ภายใต้ร่มเงาของ BMW Group การถือครองแบรนด์รถเล็กของอังกฤษมาตั้งแต่ปี 1999 ทำให้ MINI มีขนาดตัวถังไม่เล็กอีกต่อไป ปัจจุบัน MINI มีรถให้เลือกมากมายจนจำแทบไม่หมด เริ่มจากรุ่น Cooper 3 และ 5 ประตู รวมถึง Cooper Clubman ตัวถังสเตชั่นแวนกอนฝาท้ายแบบตู้กับข้าว ไปจนถึง Countryman Cooper ทั้งขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ ในรุ่น All4 ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ MINI TwinPower Turbo ก็มีตั้งแต่เครื่องเบนซินสามสูบขนาด 1.5 ลิตร 136 แรงม้าใน Cooper รุ่นมาตรฐาน ไปจนถึงเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตรเทอร์โบแปรผันในรุ่นสูงสุด John Cooper Work กำลัง 231 แรงม้า ส่วน MINI GP เครื่องสองลิตรเทอร์โบถูกปรับแรงม้าเพิ่มเป็น 306 แรงม้า กับแรงบิด 450 นิวตันเมตร ส่วน MINI เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2 ลิตร กำลัง 170 แรงม้า กับแรงบิด 360 นิวตันเมตร ประจำการอยู่ใน Cooper SD ทั้ง MINI Cooper Coupe SD / Countryman Cooper SD / Cooper SD 5 Door และ Clubman Cooper SD ล่าสุดกับ MINI พลังงานไฟฟ้า Cooper SE ที่หันมาใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแทนที่เครื่องยนต์สันดาปภายใน
...
...
MINI รุ่นใหม่ ภายใต้การบริหารของ BMW มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ใช้งานได้สะดวกมากกว่าเดิม รูปแบบที่มีความทันสมัยเชื่อมโยงกับความคลาสสิกในอดีต กับความบันเทิงหลังพวงมาลัย เข้าถึงใจลูกค้าไฮโซได้ดี รุ่นขายดีอย่าง Countryman 5 ประตู กับ Cooper S รุ่น 3 ประตู ก็ยังเป็นรถ MINI อีกรุ่นที่เป็นตัวขายหลักของแบรนด์ หลังจากที่ผมเคยลองขับทั้ง Cooper D /Cooper S 3 Door / Cooper SD 5 Door / Cooper JCW และ Cooper SE หลังจากการปรับโฉมครั้งใหญ่ ในรูปแบบ LCI ทาง MINI Thailand ส่งรถ MINI รุ่นเปิดประทุน Cooper S Convertible LCI 2021 มาให้ทดสอบ นี่คือรถเล็กสามประตูที่ใช้หลังคาผ้าใบทำงานด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อพับเก็บหรือกางออกเพื่อปิดคลุมส่วนบน เป็น MINI เปิดหลังคาที่เปิดตัวในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ เมื่อปี ค.ศ.2014 และมีการปรับโฉมอย่างต่อเนื่องจนมาถึงเวอร์ชัน LCI (ครั้งที่สอง) ในช่วงต้นปีนี้ MINI Cooper S Convertible LCI คือ MINI Hatch แบบเปิดหลังคาที่มีหลังคาผ้าใบแบบพับเก็บได้ ทำงานด้วยกลไกไฟฟ้า รูปแบบของตัวถังยังคงเหมือนกับ Cooper S F56 LCI รุ่นหลังคาแข็งทุกประการ สิ่งที่สร้างความแตกต่างก็คือ หลังคาที่พับเก็บเมื่อไหร่มันจะดูดีกว่ารุ่น 3 ประตู พร้อมบรรยากาศของการขับแบบไร้หลังคาและสไตล์โกคาร์ทที่ให้อารมณ์สนุกสนาน หลังคาผ้าสีดำคาดลายธงอังกฤษดูแลรักษายากอยู่เหมือนกัน ต้องคอยทำความสะอาดบ่อยครั้ง เวลาจอดนานๆ ถ้าไม่คลุมผ้าเอาไว้ ฝุ่นก็จะเกาะกับผ้าใบหลังคาทำให้ต้องประคบประหงมกันมากกว่ารุ่นหลังคาแข็ง ผ้าบนหลังคาดูจะเป็นที่ชื่นชอบของน้องแมวด้านการใช้งานเป็นอุปกรณ์ในการลับเล็บ
...
...
สีใหม่ Zesty Yellow ชิ้นส่วนตกแต่งภายนอก Piano Black มีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมใน MINI Cooper S และ MINI John Cooper Works ครอบคลุมมือจับประตู กรอบไฟเลี้ยว ฝาถังน้ำมัน โลโก้ MINI บนกระโปรงหน้า ฝากระโปรงท้าย ตัวอักษรบ่งบอกรุ่น และท่อไอเสีย ทั้งหมดสีดำเงา รับกับกรอบไฟหน้า กระจังหน้า และไฟท้าย ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบสลับสีขอบ 18 นิ้ว MINI Cooper S Convertible LCI มีขนาดความกว้าง 1,727 มิลลิเมตร ยาว 3,850 มิลลิเมตร และสูง 1,415 มิลลิเมตร ฐานล้อแนวรถโกคาร์ทวัดจากดุมล้อหน้าไปถึงดุมล้อหลัง 2,495 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างล้อหน้า 1,485 มิลลิเมตร หลัง 1,485 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้อง 115 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,370 กิโลกรัม ตัวหนักกว่า Cooper S รุ่นมาตรฐานกว่า 100 กิโลกรัม จากน้ำหนักของโลโหะที่ใช้ในการเสริมดามแชสซีให้มีความแข็งแรงทนทานต่อการบิดตัว เนื่องจากการทำตัวเป็นรถรุ่นเปิดประทุนที่ไม่มีหลังคานั่นเอง
ด้านหน้า MINI Cooper S Convertibles ใหม่ มีการติดตั้งช่องรับอากาศที่กันชนหน้าและการถอดไฟตัดหมอกออก เพื่อเพิ่มความสมบูณ์แบบของส่วนหน้าซึ่งทำให้แอโรไดนามิกดีขึ้น ส่วนหน้ามีกระจังหน้าหกเหลี่ยมแบบใหม่ที่ขยายต่ำไปถึงชายล่าง รูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำของ MINI LCI คือ ไฟหน้าที่เหมือนดวงตากลมโต การเพิ่มช่องรับอากาศด้านหน้า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการระบายความร้อนด้วยอากาศที่เพิ่มขึ้น รุ่น Cooper S และ John Cooper Works ยังรวมช่องอากาศเข้าคู่หนึ่งที่มีขอบพลาสติกสีดำมันวาวทางด้านซ้ายและด้านขวาของช่องไอดีส่วนกลาง สัญลักษณ์ MINI ปรับเปลี่ยนใหม่โดยใช้สีดำที่ตัดกับตัวถังสีเหลืองอย่างชัดเจน
กันชนหลังใหม่ มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของกันชนและรายละเอียดของงานตกแต่ง ส่งผลทำให้ MINI LCI มีรูปทรงที่กว้างขึ้น เพื่อเน้นจุดยืนและความสปอร์ตของรถรุ่นเปิดประทุน กันชนด้านหลังใช้กราฟิกหกเหลี่ยมจากส่วนหน้า ขณะที่ระบบไอเสียท่อไอเสียคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ ได้รับการใส่กรอบเพื่อเอฟเฟกต์ที่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของงานดีไซน์ MINI Cooper S Hardtops และ Convertibles ออกแบบด้านข้างและซุ้มล้อใหม่หมด ล้อใหม่ขนาด 18” Pulse Spoke 2-tone นอกจากสีภายนอกใหม่สามสี ได้แก่ Island Blue, Rooftop Grey และ Zesty Yellow แล้ว MINI เปิดประทุนรุ่นใหม่ยังมาพร้อมหลังคาผ้าความหนาสองชั้นที่มีความทนทาน การไล่สีแบบ Soul Blue, Pearly Aqua และ Jet Black ร่วมกับฝาครอบกระจกสีดำ เป็นคุณลักษณะเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ภายใต้ร่มเงาของ BMW Group เทคโนโลยีการพ่นสีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในโรงงาน Plant Oxford
ไฟหน้า Adaptive LED ประสิทธิภาพสูง ให้กำลังในการส่องสว่างไกลกว่าเดิม สำหรับรถรุ่นใหม่มีการออกแบบไฟหรี่และไฟเลี้ยวที่ทันสมัย รวมถึงไฟสัญญาณ LED และส่วนแทรกเฉพาะรุ่น ไฟหน้า LED แบบมาตรฐาน ประกอบเข้ากับไฟท้ายแบบ LED Union Jack อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะรวมอยู่ใน MINI Hardtop และ Convertible รุ่นใหม่ทุกคัน สำหรับคนที่แสวงหาความเฉพาะตัวและสไตล์ ภายนอกตกแต่งด้วยพลาสติกสีดำเงา Piano Black ที่มือจับประตู ฝาถังน้ำมัน ช่องรับอากาศกันนหน้า กรอบกระจกมองข้าง กรอบไฟท้าย (Cooper S/JCW) ปลายท่อไอเสีย (Cooper/Cooper S) โลโก้ MINI และป้ายรุ่น (Cooper/Cooper S /Cooper SE) สีดำ ไฟหน้าแบบใหม่พร้อมระบบส่องสว่างอัตโนมัติ Adaptive LED ไฟหน้ากลมโตมาพร้อมไฟหรี่กลางวัน Daytime Running Light และไฟเลี้ยว LED กระจังหน้าและกันชนหน้าแบบใหม่ในโฉม LCI ถูกเรียกว่าลุงหนวด จากทรงของกระจังและกันชนที่คล้ายหนวด ระบบไฟแบบ Adaptive LED ใน MINI Cooper S Convertible LCI ปรับตามทิศทางการหมุนของพวงมาลัย ผนวกระบบไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) และระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ (Matrix high beam) โดยขณะเข้าโค้ง จะเปิดไฟส่องตามทิศทางของรถอัตโนมัติ พร้อมควบคุมการทำงานของไฟสูงอัตโนมัติตามสภาวะการจราจรขณะขับขี่ที่ความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ระบบไฟหน้า LED จึงแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ซึ่งแต่ละส่วนทำงานอย่างอิสระ นอกจากนี้ ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ (Matrix high beam) ยังช่วยลดการรบกวนสายตาแก่รถยนต์คันอื่น กล้องหน้าของรถจะตรวจจับรถที่ขับสวนมา หรือรถยนต์ด้านหน้า ระบบจะปรับไฟสูงเป็นไฟต่ำโดยอัตโนมัติ กันชนหน้าเวอร์ชั่น LCI ติดตั้งไฟตัดหมอกกลมๆ เข้ากันกับไฟหน้า ฝากระโปรงออกแบบสคูปรับอากาศเข้าไประบายความร้อนในห้องเครื่อง แก้มข้างติดตั้แถบสัญลักษณ์ S พร้อมหลอดไฟเลี้ยว LED อยู่ภายใน สีเหลืองคาดสติกเกอร์สีดำ มือจับประตูสีดำ รวมถึงชิ้นงานตกแต่งภายนอกสีดำที่ตัดกับสีเหลืองได้อย่างลงตัวไฟท้ายลายธงยูเนียนแจ็คเป็นมาตรฐานสำหรับทุกรุ่น ไฟท้ายลายธงยูเนียนแจ็คของรถมินิอันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ MINI Hatch 3 ประตู และ MINI Convertible ลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธงชาติอังกฤษ โทนสีเข้มขึ้น พร้อมระบบไฟ LED ทั้งหมด ยกเว้นไฟถอยจอด
ล้ออัลลอยขอบ 7.5J x 18 นิ้ว Pulse Spoke tow-tone ใส่ยางสปอร์ต Goodyear Eagle f1 ขนาด 205/40 R18 99W ทั้งสี่ล้อ หลังคาผ้าใบใช้เวลาในการเปิดปิด 18 วินาที ถือว่ากางออกและพับเก็บได้เร็วกว่าเดิม แต่การพับเก็บยังคงเห็นชิ้นหลังคาผ้าที่ถูกพับอยู่ส่วนท้าย ไม่ได้พับเก็บหายไปในตัวถังเหมือนรถเปิดหลังคายี่ห้ออื่น หลังคายังสามารถพับเก็บขณะที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเป็นการถนอมหลังคาและกลไกในการพับ ควรจอดอยู่กับที่แล้วสั่งให้กางหรือพับ จะดีกว่าวิ่งต้านลมที่ความเร็วต่ำ จอดพับหลังคาดูจะมีความปลอดภัยและช่วยยืดอายุของกลไกพวกจุดยึดที่เป็นโครงอัลลอยอีกด้วย
เครื่องยนต์เบนซินเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เป็นเครื่องเบนซินแถวเรียง 4 สูบ วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า ขนาด 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน มาพร้อมกับสัญชาตญาณการตอบสนองที่ปรับให้มีความฉับไวมากยิ่งขึ้น แรงบิดที่เป็นเอกลักษณ์สร้างแรงดึงที่ทำให้สนุก กำลังขับเคลื่อนในรูปของแรงม้าที่เพิ่มขึ้น จากการพัฒนาและนำเอาเทคโนโลยี TwinPower Turbo มาใช้งาน แม้จะใช้เทอร์โบแปรผัน Twinscroll แค่ตัวเดียวโดดๆ เครื่องขนาด 1,998 ซีซี กำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ เมื่อเปิดใช้ฟังก์ชั่นโอเวอร์บูสต์ สำหรับ MINI Cooper S Convertible LCI ให้พลังงานขับเคลื่อน 192 แรงม้า สำหรับขุมกำลัง 4 กระบอกสูบ แถวเรียง อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผันแบบ twin scroll turbocharger สร้างแรงบิด 280 นิวตัน-เมตร ที่รอบของเครื่องยนต์เท่ากัน (เพิ่มแรงบิดสูงสุดเป็น 300 นิวตัน-เมตรด้วยโอเวอร์บูสต์) ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดที่ปรับอัตราทดใหม่หมดเพื่อให้เข้ากับย่านของแรงบิดที่ผ่องถ่ายออกมาจากเครื่องยนต์ ขุมกำลัง 2 ลิตรเทอร์โบยังคงเอกลักษณ์และการขับขี่สไตล์โกคาร์ทเหมือนกับรุ่นหลังคาแข็งทุกประการ แถมด้วยเสียงท่อท้ายที่เร้าใจ แต่เสียงระเบิดปะทุขณะยกคันเร่งนั้นหายไป
MINI พยายามเสริมประสิทธิภาพของรถรุ่นใหม่เวอร์ชัน LCI ด้วยเทคโนโลยีของระบบอัดอากาศ เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ขับเคลื่อนล้อหน้า 7 สปีด รุ่นใหม่ล่าสุด เชื่อมโยงการทำงานกับระบบ Auto Start/Stop ลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในสภาพการจราจรที่แออัด รวมถึงความใส่ใจในสภาพอากาศและช่วยในเรื่องการลดค่ามลพิษ เป็นความพยายามในการลดมลพิษก่อนเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีที่ผสานกันทั้งสองแบรนด์ (BMW+MINI) ในด้านสมรรถภาพและประสิทธิภาพที่ผสานกันอย่างลงตัว ท่ามกลางดีไซน์แบบใหม่ของ MINI LCI ที่ปรับปรุงความสามารถของหลักการเทอร์โมไดนามิก หรือการเปลี่ยนความร้อนเป็นพลังงาน พร้อมกับระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรง หรือที่เรียกกันว่า ระบบหัวฉีดแบบไดเรค อินเจกชั่น ซึ่งสร้างแรงดันสูงสุดในชุดหัวฉีดไฟฟ้ามากถึง 2,000 บาร์ ศักยภาพการจ่ายเชื้อเพลิงที่มีความแม่นยำ และมีประสิทธิภาพที่ดีในการจุดระเบิด เพื่อคายพลังงานออกมาในรูปของแรงบิดมากถึง 280 นิวตันเมตร ประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นจากการปรับอัตราทดของชุดส่งกำลังอีกด้วย
MINI Cooper S Convertible F57 LCI มีเบาะหนังแท้สีดำ เย็บสลับกับหนังแบบไมโครไฟเบอร์ Alcantara ตัวเบาะรองด้วยวัสดุที่ให้ความนุนิ่มนวลน่านั่ง เบาะสามารถปรับให้ท่านั่งขับต่ำเตี้ยติดพื้นแบบสปอร์ต เบาะคนนั่งและคนขับยังคงใช้การปรับเบาะด้วยมือล้วนๆ ผ่านกลไกการปรับเบาะสำหรับการเลื่อนเดินหน้า ถอยหลัง หรือยกขึ้นลงออกมาในแนวดิบๆ ส่วนพวงมาลัยแบบใหม่นั้นปรับได้สี่ทิศทาง ตำแหน่งของการนั่งใน MINI Cooper S เวอร์ชั่นปรับโฉมให้สัมผัสที่พอดิบพอดีสำหรับคนที่มีรูปร่างปกติ เบาะแบบสปอร์ตหุ้มหนังแท้ออกแบบให้โอบรัดแผ่นหลัง ทำให้รู้สึกถึงความกระชับยามนั่ง การออกแบบใหม่ในบางจุดโดยยังคงการจัดวางแบบเดิม ทำให้ห้องโดยสารของ Cooper S Convertible กว้างขึ้นเล็กน้อย ทรงของตัวรถที่สั้นและมีฐานล้อไม่ยาวเกินไป ทำให้ความรู้สึกไม่ว่าจะขับช้าหรือขับเร็ว ล้วนแล้วแต่ตอบสนองออกมาในแนวคล่องตัวว่องไว เหมาะกับการซอกแซกไปบนถนนเส้นเล็กๆ ในเมือง
รูปแบบใหม่ งานตกแต่งภายในของ MINI ใน Cooper S รุ่นเปิดประทุน Convertible เน้นความทันสมัย มาพร้อมหน้าจอแสดงผลใหม่ ฟังก์ชันการใช้งานในระบบอินโฟเทนเมนท์ใหม่หมด คอนเซปต์การสั่งงานแบบใหม่ จุดที่ทำได้ดีก็คือ ความกว้างที่เพิ่มขึ้นมอบพื้นที่ใช้สอยส่วนหน้าที่ทำให้ไม่รุ้สึกอึดอัดแม้ตัวถังจะมีขนาดเล็ก เบาะนั่งทั้งสี่ตำแหน่ง ที่นั่งด้านหน้าปรับตำแหน่งได้ครอบคลุมทุกสรีระของผู้ขับ และเพิ่มพื้นที่เบาะโดยสารด้านหลังมากกว่าเดิมถึง 23 มิลลิเมตร แม้ขนาดตัวถังจะเล็กแต่ภายในที่ถูกขยับขยายพื้นที่ใช้สอยช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งให้ผู้โดยสารตอนหน้า ส่วนเบาะหลัง แม้จะปรับพื้นที่ใหม่แต่ยังเล็กเกินไปสำหรับการนั่งโดยสาร เบาะหลังพับแยกได้แบบ 60:40 สำหรับช่องเก็บสัมภาระที่กระโปรงหลังเพิ่มความจุ 51 ลิตร รวมเป็น 211 ลิตร เพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระ หัวใจสำคัญของการออกแบบใหม่ล่าสุดก็คือ หน้าจอแสดงผล ที่จัดฟังก์ชันการใช้งานใหม่หมด รวมถึงกราฟิกแสดงผลก็ปรับใหม่ทั้งหมด บนแผงหน้าปัดบริเวณแกนพวงมาลัย ด้วยหน้าปัด TFT ขนาด 5.5 นิ้ว ที่ถูกใช้เป็นครั้งแรกใน Cooper SE เป็นจอภาพมาตรวัดแสดงผลความเร็วอัตราเร่ง รอบเครื่องยนต์ มาตรวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ตัวเลขความเร็วแบบดิจิตอลที่อ่านค่าได้ง่ายจากความคมชัด
MINI Cooper S Convertibles ใหม่ ติดตั้งฟีเจอร์และรูปแบบฟังก์ชันการใช้งานใหม่ โดยเน้นไปที่ระบบ Infotainment และ Digitalization เมื่อเข้าไปใน Cockpit ของ Convertible ผู้ขับและผู้โดยสารจะสังเกตเห็นหน้าจอ 8.8 นิ้ว ที่ฝังอยู่ด้านในของชุดแดชบอร์ดแบบใหม่ การออกแบบแผงหน้าปัดส่วนกลางที่หันมาใช้จอแสดงผลมาตรวัด TFT 5 นิ้ว ปัจจุบันกลายเป็นจอภาพมาตรวัดแบบมาตรฐานในทุกรุ่น ผสมผสานกับรูปแบบ ที่ให้ความรู้สึกทันสมัย จอกลางที่กำหนดค่าได้อย่างหลากหลาย โทนสีที่มีให้เลือก 2 แบบ (Lounge & Sport) สำหรับ Sirius Satellite Radio เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ MINI ทุกรุ่นในรุ่นปี 2022 ให้บรรยากาศภายในใหม่และมีรูปแบบที่ร่วมสมัย ด้วย MINI Ambient Light ใหม่ที่มี 6 สีแตกต่างกัน ซึ่งเข้าคู่กันอย่างลงตัวกับโหมดขับเคลื่อน 3 รูปแบบ พวงมาลัยออกแบบใหม่ยังมาพร้อมกับปุ่มมัลติฟังก์ชัน ปุ่มต่างๆ ที่ติดตั้งออกแบบให้มีพื้นผิวเรียบ ใช้สีดำเปียโนแบล็ค รวมถึงการออกแบบใหม่สำหรับก้านวงในพวงมาลัยแบบสปอร์ตที่หุ้มด้วยหนังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน MINI Hatch 3 Door Cooper S และ Convertibles ติดตั้งระบบความปลอดภัยใหม่ ด้วยระบบ Driving Assistant เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ MINI ทั้งหมดในประเทศไทย การควบรวม Lane Departure Warning ซึ่งสามารถแจ้งเตือนคนขับผ่านการสั่นสะเทือนของพวงมาลัย ผู้ขับยังได้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแอ็คทีฟ ซึ่งขณะนี้สามารถทำงานได้แบบ Stop&Go (เฉพาะกับรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์คลัตช์คู่)
คุณภาพของห้องโดยสารใน MINI Cooper S Convertible LCI มีความลงตัว จากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและการจัดวางที่ลงตัว สวิตช์เปิดปิดกระจกบานประตูบริเวณแผงประตูทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น แป้นควบคุมที่ใช้ระบบสัมผัส พร้อมกราฟิกใหม่ ออกแบบโดย BMW Group ทำให้เข้าและออกจากเมนูต่างๆ ได้ง่ายขึ้น อย่างที่บอกว่าเบาะหลังยังคงคับแคบเหมือนเดิม และเหมาะกับเด็กตัวเล็กๆ มากกว่า โดยเฉพาะเบาะหลังของรุ่นเปิดประทุน Cooper S Convertible แต่เบาะคู่หน้ามีพื้นที่บริเวณไหล่เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้เวลานั่งหรือขับนั้นรู้สึกโปร่งโล่งพอสมควร อุปกรณ์ที่เจ้าของรถจะต้องยึดจับไปตลอดการขับขี่ก็คือพวงมาลัย วงพวงมาลัยแบบใหม่ของ Cooper S Convertible พวงมาลัยไฟฟ้าแบบใหม่มีขนาดที่พอดี ทำงานขึ้นตรงกับโหมดของการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ (Green mode / Mid Mode / Sport Mode) ก้านวงของพวงมาลัยติดตั้งสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นสั่งงานระบบเครื่องเสียงและระบบโทรศัพท์แบบบลูทูธ ไม่มีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift มาให้ถ้าอยากได้คงต้องขยับไปที่ Cooper JCW พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังแท้เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว สัญลักษณ์ธงอังกฤษอยู่ที่ก้านวงด้านล่าง
มาตรวัดความเร็วและวัดรอบแบบใหม่ อ่านค่าได้ง่าย การปรับปรุงในตำแหน่งของช่องบอกปริมาณเชื้อเพลิงมีความชัดเจนมากกว่าเดิม จอแสดงผลกลาง สั่งงานด้วยการควบคุมผ่านแป้น controller หรือใช้นิ้วแตะที่หน้าจอเพื่อสั่งงานในระบบสัมผัส หน้าจอล้อมกรอบด้วยหลอด LED ในรูปแบบที่ถูกเติมเต็มด้วยสีสันเร้าใจ จอแสดงผลกลางพร้อมด้วยกราฟิกแบบใหม่ ใช้แสงจากหลอด LED ทำหน้าที่บอกสถานะการทำงานของเครื่องยนต์และการปรับตั้งต่างๆ ด้วยสัญลักษณ์แสงสีต่างๆ จอภาพตรงกลางยังเป็นมอนิเตอร์ของกล้องมองหลัง พร้อมเซนเซอร์ที่ใช้ในการกะระยะถอยหลัง คอยส่งสัญญาณเสียงแจ้งเตือนคนขับเมื่อถอยเข้าใกล้กับวัตถุกีดขวาง สำหรับหน้าจอแสดงผลส่วนกลางที่เป็นเอกลักษณ์ของ MINI ยังได้รับการออกแบบให้เจ้าของรถสามารถเลือกการแสดงผลในฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย เป็นของเล่นที่ออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายๆ โดย MINI Cooper S Convertible มาพร้อมหน้าจอสีสั่งงานด้วยระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว แสดงผลที่เกี่ยวกับฟังก์ชั่นกับสภาวะการปรับตั้งระบบต่างๆ ของรถ สาระความบันเทิง และการเชื่อมต่อ MINI Connected สำหรับฟังก์ชั่นดังกล่าวมีระบบควบคุม MINI Touch Controller ที่ทำงานโดยใช้ระบบสัมผัสปลายนิ้วลงไปบนแป้นควบคุม เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถป้อนข้อมูลได้จากการเขียนด้วยนิ้วมือลงบนปุ่ม Controller ได้โดยตรง ในตำแหน่งของ MINI Touch Controller กราฟิกที่สวยงามของฟังก์ชั่นต่างๆ ช่วยเพิ่มความน่าใช้ขึ้นมาอีกนิด
เทคโนโลยีหลอด LED แบบใหม่ล่าสุด ที่สามารถเปลี่ยนสีไฟรอบวงแหวนหน้าปัด แสดงผลตามสถานะ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนน หรือการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆ ตามความพึงพอใจของผู้ขับ เช่น ขณะระบบควบคุมระยะการจอด (PDC) ทำงาน วงแหวนไฟเรืองแสงแบบ LED ที่เป็นลูกเล่นใหม่ของ New MINI จะแสดงระยะห่างระหว่างรถกับสิ่งกีดขวางด้านหลังรถด้วยกล้องมองหลังพร้อมเส้นระนาบกะระยะ และสัญญาณเสียงเมื่อขับถอยหลังเข้าไปใกล้กับวัตถุกีดขวาง การแสดงผลของเส้น LED ตามสถานะในสีต่างๆ ตามระยะใกล้-ไกลกับสิ่งกีดขวางหลังรถ ได้แก่ สีเขียว เหลือง หรือแดง นอกเหนือจากการแสดงผลกราฟิกบนหน้าจอ รวมถึงการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ที่สามารถเห็นได้จากสีต่างๆ ได้แก่ สีเขียว สีส้ม หรือสีแดง หน้าจอแบบใหม่ล่าสุดของ New MINI ยังแสดงไฟสถานะสำหรับแนะนำเส้นทางของระบบแผนที่นำทาง MINI Navigation ใน MINI Cooper S F56 ซึ่งเมื่อรถเข้าใกล้จุดหมายปลายทางมากขึ้น แถบไฟบนวงแหวนก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย โดยเทคโนโลยีแผนที่นำทาง MINI Navigation มีการปรับปรุงรายละเอียดของแผนที่แบบดิจิตอลพร้อมเข็มทิศที่เพิ่มเข้ามาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
ปุ่มปรับโหมดขับเคลื่อนรวมอยู่กับสวิตช์ควบคุมบริเวณคอนโซลกลาง กุญแจแบบ Keyless ที่ติดตั้งระบบติดตามกุญแจด้วยสัญญาณเสียง ที่แถมมาให้สำหรับ MINI Cooper S รุ่นใหม่ทุกโมเดล ปุ่มปรับอุณหภูมิของห้องโดยสารยังเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ นั้นปรับมาให้มีความสะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะจอภาพมอนิเตอร์ที่สามารถกดสั่งงานบนหน้าจอด้วยระบบสัมผัส ทำให้การใช้งานระบบนำทางด้วยดาวเทียมมีความดีงามมากยิ่งขึ้นจากความสะดวกรวดเร็วและง่ายนั่นเอง
กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยสวิตช์สีแดงคล้ายปุ่มปล่อยขีปนาวุธ เครื่องยนต์ 2 ลิตร MINI TwinPower Turbo ติดขึ้นมาอย่างเร็ว ผมโยกคันเกียร์หน้าตาคล้ายแท่งไอศครีมไปที่ตำแหน่ง D แล้วค่อยๆ เคลื่อนเจ้า MINI มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ของกรุงเทพมหานคร บนเส้นทางพระรามสอง วังมะนาว เรียบทะเลบางตะปูน บายพาสชะอำปราณบุรีไปจนถึงอุทยานสามร้อยยอด กำลังที่ส่งถ่ายออกมาจากเครื่องยนต์ผ่านระบบเกียร์แบบใหม่ในโหมด MID MODE เป็นหน่วยขับเคลื่อนเริ่มต้นของ Cooper S ทุกครั้งที่สตาร์ตเครื่องยนต์ ความเนียนจากการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลพลอยได้ของการเปลี่ยนชุดส่งกำลังมาเป็นเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดใน Cooper S Hatch และ Convertible ส่วน Cooper SD เครื่องยนต์ดีเซล ใช้เกียร์ออโต้แบบ 8 สปีด สำหรับเกียร์ทวินคลัตช์ลูกใหม่ที่ใส่เข้ามาในรุ่น Cooper S เครื่องยนต์เบนซินเพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนอัตราทด ช่วยทำให้การเร่งแซงรถช้า หรือการขับขึ้นภูเขาชันๆ กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก Cooper S เครื่องเบนซิน 2 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผันแบบ Twin Scroll วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้าระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยวลูกเดียวโดดๆ กับฟังก์ชัน Overboost ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ และมีอัตราความประหยัดที่น่าพอใจ มันอาจไม่แรงมุทะลุเหมือน Cooper JCW แต่ใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวันอันรีบเร่ง ทั้งการขับในเมืองหรือขับท่องเที่ยวทางไกล
ชุดเกียร์ใน MINI Cooper S Convertible LCI คันทดสอบเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบทวินคลัตช์ หรือเกียร์อัตโนมัติ steptronic dual clutch 7 สปีด พร้อมคลัตช์สองชุดที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เติมประสบการณ์การขับขี่สไตล์โกคาร์ทด้วยการตอบสนองที่ว่องไวในด้านอัตราทดของระบบเกียร์ ช่วยเสริมประสิทธิภาพของชุดขับเคลื่อนที่เทแรงบิดออกมาจากเครื่องยนต์สองลิตรเทอร์โบ เกียร์อัตโนมัติทวินคลัตช์รุ่นใหม่ เชื่อมโยงการทำงานกับระบบ Auto Start/Stop ในการทำงานของเครื่องยนต์แบบอัตโนมัติ ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในสภาพการจราจรที่แออัด รวมถึงความใส่ใจในสภาพอากาศที่เข้ามาช่วยในเรื่องการลดค่ามลพิษ เป็นกลไกในด้านสมรรถภาพและประสิทธิภาพที่ผสานกันอย่างลงตัว การปรับปรุงความสามารถตามหลักการเทอร์โมไดนามิกส์ หรือการเปลี่ยนความร้อนเป็นพลังงาน พร้อมกับระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรง คอมมอนเรล ไดเรค อินเจคชั่น มีแรงดันสูงสุดในชุดหัวฉีดไฟฟ้ามากถึง 2,000 บาร์ มอบศักยภาพการจ่ายเชื้อเพลิงที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพในการจุดระเบิด เพื่อคายพลังงานออกมาในรูปของแรงบิด แถมยังมีประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีขึ้นนิดๆ
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวอร์ชัน LCI แสดงออกถึงความพยายามในการบ่งบอกผู้คนทั่วไปว่ามันคือรถเล็กของอังกฤษที่พัฒนาโดยเยอรมัน ไม่ว่าจะย่องอยู่ในเมืองหรือโลดแล่นเต็มฝีเท้าในการขับทางไกล ทุกครั้งที่ขับ MINI หมายถึงการผญจภัยที่สนุกสนาน ไม่ว่าคุณจะขับมันไปช็อปปิ้งในเมืองหรือเอาออกมาเปิดหลังคารับลมเย็นๆ ในช่วงฤดูหนาวที่ไม่มีอยู่จริงในประเทศไทย รุ่น Convertible ที่เอาไว้ขับกินลมชมวิวในวันหยุดตามภูเขาหรือชายทะเลก็ถือว่าเป็นรถที่เหมาะทั้งนั้น การเลือกซื้อรถเล็กราคาแพงจากแบรนด์ MINI หมายถึงการเลือกของเล่นที่ถูกใจในวัยเด็ก และของเล่นที่ถูกใจนั้นส่วนใหญ่มีราคาที่ไม่ถูก! ผมอยู่กับ Cooper S LCI รุ่นเปิดประทุน Convertible ยาว 8 วัน ท่ามกลางการประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวของกรมอุตุในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิของประเทศไทยลดต่ำเล็กน้อยพอได้ไอเย็นในตอนเช้าเพื่อการขับแบบเปิดหลังคาที่เป็นจุดเด่นของรถรุ่นเปิดประทุน
ด้วยเงินจำนวน 3 ล้านที่จ่ายไป แลกกลับคืนมาด้วยรถเล็กเปิดหลังคา คนชอบ MINI นั้นมีความใฝ่ฝันกับการขับรถเปิดประทุนที่แปะตราสัญลักษณ์ MINI โครงสร้างหลัก ของรถรุ่นนี้ แตกต่างจากรุ่นหลังคาแข็งตรงแชสซี ที่ต้องมีการดามเสริมเพิ่มความแข็งแรง เพื่อป้องกันการบิดตัวเนื่องจากไม่มีหลังคา แม้จะมีน้ำหนักตัวถึง 1,370 แต่ความรู้สึกที่ถ่ายเทออกมากลับว่องไวเกินคาด ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 ที่ 7.1 วินาที จิ้ดใช้ได้ แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักของคนที่เลือกซื้อ MINI รุ่นนี้ กลไกไฟฟ้าของหลังคาและความงามยามพับหลังคาเก็บ คือความต้องการของลูกค้าที่ควักเงิน 3 ล้าน มากกว่าจะมามองเรื่องของอัตราเร่ง แชสซีที่ขัดเกลามาเป็นอย่างดีของ F57 ทำให้การขับมีความเนียนนุ่มมากกว่า Cooper S Hatch รุ่น F56
การลงมือลงแรงในรถรุ่นปรับโฉม LCI มีการล้วงลึกลงไปถึงระบบรองรับ มีการปรับการทำงานของโช้คอัพและสปริงใหม่หมด เกียร์ขับหน้า 7 สปีด พร้อมซอฟแวร์ที่ฉลาดปราดเปรื่องทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ติดมาให้ ถ้าอยากได้ก็ต้องตะกายไปที่ JCW ซึ่งแพงกว่ามาก เครื่องยนต์ 2 ลิตร เทอร์โบ มีสันดานค่อนข้างก้าวร้าวดุดัน สามารถเล่นบทบู๊ล้างผลาญโหดๆ ได้ในจังหวะที่คันเร่งถูกกดจนจมมิด แรงพุ่งทะยานนั้นมีความมั่นคงมาก อาการทอร์คสเตียร์ หรืออาการดึงที่พวงมาลัยเมื่อลงคันเร่งจนสุดไม่มากนัก เกิดจากน้ำหนักรถที่มากกว่ารุ่นหลังคาแข็ง พร้อมการปรับเซตการตอบสนองของพวงมาลัยไฟฟ้ากับช่วงล่างหน้าใหม่หมด
ขับออกทางไกล MINI Cooper S LCI Converetible วิ่งได้เนียนขึ้น พร้อมความปราดเปรียวของระบบส่งกำลัง และระบบรองรับที่โดนใจคนสูงวัย จากฝีไม้ลายมือของวิศวกรที่สร้างรถ BMW บุคลิกภาพของรถมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่ยังคงให้ความสนุกในการขับ กับสไตล์แบบรถเล็กที่รักความโลดโผน เครื่อง 2 ลิตร MINI TwinPower Turbo ในรอบกลางๆ ผลักดันเจ้า Cooper S ไร้หลังคา ให้พุ่งลิ่วๆ ไปตามทางลาดยางแถบอุทยานปราณบุรี แรงยึดเกาะที่ปรับมาใหม่ออกแนวนุ่มหนึบและมีความกระด้างน้อยลงไปมาก เหมาะสมกับแรงบิด 280 นิวตันเมตร ทำให้คุณควบคุมมันได้ง่ายราวกับกำลังควบ Suzuki Swift ที่มีกำลังเฉียดๆ 200 แรงม้า พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้าเซอร์โววาว์ลที่แปรผันน้ำหนักไปตามโหมดการขับ เร่ิมด้วย Green Mode หรือโหมดประหยัด Mid Mode หรือโหมดมาตรฐาน และ Sport Mode หรือโหมดซ่า ที่ต้องการทางโล่งๆ ในการปล่อยม้าทั้ง 192 ตัวลงสู่พื้นถนน
MINI Cooper S LCI Convertible เป็นรถเปิดหลังคาสำหรับคนที่ชอบการขับแบบกินลมชมวิว ซึ่งในบางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็ว แม้จะไม่ได้มีแรงบิดมากเหมือน MINI Cooper JCW รุ่นสูงสุดที่มีราคาแพงกว่า แต่เจ้าของรถสามารถอัดมันได้ทุกเมื่อเท่าที่ต้องการ ฐานล้อที่สั้นกว่ารถปกติทำให้ไม่ควรขับแบบกระชากพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนทิศทางเร็วๆ ในย่านความเร็วสูง ม้าทั้ง 192 ตัวที่ถูกปล่อยลงพื้นบนล้อคู่หน้ากลายเป็นเสน่ห์ของ MINI เกือบทุกรุ่น (ยกเว้น Countryman All4) แต่ไม่เหมาะกับคนที่ชอบขับแบบกระแทกกระทั้น ช่วงล่างเซตมานุ่มดี ทำให้วิ่งทางยาวๆ แบบสบายเนื้อสบายตัว เบาะหนังสีเทาดำ เย็บสลับกับหนังแท้และไมโครไฟเบอร์ นั่งสบายใช้ได้ การเดินผ่าน MINI Cooper S Convertible ตอนพับหลังคาเก็บริมชายหาดจะทำให้คุณจ้องมองมันนานเหมือนโดนสะกด เป็นรถที่ดึงดูดสายตาที่มาพร้อมกับรอยยิ้มของผู้คนที่ได้พบเห็น ยอมรับว่า MINI ภายใต้การดูแลของ BMW Group นั้นขับได้ดีขึ้นมาก เป็นเหมือนของดีที่ลองได้สัมผัสแล้ว น่าจะทำให้ติดอกติดใจกันแทบทุกคน คุณจะลืมพื้นที่อันคับแคบของเบาะหลังที่ออกแบบมาสำหรับหมาชิวาวา MINI ทุกรุ่นในปัจจุบันนั้นมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปมาก เมื่อเทียบกับขนาดอันกะทัดรัดของ MINI คันต้นฉบับจากอังกฤษ เมื่อมาอยู่กับพวกเยอรมันอย่าง BMW รถ MINI ใหม่ จะมีสไตล์ที่แตกต่าง บวกกับความรู้สึกหลังพวงมาลัย และอานุภาพของแชสซี กับมนต์ขลังของฟีลลิ่งสไตล์โคคาร์ท ทำให้มันเป็นรถเล็กราคาแพงที่ยังคงขายได้เหมือนเดิม
MINI Cooper S LCI Converetible ขยับเดินและก้าวไปไกลลิบเมื่อเทียบกับรุ่นแรก หลังคาผ้าใบความหนาสองชั้น สกรีนธงชาติอังกฤษที่ดูแนวจัดไปนิด สีเหลืองสว่างสดใสเข้ากันได้ดีกับรูปทรงเปิดหลังคา การพับเก็บหรือกางออกใช้เวลาแค่ 18 วินาที คุณสามารถขับมันที่ย่านความเร็วต่ำ (มากๆ) เพื่อพับเก็บ หรือกางออกในวันที่มีอากาศดี ซึ่งมีอยู่แค่ไม่กี่วันในประเทศไทย โหมดสูงสุดหรือ Sport Mode นั้น เมื่อขับเร็วดันไม่เหมาะกับการขับแบบเปิดหลังคา และแม้จะปิดหลังคา เสียงลมปะทะกับตัวถังพร้อมเสียงยางบดไปบนผิวถนนก็จะดังให้ได้ยินอย่างชัดเจน แม้จะวิ่งที่ความเร็วต่ำก็ยังได้ยินอยู่เหมือนเดิม การขับแบบไหลไปเรื่อยๆ ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมกับพับหลังคาเก็บในช่วงลมหนาวมาเยือนแบบนี้ สร้างความรู้สึกโรแมนติกที่มีความแตกต่างจากการขับรถทั่วไป อาการต่างๆ ค่อนข้างเป็นกลาง ไม่ว่าจะหักเข้าโค้งอย่างรวดเร็วหรือกระโจนผ่านคอสะพาน รวมถึงการเบรกหนักๆ เจ้า MINI Cooper S LCI Converetible ก็ยังทรงตัวได้ดี อัตราเร่งจาก 0-100 ใน 7.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดสามารถทะยานไปได้ถึง 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นรถเล็กที่มีความเร็วปลายคันเร่งเอาเรื่องเลยทีเดียว
ด้วยราคา 3,030,000 บาท Cooper S LCI Converetible 2021 จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการขับกินลมชมวิวแบบเปิดหลังคาท้าแสงแดด การทำตัวเป็นรถขับเล่นชิลๆ แม้จะไม่เร้าใจเท่า Cooper JCW และ GP แต่ความสนุกหลังพวงมาลัยสไตล์โกคาร์ท รวมถึงความโรแมนติกกับการขับเปิดหลังคา ที่กลายเป็นจุดเด่น ช่วงล่างลดความแข็งขืนลงไปพอสมควร ทำให้ขับได้สบายเนื้อสบายตัวมากขึ้น พวงมาลัยเซอร์โววาว์ลทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เกียร์ดี แต่จะดีกว่านี้มากหากมีแป้น Paddle Shift มาให้ การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ไม่ควรหักพวงมาลัยเร็วๆ ที่ย่านความเร็วสูง เนื่องจากฐานล้อที่สั้นกว่าปกติและความว่องไวในการตอบสนองของระบบบังคับเลี้ยว เครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบ เบ่งบานพลังงานในรูปของแรงฉุดลากได้ดี จากการปรับคันเร่งไฟฟ้าใหม่ ที่ออกแนวไวจัดในโหมดสูงสุด เป็น MINI ไร้หลังคาอีกคันที่ขับได้สนุกโดยเฉพาะตอนเปิดหลังคา การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ใครต่อใครพากันหลงรักรถประเภทนี้มากยิ่งขึ้น มันแพงกว่า Mazda MX-5 ND 1 แสนบาท ถูกกว่า Audi TT Roadster 5 แสนบาท รวมถึงยังถูกกว่า BMW Z4 30i ถึง 1 ล้านบาท ชอบรถเปิดหลังคาแนวไหนลองเลือกเอาเองสักคันนะครับ.
General information
Brand Mini
Model Convertible LCI 2021
Generation Convertible (F57)
Modification (Engine) Cooper S 2.0 (192 Hp)
Start of production 2021
Body type Cabriolet
Seats 4
Doors 2
Engine specs
Power 192 hp @ 5000-6000 rpm
Torque 280-300 Nm @ 1250-4600 rpm.
206.52 lb.-ft. @ 1250-4600 rpm.
Engine location Front, Transverse
Engine displacement 1998 cm3 121.93 cu. in.
Number of cylinders 4
Position of cylinders Inline
Cylinder Bore 82 mm 3.23 in.
Piston Stroke 94.6 mm 3.72 in.
Compression ratio11.0:1
Number of valves per cylinder 4
Fuel System Direct injection
Turbine TwinScroll Turbo
Space, Volume and weights
Kerb Weight 1,370 kg 2,645.55 lbs.
Max. weight 1,745 kg 3,847.07 lbs.
Trunk (boot) space - minimum160 l 5.65 cu. ft.
Trunk (boot) space - maximum215 l 7.59 cu. ft.
Fuel tank capacity 44 l 11.62 US gal | 9.68 UK gal
Performance specs
Fuel consumption (economy) - urban7.9-7.8 l/100 km
29.77 - 30.16 US mpg 35.76 - 36.22 UK mpg
Fuel consumption (economy) - extra urban5.1-4.9 l/100 km
46.12 - 48 US mpg 55.39 - 57.65 UK mpg
Fuel consumption (economy) - combined6.1-6.0 l/100 km
38.56 - 39.2 US mpg 46.31 - 47.08 UK mpg
Fuel Type Petrol (Gasoline)
Acceleration 0 - 100 km/h 7.1 sec
Maximum speed 230 km/h 142.92 mph
Emission standard EURO VICO2 emissions 142-139 g/km
Dimensions
Length 3,850 mm 151.57 in.
Width 1,727 mm 67.99 in.
Height 1,415 mm 55.71 in.
Wheelbase 2,495 mm 98.23 in.
Front track 1,485 mm 58.46 in.
Rear (Back) track 1,485 mm 58.46 in.
Ride height 115 mm
Drag coefficient (Cd)0.36
Minimum turning circle (turning diameter)10.8 m 35.43 ft.
Drivetrain, brakes and suspension specs
Drive wheel Front wheel drive
Number of Gears 7 Speed transmission
suspension Independent, Spring McPherson, with stabilizer
Rear suspension Multi-link independent
Front brakes Ventilated discs
Rear brakes Disc
Steering type Steering rack
Power steering Electric Steering
Tires size 205/40R18Goodyear Eagle f1
Wheel rims size 7J x 18
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/