สัมผัสแรก ทดสอบ HAVAL JOLION Hybrid SUV ขับใช้ได้ นั่งสบาย หัวใจจะวายตอนเบรก!

ข่าว

    สัมผัสแรก ทดสอบ HAVAL JOLION Hybrid SUV ขับใช้ได้ นั่งสบาย หัวใจจะวายตอนเบรก!

    ไทยรัฐออนไลน์

    19 พ.ย. 2564 12:00 น.

    ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยานยนต์รุ่นใหม่ของค่ายกำแพงเมืองจีน หลังจาก Haval H6 ไฮบริดลูกครึ่งจีนยุโรป ตามด้วยแมวสวาท ORA Good Cat เหมียวไฟฟ้าสุดน่ารัก ล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดพี่สิงห์ Haval Jolion ให้สื่อมวลชนทดลองขับในงาน “All New HAVAL JOLION Hybrid SUV -Your Intelligent SUV” เพื่อทดสอบสมรรถนะ และสัมผัสรถรุ่นใหม่ของค่ายกำแพง ช่วงนี้ งานงอกปั่นกันไม่ทัน ลากยาวกันมาตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมจนมาถึงปลายเดือนพฤศจิกายนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเบาลงแต่อย่างใดทั้งสิ้น งานชุกของสื่อสายรถยนต์จะหนาแน่นในช่วงก่อนเปิดงาน Motor Expo จากความต้องการที่จะชิงพื้นที่นำเสนอข่าวสารของรถรุ่นใหม่ให้ไปถึงคนที่กำลังสนใจจะเปลี่ยนรถในช่วงปลายปี งาน Motor Expo เหมือนเครื่องมือในการกระตุ้นการทำงานของสื่อ หลังจากเงียบเหงามานานจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

    Haval Jolion Hybrid Crossover รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นที่ 2 จากแบรนด์ Haval ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ถือเป็นรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวในจีนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Jolion อยู่ในกลุ่มเดียวกับ Honda HR-V / Toyota Corolla Cross / MG ZS / Subaru XV / Nissan Kicks สำหรับหน้าตาของพี่สิงโต Jolion มีทั้งคนที่ชอบและคนที่บอกว่า ยังไม่ค่อยจะชอบ ความคิดเห็นส่วนตัว จากมุมมองด้านหน้าที่ดูเหมือนจะเยอะและรกเกินไป แต่มองให้ลึกๆ ความเยอะของหน้าตาพี่สิงโตแอบแฝงความลงตัวอยู่เหมือนกัน กระจังหน้าที่คล้ายกับ KIA บางรุ่น ไฟหน้าของ Jolion รุ่นท็อป Ultra จัดไฟอย่างแหล่มด้วยไฟ LED แบบสามช่องไฟ ล้อมกรอบชุดกระบอกไฟด้วยพลาสติกสีฟ้า สื่อให้เห็นถึงการใช้พลังงานผสม เครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้าที่ต้องมีสีฟ้าเข้ามาเจือปน ต่ำลงจากไฟหน้าเป็นชุดไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Light ควบรวมกับไฟเลี้ยว LED ออกแบบในลักษณ์แผงไฟเรียงซ้อนกันเป็นตับ ตำแหน่งนี้มีรายละเอียดที่น่าจดจำของ Jolion เมื่อไฟเลี้ยวถูกยก ไฟหรี่หลอด LED จะเปลี่ยนจากสีขาวไปเป็นสีเหลือง สำหรับหน้ากระจังพลาสติกมีความซับซ้อนของการออกแบบ ล้างยากแต่สวยใช้ได้ กันชนหน้ามีพื้นที่ไม่มาก เนื่องจากกระจังและช่องรับอากาศใต้กระจังเบียดบังพื้นที่สวนหน้าไปเกือบทั้งหมด รูปลักษณ์ด้านหน้าออกแบบโดย Christopher Zarlenga ดีไซเนอร์มากความสามารถฝั่งยุโรปที่ GWM ไปคว้าตัวมาร่วมงาน เพื่อปรับภาพลักษณ์ของรถยนต์หลังกำแพงใหญ่ให้มีความเป็นอินเตอร์มากยิ่งขึ้น  

    ด้านข้างของ Jolion คล้ายกับ H6 ที่โดนย่อขนาดลงมาเล็กน้อย เสาหน้าใช้องศาความลาดเอียงที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ แนวหลังคากระจกพาโนรามิคในรุ่นท็อป Ultra ค่อนๆ เทลาดลงไปยังส่วนท้าย เสาท้ายสไตล์ Sport Crossover Coupe แรคหลังคาในรุ่นสูงสุดติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน กรอบกระจกบานประตู เดินเส้นโครเมี่ยมเพื่อยกระดับความหรู เส้นตัวถังด้านข้าง เป็นเส้นตรงที่ลากจากมุมของไฟหน้า ไปจนถึงขอบไฟท้าย มือจับที่เปิดประตูสีเดียวกับตัวถังเพื่อความกลมกลืน สัญลักษณ์ HEV ที่แก้มข้างทั้งสองฝั่ง ชายล่างของบานประตู ติดตั้งคิ้วโครเมี่ยมที่ดูแปลกๆ ยังไงพิกลอยู่ ส่วนล้ออัลลอยรุ่นท็อป ขอบ 18 นิ้ว ห่อรัดด้วยยาง goodyear assurance ไซส์ 255/55R18 98V เน้นนุ่มเงียบเพื่อความสบายขณะขับใช้งาน แก้มยาง Series-55 สูงพอที่จะลุยทางลูกรังได้แบบ พอหอมปากหอมคอ มิติตัวถัง มีขนาดความยาว 4,472 มิลลิเมตร กว้าง 1,840 มิลลิเมตร สูง 1,574 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 168 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 1,570 กิโลกรัม

    บั้นท้าย มีแค่ไฟท้ายเท่านั้นที่ขัดใจ จากรูปแบบที่ห้อยลงมาด้านล่าง ถ้าใช้ไฟท้าย LED ทรงแนวนอนไม่ต้องออกแบบให้ไฟบริเวณมุมตัวถังส่วนท้ายห้อยลงมาเป็นแท่งแบบนั้นน่าจะดูดีกว่าเดิม ฝาท้ายเปิดด้วยมือไม่มีระบบไฟฟ้า กับกันชนหลังและชิ้นงานตกแต่งใต้กันชนทำออกมาดีพอสมควร Haval Jolion มีบานกระจกฝาท้ายที่ไม่ใหญ่มากนัก พร้อมที่ปัดน้ำฝนด้านหลังติดมาให้ด้วย ไฟเบรก LED ดวงที่สาม ติดอยู่ด้านบนในชิ้นงานสปอยเลอร์หลังที่มีส่วนเสริมทำให้มุมมองบั้นท้ายของพี่สิงห์ดูดีขึ้น กันชนหลังติดตั้งเซนเซอร์ 4 ตำแหน่ง พร้อมกล้องมองหลังที่คมชัดราวกับรถยุโรปราคาสี่ล้าน ครับกล้องมองรอบคันของพี่สิงห์มีความชัดเท่ากับ H6 และเจ้าแมว Good Cat ความคมชัดทำให้สามารถสังเกตการรอบคันก่อนการเคลื่อนตัวเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเฉี่ยวชน กล้องที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้า ใต้กระจกมองข้างและใต้มือจับที่เปิดฝาท้ายมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ซอฟต์แวร์ประมวลผลการแสดงมุมมองรอบคันทำได้ดี ฟังก์ชันถอยจอดอัตโนมัติสามรูปแบบยังช่วยทำให้คนที่เพิ่งจะขับรถเป็นไม่เครียดเวลาถอยเข้าที่จอดคับแคบอีกด้วย 

    ภายในอีกแล้วที่กลายเป็นจุดเด่นของรถค่าย GWM หลังจากความหล่อของ H6 Hybrid กับงานภายในหรูๆ แนว Range Rover กับความงามสไตล์คลาสสิกของ ORA Good Cat  500 Ultra โทนสีภายในเขียวหรือน้ำตาลสลับสีเบสที่ทำออกมาได้ดีและดูแพง มาถึงภายในของ Jolion โทนสีตัวท็อป ยังคงเล่นสีเบาะสว่างอย่างสีเบสและแดชบอร์ดคอนโซลที่เต็มไปด้วยรายละเอียดของการโชว์ความหรู (ซึ่งไม่จำเป็นต้องแพง) เบาะสีเบสตัดขอบด้วยสีดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีทอง เบาะคนขับปรับไฟฟ้า เบาะคนนั่งหน้าปรับมือ เบาะหลังนั่งแล้วยังต้องปรับในเรื่องของตำแหน่งรองต้นขาที่ยังไม่ค่อยจะดีเท่าที่ควร เบาะหลังแบบสามที่นั่ง ถ้านั่งจริงแค่สองจะสบายกว่า พื้นที่ส่วนหลังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมาให้ รวมถึงยังมีช่อง USB สำหรับการชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าพวกโทรศัพท์มือถือติดมาให้อีกด้วย อันนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี  

    แดชบอร์ดสีขาวสลับสีเทาดำ มีจอแสดงผลมอนิเตอร์กลางที่สวยงามแต่ฟังก์ชันใช้งานยังคงมีความซับซ้อนต้องใช้ความคุ้นเคยในการสั่งงาน อยู่กับรถแค่ 4 ชั่วโมงคงไม่มีเวลาที่จะมานั่งล้วงโปรแกรมและฟังก์ชันต่างๆ เพื่อนำมาชำแหละให้คนอ่านได้รับรู้ จุดที่ชอบในตำแหน่งแดชบอร์ดก็คือชิ้นงานพลาสติกสีเทาที่ทำรายละเอียดออกมาดูแพงใช้ได้ ช่องแอร์ทรงสี่เหลี่ยมเรียบง่าย จอภาพมอนิเตอร์กลางรองรับ Apple CarPlay MP3 JOOX และระบบนำทาง ฟังก์ชันการปรับตั้งค่าต่างๆ ในระบบความปลอดภัย การเลือกแสดงผลอัตราสิ้นเปลือง โหมดการขับเคลื่อนและกล้องมองภาพรอบคัน ใต้จอภาพมอนิเตอร์กลางขนาด 12.3 นิ้ว เป็นแผงสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศ กล้องมองภาพในระบบถอยจอดอัตโนมัติ ซุ้มเกียร์คล้ายกับเกียร์ของ Jaguar ใช้ปุ่มทรงกลมแบบหมุน มีตำแหน่งเกียร์ให้หมุนสี่รูปแบบการขับเคลื่อนคือ P / N / D / Rช่องเสียบโทรศัพท์ข้างปุ่มเกียร์ สวิตช์เบรกมือไฟฟ้าและ Auto Brake Hold พนักเท้าแขนที่เป็นกล่องเก็บของกระจุกกระจิก แดชบอร์ดหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์กับวัสดุผิวสัมผัสนิ่ม แผงประตูก็เช่นกัน หุ้มด้วยไวนิลพร้อมตำแหน่งมือจับที่เปิดบานประตูกับตำแหน่งของกรวยลำโพงที่ทำออกมาดูดีเลยทีเดียว 

    พวงมาลัยของ Haval Jolion ปรับขึ้น-ลง ได้ แต่ปรับสูง-ต่ำไม่ได้ พวงมาลัยหุ้มหนัง มีสวิตช์มัลติฟังก์ชันมาให้เพียบ เช่น สวิตช์ที่ก้านวงด้านซ้าย ไล่จากระบบสั่งงานด้วยเสียง ปุ่มควบคุมลำโพง ปุ่มเลือกโหมดการเล่นในระบบอินโฟเทนเมนท์ ปุ่มรับและวางสายโทรศัพท์บูลทูธ ส่วนด้านขวาเป็นสวิตช์ควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control EyEQ4 ควบคุมให้รถอยู่ในย่านความเร็วที่กำหนดโดยผู้ขับ รักษาระยะห่างด้วยการเร่งและเบรกให้เหมาะสมกับความปลอดภัย รวมไปถึงการหยุดและกลับไปที่ความเร็วที่ได้ตั้งค่าเอาไว้ ฟังก์ชันแก้เมื่อยนี้มีหลายคนชอบ เพราะแค่จับพวงมาลัยให้อยู่ในช่องทางเท่านั้น รถจะเร่ง รักษาระยะห่างและเบรกเองด้วยระบบอัตโนมัติ ACC ทั้งหมด 

    เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 4 วาว์ลต่อสูบ - 16 วาว์ล หัวฉีดไฟฟ้า ปริมาตรความจุ 1.5 ลิตร เป็นเครื่องยนต์หายใจเองโดยไม่มีระบบอัดอากาศ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 375 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ DHT รองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด เมื่อทํางานร่วมกับเครื่องยนต์ GWMเคลมว่า Haval Jolion มีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร ระบบรองรับซึ่งเป็นที่มาของการทรงตัวและความสบายขณะขับเคลื่อน ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) โช้คอัพ สปริงและเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังแบบคานแข็งทอร์ชันบีม (Torsion Beam) พร้อมเหล็กกันโคลง แพลตฟอร์ม GWM LEMON ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของ Haval Jolionไม่สูงมาก ส่งผลไปถึงการทรงตัวที่พอใช้ได้ในย่านความเร็วสูง 

    เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ไม่มีระบบอัดอากาศ แต่มีมอเตอร์ในระบบไฮบริดมาช่วยเสริมแรงบิด การเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปจนถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำตัวเลขอัตราเร่งอยู่ที่ 9.7 วินาที ความเร็วสูงสุดโดนล็อกเอาไว้ที่ 156 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลงสะพานยาวๆ หรือลงเนินอาจไหลไปได้ถึง 160 แต่ระบบจะตัดทันทีไม่สามารถไปให้เร็วกว่านั้นได้ สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทำได้ 16.5 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นการขับในโหมดสปอร์ตและใช้ความเร็วอย่างต่อเนื่องไม่ได้ขับเพื่อเน้นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองให้ดูประหยัด จุดที่ไม่ชอบก็คือ ในย่านกลางๆ ถึงรอบปลายๆ เครื่องยนต์ดูเหมือนไม่ค่อยมีพลังในการเร่งอีกแล้ว ไปสุดได้แค่ความเร็วที่บอกแล้วระบบก็จะตัดทันที แต่ก็ดีในเรื่องของความปลอดภัยเพราะรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ ความเร็วที่เหมาะสมและถูกกฎหมายจะช่วยทำให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น (มาก) 

    New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

    1. All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น TECH รถรุ่นต่ำสุดของโมเดล Jolion ถ้ากดราคาให้ต่ำกว่ารุ่นถูกของรถคู่แข่งน่าจะทำตลาดได้ดี ขอเดาว่ารุ่นต่ำสุดน่าจะมีระดับค่าตัวอยู่ที่ 799,000 บาท 

    2. All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น PRO อุปกรณ์ที่ด้อยกว่าทำให้รุ่นรองท็อปกลายเป็นพระรองที่ขายสู้ตัวท็อปอย่างพระเอกไม่ค่อยจะได้ คาดว่า ราคาของ Jolion รุ่น PRO น่าจะอยู่ที่ 899,000 บาท 

    3. All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA เป็นพี่สิงห์ที่ GWM นำมาให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะ รุ่น ULTRA ถ้ากดให้ราคาไม่เกินล้าน อยู่ที่ 989,000 รับรองว่า มีเฮนะครับ

    รอราคาที่แท้จริงในวันประกาศ วันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ 


    อุปกรณ์แหล่มๆ ที่หลายคนชอบ แต่บางทีก็แทบจะไม่ได้ใช้ในรุ่นท็อป Jolion Ultra เช่น

    Panoramic Sunroof พร้อมระบบการสั่งงานด้วยเสียง (Voice Command) หลังคากระจกโนรามิค ซันรูฟ หลังคาแก้วที่เปิดออกได้เฉพาะส่วนหน้า ไม่ได้เปิดทั้งผืนแบบรถยุโรปราคาแพง 

    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมกับกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในช่วงความเร็วที่กำหนดไว้ โดยจะปรับลดความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถยนต์คันหน้าเพื่อความปลอดภัย รวมไปถึงการหยุดและรีสตาร์ตกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า

    ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (IIP) มีไว้ดีกว่าไม่มี ระบบนี้ ใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบ เพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถ จากนั้น ระบบจะทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ไมว่าจะเป็นการจอดแบบแนวตรง แนวเฉียง และการจอดเทียบข้าง ที่ทำได้อย่างแม่นยำและสะดวกสบาย โดยในการทดสอบที่สนามทดสอบจะเป็นการทดสอบการจอดแบบแนวตรง และการจอดเทียบข้าง

    เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ (Intelligent Single Pedal) การเร่งหรือชะลอความเร็วโดยใช้เพียงคันเร่งเดียว หรือ one Pedal เมื่อตำแหน่งเกียร์อยู่ที่เกียร์ D เหยียบคันเร่ง หรือยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง จะสามารถทำให้รถยนต์เพิ่มความเร็ว หรือลดความเร็ว และจอดรถยนต์ได้

    ความแม่นยำและคมชัดของกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ประกอบด้วยกล้อง 4 ตัว ที่มีความละเอียดคมชัด 4 Megapixel

    โหมดการขับขี่ ของ Haval Jolion แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่
    1) โหมดมาตรฐาน 2) โหมด Sport 3) โหมด ECO 4) โหมดสภาพถนนลื่น
    การเข้าโค้งอัจฉริยะ เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงาน กล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้


    ระบบความปลอดภัยหลักๆ พร้อมระบบช่วยขับเวอร์ชันที่ 2 
    ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) โดยระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาวหรือสูง ในระหว่างการขับผ่านทางด้านซ้ายหรือด้านขวา ระบบจะเบี่ยงเพื่อเพิ่มระยะห่างตามระยะที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และกลับสู่กึ่งกลางของเลนเดิมอัตโนมัติ

    ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)

    ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)

    ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK)

    ผมได้จับพวงมาลัยเจ้า Jolion Hybrid Crossover แค่ช่วงสั้นๆ หลังจากออกเดินทางต่อ จากร้านอาหารแถวชายขอบของจังหวัดสระบุรี มุ่งหน้าไปอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก Haval Jolion มีช่วงล่างที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสบายมากกว่ารถรุ่นพี่อย่าง Haval H6 บางคนอาจบ่นว่าย้วยแต่ถ้าไม่ขับเร็วหรือใช้พวงมาลัยในโค้งเยอะเกินไป อาการโคลงตัวก็ไม่ได้มากมายอะไร การวิ่งบนถนนลาดยางเรียบๆ ด้วยความเร็วเดินทางที่ถูกกฎหมายทำออกมาพอใช้ได้ ความสบายจากเบาะคนขับ การเก็บเสียง ระบบปรับอากาศและความสามารถของระบบขับเคลื่อน เรื่องเก็บเสียงก็ทำได้ตามมาตรฐานของรถยนต์ที่มีราคาใกล้ล้านหรืออาจเกินล้านของรุ่น Ultra ยางที่เลือกใช้ก็มีแก้มยางที่สูงพอจะเอาลงไปวิ่งบนทางลูกรังได้อยู่บ้าง ช่วงล่างแบ่งรับแบ่งสู้กับผิวถนนที่ไม่เรียบได้ดีพอใช้ จุดที่ชอบก็คือ การทรงตัวเมื่อใช้ความเร็วปกติ เมื่อไม่ได้ขับเร็ว Jolion จะเป็นรถอเนกประสงค์ไซส์เล็กที่มีความนิ่งใช้ได้ การเร่งความเร็วในช่วงปลายอาจดูอึดอัดไปหน่อยเพราะความเร็วปลายไม่ค่อยไหลเท่าที่ควร ช่วงลงเนินผมส่งความเร็วเพื่อลงทดสอบหาตัวเลขท็อปสปีดหรือตัวเลขความเร็วสูงสุด พี่สิงห์ Jolion ทำได้ที่ 156-160 กิโลเมตร เท่านั้น ไม่มาสามารถดีดขึ้นไปที่ย่าน 180 กิโลเมตรได้เนื่องจากโดนล็อกความเร็วเอาไว้แค่นั้น เมื่อสอบถามไปทางวิศวกรของ GWM ก็ได้คำตอบในเรื่องของอัตราสิ้นเปลืองและความปลอดภัย ความเร็วสูงสุดของพี่สิงห์จึงทำออกมาได้แค่นั้นจริงๆ ละครับ 

    พวงมาลัยไฟฟ้าปรับแต่งได้สามระดับ เช่น เบา / สบาย / สปอร์ต เมื่อลองครบทั้งสามโหมด ผมปลดระบบควบคุมและรักษาช่องทางออกไป โหมดเบา จะให้น้ำหนักของพวงมาลัยถูกจริตกับการขับมากที่สุด เนื่องจากโหมดสปอร์ต ระยะฟรีตรงกึ่งกลางของพวงมาลัยจะมากเกินไป เมื่อปรับมาที่ เบา พวงมาลัยชัดเจนขึ้นและไม่มีอาการสับสนเมื่อหักเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง การถ่ายเทน้ำหนักทำได้ดี โค้งยาวๆ ต่อเนื่องบนเขาแถบมวกเหล็กก่อนถึงอ่างเก็บน้ำ รถมีอาการค่อนข้างเป็นกลางทำให้ควบคุมได้ง่าย แต่อย่างที่บอกว่าต้องปลดระบบควบคุมและรักษาช่องจราจรออกไปก่อน พวงมาลัยในโหมด เบา ดูจะเหมาะสมกับการขับที่หลากหลาย มีสปีดความเร็วขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดเวลา 

    ดิสเบรกสี่ล้อของ Haval Jolion พร้อมตัวช่วยเบรก ไม่ได้ให้ความมั่นใจมากนัก แต่การขับทดสอบของสื่อมวลชนที่ขึ้นตรงกับความปลอดภัยทำให้ต้องทิ้งระยะห่างจากรถคันข้างหน้ามากกว่าปกติ เป็นเรื่องของความปลอดภัยในด้านการระวังขับชนท้ายกันเอง หรือพุ่งไปโหม่งท้ายรถคันข้างหน้า ระบบเบรกแบบสะสมพลังงานหรือ regenerative braking แปรพลังงานจากการเบรกให้เป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อนำไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่สำหรับการใช้งาน Regenerative braking เป็นการใช้เบรกช่วยชาร์จไฟที่กลายเป็นข้อได้เปรียบในการใช้งานของรถไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้าการเพิ่มการชาร์จไฟช่วยทำให้ไฟในแบตเตอรี่ที่มีขนาดไม่ใหญ่โตอะไรหมดเร็วเกินไป Regenerative braking ถูกออกแบบมาให้ทำงานโดยใช้เพียงการทำงานของคันเร่ง เมื่อยกเท้าออกจากคันเร่ง เจนเนอเรเตอร์จะหน่วงทันทีเพื่อชาร์จไฟกลับ พร้อมกับการลดความเร็วของรถยนต์ในลักษณะ “single-pedal driving” มันได้พลังงานไฟฟ้ากลับมาไม่เยอะ เมื่อเทียบกับพลังงานที่สูญเสียไป แต่ก็ยังดีกว่าการเสียพลังงานไปทั้งหมดโดยเปล่าประโยชน์ การติดตั้งระบบเบรกสะสมพลังงานในรถยนต์ไฮบริดบางรุ่นจะมีสัมผัสของแป้นเบรกแบบฟองน้ำ หรือเบรกไม่ค่อยจะอยู่ ต้องกดแป้นเบรกมากกว่ารถปกติที่ไม่มีระบบดังกล่าว แรกๆ อาจไม่มีความคุ้นชินกับสัมผัสของแป้นเบรก แต่พอขับไปสักพักก็จะเริ่มจับจุดได้ว่า จะต้องกดกันขนาดไหนเบรกถึงจะหยุดรถได้ตามต้องการ ถ้าขับไม่เร็วและมีการทิ้งระยะห่างจากรถคันข้างหน้า ปัญหาสัมผัสของแป้นเบรกแบบ ReGen แทบไม่ส่งผลกระทบกับการเบรกหรือระยะเบรก แต่ถ้าเป็นพวกสายดันชอบขับจี้ท้ายใช้เบรกหนักๆ บ่อยครั้ง อาจทำให้รู้สึกแปลกว่าเบรกไม่ค่อยอยู่หรือเบรกไม่ตอบสนองได้ดีตามที่ต้องการ แค่ปรับการขับใหม่ ไม่จี้ท้ายใกล้เกินไป ทิ้งระยะห่างและใช้เบรกอย่างนิ่มนวล เบรกแบบสะสมพลังงานของ Haval Jolion ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไปของรถไฮบริดละครับ อันนี้ไม่ได้อวย แต่ลอเปลี่ยนวิธีขับดูก็จะรู้ว่ามันเป็นความจริง! 

    มาดูราคาของคู่แข่งกันดีกว่าครับว่าพี่สิงห์ Haval Jolion จะต้องเจอกับคู่แข่งที่เป็นโจทย์ยากในรุ่นไหนบ้าง

    เจ้าตลาดอย่าง Toyota Corolla Cross ไฮบริด 1.8 ลิตร รุ่นท็อปสุด กับค่าตัว 1,199,000 บาท

    อดีตแชมป์และครองเจ้าตลาดก่อนที่ครอสจะโผล่ออกมา HR-V e:HEV กำลังจะมีการประกาศราคาที่แท้จริงเร็วๆนี้ Honda new HR-V RS e:HEV เครื่อง 1.5 พร้อมไฮบริดเสริมแรง น่าจะมีราคาอยู่ที่ 1,189,000 บาท

    Mazda CX-30 สุดหล่อครอสโอเวอร์ที่เบ่งบานในช่วงเปิดตัว จนถึงตอนนี้ก็ยังขายออกไปได้เรื่อยๆ รุ่นท็อป CX-30 2.0 SP 6AT มีราคาอยู่ที่ 1,199,000 บาท เท่ากันกับ Corolla Cross พอดิบพอดี 

    MG ZS ตี๋เล็กจากแผ่นดินใหญ่ เพื่อนร่วมสัญชาติของ GWM Haval รุ่นสูงสุด 1.5 รุ่น X+ ราคา 799,000 บาท เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ ZS ขายดีใช้ได้เลยทีเดียว 

    Nissan Kicks e:Power รุ่น VL ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟ ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน ขับสนุกแต่ภายในยังต้องปรับปรุง ราคา 1,049,000 บาท

    Subaru XV ดาวประดับใจตัวเล็กแนวครอสโอเวอร์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา ทำให้เป็นรถที่ทรงตัวดี แต่ก็รับประทานน้ำมันอยู่เหมือนกัน เครื่อง 2.0 ลิตร ไม่มีเทอร์โบ กับเกียร์ CVT ใช้งานได้ดี แต่ XV ออกขายมานานแล้ว ความสดใหม่จึงสู้รถคู่แข่งลำบาก ได้แค่การทรงตัวที่ดีงามเกินหน้าเกินตารถคู่แข่ง XV รุ่น 2.0i-P
    มีราคา 1,015,000 บาท กดลงมาเพื่อเรียกร้องความสนใจของสายขับสี่ได้ดีเลยทีเดียว 

    Toyota C-HR Hybrid เป็นรถที่ผมชื่นชอบ จากการขับที่ดีงาม แต่พื้นที่เบาะหลังทำให้ C-HR ขายไม่ค่อยจะดีเท่าที่ควร แพลตฟอร์ม TNGA ส่งให้ C-HR เป็นรถที่ทรงตัวดี ขับสนุกโดยเฉพาะการใช้ความเร็วในรอบสูงอย่างต่อเนื่อง C-HR รุ่น HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท 

    ลองเดาเอาเอง ถ้า Haval Jolion รุ่นท็อป Ultra คันทดสอบ ทำราคาไม่ถึงล้าน (998,000 บาท) การต่อสู้จะยิ่งเข้มข้นมาขึ้น แต่ถ้ารุ่นสูงสุดดันทะลุล้านขึ้นไปนิดๆ อารมณ์จะออกมาแบบเจ้าแมวสวาท นั่นก็คือ คนที่อยากได้และคาดหวังไว้อีกราคานึงที่ต่ำกว่า แต่พอเปิดราคามาจริงๆ ดันสูงกว่าที่เล็งเอาไว้ ก็จะพากันทิ้งใบจอง แต่ถ้าผู้บริหารใจกล้า หั่นราคาให้ไม่ถึงล้านในรุ่นท็อป ตลาดครอสโอเวอร์ไซล์เล็กแบบนี้ มีเดือดละครับท่านผู้ชม. 

    All New HAVAL JOLION Hybrid SUV

    รุ่นและสีรถยนต์
    All New HAVAL JOLION Hybrid SUV
    เตรียมเปิดตัวและประกาศราคาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤศจิกายน  พ.ศ.2564 โดยจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

    HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น TECH
    สีรถภายใน : สีดำ (เบาะผ้า)

    HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น PRO
    สีรถภายใน : สีดำ (เบาะหนังสังเคราะห์)

    HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA
    สีรถภายใน : สีดำ / เทา (เบาะหนังสังเคราะห์ )

    สีตัวถังของHaval Joion Hybrid ทั้ง 3 รุ่น มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่
    สีแดง (Burgundy Red)
    สีน้ำเงิน (Swarovski Blue)
    สีเทา (Ayers Gray)
    สีดำ (Sun Black) และสีขาว (Hamilton White)


    New HAVAL JOLION Hybrid SUV มีกำหนดการที่จะเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่รอยัลพารากอน ฮอลล์ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มเติมได้ที่ GWM Application เว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH และ Official Facebook Page : GWM Thailand และ HAVAL Thailand



    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เกรท วอลล์ มอเตอร์Great Wall MotorsHAVALHAVAL JOLIONNew HAVAL JOLIONAll New HAVAL JOLION Hybrid SUVGWM ThailandAll New HAVAL JOLIONGWMHaval Jolion HybridHaval Jolionทดสอบรถทดสอบรถใหม่อาคม รวมสุวรรณ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 14:10 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์