ลองของดี ขับสี่สายพ่อบ้าน! SUBARU NEW OUTBACK 2.5 I-T EYESIGHT AWD

ข่าว

    ลองของดี ขับสี่สายพ่อบ้าน! SUBARU NEW OUTBACK 2.5 I-T EYESIGHT AWD

    ไทยรัฐออนไลน์

    1 ก.ค. 2564 10:00 น.

    Magnetite Grey Metallic คือสีของรถทดสอบ Subaru New Outback 2.5 i-T Eyesight AWD ราคาเฉียด 2.7 ล้านบาท เป็นราคานำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นที่โดนภาษีพอหอมปากหอมคอ แม้จะไม่ใช่เครื่องยนต์เทอร์โบที่มีแรงบิดดีกว่า แต่ยอดขายแค่นิดเดียวของรถยนต์อเนกประสงค์แนวสเตชั่นแวกอน ซึ่งแทบจะไม่มีคู่แข่งในประเทศไทยทำให้ Outback ใหม่ของ TC Subaru มียอดจองเกือบ 40 คันเข้าไปแล้ว คู่ต่อสู้อย่าง Volvo V90 Cross Country และ Audi A6 All Road ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาทำตลาดในไทย ส่งผลให้ Outback ครองความเป็นเจ้าอยู่แค่รุ่นเดียวเท่านั้น ความสดใหม่ของเรือนร่างดูคล้ายกับรุ่นที่แล้วแต่มีการปรับรายละเอียดของอุปกรณ์ภายนอก รวมถึงงานตกแต่งและของเล่นใหม่ใน Cockpit รวมกับประสิทธิภาพในการขับใช้งาน โดยเฉพาะการขับบนทางขรุขระทำให้ Outback ยังคงเป็นรถที่นักขับสายดาวลูกไก่อยากได้กันแทบทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกที่ชอบใช้ชีวิตในวันหยุดท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ความอเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับความปลอดภัย การปรับปรุงครั้งใหญ่ในเรื่องของอุปกรณ์ไฮเทค สอดรับกับวัฒนธรรมขับสี่ของ Subaru ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    Subaru เป็นบริษัทรถยนต์ที่เน้นประสิทธิภาพของการขับ ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบถาวร สานต่อความสามารถของรถแวนสไตล์ครอบครัวตัวลุย การเปิดตัวรถ Outback รุ่นใหม่ ในงานแสดงรถยนต์ New York International Auto Show เมื่อปี 2019 พร้อมกับเครื่องยนต์สูบนอน 2.4 ลิตร เทอร์โบ และเครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบขนาด 2.5 ลิตร ต้องรอถึง 2 ปี ก่อนที่ TC Subaru จะนำเข้าเจ้าแวกอนตัวกลั่นเข้ามาขายในไทย Subaru new Outback เปลี่ยนแชสซีใหม่หมดโดยหันมาใช้โครงสร้าง Subaru Global Platform เพื่อความแข็งแกร่งและลดน้ำหนักส่วนเกินโดยยังคงมีค่าความต้านทานต่อแรงบิดสูงกว่าแชสซีของ Outback รุ่นที่แล้ว Subaru Outback ใหม่ มาพร้อมกับมาตรฐานของการยึดเกาะและการทรงตัว ด้วยระบบขับเคลื่อนทุกล้อที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์หมู่ดาวหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Subaru Symmetrical all-wheel drive

    สำหรับการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ในรถรุ่นใหม่ เริ่มจากระดับความสูงของ new Outback ที่เพิ่มมากขึ้นโดยมีระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถมากถึง 220 มิลลิเมตร สูสีกับปิกอัพยกสูงกันเลยทีเดียว สัดส่วนความยาวของตัวถัง 4,860 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร และสูง 1,680 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,745 มิลลิเมตร น้ำหนักของตัวรถรวมอุปกรณ์ 1,682 กิโลกรัม ทำออกมาเบาใช้ได้ ไม่ส่งผลต่อการแบกน้ำหนักตัวถังจนทำให้เกิดการบั่นทอนกำลังของเครื่องยนต์ ส่วนความจุถังเชื้อเพลิงอยู่ที่ 63 ลิตร 

    หน้าใหม่ดูทันสมัยขึ้น ทั้งทรงของไฟหน้า กระจังหน้าแบบใหม่และกันชนที่ออกแบบให้สอดรับกับการทำตัวเป็นรถลุย ไฟหน้าระบบอัตโนมัติ Adaptive LED Steering Responsive Headlights พร้อมไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Light ที่มีทรงคล้ายกับไฟหรี่ LED ของ Forester กระจังหน้าพลาสติกสีดำเงา คาดกลางแบบสองชั้นด้วยพลาสติกโครเมียม กันชนหน้า มีช่องรับอากาศทรงหกเหลี่ยมทำจากพลาสติกสีดำ ล้อมกรอบด้วยพลาสติกกันกระแทกสีเงิน ไฟตัดหมอก LED ทรงกลมอยู่ตรงมุมด้านข้างของชุดกันชนหน้า ตำแหน่งที่ติดตั้งไฟตัดหมอก มีคิ้วพลาสติกโครเมียมล้อมกรอบเพื่อความสวยงาม ฝากระโปรงหน้ายกสันนูนขึ้นบริเวณแก้มข้าง พร้อมเส้นนำสายตาและการออกแบบให้เส้นสายบนฝากระโปรงหน้าเชื่อมโยงกับไฟหน้าและกระจังได้อย่างลงตัว 

    แนวคิดของ Outback คือการแสดงออกถึงความสามารถในการขับบนทางขรุขระ ความอเนกประสงค์ของพื้นที่ใช้สอยภายใน ตัวถังด้านข้างของมันจึงอุดมไปด้วยพลาสติกกันกระแทกมากมาย เช่น ที่ซุ้มล้อ ชายล่างและขอบด้านล่างของบานประตูทั้งสี่ ชายล่างของบานประตูหลัง มีอักษรคำว่า Outback ปรากฏอยู่เพื่อบ่งบอกตัวตนให้รับรู้ถึงความไม่ธรรมดา! เสาหน้า มีองศาของการลาดเอียงที่สอดรับกับการเพิ่มมุมมองด้านหน้าผ่านกระจกบังลมบานหน้า พื้นที่ของกระจกรอบตัวถังช่วยเพิ่มความปลอดโปร่ง มองเห็นได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะตำแหน่งของคนขับ เสาท้ายถูกรีดจนเพรียวบาง พร้อมงานพลาสติกที่แปะติดเพื่อเชื่อมโยงแนวของเสาท้ายให้เข้ากับฝาท้าย แรคหลังคามีมาให้ใช้งานกันอย่างเต็มที่ พร้อมจุดยึดที่แข็งแรง เพื่อรองรับการขนสัมภาระบนหลังคา แรคหลังคามีทั้งโลหะที่เป็นอะลูมิเนียมและพลาสติกอย่างหนา กรอบกระจกด้านข้าง เดินเส้นด้วยงานโครเมียมเพื่อเพิ่มความหรูหรา สำหรับล้อและยาง Subaru New Outback 2.5 i-T Eyesight AWD ใส่ล้ออัลลอยลายสวยขอบ 18 นิ้วสีเงินสลับสีดำ ยาง Bridgestone Alenza 001 ไซส์ 225/60 R18 100V

    บั้นท้ายคล้ายๆ กับ Subaru XV แต่มีขนาดที่ใหญ่กว่ามาก ฝาท้ายทำงานเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์แบบใหม่ ที่ไม่ต้องใช้เท้ากวาดใต้กันชนอีกต่อไป แค่เอาแขนไปแตะตราสัญลักษณ์ ตรงกึ่งกลางฝาท้ายแล้วถอยหลังออกมา ฝาท้ายไฟฟ้าก็จะเปิดออกเองแบบอัตโนมัติ ไฟท้าย LED เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมที่ออกแบบให้มีความเฉียบคม กระจกบานฝาท้ายมีขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยด้านหลังได้ดี กระจกบานหลังยังมีใบปัดน้ำฝนมาให้เหมือนเดิม ส่วนตำแหน่งของไฟเบรกดวงที่สามยังคงอยู่ด้านบน กึ่งกลางของกระจกบานฝาท้าย กันชนหลังมีรูปแบบที่ซับซ้อน ด้วยชิ้นงานพลาสติกสีดำ ด้านล่างของกันชนหลังตกแต่งด้วยพลาสติกสีเงิน มีแถบพลาสติกสีแดงมัลติรีเฟลกเตอร์ เพื่อสะท้อนแสงแจ้งเตือนรถคันข้างหลัง บริเวณขอบของเสาท้าย มีพลาสติกสีดำปิดทับเอาไว้เพื่อปรับให้แนวของเสาท้ายสอดรับกับฝาท้าย จุดที่ชอบก็คือ ความเงียบของกลไกไฟฟ้าขณะที่เปิด หรือปิดฝาท้ายที่ทำได้ดีกว่ารถญี่ปุ่นแบรนด์อื่น 

    จุดเด่นของ Outback ใหม่ อยู่ที่ความสบายของพื้นที่ภายใน กับอุปกรณ์ใหม่ที่ใช้เทคนิคการแจ้งเตือนและระแวดระวังในเรื่องของความปลอดภัย อินโฟเทนเมนต์แบบใหม่ที่ใช้งานง่าย มีฟังก์ชันหลากหลายใช้แทบไม่หมด เริ่มจากเบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์แบบใหม่ หนัง Nappa ที่นุ่มนิ่มนั่งสบาย โทนสีของตัวเบาะใช้สีน้ำตาล ตัดขอบเบาะด้วยสีเทา เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีนำ้ตาล เบาะหลัง ปรับเอนได้เพื่อเพิ่มความสบายเมื่อนั่งทางไกล เบาะหลังปรับพับแบบแยกได้ หรือจะพับลงทั้งหมด เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ ปรับเบาะคู่หน้าด้วยไฟฟ้า เบาะคนขับมีหน่วยความจำมาให้สองตำแหน่ง พื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะของเบาะหลังมีมากเกินพอ ความโปร่งโล่งของการออกแบบภายใน ทำให้การนั่งอยู่ที่เบาะหลังไม่รู้สึกอึดอัด จากกระจกรอบตัวรถขนาดใหญ่และการที่ TC Subaru ไม่ได้ติดฟิลม์กรองแสง ที่ขาดไม่ได้ก็คือ ช่องแอร์ของผู้โดยสารตอนหลัง กับช่อง USB Type C สองช่องสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ 

    Subaru ใช้ความพยายามอย่างหนักในการเอาชนะรถยุโรปอย่าง Volvo และ Audi ด้วยภายในแบบใหม่ที่สวยงามของ new Outback งานตกแต่งที่เน้นโทนสีของการเชื่อมโยงความน่าใช้และความประณีตในการตัดเย็บที่มากกว่าเดิม ชุดเบาะนั่งด้านหน้าไฟฟ้าแบบปรับได้สิบทิศทาง แดชบอร์ดคล้ายกับรถ Vovlo ยุคใหม่ ด้วยจอแสดงผลสั่งงานด้วยระบบสัมผัสที่มีหน้าตาคล้าย iPad Pro พร้อมกับพอร์ต USB ที่ยัดมาให้สำหรับขาชาร์จมากถึง 4 พอร์ต ปลั๊กไฟ 12 โวลต์สองช่อง หน้าจอแท็บเล็ตขนาด 11.6 นิ้ว รูปแบบใหม่ซึ่ง Subaru แจ้งว่าเป็นหน้าจอระบบสาระบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรถยนต์ของ Subaru ควบรวมระบบต่างๆ คล้ายกับ Mainframe computer ใช้การแตะที่หน้าจอเพื่อเข้าสู่ฟังก์ชั่นต่างๆ นับร้อยรายการ แม้จะใส่ถุงมือขับแต่เมื่อลองใช้นิ้วที่ใส่ถุงมือขับรถแตะที่หน้าจอภาพเพื่อเปลี่ยนเมนู ระบบสัมผัสก็ทำงานอย่างง่ายดายและรวดเร็ว!

    หน้าจอสาระบันเทิง ควบรวมการปรับตั้งในระบบต่างๆ โดยเฉพาะโหมดการขับเคลื่อน การปรับตั้งระบบความปลอดภัย Eyesight เวอร์ชันล่าสุด หน้าจอสัมผัสความคมชัดสูง ขนาด 11.6 นิ้ว ใหญ่โตมองเห็นได้อย่างชัดเจน รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ด้วย Apple Car Play / Android Auto หน้าจอทำงานด้วยความเสถียร ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน 7 วัน จอภาพของ New Outback ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สำหรับฟังก์ชันต่างๆ ที่บรรจุไว้ในจอภาพ ซึ่งทำงานคล้ายกับ Mainframe computer เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม การปรับตั้งโหมดขับเคลื่อน การควบคุมรถ ผู้ช่วยการขับขี่ ฟังก์ชันเร่งความเร็วของระบบควบคุมที่ปรับค่าการตอบสนองได้ถึง 5 ระดับ การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก ข้อมูลของรถ ระบบปรับอากาศแบบสองโซน กล้องมองภาพ (เกือบจะรอบคัน ขาดแค่กล้องใต้กระจกมองข้างฝั่งคนขับเท่านั้น) กระจกหน้าออกแบบใหม่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ใช้แนวเส้นของคอนโซลสร้างความรู้สึกที่โปร่งโล่ง 

    มาดูที่เครื่องเสียงกันบ้าง Subaru Outback 2021 รุ่น 2.5 i-T AWD ยังยึดติดกับเครื่องเสียงติดรถยนต์คุณภาพสูง Harman Kardon® Premium Audio ติดตั้ง
    ลำโพง 12 ตำแหน่ง กำลังขับของแอมป์ ขนาด 576 วัตต์ แยกซับวูฟเฟอร์เอาไว้ที่ห้องเก็บสัมภาระท้าย พอปรับให้เบสแหลมมากกว่าเดิม เสียงโคตรจะดี โดยเฉพาะการรับฟังวง A-HA แสดงสด เพาเวอร์แอมป์คุณภาพสูง class-D amplifier แบบ 8 ช่องสัญญาณ ซอฟต์แวร์ Harman’s Clari-Fi™ Technology ช่วยปรุงแต่งให้การรับฟังเพลงผ่านลำโพงทั้ง 12 ตัว มีความคมชัดและมีคุณภาพแทบจะไม่แตกต่างไปจาก BMW และ Mercedes-Benz หรือแม้แต่ Audi ที่ดีงามมากก็คือ การแถมเครื่องเล่น CD มาให้ด้วย สำหรับนักขับที่สะสม CD แผ่นแท้ ที่บันทึกเสียงมาดี เหมาะมากกับการเล่นเพลงโปรดผ่านลำโพงคุณภาพดีด้วยระบบ Harman Kardon® Premium Audio กำลังขับเหลือเฟือ ครบชัด มีมิติใช้ได้เลยทีเดียวสำหรับการรับฟังเพลงด้วยอุปกรณ์เครื่องเล่น CD ในห้องโดยสารของ Outback 

    Outback 2.5 i-T ใช้เครื่องยนต์รหัส FB25D เหมือนรุ่นที่ผ่านมา แต่เครื่องยนต์มีการล้วงแคะแกะเกา เพื่อลงมือปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเพิ่มประสิทธิภาพของแรงม้าและแรงบิดขึ้นมาได้อีกนิดหน่อย ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรง Direct-injection ระบบระบายความร้อนได้รับการปรับปรุงใหม่ รวมถึงการหล่อลื่นภายในที่ดีขึ้น ทำให้เครื่องยนต์เบนซิน Boxer 4 สูบ 2.5 ลิตร มีกำลังเพิ่มขึ้นจาก 175 แรงม้า เป็น 188 แรงม้า ในย่าน 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด เพิ่มมาอีก 10 นิวตันเมตร จาก 235 นิวตันเมตร เป็น 245 นิวตันเมตร ในย่าน 3,400 – 4,600 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังยังใช้เกียร์อัตโนมัติสายพานพูเลย์ Lineartronic CVT หรือชุดเกียร์ Subaru TR580 ผลิตโดย Aisin-Warner ชุดเกียร์ขับเคลื่อนสี่ล้อ มีการปรับอัตราทดเกียร์ โดยเฉพาะอัตราทดของเกียร์เดินหน้าทั้ง 8 สปีด ให้กว้างขึ้น เกียร์รับแรงบิดจากเครื่องยนต์ ถ่ายลงล้อทั้ง 4 ด้วย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร Symmetrical All-Wheel Drive แถมด้วยโหมดการขับเคลื่อนแบบใหม่ท่ีเรียกว่า  Dual X-MODE

    Subaru แจ้งว่า ระบบรองรับของ new Outback ถูกปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยทำการลดน้ำหนักใต้สปริงเพื่อทำให้รถรุ่นใหม่เบากว่าเดิมและตอบสนองได้ดีขึ้น ระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง มีการปรับระยะของการยืดหดในตัวกระบอกโช้คใหม่ ปีกนกอะลูมิเนียม ขยายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กกันโคลงเป็น 23 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนด้านหลังประกอบด้วยโครงสร้างแบบดับเบิลวิชโบนปีกนกคู่ คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงแบบกลวงขนาด 19 มิลลิเมตร ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งยวง

    Subaru new Outback มาพร้อมระบบความปลอดภัยแบบใหม่ที่สอดรับกับการเฝ้าระวังและปกป้องคนขับกับผู้โดยสาร เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ EyeSight เวอร์ชันล่าสุด มีระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติหรือ Adaptive Cruise Control with Stop&Go ฟังก์ชันการขับขี่ lane-centring function เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่เพิ่มเติม ได้แก่ ไฟหน้าแบบยกหรือลดไฟสูงอัตโนมัติ ระบบส่องสว่าง LED ที่ปรับทิศทางไปตามการหมุนของพวงมาลัย ระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบตรวจจับจุดบอด blind spot detection (with lane change assist and rear cross traffic alert) แต่ไม่มีจอแสดงผล HUD head-up display 

    ถ้าคุณเป็นนักขับที่ชอบใส่กางเกงขาสั้นและรองเท้าทิมเบอร์แลนด์ ชอบทำตัวปลีกวิเวก ออกไปท่องเที่ยวตามป่าเขาลำเนาไพรบ่อยครั้ง นั่นหมายความว่า คุณอาจชอบรถอย่าง Outback และข่าวดีก็คือ รถรุ่นใหม่ขับได้ดีขึ้น มันเป็นรถที่ผมมั่นใจว่า คนที่รักการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติจะชอบมันเหมือนผม และ Subaru เองก็ไม่ได้ผลิตรถแบบนี้ออกมาขายบ่อยนัก Outback รุ่นที่แล้วทิ้งระยะห่างจากรถรุ่นใหม่เกือบ 8 ปี หากคุณชอบรถขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ชอบออกไปปิกนิกนอกบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกับครอบครัว รถคันนี้ เหมาะสมที่สุด แต่คาดว่า ด้วยราคา 2.7 ล้านของมัน New Outback จะมียอดขายไม่มากเท่าใดนักเมื่อถูกนำเข้ามาขายในประเทศไทย จุดเด่นของ Subaru outback คือ การหลอมรวมความสามารถที่หลากหลาย โดยเฉพาะระบบความปลอดภัย เป็นรถที่สวยงามใช้ได้และมีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยรวม มันทำหน้าที่ตลอด 7 วันของการขับทดสอบทางไกลได้ดี มันดีในเกือบทุกด้าน คุณสามารถขับด้วยความเร็วสูงบนไฮเวย์ ท่ามกลางความเงียบและความนุ่มนวล พาทุกคนในครอบครัว รวมถึงหมาลาบราดอร์ หรือโกลเด้นรีทริฟเวอร์ตัวใหญ่ยักษ์ ออกไปพักผ่อนต่างจังหวัดพร้อมๆ กัน หรือแม้แต่พาคู่รักของคุณแอบไปพักผ่อนชายทะเลเงียบๆ ในช่วงวันหยุด Outback ดูไม่น่ากลัวเหมือน SUV ยุโรปที่ติดฟิล์มดำสนิท แบบที่เศรษฐีไทยนิยมใช้กัน ทั้งๆ ที่มีความสูงมากกว่ารถแวนทั่วไป แต่ Outback ก็ยังเป็นรถอเนกประสงค์ที่ดูลงตัวดีเลยทีเดียว! 

    รูปลักษณ์โดยรวม ดูทันสมัยมากกว่ารุ่นที่แล้ว เนื่องจากใช้รูปแบบใหม่ๆ ในการตกแต่งภายนอก ขณะที่กระจังหน้าสีเงินของรุ่นที่แล้วหายไป โดยถูกแทนที่ด้วยกระจังใหม่สีดำเงา มีการตัดขอบด้วยพลาสติกโครเมียมเพื่อความสวยงาม แรคยึดสัมภาระบนหลังคาสร้างความแตกต่างจากรถแวนทั่วไป แผงพลาสติกสีเงินบริเวณใต้กันชนหน้าซึ่งเป็นสไตล์ของ Subaru ยังอยู่เหมือนเดิม แผงพลาสติกกันกระแทกสีดำที่ซุ้มล้อและขอบประตูช่วยป้องกันชายล่างของรถจากเนินสูงชันและสิ่งกีดขวางอื่นๆ ความสูง 220 มิลลิเมตร จากพื้นถึงใต้ท้องรถ ช่วยทำให้ Outback เป็นรถที่พร้อมลุยมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก Outback จะต้องวิ่งในเส้นทางที่ไม่มีรถคันอื่นอยากไป มันจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบถาวร Symmetrical All-Wheel Drive แถมด้วยโหมดการขับเคลื่อนแบบใหม่ท่ีเรียกว่า Dual X-MODE สามารถส่งแรงบิดไปยังล้อคู่ใดก็ได้ตามสภาพเส้นทางที่รถเก๋งแบบอื่นๆ เข้าไม่ถึง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันจะเป็นรถที่สามารถลุยทางวิบากได้จริงหรือไม่

    Outback ไม่มีช่วงล่างถุงลมที่มีราคาแพงและเจ๊งง่าย ช่วงล่างแบบค่าตายตัวปรับตั้งอะไรไม่ได้ เหมาะสมกับรูปแบบของตัวรถที่เป็นสเตชั่นแวกอนและเน้นการขับเคลื่อนทุกล้อ! แม้จะเซตมานุ่มไปนิด แต่พอเอาลงไปลุยทางขรุขระ ช่วงล่างที่ดูเหมือนจะย้วยบนไฮเวย์กลับสอดรับกับสภาพผิวถนนแบบโลกพระจันทร์ ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่มากกว่ารุ่นก่อน ออกแบบมาเพื่อการขับออฟโรดเป็นไปอย่างปลอดภัย ความหลากหลายของ Eyesight เวอร์ชันใหม่ ที่เกิดจากการปรับตั้งค่าต่างๆ ของระบบความปลอดภัยทำให้ Outback เป็นรถที่มีบุคลิกมั่งคงและจริงจังต่อการรักษากฎระเบียบจราจร บนไฮเวย์ในย่านความเร็วเดินทาง พวงมาลัยไฟฟ้าปรับน้ำหนักแปรผัน โดยหน่วงให้เกิดความเบาสบายมือขณะควบคุมทิศทางผ่านพวงมาลัย ในขณะที่โหมด S หรือ Sport รอบเครื่องจะสูงขึ้นจากการปรับของ ECU ที่ควบคุมทั้งเครื่องยนต์และชุดส่งกำลัง 8 สปีด คันเร่งไฟฟ้า ตอบสนองได้เร็วขึ้น โหมด S เกียร์อัตโนมัติ CVT จะปรับลดเกียร์อยู่ในตำแหน่งที่สามารถเรียกแรงบิดได้เร็วขึ้น มันจะคาอยู่เกียร์ 4-5 นานกว่าโหมดปกติ เพื่อเอื้ออำนวยต่อการทำความเร็ว ผมสามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงโดยที่ยังรู้สึกถึงความมั่นใจ การตอบสนองของแชสซีทำออกมาได้ดี แต่การสื่อสารระหว่างคนขับกับพวงมาลัยยังไม่คมเท่าที่ควร ช่วงล่างกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทำให้ Outback เกาะถนนดีในย่านความเร็วสูง อาการโคลงตัวก็ยังมีอยู่บ้างเมื่อเจอเข้ากับผิวถนนที่ไม่เรียบ 

    แน่นอนอยู่แล้วว่า ด้วยรูปแบบของตัวถัง ทำให้ Outback ขับสนุกกว่า Forester แต่การตอบสนองด้านแรงบิดยังไม่ดีเท่าที่ควร เป็นผลมาจากรุ่น 2.5i-T ใช้เครื่องยนต์ที่ไม่มีระบบอัดอากาศ ด้วยความที่ไม่มีเทอร์โบ แรงบิดของมันจึงเหี่ยวเร็วในรอบปลาย บวกกับการใช้เกียร์ CVT ที่เน้นไหลนวลๆ ไม่มีอาการกระตุกกระชาก การขับของมันจึงเป็นรอง A6 All Road และ V90 Cross Country อยู่พอสมควร แต่คู่แข่งทั้งสองคันไม่มีขายในไทย และเมื่อมองที่กำลัง แรงม้า 188 ตัวกับแรงบิด 245 นิวตันเมตร เทียบลำบากกับมวยหมัดหนักของยุโรป แม้จะเอา Outback เครื่องเทอร์โบตัวทำขายในอเมริกามาเทียบก็ยังสู้ยาก แรงบิดระดับ 245 นิวตันเมตร ดึงคุณให้หลังติดเบาะไม่ได้ เมื่อรถไม่ได้ไปเร็วมากมายอะไร ก็ทำให้การควบคุมออกมาในแบบง่ายและสบายขึ้น เพียงแต่เวลาแซงรถช้า ต้องกะระยะกันพอสมควร เผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้ด้วย เพราะ Outback 2.5 i-T ไม่ใช่รถประเภทกดเป็นพุ่งเหมือน Audi หรือ Volvo ใช้ขับแบบหวานเย็น ค่อยเป็นค่อยไป ดูจะเหมาะสมมากกว่า

    สิ่งที่ชอบอีกอย่างก็คือการเก็บเสียง ที่ความเร็ว 80-110 ถือว่าทำออกมาได้ดี พอขึ้นไปถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงยางและเสียงลม เริ่มดังให้ได้ยิน แต่ก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ขับที่ความเร็วต่ำในรถแบบนี้ การเก็บเสียงก็จะดีกว่าย่านความเร็วสูงอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนยาง Bridgestone Alenza 001 ก็ทำหน้าที่ได้ดีพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการยึดเกาะบนถนนเรียบๆ หรือรูดมาเร็วจี๋จนฝุ่นคลุ้งบนทางลูกรัง เหลือแค่การขับลุยฝนหนักเท่านั้นที่ไม่มีโอกาสได้ลอง แต่ก็เชื่อขนมกินได้เลยว่า ถ้าฝนเทลงมาหนักๆ แล้วคุณขับ Subaru 4WD ด้วยความเร็วไม่เกิน 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โอกาสในการเหินน้ำแทบจะไม่เกิด ไม่ใช่มั่นใจในระบบขับเคลื่อนว่าเหนือกว่าชาวบ้านจนเกินงาม แล้วใส่มาแบบขาดสติ บนผิวถนนท่ีอาจมีน้ำขังอยู่ ขับแบบนั้น ต่อให้ WRX STi แต่งช่วงล่างและยางมาเต็มเหนี่ยวก็ไม่รอดครับ  

    มาดูที่ Eyesight ใหม่กันบ้าง ปกติ ผมจะปิดระบบที่เข้ามาแทรกแซงการขับ ไม่ว่าจะเป็นระบบรักษาช่องทาง ที่ดึงพวงมาลัยกลับหากไม่เปิดไฟเลี้ยว รวมถึงเบรกฉุกเฉินในเมืองที่โดนปิดตายเช่นกัน เพราะเคยเปิดใช้แล้วต้องเจอกับการเบรกหนักหน่วงมากๆ จนรถคันข้างหลังเกือบจะชนท้าย กล้องใหม่ในระบบ Eyesight ของ Outback ติดแนบกับกระจกหน้า ทำให้การติดฟิลม์กรองแสงไม่ค่อยส่งผลกระทบกับการทำงานของ Eyesight เวอร์ชันใหม่ กล้องรุ่นใหม่ ขยายระยะการมองเห็นได้กว้างขึ้น 2 เท่า จากการปรับแต่งซอฟต์แวร์ ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการตรวจจับได้ดีและเร็วกว่าเดิม ส่วน autonomous emergency steering ที่ถูกปิดทิ้ง มีการทำงานคือ หลีกเลี่ยงการชนโดยการหลบหลีกแบบอัตโนมัติ ไปยังพื้นที่ว่างด้านข้าง ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการชนด้วยระบบเบรกอัตโนมัติ และ lane centering control / preceding vehicle ระบบบังคับรถให้อยู่กึ่งกลางถนนและบังคับพวงมาลัยตามรถคันหน้า ทำงานร่วมกับระบบ Adaptive Cruise Control ทำหน้าที่ควบคุมพวงมาลัยให้อยู่กึ่งกลางถนน อันนี้ก็ถูกปิดทิ้งอีกเช่นกัน เพราะการเปิดใช้งานระบบความปลอดภัยชุดใหญ่แบบเต็มระบบ บางครั้ง อาจเพลินและสบาย จนทำให้สมาธิในการควบคุมหลุดหายไป เนื่องจากความสบายนั่นเอง ถ้าเปิดใช้งานเต็มระบบ ควบคู่ไปกับการจดจ่อในการควบคุมรถ ก็จะเป็นการขับที่สร้างความมั่นใจและปลอดภัยใช้ได้ แต่การขับทดสอบที่บางจังหวะ ผมต้องการไปเร็วกว่าปกติ หรือต้องเปลี่ยนทิศทางในลักษณะของการมุด ระบบ Eyesight ยอมให้คุณขับแบบนั้นได้ก็จริง แต่มันจะส่งเสียงเตือนพร้อมการแทรกแซงทั้งพวงมาลัยและเบรกไปตลอดทาง! สำหรับฟังก์ชันใหม่ใน Eyesight เวอร์ชันล่าสุด ใช้กล้องในห้องโดยสาร driver monitoring system หรือ DMS ติดตรงด้านบนกึ่งกลางคอนโซล คอยตรวจจับสายตาของคนขับว่าจับจ้องอยู่บนถนนด้านหน้า หรือหันไปหันมาไม่อยู่กับที่ เมื่อกล้องตรวจพบว่าคุณกำลังมองข้างทางนานเกินไปจนอาจก่อให้เกิดอันตราย ระบบจะส่งเสียงเตือน พร้อมคำเตือนบนจอภาพ MID ระบบใหม่นี้ ยังจดจำใบหน้าของคนขับได้ 5 ข้อมูลพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวก โดยบันทึกและปรับตำแหน่งเบาะ จอแสดงผล กระจกมองข้าง ระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสาร และข้อมูลต่างๆ บนจอภาพ Center Information Display ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณ ภรรยา หรือลูกที่มีใบขับขี่แล้ว เมื่อเปิดใช้ระบบนี้พร้อมการบันทึกใบหน้าของคนในบ้าน มันจะจดจำหน้าตาของทุกคนในบ้านที่ขึ้นมาขับได้ถึง 5 คน เลยทีเดียว เจ๋งจริงๆ

    Outback เป็นรถที่มีพื้นฐานดี ไล่มาตั้งแพลตฟอร์มจนถึงระบบความปลอดภัยที่ช่วยทำให้คุณสบาย เป็นการผสมผสานที่มีความเรียบง่าย เมื่อขับที่ความเร็วต่ำก็ทำให้รู้สึกสงบ เครื่องเสียงดีมีคุณภาพ พร้อมคุณภาพของการขับเมื่ออยู่บนเส้นทางออฟโรด Xmode แบบใหม่ ช่วยให้คนขับไม่ต้องเสียเวลาไปดึงเอาพลั่วออกมาจากหลังรถเพื่อขุดดินให้ล้อออกจากหล่ม ในส่วนของ Terrain Response มีมาให้เลือกแค่สามโหมด พอจะลุยได้บ้างแค่หอมปากหอมคอ การออกแบบระบบขับเคลื่อนและโหมดของการใช้งาน สิ่งที่สำคัญก็คือต้องมีโหมดที่ครอบคลุมการขับ Outback มีโหมดให้เลือก ทั้งหิมะ / ดิน หรือหิมะหนาและโคลน คันเร่งตอบสนองได้นวลทุกโหมดเมื่อขับบนทางออฟโรด ความสามารถเหล่านี้ เคยมีอยู่ใน Outback รุ่นเก่า แต่รุ่นใหม่ถูกปรับปรุงให้ขับได้ดีขึ้นอีกนิด ขณะเดียวกัน ความหรูหราของรถก็ยังเพิ่มมากขึ้น แบบไม่ขัดแย้งกับการใช้งาน Outback ค่อนข้างกลมกลืนไปกับสภาพภูมิประเทศ ไม่ว่าคุณจะขับไปรับลูกที่โรงเรียน หรือขับตะลุยฝ่าทางวิบากเพื่อไปยังจุดกางเต็นท์   

    Subaru Outback 2.5 i-T Eyesight 4WD Fulltime เป็นรถอเนกประสงค์นำเข้าราคาแพงที่สมเหตุผล รุ่นถูกที่ TC Subaru นำเข้ามาจากญี่ปุ่นที่ผมขับทดสอบ มีราคา 2.7 ล้านบาท อาจสูงเกินไปสำหรับเจ้าของ XV หรือ Forester แต่เทียบกับสิ่งที่จะได้รับก็ถือว่าพอจะคุ้มค่าอยู่บ้าง อย่างที่บอกว่า Volvo V90 Cross หรือ Audi A6 Allroad นั้นไม่มีขายในไทย และถึงมี ราคาก็น่าจะทะลุ 4 ล้านอย่างแน่นอนที่สุด อย่าคิดมากกับราคานี้ของ Outback เพราะโดนภาษีไปเต็มๆ ละครับ. 

    Subaru Outback 2.5 i-T Eyesight 4WD ราคา 2,699,000 บาท

    ประเภทเครื่องยนต์ ระบบหัวฉีดตรง 4 สูบแนวนอน DOHC วาล์ว 16 เครื่องยนต์เบนซิน
    กำลังเครื่องยนต์ 2,498 ซีซี
    อัตราส่วนกำลังอัด 12.0
    ขนาดกระบอกสูบ x ระยะชัก (94.0 x 90.0) มม.
    ชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมัน
    เกียร์ CVT แบบเส้นตรง
    ประเภทระบบขับเคลื่อน Symmetrical AWD


    ขนาด
    (ความยาว x ความกว้าง x ความสูง) มม. 4,870 x 1,875 x 1,675
    ความยาวช่วงล้อ 2745 มม.
    น้ำหนักของตัวรถรวมอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ของตัวรถ 1,682 กก.
    ความจุถังเชื้อเพลิง 63 ลิตร



    ระบบช่วงล่างด้านหน้า แมคเฟอร์สันสตรัท
    ระบบช่วงล่างด้านหลัง ปีกนกคู่
    เบรกหน้า ดิสก์เบรกแบบระบายอากาศ
    เบรกหลัง ดิสก์เบรกแบบระบายอากาศ
    ประเภทพวงมาลัย แบบไฟฟ้า
    รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.5 ม.

    อุปกรณ์ภายนอก
    แผงบังโคลนหน้าและหลังสีเงิน
    กาบด้านข้าง
    สปอยเลอร์หลังคา
    ราวหลังคาแบบบาร์คู่
    ล้ออะลูมิเนียมอัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R18
    กระจกซันรูฟแบบปรับเลื่อนด้วยไฟฟ้าได้
    ไฟหน้าปรับสูงต่ำอัตโนมัติ (ADB)
    ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ
    หัวฉีดน้ำล้างไฟหน้าประเภทป๊อปอัป
    ไฟท้ายแบบ LED
    ไฟตัดหมอกหลัง LED
    ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
    ไฟหน้าแบบตอบสนองตามพวงมาลัย (SRH)

    ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS
    ถุงลมนิรภัยคู่หน้าด้านข้าง SRS (คนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า)
    ม่านถุงลมนิรภัย SRS (ด้านหน้า และด้านหลังทั้งสองข้าง)
    ถุงลมนิรภัย SRS หัวเข่า (คนขับ)
    ถุงลมนิรภัยเบาะนั่ง SRS (ผู้โดยสารด้านหน้า)
    จุดยึดเข็มขัดนิรภัยแบบปรับความสูงได้ (เบาะนั่งด้านหน้า)
    เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ
    พนักพิงศีรษะด้านหลัง 3 ตำแหน่ง
    เข็มขัดนิรภัยด้านหลัง 3 จุดสำหรับ 3 ตำแหน่ง
    เซนเซอร์ ABS 4 จุด 4 ช่องทางพร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์
    ระบบช่วยเบรก
    ระบบที่ป้องกันการเหยียบเบรก และคันเร่งไปพร้อมกัน
    จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบปรับ ISO-FIX (พร้อมที่ยึด)
    ล็อกประตูด้านหลังกันเด็ก (ทั้งสองด้าน)



    ระบบอเนกประสงค์
    การเข้ารถแบบไม่ใช้กุญแจ (เซนเซอร์สัมผัส) และระบบสตาร์ตแบบกดปุ่ม
    ไฟเลี้ยวแบบสัมผัสเดียว
    พวงมาลัยหุ้มหนัง
    พวงมาลัยปรับระดับเอียงได้ / Telescopic
    ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
    เบาะหนัง
    เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมฟังก์ชันหน่วยความจำที่นั่งที่เชื่อมโยงกับกระจกมองข้าง
    เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    เบาะหลังพับแยกตอน 60/40
    เบาะนั่งด้านหลังปรับเอนได้พร้อมสวิตช์พับด้วยสัมผัสเดียว
    ช่องใส่ของ (หลังเบาะหน้าทั้งสองข้าง)
    ที่เท้าแขนตรงกลางเบาะหลังพร้อมที่วางแก้ว 2 ใบ
    กระจกไฟฟ้า (ฟังก์ชันขึ้น / ลงอัตโนมัติด้านหน้า และด้านหลังพร้อมระบบป้องกันการหนีบ)
    โคมไฟแผนที่พร้อมไฟเหนือศีรษะ
    กระจกแต่งหน้าพร้อมฝาปิดและโคมไฟ (คนขับและผู้โดยสารตอนหน้า)
    กล่องคอนโซลเหนือศีรษะ
    ลิ้นชักด้านหน้าด้านผู้โดยสาร
    กล่องคอนโซลกลาง
    ที่วางแก้วด้านหน้า (x2 ที่คอนโซลกลาง)
    ช่องข้างประตูพร้อมที่วางขวดน้ำ (ที่ประตูด้านข้างทั้งหมด)
    ปลั๊กไฟ 12 โวลต์สองช่อง (ในกล่องเก็บของ และพื้นที่เก็บสัมภาระ)
    โคมไฟพื้นที่บรรทุกสินค้า
    ตะขอเกี่ยวสัมภาระ (x8)
    ฝาปิดพื้นที่บรรจุสัมภาระแบบยก และพับเก็บได้
    การเข้ารถด้วยรหัส PIN
    ประตูด้านหลังไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันหน่วยความจำ
    ระบบปรับอากาศอัตโนมัติคู่พร้อมแผ่นกรองฝุ่น
    ระบบระบายอากาศด้านหลัง
    ระบบไล่ฝ้ากระจกหลังไฟฟ้าพร้อมตัวตั้งเวลา
    ระบบเครื่องเสียงพรีเมียมพร้อมจอแสดงผล Full HD ขนาด 11.6 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง
    ลำโพง Harman / Kardon 11 ตัว + ซับวูฟเฟอร์ + เครื่องขยายเสียง 8 ช่องทาง
    ระบบสาระบันเทิง Apple CarPlay / Android Auto ™
    สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่ติดตั้งบนพวงมาลัย
    ระบบแฮนด์ฟรีที่รองรับ Bluetooth
    พอร์ต USB คู่ และ AUX
    พอร์ต USB คู่หลังคอนโซลกลาง (จ่ายไฟเท่านั้น)
    กล้องมองหลัง
    จอภาพมุมมองด้านหน้า
    จอภาพมุมมองด้านข้าง
    ระบบควบคุมความเร็วคงที่
    SI-DRIVE (Subaru Intelligent Drive 2 โหมด: โหมดอัจฉริยะและโหมดสปอร์ต)
    ระบบควบคุมความเร็วรถขณะลงทางลาดชัน
    ระบบเบรกมือแบบทำงานโดยอัตโนมัติ
    ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง
    ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
    เบรกมือไฟฟ้า
    ฟังก์ชัน X-MODE แบบคู่
    ระบบที่ปกป้องการโจรกรรม
    ระบบตรวจจับยานพาหนะด้านหลัง (SRVD)
    ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง (RAB)
    ระบบสังเกตคนขับ (DMS)

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mailchang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ซูบารุซูบารุ เอาท์แบคSUBARU OUTBACKSUBARU NEW OUTBACK 2.5 I-T EYESIGHT AWDรีวิวรถยนต์รีวิวรถอาคม รวมสุวรรณ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 23:12 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์