล็กน้อย แนวคิดพื้นฐานในการจัดวางอุปกรณ์ที่ขึ้นตรงกับความปลอดภัยทำให้มีการแยกสวิทช์ปรับกระจกมองข้าง สวิชท์ปรับอุณหภูมิ ปุ่มปรับโหมด ไฟฉุกเฉิน แยกออกมาจากจอภาพ ไม่ใช่เอาไปรวมไว้ในนั้นทั้งหมดซึ่งอาจทำให้ใช้งานได้ไม่สะดวกและปลอดภัย
ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของ RD6 ความจุแบตเตอรี่ 73 kWh มอเตอร์เดี่ยว ติดตั้งด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง 2WD กำลังสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ขนาดความจุ 73 kWh อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จไฟจนเต็ม เคลมวิ่งไกล 461 กิโลเมตร ขับจริง ใช้ความเร็วปกติ ทำได้ประมาณ 380-400 กิโลเมตร ชาร์จไฟกระแสสลับ AC 6.6 kW / ชาร์จไฟบ้าน DC 110 kW ตัวเลขการกินพลังงาน เฉลี่ยอยู่ที่ 15.6 - 16.7 kWh/100 กิโลเมตร
Riddara มีจุดเด่นด้านสมรรถนะจากมอเตอร์ขับเคลื่อน ช่วงล่างนุ่มนวลคล้าย SUV เนื่องจากโครงสร้างแชสซีแบบโมโนค๊อก ช่วงล่างหลังมัลติลิงค์ ไม่ใช่ลิบสปริง หรือแหนบที่เน้นบรรทุกหนัก อุปกรณ์เสริมสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย รองรับ V2L (Vehicle to Load) ปล่อยกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์แคมปิ้ง 6 kW
โครงสร้างแบบโมโนค็อกแทนที่จะเป็นแชสซีออนเฟรม แบบตัวถังแยกส่วน ทำให้การขับขี่นุ่มนวล เงียบสงบน่าประทับใจ (เนื่องจากไม่มีเครื่องยนต์มารบกวนความสงบ) คุณจะได้ยินเสียงหึ่งเบาๆ จากมอเตอร์ไฟฟ้าขณะออกตัว เสียงลม บริเวณเสา A เมื่อความเร็วถึงระดับ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง RD6 เร่งความเร็วได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ เหยียบคันเร่งเต็มที่ ต้องการพื้นที่ด้านหน้าโล่งๆ และไกล ไม่งั้นต้องใช้เบรกไปตลอด มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง มีแรงบิดเหลือเฟือมากเกินพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน กดทีเดียวแซงรถได้ทั้งฝูง แต่การกดคันเร่งต่อเนื่องก็ทำให้กินไฟอยู่เหมือนกัน ความเร็วเดินทาง 80 -90 กิโลเมตร ดูจะประหยัดไฟในแบตเตอรี่มากที่สุด ขับช้ากว่านั้นอาจอันตรายเพราะสิบแปดล้อรถเปล่าก็วิ่งเร็วกว่านั้นกันแล้ว RD6 คือรถที่ดูธรรมดาแต่แรงจัด มันพุ่งทะยานออกจากสัญญาณไฟ ทิ้งรถกระบะดีเซลแบบไม่ต้องไล่กันเลยทีเดียว RD6 มีไดนามิกที่ใช้ได้ เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงก็ยังคงทรงตัวได้ดี พวงมาลัยปรับน้ำหนักและถ่ายทอดความรู้สึกเชื่อมต่อกับรถได้เป็นอย่างดี
เมื่อชาร์จไฟจนเต็ม RD6 2WD ทำระยะทาง 455 กิโลเมตร ด้วยแบตเตอรี่ 73 kWh ขับทดสอบทางไกลไปปราจีนบุรี ด่านเนินหอม อุทยานเขาใหญ่ ทำได้ประมาณ 350-380 กิโลเมตร หากขับขี่อย่างมีสติไม่กดคันเร่งต่อเนื่องจากความสนุกที่รถตอบสนองออกมาได้เหนือกว่ากระบะดีเซล เมื่อบรรทุกของหนัก 800 กิโลกรัมไว้กระบะท้าย (ตัวเลขสูงสุด 865 กิโลกรัม) หรือลากเทรลเลอร์เรือขนาดใหญ่หนัก 3 ตัน ระยะทางจะลดลงมากจนน่าตกใจ นั่นทำให้ Riddara RD6 เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมือง หรือการเดินทางท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ ในรัศมีประมาณ 200-300 กิโลเมตร ทุกวันนี้ มีสถานีชาร์จไฟเกิดใหม่แทบจะทุกที่อยู่แล้ว แต่การชาร์จไฟบ้าน AC คือสิ่งที่ดีที่สุดต่อสุขภาพของแบตฯ
Riddara RD6 ขับเคลื่อนสองล้อหลัง มีฟิลลิ่งการขับใกล้เคียงกับรถ SUV มากกว่ารถกระบะเต็มรูปแบบอย่าง Ranger ในความเป็นจริง ทุกวันนี้ รถกระบะพัฒนาไปไกลมากจากรากฐานที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก ต้องยอมรับว่า ปัจจุบัน รถกระบะใกล้เคียงกับรถทั่วไป Riddara RD6 ลบล้างข้อเสียของช่วงล่างกระบะแหนบ แสดงให้เห็นถึงความนุ่มนวล ในระดับที่เหนือกว่ากระบะแท้ๆ ข้อดีของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อย ความสามารถในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดนิดๆหน่อยๆ จากการทดสอบ RD6 เกาะถนนดี ขับบนเส้นทางลูกรังได้ แต่ยางที่เน้นการใช้งานบนไฮเวย์ และตัวรถก็มีระยะห่างจากพื้นด้านหน้าไม่มาก ทำให้ไม่เหมาะกับการเอาไปลุยหนัก ก้มลงมองช่วงล่างก็รู้ว่านี่คือรถบ้านเน้นวิ่งทางเรียบมากกว่าจะเอาไปขับบนทางออฟโรด
Riddara RD6 มีข้อเสีย คือ ไม่เหมาะกับการบรรทุกหนัก (ไม่เกิน 500-700 กก.) เนื่องจากช่วงล่างเป็นแบบเก๋ง (อิสระ 4 ล้อ) ไม่ใช่แหนบ ระยะทางขับขี่จำกัดกว่ากระบะดีเซล เมื่อบรรทุกหนักหรือวิ่งทางไกล ขับเร็วๆ มีอาการโยนตัวบ้างแต่ไม่ได้มากมายอะไร ช่วงล่างไม่เหมาะกับงานหนัก ระยะทางวิ่งลดลงเมื่อมีการบรรทุกหรือลากจูงหนักสมรรถนะของ RD5 2WD แม้อัตราเร่งดี แต่ช่วงล่างนุ่มนวลแบบเก๋ง อาจทำให้อาการโยนตัวได้บ้างเมื่อขับเร็ว รวมถึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อลุยเส้นทางออฟโรดหนักๆ โดยรวม Riddara เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง เป็นรถครอบครัว มากกว่าการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์หนักๆ เหมือนกระบะทั่วไป
พวงมาลัยเบามาก แต่ไม่ถึงกับรู้สึกว่าขาดการเชื่อมต่อ มันเบากว่ากระบะทุกรุ่นที่ผมเคยขับทดสอบ RD6 มอเตอร์เดี่ยว 272แรงม้า ทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7 วินาที นิดๆ ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปัจจัยหลักของรถกระบะรุ่นนี้ก็คือ ความสะดวกสบาย เน้นความนุ่มนวล เก็บเสียงได้ดี RD6 ไม่ใช่กระบะออฟโรด เฟรมแบบโมโนค็อกแทนที่จะเป็นแชสซีออนเฟรม ทำให้มันขับเหมือนกับเอสยูวีที่ถูกนำมาหั่นหลังคาให้เป็นรถปิคอัพ ยุคแรกของยานยนต์ไฟฟ้า รถกระบะอีวี ยังทำระยะทางและน้ำหนักบรรทุกได้ไม่มากเท่ากับกระบะดีเซล ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แตกต่างไปจากรถไฟฟ้าทั่วไป ถามว่าดีมั้ยก็บอกว่า พอสมควร แต่ราคาของมันทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ เทใจไปเอสยูวีไฟฟ้ามากกว่าจะหันไปหารถกระบะที่เริ่มคลายความนิยม...
ข้อมูลที่น่าสนใจของ Riddara
รุ่นและราคา:Riddara ECON (เน้นใช้งาน/ประหยัด): เริ่มต้นที่ 739,000 - 999,000 บาท
Riddara RD6 (รุ่นพรีเมียม): ราคาประมาณ 899,000 - 1,299,000 บาท
สมรรถนะ: ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม M.A.P. (Multiplex Attached Platform) รุ่นท็อปสามารถวิ่งได้ไกลถึง 503 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม (มาตรฐาน NEDC)
การบริการ: มีบริการหลังการขาย RIDDARA CARE รับประกันคุณภาพรถ 6 ปี หรือ 150,000 กม. และรับประกันแบตเตอรี่/มอเตอร์ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
Riddara มุ่งเน้นการเป็นรถกระบะไฟฟ้าสำหรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่และงานบรรทุกที่ต้องการความคล่องตัวสูง
จุดเด่นของ RIDDARA RD6
- อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที
- แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร
- ช่องจ่ายกระแสไฟตามมาตรฐานยุโรปขนาด 6KW ที่กระบะท้าย
- ระบบป้องกันการจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ทั้งในขณะจอดรถ ล็อกรถ ชาร์จไฟ หรือแม้กระทั่งขณะขับรถ
- ห้องโดยสารที่เงียบสงบด้วยเทคโนโลยี Pure Electric NVH Silent
- หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay
- Carbit link พร้อมที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายขนาด 50W
- มีระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone
- RIDDARA RD6 รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 แบบอัตโนมัติ โดยมีโหมดการขับขี่ 7 โหมด สำหรับสภาพถนนที่แตกต่างกัน (Sand / Mud / Off-road / Wading / Economy / Comfort / Sport)
- ลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตร
- มีความสามารถในการลากจูงได้สูงสุดถึง 2,000 กิโลกรัม
- ตัวรถสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของโครงสร้างรถ
แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate (LFP) ความจุ 73 kWh ชาร์จเต็มวิ่งไกล 455 กม. (มาตรฐาน NEDC)
ภายนอกของ RIDDARA RD6 ติดตั้งระบบไฟหน้า LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED และกระจังหน้า RIDDARA เรืองแสง LED, ไฟท้าย LED แบบคาดยาว, กระบะท้ายปลดล็อกด้วยไฟฟ้า, ไฟส่องสว่างท้ายกระบะ, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไล่ฝ้า, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และล้ออัลลอย 18 นิ้ว (อุปกรณ์มาตรฐานขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
ภายในห้องโดยสารติดตั้งเบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์ ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางคู่หน้า พร้อมระบบระบายอากาศเบาะหน้าและเบาะหลัง, กระจกหน้าต่าง One-touch ทั้ง 4 บาน พร้อมป้องกันหนีบ, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 10.2 นิ้ว Full LCD, ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมระบบปรับอากาศตอนหลัง
ระบบความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ได้แก่
ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (ICC)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB)
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถฉุกเฉิน (ELKA)
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA)
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD)
ระบบเตือนก่อนเปิดประตู (DOW)
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
ระบบ่ชวยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)
ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง (RCW)
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (FDA)
ระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HHC)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (HDC)
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้า
จุดยึดเบาะนั่ง ISOFIX
ตัวถังมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่
Nordic Green / Black Top
White Cloud / Black Top
Black Knight
Moonlit Silver
Serene Blue
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358