ไลฟ์สไตล์
100 year

หนูเล็ก เด็กจมูกโต! ทดสอบ BMW 430i M SPORT G22

ไทยรัฐออนไลน์
3 พ.ค. 2564 10:00 น.
SHARE

BMW ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้เมื่อกว่า 100 ปีก่อน ด้วยการผลิตเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานและการสร้างรถจักรยานยนต์ประสิทธิภาพสูง ปัจจุบัน แบรนด์ตราใบพัดสีฟ้า-ขาว มีชื่อเสียงในด้านการสร้างรถยนต์ที่มีความโดดเด่นด้าน Dynamic หากย้อนกลับไปในอดีต ตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งแบรนด์ เอกลักษณ์ของ BMW ที่เราทราบกันดีก็คือ กระจังหน้ารูปไตคู่ ไฟทรงกลมคู่ กับดีไซน์ของตัวถังที่สื่อให้เห็นถึงความสวยงามและความสามารถของรถ BMW ในแต่ละรุ่น รวมไปถึงสิ่งที่ BMW ยึดถือมาตลอด นั่นก็คือ อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักของรถที่มีความสมมาตรแบบ 50:50 การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง เครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศตั้งแต่ 4 สูบ 6 สูบ 8 สูบ ไปจนถึง 12 สูบ ทุกวันนี้ สิ่งต่างๆของ BMW เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย พัฒนาการที่ต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นยังคงเข้มข้นด้วยสัมผัสของการควบคุม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะลอกเลียนแบบ รถรุ่นแรกๆ ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับ BMW จากยุค 1960 เช่น 1602 และ 2002 จนกลายมาเป็น e21 ซึ่งถือเป็นต้นตระกูลของ Coupe Series-3 หลังจากนั้นอีกสี่สิบปีต่อมา Series-4 รหัส F32 ก็เข้ามาแทนที่ในเวอร์ชันคูเป้ไซส์เล็ก ความเก่งกาจในด้านการรักษาภาพลักษณ์ และการปรับตัวไปตามยุคสมัย ก่อกำเนิดรถคูเป้เวอร์ชันล่าสุด รหัสตัวถัง G22 หมายถึงความเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกับ G20 และ G28 นี่คือ BMW New Series-4 ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักตั้งแต่ก่อนออกขาย และหลังจากได้ยลโฉมหน้าที่แท้จริง เสียงค่อนแคะดังกล่าวก็ค่อยๆ เงียบลงไป แล้วถูกแทนที่ด้วยคำชื่นชมจากนักขับที่พยายามบรรยายถึงการขับอันดีงามของมัน 

ข่าวแนะนำ

BMW E21 1975-1983
ต้นตระกูล Series-3 Coupe นี่คือ BMW คันเล็ก เจ้าของสมญานาม "หน้าฉลาม" ที่มีประตู 2 บาน มาตั้งแต่กำเนิด นี่คือรถยนต์คูเป้ของค่ายตราใบพัด ที่เคยสร้างชื่อเสียงด้านบวก ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ใช้งาน หรือนำไปอัดในสนามแข่งรถ e21 ลืมตาดูโลกเมื่อปี 1975 ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4-6 กระบอกสูบ กับระบบส่งกำลังที่มีให้เลือกสองแบบ ทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือเกียร์ออโต 4 สปีด ช่วงล่างแบบรถขับหลังที่แข็งแกร่ง พวงมาลัยแม่นยำแต่ตอบสนองได้ไม่ไวเท่ากับรถยุคใหม่ กับสไตล์สนุกๆ หลังพวงมาลัยที่ชอบทำให้ส่วนท้ายบานออกด้านข้าง ความสามารถของมัน ทำให้ e21 มียอดขายที่ใช้ได้ หลังจากนั้น เจ้าหน้าฉลามจึงกลายเป็นต้นตระกูลของยานยนต์ BMW รุ่น Series-3 จากจำนวนการผลิตและส่งออกขายทั่วโลกที่ 1,364,039 คัน บ่งบอกถึงประสิทธิภาพและความนิยมชมชอบใน BMW Series-3 e21 รุ่นแรกสุดที่มีส่วนหน้างุ้มงอแบบจมูกของปลาฉลาม 

BMW Series-3 E30 Coupe 1982-1991
e30 สภาพดีกลายเป็นของหายากในปัจจุบัน สำหรับรถ 2 ประตู คูเป้ เจเนอเรชันที่ 2 ส่วนใหญ่มักถูกวัยรุ่นใจร้อนนำไปวางเครื่องยนต์แบบข้ามสายพันธุ์พวก SR-20/1J-EG-GTE หลังจากนั้นอาการเน่าสนิทจึงมาเยือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รถ Series-3 รหัส e30 แบบ Coupe เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้เมื่อปี ค.ศ. 1982 หลังจากความสำเร็จของ e21 ตามมาด้วยตัวรถสปอร์ตคันเล็ก ขนาดกะทัดรัด ในรหัส e30 ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ 4 หรือ 2 ประตู รวมถึงแบบสเตชั่นแวกอน 5 ประตู และแบบเปิดประทุนสี่ที่นั่งแนว Convertible เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลแบบแถวเรียง 4 หรือ 6 กระบอกสูบ ตั้งแต่ 1.6 ลิตร 90 แรงม้า ไปจนถึง 2.5 ลิตร 235 แรงม้า ในรถเวอร์ชันพิเศษหรือ M3 e30 รวมถึงรุ่นเปิดประทุนหลังคาผ้าที่ทุกวันนี้ กลายเป็นรถคลาสสิกที่หายากและมีราคาแพง หลังจากการปรากฏตัวของรุ่นแรงสุด M3 e30 ตาม นี่คือรถที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ สำหรับพวกชอบความเร็วที่หลงใหลการแข่งรถ นับจากปี ค.ศ. 1982 ไปจนถึง ปี ค.ศ. 1993 รถ BMW Series-3 E30 มีจำนวนการผลิตทั้งสิ้น มากถึง 2,339,520 คัน

BMW Series-3 E36 Coupe 1991 - 1998
เจเนอเรชันที่ 3 ของ Series-3 รุ่น 2 ประตู โฉมนกแก้วที่คนไทยชอบเรียก กลายเป็นรถยนต์แบบคูเป้อีกคันที่ถูกพวกวัยแรงนำไปวางเครื่องยนต์ข้ามสายพันธุ์จนเสียรถกันมานักต่อนัก e36 Coupe มีชื่อเรียกต่อท้ายว่า IS เป็นการแยกรุ่นแยกไลน์ที่ชัดเจนของ Series-3 รุ่น 2 ประตู และ 4 ประตูออกจากกัน เครื่องยนต์ของ Coupe รุ่นนี้ มีให้เลือกทั้งแบบ 4-6 กระบอกสูบ เป็นเครื่องเบนซินปริมาตรความจุ 1.8 ลิตร 140 แรงม้า และไปจนสุดทาง ที่รุ่น M3 e36 กับพละกำลัง 321 แรงม้า จากเครื่องยนต์แบบ 6 สูบแถวเรียง ไม่มีระบบอัดอากาศที่ทรงพลังและเหนียวเป็นพิเศษ (ไม่นับความน่ารำคาญของกลไกในระบบวาล์วโนส) ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์ออโต 4/5 สปีดให้เลือกใช้ตามระดับความจุของเครื่องยนต์ รวมถึงเครื่องดีเซลที่กลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนชอบความประหยัด รถ Series-3 e36 Coupe มีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับ e30 Coupe หน้านกแก้วนั้นสวยขึ้น BMW เริ่มการยัดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่คอยตรวจตราการทำงานของระบบต่างๆ รวมถึงระบบความปลอดภัยรอบคันที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า Series-3 รหัส e36 หรือที่นักเลงรถในเมืองไทยเรียกกันติดปากว่ารุ่นนกแก้ว รุ่นสองประตู มาพร้อมกับทรวดทรงของตัวถังที่โตขึ้นในทุกมิติ เครื่องยนต์มากมายหลากหลายขนาดทั้ง 4 และ 6 กระบอกสูบ ตั้งแต่รุ่น 318i ไปจนถึง 328i ส่วนรุ่นแรงสุดรหัส M3 e36 มีทั้งแบบ 2 ประตูคูเป้และซีดาน 4 ประตู รถ BMW Series-3 e36 มีการผลิตขึ้นมาทั้งสิ้น 2,745,773 คัน

BMW Series-3 E46 Coupe
รูปลักษณ์ที่เคยเป็นเหลี่ยมมุมในนกแก้ว e36 Coupe ถูกขัดเกลาให้มีความโค้งมนมากยิ่งขึ้นสำหรับ Series-3 โมเดลที่ 4 รหัส e46 ตัวถังแบบ 2 ประตู พร้อมด้วยการประดังประดาเทคโนโลยีพวกระบบช่วยการทรงตัว ช่วงล่างปีกนกอัลลอย จัดสัมผัสของการยึดเกาะใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม รถมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ตอบสนองต่อการเลี้ยวอย่างคล่องแคล่วว่องไว พวงมาลัยติดตั้งสวิตช์มัลติฟังก์ชั่น ส่วนตัวถังที่มีให้เลือกยังคงเหมือนกับ e36 ทั้งแบบ 2 ประตูหลังคาแข็งและหลังคาผ้าใบเปิดประทุน รวมถึงสเตชั่นแวกอน 5 ประตู เครื่องยนต์เริ่มจากรุ่น 318i 4 สูบ 115 แรงม้า ไปจนถึง 330i 6 สูบ 218 แรงม้า ในยุโรปและอเมริกา มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกใช้ นับเป็นครั้งแรกของรถซีดานในตระกูล Series-3 ที่วางเครื่องยนต์ดีเซล ส่วนรุ่นแรงสุด รหัส M3 e46 ยังมีรุ่นแยกย่อยพิเศษตามระดับของความแรงเช่น M3 CS-M3 CSL สปอร์ตคูเป้น้ำหนักเบาพลังสูง ที่ร้อนแรงและมีกำลังมากถึง 350 แรงม้า มาจากโรงงานโดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม รถ Series-3 e46 คันแรกออกสู่ท้องถนนในปี 1998 จนถึงปี 2006 จำนวน e46 ที่ถูกผลิตออกมาทั้งหมด รวม 2,745,773 คัน

BMW Series-3 E92 Coupe
Series-3 E92 ถือกำเนิดขึ้นในปี 2006 จากปลายปากกาของผู้อำนวยการแผนกออกแบบ Chris Bangle นักชิมไวน์ที่มีฝีไม้ลายมือในการดีไซน์ทรวดทรงของรถยนต์ ซึ่งเข้ามารับหน้าที่ในการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ๆ ให้กับ BMW Group ด้วยทรงที่แหวกแนว กับความคิดที่แปลกแยก ทำให้ค่ายรถอื่นๆ นำไปลอกเลียนแบบในเวลาต่อมา สัดส่วนด้านบั้นท้ายที่ไม่ค่อยลงตัวของรุ่น 4 ประตูถูกปรับแก้ให้มีความงดงามมากยิ่งขึ้นในรุ่น 2 ประตู รหัสตัวถัง e92 (หากเป็นรุ่นเปิดประทุนจะใช้รหัส e93) ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก จากกลุ่มลูกค้าเก่าแก่ แต่หลังจากรุ่น e92 คลอดตามออกมาสำหรับกระตุ้นตลาดรถสปอร์ตคูเป้ ทำให้ส่วนท้ายของรถรุ่นนี้ดูลงตัวขึ้นจากการปรับไฟท้ายใหม่หมด รถ Series-3 e92 มีรูปแบบตัวถังที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นรถคูเป้อย่างชัดเจนที่สุด เครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่เล็กสุด โดยเริ่มจาก 318i ไปจนถึง 330i มีเครื่องยนต์ดีเซล เข้ามาเสริมในรุ่น 320d - 325d 330d ส่วนรหัสร้อนในรุ่น M3 e92 ถือเป็นการกลับเข้ามาอีกครั้งสำหรับโมเดล M3 แบบ 2 ประตู เครื่องยนต์ V8 414 แรงม้าแบบหายใจเอง โดยไม่พึ่งพาชุดอัดอากาศ เครื่องยนต์ของ M3 e92 2 ประตูคูเป้ /e93 เปิดประทุนหลังคาโลหะพับเก็บได้ เป็นเครื่องแบบ V8 พลังสูงโดยไม่พึ่งเทอร์โบ ตามด้วย M3 รุ่นพิเศษอีกหลายรุ่น ซึ่งมีราคาทะลุไปถึงหลัก 1 แสนปอนด์ในอังกฤษ รถ Series-3 e92 Coupe คันแรกวางจำหน่ายในปี 2006 จนถึงช่วงกลางปี 2011 ก่อนที่จะยุติสายการผลิต จากจำนวนการประกอบ BMW Series-3 e90 /e92 / e93 รวมทั้งสิ้น 2,623,966 คัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมของรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

BMW Series-4 F32 2013-2019
ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกำราบรถอย่าง Audi A5 45TFSi กับ Mercedes Benz E300 Coupe AMG บนความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมขับเคลื่อนของพวกเยอรมันที่หันมาฟาดฟันกันเอง ตามท้องเรื่องนั้น Concept Series-4 Coupe ถูกเปิดผ้าคลุมไปในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2013 ที่ Detroit หลังจากนั้นมันถูกนำขึ้นเครื่องมาในแบบตัวเป็นๆ เพื่อตั้งแสดงกระตุ้นความอยากให้กับแฟนคลับ BMW ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อถูกผลิตขึ้นจริง F32 ถูกปรับปรุงภาพลักษณ์เพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ต้นทุนสูงมากจนเกินไป จากความหรูหราของรถต้นแบบที่ใกล้เคียงกับรุ่นผลิตจริง ไฟหน้าและสปอยเลอร์หน้ายังคงคล้ายกับ Series-3 F30 BMW เริ่มต้นการปรับกระจังหน้า ให้มีขนาดใหญ่โตมากกว่าพี่น้องร่วมตระกูลสองประตู ฝากระโปรงบานโตคลุมทับด้านบนกับความโค้งของเสาหน้าในสไตล์คูเป้ ทรงของมัน เป็นรถสปอร์ตที่อวบบวมจากสัดส่วนที่ถูกขยับขยายออกไปทุกมิติของตัวถัง BMW 4 Series เป็นรถคูเป้ขนาดกะทัดรัด ออกขายตั้งแต่ปี 2013 โดยมีให้เลือกอย่างหลากหลาย เช่น  4 Series coupé (F32) 4 Series convertible (F33) และ  4 Series Gran Coupé (F36) เครื่องยนต์ที่มีให้สำหรับรุ่นแรกคือเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จแบบแถวเรียง -6 กระบอกสูบ เทอร์โบ ทั้งเบนซินและดีเซล ตามด้วยรุ่นปลั๊กอินไฮบริด หลังจากนั้น รุ่นติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ก็ตามออกมา ส่วน BMW M4 เป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้รหัสตัวถัง F82 / F83 เปลี่ยนจากเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร มาเป็น เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง เทอร์โบชาร์จเจอร์ กำลัง 430 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร เฉพาะตัวถังคูเป้รหัส F32 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 662,996 คัน 

สีตัวถัง Arctic Race Blue Metallic กับงานแปลงสภาพ เพื่อทำให้เกิดการเชื่อมโยงกับยุคสมัย และเพื่อเป็นการล่อใจลูกค้า นี่คือรถสปอร์ตคูเป้รุ่นใหม่ล่าสุด BMW New Series-4 Coupe 2021 รหัสตัวถัง G22 ราคา 3,969,000 บาท การเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างใหม่หมดหัวจดท้าย G22 ตัวถังสองประตู มีการปรับดีไซน์ให้ดุดันพร้อมยกระดับความสง่างามและความเป็นเอกเทศที่แตกต่างจาก Series-3 รุ่น 4 ประตู G20 กระจังหน้า นับเป็นการย้อนอดีตที่เคยโด่งดังของรถสปอร์ตรุ่น 2000CS / 3.0 CSL และ 503 ด้วยงานดีไซน์กระจังหน้าทรงตั้งตรง มีการขยายขนาดของชุดกระจังออกด้านข้าง ทำให้กระจังใหม่ของ Series-4 ใหญ่โตมโหระทึกจนโดนเสียงค่อนขอดหลังจากออกโชว์ตัวบนออนไลน์ 430i รุ่นใหม่ ใช้ไฟหน้า BMW LED ไม่มีระบบอัตโนมัติ โดยมีการออกแบบโคมไฟหน้าที่คล้ายกับตาของเหยี่ยว กันชนหน้า M แบบใหม่ พร้อมช่องรับอากาศดีไซน์ใหม่ ล้อมกรอบช่องอากาศด้วยงานพลาสติกสีดำเงา BMW Individual High-Gloss Shadow Line ไฟหน้า LED รุ่นใหม่ล่าสุด แม้จะไม่ได้ติดตั้งระบบยกหรือลดไฟสูงอัตโนมัติ แต่ไฟ BMW LED ใน 430i ให้ความสว่างและมองเห็นในที่มืดได้ไกล 4-Series รุ่นที่แล้ว

ไฟท้าย LED แบบใหม่มีความสวยงาม ด้วยดีไซน์ที่เฉียบคม คล้ายไฟท้ายของ BMW M850i บั้นท้ายใหม่ ผสมผสานระหว่างส่วนท้ายที่สลับซับซ้อนของ BMW New Z4 กับความสง่างามของส่วนท้ายใน BMW M850i พร้อมชิ้นส่วนอัปเกรด อุปกรณ์แอร์โรพาร์ทจาก M Sport ตัวถังลดความสูงโดยทำให้เตี้ยลง 57 มิลลิเมตร ค่า CG ก็ยังลดลงอีก 21 มิลลิเมตร พร้อมตัวเลขการกระจายน้ำหนักเท่าเดิมที่ 50/50 หล่อกว่านี้ไม่มีอีกแล้วละครับกับงานออกแบบยุคใหม่ของค่ายตราใบพัด 

ด้านข้างก็งามเหลือกำลังลาก จากฝากระโปรงที่โค้งเล็กน้อยลากจากขอบของแก้มข้าง ขึ้นไปที่เสาหน้าขนาดเล็ก แก้มข้างดึงโป่งซุ้มล้อออกมาอย่างชัดเจนโดยเฉพาะซุ้มล้อหลัง เพื่อปรับให้ขนาดของซุ้มล้อสอดรับกับการเปลี่ยนล้อที่ใหญ่ขึ้น เจ้าของส่วนใหญ่มักไม่ค่อยพอใจกับล้อ M ติดรถจากขนาดที่มองว่าเล็กเกินไป จึงมีการดิ้นรนหาล้อที่โตกว่ามาใส่เพื่อเพิ่มแทรคชั่นการยึดเกาะ ว่ากันไปนั่น เส้นด้านข้างตัวถังจากแก้มข้างยาวไปจนถึงซุ้มล้อหลัง บานประตูยาวเหยียดสไตล์ Coupe ของเยอรมัน แต่ไม่ต้องออกแรงดันมากเหมือนในอดีต การเปิด-ปิดบานประตู แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการออกแบบกับงานประกอบ วัสดุสีดำ ทั้งโลหะและพลาสติกล้อมกรอบกระจกบานข้างตัวถังในสไตล์ Black Edition ฝาถังน้ำมันยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับลูกค้าเก่า ความงดงามอีกจุดก็คือ แนวผืนหลังคาที่โค้งสอดรับกับกระจกบังลมบานหน้า แล้วค่อยๆ ลาดลงไปยังส่วนท้าย เสาหลังถูกรีดจนเรียวบาง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยมุมมองด้านหลัง BMW 430i M Sport ล้อต่างไซส์แบบหน้าเล็ก หลังใหญ่ เหมาะสมกับรถสปอร์ตขับหลัง ขนาด 19 นิ้ว M Light Alloy Wheels Double-Spoke Style Bi-Color ล้อหน้ามีขนาด 8J x 19″ ส่วนล้อหลัง ขนาด 8.5J x 19″
ยาง Runflat goodyear eagle f1 ยางหน้าไซส์ 225/40 R19 ยางหลังใหญ่ขึ้น ไซส์ 255/35 R19 มิติตัวถังของ BMW 430i M Sport G22 มีความยาว 4,678 มิลลิเมตร กว้าง 1,852 มิลลิเมตร สูง 1,383 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,851 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,579 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,592 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หน้า 858 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หลัง 1,059 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 59 ลิตร น้ำหนัก 1,600 กิโลกรัม

บั้นท้ายคือสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบของ BMW 430i รุ่น M Sport ติดตั้งกันชนหลัง M ไฟท้ายแบบสองชิ้นที่มีดีไซน์เฉียบคมราวกับใบมีด ไฟท้าย Full LED เชื่อมโยงกับฝาท้ายที่ออกแบบโดยมีการยกเส้นขอบของฝาท้ายให้มากกว่ารุ่นเดิม กระจกบานหลังมีขนาดเล็ก แต่ไม่มีอะไรที่เข้ามาบดบังการมองผ่านกระจกมองหลัง ไฟเบรก LED ดวงที่สาม ติดตั้งอยู่ในกระจกบังลมบานหลัง โดยยกตำแหน่งขึ้นไปติดอยู่กึ่งกลางของขอบกระจกด้านบนสุด เสาอากาศยังใช้สไตล์ครีบฉลามเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือ งานท่อระบายไอเสียทรงกลม ฝั่งละท่อ ฝาท้ายไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกในการขนสัมภาระ พื้นที่เก็บของมีความจุ 440 ลิตร เบาะหลังออกแบบให้พับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนของ  

งานตกแต่งภายในเท่านั้นที่ G22 จะมีความคล้ายคลึงกับ G20 และ G28 รุ่นฐานล้อยาว สำหรับ 430i M Sport มีการเชื่อมโยงชิ้นส่วนและอุปกรณ์ภายในต่างๆ กับรถรุ่น 330e 330i และ M340i M440i โดยมีบางจุด บางตำแหน่งที่มีความแตกต่างอยู่บ้าง แต่ภาพรวมก็ยังใช้รูปลักษณ์ของงานภายในแทบจะเหมือนกันทั้งหมด G22 คันทดสอบ ใช้ภายในสีทูโทน ดำสลับน้ำตาลในบริเวณเบาะนั่งและงานตกแต่งแผงประตู คอนโซลขึ้นรูปด้วยวัสดุสังเคราะห์ หุ้มหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง พร้อมการป้องกันเสียงด้วยวัสดุรองชั้นในอีกหลายจุดรอบห้องโดยสาร เบาะคู่หน้าหุ้มหนังแท้สีน้ำตาล เฉพาะเบาะคันขับ มีปุ่มบันทึกตำแหน่งเบาะมาให้สองตำแหน่ง เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกความจำ Memory Seat ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า

ภายในของ 430i M Sport ยังมีงานอัลลอยและพลาสติกที่ทำออกมาคล้ายอะลูมิเนียมประดับประดาอยู่ทั่วไปหมด ชิ้นส่วนสีเงินคาดกลางระหว่างแผงแดชบอร์ด หลังคากระจก Sunroof ทำงานเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ตขอบอกว่านั่งแล้วสบายตัวกว่าเบาะของ BMW 520d M Sport LCI ครับ เบาะของ 430i หุ้มด้วยหนัง Vernesca รวมถึงงานแสดงแสงสีในเวลากลางคืน ด้วยหลอดไฟ LED เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ไฟตกแต่งภายในหรือ Ambient Light ปรับได้ 11 เฉดสี น้อยไปนิดเมื่อเทียบกับ new E-Coupe ที่มีหลอด Ambient Light ปรับได้ถึง 64 เฉดสี สำหรับวัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร BMW เรียกว่า  Aluminum Tetragon ผ้าบุเพดานหลังคาภายในห้องโดยสารสีดำ Anthracite
แดชบอร์ดหน้า และแผงประตูหุ้มด้วยหนัง Sensatec BMW 430i ที่ใช้ในงานในเขตร้อน มาพร้อมระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่สามารถปรับตั้งค่าได้ 

ชุดมาตรวัด BMW Live Cockpit Professional มาตรวัดแบบจอภาพ TFT LCD ตรงหน้าคนขับ ขนาด 8.8 นิ้ว ปรับเปลี่ยนรายละเอียดการแสดงผลต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม แต่อย่างที่บอกว่ามาตรวัดรอบนั้น อ่านค่าได้ยากกว่าจอภาพ TFT ในเวอร์ชันที่ผ่านมา รวมถึงการปรับเปลี่ยนมาตรวัดไปตามโหมดการขับเคลื่อน ในรถรุ่นใหม่ของ BMW แค่มีการเปลี่ยนสีมาตรวัดเท่านั้น ไม่ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบมาตรวัดเหมือนจอภาพ TFT ในปี 2016 ส่วนจอแสดงผลกลาง ขนาด 5.7 นิ้ว มาครบ ทั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ การเชื่อมต่อต่างๆ ระบบนำทางด้วยดาวเทียมพร้อมการแจ้งเตือนสภาพการจราจรแบบ Real-time ฟังก์ชั่นติดต่อผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Service ระบบ Remote Service ระบบ Teleservice อันนี้เป็นระบบที่ช่วยทำให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็วยิ่งขึ้น บนเพดานยังมีปุ่มโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth สำหรับช่องเชื่อมต่อ ให้มาครบทั้ง USB Type A และ Type C รวมถึงช่อง AUX ระบบสั่งงานโดยการเคลื่อนไหวของมือ Gesture Control ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานแต่มีเอาไว้โม้เพื่อนๆ และระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging

ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon DSP amplifier with Class-D technology 600 WATTS Logic 7®  ลำโพง 16 ตำแหน่ง ฟังก์ชั่นการปรับตั้งค่าอีควอไลเซอร์ มีตัวเลือกคือ: เบส / เสียงกลาง เสียงแหลม หน้าหลัง ซ้ายขวา โดยปกติจะประกอบด้วยลำโพงเสียงกลาง 4 ตัว ซัฟวูฟเฟอร์ด้านล่าง 2 ตัว ทวีตเตอร์ สังเกตได้จากตะแกรงทวีตเตอร์ทรงสามเหลี่ยมมีตาข่ายหุ้มอยู่ที่ด้านในของกระจกมองข้าง เฮดยูนิตที่มีช่องสัญญาณเสียง 4 ช่อง ทำหน้าที่ในการขยายเสียง ซึ่งคุณภาพเสียงและเอาต์พุตเมื่อเร่งเสียงสูงสุดมีค่าความผิดเพี้ยนลดลง ส่งผลให้มีระดับเสียงที่เพียงพอต่อการรับฟัง จากกำลังขับที่ออกแบบให้เข้ากับห้องโดยสารของรุ่น Coupe ซัฟวูฟเฟอร์แบบมาตรฐาน สามารถขับเคลื่อนโดยเฮดยูนิต  BMW เลือกใช้ซัฟวูฟเฟอร์ 4 โอห์ม ซึ่งจ่ายพลังงานได้ง่ายขึ้น จากแหล่งที่มาเช่นเฮดยูนิตในระบบ iDrive 7 สำหรับการเปรียบเทียบระบบไฮไฟกับแบรนด์อื่น การใช้ซัฟวูฟเฟอร์ขนาด 4 โอห์ม เนื่องจากแอมพลิฟายเออร์ในระบบสามารถรับมือกับภาระที่เพิ่มขึ้น จากซัฟวูฟเฟอร์ที่มีความต้านทานต่ำลง นอกจากนั้น lower impedance woofers แบบพื้นฐานยังมีน้ำหนักเบา สำหรับชุดลำโพงของ BMW 430i M Sport ประกอบด้วย

7 × 26 mm metal-matrix dome tweeters in the dashboard, front and side
2 × 217 mm woofers (central bass) below the front seats
7 × 100 mm ALumaprene midrange speakers in the dashboard, front, side and rear
Harman Kardon Logic 7® DSP amplifier in Class-D technology with a total output of 600 watts

พวงมาลัยคืออุปกรณ์ที่คุณจะต้องยึดจับไปตลอดการขับ ถ้าทำออกมาได้ดีก็ดีไป แต่ถ้าถ้าห่วย คุณจะอยู่กับมันไปจนกว่าจะขายรถทิ้ง นี่คือพวงมาลัย M ที่จับได้ถนัดมือ กริ้บออกแบบดี และหนังที่ใช้หุ้มรอบวงก็มีคุณภาพสูง แป้น Paddle ขนาดใหญ่ ปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น ปุ่มปรับการทำงานของระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ ปุ่มควบคุมระบบเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทนศัพท์บลูทูธ ปุ่มสั่งงานด้วยเสียง ปุ่มเลือกฟังก์ช่นต่างๆในระบบอินโฟเทนเมนต์ ฯ 

ซุ้มเกียร์สวยงามแต่มีหน้าตาคล้ายรถ สว สูงวัย  BMW ปรับเปลี่ยนปุ่มควบคุมของระบบปฏิบัติการ iDRIVE แบบใหม่มาตั้งแต่ปล่อย new Z4 รวมถึงคันเกียร์ทรงหัวไม้ไฮบริดหรือหัวไม้ 7 ที่ใช้ตีในระยะไม่เกิน 200-230 หลา หัวเกียร์ทำจากพลาสติกสีดำเงา บริเวณรอบๆ คันเกียร์ติดตั้งสวิตช์สั่งงานยุบยับไปหมด เช่น ปุ่มปรับโหมดการขับเคลื่อน ECO PRO / COMFORT / SPORT / INDIVIDUAL มีฟังก์ชั่นแยกย่อย เพื่อแยกการปรับค่าการตอบสนองของเครื่องยนต์ พวงมาลัยไฟฟ้าและชุดส่งกำลังออโตเมตริก 8 สปีด ปุ่มปิดหรือเปิดระบบช่วยทรงตัว ปุ่มระบบถอยหลังอัตโนมัติ ปุ่มเปิดหรือปิดการใช้งาน Auto  Start / Stop และปุ่ม Auto Brake Hold รวมถึงปุ่มสุดท้ายที่แยกออกมาก็คือ ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า 

BMW 430i M Sport G22 ทำตามบรรพบุรุษทุกประการ นั่นก็คือ การวางเครื่องยนต์ตามยาวด้านหน้า ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร เทอร์โบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo  บล็อก 4 กระบอกสูบ แถวเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ปริมาตรความจุ 1,998 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 82.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 94.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.2 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น ระบบวาล์วแปรผันแบบ Double Vanos และระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์ว Valvetronics พร้อมกลไกการอัดอากาศด้วยเทอร์โบเดี่ยวแบบ Twin Scroll ที่ทำงานตั้งแต่รอบต่ำแค่ 1,350 รอบต่อนาที เทอร์โบตัวอัดอากาศในรอบต่ำ จนเกือบจะถึงรอบสูงสุด ให้กำลัง 189 กิโลวัตต์ หรือ 258 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร (40.7 กิโลกรัม/เมตร) ที่ 1,550-4,400 รอบ/นาที อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักเท่ากับ 138 แรงม้าต่อ 1 ตัน (น้ำหนักรถทั้งคัน= 1,620 กิโลกรัม) มาตรฐานการปลดปล่อยมลภาวะอยู่ในระดับ Euro 6

ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติรุ่นยอดนิยม ZF 8HP 8 สปีด เชื่อมต่อการทำงาน เพื่อปรับค่าการตอบสนองของระบบเกียร์ สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ทั้งในรูปแบบ ECO / Comfort / Sport และ Sport + ที่แฝงอยู่ใน Sport Mode ซึ่งเป็นโหมดสูงสุดของการขับขี่มาให้! รวมถึง Individual ที่สามารถแยกปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ เกียร์ และพวงมาลัยไฟฟ้าตามใจชอบ โดยระบบสมองกลของเกียร์ ZF 8HP จะไม่มีการปิดระบบ Dynamic Traction Control ป้องกันล้อหมุนฟรี โดยจะเปิดการทำงานของระบบช่วยทรงตัวเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับแบบใช้ความเร็วบนทางคดเคี้ยว สำหรับนักขับที่ชอบไปเร็ว ก็ยังมีสวิตช์แยกปิดระบบช่วยทรงตัวเอาไว้กวาดท้ายให้ยางหมดเล่นได้ อัตราเร่งจาก 0-100 มีตัวเลขประมาณ 6 วินาทีนิดๆ และมีความเร็วสูงสุดแบบกดกันมิดคันเร่งที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ล็อกความเร็ว) ซึ่งเป็นความเร็วที่เกินกว่าขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตและไม่แนะนำให้ขับไปจนถึงย่านความเร็วสูงสุด พวงมาลัยระบบเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electronics Power Steering) ใช้ระบบ Electro Hydraulic ตรวจจับความเร็วและแรง G ด้วยเซนเซอร์ เพื่อปรับและแปรผันน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง โดยผกผันกับความเร็วและโหมดของการขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา มีระยะการหมุนและน้ำหนักของการหน่วงสัมพันธ์ไปกับระดับความเร็ว การทำงานของล้อและช่วงล่างตามแบบของ BMW ให้ความรู้สึกที่มั่นคงทั้งในช่วงการขับขี่ที่ความเร็วต่ำแบบขับในเมือง และให้ความมั่นใจในขณะที่กำลังขับขี่ด้วยความเร็วสูง น้ำหนักของพวงมาลัยสามารถปรับเปลี่ยนแปรผันไปตามความเร็วด้วยซอฟต์แวร์ควบคุมการหน่วงน้ำหนักที่มีความแม่นยำสูง 

ZF 8HP เป็นชุดส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพของ ZF Friedrichshafen AG สำหรับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบไฮดรอลิก ชุดเชื่อมต่อเพลาหน้าและหลัง Transfer Case ในเวอร์ชั่น xDRIVE และชุดเกียร์ Planetary gearsets พัฒนาเพื่อนำมาใช้งานในรถยนต์ BMW เครื่องยนต์วางตามยาว ขับเคลื่อนทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อ (xDRIVEX) ระบบเกียร์ทั้งชุด รวมถึงเพลาขับหน้า-หลัง ออกแบบและสร้างโดยบริษัท ZF ใน Saarbrücken ระบบส่งกำลังของ ZF เปิดตัวเป็นครั้งแรกใน BMW 7 Series (F01) รุ่น 760Li โดยนำมาเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์เบนซิน V12 นับจากนั้นเป็นต้นมา BMW รุ่นใหม่ทุกรุ่นนับจาก Series-1 ไปจนถึง Series-8 รวมถึง Z4 กับรถยนต์อเนกประสงค์ตระกูล X ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ กับล่าสุดในรถ M Car เวอร์ชันใหม่ ก็ติดตั้งเกียร์ ZF 8HP ทั้งหมด หนึ่งในเป้าหมายหลักของระบบเกียร์ ZF 8 สปีด คือ การปรับปรุงอัตราทดให้ครอบคลุมกับรอบเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพในการทดกำลังแล้วถ่ายเทออกมาเป็นแรงบิดในรอบเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน รวมไปถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อใช้โหมดประหยัด (ECO PRO) โหมดมาตรฐาน (COMFORT) โหมดซิ่ง (SPORT / SPORT +) และโหมดของคนมือบอนที่ชอบการปรับตั้งค่าต่างๆ ด้วยตัวเอง (Adaptive / Individual) การออกแบบชิ้นส่วนภายในใหม่ ทำให้ระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ลดลงเหลือ 200 มิลลิวินาที นอกจากนี้ อิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการทำงานของเกียร์ สามารถเปลี่ยนอัตราทดในลักษณะที่ไม่ต่อเนื่อง (กระโดดข้ามเกียร์) จากเกียร์ 8 ถึงเกียร์ 2 ในสถานการณ์ที่เกียร์จะต้องเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เมื่อระบบเบรกถูกใช้งานอย่างเต็มกำลัง รุ่น 8HP70 ออกแบบให้สามารถรับแรงบิดสูงสุดได้ถึง 700 นิวตันเมตร (516 ปอนด์) ชุดเกียร์ทั้งลูกมีน้ำหนัก 87 กิโลกรัม (192 ปอนด์) เกียร์ ZF 8HP เจเนอเรชันที่ 3 เปิดตัวในปี 2018 มีการปรับปรุงหลักๆ คือ ประหยัดน้ำมันขึ้นอีก 2.5% เมื่อเทียบกับเกียร์รุ่นที่ 2 นอกจากนั้นชุดเกียร์ยังออกแบบให้ใช้งานกับระบบ mild hybrid และ plug in hybrid ของรถ BMW หลากหลายรุ่น ซึ่งรวมถึงยานยนต์เสียบปลั๊กชาร์จไฟในกลุ่ม iperformance ล่าสุดก็ถูกยกมาประจำการอยู่ใน BMW New Series-4 G22 อีกด้วย รีบใช้เกียร์ดีๆ แบบนี้ ก่อนที่จะถึงยุคของระบบเกียร์ในยานยนต์พลังงานไฟฟ้า แบบ single speed ซึ่งจะเข้ามาทดแทนเกียร์สุดเจ๋งแบบเดิมของรถยนต์สันดาปภายในตราใบพัด ในอีกไม่นานนับต่อจากนี้!! 

ระบบเบรกของ 430i M Sport ติดตั้งชุดเบรกประสิทธิภาพสูง BMW M Performance Brakes ด้านหน้า คาร์ลิปเปอร์ M สีน้ำเงิน แบบ 4 พอตมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานดิสก์ด้านหน้า 340 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลัง 300 มิลลิเมตร คาร์ลิปเปอร์สไลส์ 4 ลูกสูบ (4พอต) ด้านหลังแบบซิงเกิ้ลพอต พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบควบคุมเสถียรภาพ DSC (Dynamic Stability Control) ระบบควบคุมการออกตัวป้องกันการฟรีของล้อ DTC (Dynamic Traction Control) ล้ออะลูมินั่มอัลลอยลายใหม่ของ M ล้างทำความสะอาดได้ง่ายพอใช้ โดยเฉพาะการใช้ฟองน้ำล้วงเอาคราบสกปรกของละอองผ้าเบรกที่อยู่ด้านในของขอบล้อออก รวมถึงการทำความสะอาดคาร์ลิปเปอร์ M สีน้ำเงิน ที่ยังพอจะทำได้อยู่โดยไม่ต้องถอดล้อ! ส่วนระบบรองรับ ด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกคู่อัลลอย โช้คอัพและสปริง ส่วนด้านหลังยังคงใช้ช่วงล่างแบบมัลติลิงก์เหมือนเดิมซึ่งโคตรจะลงตัวอยู่แล้ว 

สีตัวถัง Arctic Race Blue Metallic ถูกนำเสนอในช่วงเปิดตัว และเป็นสีตัวถังของรถทดสอบ BMW430i M Sport เจ้าคูเป้จมูกโตคันนนี้ มีท่านั่งที่ตรงตาม Concept Sport Coupe เบาะรูปทรงสปอร์ตของมันดัดแปลงมาจากเบาะของ 4-Series โฉมที่แล้ว โดยเอาข้อด้อยมาปรับปรุงใหม่ ทำให้เบาะสอดรับกับท่านั่งและสรีระของคนขับได้เหนือกว่าเบาะของ Series-5 LCI ซึ่งผมขับทดสอบไปเมื่อเดือนมีนาคม ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ย้ายมาอยู่ข้างคันเกียร์ รวมถึงหัวเกียร์หน้าตาเหมือนหัวไม้ 7 ที่จับได้อย่างถนัดมือ ปรับท่านั่งเรียบร้อยก็ออกเดินทางไกลไปยังอำเภอสามร้อยยอด เพื่อลองประสิทธิภาพของคูเป้ตัวใหม่ตราใบพัด ใจจริงอยากให้ BMW Thailand นำ M440i เข้ามาทำตลาดควบคู่ไปกับ 430i หลังจาก M340i ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เครื่องสี่สูบเรียงเทอร์โบ รหัส B48 I4 ของ 430i มีความรุนแรงพอตัวที่ 258 แรงม้า กับอีก 400 นิวตันเมตร แต่เทียบไม่ได้กับ B58 B30 ที่พกพาม้าฝูงใหญ่มากถึง 382 แรงม้า กับแรงบิด 500 นิวตันเมตร อีกนิดเดียวก็จะกลายเป็น M Car แล้ว! เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร ใน 430i ตอบสนองเร็วทันใจ ไม่ว่าจะในหรือนอกเมือง ECO Pro เป็นโหมดประหยัดที่ปรับการทำงานของชุดส่งกำลังให้เน้นไปในแนวประหยัดเชื้อเพลิง คันเร่งและเกียร์ที่ยืดหยุ่นเหมาะกับการขับในเมืองที่ไม่เร่งรีบเร่าร้อน เกียร์ 8 สปีดไหลขึ้นไปสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดรอบเครื่อง คันเร่งบางจังหวะก็ย้วยเกินไป แต่อย่าลืมว่าโหมดนี้ มีไว้สำหรับการขับแบบไหลไปเรื่อยๆ มากกว่าจะออกแบบมาให้ขับแบบท้ารบ แรงม้าและแรงบิดของ B48 I4 ถูกปรับให้มากกว่า Series-4 รุ่นที่แล้ว การวิ่งเรื่อยๆ ในเมือง คุณจะพบกับความเงียบสงบในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดระลอกล่าสุด และความเงียบส่วนหนึ่ง เกิดจากการเก็บเสียงที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของยานยนต์ตราใบพัด   

พวงมาลัยไฟฟ้าคือการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน พัฒนาการที่ดีขึ้นแทบจะทุกจุด โดยเฉพาะชุดบังคับเลี้ยวของ G22 กลายเป็นงานปรับปรุงที่แสดงออกถึงแก่นแท้ของ new 4-Series เป็นสิ่งสำคัญที่ BMW ยึดถือมาตลอด และทำให้ลูกค้านักขับกลุ่มใหญ่มีความพึงพอใจ  BMW วางแผนงานปรับปรุงพวงมาลัยไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดด เป้าหมายก็คือ ทำให้มันเป็นพวงมาลัยที่ดีที่สุด ดีกว่ารถคู่แข่งที่อยู่ในตลาดอย่าง Audi A5 Coupe 45TFSi และ Mercedes-Benz E300 Coupe และมีความเหนือชั้นกว่าพวงมาลัยของ 4-Series โฉมที่แล้วอย่างชัดเจน ในเรื่องของการตอบสนองและความเที่ยงตรง ขับไม่นานผมก็รับรู้ได้ว่าสิ่งที่ BMW พยายามปรับปรุงและนำเสนอนั้น ทำได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ พวงมาลัยของ G22 ไม่มีการเอาระบบ ESP หรือระบบช่วงทรงตัว มากลบเกลื่อนสิ่งที่ขาดหายไปเหมือนแบรนด์อื่นที่ชอบทำแบบนั้น นี่คือชุดบังคับเลี้ยวที่ออกแบบมาสำหรับรถสปอร์ต นอกจากนั้นยังช่วยในเรื่องของอัตราสิ้นเปลืองและการลดน้ำหนัก (3 กิโลกรัม) ชุดพวงมาลัยไฟฟ้าแบบนี้ ประจำการอยู่ใน M4 G82 และ M3 G80 โดยมีการปรุงแต่งเพิ่มเติมเพื่อปรับให้พวงมาลัยมีการทำงานที่สอดคล้องกับกำลังที่เพิ่มมากขึ้นของรถ M Car 

การแยกไลน์ระหว่าง 3-Series และ 4-Series ออกจากกันไม่ได้เป็นเพียงแค่กลยุทธ์ทางการตลาดในการตั้งชื่อรุ่น BMW ลงมือกับแชสซีของรถทั้งสองรุ่นให้มีลักษณะที่เฉพาะตัว ส่งถ่ายอารมณ์ในการขับที่อาจคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว ในขณะที่ 4-Series G22ถูกทำให้มีช่วงฐานล้อยาวมากกว่าปกติ โดยมีการปรับแต่ง Dynamic สำหรับการขับที่จริงจังกว่า ส่วน 3-Series G20 เน้นความสบายและการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน เหล็กกันโคลงและอัตราส่วนความแข็งของสปริงมีความผกผันระหว่างรถทั้งสองรุ่น โดยมีระบบช่วยทรงตัวและรักษาเสถียรภาพแบบไฟฟ้า คอยประคับประคองอยู่อีกชั้นหนึ่ง 4 -Series มีช่วงล้อที่กว้างกว่า และถูกปรับแต่งให้มีการขับแบบสปอร์ต เน้นความคล่องและไว เป็นไปตามแบบฉบับของ BMW Coupe ตั้งแต่ 2002 มาจนถึง e21 และล่าสุดกับ G22 ซึ่งแน่นอนว่า มันใช้เทคนิคทันสมัยและแตกต่างจากรถคูเป้ในยุคแรกๆ ราวฟ้ากับเหว!   

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบตัวเล็กเริ่มส่งเสียงคำรามเบาๆ ออกมาเมื่อผมลงคันเร่งอย่างต่อเนื่อง จาก Comfort Mode ที่เป็นโหมดกลางๆ ให้การตอบสนองดีพอใช้ได้มาเป็น Sport Mode ที่ดุดันพร้อมรบมากกว่า แรงดึง 400 นิวตันเมตร บนน้ำหนักตัว 1.6 ตันเศษ ทำให้ 430i เป็นรถที่วิ่งทางไกลได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว การแซงรถช้าเป็นไปได้อย่างง่ายดายขอแค่มีระยะมากพอก็กดคันเร่งลงไปอย่างเต็มเหนี่ยว มันจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าแบบไม่ลดราวาศอก ยาง Runflat goodyear eagle f1 ทำหน้าที่ได้ดี แม้จะเจอกับกลุ่มฝนขนาดใหญ่แถวบายพาสชะอำ-ปราณบุรี ยางก็ไม่ได้ออกอาการอะไรเมื่อขับเร็ว กริ้บแบบสปอร์ตสอดรับกับโค้งยาว โดยมี Dynamic ที่โดดเด่นโผล่ ออกมาให้สัมผัสยามเทเข้าโค้งเร็วๆ แรงกระชากแนวนิ่มนวลของ B48 I4 แตกต่างจาก B58 B30 ใน Z40M40i ที่ผมเคยลอง แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้บ้าพลังไปตลอดทาง B48 2.0 ลิตร TwinPower Turo ก็เพียงพอต่อการใช้งานซึ่งบางครั้งต้องการไปให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ก็แค่กด Sport Mode ทุกสิ่งทุกอย่างของระบบขับเคลื่อนก็จะเริ่มต้นค่าการทำงานที่สามารถตอบสนองได้เร็วขึ้น เครื่องยนต์ส่งเสียงทุ้มในรอบสูง ครางเบาๆเมื่อคันเร่งถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อขับสร้างความคุ้นเคยมาไกลกว่า 200 กิโลเมตร การขับมันให้เร็วขึ้น ทำให้รับรู้ถึง Dynamic ที่ดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อหวดมาเร็วๆ เจ้าสี่สูบส่งเสียงดุเดือดมากยิ่งขึ้น ผมลองผลักคันเกียร์ไปทางซ้าย แล้วลดเกียร์ลง 2 ตำแหน่ง ผ่านแป้น Paddle รอบเครื่องตวัดขึ้นสูง พร้อมกับเสียงเครื่อง 2 ลิตร ที่ครวญครางออกมาเมื่อเกียร์ถูกเปลี่ยนลงต่ำ ไม่มีเสียงแปลกปลอมให้ได้ยินนอกจากเสียงของท่อระบายท้ายที่ปล่อยแรงดันไอเสียออกมาอย่างต่อเนื่อง นี่ถ้าเป็น M440i เสียงท่อจะประทับจิตกว่านี้อีกเพียบ!  

มนตร์คาถาของ BMW ยังเสกลงไปที่ช่วงล่างซึ่งได้รับการปรับเซตค่าต่างๆ ใหม่หมด ปีกนกและจุดยึดโยงยังคงใช้อะลูมิเนียมเพื่อเป็นการลดน้ำหนักใต้สปริงและให้การตอบสนองที่ไวขึ้น ช่วงล่างสัมผัสได้ถึงความหนึบและแน่นมากกว่าเดิม ช่วงล่างของ 430i รับมือได้ดีเมื่อเจอเข้ากับคอสะพานชันๆ การถ่ายเทน้ำหนักคือประสิทธิภาพมวลรวมของแชสซี บนถนนที่มีผิวไม่สม่ำเสมอ มันก็ยังนิ่งใช้ได้ และทำตัวเป็นเสือชีตาร์ ด้วยอาการพุ่งตรงเป็นลูกธนู เมื่อถูกอัดเร็วๆ บนทางลาดยางผิวเรียบ ช่วงล่างของ BMW 430i ยังมีความสบายเมื่อขับแบบผ่อนคลาย ความแน่นและหนึบส่งถ่ายมายังพวงมาลัยตรงเข้าสู่ข้อมือของคนขับจนรับรู้ได้เลยว่า เมื่ออัดเร็วขึ้น พวงมาลัยจะขึงตรึงแน่น ปรับสภาพจากความผ่อนคลายมาเป็นพวงมาลัยที่ให้ความรู้สึกคล้ายรถแข่ง น้ำหนักของพวงมาลัยในย่านความเร็วสูงเกือบจะเท่ากับน้ำหนักของพวงมาลัยใน BMW 325i e90 ความเที่ยงตรงแม่นยำที่เป็นเลิศของพวงมาลัย เมื่อทำงานร่วมกับช่วงล่างโคตรแน่น ทำให้คุณสามารถควบคุมมันที่ความเร็วสูงได้ง่ายดายกว่าเดิม ในจุดนี้ ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก 

เทอร์โบตัวเดียวรับผิดชอบในรอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด ผู้ขับ 430i สามารถเลือกใช้รอบเครื่องยนต์แค่ 2,000-3,000 รอบต่อนาที ซึ่งนับว่ามากเกินพอสำหรับการขับแบบมุดไปมาในเขตเมือง หรือขับแบบเรื่อยๆ ที่ 1,800 รอบต่อนาที เมื่อเดินทางแบบไม่รีบร้อน ก็จะได้ความประหยัดกลับคืนมา จากระบบส่งกำลังที่จูนมาดีเพื่อให้เข้ากับเครื่อง 2 ลิตรเทอร์โบรุ่นใหม่ โดยหลักการแล้ว เกียร์ ZF 8HP คือชุดส่งกำลังแบบกึ่งอัตโนมัติ ที่ใช้ในรถ BMW เกือบจะทุกรุ่นที่มีขายในปัจจุบัน มันทำงานได้อย่างไร้ที่ติในย่านความเร็วต่ำ สำหรับโหมดแมนนวลนั้น เกียร์ลูกนี้ยังสามารถคิกดาวน์และเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตัวของคนขับ เมื่อผมกดคันเร่งจนถึงรอบสูงสุด เกียร์เปลี่ยนช้าลงในโหมดสปอร์ต ซึ่งเปิดโอกาศให้มีการขับแบบลากรอบเพื่อเรียกแรงบิดอย่างรวดเร็ว  ตำแหน่งของคันเกียร์แบบใหม่ในห้องโดยสาร ถูกวางไว้อย่างเหมาะเจาะ และมีรูปแบบคล้ายกับเกียร์ของ BMW Series-3 Series-5 X5 X6 การเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่ง D-N-R ใช้การกดปุ่มที่ด้านข้างของคันเกียร์ก่อนเลื่อน ส่วนตำแหน่ง P เป็นสวิตช์ที่ถูกแยกออกมาอยู่ด้านบนของคันเกียร์ ส่วนสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าย้ายลงมาอยู่หลังซุ้มคันเกียร์แทนที่คันเบรกมือใน 430i โฉมท่ีแล้ว

ZF 8HP คือเกียร์มาตรฐานใน Series-3 / Series-4 มันมาพร้อมกับโหมดการขับขี่หลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมการใช้งาน ตั้งแต่ใช้ขับไปทำงาน จนไปถึงการซิ่งบนสนามแข่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ ในโหมด ECO / Comfort / Sport มันสามารถประสานการทำงานไปกับพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Electro Hydraulic ได้อย่างน่าทึ่ง โหมดสูงสุด Sport พวงมาลัยจะมีน้ำหนักมากกว่าเดิมเล็กน้อยแม้จะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ และจะแปรผันน้ำหนักของการหน่วงให้มากขึ้นในย่านความเร็วสูง คันเร่งไฟฟ้าในโหมดสูงสุดไวขึ้น และตอบสนองได้ดีกว่าโหมดอื่นๆ 20% กำลังที่เหลือเฟือบวกกับล้อวงโต ช่วยเพิ่มความหนึบแน่นด้วยอารมณ์และรถชาติของการขับแบบสปอร์ตได้อย่างถึงอกถึงใจไม่ต่างจาก Mercedes Benz E300 Coupe ศัตรูคู่อาฆาต ที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้พร้อมๆ กัน อาการกระด้างกระเด้งกระดอนเมื่อต้องวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบน้อยลงมากกับการจูนช่วงล่างที่ทำให้มีประสิทธิภาพการยึดเกาะมากกว่าเดิม และเมื่อต้องขับแบบคลานอย่างเชื่องช้า เมื่อผ่านทางขรุขระก็ยังนั่งได้นิ่มนวลพอใช้ ล้อแม็กซ์ขอบ 19 กับยางรันแฟลตแก้มเตี้ยต่ำติดพื้นคือปัญหาของการใช้งานบนถนนในประเทศไทย กลายเป็นสิ่งที่เจ้าของรถต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ล้อหรือยางราคาแพงเกิดริ้วรอย

เมื่อลองเข้าโค้งเร็วๆ แบบใส่มาเกินนิดๆ อาการท้ายปัดหรือโอเวอร์สเตียร์ จะเกิดขึ้นในลักษณะที่คล้ายกับรถขับเคลื่อนล้อหลังพลังสูง มันให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินสำหรับพวกมือเก๋า หากมีพื้นที่ว่างมากพอสำหรับการขับดริฟท์แบบขวางทั้งคันบนทางลื่นๆกด้วยการปิดระบบช่วยทรงตัว แต่จะน่ากลัวมากหากเกิดอาการโอเวอร์สเตียร์บนทางโค้งที่มีสภาพของผิวพื้นที่เปียกชื้น ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถสามารถปิดทิ้งได้ด้วยการกดสวิตช์ยกเลิก แล้วใช้โหมด Sport อัดเจ้านี่อย่างบ้าระห่ำถ้าไม่กลัวยางแหก 430i ถูกปรับให้มีความเป็นมิตรกับนักขับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมืออ่อนหัดหรือมือขั้นเซียนระดับนักแข่ง อาการโอเวอร์สเตียร์เกิดจากการใช้ความเร็วที่ไม่มีความสัมพันธ์กับโค้ง หรือขับเข้าโค้งเร็วเกินไป หรือเติมคันเร่งหนักๆ กลางโค้ง! การถ่ายเทน้ำหนักที่ไม่สัมพันธ์ไปกับความเร็ว เมื่อพบกับโค้งมุมแคบก็ควรจะเบรกเพื่อลดความเร็วลงมาไม่ควรมั่นใจกับรถมากจนเกินไป ตัวเลขการกระจายน้ำหนักที่ 50/50 ทำให้ 430i มีน้ำหนักตกไปที่ด้านหน้าและหลังเท่ากันพอดิบพอดี เหมือนกับ Series-3 G20 ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น 320d 320i 330i 330e ที่กระจายน้ำหนักได้ด้วยตัวเลขเดียวกัน การขับเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสม 430i G22 ในสถานะของรถสปอร์ตคูเป้และการจูนช่วงล่าง จะเกาะจิกกับผิวถนนในโค้งให้ความมั่นใจได้เหนือกว่านิดๆ 

ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูแปลกตาในตอนแรกถ้าคุณยังไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ กับจมูกแบบใหม่ของมัน BMW 430i เป็นรถสปอร์ตที่มีความสง่างาม รูปลักษณ์และการขับ โดนใจชายและหญิงทั่วโลก การออกแบบเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และระบบส่งกำลังเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดของ BMW ลูกค้าที่ครอบครองเวอร์ชันคูเป้ในปัจจุบัน จะได้รถยนต์ที่มีทั้งสมรรถนะและรูปร่างหน้าตาที่โฉบเฉี่ยว ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Direct Injection หัวฉีดไแรงดันสูง และชุดจุดระเบิดที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี รวมถึงระบบอัดอากาศเทอร์โบ Twin Scroll ที่ใช้กลไกไฟฟ้า ทำให้เจ้าของ ได้สัมผัสกับอัตราเร่งที่ดุเดือดใช้ได้ แต่ก็ยังเป็นรอง BMW  M340i G20 ในเครื่องยนต์ 6 สูบรหัส B58 B30 การออกแบบพิเศษที่ทำให้ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้น-ลงในกระบอกสูบทั้ง 4 โดยมีแรงเสียดทานต่ำ เป็นเทคโนโลยีสำหรับรถสปอร์ตยุคใหม่ และช่วยทำให้เครื่องยนต์ B48 I4 มีแรงม้าแรงบิดมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับคนที่เอื้อมไม่ถึงรุ่น M440i

อิทธิพลการออกแบบจมูกจากรถรุ่นเก่า ถูกพัฒนาเรื่อยมา จนทำให้ 430i M Sport มีกระจังหน้าที่แปลกตาแต่สวยงาม มาตรฐานใหม่ของ BMW คุณจะพบเห็นกระจังในลักษณะดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น BMW i4 BMW iX EV และรถยนต์รุ่นใหม่นับสิบรุ่น ท่ีขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะทยอยตามออกมาในเร็ววันนี้  BMW ตัดสินใจลงมือทำสิ่งที่แปลกใหม่ และพร้อมยอมรับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่เกิดกับ BMW new Series-4 กลายเป็นตัวเลขยอดจองรถที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทย ลูกค้าคนที่จองรถสปอร์ตรุ่นนี้ ต้องรอกันยาวๆ กว่าจะได้เจ้าชายเล็กจมูกโตมาครอบครอง ก็แทบจะทิ้งใบจอง 430i แล้วเดินไปหา A5 Coupe กันเลยทีเดียวละครับ. 


BMW 4 Series Coupe (G22) 430i (258 Hp) ZF 8 Speed Steptronic 2021

BMW 430i Coupe’ M Sport 3,969,000 บาท

Brand BMW
Model 4 Series
Generation 4 Series Coupe (G22)
Modification (Engine) 430i (258 Hp) Steptronic
Start of production 2020 year
Powertrain Architecture Internal Combustion engine
Body type Coupe
Seats 4
Doors 2

Engine specs
Power 258 Hp @ 5,000-6,500 rpm.
Power per litre 129.1 Hp/l
Torque 400 Nm @ 1,550-4,400 rpm.
295.02 lb.-ft. @ 1,550-4,400 rpm.
Engine location Front, Longitudinal
Engine displacement 1,998 cm3
Number of cylinders 4
Position of cylinders Inline
Cylinder Bore 82 mm
Piston Stroke 94.6 mm
Compression ratio 10.2
Number of valves per cylinder 4
Fuel System Direct injection
Engine aspiration Twin-power turbo, Intercooler
Valvetrain VALVETRONIC
Engine oil capacity 5.25 l
5.55 US qt | 4.62 UK qt
Engine systems Start & Stop System

Performance specs

Combined fuel consumption (WPLT) 6.6-7.4 l/100 km
35.64 - 31.79 US mpg
42.8 - 38.17 UK mpg
CO2 emissions (WLTP) 150-168 g/km
Fuel consumption (economy) - urban (NEDC) 7.3-7.7 l/100 km
32.22 - 30.55 US mpg
38.7 - 36.69 UK mpg
Fuel consumption (economy) - extra urban (NEDC) 4.8-5.3 l/100 km
49 - 44.38 US mpg
58.85 - 53.3 UK mpg
Fuel consumption (economy) - combined (NEDC) 5.7-6.1 l/100 km
41.27 - 38.56 US mpg
49.56 - 46.31 UK mpg
CO2 emissions (NEDC) 131-141 g/km
Fuel Type Petrol (Gasoline)
Acceleration 0 - 100 km/h 5.8 sec
Acceleration 0 - 62 mph 5.8 sec
Acceleration 0 - 60 mph (Calculated by Auto-Data.net) 5.5 sec
Maximum speed 250 km/h
155.34 mph
Emission standard EURO 6d
Weight-to-power ratio 6 kg/Hp, 167 Hp/tonne

Space, Volume and weights

Kerb Weight 1545 kg
Max. weight 2030 kg
Max load 485 kg
Trunk (boot) space - minimum 440 l
Fuel tank capacity 59 l
15.59 US gal | 12.98 UK gal
Max. roof load 75 kg
Permitted trailer load with brakes (12%) 1600 kg
Permitted trailer load without brakes 750 kg
Permitted towbar download 75 kg

Dimensions

Length 4,768 mm
Width 1,852 mm
Width including mirrors 2,081 mm
Height 1,383 mm
Wheelbase 2,851 mm
Front track 1,575 mm
Rear (Back) track 1,611 mm
Front overhang 858 mm
Rear overhang 1,059 mm
Ride height 127 mm
Drag coefficient (Cd) 0.25
Minimum turning circle (turning diameter) 11.4 m

Drivetrain, brakes and suspension specs
Drivetrain Architecture The ICE drives the rear wheels of the vehicle.
Drive wheel Rear wheel drive
Number of Gears (automatic transmission) 8 Steptronic
Front suspension Double wishbone
Rear suspension Multi-link independent
Front brakes Ventilated discs M Performance Brakes
Rear brakes Ventilated discs M Performance Brakes
Assisting systems ABS (Anti-lock braking system)
Steering type Steering rack and pinion
Power steering Electric Steering

Tires size Runflat goodyear eagle f1
F 225/40 R19 
R 255/35 R19

Wheel rims size M Light Alloy Wheels Double-Spoke Style Bi-Color

F 8J x 19″
R 8.5J x 19″


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/






อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บีเอมดับเบิ้ลยูBMWBMW SERIES-4BMW 430i M SPORTTest Driveรีวิวรถ 2020รีวิวรถยนต์รีวิวรถ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 15:19 น.