MINI รุ่นใหม่ ภายใต้การบริหารของ BMW นั้นดูเหมือนจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อปรับให้รถมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ใช้งานได้สะดวกมากกว่าเดิม รูปแบบที่มีความทันสมัยเชื่อมโยงกับความคลาสสิกในอดีต กับความบันเทิงหลังพวงมาลัย รถ MINI รุ่นเปิดประทุน Cooper S Convertible LCI Resolute 2023 คือ MINI สามประตูที่ใช้หลังคาผ้าใบทำงานด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อพับเก็บหรือกางออกเพื่อปิดคลุมส่วนบน เป็น MINI เปิดหลังคาที่เปิดตัวในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ เมื่อปี ค.ศ. 2014 และมีการปรับโฉมอย่างต่อเนื่องจนมาถึงเวอร์ชัน LCI (ครั้งที่สาม) ในช่วงกลางปี 2023 MINI Cooper S Convertible LCI Resolute คือ MINI Convertible เปิดหลังคาที่มีหลังคาผ้าใบแบบพับเก็บได้ ทำงานด้วยกลไกไฟฟ้า รูปแบบของตัวถังยังคงเหมือนกับ Cooper S F56 LCI รุ่นหลังคาแข็ง สิ่งที่สร้างความแตกต่างก็คือ หลังคาที่พับเก็บเมื่อไหร่มันจะดูดีกว่ารุ่น 3 ประตู พร้อมบรรยากาศของการขับแบบไร้หลังคาและสไตล์โกคาร์ทที่ให้อารมณ์สนุกสนาน หลังคาผ้าสีดำคาดลายธงอังกฤษ
1992: จุดเริ่มต้นของสิ่งที่น่าตื่นเต้น
MINI Convertible ปรากฏตัวครั้งแรกที่งาน NEC Motor Show เมื่อปี 1992 สามารถเลือกระหว่างสองสี ได้แก่ Nightfire Red หรือ Caribbean Blue ทุกคันมีเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร แผงหน้าปัดวอลนัทสุดหรู และเบาะนั่งแบบสปอร์ต Cobra
...
2004 ถึง 2015 : พลิกโฉมความมหัศจรรย์
ในปี 2004 MINI Convertible ติดตั้งสกู๊ปบนฝากระโปรงหน้า เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์ซุปเปอร์ชาร์จสูดอากาศได้อย่างเต็มเหนี่ยว นอกจากนี้ยังมี Roll Over ป้องกันหัวคนขับและผู้โดยสารแบบโครเมียม หลังคาสามารถใส่ไว้ด้านหลังได้ ปี 2015 หลังคาแบบพับได้ที่ค่อนข้างแคบ สามารถดึงกลับและปิดได้เต็มที่ภายในเวลาเพียง 15 วินาที มีประโยชน์เมื่อสภาพอากาศในไทยเย็นลง แม้จะเพียงแค่สามวันในหนึ่งปีก็ตาม!
2015 ถึง 2019: ความงามที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ไฮเทค
หลายปีผ่านไป MINI Convertible มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นแรงจูงใจในการดึงดูดนักขับมากยิ่งขึ้น การเพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆ เช่น ไฟหน้า LED แบบวงแหวนโครเมียมพร้อมระบบอัตโนมัติ, กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม, ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว, ภายในที่กว้างขวาง, ช่องเก็บของหน้ารถ ระบายความร้อน, กล้องมองหลัง เซนเซอร์จอด และระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่หมด
...
MINI Convertible เจเนอเรชันที่ 3 มีสไตล์ที่โดดเด่นด้วยบุคลิกที่โดดเด่นและสัมผัสแห่งคุณภาพที่มาตรฐาน ไฟท้าย Union Flag ไฟวิ่งกลางวัน LED Daytime Running Light แบบใหม่ สีตัวถังและล้อลายใหม่ หน้าจอระบบนำทางแบบดาวเทียมที่ปรับปรุงใหม่ การรีเฟรชเพิ่มเติมของ Convertible LCI ในปี 2021 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2023 มีการปรับแต่งสไตล์และชุดอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมเล็กน้อย
...
เมื่อลมหนาวพัดผ่านประเทศไทย หลังคาผ้าขับเคลื่อนของ MINI จะเปิดออกเพื่อทำให้คุณได้สัมผัสกับอากาศเย็นที่แสนจะสดชื่น หลังคาผ้าพับเก็บ หรือกางออกเพื่อปิดคลุมภายในเวลาเพียง 18 วินาที เบาะด้านหลังใน MINI Cooper S Convertible นั้นทั้งเล็กและคับแคบ เหมาะกับการใช้เป็นที่นั่งของปอมเมอเรเนียนหรือชิวาวามากกว่าจะให้คนตัวโตๆ ลงไปนั่ง
...
Cooper S มีระดับการตัดแต่งที่ได้รับการปรับปรุงโดย MINI มีให้เลือกสามรูปแบบคือ Classic, Sport หรือ Exclusive และ Resolute รุ่นพิเศษ ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัป อุปกรณ์ตกแต่งกำหนดสไตล์ภายนอกและภายใน Resolute edition มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีดำเงา กล้องมองหลัง ระบบช่วยจอด ระบบนำทางดาวเทียม แต่ไม่มีระบบเสียง Harman Kardon ที่เคยมีอยู่ใน Cooper S Convertible ที่ผมเอามาทดสอบเมื่อสองปีก่อน
ตัวถังสีขาว ชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกสีทอง MINI Resolute Edition ได้ผูกเรื่องราวของเอกลักษณ์ในตำนาน ผสานเข้ากับความทันสมัย เพิ่มเส้นสายสีทอง Dark Gold ไว้บนวงแหวนไฟหน้าและไฟท้าย, ที่จับประตู, แบชด้านข้าง ด้วย Bonnet Stripes ลวดลาย Resolute Design สไตล์ Piano Black โลโก้ MINI สีดำ บริเวณฝากระโปรงด้านหน้า, ฝากระโปรงด้านหลัง งานตกแต่ง Dark Gold ครอบคลุมมือจับประตู กรอบไฟเลี้ยว ฝาถังน้ำมัน โลโก้ MINI บนกระโปรงหน้า ฝากระโปรงท้าย ตัวอักษรบอกรุ่น ท่อไอเสีย กรอบไฟหน้า กระจังหน้า ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขอบ 18 นิ้ว MINI Cooper S Convertible LCI Resolute edition มีขนาดความกว้าง 1,727 มิลลิเมตร ยาว 3,850 มิลลิเมตร และสูง 1,415 มิลลิเมตร ฐานล้อแนวรถโกคาร์ทวัดจากดุมล้อหน้าไปถึงดุมล้อหลัง 2,495 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างล้อหน้า 1,485 มิลลิเมตร หลัง 1,485 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้อง 115 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,370 กิโลกรัม ตัวหนักกว่า Cooper S รุ่นมาตรฐานกว่า 100 กิโลกรัม จากน้ำหนักของโลหะที่ใช้ในการเสริมดามแชสซีให้มีความแข็งแรงทนทานต่อการบิดตัว เนื่องจากการทำตัวเป็นรถรุ่นเปิดประทุนที่ไม่มีหลังคา
MINI Cooper S Convertible LCI 2023 มีการติดตั้งช่องรับอากาศที่กันชนหน้าและการถอดไฟตัดหมอกออก เพื่อเพิ่มความสมบูณ์แบบของส่วนหน้าซึ่งทำให้แอโรไดนามิกดีขึ้น ส่วนหน้ามีกระจังหน้าหกเหลี่ยมแบบใหม่ที่ขยายต่ำไปถึงชายล่าง รูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำของ MINI LCI คือ ไฟหน้าที่เหมือนดวงตากลมโต การเพิ่มช่องรับอากาศด้านหน้า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการระบายความร้อนด้วยอากาศที่เพิ่มขึ้น รุ่น Cooper S และ John Cooper Works ยังรวมช่องอากาศเข้าคู่หนึ่งที่มีขอบพลาสติกสีดำมันวาวทางด้านซ้ายและด้านขวาของช่องไอดีส่วนกลาง สัญลักษณ์ MINI ปรับเปลี่ยนใหม่โดยใช้สีทองตัดกับตัวถังสีขาวกระจ่างตา
กันชนหน้า-หลัง และรายละเอียดของงานตกแต่ง ส่งผลทำให้ MINI LCI มีรูปทรงที่กว้างขึ้น เพื่อเน้นความสปอร์ตของรถรุ่นเปิดประทุน กันชนด้านหลังใช้กราฟิกหกเหลี่ยมจากส่วนหน้า ขณะที่ระบบไอเสียท่อไอเสียคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ ได้รับการใส่กรอบเพื่อเอฟเฟกต์ที่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของงานดีไซน์ MINI Cooper S Convertible ออกแบบด้านข้างและซุ้มล้อใหม่หมด ล้อใหม่ขนาด 18” Pulse Spoke สีขาวสะอาดตา ทำให้รถดูกว้างขึ้น MINI เปิดประทุนรุ่นใหม่ยังมาพร้อมหลังคาผ้าความหนาสองชั้นที่มีความทนทาน ฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ กรอบกระจกบานหน้าสีดำ เป็นคุณลักษณะเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ภายใต้ร่มเงาของ BMW Group เทคโนโลยีการพ่นสีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในโรงงาน Plant Oxford
ไฟหน้าที่เคยเป็น Adaptive LED ประสิทธิภาพสูง พอมาถึงรุ่น Resolute edition ไฟ LED มีให้แค่ระบบอัตโนมัติในการยกหรือลดไฟสูง ไม่มีกลไกการทำงานแบบ Adaptive ไฟหน้าให้กำลังในการส่องสว่างไกลมาก มองเห็นได้อย่างชัดเจนในที่มืด น่าเสียดายที่ระบบ Adaptive LED ถูกตัดออกไป สำหรับรถรุ่นใหม่มีการออกแบบไฟหรี่และไฟเลี้ยวที่ทันสมัย รวมถึงไฟสัญญาณ LED และส่วนแทรกเฉพาะรุ่น ไฟหน้า LED แบบมาตรฐาน ประกอบเข้ากับไฟท้ายแบบ LED Union Jack อันเป็นเอกลักษณ์ พลาสติกสีทอง ที่มือจับประตู ฝาถังน้ำมัน ช่องรับอากาศด้านหน้า กรอบไฟท้าย ปลายท่อไอเสีย โลโก้ MINI และป้ายรุ่น กระจังหน้าและกันชนหน้าแบบใหม่ในโฉม LCI ถูกเรียกว่าลุงหนวด จากทรงของกระจังและกันชนที่คล้ายหนวด ล้ออัลลอยขอบ 7.5J x 18 นิ้ว Pulse Spoke ใส่ยางสปอร์ต Goodyear Eagle f1 ขนาด 205/40 R18 99W ทั้งสี่ล้อ หลังคาผ้าใบ ใช้เวลาในการเปิดปิด 18 วินาที ถือว่ากางออกและพับเก็บได้เร็วกว่าเดิม แต่การพับเก็บยังคงเห็นชิ้นหลังคาผ้าที่ถูกพับอยู่ส่วนท้าย ไม่ได้พับเก็บหายไปในตัวถังเหมือนรถเปิดหลังคายี่ห้ออื่น หลังคายังสามารถพับเก็บขณะที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เครื่องยนต์เบนซินเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เป็นเครื่องเบนซินแถวเรียง 4 สูบ วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า ขนาด 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน มาพร้อมกับสัญชาตญาณการตอบสนองที่ปรับให้มีความฉับไวมากยิ่งขึ้น แรงบิดที่เป็นเอกลักษณ์สร้างแรงดึงที่ทำให้สนุก กำลังขับเคลื่อนในรูปของแรงม้าที่เพิ่มขึ้น จากการพัฒนาและนำเอาเทคโนโลยี TwinPower Turbo มาใช้งาน แม้จะใช้เทอร์โบแปรผัน Twinscroll แค่ตัวเดียวโดดๆ เครื่องขนาด 1,998 ซีซี กำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ เมื่อเปิดใช้ฟังก์ชันโอเวอร์บูสต์ สำหรับ MINI Cooper S Convertible LCI ให้พลังงานขับเคลื่อน 192 แรงม้า สำหรับขุมกำลัง 4 กระบอกสูบ แถวเรียง อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผันแบบ twin scroll turbocharger สร้างแรงบิด 280 นิวตัน-เมตร ที่รอบของเครื่องยนต์เท่ากัน (เพิ่มแรงบิดสูงสุดเป็น 300 นิวตัน-เมตรด้วยโอเวอร์บูสต์) ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดที่ปรับอัตราทดใหม่หมดเพื่อให้เข้ากับย่านของแรงบิดที่ผ่องถ่ายออกมาจากเครื่องยนต์ ขุมกำลัง 2 ลิตรเทอร์โบยังคงเอกลักษณ์และการขับขี่สไตล์โกคาร์ทเหมือนกับรุ่นหลังคาแข็งทุกประการ แถมด้วยเสียงท่อท้ายที่เร้าใจ แต่เสียงระเบิดปะทุขณะยกคันเร่งนั้นหายไป
BMW พยายามเสริมประสิทธิภาพของ MINI รุ่นใหม่เวอร์ชัน LCI ด้วยเทคโนโลยีของระบบอัดอากาศ เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ขับเคลื่อนล้อหน้า 7 สปีด เชื่อมโยงการทำงานกับระบบ Auto Start/Stop ลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในสภาพการจราจรที่แออัด รวมถึงความใส่ใจในสภาพอากาศและช่วยในเรื่องการลดค่ามลพิษ เป็นความพยายามในการลดมลพิษก่อนเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีที่ผสานกันทั้งสองแบรนด์ (BMW+MINI) ในด้านสมรรถภาพและประสิทธิภาพที่ผสานกันอย่างลงตัว ท่ามกลางดีไซน์แบบใหม่ของ MINI LCI ที่ปรับปรุงความสามารถของหลักการเทอร์โมไดนามิก หรือการเปลี่ยนความร้อนเป็นพลังงาน พร้อมกับระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรง หรือที่เรียกกันว่า ระบบหัวฉีดแบบไดเรค อินเจกชั่น ซึ่งสร้างแรงดันสูงสุดในชุดหัวฉีดไฟฟ้ามากถึง 2,000 บาร์ ศักยภาพการจ่ายเชื้อเพลิงที่มีความแม่นยำ และมีประสิทธิภาพที่ดีในการจุดระเบิด เพื่อคายพลังงานออกมาในรูปของแรงบิดมากถึง 280 นิวตันเมตร ประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นจากการปรับอัตราทดของชุดส่งกำลังอีกด้วย
MINI Cooper S Convertible Resolute edition มีเบาะหนังแท้สีดำ ตัวเบาะรองด้วยวัสดุที่ให้ความนุ่ม นิ่มนวล น่านั่ง เบาะสามารถปรับให้ท่านั่งขับต่ำเตี้ยติดพื้นแบบสปอร์ต เบาะคนนั่งและคนขับยังคงใช้การปรับเบาะด้วยมือล้วนๆ ผ่านกลไกการปรับเบาะสำหรับการเลื่อนเดินหน้า ถอยหลัง หรือยกขึ้นลงออกมาในแนวดิบๆ ส่วนพวงมาลัยแบบใหม่นั้นปรับได้สี่ทิศทาง ตำแหน่งของการนั่งใน MINI Cooper S Convertible LCI พอดิบพอดีสำหรับคนที่มีรูปร่างปกติ เบาะแบบสปอร์ตหุ้มหนังแท้ออกแบบให้โอบรัดแผ่นหลัง ทำให้รู้สึกถึงความกระชับยามนั่ง การออกแบบใหม่ในบางจุดโดยยังคงการจัดวางแบบเดิม ทำให้ห้องโดยสารของ Cooper S Convertible กว้างขึ้นเล็กน้อย ทรงของตัวรถที่สั้นและมีฐานล้อไม่ยาวเกินไป ทำให้ความรู้สึกไม่ว่าจะขับช้าหรือขับเร็ว ล้วนแล้วแต่ตอบสนองออกมาในแนวคล่องตัวว่องไว เหมาะกับการซอกแซกไปบนถนนสายเล็กๆ ในเมือง
รูปแบบใหม่ งานตกแต่งภายในของ MINI ใน Cooper S รุ่นเปิดประทุน Convertible เน้นความทันสมัย มาพร้อมหน้าจอแสดงผลใหม่ ฟังก์ชันการใช้งานในระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่หมด คอนเซปต์การสั่งงานแบบใหม่ จุดที่ทำได้ดีก็คือ ความกว้างที่เพิ่มขึ้นมอบพื้นที่ใช้สอยส่วนหน้าที่ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดแม้ตัวถังจะมีขนาดเล็ก เบาะนั่งทั้งสี่ตำแหน่ง ที่นั่งด้านหน้าปรับตำแหน่งได้ครอบคลุมทุกสรีระของผู้ขับ และเพิ่มพื้นที่เบาะโดยสารด้านหลังมากกว่าเดิมถึง 23 มิลลิเมตร แม้ขนาดตัวถังจะเล็กแต่ภายในที่ถูกขยับขยายพื้นที่ใช้สอยช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งให้ผู้โดยสารตอนหน้า ส่วนเบาะหลัง แม้จะปรับพื้นที่ใหม่แต่ยังเล็กเกินไปสำหรับการนั่งโดยสาร เบาะหลังพับแยกได้แบบ 60:40 สำหรับช่องเก็บสัมภาระที่กระโปรงหลังเพิ่มความจุ 51 ลิตร รวมเป็น 211 ลิตร เพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระ หัวใจสำคัญของการออกแบบใหม่ล่าสุดก็คือ หน้าจอแสดงผล ที่จัดฟังก์ชันการใช้งานใหม่หมด รวมถึงกราฟิกแสดงผลก็ปรับใหม่ทั้งหมด บนแผงหน้าปัดบริเวณแกนพวงมาลัย ด้วยหน้าปัด TFT ขนาด 5.5 นิ้ว ที่ถูกใช้เป็นครั้งแรกใน Cooper SE เป็นจอภาพมาตรวัดแสดงผลความเร็วอัตราเร่ง รอบเครื่องยนต์ มาตรวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ตัวเลขความเร็วแบบดิจิทัลที่อ่านค่าได้ง่ายจากความคมชัด
MINI Cooper S Convertible ใหม่ ติดตั้งฟีเจอร์และรูปแบบฟังก์ชันการใช้งานใหม่ โดยเน้นไปที่ระบบ Infotainment และ Digitalization เมื่อเข้าไปใน Cockpit ของ Convertible ผู้ขับและผู้โดยสารจะสังเกตเห็นหน้าจอ 8.8 นิ้ว ที่ฝังอยู่ด้านในของชุดแดชบอร์ดแบบใหม่ การออกแบบแผงหน้าปัดส่วนกลางที่หันมาใช้จอแสดงผลมาตรวัด TFT 5 นิ้ว ปัจจุบันกลายเป็นจอภาพมาตรวัดแบบมาตรฐานในทุกรุ่น ผสมผสานกับรูปแบบ ที่ให้ความรู้สึกทันสมัย จอกลางที่กำหนดค่าได้อย่างหลากหลาย โทนสีที่มีให้เลือก 2 แบบ (Lounge & Sport) สำหรับ Sirius Satellite Radio เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ MINI ทุกรุ่นในรุ่นปี 2022 ให้บรรยากาศภายในใหม่และมีรูปแบบที่ร่วมสมัย ด้วย MINI Ambient Light ใหม่ที่มี 6 สีแตกต่างกัน ซึ่งเข้าคู่กันอย่างลงตัวกับโหมดขับเคลื่อน 3 รูปแบบ พวงมาลัยออกแบบใหม่ยังมาพร้อมกับปุ่มมัลติฟังก์ชัน ปุ่มต่างๆ ที่ติดตั้งออกแบบให้มีพื้นผิวเรียบ ใช้สีดำเปียโนแบล็ค รวมถึงการออกแบบใหม่สำหรับก้านวงในพวงมาลัยแบบสปอร์ตที่หุ้มด้วยหนังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน MINI Convertible ติดตั้งระบบความปลอดภัยใหม่ ด้วยระบบ Driving Assistant เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ MINI ทั้งหมดในประเทศไทย การควบรวม Lane Departure Warning ซึ่งสามารถแจ้งเตือนคนขับผ่านการสั่นสะเทือนของพวงมาลัย ผู้ขับยังได้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแอ็กทีฟ ซึ่งขณะนี้สามารถทำงานได้แบบ Stop&Go (เฉพาะกับรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์คลัตช์คู่)
ปุ่มปรับโหมดขับเคลื่อนรวมอยู่กับสวิตช์ควบคุมบริเวณคอนโซลกลาง กุญแจแบบ Keyless ที่ติดตั้งระบบติดตามกุญแจด้วยสัญญาณเสียง ที่แถมมาให้สำหรับ MINI Cooper S รุ่นใหม่ทุกโมเดล ปุ่มปรับอุณหภูมิของห้องโดยสารยังเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ นั้นปรับมาให้มีความสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะจอภาพมอนิเตอร์ที่สามารถกดสั่งงานบนหน้าจอด้วยระบบสัมผัส ทำให้การใช้งานระบบนำทางด้วยดาวเทียมมีความดีงามมากยิ่งขึ้นจากความสะดวกรวดเร็วและง่ายนั่นเอง
คุณภาพของห้องโดยสารใน MINI Cooper S Convertible LCI มีความลงตัว จากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและการจัดวางที่ลงตัว สวิตช์เปิดปิดกระจกบานประตูบริเวณแผงประตูทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น แป้นควบคุมที่ใช้ระบบสัมผัส พร้อมกราฟิกใหม่ ออกแบบโดย BMW Group ทำให้เข้าและออกจากเมนูต่างๆ ได้ง่ายขึ้น อย่างที่บอกว่าเบาะหลังยังคงคับแคบเหมือนเดิม และเหมาะกับเด็กตัวเล็กๆ มากกว่า โดยเฉพาะเบาะหลังของรุ่นเปิดประทุน Cooper S Convertible แต่เบาะคู่หน้ามีพื้นที่บริเวณไหล่เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้เวลานั่งหรือขับนั้นรู้สึกโปร่งโล่งพอสมควร อุปกรณ์ที่เจ้าของรถจะต้องยึดจับไปตลอดการขับขี่ก็คือพวงมาลัย วงพวงมาลัยแบบใหม่ของ Cooper S Convertible พวงมาลัยไฟฟ้าแบบใหม่มีขนาดที่พอดี ทำงานขึ้นตรงกับโหมดของการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ (Green mode / Mid Mode / Sport Mode) ก้านวงของพวงมาลัยติดตั้งสวิตช์มัลติฟังก์ชันสั่งงานระบบเครื่องเสียงและระบบโทรศัพท์แบบบลูทูธ มีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift มาให้ พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังแท้เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว สัญลักษณ์ Resolute อยู่ที่ก้านวงด้านล่าง
มาตรวัดความเร็วและวัดรอบแบบใหม่ อ่านค่าได้ง่าย การปรับปรุงในตำแหน่งของช่องบอกปริมาณเชื้อเพลิงมีความชัดเจนมากกว่าเดิม จอแสดงผลกลาง สั่งงานด้วยการควบคุมผ่านแป้น controller หรือใช้นิ้วแตะที่หน้าจอเพื่อสั่งงานในระบบสัมผัส หน้าจอล้อมกรอบด้วยหลอด LED ในรูปแบบที่ถูกเติมเต็มด้วยสีสันเร้าใจ จอแสดงผลกลางพร้อมด้วยกราฟิกแบบใหม่ ใช้แสงจากหลอด LED ทำหน้าที่บอกสถานะการทำงานของเครื่องยนต์และการปรับตั้งต่างๆ ด้วยสัญลักษณ์แสงสีต่างๆ จอภาพตรงกลางยังเป็นมอนิเตอร์ของกล้องมองหลัง พร้อมเซนเซอร์ที่ใช้ในการกะระยะถอยหลัง คอยส่งสัญญาณเสียงแจ้งเตือนคนขับเมื่อถอยเข้าใกล้กับวัตถุกีดขวาง สำหรับหน้าจอแสดงผลส่วนกลางที่เป็นเอกลักษณ์ของ MINI ยังได้รับการออกแบบให้เจ้าของรถสามารถเลือกการแสดงผลในฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย เป็นของเล่นที่ออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายๆ โดย MINI Cooper S Convertible มาพร้อมหน้าจอสีสั่งงานด้วยระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว แสดงผลที่เกี่ยวกับฟังก์ชันกับสภาวะการปรับตั้งระบบต่างๆ ของรถ สาระความบันเทิง และการเชื่อมต่อ MINI Connected สำหรับฟังก์ชันดังกล่าวมีระบบควบคุม MINI Touch Controller ที่ทำงานโดยใช้ระบบสัมผัสปลายนิ้วลงไปบนแป้นควบคุม เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถป้อนข้อมูลได้จากการเขียนด้วยนิ้วมือลงบนปุ่ม Controller ได้โดยตรง ในตำแหน่งของ MINI Touch Controller กราฟิกของฟังก์ชันต่างๆ เมื่อเข้าสู่เมนูหลักและเมนูแยกย่อยถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลใหม่ทั้งหมด
กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยสวิตช์สีแดง เครื่องยนต์ 2 ลิตร MINI TwinPower Turbo ติดขึ้นมาอย่างเร็ว โยกคันเกียร์หน้าตาคล้ายแท่งไอติมไปที่ตำแหน่ง D แล้วคลายเท้าออกจากแป้นเบรก ผมขับเจ้า MINI เปิดหลังคาที่ยังคงปิดสนิทแน่น โดยใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ของกรุงเทพมหานคร บนเส้นทางพระรามสอง วังมะนาว เลียบทะเลบางตะปูน บายพาสชะอำปราณบุรีไปจนถึงอุทยานสามร้อยยอด กำลังที่ส่งถ่ายออกมาจากเครื่องยนต์ผ่านระบบเกียร์แบบใหม่ในโหมด MID MODE เป็นหน่วยขับเคลื่อนเริ่มต้นของ Cooper S ทุกครั้งที่สตาร์ตเครื่องยนต์ การทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์มีค่าการตอบสนองในระดับกลางๆ ด้วยคันเร่งที่ยืดหยุ่น ส่วนหนึ่งเกิดจากผลพลอยได้ของการเปลี่ยนชุดส่งกำลังมาเป็นเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด เกียร์ทวินคลัตช์ลูกใหม่ที่ใส่เข้ามาในรุ่น Cooper S เครื่องยนต์เบนซินเพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนอัตราทด ช่วยทำให้การเร่งแซงรถช้า หรือการขับขึ้นภูเขาสูงชัน Cooper S เครื่องเบนซิน 2 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผันแบบ Twin Scroll วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้าระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยวลูกเดียวโดดๆ กับฟังก์ชัน Overboost ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ และมีอัตราความประหยัดที่น่าพอใจ ไม่แรงเท่า Cooper JCW แต่ใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน ทั้งการขับในเมืองหรือขับท่องเที่ยวทางไกล
ทุกครั้งที่ขับ MINI หมายถึงการผญจภัยที่สนุกสนาน ไม่ว่าคุณจะขับมันไปช็อปปิ้งในเมืองหรือเอาออกมาเปิดหลังคารับลมเย็นๆ ในช่วงฤดูหนาวที่ไม่มีอยู่จริงในประเทศไทย รุ่น Convertible ที่เอาไว้ขับกินลมชมวิวในวันหยุดตามภูเขาหรือชายทะเลก็ถือว่าเป็นรถที่เหมาะทั้งนั้น การเลือกซื้อรถเล็กราคาแพงจากแบรนด์ MINI หมายถึงการเลือกของเล่นที่ถูกใจในวัยเด็ก และของเล่นที่ถูกใจนั้นส่วนใหญ่มีราคาที่ไม่ถูก! ผมอยู่กับ Cooper S LCI รุ่นเปิดประทุน Convertible ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายในช่วงปลายเดือนธันวาคม อุณหภูมิของประเทศไทยลดต่ำเล็กน้อยพอได้ไอเย็นในตอนเช้าเพื่อการขับแบบเปิดหลังคารับลมเย็นๆ ที่ปะทะเข้ากับใบหน้า
3 ล้านที่จ่ายไป แลกกลับคืนมาด้วยรถเล็กเปิดหลังคา กับออปชันบางอย่างที่ถูกหั่นออกไปอย่าง Adaptive LED และเครื่องเสียง Harman Kordon นั่นทำให้รู้สึกว่ามาแบบไม่เต็มอยู่เหมือนกัน สำหรับคนชอบ MINI ส่วนใหญ่ มีความใฝ่ฝันกับการขับรถเปิดประทุนที่แปะตราสัญลักษณ์ MINI โครงสร้างหลัก ของรถรุ่นนี้ แตกต่างจากรุ่นหลังคาแข็งตรงแชสซี ที่ต้องมีการดามเสริมเพิ่มความแข็งแรง เพื่อป้องกันการบิดตัวเนื่องจากไม่มีหลังคา แม้จะมีน้ำหนักตัวถึง 1,370 แต่ความรู้สึกที่ถ่ายเทออกมากลับว่องไวเกินคาด ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 ที่ 7.1 วินาที จิ้ดใช้ได้ แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักของคนที่เลือกซื้อ MINI รุ่นนี้ กลไกไฟฟ้าของหลังคาและความงามยามพับหลังคาเก็บ แชสซีที่ขัดเกลามาเป็นอย่างดีของ F57 ทำให้การขับมีความเนียนหนึบแต่ก็มีบางจังหวะที่กระเด้งหนักเอาเรื่องเมื่อเจอกับผิวถนนที่เป็นลอนคลื่น
การปรับการทำงานของโช้คอัพและสปริงใหม่หมด เกียร์ขับหน้า 7 สปีด พร้อมซอฟต์แวร์ที่ฉลาดปราดเปรื่องทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ติดมาให้ซะที ไม่ต้องตะกายไปที่ JCW ซึ่งแพงกว่ามาก เครื่องยนต์ 2 ลิตร เทอร์โบ มีสันดานค่อนข้างดิบเถื่อนดุดัน สามารถเล่นบทบู๊ล้างผลาญได้ในจังหวะที่คันเร่งถูกกดจนจมมิด แรงพุ่งทะยานนั้นมีความมั่นคงมาก อาการทอร์คสเตียร์ หรืออาการดึงที่พวงมาลัยเมื่อลงคันเร่งจนสุดไม่มากนัก เกิดจากน้ำหนักรถที่มากกว่ารุ่นหลังคาแข็ง พร้อมการปรับเซตการตอบสนองของพวงมาลัยไฟฟ้ากับช่วงล่างหน้าใหม่หมด ระวังการเปลี่ยนทิศทางในย่านความเร็วสูง อย่ากระตุกพวงมาลัยแบบใจร้อน เดี๋ยวจะเสียหลักเพราะฐานล้อที่สั้นกระชับทำให้อาการของรถไวไปหมด
Cooper S Convertible Resolute edition วิ่งได้เนียนขึ้น พร้อมความปราดเปรียวของระบบส่งกำลัง และระบบรองรับที่โดนใจคนสูงวัย จากฝีไม้ลายมือของวิศวกรที่สร้างรถ BMW บุคลิกภาพของรถมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่ยังคงให้ความสนุกในการขับ กับสไตล์แบบรถเล็กที่รักความโลดโผน เครื่อง 2 ลิตร MINI TwinPower Turbo ในรอบกลางๆ ผลักดันเจ้า Cooper S ไร้หลังคา ให้พุ่งลิ่วๆ ไปตามทางลาดยางแถบอุทยานปราณบุรี แรงยึดเกาะที่ปรับมาใหม่ออกแนวนุ่มหนึบและมีความกระด้างน้อยลงไปมาก เหมาะสมกับแรงบิด 280 นิวตันเมตร ทำให้คุณควบคุมมันได้ง่าย พวงมาลัยไฟฟ้าเซอร์โววาล์วที่แปรผันน้ำหนักไปตามโหมดการขับ เร่ิมด้วย Green Mode หรือโหมดประหยัด Mid Mode หรือโหมดมาตรฐาน และ Sport Mode หรือโหมดหาเรื่อง ที่ต้องการทางโล่งๆ ในการปล่อยม้าทั้ง 192 ตัวลงสู่พื้นถนน
แม้จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากการเสริมความแข็งแกร่งที่จำเป็นเพื่อเสริมโครงสร้างแบบไร้หลังคา รุ่นเปิดประทุนของ MINI ขับสนุก ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้ามีน้ำหนักที่เหมาะสมกับความเร็ว แชสซีที่ยึดเกาะได้อย่างโดดเด่น การเปลี่ยนเกียร์ที่ลื่นไหล และให้ความรู้สึกไวเมื่อเข้าโค้ง ตำแหน่งการนั่งขับนั้นสบายและให้ความรู้สึกสปอร์ต แต่บางคนก็ไม่ชอบอารมณ์กระด้างและเด้ง แรงสั่นสะเทือนที่มักได้รับจากการที่รถเปิดประทุนสูญเสียการค้ำยันเพิ่มเติมของหลังคาคงที่ไม่ได้เลวร้ายนัก Cooper S หลังคาผ้า มีช่วงล่างที่ให้ฟีลลิ่งแบบรถโกคาร์ท แต่ก็ไม่ได้แข็งจนเกินไปในแง่ของคุณภาพการขับขี่ แม้ว่า JCW อาจจะแข็งเกินไปสำหรับบางคนก็ตาม มันใช้งานได้ดีเมื่อขับออกทางไกล แต่ระบบกันสะเทือนแนวฮาร์ดคอร์ของ MINI เผยให้เห็นเสียงเขย่า มีเสียงบางอย่างในรุ่นเปิดประทุนบนถนนที่ไม่เรียบ
บนทางหลวงชนบทกับการขับที่ความเร็วต่ำแบบไร้หลังคา MINI มีเสียงลมเล็กน้อยเมื่อเปิดหลังคา เสียงเครื่องยนต์จะได้ยินมากขึ้นเมื่อพับหลังคาลง Convertible ขยับเดินและก้าวไปไกลลิบเมื่อเทียบกับรุ่นแรก หลังคาผ้าใบความหนาสองชั้น สกรีนธงชาติอังกฤษ สีขาวสว่างสดใสเข้ากันได้ดีกับหลังคาผ้าสีดำ การพับเก็บหรือกางออกใช้เวลา 18 วินาที สามารถขับที่ย่านความเร็วต่ำเพื่อพับเก็บ หรือกางออกในวันที่มีอากาศดี โหมดสูงสุดหรือ Sport Mode นั้น เมื่อขับเร็วดันไม่เหมาะกับการขับแบบเปิดหลังคา และแม้จะปิดหลังคา เสียงลมปะทะกับตัวถังพร้อมเสียงยางบดไปบนผิวถนนก็จะดังให้ได้ยินอย่างชัดเจน แม้จะวิ่งที่ความเร็วต่ำก็ยังได้ยินอยู่เหมือนเดิม การขับแบบไหลไปเรื่อยๆ ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมกับพับหลังคาเก็บในช่วงลมหนาวมาเยือนตอนเช้าๆ แบบนี้ สร้างความรู้สึกโรแมนติกที่มีความแตกต่างจากการขับรถทั่วไป อาการต่างๆ ค่อนข้างเป็นกลาง ให้ความสมดุลไม่ว่าจะหักเข้าโค้งอย่างรวดเร็วหรือกระโจนผ่านคอสะพาน รวมถึงการเบรกหนักๆ เจ้า MINI Cooper S Convertible ก็ยังทรงตัวได้ดี อัตราเร่งจาก 0-100 ใน 7.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดสามารถทะยานไปได้ถึง 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นรถเล็กที่มีความเร็วปลายคันเร่งเอาเรื่องเลยทีเดียว
ราคา 3,090,000 บาท มอบความสนุกหลังพวงมาลัยสไตล์โกคาร์ท รวมถึงความโรแมนติกเมื่อขับเปิดหลังคากินลมชมวิวริมทะเลในช่วงที่อากาศดี ช่วงล่างกับความแข็งขืนเมื่อเจอกับถนนไม่เรียบ แต่การปรับตั้งค่าของโช้คและสปริงใหม่ ทำให้ขับได้สบายขึ้น พวงมาลัยไฟฟ้าทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เกียร์ดี และมีแป้น Paddle Shift มาให้แล้ว การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งอยู่ในเกณฑ์ดี ฐานล้อที่สั้นกว่าปกติและความว่องไวในการตอบสนองของระบบบังคับเลี้ยวทำให้ต้องระวังเรื่องเปลี่ยนทิศทางเมื่อขับเร็ว เครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบ เบ่งบานพลังงานในรูปของแรงฉุดลากได้ดี จากการปรับคันเร่งไฟฟ้าใหม่ ที่ออกแนวไวจัดในโหมดสูงสุด เป็น MINI ไร้หลังคาอีกคันที่ขับได้สนุกโดยเฉพาะตอนเปิดหลังคา การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ใครต่อใครพากันหลงรักรถประเภทนี้มากยิ่งขึ้น มันแพงกว่า Mazda MX-5 ND 1 แสนบาท ถูกกว่า Audi TT Roadster 5 แสนบาท รวมถึงยังถูกกว่า BMW Z4 30i ถึง 1 ล้านบาท.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/