แมวดีคือเหมียวที่ฉี่ในกระบะทราย! สัมผัสแรกแสบทรวง ทดสอบ ORA GOODCAT 500ULTRA

ข่าว

    แมวดีคือเหมียวที่ฉี่ในกระบะทราย! สัมผัสแรกแสบทรวง ทดสอบ ORA GOODCAT 500ULTRA

    ไทยรัฐออนไลน์

    20 ต.ค. 2564 12:00 น.

    การเปลี่ยนแปลงระบบขับเคลื่อนในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้คาดกันว่า ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนในทศวรรษหน้า แต่ความท้าทายในด้านต่างๆ ก็ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวลในเรื่องของระยะทำการ สถานีชาร์จไฟยังมีไม่มากพอที่จะครอบคลุมการเดินทางระยะไกล ซึ่งทำให้รู้สึกสะดวกสบายกับการใช้รถไฟฟ้าเดินทางไกล สำหรับผู้ซื้อที่มีศักยภาพจำนวนมากยังคงมองไปที่สองเรื่องหลักดังกล่าว รวมถึงราคาค่าตัวของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ในรุ่นที่มีประสิทธิภาพ ยังคงมีราคาที่สูงยันเพดาน จากอัตราภาษีนำเข้าที่ไม่ได้รับการลดหย่อนลงมาแม้แต่น้อย

    ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ ไม่ว่าจะเป็นสถานีชาร์จ หรือการใช้ระบบไฟแรงสูงที่เหมาะกับการชาร์จเร็ว ต้องได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อทำให้เกิดแรงจูงใจ เมื่อมองออกไปรอบตัว พลังงานไฟฟ้ายังคงประสบกับสภาวะขาดแคลนในหลายประเทศ แต่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด ในการยอมรับยานยนต์ EV ก็คือ ระยะทำการ ความแพร่หลายของสถานีชาร์จไฟระยะไกล รวมถึงคำถามที่ว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายเท่าไร ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟสำหรับชาร์จตลอดอายุการใช้งาน และค่าซ่อมบำรุงหลังการใช้งาน ล่าสุด เหมียวแสนดี ORA แบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแดนมังกร จัดทดสอบรอบสื่อในรถ ORA Goodcat ระหว่างวันที่ 17-20 ตุลาคม เป็นการลองขับครั้งแรกในเจ้าแมวแสนซนพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะมีการเปิดราคากันอีกครั้งในวันที่ 29 ตุลาคม 2564 

    ORA Good Cat เป็นรถที่มีส่วนผสมของรถหลากหลายรุ่น หน้าตาที่คล้ายกับ Volkswagen เต่าทอง หรือมองอีกมุมก็ดันไปคล้ายกับ Porsche 911 จากทรงของไฟหน้าและฝากระโปรงด้านหน้า มองเผินๆ ก็คล้ายกับไฟหน้าที่นำมาจาก MINI เจ้าแมวเหมียวรุ่น 500 Ultra มาพร้อมกับโทนสีแบบสองเฉด เล่นสีตัวถังและสีหลังคาให้ตัดกันเพื่อดึงความน่าสนใจ รูปลักษณ์ภายนอกแนวคลาสสิก จากแนวคิด Retro Futuristic ไฟหน้า LED เต็มรูปแบบในรูปทรงตาแมวหรือ Cat Eye กรอบไฟหน้ามีไฟหรี่ Daytime Running Light และไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home ไฟเลี้ยวในรุ่น 500 ทำเท่ด้วยการเปลี่ยนแสงไฟหรี่สีขาวมาเป็นสีเหลืองที่มีความเข้มและชัดเจน ส่วนไฟท้าย LED Tail light Strip ไฟหลังมาในดีไซน์พาดยาวซ้ายจรดขวา พร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลังแบบ LED ติดตั้งอยู่ด้านในของกระจกบานฝาท้าย กระจังหน้าแบบ Active Air Intake ล้ออัลลอยหน้าตาบ้านๆ ขอบ 18 นิ้ว สำหรับรุ่น PRO และ ULTRA ส่วนรุ่น TECH ใช้ล้อขอบ 17 นิ้ว

    มิติตัวถังของ ORA Good Cat จากความต้องการที่จะสร้างความโปร่งโล่งให้กับห้องโดยสาร หลังคาของรถไฟฟ้ารุ่นนี้ จึงถูกออกแบบให้มีความสูงมากกว่าปกติ ขนาดความกว้างตัวถัง 1,825 มิลลิเมตร ยาว 4,235 มิลลิเมตร และสูงถึง 1,596 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อวัดจากดุมล้อหน้าถึงดุมหลัง 2,650 มิลลิเมตร มองจากด้านข้าง ทรงของเจ้าแมวดีจะออกมาในแบบป้อมๆ อ้วนๆ GWM แจ้งในเอกสารข้อมูลว่า ฐานล้อของมัน ถูกปรับให้มีความยาวที่สุดในรถระดับเดียวกัน กันสะเทือนหน้าอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบคานแข็งทอร์ชันบีม พร้อมเหล็กกันโคลง 

    แมวดีมีทรงที่กะทัดรัด ขนาดตัวถังไม่ใหญ่ แต่มีความกว้างและสัดส่วนความสูงที่เอื้ออำนวยต่อการนั่ง โดยเน้นไปที่เน้นความโปร่งโล่ง พื้นที่วางขาของเบาะหลังมีมาให้พอเพียง ส่วนพื้นที่เหนือกระบาลทั้งคนนั่งหน้าและหลังก็มากพอที่จะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด ไฟหน้ากลมโตแบบลูกกะตาแมวดูไปแล้วก็น่ารักดี ทรงด้านข้างป้อมๆ อ้วนๆ เสาท้ายดูขัดแย้งกับแนวตัวถังแต่ฝาท้ายและการออกแบบในส่วนของบั้นท้ายช่วยทำให้เจ้าแมวมีด้านหลังที่ลงตัวแบบรถ Hatchback กระจกบานฝาท้ายไม่ได้มีพื้นที่มากนัก สำหรับไฟท้ายที่อยู่ภายในกระจกบานฝาท้ายออกแบบได้ดี รวมไปถึงไฟเบรกดวงที่สามซึ่งอยู่ด้านบนบริเวณกึ่งกลางของสปอยเลอร์หลัง กันชนหลังสอดรับกับขอบของฝาท้าย การออกแบบที่แหวกแนว มีการผสมระหว่างความทันสมัยและสไตล์แบบย้อนยุค ทำให้ ORA Goodcat มีส่วนผสมอันหลากหลายของรถหลายรุ่น ฝาท้ายไม่มีระบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ต้องออกแรงยกขึ้นกดลงเอาเอง 

    การออกแบบภายในของ ORA Good Cat รุ่น 500 Ultra คันทดสอบสีเขียว ต้องยอมรับว่าทำออกมาได้อย่างโดดเด่น จุดที่ทำได้ดีก็คือ วัสดุพวกหนังสังเคราะห์ที่ใช้ห่อหุ้มชิ้นงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแดชบอร์ด คอนโซล เบาะ แผงประตู ผ้าบุหลังคา พรมปูพื้น และพลาสติกภายใน เป็นของที่มีคุณภาพ ถูกนำมาจัดวางผ่านงานดีไซน์จากนักตกแต่งภายในของ GWM ด้วยความต้องการที่จะสร้างความแตกต่างด้านความหรูหราให้มากกว่ารถญี่ปุ่น การทำตัวคล้ายกับภายในของ MG HS ที่ทำให้ลูกค้าหลายคนติดใจ ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย งานประกอบภายในประณีตใช้ได้ โดยเฉพาะรอยต่อต่างๆ งานตัดเย็บ และโทนสีที่เลือกเฉดมาให้ตัดกันอย่างจงใจ โทนสีภายในของ ORA Goodcat รุ่น 500 Ultra มีให้เลือกสองโทนและขึ้นอยู่กับสีของตัวถังภายนอก ถ้าเลือกแมวเขียวหลังคาขาว คุณจะได้ภายในสีเขียวสลับเทา พร้อมงานออกแบบและตัดเย็บแนว Luxury ส่วนคนที่ชอบเจ้าเหมียวสีครีมหลังคาโทนสีเข้ม จะได้ภายในสีเบสผสมกับเฉดสีน้ำตาล เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว เฉดสีกับวัสดุที่ดูดี โดยเฉพาะเกรดของพลาสติกนั้นดีกว่ารถญี่ปุ่นบางยี่ห้อ อาจยากต่อการดูแลรักษาให้ใหม่อยู่เสมอแต่สวยงามโดนใจ บ่งบอกถึงความตั้งใจในการผลิต เพื่อทำให้ภายในของเจ้าแมวมีความน่าใช้งาน ร่วมสมัย และสร้างแรงจูงใจของคนที่กำลังเล็งรถไฟฟ้าให้หลงรักแมวแสนดีตัวนี้อย่างโงหัวไม่ขึ้น! จุดที่ชอบก็คือ หนังสังเคราะห์ที่ใช้หุ้มแดชบอร์ดและคอนโซลซึ่งให้ผิวสัมผัสคล้ายๆ กับผ้าไมโครไฟเบอร์หรือหนังกลับ Alcantara เบาะคนขับปรับไฟฟ้า แต่ไม่มีฟังก์ชันยกเบาะส่วนหน้าเพื่อรองต้นขา ส่วนเบาะคนนั่งหน้าในรุ่นสูงสุดยังใช้การปรับมือเพื่อลดต้นทุน 

    หน้าจอ Interactive Double Screen มองแล้วคล้ายกับจอภาพของ BMW Operating System 8 อาจไม่ได้มีความสามารถในด้านของฟังก์ชันใช้งานเท่ากับแบรนด์ตราใบพัด แต่หน้าจอพาดยาวบริเวณคอนโซลของตัวรถ ถูกปรับให้มีขนาดความยาวถึง 17.25 นิ้ว มีความละเอียดคมชัดใช้ได้ จอแสดงผลกลาง เชื่อมต่อกับจอภาพมาตรวัด TFT LCD แบ่งออกเป็นสองส่วนแต่เชื่อมติดกัน หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิทัล (Full TFT) ขนาด 7 นิ้ว บวกกับหน้าจอระบบมัลติมิเดียพร้อมระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ฟังก์ชันการใช้งานครบ โดยเฉพาะกล้องมองรอบคันกับกล้องมองหลังในแมวรุ่นท็อปนั้นขอบอกตรงนี้เลยว่า โคตรจะชัดละครับ 

    เครื่องเสียงไม่ได้ดีเด่อะไร แค่พอฟังได้ไม่ถึงกับแย่ Goodcat มาพร้อมลำโพงรอบทิศทาง จำนวน 6 ตัว ให้เสียงที่คมชัดในระดับปานกลาง กำลังขับน้อยไปนิดและลำโพงที่ไม่ค่อยมีคุณภาพทำให้ระบบเสียงของเจ้าแมวอยู่ในระดับพื้นๆ สมควรแก่ราคาค่าตัวของมัน อย่างที่เคยบอกว่า สำหรับคนที่ชอบฟังเพลง ถ้าเปลี่ยนลำโพงที่มีคุณภาพ ติดตั้งแอมป์ที่มีกำลังขับดีกว่าเดิม น่าจะช่วยทำให้บรรยากาศในการใช้งานเจ้าแมวดีขึ้นไม่น้อย แต่เครื่องเสียงเดิมๆ จากโรงงานในประเทศจีนก็ไม่ได้ขี้เหร่ คนทั่วไปพอจะฟังเพลงผ่าน USB หรือบลูทูธได้อย่างชัดเจนก็แล้วกัน จุดที่ชอบก็คือ การออกแบบกรวยลำโพงสุดแนวที่ยังไม่ค่อยจะพบเห็นในรถญี่ปุ่น! 

    ระบบสั่งการด้วยเสียงจะตอบโต้กับคุณด้วยความเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง จากการพัฒนา AI ที่คอยช่วยเหลือคนขับ และคนในรถด้วยการสั่งงานผ่านระบบเสียง Goodcat ควบคุมการใช้งานฟังก์ชันได้ตลอดเวลาด้วยเสียง คุณสามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อควบคุมเครื่องปรับอากาศ เปิดหรือปิดซันรูฟ เปิดระบบนำทาง และระบบมัลติมีเดียได้ในประโยคเดียว ใช้การพูดที่ชัดเจน ถ้า AI ไม่เข้าใจ มันก็จะบอกเองว่า ไม่สามารถทำตามที่ขอได้ ระบบสั่งงานด้วยเสียง หากเปิดไว้ แล้วมีการพูดคุยกันในรถ บางครั้ง ระบบก็นึกว่าคนขับหรือผู้โดยสารจะสั่งงาน เล่นพูดสวนทางออกมาว่า คุณต้องการให้ช่วยอะไรไหม เล่นเอางงอยู่เหมือนกันละครับ! แต่ถ้าปิดระบบสั่งงานด้วยเสียงเอาไว้ AI ก็จะเข้าสู่การนิทราก่อนที่จะถูกปลุกมาสั่งงานต่อไป การเชื่อมต่อโครงข่ายระยะไกล ช่วยให้สามารถควบคุมการเปิด-ปิดการชาร์จ เครื่องปรับอากาศ ปิดหน้าต่าง ได้จากระยะไกล และสามารถดูสถานะของรถได้ผ่านระบบ GWM Application

    วัสดุภายในห้องโดยสารให้สัมผัสนุ่ม ไล่จากแดชบอร์ดคอนโซล แผงประตู เบาะโดยสาร ORA ใช้วัสดุที่มีคุณภาพในการตกแต่งภายในด้วยดีไซน์ที่สวยงาม มีสัมผัสที่นุ่มนวล ให้ความรู้สึกสบาย ยืดหยุ่นและสัมผัสที่นิ่มใช้ได้ เบาะที่นั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ตกแต่งอย่างประณีต เบาะที่นั่งปรับไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน Welcome Seat ช่วยให้คนสามารถเข้า-ออกจากรถได้อย่างง่าย เมื่อดับเครื่องยนต์เปิดประตูคนขับ เบาะของคนขับจะเลื่อนถอยหลังเพื่อเปิดพื้นที่ในการเข้า-ออกให้กว้างขึ้น ระบบเบาะนวดไฟฟ้า เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของผู้ขับ ฟังก์ชันนี้ผมไม่ได้ลอง เนื่องจากต้องรีบเร่งขับทดสอบ จากกรุงเทพฯ ไปยังฉะเชิงเทรา แล้ววกกลับ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาทั้งวัน หาช่วงเวลาที่ผ่อนคลายไม่ค่อยจะได้ ถนนสุวินทวงศ์ยังคงอุดมไปด้วยรถที่วิ่งกันเกือบจะเต็มทุกช่องทาง การเฝ้าจับอาการขณะวิ่งของเจ้าแมวบนผิวถนนที่ค่อนข้างลื่นทำให้ฟังก์ชันนวดไม่ได้ถูกเปิดใช้งาน ส่วนหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เพิ่มพื้นที่แสงสว่าง และเปิดมุมมองรับชมวิวทิวทัศน์ได้ แต่เอาเข้าจริงๆ กระจกหลังคาไฟฟ้านั้นมีไว้เพื่อความเท่มากกว่าจะใช้งานกันจริงๆ จังๆ อากาศในประเทศไทยไม่ได้เย็นสบายตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่จะร้อนจัดและมีฝนตกหนัก Panoramic Roof กระจกหลังคาไฟฟ้าจึงมีไว้แค่เท่เท่านั้น ส่วนฟังก์ชันอินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิงในรถยนต์ การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ฟังเพลง วิดีโอ ต้องกดสั่งงานที่หน้าจอ หรือสั่งงานด้วยเสียง ต้องเข้าออกจากฟังก์ชันที่หน้าจอ การออกแบบซอฟต์แวร์ที่ควบรวมการใช้งานอันหลากหลาย ต้องใช้เวลาอยู่กับระบบเพื่อสร้างความคุ้นชินในการใช้งานกันพอสมควร สำหรับระบบ Cockpit Cleaning System พร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 ช่วยเปิดการไหลเวียนของอากาศจากภายนอกจากระยะไกลเพื่อระบายอากาศ โดยอัตโนมัติ ช่วยลดปริมาณฝุ่น PM2.5 เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร เบาะหลังออกแบบให้พับได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้สูงสุด 858 ลิตร เกียร์ระบบ Electronic Shifter เพื่อลดขนาดพื้นที่คอนโซลกลาง ระบบชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) ไม่ได้ลอง เพราะโทรศัพท์ของผมยังคงเป็น iPhone รุ่นพระเจ้าเหาที่ไม่ค่อยจะเข้ากับเทคโนโลยีของการชาร์จแบบใหม่ 

    ORA Good Cat มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับ ระบบความบันเทิงในรถยนต์ ระบบความปลอดภัย เกียร์ไฟฟ้าแบบปุ่มหมุนใช้งานง่าย มีตำแหน่งให้เลือก เช่น P/N/D แค่หมุนปุ่มไปที่สัญลักษณ์ตามต้องการเพื่อเดินหน้า ถอยหลัง หรือจอด มาพร้อมเบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Brake Hold สำหรับระบบช่วยเหลือการขับ และระบบความปลอดภัย ADAS ถ้าคุณเปิดใช้งาน มันมักจะทำตัวน่ารำคาญด้วยการแทรกแซงต่างๆ เช่น เสียงเตือน สัญญาณไฟที่กับสัญลักษณ์บนมาตรวัด TFT ถ้าคุณขับเข้าไปใกล้กับท้ายรถคันข้างหน้ามากจนเกินไปจนระบบคำนวณแล้วว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการชนท้าย รวมถึงการดึงพวงมาลัยกลับเข้าช่องทางเบาๆ เมื่อคุณวิ่งไปทับเส้นแล้วไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว พวงมาลัยแบบพ่วงกับระบบรักษาช่องทางใน H6 Hybrid นั้นดึงกลับเข้าเลนหนักกว่า ส่วนเจ้าแมวจะใช้การดึงกลับที่เนียนมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม คุณควรรักษาช่องทางจราจรโดยไม่พึ่งพาระบบช่วยเหลือมากจนเกินไป การวิ่งทับเส้นแบ่งจราจร จะทำให้ระบบส่งเสียงเตือน หรือจัดการกับพวงมาลัยทันที ระบบความปลอดภัย ADAS เคยทำให้ผมรู้สึกรำคาญมาแล้วใน Isuzu MU-X / Hyundai Staria และก็มาถึงเจ้าแมวดีตัวนี้ มันอาจจะเป็นระบบที่คอยประคับประคองพวกมือใหม่หัดขับให้สามารถอยู่รอดปลอดภัยบนถนน แต่คนที่เกิดในยุคที่รถยนต์ไม่มีระบบอะไรมากนัก การขับโดยพึ่งพาสมาธิของตนเองมากกว่าระบบ ดูจะเหมาะสมมากกว่าการเฝ้าระวังของสมองกลไฟฟ้าจนกลายเป็นทารกที่เพิ่งจะขับรถเป็น! 

    ระบบช่วยเหลือการขับขี่ เทคโนโลยีสำหรับการขับ เช่น

    อัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์ (FOTA) ระบบดังกล่าวมาพร้อมกับความสามารถในการอัปเกรดเฟิร์มแวร์สำหรับการควบคุมระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง ระบบการขับขี่ต่างๆ รวมถึงระบบ Infotainment และระบบควบคุมอื่นๆ ภายในรถยนต์ ผ่านระบบออนไลน์ (FOTA)

    การตอบโต้ด้วยเสียง ผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) มีความสามารถในการจดจำเสียง ช่วยลดการใช้งานจากการกดปุ่ม เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ขับและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ สั่งการและโต้ตอบด้วยเสียงเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่างๆ รวมไปถึงการเข้าถึงระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์ภายในรถ

    สั่งการและควบคุมรถจากระยะไกล
    เป็นระบบที่จะช่วยให้ผู้ขับควบคุมการทำงานบางฟังก์ชันของรถยนต์ได้ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ รวมไปถึงการสร้างระบบความปลอดภัยให้กับรถยนต์

    ฟังก์ชันการเข้าถึงข้อมูลแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เช่น
    ระบบตรวจสอบสถานะปริมาณแบตเตอรี่
    ระบบตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่
    ระบบตรวจสอบระยะทางวิ่งคงเหลือ
    ระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำ
    ระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีความร้อนสูง และการค้นหา POI

    ฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล เช่น
    การควบคุมระบบปรับอากาศ
    การล็อกและปลดล็อกประตู การค้นหารถยนต์
    และสามารถสั่งการปิดหน้าต่าง

    ฟังก์ชันด้านความปลอดภัย สั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล
    เช่น
    แสดงตำแหน่งรถยนต์
    กำหนดรัศมีการใช้งานรถ และการแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ ของรถ

    ระบบความบันเทิงแบบมัลติมีเดีย รองรับ Apple CarPlay และ Siri รองรับ Android Auto และ Google Assistant ระบบนำทาง รองรับแอปพลิเคชันเพลง เช่น JOOX

    GWM LEMON E PLATFORM
    แพลตฟอร์มโมดูล่าร์ ที่วิศวกรของ GWM แจ้งว่า สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงพัฒนาด้านความปลอดภัย ซึ่ง GWM LEMON E PLATFORM ถูกปรับเพื่อสำหรับใช้งานกับรถไฟฟ้า (BEV) โดยเฉพาะ แพลตฟอร์มน้ำหนักเบา แบตฯวางอยู่ในระดับที่ต่ำ ลดจุดศูนย์ถ่วง ทำให้ทรงตัวดีใข้ได้ ช่วยให้การขับขี่ดีขึ้น ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการเร่ง การเบรก และการควบคุมพวงมาลัย GWM แจ้งว่า แพลตฟอร์มมะนาวนี้ ผ่านการขับทดสอบบนถนนลูกรังกว่า 7,000 กิโลเมตร และมีการทดสอบในสภาวะแวดล้อมแบบสุดขั้วบนระยะทาง 30,000 กิโลเมตร หน่วยกักเก็บกระแสไฟฟ้าเพื่อป้อนให้กับมอเตอร์และระบบต่างๆ ที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการหล่อเลี้ยงการทำงาน แบตเตอรี่ของเจ้าเหมียว ORA Good Cat ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทางไฟฟ้าของรถยนต์กว่า 416 รายการ ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวประสิทธิภาพสูง ระบบตรวจจับ 360 องศา ป้องกันการชนกันของแบตเตอรี่ และระบบเตือนแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ของเจ้าแมว เป็นแบบลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 47.788 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กิโลเมตร ในรุ่น 400 TECH และ 400 PRO ส่วนรุ่น 500 Ultra เมื่อชาร์จไฟจนเต็มจะวิ่งได้เฉียดๆ 500 กิโลเมตรเลยทีเดียว 

    แบตเตอรี่มีความสามารถในการป้องกันมาตรฐาน IPX9K และ IP67
    ออกแบบให้ป้องกันน้ำ การกัดกร่อน การชน ไฟไหม้ และการกระแทกได้
    โดยเมื่อเกิดการกระแทก ระบบไฟฟ้าจะตัดการทำงานภายใน 0.1 วินาที
    เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับและผู้โดยสาร เซลล์แบตเตอรี่ถูกห่อหุ้มด้วยกล่องที่มีความแข็งแรงในระดับ 3 มิติ มีการควบคุมอุณหภูมิและระบบระบายความร้อนขณะทำงานไม่ว่าจะเป็นการป้อนกระแสไฟ หรือการชาร์จเร็วที่ทำให้แบตฯ มีอุณหภูมิสูงขึ้น 

    เจ้าเหมียวที่มีตีนต้นใช้ได้ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor มอเตอร์มีกำลังสูงสุด 105 kW หรือ 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร สมน้ำสมเนื้อกับการทำตัวเป็นยานยนต์พลังงานสะอาดของครอบครัวขนาดเล็ก เหมียวดีคันนี้ ทำ ความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 152-160 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ถ้าวิ่งเร็วจี๋ในโหมด Sport ไฟในแบตฯ ก็ไม่ได้หล่นวูบวาบแต่อย่างใดทั้งสิ้น ลองขับเร็วต่อเนื่อง พลังงานไฟฟ้าในแบตฯจะลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หล่นวูบเหมือน MINI Cooper SE หรือ BMW i3S แต่เจ้าเหมียวก็ไม่ได้มีฝีเท้าที่เร็วไปกว่ารถไฟฟ้ายุโรปทั้งสองรุ่น การจูนระบบใช้พลังงานไฟฟ้าที่สมดุล ทำให้เหมียวรุ่นท็อป เป็นรถรถไฟฟ้าที่พอวิ่งเร็วแล้ว ไม่ค่อยจะกินกระแสไฟ นั่นก็นับเป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียว 

    สมรรถนะของรถยนต์ ORA Good Cat
    อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที
    อัตราเร่ง 0-100 กม./ ชม. ใน 9.3 วินาที ออกตัวไวใช้ได้ อาการทอร์คสเตียร์บางๆ ที่ล้อหน้าทำให้สนุก ส่วนระบบอากาศพลศาสตร์ของเหมียวจีน มีค่าแอร์โรไดนามิกส์ หรือค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.273

    ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut)
    พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชันบีม (Torsion Beam) พร้อมเหล็กกันโคลง เซ็ตมากลางๆ ออกไปทางแข็งที่ด้านหลัง เพื่อทำให้ส่วนท้ายไม่ย้วยมากจนเกินไป บางคนอาจบอกว่ากระด้างไปหน่อย แต่ผมรับได้ เพราะขับเร็วๆ แล้วก็ไม่ได้ร่อนไปร่อนมาจนน่ากลัว ถ้าควบคุมพวงมาลัยไฟฟ้าที่ค่อนข้างเบาและไวของมันได้อย่างคุ้นชิน ก็จะทำให้ควบคุมทิศทางของรถในย่านความเร็วสูงได้อย่างไม่เสียวสันหลังมากนัก 

    พวงมาลัยไฟฟ้าเซตมาเบาและไว ทำให้ต้องระวังการขยับพวงมาลัยในย่านความเร็วสูง พวงมาลัยที่ตอบสนองได้เร็วจะค่อนข้างไวเมื่อขับเร็ว พอปรับตัวได้ พวงมาลัยของมันก็มีความแม่นยำที่ใช้ได้ โดยเฉพาะการขับทดสอบแบบจิมคาน่าในช่วงเย็น เจ้าแมวดีมีความปราดเปรียวใช้ได้ เร่งไวทันใจจากพลังงานในรูปของแรงบิดที่ส่งมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน (ล้อหน้า) จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจากการวางตำแหน่งแบตฯเอาไว้กลางรถ ทำให้ส่วนหัวของรถมีความว่องไวในการบังคับทิศทาง แบตเตอรี่วางไว้บริเวณพื้นห้องโดยสาร พร้อมปิดผลึกแบตฯอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันความชื้น ระบบระบายความร้อนของแบตฯขณะชาร์จไฟไม่มีโอกาสได้ลอง แต่ทาง GWM แจ้งว่า แบตฯลูกนี้ มีเซนเซอร์คอยตรวจจับการทำงานในด้านของความปลอดภัย ทั้งการจ่ายไฟในสถานะต่างๆ รวมถึงการชาร์จทั้งชาร์จแบบปกติหรือชาร์จเร็วเต็มกระแสแบบอัดประจุเต็มที่ 

    ระบบขับขี่ทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ 1) มาตรฐาน 2) Sport 3) ECO 4) ECO+ และ Auto อัตโนมัติ ปรับได้เองตามปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือ ผมใช้โหมด Sport ขับทดสอบด้วยความเร็วสูงตลอดเส้นทาง เพื่อจับอาการเมื่อขับเร็ว รวมถึงสังเกตการรับประทานไฟของเจ้าเหมียว ที่ความเร็ว 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พลังไฟในแบตเตอรี่ลดลงทีละน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป ระยะทางไปกลับจากกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ประมาณ 200 กิโลเมตร เมื่อขับกลับมาถึงจุดสตาร์ทที่เมืองทองธานี เจ้าแมวยังมีไฟเหลือให้วิ่งอีก 240 กิโลเมตร จุดนี้ ถือว่าทำออกมาได้ดี ถ้าขับแบบเรื่อยๆ มันจะวิ่งได้ระยะทางเกือบเท่ากับที่เคลมมาก็คือเฉียดๆ 500 กิโลเมตรเลยทีเดียว สำหรับซอฟต์แวร์ด้านความสามารถการกู้คืนพลังงาน (Energy Recovery) ปรับตั้งได้สามระดับ ได้แก่ น้อย, มาตรฐาน และมาก เพื่อประหยัดพลังงาน เมื่อยกคันเร่งหรือเบรก ระบบสะสมพลังงานไฟฟ้าจะทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงพลังงานจลน์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อส่งไปเก็บในแบตเตอรี่ เป็นการใช้และคืนพลังงานไฟที่มีประสิทธิภาพใช้ได้ สำหรับฟังก์ชันระบบตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อให้คะแนนพร้อมให้คำแนะนำในการขับขี่ ไม่ได้ลองใช้งาน 

    โดยภาพรวม ถ้าราคา ORA Goodcat รุ่นต่ำอยู่ที่ 870,000 บาท และรุ่นสูงสุดไม่เกิน 1,098,000 บาท เจ้าเหมียวก็น่าจะขายได้ดีกว่ารถคู่แข่ง จุดที่ชอบคือ มันเป็นรถไฟฟ้าที่รับประทานแบตฯแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่วูบๆ วาบๆ แม้จะขับเร็ว แบตเตอรี่ก็ค่อยๆ ลดระดับลง ไม่หล่นวูบจนน่าตกใจเหมือนรถไฟฟ้าราคาแพงจากยุโรปบางรุ่น ภายในรุ่น 500 Ultra สวยงามแต่ดูแลรักษายาก แมวดีมีความคล่องตัว จากการเซ็ตรถในแบบวัยรุ่นขับ ช่วงล่างไม่ถึงกับนุ่ม บางจังหวะจะมีความกระด้างโผล่ออกมาให้เห็นโดยเฉพาะช่วงล่างหลังที่ใช้แบบคานแข็งทอร์ชั่นบีม การเก็บเสียงแค่พอใช้ได้ ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ด้วยความที่ไม่มีเครื่องยนต์ มันจังปราศจากแรงสั่นสะเทือน ย่านความเร็วต่ำ คุณจะได้ยินแต่เสียงยางและเสียงลมเบาๆ ความเงียบจากการเป็นรถไฟฟ้า ทำให้เวลาถอยหลัง เจ้าแมวจะมีสัญญาณเตือนคนเดินเท้าว่ามีแมวไฟฟ้ากำลังขับถอยหลังอยู่นะ Goodcat นับเป็นยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่น่าใช้ สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ส่วนจุดที่ไม่ชอบก็มี เช่น พวงมาลัยในย่านความเร็วสูงที่ยังคงหน่วงน้ำหนักได้ไม่ดีพอ ข้อสำคัญก็คือมันไม่มีที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง เมื่อฝนตกแล้วต้องวิ่งลุย จะทำให้กระจกมองหลังถูกบดบังด้วยความเลอะเทอะ ไม่รู้ว่า GWM พลาดในจุดนี้ได้อย่างไร เพราะเป็นรถนำเข้ามาทั้งคันจากประเทศจีน และที่จีนแผ่นดินใหญ่เองก็ไม่มีปัดน้ำฝนด้านหลังอีกเหมือนกัน!! 

    รายละเอียด ระบบความปลอดภัย ADAS

    ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย (Driver Assistance and Safety Systems) สำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ L2+
    ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety)

    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS ชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ตกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า โดยรถจะลดความเร็วลงและหยุดตามคันหน้า และเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัวหลังจากเบรคภายใน 3 วินาที รถของเราจะเคลื่อนตัวตามคันข้างหน้าอัตโนมัติ โดยจะมีระยะห่างการติดตาม

    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA)
    ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้แต่จะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย

    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)
    เป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ ควบคุมรถให้ติดตามรถด้านหน้าหรือขับต่อไปด้วยความเร็วคงที่เพื่อลดภาระของผู้ขับ

    ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI)
    ระดับ L2+ พร้อมระบบการตรวจจับคนเดินถนน และทางแยก คำนวณระยะทางระหว่างรถและคนเดินถนนได้แบบเรียลไทม์ สัญญาณเตือนด้วยเสียงและการเบรกอัตโนมัติ การเบรกฉุกเฉินความเร็วต่ำ เมื่อเรดาร์ทำงานตรวจสิ่งกีดขวางทั้งที่หยุดนิ่งหรือคนเดินถนนที่เคลื่อนที่ในแนวถอยจอดและ หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชน ระบบจะช่วยเบรกให้อัตโนมัติ ด้วยความเร็วขณะถอยไม่เกิน 8 กม./ชม.


    ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
    ช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน โดยจะระบุเส้นแบ่งเลนถนนผ่านกล้องที่กระจกหน้ารถ เมื่อคนขับเบี่ยงเลนโดยไม่รู้ตัว ระบบจะช่วยระบบจะช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน เมื่อระบบตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่มีลักษณะการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ระบบจะแจ้งเตือนด้วยเสียง

    ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
    แจ้งเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกเลน เมื่อรถเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่รู้ตัว
    ระบบจะส่งเสียงเตือนเพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาตอบสนองมากขึ้น เมื่อผู้ขับขี่มีอาการจาม อ่อนล้า ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้รถเบี่ยงออกนอกเลน ระบบจะแจ้งเตือนโดยทันที

    ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK)
    ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน ควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) หากมีการตรวจสอบพบรถอีกคันกำลังแล่นมา หรือมีรถแซงขึ้นมาจากอีกเลนหนึ่ง ระบบจะทำการแทรกแซงการทำงานมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการชน


    ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS)
    ตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาว โดยในระหว่างการแซง ระบบจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะประคองรถให้กลับสู่เลนเดิมอัตโนมัติ

    เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) 
    กล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้ง เพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้


    ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA)
    เมื่อออกจากจุดที่หยุดนิ่งบนเนินสูงชัน เบรกจะยังคงค้างอยู่ราว 2 วินาที จนกระทั่งคันเร่งทำงานเพื่อป้องกันการถอยหลัง

    ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS)
    โดยรถจะทำการวัดแรงดันลมยางอย่างต่อเนื่องและเตือนผู้ขับขี่หากมีแรงดันลมยางล้อใดลดลง


    กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
    กล้องมองได้รอบ 4 ตัว มีความละเอียดคมชัด 4 Megapixel โดยระบบจะรวมเอามุมมองภาพทั้ง 4 กล้องมาสร้างภาพที่มีมุมมอง 360 องศา
    เพื่อแสดงให้เห็นมุมมองของรถในแบบ “เฮลิคอปเตอร์” และเปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่โหมดการถอยหลัง ดูได้เมื่อขับรถที่ความเร็ว 15 หรือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและตอนสตาร์ตรถ


    ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP)
    ใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถ ทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตั้ง
    แนวนอน หรือแนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้ว
    รถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง


    ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
    เซนเซอร์ช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาด้านหลังของตัวรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของช่องทางเดินรถในขณะถอยหลัง เมื่อกำลังถอยหลังออกจากช่องจอดเข้าสู่ช่องจราจร เซนเซอร์หลังของรถจะทำการเช็กด้านซ้ายและขวาของช่องจราจร และส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงและภาพ หากผู้ขับขี่ยังเพิกเฉย ไม่หยุดรถระบบเบรกอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินจะเริ่มทำงานด้วยการลดความเร็วและหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงการชน


    ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM)
    ช่วยประเมินและวิเคราะห์ลักษณะในการขับขี่ เช่น มุมบังคับเลี้ยว การเบรก
    การควบคุมไฟส่องสว่าง และใบปัดน้ำฝน ระยะเวลาในการขับ หากพบว่ามีลักษณะการขับขี่ที่เหนื่อยล้า หรือหลังจากขับรถด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขับรถมากกว่า 4 ชั่วโมง ระบบจะเตือนด้วยภาพและเสียงนาน 20 วินาที ทุกๆ 10 นาที สามารถทำการตั้งค่าใหม่ได้ก็ต่อเมื่อทำการหยุดรถเท่านั้นรถจะทำการแจ้งเตือนและแนะนำให้หยุดพัก

    ระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข (Passive Safety)

    โครงสร้างตัวถัง ทำจากเหล็กกล้า IronBone™
    เหล็กขึ้นรูปร้อนที่มีความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษที่สามารถต้านทานแรงดึงได้ 1,520 Mpa รวมไปถึงเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง 65% และเหล็กเทอร์โมฟอร์ม 8 ชิ้น ทำหน้าที่ดูดซับและลดแรงกระแทก


    ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
    เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่ถุงลมนิรภัยทำงาน สัญญาณเตือนอันตรายจะทำงานประตูจะถูกปลดล็อก และรถจะโทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน
    และสามารถส่งตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือได้

    มาตรฐานความปลอดภัย และ China Insurance Research Institute (C-IASI) ในระดับ Good

    ระบบโทรหาเบอร์ฉุกเฉิน


    ORA Good Cat 400 TECH
    สีรถภายนอก : 2 สี ได้แก่ สีดำ (Sun Black) และ สีขาว (Hamilton White)
    สีรถภายใน : 1 สี ได้แก่ สีดำ (เบาะผ้า)

    ORA Good Cat 400 PRO
    สีรถภายนอก : 5 สี ได้แก่ ตัวรถสีแดงพร้อมหลังคาสีดำ (Mars Red with Black Roof)

    ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof)
    สีฟ้า (Coral Blue)
    สีดำ (Sun Black) และ สีขาว (Hamilton White)
    สีรถภายใน : 1 สี ได้แก่ สีดำ (เบาะหนัง)

    ORA Good Cat 500 ULTRA
    สีรถภายนอก : 7 สี ได้แก่
    ตัวรถสีเขียวพร้อมหลังคาสีขาว (Verdant Greenwith Hamilton White Roof)

    ตัวรถสีเบจพร้อมหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige with
    Wisdom Brown Roof)

    ตัวรถสีแดงพร้อมหลังคาสีดำ (Mars Red with Black Roof)

    ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof)
    สีฟ้า (Coral Blue) สีดำ (Sun Black) และสีขาว (Hamilton White)

    สีรถภายใน : 3 สี ได้แก่ สีดำ (เบาะหนัง) สำหรับทุกตัวเลือกสีรถภายนอก

    ยกเว้นเลือกตัวรถสีเขียวพร้อมหลังคา สีขาว (Verdant Green & Hamilton White) จะได้ภายในสีเขียว/เทา (เบาะหนัง)

    ตัวรถสีเบจพร้อมหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige &
    Wisdom Brown) จะได้ภายในสีเบจ/น้ำตาล (เบาะหนัง)

    Technical Specifications
    Basic Specs 
    Engine Displacement E-motor
    Charging Time fast: 0.5hour (80%)
    Num. of Doors/Seats & Body Type 5/5 
    Body Size (L*W*H) 4235×1825×1596mm
    Wheelbase 2650mm
    Max. Speed 150-160 km/h
    Range 401/501km
    Battery Capacity 47.8/59.1kWh (Lithium iron phosphate battery)
    Curb Weight 1,510 kg
    Max. Power 143 PS or 105 kW
    Max. Torque 210N.m

    Body
    Drive wheels - Traction FWD
    Front Suspension McPherson struts.
    Rear Suspension Torsion beam dependent suspension
    Body structure Integral
    Front Brakes Vented disc
    Rear Brakes Drums/Discs
    Front Tyres 205/55 R17 215/50 R18
    Rear Tyres 205/55 R17 215/50 R18
    Range 401/501km.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ORA Good CatORA Good Cat ราคาORA Good Cat เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารถใหม่ทดสอบแมวดีทดสอบ ORA Goodcatอาคม รวมสุวรรณ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11:42 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์