ไลฟ์สไตล์
100 year

ลองของดี ไม่ขับสี่แต่สนุก ทดสอบ AUDI A5 SPORTBACK 40TFSI S LINE

ไทยรัฐออนไลน์
8 มิ.ย. 2564 10:00 น.
SHARE

เป็นความจริงในโลกใบนี้ที่เกี่ยวกับการซื้อรถ คุณอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มสำหรับรุ่นสองประตูคูเป้ที่มีประตูน้อยบานกว่ารุ่นสี่ประตู พร้อมพื้นที่วางเท้าเบาะหลังที่แคบลง ซึ่งเป็นอะไรที่พอจะเข้าใจได้ว่า คุณจะยอมเสียพื้นที่ของห้องโดยสาร ประโยชน์ใช้สอย และคุณสมบัติอื่นๆ ของรถยนต์สี่ที่นั่ง เพื่อแลกกับความมีสไตล์ด้วยรูปแบบของรถ Coupe แต่กับ Audi ความคิดดังกล่าวถูกลบล้างออกไปด้วยรถรุ่นสี่ประตูที่มีพื้นที่มากกว่า และมีความสวยงามเท่ากับรุ่นสองประตู!

ข่าวแนะนำ

รถรุ่นดังกล่าวก็คือ Audi A5 Sportback 40TFSi S Line ค่าตัว 2,699,000บาท ถูกกว่า A5 Coupe 45TFSI Quattro S Line Blackedition ถึง 900,000 บาท สิ่งที่คุณจะได้ใน A5 รุ่นถูกก็คือ มันไม่มี Quattro และใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า บวกกับงานตกแต่งภายในที่ด้อยกว่า (เล็กน้อย) มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวคุณเอง ว่าจะประหยัดกับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า หรือเพิ่มอีก 9 แสน เพื่อสนุกกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมแรงม้าแรงบิดที่เหนือกว่า ส่วนต่างดังกล่าว ทำให้ A5 Sportback 40TFSI กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนชอบ Audi A5 แต่มีเงินไม่มากพอ ถึงแม้จะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ ในตลาดรถหรูของไทย แต่การผลิตรถยนต์ที่มีความประณีตและมีประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับค่าตัว ทำให้ Audi อยู่ในใจของนักขับหลายๆคนที่ย้ายหนีมาจาก BMW และ Mercedes-Benz

A5 Sportback 4 ประตู สานต่อความสามารถของรุ่น 2 ประตูด้วยพื้นที่วางเท้าบริเวณเบาะหลังที่มากกว่า และถ้าไม่ใช่คนที่ขับเร็วตลอดเวลา กำลัง 190 แรงม้ากับแรงบิด 320 นิวตันเมตร ถือว่า พอเพียงต่อการใช้งาน รูปลักษณ์ของ A5 รุ่น 4 ประตู เวอร์ชั่น 40TFSI ยังคงคล้ายกับรุ่น 2 ประตู แต่มีรายละเอียดของงานตกแต่งภายนอกบางจุดที่แตกต่างกันออกไปตามระดับของราคาค่าตัว A5ใหม่ มาพร้อมกระจังหน้าเจาะรูพรุนแนวรังผึ้งทรง 6 เหลี่ยม ชุดกระจังล้อมกรอบด้วยงานพลาสติกโครเมี่ยมสีเงิน ตราสัญลักษณ์สี่ห่วงสีเงิน กันชนหน้าทรงเหลี่ยมมีเส้นที่ตัดกันอย่างเฉียบคมของชิ้นงานช่องรับอากาศ ไฟหน้าแบบใหม่ Matrix LED และไฟหรี่กลางวัน LED daytime Running Light สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ระบบไฟอัตโนมัติ Matrix LED ส่องสว่างไกลและมีการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ เซนเซอร์จะตรวจจับแสงไฟและสภาพแวดล้อมด้านหน้าขณะขับขี่ โดยจะทำการยกไฟสูงแบบอัตโนมัติ กำลังในการส่องสว่างไกล 500 เมตร ลำแสงสีขาวที่สาดออกไปยังจุดที่มืดเพื่อเพิ่มเติมทัศนวิสัยให้ชัดเจนเมื่อขับท่ามกลางความมืดบนถนนที่ปราศจากแสงไฟ ระบบอัตโนมัติ Matrix LED จะลด หรือเบี่ยงเบนลำแสง เพื่อไม่ทำให้แสงไฟไปแยงตารถที่แล่นสวนมาหรือรถที่วิ่งอยู่ข้างหน้า มุมทั้งสองข้างของกันชนหน้ามีชิ้นงานที่คล้ายกับอะลูมีเนียมสีเงิน ตกแต่งอยู่บริเวณช่องรับอากาศด้านข้างของชุดกันชนหน้า ฝากระโปรงมีการดึงเส้นนำสายตาเพื่อทำให้เกิดมิติบนฝากระโปรงหน้า ที่เชื่อมโยงกับแนวของกระจังและไฟหน้าได้อย่างลงตัว  

มิติตัวถังของ Audi A5 Sportback มีขนาดความยาว 4,697 มิลลิเมตร กว้าง 1,846 มิลลิเมตร สูง 1,387 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,770 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 118 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,640 กิโลกรัม ทรงด้านข้างสไตล์ Sportback ทำให้ A5 รุ่น 4 ประตู มีเสาหลังที่แตกต่างไปจาก A5 รุ่น 2 ประตู แนวหลังคาที่ค่อยๆ ลาดลงไปยังส่วนท้าย แก้มข้างบริเวณซุ้มล้อหน้าที่อวบบวมเพื่อปรับขนาดของซุ้มล้อให้สอดรับกับล้ออัลลอยลาย 5 ก้านคู่ ขอบ 19 นิ้ว A5 Sportback 40TFSI S Line คันทดสอบใส่ยางสปอร์ต Michelin Pilot Sport 4S ขนาด 255/35ZR19 ขนาดของยางเท่ากันทั้งสี่ล้อ ซึ่งเป็นแนวทางในการเซ็ตช่วงล่าง ล้อและยางของ Audi ที่น่าแปลกใจก็คือ ยางประสิทธิภาพสูงที่รับได้ 500 แรงม้า มาอยู่ในรถขับหน้าที่มีกำลังแค่ 190 แรงม้า มันดูแปลกๆอยู่เหมือนกัน! สำหรับ A5 Sportback เดินเส้นกรอบกระจกด้วยชิ้นงานอัลลอยสีเงินยวง ประตูทั้งสี่แบบไร้กรอบกระจก คล้ายกับ A5 รุ่น 2 ประตู และ A7 4 ประตู ซึ่งเป็นรถรุ่นพี่และมีราคาแพงกว่ามาก ฝาท้ายของ A5 Sportback มาในรูปแบบของรถแฮตชแบค ทำงานเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์ใต้กันชนหลังเพื่อเพิ่มความสะดวกโดยใช้เท้ากวาดบริเวณใต้กันชนเพื่อสั่งให้ฝาท้ายไฟฟ้าเปิดออก ฝาท้ายสามารถเปิดออกได้ด้วยมุมที่สูงชัน พร้อมกับเบาะหลังที่พับราบลงได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ 

บั้นท้ายของ A5 มีทั้งเหลี่ยมและความโค้งมนที่สอดประสานอยู่ในงานออกแบบตัวถังส่วนท้าย ไฟท้ายทรงสีเหลี่ยมมีเส้นคมกริบตัดอยู่ตรงกึ่งกลาง ใช้หลอด LED ทั้งหมดโดยเฉพาะไฟเลี้ยวที่กระพริบไล่จากด้านในออกไปด้านข้างของชุดไฟท้าย ไฟเบรกดวงที่สาม ติดตั้งอยู่ด้านบนสุดของกรอบกระจกบานหลัง เป็นเส้นไฟ LED บางเฉียบ ตำแหน่งที่ติดตั้งทำให้สังเกตได้ง่าย กันชนหลังทรงเหลี่ยม ท่อระบายไอเสียสีเงินแบบสี่เหลี่ยม ล้อมกรอบด้วยงานพลาสติกที่ทำออกมาให้เหมือนกับอะลูมีเนียม กรุรอบๆชิ้นงานบริเวณชายล่างของกันชนหลัง พลาสติกสะท้อนแสงสีแดงแบบมัลติรีเฟคเตอร์ สัญลักษณ์ A5 และคำว่า 40TFSI บ่งบอกถึงรุ่นที่ไม่มีระบบขับเคลื่อน Quattro เมื่อเห็น Audi ให้สังเกตงานประกอบตัวรถ ตั้งแต่ช่องระยะห่างต่างๆรอบคันที่เท่ากันพอดีไม่มีขาดหรือเกิน หรือเหลื่อมออกมาให้เห็น รอยต่อของชิ้นงานแนบสนิทไปกับตัวถัง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและคุณภาพของงานประกอบของโรงงาน Audi ในต่างประเทศ

ภายในของ New A5 40TFSI S-Line ติดตั้งระบบ MMI Plus พร้อมจอภาพที่สั่งงานด้วยฟังก์ชั่นใหม่ในระบบสัมผัส เทคนิค Virtual Cockpit ทำให้ห้องโดยสารของมันแตกต่างไปจาก BMW และ Mercedes-Benz โดยเฉพาะความหรูหราเรียบง่ายที่ Audi เน้นเป็นพิเศษ แดชบอร์ดคอนโซลที่ขึ้นรูปด้วยโฟมแล้วหุ้มด้วยวัสดุไวนิลที่มีคุณภาพ จอมอนิเตอร์กลางใช้ฟังก์ชั่นสั่งงานแบบใหม่ แผงควบคุมอุณหภูมิแบบปุ่มหมุนที่ใช้งานได้ง่าย คอนโซลซุ้มเกียร์ของ A5 ยุคใหม่ ตัดแผงควบคุมแบบเก่าออกไป แล้วใช้การสัมผัสที่หน้าจอภาพในการสั่งงาน เบาะนั่งทั้งสี่ตำแหน่ง หุ้มหนังแท้ปรับด้วยไฟฟ้าทั้งหมด ค่ายสี่ห่วงยกระดับความหรู ด้วยการจัดเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sports หุ้มด้วยหนังสีน้ำตาลเพื่อทำให้ตัดกับภายในสีเทาดำ เบาะไฟฟ้าของมัน ออกแบบคล้ายเบาะของ BMW Series-3 G20 มีฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่มาให้ 2 ตำแหน่ง เบาะผู้โดยสารด้านหลังออกแบบให้สามารถพับได้ มีพื้นที่มากพอสำหรับการนั่งโดยสารทางไกล ทั้งพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะ new A5 มีภายในที่แสดงออกถึงตัวตนของยานยนต์จาก Audi อย่างชัดเจน โดยไม่มีกลิ่นของรถคู่แข่งโผล่ออกมาให้เห็น เอกลักษณ์ของมันก็คือ ความเรียบง่ายจากการจัดวางอุปกรณ์เท่าที่จำเป็น และความหรูหรามีระดับอย่างที่รถประกอบนอกราคา 2.6 ล้านควรจะมี

พวงมาลัย ใน new A5 รุ่น 40TFSI ที่ขายในประเทศไทย ติดตั้งพวงมาลัยทรงสปอร์ตฐานตัดแบบสามก้าน พร้อมสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นและแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle shift พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ทรงสปอร์ตของ A5 มีรอบวงที่พอดี ดีไซน์ของพวงมาลัยที่กะทัดรัด ไม่ใหญ่หรือเล็กจนทำให้ใช้งานไม่ถนัด ทรงแบบฐานตัดยังช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเข้า-ออกจากเบาะคนขับ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง สำหรับการปรับตั้งเพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมทิศทาง เกิดจากการปรับตั้งค่าของการตอบสนองที่ขึ้นตรงกับโหมดของการขับเคลื่อนกับสปีดความเร็วที่ใช้ในขณะนั้นๆ เนื่องจากเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า Audi ต้องการให้ความรู้สึกของการหมุนเพื่อเปลี่ยนทิศทาง ออกมาในลักษณะที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด การปรับระยะของพวงมาลัยทำได้ 4 ทิศทางเหมือนกับรถคู่แข่ง รวมถึงความเที่ยงตรงขณะเลี้ยวหรือขยับไปมาเพื่อเปลี่ยนช่องจราจร

คอนโซลคาดด้วยชิ้นงานอัลลอยสีเงินที่ทำออกมาเพื่อเพิ่มความหรูหรา ตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยลาย Silver Aluminium Ellipse ภายในของ A5 ใหม่ มีทั้งหนังสังเคราะห์และอะลูมินั่มอัลลอยสีเงินที่คล้ายการตกแต่งภายในของ BMW โดยเฉพาะซุ้มเกียร์ที่มีความหรูหราจากคันเกียร์ที่มีหน้าตาคล้ายกับคันเร่งของเรือสปีดโบ๊ต ช่องวางแก้วน้ำ สวิตช์สั่งงานระบบเบรกมือไฟฟ้า สวิตช์ควบคุมระบบเบรกหรือ Auto Brake Hold ปุ่มควบคุมเสียงของระบบเครื่องเสียง Audi Sound System พร้อมลำโพงคุณภาพพอรับได้ งานตกแต่งภายในแนวสปอร์ตของ new Audi A5 Sportback 4 Door รุ่นประหยัด ใช้วัสดุตกแต่งพวกหนัง อัลลอยและพลาสติกเกรดเดียวกับ BMW-Mercedes-Benz แต่ใช้รูปแบบที่เป็นแนวทางของตนเอง เน้นความเรียบง่ายและสวยงาม ปุ่มและสวิตช์ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้ความคุ้นเคยกันให้มากเรื่อง จุดที่ดูดีและทำออกมาได้โดนใจนักขับรุ่นใหม่ก็คือจอภาพมอนิเตอร์กลาง และมาตรวัด TFT LCD เทคโนโลยี Virtual Cockpit ซึ่งถูกนำมาปรับแต่งเพื่อใช้งานใน new A5 Sportback 40TFSI โดยมาตรวัดที่ทำงานแสดงผลคล้ายกับรถสปอร์ตรุ่น TT ช่วยให้ห้องโดยสารของ new A5 มีปุ่มควบคุมที่ลดลง ระบบรับคำสั่งแบบ Voice Command ฟังก์ชั่นรับคำสั่งด้วยเสียงแบบใหม่ที่ใช้งานได้ง่ายและมีความฉลาดในการแจ้งเตือน แม้กระทั่งโทรศัพท์ที่เสียบชาร์จอยู่กับช่อง USB ขณะดับเครื่องยนต์

Virtual Cockpit พัฒนาโดย Andre Ebner โดยย่อหน่วยความจำของสมองกลไฟฟ้าให้มีขนาดที่เล็กลง เพื่อนำมาใช้งานในรถยนต์ การออกแบบภายในและจัดวางอุปกรณ์ที่เน้นความเท่ขรึม และเส้นสายโปร่งเบาพลิ้วไหวช่วยสื่อความเป็นสปอร์ตของรถ A5 Coupe ได้เป็นอย่างดี การดีไซน์ภายในห้องโดยสารใช้เส้นแนวนอนและพื้นผิวมาเน้นความกว้างขวางเช่นเดียวกับการออกแบบภายนอก ส่วนของคอนโซลกลางที่เชื่อมโยงการใช้งานอุปกรณ์โดยกำหนดให้ตำแหน่งคนขับเป็นจุดศูนย์กลาง การออกแบบตำแหน่งของท่านั่งขับที่ดีช่วยรับน้ำหนักขาขณะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ห้องโดยสารของ new A5 รุ่น 40TFSI มีรูปลักษณ์ที่ลื่นไหลแต่เคร่งขรึมด้วยโทนสีดำตัดด้วยสีเงิน แผงหน้าปัดมาตรวัดใช้จินตนาการออกแบบให้มีรูปทรงที่มองดูคล้ายปีกของเครื่องบิน ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถ Audi ในเวอร์ซั่นซีดานและซาลูน ก็ยังถูกนำมาใช้ จอแสดงภาพมัลติมีเดีย อินเตอร์เฟส (MMI Screen) เป็นจอภาพที่ให้ความคมชัดสูงแม้จะขับท่ามกลางแสงแดดจัดจ้า งานออกแบบที่ล้ำสมัยผสมผสานกันจนออกมาเป็นจอแสดงผลดิจิทัล ผลการตั้งค่าต่างๆ จะแสดงบนจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว

หน้าปัดมาตรวัดแบบ Virtual Cockpit ของ new A5 40TFSi มีความคมชัดสูง สามารถปรับรูปแบบของการแสดงผลได้อย่างหลากหลาย เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีความทันสมัยน่าใช้งาน เป็นการผสมผสานหน้าปัดมาตรวัดที่แสดงผลความเร็ว รอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิน้ำในหม้อน้ำ ผนวกรวมเข้าไว้กับ Infotainment ต่างๆ เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์หรือมัลติมีเดีย โดยทำการแสดงผลผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ที่อยู่ตรงหน้าผู้ขับ เข็มความเร็วและวัดรอบจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแบบการแสดงภาพที่คมชัดมาก จอระบบข้อมูลการขับอยู่ตรงกลาง หรือหากไม่ชอบก็สามารถเลื่อนเปลี่ยนได้ ผู้ขับขี่สามารถปรับขนาดของมาตรวัดในจอภาพให้เป็นไปตามที่ต้องการ หรือแสดงผลจอภาพทั้งหมดด้วยระบบนำทางและกำหนดพิกัดผ่านดาวเทียม

จอภาพมอนิเตอร์กลางขนาด 12.3 นิ้ว ในหน้าปัดมาตรวัดแบบใหม่ของ New A5 ยังมีลูกเล่นอื่นๆ อีกเพียบ การใช้งานท่ามกลางเทคโนโลยีที่แปรเปลี่ยน ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต้องคิดค้นหาวิธีผูกมัดใจคนซื้อให้อยู่หมัดด้วยของเล่นแปลกๆ ที่ทันสมัย มาตรวัดแบบ TFT LCD หรือ thin film transistor ยังมีอยู่ในรถระดับสูง เช่น Lamborghini / Ferrari / Mercedes Benz / BMW / Volvo / Lexus ฯ ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็พยายามสร้างสรรค์งานศิลปะบนความเป็นไดนามิกที่น่าใช้งานในรถรุ่นใหม่ ราวกับนักมายากล Virtual Cockpit ของ new A5 Sportback ยังสามารถแสดงค่าต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงการโชว์ระบบ Infotainment ด้วยความคมชัดสูงสุด หน้าปัดและแดชบอร์ดต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลพลังสูงท่ีมีความทันสมัย

Audi New A5 รุ่น 40TFSI S Line วางเครื่องยนต์ขนาดกะทัดรัด เป็นเครื่องเบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ พ่วงกลไกระบบไฟฟ้าเสริม mild hybrid (MHEV) ขนาด 12 โวลต์ เครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็ก ความจุ 2 ลิตร 1,984 ซีซี 4 วาล์วต่อสูบ พร้อมกลไกวาล์วแปรผัน Audi Valvelift system อัดอากาศด้วยเทอร์โบลูกเดี่ยวโดดๆ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลัง 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า ที่ 4,200 - 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด ลงไปที่ล้อหน้า ด้วยตัวเลขแรงบิดระดับ 320 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ออโต้ S-Tronic 7 Speed สำหรับตัวเลขสมรรถนะนั้น A5 Sportback 40TFSI สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา7.5 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 239 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เกียร์คลัตช์คู่ S-tronic 7 speed transmission มีการตอบสนองของชุดส่งกำลัง 3 ระดับ คือ D - ออโต้เต็มระบบ S - สปอร์ต เกียร์ทำงานเร็วขึ้น มักคาอยู่ในเกียร์ 4 นานกว่าปกติ ในลักษณะลากรอบ M - เกียร์แมนนวล สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง (ใช้บ่อยๆ ดูแลน้ำมันเกียร์ให้สดใหม่อยู่เสมอด้วยนะ) การใช้เกียร์ S หรือ M ให้เหมาะสมกับเส้นทาง หรือสไตล์การขับ ทำให้สนุกขึ้น ส่วนตัว แค่คาอยู่ที่เกียร์ D ในเกียร์ที่มีคลัตช์ถึงสองชุด ก็เหลือรับประทานแล้ว

ระบบรองรับ ช่วงล่างด้านหน้าและหลังเป็นแบบ Five link มีชิ้นส่วนที่ทำจากโลหะอัลลอยผสมกับเหล็กเพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง ทำให้ช่วงล่างของ A5 ให้ความรู้สึกที่เป็นกลางและเป็นธรรมชาติ การปรับตั้งค่าของโช้คอัพและสปริง ทำให้รถสามารถยึดเกาะกับถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบเบรก ด้านหน้าใช้เบรกแบบคาร์ลิปเปอร์อัลลอยซิงเกิ้ลพอต ด้านหลังก็เป็นแบบซิงเกิลพอตเช่นกัน พร้อมจานเบรกไม่มีรูระบายความร้อน อุปกรณ์ไฟฟ้าพวกตัวช่วยเบรก เช่นระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS anti lock brake system ระบบกระจายแรงเบรก EBD electronic brake distribution ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR anti slip regulation และระบบควบคุมการทรงตัว ESC electronic control system with stability function

A5 ใหม่ เข้าสู่ตลาดรถหรูทั้งคูเป้และสปอร์ตซีดาน ด้วยดีไซน์และการขับแบบเฉพาะตัว ตัวถังทรง 4 ประตู ท้ายลาดแบบ Sportback ถูกทำให้มีความแตกต่างจาก A5 Coupe มันมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินตัวเล็ก และระบบเชื้อเพลิง TFSI ขนาด 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบ การปรับปรุงการทำงานของเทอร์โบและระบบไอดี เพื่อทำให้รถรุ่น 40TFSI มีสมรรถนะที่ไม่เป็นรองรถคู่แข่งในด้านของการตอบสนอง ม้า 190 ตัว กับแรงบิด 320 นิวตันเมตร พร้อมกลไกขับหน้า ทำให้มันดูด้อยไปนิดเมื่อเทียบกับคู่แข่งขับเคลื่อนล้อหลังที่พ่วงระบบปลั๊กอินไฮบริดอย่าง 330e และ C300e สิ่งที่น่าสนใจก็คือ รูปแบบของตัวรถ อุปกรณ์ที่ให้มา (บางคนบ่นเรื่องออปชันที่น้อยเกินไป) กับความสามารถของระบบขับเคลื่อน แรงบิด 320 นิวตันเมตร เมื่อเทลงล้อหน้าเต็มๆ ทำให้เกิดอาการขืนตัวของพวงมาลัยหรือที่เรียกกันว่า อาการทอร์คสเตียร์ แรงดึงขืนของพวงมาลัยเมื่อแรงบิดถูกเทลงล้อหน้าอย่างฉับพลันทันทีอาจทำให้นักขับหน้าใหม่ไม่ชอบ แต่แรงดึงขืนตัวดังกล่าวทำให้พวกมือเก๋ารู้สึกสนุกที่ได้สัมผัสกับแรงบิดเต็มๆด้วยอาการดึงข้างของพวงมาลัย ผมเคยขับ A5 Coupe รุ่น 45TFSI ที่มีระบบ quatto with ultra technology เมื่อลงคันเร่งจนสุดในช่วงออกตัว รถจะพุ่งออกไปตรงๆด้วยความเสถียร เนื่องจากแรงบิดถูกเฉลี่ยลงไปที่ล้อทั้งสี่มุมอย่างสมดุล แต่ A5 Sportback 40TFSI ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าจะปรากฏอาการดังกล่าวอย่างชัดเจนทุกครั้งที่ต้องการออกตัวอย่างรวดเร็ว 

A5 40TFSI รุ่นประหยัด ทำทุกอย่างเพื่ออยู่ตรงกลาง และกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ไม่ต้องการจ่ายเงินเยอะกว่า เพื่อแลกกับรุ่น 45TFSI กำลังจากเครื่องยนต์เทอร์โบเดี่ยวส่งผลให้มันเป็นรถขับหน้าที่ร้อนแรงใช้ได้ โหมด Auto เหมาะสมกับทุกสภาวะการ ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือโลดโผนโจนทะยานออกทางไกล ส่วนโหมดประหยัดหรือ Efficiency คันเร่งไฟฟ้าจะลดการตอบสนองลงมาเพื่อทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง โดยภาพรวม Comfort และ Auto ในโหมดของ A5 40TFSI มีลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงกัน ส่วน Dynamic เครื่องยนต์ เกียร์ และพวงมาลัยจะตอบสนองได้ไวที่สุดสำหรับการขับที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุด ธรรมเนียมการเซ็ตช่วงล่างของ Audi ไม่ว่าจะขับหน้าหรือขับสี่ มักจะถ่ายเทคาร์แลคเตอร์ของรถรุ่นนั้นๆได้อย่างชัดเจน ช่วงล่างที่สื่อบางคนไม่ชอบแต่ผมชอบ โดยเฉพาะการขับบนไฮเวย์ข้ามจังหวัดที่ต้องนั่งอยู่ในรถนานกว่าการขับสั้นๆในเมือง ระบบรองรับของ A5 Sportback 40TFSI ให้ความรู้สึกหนึบแน่นและมั่นใจ บางจังหวะที่ต้องเหินผ่านคอสะพานสูงชันก็ทำได้ดี โช้คและสปริงทำหน้าที่รักษาอาการส่วนหน้าและส่วนท้ายได้อย่างที่ควรจะเป็น เมื่ออัดเข้าโค้งแรงๆ ยาง Pilot Sport 4S ที่ควรจะอยู่ใน RS5 มากกว่า ยางมีประสิทธิภาพสูงในด้านการยึดเกาะ โดยเฉพาะกับรถขับหน้าที่มีแรงบิด 320 นิวตันเมตรแบบนี้ อาการหน้าดื้อไม่ปรากฏออกมาให้เห็น เนื่องจากใช้ความเร็วในโค้งให้พอดีกับสภาพของโค้ง ไม่ได้ยัดมาเร็วเหมือนกับ Audi ที่มี Quattro การถ่ายเทมวลขณะขับเข้าโค้งค่อยข้างเป็นกลาง ส่วนหน้าที่ไวทำให้ขยับพวงมาลัยแค่นิดเดียวหน้ารถก็เลี้ยวตามอย่างว่านอนสอนง่าย คุณต้องอัดแบบไม่ยั้งและใช้ความเร็วในโค้งเกินมากๆ ถึงจะทำให้ A5 รุ่นขับหน้าออกอาการอันเดอร์สเตียร์ 

จากสุพรรณบุรี ดิ่งตรงไปยังอำเภอเลาขวัญ เลี้ยวเข้าหนองปรือ แล้วไปโผล่แถวๆ ทางหลวงชนบทที่จะมุ่งหน้าไปยังอำเภอบ้านใต้ในจังหวัดอุทัยธานี ถนนหนทางที่โล่งโจ้ง ทำให้ผมสามารถใช้ความเร็วต่อเนื่องได้มากขึ้น คุณภาพงานประกอบในห้องโดยสารที่ส่งถ่ายความหรูหราออกมาให้สัมผัสเมื่อลองใช้อุปกรณ์พวกปุ่มควบคุมกับสวิตช์ต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ดี หนังแท้และอัลลอยสีเงินยกระดับความหรูให้เทียบเคียงกับแบรนด์คู่แข่งทั้งสองได้อย่างสบายๆ เบาะคนขับปรับได้หลากหลาย และเมื่อปรับเบาะจนลงตัวพอดีกับเรือนร่าง เจ้า A5 จะมีตำแหน่งท่านั่งขับที่ดีมาก เบาะให้ความกระชับรัดกุม ไม่ได้บีบด้านข้างลำตัวมากเหมือนเบาะของรถสปอร์ตบางรุ่น ความนุ่มและการจัดวางตำแหน่งของเบาะคนขับ เหมาะกับการลากยาวเกิน 300 กิโลเมตร พื้นที่เบาะหลังมีให้สำหรับผู้โดยสารสองคน เบาะหลังของ A5 สามารถพับได้ ทำให้คุณขนสัมภาระได้มากกว่าเดิม เป็นห้องโดยสารที่แสดงออกถึงความตั้งอกตั้งใจในการออกแบบ เพื่อประโยชน์ในด้านการใช้งาน ส่วน Virtual Cockpit ของ new A5 Coupe ทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ได้ดี โดยแสดงภาพผ่านจอประมวลผลกลางและจอมาตรวัดตรงหน้าคนขับ ผมต่อเชื่อมกับ apple carplay เพื่อเล่นเพลงผ่านระบบบูลธูท หรือแสดงผลระบบนำทางด้วยดาวเทียมของ Googel ที่มีความละเอียดคมชัด 

สีดำ Mythos Black Metallic ของ Audi มีประกายในเนื้อสีที่ดูฉ่ำและเงางามกว่าสีดำทั่วไป มันเป็นสีดุ ไม่ได้ดูโดดเด่นเหมือนสีเขียว District Green Metallic หรือสีเทาที่กำลังฮิตอย่าง Quantum Grey Solid ล้ออัลลอย ลายก้านคู่ขอบ 19 นิ้วพอดีกับซุ้มล้อ จะเอาใหญ่กว่านี้ก็ต้องตะกายไปที่ล้อ 20 นิ้วของ RS5 เส้นสายท่ีเฉียบคมของตัวถังถูกปรับปรุงให้ดูทันสมัยมากกว่า A5 รุ่นที่แล้ว รวมถึงบานประตูแบบไร้กรอบกระจกที่โดนใจคนชอบรถสปอร์ต เมื่อขับด้วยความเร็วเดินทาง A5 รุ่นเด็กเล็ก ให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลายใช้ได้ เครื่อง 2.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานเงียบกริบในรอบต่ำ ถ้าคุณใช้ความเร็วเฉลี่ย 80-110 อย่าให้เกินไปกว่านั้น ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองจะออกมาสวยหรูดูดี ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 16.6 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว แต่ถ้าขับแบบรีบเร่ง เจ้า A5 40TFSI จะกินขึ้นมาอีกนิดที่ 10.8 กิโลเมตรต่อลิตร ในโหมด Dynamic พร้อมการจมคันเร่งยาวๆ หรือเร่งในจังหวะที่กำลังไต่ขึ้นเนินชัน หรือขับเร็วบนเส้นทางภูเขา ตัวเลขการกินน้ำมันจะผกผันไปกับองศาของคันเร่งไฟฟ้าและลักษณะของเส้นทางกับความเร็วที่ใช้  

235 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร A5 สีดำ นำผมเข้ามาสู่พื้นที่หุบเขาสูงชันแถบองคตกับพุเตย การกรองอาการสั่นสะเทือนเมื่อขับผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ ของโช้คและสปริง ยาง Pilot Sport 4S แม้จะมีแก้มที่เตี้ย แต่ช่วงล่างที่จูนมาดีด้วยมือปรับตั้งระดับเทพของแบรนด์สี่ห่วง เข้ามาช่วยลดอาการกระด้าง หรือกระเด้งกระดอนเมื่อวิ่งผ่านผิวทางที่ไม่เรียบ สำหรับโหมด Dynamic ที่ผมเลือกใช้บนเส้นทางภูเขา เครื่องยนต์และเกียร์ต่างผลัดกันสำแดงศักยภาพในการไต่ความเร็ว เมื่อใช้โหมดนี้เจ้า A5 ต้องการถนนที่โล่ง ในการปลดปล่อยพลังงาน 190 แรงม้า ให้ลงไปที่ล้อหน้า ปุ่ม Drive Select กับโหมดทั้ง 5 ทำงานครอบคลุมทุกสภาวะของการขับขี่ โดยขึ้นตรงกับความต้องการของคนขับเป็นหลัก สำหรับโหมดสูงสุด Dynamic ปลดปล่อยตัวตนของขุมกำลัง 40TFSI ออกมาจนหมดเปลือก โหมดนี้เร่งได้ติดเท้า ลากรอบได้อย่างคึกคะนองราวกับรถวัยรุ่น คันเร่งตอบสนองเร็ว แต่แรงม้าและแรงบิด ที่ไม่ได้มากมายอะไรทำให้ควบคุมได้ง่าย การเร่งความเร็วในโหมด Dynamic คือความถนัดของ A5 และมีกำลังให้คุณได้ใช้งานอย่างพอเพียง เมื่อต้องการแซงหรือต้องการไปให้เร็วขึ้นก็แค่กดคันเร่งลงลึก รถจะทะยานลิ่วๆ ไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว ทำให้ต้องระวังให้ดี จากอาการทอร์คสเตียร์ และเบรกที่ไม่ได้ลงชุดห้ามล้อสมรรถนะสูงมากให้ เนื่องจากเป็น A5 รุ่นที่ไม่ได้รุนแรงอะไร 

Diver Select ของ Audi สร้างโหมดการขับเคลื่อนที่ครอบคลุมทุกสภาวะการขับขี่ได้ดีที่สุด โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับพวงมาลัยไฟฟ้าแบบสปอร์ต โหมด Comfort และ Auto ไม่ได้สร้างความแตกต่างในด้านการตอบสนองมากนัก แต่คุณจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนเมื่อขับเร็วในโหมด Dynamic เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อใช้รอบสูง การตอบสนองของคันเร่งที่เฉียบคมขึ้น พวงมาลัยเมื่อขับเร็วก็หน่วงน้ำหนักให้มากขึ้นจนรู้สึกได้ ไม่มีใครสงสัยในเรื่องของการตอบสนอง โดยเฉพาะการเลือกใช้โหมดขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสไตล์การขับ แม้จะขับเคลื่อนล้อหน้า แต่ A5 Sportback 40TFSI ก็ประพฤติตัวได้ดี อาจรู้สึกจืดชืดอยู่บ้างในด้านของการเทแรงบิดและการพุ่งทะยาน แต่เสถียรภาพในด้านความนิ่งเมื่อขับด้วยความเร็วสูงยังคงเอกลักษณ์ของยานยนต์ Audi เอาไว้อย่างเหนียวแน่น 

Pilot Sport 4S ไม่ได้ทำให้การเก็บเสียงดีขึ้นในย่านความเร็วสูง แต่แลกเปลี่ยนด้วยการยึดเกาะในระดับที่ดีมาก รีดน้ำก็ดี เกาะโค้งเยี่ยม ผมพยายามทำให้ยางแหกปากส่งเสียง สุดท้ายก็พบว่ายากเอาเรื่องที่จะทำให้ยาง PS4 ส่งเสียงออกมา เมื่อวิ่งด้วยความเร็วปกติ A5 รุ่น 4 ประตู เก็บเสียงใช้ได้ โดยจะเริ่มมีเสียงของลมและยาง ดังเข้ามาเบาๆที่ 120-140 หลังจากนั้น เสียงยางจะดังขึ้นตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น ถ้าขับไม่เร็วก็เป็นรถที่เงียบใช้ได้ แต่ยางสปอร์ตที่เน้นการยึดเกาะอย่าง PS4 อย่าลืมว่าดอกยางและส่วนผสมของเนื้อยาง ต้องการทำให้มันเป็นยางที่มีประสิทธิภาพดีกว่ายางคู่แข่งยี่ห้ออื่น ทั้งในด้านความคงทน ประสิทธิภาพของการเกาะถนน รีดน้ำได้ดี รวมถึงการเป็นยางติดรถแรงที่ไม่ค่อยจะเน้นในเรื่องของความนุ่มเงียบ แต่เน้นศักยภาพในด้านการทำความเร็วมากว่า  

อัตราเร่งของ A5 40TFSI อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ มันเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที อัตราทดของเกียร์ S Tronic ก็มีส่วนช่วยอย่างมากในการไต่ความเร็ว เกียร์ 7 สปีด แบบอัตโนมัติ ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ ไหลลื่นและรวดเร็ว คุณสามารถขับแบบเปลี่ยนเกียร์เองด้วยการดันคันเกียร์ไปทางซ้าย เมื่อเห็นสัญลักษณ์บนมาตรวัดแสดงผลคำว่า M ในตำแหน่งเกียร์ก็จะชิฟเกียร์ผ่านแป้นหรือคันเกียร์ในตำแหน่ง +/- ได้ทันที แม้จะสับเกียร์เองบนทางเขาแต่เกียร์ก็ตอบสนองได้ดีมาก โดยเฉพาะการลดเกียร์อย่างรวดเร็วก่อนมุดเข้าโค้งลงเนิน หรือตอนที่ต้องเร่งออกจากปลายโค้งลงเนินแล้วไปเจอเข้ากับทางขึ้นเนินที่มองไม่เห็นด้านหลังเนินว่ามีอะไรอยู่หรือเปล่า? A5เหมือนกับรถเยอรมันที่มีสมรรถนะดีทั่วๆไป คุณสามารถรีดแรงบิดออกมาใช้จนหมดได้ตามต้องการหากถนนโล่งมากพอ เป็นจุดที่ทำออกมาให้สอดรับกับอารมณ์การขับที่ต้องการความสนุก ถึงแม้จะเป็นรถที่กระเดียดไปทางรถครอบครัว แต่พอขับเร็วบนเส้นทางสูงชันก็สนุกใช้ได้เลยทีเดียว  

เมื่อเทียบกับรุ่นที่ผ่านมา A5 รุ่นใหม่ ดีขึ้นในเกือบจะทุกจุด มีการยกระดับศักยภาพของมันขึ้นไปอีกขั้น แม้จะเป็นรุ่นรองที่มีกำลังไม่มาก แต่ก็ใช้งานได้ดี พัฒนาการที่ดีของมันทำให้มีการขับขี่เหนือกว่ารุ่นก่อนพอสมควร เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนที่ทันสมัย Mild Hybrid 12V แยกระบบไฟออกเป็นสองชุดเพื่อความเสถียรในการใช้ไฟฟ้าหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ต่างๆ เครื่องยนต์ 4 สูบ รุ่นที่ถูกปรับให้มีเรี่ยวแรงลดลง มีประสิทธิภาพพอตัว เกียร์ S Tronic ทำงานดีเยี่ยม แม้จะมีอัตราทดเป็นรองรถคู่แข่ง แต่ความรวดเร็วในการตัดต่อเกียร์ รวมถึงความเนียนและไหลลื่นนั้นไม่เป็นรอง ZF 8 Speedและ 9G Tronic แต่อย่างใดทั้งสิ้น ตอนเปิดตัวใหม่ๆ คุณต้องรอรถอย่างน้อยๆ 4-6 เดือน แต่ตอนนี้ คนที่คิดจะถอย A5 Sportback 40TFSI ก็แค่เดินไปที่โชว์รูม หรือเชื่อมต่อกับ Audi Thailand เพื่อดูรถจริงผ่านทางออนไลน์ มันคือรถที่คุณสามารถจ่ายเงินซื้อได้อย่างมั่นใจ แต่ก็ยังมีคู่แข่งที่มีราคาพอๆกัน แต่แรงกว่าอย่าง BMW330e M Sport และ Mercedes-Benz C300e AMG Dynamic รอเสียบอยู่ห่างๆ หากพลาดหวังจาก Audi ในเรื่องของออปชัน! รวมไปถึงรถขับหลังช่วงล่างดีแต่กำลังไม่ค่อยจะแรงอย่าง Lexus IS300h Premium ถ้าคุณรับกับอาการของ Audi รุ่นขับหน้าได้ และไม่สนออปชันที่โดนหั่นเพื่อการทำราคา A5 Sportback 40TFSI ก็ไม่น่าจะทำให้คุณรู้สึกผิดหวัง แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวของผม เอาแบบตรงๆ ผมยอมเพิ่มอีก 9 แสน แล้วเดินไปหยิบกุญแจของ A5 Coupe 45TFSI พร้อม quatto with ultra technology ที่วิ่งได้เนียนและแรงกว่าเห็นๆครับ.

A5 Sportback 40 TFSI S line 2,699,000  บาท

แบบเครื่องยนต์
เครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid (MHEV) 4 สูบ พร้อมระบบจ่ายน้ำมัน
เชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection), เทอร์โบชาร์จ
จำนวนวาล์ว 4 วาว์ล ต่อสูบ =16 วาว์ล
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,984 ซีซี
แรงม้าสูงสุด (140 กิโลวัตต์ 190 แรงม้า) ที่ 4,200 - 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,450 - 4,200 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ 
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหน้า 
อัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม. 7.5 วินาที
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 239 กม. / ชม.
ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Start/stop system)
พวงมาลัย พวงมาลัยไฟฟ้า 
เบรกหน้า ดิสก์เบรก
เบรกหลัง ดิสก์เบรก 
พื้นที่เก็บสัมภาระ 465 - 1,280 ลิตร
ความจุถังน้ำมัน 54 ลิตร
ล้อลาย 5-Parallel-spoke 19 นิ้ว ขนาด 8.5J x 19
พร้อมยาง Pilot Sport 4S ขนาด 255/35 R19

ระบบความปลอดภัย A5 Sportback 40 TFSI S line

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 
ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย 
ระบบเบรกมือไฟฟ้า 
ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) 
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction control system) 
ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with
stabilization function)

ระบบความปลอดภัย A5 Sportback 40 TFSI S line

เซ็นเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด 
กล้องแสดงภาพด้านหลัง ขณะถอยจอด 
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก 
ชุดปฐมพยาบาล 
อุปกรณ์มาตรฐาน


ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select) 
ชุดตกแต่งภายนอกแบบ S line 
ตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยลาย Silver Aluminium Ellipse 
ไฟหน้าแบบ Matrix LED 
ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED 
กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ 
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า และปัดน้ำฝนอัตโนมัติ 
กระจกมองข้างตัดแสงและปรับ-พับไฟฟ้า
พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง 

ความสะดวกสบาย
เบาะนั่งหุ้มหนัง 
เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sports 
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบปรับดันหลัง และฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ 
เบาะผู้โดยสารด้านหลังพับได้ 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระ 3 โซน 
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน แบบสปอร์ตท้ายตัด พร้อม Paddle shift 
ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise control) 
กุญแจแบบ Comfort key พร้อมระบบเปิด-ปิดบานประตูท้าย
โดยไม่ต้องใช้มือ 
ระบบข้อมูลและความบันเทิง
ระบบเครื่องเสียง Audi sound system 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Test DriveAudi A5Audi A5 40 TFSI S Lineอาวดี้อาคม รวมสุวรรณขับเคลื่อนสองล้อ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 10:03 น.