Mercedes-Benz CLA Electric รถยนต์รุ่นใหม่ที่คนของแบรนด์ตราดาวเน้นย้ำว่า....นี่คือซีดานไฟฟ้าไซล์กะทัดรัดที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยรอบด้าน ไล่เรียงตั้งแต่แบตเตอรี่ มอเตอร์ขับเคลื่อน ไปจนถึงสเปคซูเปอร์คอมพิวเตอร์ MB-OS และปัญญาประดิษฐ์ AI ที่ซ่อนอยู่หลังแผงหน้าปัด จริงๆ แล้วมันซ่อนอยู่ในระบบคลาวด์อัจฉริยะของ Mercedes-Benz และทำหน้าที่เป็นสมองกลส่วนกลางที่ทันสมัยที่สุด ณ ปัจจุบัน ว่ากันไปนั่นเลยทีเดียว
...
Dennis Brings Senior Designer ดีไซน์เนอร์ของ CLA เจเนอเรชั่นที่สาม ทำการปรับภาพลักษณ์ของรถเล็กรุ่นใหม่ให้มีความสปอร์ตและดุดันกว่าเดิม เพื่อดึงดูดลูกค้าอายุน้อย ตัวรถถูกออกแบบให้มีด้านหน้ารถที่เฉียบคม ฝากระโปรงหน้ามีเส้นนำสายตาเพื่อสร้างมิติมุมมสองสองเส้น ออกแบบฐานล้อให้ยาวขึ้นเล็กน้อย พร้อมพื้นที่สำหรับแบตเตอรี่ขนาด 85 kWh ฐานล้อยาวขึ้นประมาณ 2 นิ้ว และตัวรถโดยรวมยาวขึ้นประมาณ 1 นิ้ว สูงและกว้างขึ้นเล็กน้อย มีล้อให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ 17 ถึง 19 นิ้ว รุ่น 250+ ประกอบไทย แน่นอนว่ามาพร้อมกับล้อลายแอร์โรขอบ 19 นิ้ว ดวงดาว Mercedes-Benz เรืองแสง ปรากฏอย่างเด่นชัดด้วยความจงใจในการออกแบบกระจังหน้า ล้อมรอบด้วยลวดลายดาวเรืองแสง ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่โดยรอบ เหนือกระจังหน้าเป็นชุดไฟหน้าแบบใหม่กับไฟ Daytime LED ใหม่ ไฟหน้าออกแบบให้มีลักษณะคล้ายตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉก มองเผินๆ ดูเหมือนจะมีหลายชั้น ทั้งไฟหน้า กระจังหน้า ตราสัญลักษณ์ CLA บนตัวถังสีดำ แผงหน้าปัดสีดำ แถบโลหะตกแต่ง ทั้งหมดถูกตกแต่งด้วยแถบสีดำ ไฟท้ายทอดยาวพาดผ่านด้านท้ายรถ ด้วยลวดลายดาวแบบเดียวกับกระจังหน้า
...
...
...
งานตกแต่งภายในของ CLA ให้ความรู้สึกพรีเมียมเหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้วัสดุคุณภาพสูงที่หลากหลาย ทั้งหนัง หนังกลับ โลหะที่มีเฉดสีตัดกัน การเย็บเดินตะเข็บ CLA มีคอนโซลแบบใหม่ เบาะนั่งแบบสปอร์ต พร้อมพนักพิงด้านข้างและพนักพิงศีรษะแบบปรับได้ สิ่งทอจากขวดน้ำอัดลมรีไซเคิลสำหรับตกแต่งคอนโซลกลาง อลูมิเนียม ขอบตกแต่งสุดเท่ที่ทำจากกระดาษ นับเป็นครั้งแรกของ Mercedes
CLA มาพร้อมกับหน้าจอ Superscreen ของ Mercedes-Benz ซึ่งครอบคลุมความกว้างของแดชบอร์ดเกือบทั้งหมด นอกจากจอภาพมาตรวัดของผู้ขับ ขนาด 10.3 นิ้วแล้ว ยังมีหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14.0 นิ้ว และหน้าจอเสริมขนาด 14.0 นิ้วอีกจอหนึ่งสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเอาไว้ดูหนังฟังเพลง ในตำแหน่งผู้ขับขี่ คนขับจะมองเห็นหน้าจอสำหรับผู้โดยสารได้เฉพาะเมื่อรถหยุดนิ่งเท่านั้น หากผู้ขับพยายามรับชมหน้าจอสำหรับผู้โดยสาร ภาพจะหายไปทั้งสองจอเพื่อความปลอดภัยขณะขับเคลื่อน อุปกรณ์ไฮเอนด์และอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มขึ้นหลายจุด หนึ่งในนั้นคือกระจกหลังที่เลื่อนลงได้เพียงครึ่งเดียว Mercedes-Benz แจ้งว่า การติดตั้งช่องระบายอากาศในแถวที่สองทำให้แทบจะไม่สามารถเลื่อนกระจกบานประตูหลังลงได้ กลไกมอเตอร์ของกระจกจะกินพื้นที่บริเวณไหล่ ผู้โดยสารด้านหลังมีช่องเสียบ USB แต่ไม่มีหน้าจอ มีพื้นที่วางขาและเหนือศีรษะกว้างมากพอและเหมาะสมกับขนาดของรถ พื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายรถใหญ่ใช้ได้ จุกระเป๋าเดินทางได้สองใบ ส่วนฝากระโปรงหน้ามีพื้นที่เก็บสัมภาระให้ใช้งานเล็กน้อย
CLA 250+ มาพร้อมของเล่นใหม่ล่าสุด ด้วยการเปิดตัวระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX รุ่นที่ 4 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Mercedes-Benz MB.OS ที่ผสาน AI จากทั้ง Microsoft และ Google วิศวกรระบบของ Mercedes- Benz สร้างซอฟต์แวร์สำหรับ A-Class สำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 2018 และในปี 2020 EQS เปิดตัวจอภาพสุดอลังแบบไฮเปอร์สกรีน ตามด้วยปี 2023 E-Class ก็เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android นับเป็นเวลาหลายปีที่แบรนด์ตราดาวต้องการยุติการซื้อแพ็คเกจซอฟต์แวร์ของซัพพลายเออร์ และหันมาพัฒนาซอฟต์แวร์สแต็กของตัวเอง งานพัฒนาระบบ เริ่มต้นขึ้นในปี 2020 ระบบปฏิบัติการใหม่ จะถูกนำมาใช้งานในรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดมากถึงประมาณ 45 รุ่น ในอีกสองถึงสามปีข้างหน้า โดยจะมีรถรุ่นใหม่ ทยอยเปิดตัวในปี 2026 และ 2027
MB.OS ใน CLA 2026 ทำงานได้ 27 ภาษา ใช้ AI อวาตาร์เสมือนจริง ระบบนำทาง 360 องศา ที่แสดงทุกสิ่งรอบตัวรถ พร้อมให้คำแนะนำเป็นภาษาอังกฤษ เยอรมัน และจีน MB.OS ใหม่ ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Nvidia เพื่อทำให้ Mercedes-Benz Drive Assist Pro ระดับ “Level 2++” มีความเสถียร
เมื่อมองดูอย่างตั้งใจ เห็นได้ชัดว่านี่คือรถยนต์ที่ฉลาดที่สุดเท่าที่ Mercedes เคยผลิตออกมาขายตลอด 140 ปีที่ผ่านมา แต่ในทางปฏิบัติ หรือการใช้งานจริง มันคือรถยนต์ไฟฟ้า Mercedes ที่มีระยะทางวิ่งไกลมหาศาลบานตะเกียง CLA ไฟฟ้ายังชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วด้วยแบตเตอรี่ NMC รุ่นใหม่ล่าสุด และรูปลักษณ์ก็ไม่เหมือนสบู่เก่าๆ ที่ใช้แล้วอีกต่อไป คุณจะได้กระจังที่มีดาวนับร้อยๆ ดวง เรืองแสงเปล่งปลั่งในยามค่ำคืน จอภาพสามจอที่มีให้ทั้งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ระบบไฟ 800 โวลต์ ชาร์จเร็วปานสายฟ้าฟาด รวมถึงการทำระยะทางน้องๆ รถตราดาวเครื่องดีเซล OM 654 นั่นคือ วิ่งโคตรไกล จากกรุงเทพฯ ไฟน่าจะหมดแถวๆ เชียงราย หรืออุบลราชธานี ละครับ
ระยะทางวิ่ง 800 กิโลเมตร มาตรฐาน WLTP จากเซลล์แบตเตอรี่ 85 kWh ที่ใช้งานได้จริง แบตเตอรี่นิกเกิล-โคบอลต์-แมงกานีส (NCM) ทำให้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของตราดาวคันเล็กมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในทุกด้าน เกียร์สองสปีด + ความสามารถในการค้นหาร้านกาแฟสุดฮิปที่เสิร์ฟเฉพาะมัทฉะลาเต้ (ไม่อร่อยแต่พยายามฝืน) เป็นร้านที่อนุญาตให้นำน้องหมา หรือแมวเข้าไปได้ CLA เปิดตัวในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ทิ้งคำว่า EQ ที่เคยทำให้สับสนไปซะ เหลือเพียงแค่ Electric แต่อีกไม่นานก็จะมี CLA Plug in Hybrid ตามมาอีก เพื่อช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางวิ่งที่อาจหลงเหลืออยู่ จากลูกค้าที่เคยใช้ Tesla ระยะทางอันมหาศาลของมันทำให้ CLA Electric อยู่เบอร์ต้นๆ ของการทำระยะทางในยานยนต์พลังงานสะอาด คือจะขิงทั้งที นอกจาก MB OS แล้ว ระยะทางวิ่งที่ไกลลิบ กำลังกลายเป็นจุดแข็งสำหรับคนที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมเยอรมัน
ตัวถังของ CLA โค้งมนขึ้น เป็นจุดประสงค์หลักของการออกแบบยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ต้องลู่ลมมากเป็นพิเศษ Mercedes-Benz นำเสนอการเปลี่ยนแปลงจากโมเดลที่สอง ไปสู่โมเดลที่สามโดยไม่ทำให้กลุ่มคนหัวอนุรักษ์นิยมแบบผมรู้สึกหวาดกลัวเหมือนหน้าตาของ BMW บางรุ่น รถซีดานขนาดกลางสี่ประตูคันนี้ ดูดีและมีสัดส่วนลงตัว ดวงดาวเล็กๆ ประดับอยู่บนกระจังหน้า และส่องแสงเป็นประกายแวววาวในตอนกลางคืน มองดูให้ดีๆ จะเห็นดาวกระจายตัวอยู่ทุกที่บนกระจัง ไฟหน้า LED Adaptive Highbeam Assist Plus มีไฟ Daytime รูปดาว ไฟท้ายก็เป็นรูปดาว ลืมบอกไปว่า กระจังหน้าของ CLA ไฟฟ้า มีดาว 142 ดวง ทำให้เจ้าของรถรู้สึกเหมือนอยู่ในดูไบยามค่ำคืน....
แน่นนอนว่า ในตลาดโลก CLA รุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริด (และรุ่นสเตชั่นแวกอน/ชูตติ้งเบรก) จะโผล่ตามออกมาในอีกไม่นานนับต่อจากนี้ แต่ตอนนี้ในไทย มีเฉพาะรุ่นไฟฟ้าล้วนให้เลือกแบบเดียว คือ 250+ ขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วน CLA 350+ 4Matic ขับเคลื่อนสี่ล้อ ยังไม่ได้เปิดตัวและคาดว่า Mercedes-Benz Thailand ไม่นำเข้ามาขายเนื่องจากขายรุ่นเดียวดูจะดีกว่าเอามาหลายๆรุ่น หากจะนำเข้ามาจริงๆ ก็ต้องให้ 250+ มีตัวเลขยอดขายที่งดงามมากพอ รุ่นมอเตอร์คู่ ถึงจะตามเข้ามาเสียบ
CLA รุ่น 250+ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขนาด 268 แรงม้า ติดตั้งด้านหลัง เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าที่คิดค้นโดยบริษัทแยกย่อยของแบรนด์ตราดาวและเป็นมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้แบตเตอรี่ NMC ขนาด 85 kWh CLA 250 + ทำได้ดีเยี่ยมในเรื่องระยะทาง หากใช้ความเร็วให้เหมาะสมและขับขี่อย่างระมัดระวังไม่ตะบันกดคันเร่งต่อเนื่อง ก็จะ วิ่งได้ไกลลิบตามมาตรฐาน WLTP ส่วนรุ่นแบตเตอรี่ LFP ขนาด 58 kWh จะวางจำหน่ายในตลาดโลกในช่วงกลางปีนี้ และมีแบตเตอรี่เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หากยอดขายของ CLA Electric ในไทยไปได้สวย เราอาจมีรุ่นมอเตอร์คู่ ที่แพงกว่า หรือรุ่นเริ่มต้นแบตฯเล็กที่ถูกกว่าตามออกมา ต้องดูที่กระแสความนิยมและยอดขายซึ่งหมายถึงอนาคตอันใกล้หลังจากการเปิดราคาซึ่งจะตามมาด้วยตัวเลขยอดจอง
สถาปัตยกรรมไฟฟ้า ระบบไฟ 800 โวลต์ ใน CLA 250+ ชาร์จเร็วเพียงแค่ 10 นาที ก็เพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุดถึง 300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ที่กำลังไฟกระแสตรงสูงสุด 320 กิโลวัตต์ ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของระบบชาร์จไฟกระแสตรง มาจากแนวคิด Mercedes-Benz Vision EQXX ที่ทำการบุกเบิกเส้นทางระยะไกลด้วยการชาร์จไฟ DC กระแสตรง CLA 250+ ยังเป็นรถที่มีความลื่นไหลจากรูปทรงโค้งมน โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่ 0.21 เกือบจะเท่ากับ EQXX ซึ่งเป็นรถต้นแบบที่มีตัวเลขค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศต่ำที่สุดในโลก
หลายคนถามว่า 800 กิโลเมตรนั่นใกล้เคียงกับระยะทางของเครื่องยนต์ดีเซล แล้ว....มันทำได้ยังไง ? อธิบายว่า ด้วยการประยุกต์ใช้หลักการเพิ่มประสิทธิภาพทีละเล็กทีละน้อย แบตเตอรี่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงมากกว่าเดิมแบตเตอรี่ที่มีส่วนประกอบของกราไฟต์ล้วนๆ ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ – แบตเตอรี่รุ่นนี้ใช้ซิลิคอนออกไซด์/กราไฟต์ ทำให้CLA Electric มีพลังงานไฟฟ้าให้ใช้มากขึ้น มอเตอร์ด้านหลังมีเกียร์สองระดับ ไม่เหมือนกับ Porsche Taycan หรือ Audi e-tron GT ในความเป็นจริง มอเตอร์ขับเคลื่อนของ CLA 250+ แม้จะมีศักยภาพในการเร่ง แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการทำความเร็ว 0-100 ด้วยการออกตัวโดยเฉพาะแบบเร็วเป็นพิเศษด้วยตัวเลข 3 วินาที แต่เป็นเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ เพื่อช่วยให้มอเตอร์หมุนด้วยความเร็วรอบที่ประหยัดที่สุด เมื่อใช้ความเร็วคงที่อยู่บนทางหลวงข้ามจังหวัด ปั๊มความร้อนเป็นแบบอากาศสู่อากาศ ใช้พลังงานเพียงประมาณหนึ่งในสามของเครื่องทำความร้อนเสริมแบบเดิม พื้นใต้ท้องรถออกแบบให้เรียบสนิท ระบบกันสะเทือนด้านหลัง มีแผ่นบังลมเพื่อควบคุมการไหลของอากาศ นั่นเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้มันสิ้นเปลืองพลังงานน้อยกว่ายานไฟฟ้ารุ่นอื่น
นอกจากนี้ CLA Electric ยังประหยัดพลังงานอย่างมากเมื่อพูดถึงการกู้คืนพลังงานจากระบบเบรกสะสมพลังงาน regenerative braking มันคือการผสมผสานประสิทธิภาพที่ลงตัว ทั้งหมดนี้ ช่วยให้รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยพื้นฐานแล้วก็คือสิ่งที่รถยนต์ไฟฟ้าทุกคันควรทำได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วทำไม่ได้เพราะต้นทุนที่สูงลิบนั่นเอง
CLA เป็นรถที่วิ่งทางไกลอย่างเนียน มีระบบชาร์จ 320kW ทำให้สามารถวิ่งได้ 310 กิโลเมตร เมื่อชาร์จไฟเพียงแค่ 10 นาที ไมล์ การชาร์จ DC จาก 10-80 เปอร์เซ็นต์ ใน 22 นาที ถือว่าโคตรเร็ว มันขับได้ดีสมกับการเป็นรถตัวขายของแบรนด์ดาวสามแฉก แต่ฟิลลิ่งหลังพวงมาลัย และประสบการณ์โดยรวมนั้น กลับเอนเอียงไปทางระบบอิเล็กทรอนิกส์มากกว่ารถตราดาวที่มีเครื่องยนต์ โดยเฉพาะระบบปัญญาประดิษฐ์จาก Google และ Microsoft ใน MB-OS ใหม่ ซึ่งทำงานในลักษณะที่อนุญาตให้สอบถามข้อมูลจากผู้ช่วยเสมือนได้อย่างซับซ้อน สามารถรับรู้ถึงอารมณ์และมีหน่วยความจำระยะสั้น ฟังดูเหมือนว่าในอนาคต มันอาจจะยึดครองโลก และกำจัดมนุษย์ที่ไร้ประสิทธิภาพออกไป แต่ในทางปฏิบัติแล้วMB-OS ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แค่คนขับหันหัวไปดูจอที่กำลังถ่ายทอดสดฟุตซอล จอภาพนั้นก็จะดับลงทันทีเพื่อความปลอดภัย ต่อเมื่อคนขับหันกลับไปมองถนนข้างหน้า จอภาพก็จะติดขึ้นมาอีกครั้ง
สมรรถนะโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดี แต่ระยะทางวิ่งที่ไกลมากและการชาร์จเร็วจี๋ สร้างความแตกต่างอย่างมากในการใช้งานในชีวิตประจำวัน รถยนต์จาก Mercedes-Benz คันนี้ มีความสมเหตุสมผลและน่าสนใจทางเทคโนโลยี เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่นำไฟฟ้ามาสู่รถยนต์แสนธรรมดา มากกว่าที่จะเป่าประกาศให้โลกรู้ว่า กำลังปฏิวัติการขนส่ง มันควบคุมได้คล่องแคล่ว ดูหล่อ และมีการตกแต่งภายในที่น่าใช้งาน ระบบ AI และเทคโนโลยีใหม่ ทำงานได้ดี แต่สิ่งที่โดดเด่นของ CLA Electric คือความสะดวกสบาย สมรรถนะปานกลาง แต่ระยะทางวิ่งไกล และการชาร์จเร็ว สร้างความแตกต่างอย่างมากในการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า
Mercedes-Benz CLA 250+ Electric ประกอบในประเทศ ทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 6.7 วินาที ถือว่าเร็วพอสมควร แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเร็วจนน่ากลัวเหมือน EQE53 ซึ่งเร็วกว่ามาก CLA ไฟฟ้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวงมาลัยแม่นยำ แต่บางครั้งให้ความรู้สึกเฉื่อยชาเนื่องจากน้ำหนักของรถ ไม่ว่าจะอยู่ในโหมดการขับขี่อะไร แค่กดคันเร่งมันก็จะพุ่งพรวดออกไปทันที เมื่อขับเรื่อยๆ ก็มีความนุ่มนวลและมั่นคงตามแบบฉบับของ Mercedes-Benz แต่ไม่ได้ดูแก่เหมือนในอดีต ระบบเบรกแบบชาร์จไฟกลับ มีหลายระดับความแรงให้เลือก รวมถึงโหมดอัจฉริยะที่ทำงานได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากข้อมูลที่มีอยู่ โหมดการขับแบบ One Paddle ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร สามารถปรับความคุ้นเคยกับมันได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อลองใช้งานก็พบว่ามันหน่วงหนักมากจนคนนั่งอาจไม่สบายตัว
การขับขี่ทางไกลบนทางหลวงชนบทจากหมูสีไปยังวังน้ำเขียวนั้นยอดเยี่ยม ลดความเครียดด้วยการควบคุมที่ค่อนข้างผ่อนคลายแบบเงียบและชาญฉลาด พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ล้ำจนต้องใช้เวลาศึกษาการทำงาน ระบบเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อให้คุณรู้สึกสบายและตื่นตัว รถเบนท์ลีย์ก็ทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเพื่อผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมราคาที่สูงกว่าถึงสิบเท่า CLA เงียบ ขับขี่ได้ดี และทรงตัวได้อย่างมั่นคงในโค้ง มอเตอร์ที่ติดตั้งด้านหลังของ CLA 250+ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติในรถระดับนี้ มันมีความโดดเด่นมากกว่าคู่แข่งที่ขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งดูสมเหตุสมผลมากกว่า และเกือบจะสนุกเท่ากับ MINI JCW Electric
มันหนักเกือบสองตัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ขับแล้ว ให้ความรู้สึกเบากว่าคู่แข่งที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกัน คล่องแคล่วว่องไวบนทางภูเขา เหมาะสำหรับคนชอบขับรถที่รู้สึกว่ารถควบคุมง่ายในการขับขี่ปกติในชีวิตประจำวัน CLA Electric ไม่ใช่ EQE 53 ที่เน้นสมรรถนะเพื่อความเร้าใจ แต่ก็พอจะนึกภาพออกได้ว่า ถ้าได้รับการปรับแต่งจาก AMG มันก็จะเข้าใกล้สถานะนั้นได้มากขึ้น ไม่มีเสียงเครื่องยนต์แบบ AMG ที่ทำให้รถมีเสน่ห์น่าใช้มากขึ้น เป็นรถใช้งานประจำวัน สำหรับลูกค้าที่ต้องใช้รถขับออกทางไกลบ่อยครั้งบนถนนที่น่าเบื่อและไม่ค่อยมีสถานีชาร์จไฟ ดูเหมือนเป็นการชมแบบไม่เต็มใจ แต่การทำระยะทางได้ไกลกว่า ก็เป็นสิ่งที่ลูกค้าหลายคนต้องการ และ Mercedes ก็รู้ดีในเรื่องนี้
CLA 250+ EQ วิ่งได้ไกลเพราะแบตเตอรี่ลิเธียมขนาดใหญ่ ผสานรวมการใช้ไอออนในนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ มันสามารถชาร์จไฟได้ที่ 350 กิโลวัตต์ การใช้พลังงานน้อยลงจากระบบจัดการพลังงานแบบใหม่ และชาร์จได้เร็วสุด หมายถึงการหยุดพักที่สั้นลงและประหยัดค่ากาแฟมากกว่า การชาร์จไฟเพื่อวิ่งได้ 360 กิโลเมตร (ระยะทางจริง ไม่ใช่ WLTP) ถ้าเจอตู้บ้าพลังที่พร้อมระเบิดพลังงานของการชาร์จ จะใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น สั่งกาแฟในวันที่คนเยอะยังไม่ทันได้ก็ขับต่ออีกเกือบ 400 กิโลเมตร นั่นหมายถึงเราเติมน้ำมัน จ่ายเงิน และเข้าห้องน้ำ ออกมาก็วิ่งได้ไกลลิบโดยไม่ต้องซื้อกาแฟเพื่อรอการชาร์จ ส่วนการชาร์จที่บ้านแบบค่อยเป็นค่อยไป ดูจะถนอมและยืดอายุการใช้งานแบตฯได้ดีกว่า .... ในความเป็นจริง CLA มีระยะทางวิ่ง 800 กิโลเมตร ที่ความเร็วถูกกฏหมายบนทางหลวงข้ามจังหวัดเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในจุดนี้ แม้แต่ Tesla ก็ยังสู้ไม่ได้ มันชนะเลิศในเรื่องระยะทาง ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และระบบบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง ชนะเลิศในเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยตัวเลขค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำพอๆกับเครื่องบินขับไล่ มันยังชนะเลิศในเรื่องประสิทธิภาพการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง F1 ซึ่งทำงานได้ดีในทุกความเร็ว ผ่านระบบเกียร์สองสปีด แบตเตอรี่ก็ยังชนะเลิศในเรื่องความจุและเวลาในการชาร์จ ด้วยนวัตกรรมทางเคมีและการระบายความร้อน CLA ไม่ได้พยายามหาข้อดีเพื่อหักล้างข้อเสีย แต่มันเป็นรถที่มีแต่ข้อดีล้วนๆ โดยเฉพาะตอนเปิดราคาในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปลายเดือนหน้า คาดว่าน่าจะมาที่ 2,100,000 บาท หรือต่ำกว่านั้นนิดหน่อย!
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/