ไลฟ์สไตล์
100 year

ลองของหล่อ ทดสอบพระรอง LEXUS IS300h LUXURY

ไทยรัฐออนไลน์
28 ม.ค. 2564 10:00 น.
SHARE

ข่าวแนะนำ

Lexus IS300h รุ่นถูกสุด Luxury กลายเป็นรถพระรองที่ชอบความเรียบง่าย และไม่ฉูดฉาดดุดันเท่ากับพระเอกสายหรูรุ่นแพงสุดอย่าง IS300h F Sport หรือรุ่นรองลงมาอย่าง Premium นับเป็นการปรับปรุงรูปลักษณ์ของซีดาน IS ในเวอร์ชัน Facelift 2021 พร้อมการขับขี่แบบสปอร์ตในรถซีดานหรูไซล์กะทัดรัดของแบรนด์หัวลูกศร นี่คือ Lexus IS ที่มีการเป้าหมายในกาปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์เพื่อเพิ่มความน่าใช้ จัดทรงมาอย่างลงตัว โดยใช้ความพยายามในการผสมผสานการขับบนความสปอร์ตจากรูปแบบของรถ ให้เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบประหยัดพลังงาน แม้จะไม่แรงเท่ากับรถคู่แข่งจากเยอรมนี ที่มีระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 2.5 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบ Hybrid รูปลักษณ์เชื่อมโยงความหรูของแบรนด์ยักษ์จากญี่ปุ่น ถ่ายทอดความเป็นมาของสายพันธุ์ โดยเน้นไปที่ความเรียบง่าย ความประณีตพิถีพิถันใส่ใจในงานประกอบ เพื่อส่วนแบ่งทางการตลาดที่ยังคงมีช่องว่างให้สอดแทรก

ทุกรายละเอียดของงานปรับปรุง ไล่เรียงจากไฟหน้าโปรเจกเตอร์แอลอีดี กระจังหน้าแบบ Spindle Grille พร้อมเรือนร่างที่เน้นความปราดเปรียวลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ Lexus เทคโนโลยีการออกแบบแชสซีที่ก้าวล้ำของแบรนด์หัวลูกศร มีการปรุงแต่งระบบขับเคลื่อน ระบบรองรับ ชุดส่งกำลังอัตโนมัติ E-CVT แต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร ที่ยังคงมีรูปแบบเดิมๆ แนวทางการตกแต่งภายในของ Lexus แบ่งแยกระดับของอุปกรณ์และความหรูหราของรุ่น Luxury ออกจาก Premium และ F Sport อย่างชัดเจน ด้วยห้องโดยสารที่มีเอกลักษณ์แบบเรียบๆ จุดเด่นของIS300 Luxury ก็คือ เครื่องยนต์วางตามยาว ขับเคลื่อนล้อหลัง โดยกระจายน้ำหนักให้ตกอยู่ตรงกลางเพื่อการทรงตัวที่ดี IS Luxury มีราคา 2,690,000 บาท เทียบกับราคาของรถคู่แข่งดังต่อไปนี้ 

BMW 330e M Sport Plug in Hybrid 2,769,000  บาท 0-100km/h in 6.0S

Mercedes-Benz C 300e AMG Dynamic Plug in Hybrid 2,990,000 บาท 0-100 km/h in 5.4S

Volvo S60 T8 R-Design AWD Plug in Hybrid 2,590,000 บาท 0-100km/h in 4.6S

Audi A4 45 TFSI quattro S line 2,999,000 บาท 0-100km/h in 6.4S


Lexus IS 300h Luxury 2,690,000 บาท (คันทดสอบ)
Lexus IS 300h Premium 3,370,000 บาท
Lexus IS 300h F-Sport 3,890,000 บาท 

Lexus IS รุ่นปรับโฉม ปี 2021 เป็นงานออกแบบของดีไซเนอร์ Kenichi Hirai นักออกแบบของ Lexus กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Spindle Grille ทำจากพลาสติกที่ออกแบบให้มีทรงของกระจังที่ดุดันสอดคล้องกับความเรียบของรุ่น Luxury ชิ้นส่วนต่างๆ ของ IS Facelift ผ่านการออกแบบและทดสอบด้านระบบอากาศพลศาสตร์มาเป็นอย่างดี เพื่อเสริมสมรรถนะการใช้งานและเพิ่มความหรูหราให้กับรถรุ่นปกติ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยางบ้านๆ เน้นความนุ่มเงียบของ Bridgestone รุ่น turanza ขนาด 235/45 R18 กระจังทรง Spindle Grille สร้างความแตกต่างด้านมุมมอง เมื่อเปรียบกับรถยี่ห้ออื่น เอกลักษณ์ของกระจังหน้าแบบใหม่ ทำให้ Lexus กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว มากกว่าการมองผ่านตราสัญลักษณ์หัวลูกศร

ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นของ Lexus พยายามผ่องถ่ายรถ IS ให้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด สลัดทิ้งรูปลักษณ์เดิมๆ ออกไปจนเกือบหมด (ยกเว้นงานภายใน) ไล่เรียงตั้งแต่ด้านหน้า ไปจนถึงเสาหน้าและแนวหลังคาที่ยาวโค้งมนสอดรับกับเสาท้ายที่เทลาดไปยังฝากระโปรงท้าย แนวของแก้มข้างถูกดึงออกให้บานประตูมีขนาดที่หนาขึ้น เสาหน้าเล็กเรียวเพื่อเพิ่มการมองเห็น โป่งซุ้มล้อที่อวบมากกว่าเดิม กรอบกระจกมองข้างผลิตอย่างประณีตและสวยงาม รวมถึงมือจับที่เปิดประตูสีเดียวกับตัวถัง มิติของ IS300h Luxury มีขนาดความยาว 4,710 มิลลิเมตร ความกว้างจากกรอบกระจกมองข้าง 1,840 มิลลิเมตร สูง 1,435 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,800 mm ระยะห่างล้อหน้า 1,580 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,605 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,700 กิโลกรัม (เบากว่า IS300h F Sport 35 กิโลกรัม) เมื่อเทียบกับมิติตัวถังของ IS รุ่นก่อนปรับโฉม จะพบว่า IS ใหม่ ยาวขึ้น 30 มิลลิเมตร กว้างขึ้นอีก 30 มิลลิเมตร และสูงขึ้นนิดเดียวแค่ 5 มิลลิเมตร 

กันชนหลังไม่มีรายละเอียดและชิ้นงานตกแต่งเหมือนรุ่นที่แพงกว่า มีแค่พลาสติกสีดำด้านที่ตัดกับสีขาวของตัวถังพร้อมพลาสติกสะท้อนแสงมัลติรีเฟคเตอร์ ไฟท้ายทรงยาว เชื่อมต่อกันทั้งสองฝั่งด้วยแนวเส้นไฟท้ายที่บางเฉียบ ใช้หลอดไฟท้ายแบบผสม มีทั้งหลอดไฟธรรมดาและหลอด LED ท่อระบายไอเสียทรงกลม ฝั่งละท่อ ฝาท้ายไม่มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยไฟฟ้า ยังคงใช้การเปิดและปิดด้วยมือล้วนๆ กึ่งกลางของกระจกบังลมบานหลังด้านล่างมีไฟเบรกดวงที่สาม เสาอากาศแบบครีบปลาฉลาม กึ่งกลางฝาท้ายแปะตราสัญลักษณ์ Lexus สีน้ำเงินที่บ่งบอกตัวตนของความเป็นรถยนต์ไฮบริด 

ห้องโดยสารออกแบบโดยใช้อุโมงค์เกียร์ขนาดใหญ่ กั้นพื้นที่แบ่งโซนระหว่างคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า เพื่อความเป็นสัดส่วนและความสะดวกในการใช้อุปกรณ์ เบาะปรับไฟฟ้า หุ้มด้วยหนังแท้สีดำเย็บเดินตะเข็บด้ายสีขาว เบาะคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า ไม่มีระบบทำความเย็นของชุดเบาะหน้าเนื่องจากเป็นรุ่นถูกสุด เมื่อกดปุ่มดับเครื่องยนต์ พวงมาลัยจะยกตัวขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการขยับตัวออกจากรถ แต่เบาะคนขับจะไม่เลื่อนถอยหลังให้เหมือนกับรุ่น F Sport ตัวเบาะ ออกแบบให้นั่งขับหรือโดยสาร โดยเน้นไปที่ความสะดวกสบาย ห้องโดยสารยังคงเป็นจุดที่วิศวกร และนักออกแบบของ Lexus ให้ความสำคัญ เบาะของผู้โดยสารตอนหลัง มีพื้นที่พอเพียงสำหรับการนั่งแบบสบายๆ สองคน พร้อมช่องแอร์คอยเป่าให้ความเย็นกระจายไปถึงพื้นที่ส่วนหลัง เบาะ แผงประตู คอนโซลและแดชบอร์ด รวมไปถึงซุ้มเกียร์ ประดับประดาด้วยงานไวนิล พลาสติกเกรดสูง หนัง ผ้าบุหลังคาเกรดดี กับพรมปูพื้นที่ทั้งหนาและฟูสุดๆ เบาะนั่งที่ตัดเย็บอย่างประณีต และอุปกรณ์ภายในที่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ Lexus ไม่ฉูดฉาดบาดตาเหมือนเบาะหนังสีแดงของ F Sport

AUTO AIR CONDITIONING
ระบบปรับอากาศของ IS300h ได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับสภาพแวดล้อมภายในห้องโดยสาร เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายของแต่ละบุคคล สามารถตั้งค่าอุณหภูมิสำหรับที่นั่งคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า แยกจากกันได้ ระบบควบคุมอุณหภูมิไฟฟ้าสถิต ติดตั้งอยู่ใต้นาฬิกาควบรวมกับแผงควบคุมเครื่องเสียง เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ถูกนำมาติดตั้งในคอนโซลกลาง ใช้งานด้วยระบบสัมผัส เมื่อแตะด้านบนบริเวณสีแดงจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิ เมื่อแตะด้านล่างส่วนสีน้ำเงินจะเป็นการลดอุณหภูมิ 

REMOTE TOUCH INTERFACE
อินเตอร์เฟซระยะไกลของ IS300h เป็นระบบอินเทอร์เฟซที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน ผู้ขับสามารถโต้ตอบกับระบบนำทางและระบบเสียงผ่านหน้าจอสัมผัส EMV ขนาด 8 นิ้ว บริเวณคอนโซลกลาง ออกแบบระบบให้ควบคุมได้ง่าย โดยไม่รบกวนการขับขี่และการมอง ผ่านแป้นควบคุมแบบ Touchpad 

Lexus Premium Sound System
ระบบลำโพง 10 ตัว Lexus Premium Sound System ให้เสียงที่มีความคมชัดพร้อมรายละเอียดครบทั้งเสียงกลาง แหลม และเบส ให้ประสบการณ์การฟังเพลงในรถยนต์ด้วยไดนามิกและความรู้สึกโปร่งโล่ง ลำโพง CST (Coherent Source Transducer) ติดตั้งในแผงหน้าปัด รวมกับชุดลำโพงทวีตเตอร์และลำโพงเสียงกลาง จัดวางเพื่อสร้างเสียงที่เหมือนจริง 

แดชบอร์ดทำจากโฟมขึ้นรูป หุ้มด้วยไวนิล และมีบางจุดที่ใช้พลาสติกโดยเฉพาะส่วนล่างของแดชบอร์ด การใช้โฟมขึ้นรูปที่ติดกับตำแหน่งของผนังห้องเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซับเสียง คอนโซลของ IS300h Luxury เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมและการจัดวางอุปกรณ์ที่แปลกตาแตกต่างไปจากรถยุโรปอย่างเป็นเอกเทศ สำหรับงานดีไซน์ห้องโดยสารในลักษณะดังกล่าวเป็นจุดเด่นของ Luxury แต่เมื่อเทียบกับภายในของรถคู่แข่ง คุณจะมองเห็นแนวคิดอนุรักษ์นิยม หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การเดินตามหลังความทันสมัยของภายในไฮเทคในรถอย่าง330e C300e A4 45TFSi หรือแม้แต่ S60 T8 R Design รวมถึงจอมอนิเตอร์ที่ยังให้ความรู้สึกแปลกๆ และไม่ทันสมัยเท่ากับ BMW หรือ Mercedes-Benz

พวงมาลัยแบบสามก้าน มีหน้าตาที่เห็นมานานใน Lexus เกือบทุกรุ่น ก้านวงหุ้มหนังแท้ มีสวิตช์ ปรับตั้งโหมดต่างๆทั้งด้านซ้ายและขวา เพื่อความสะดวกในการใช้งาน พวงมาลัยจับได้อย่างกระชับมือ จากการออกแบบให้มีร่องตรงนิ้วโป้ง หุ้มด้วยหนังแท้สีดำ หลังวงมีแป้น Paddle Shift สำหรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ E-CVT โดยออกแบบอัตราทดเกียร์ที่กว้าง เพื่อช่วยลดรอบเครื่องยนต์ เมื่อขับที่ความเร็วเดินทาง เกียร์แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ E-CVT มีมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ภายในเกียร์คอยเสริมแรงบิดและชาร์จไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ เป็นชุดส่งกำลังที่จูนประสิทธิภาพการทำงานพอใช้ได้ และให้ความรู้สึกในการเชื่อมต่อหรือทดกำลังในลักษณะที่นุ่มนวล 

มาตรวัดแบบเรืองแสง มีหน้าตาโบราณ แต่เน้นความชัดเจนและง่าย ในการอ่านค่าต่างๆ ทั้งค่าความเร็วรอบและความเร็วของตัวรถ ตรงกึ่งกลางของมาตรวัดรอบและความเร็ว มีจอ MID คอยให้ข้อมูลรายละเอียดที่สำคัญขณะขับขี่ ทั้งข้อมูลของเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทาง แจ้งการทำงานของระบบ ต่างๆ อัตราสิ้นเปลือง เชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งถึง ตำแหน่งเกียร์ โหมดขับเคลื่อน แรงดันลมยางของล้อทั้งสี่ การเลือกโหมดของฟังก์ชั่นให้ความบันเทิงเริงรมย์พวกการปรับตั้งเครื่องเสียง และเลือกโหมดสำหรับการเล่น CD/DVD/FM/AM 

จอมอนิเตอร์ขนาด 8 นิ้ว รองรับการทำงานแบบอินเตอร์เฟคทั้งการแสดงผลหน้าจอของระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง กล้องมองหลัง สำหรับ IS300h Luxury ไม่มีระบบนำทางด้วยดาวเทียม จอภาพควบคุมด้วยแผง Touchpad สี่เหลี่ยม ทำหน้าที่คล้ายกับเม้าส์ของคอมพิวเตอร์ส่วนตัว สั่งงานด้วยการใช้นิ้วลากลูกศรไปยังตำแหน่งต่างๆ การใช้งานไม่คล่องเท่ากับ MMI ของ Audi iDRIVE ของ BMW หรือ Mercedes -Benz Comand Controller ที่ใช้งานง่ายก็คือ ปุ่มทรงกลมควบคุมการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ เริ่มจาก ECO / Normal และ Sport 

นาฬิกาอนาล็อกของ Lexus หน้าปัดกลม ใช้เข็มบอกหน่วยของเวลาในสไตล์คลาสสิก ที่ทำให้การตกแต่งภายในของ IS300h ไม่เรียบมากจนเกินไปและอาจทำให้ดูจืดชืด ไม่ครบองค์ประกอบของความหรูหรา เหมือนรุ่นที่แพงกว่า (มาก) สำหรับชุดควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิทัลอยู่ติดเป็นชิ้นรุ่น Luxury เครื่องเสียง แผงควบคุมระบบปรับอากาศแบบสัมผัส ชุดเครื่องเสียงใน IS300h เช่นเดียวกับ IS300h F Sport เป็นเครื่องเสียง Lexus surround sound พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร มีคุณภาพของเสียงที่ขับออกจากลำโพงผ่านการเล่นเพลงบนแผ่น CD/DVD หรือ iPOD USB เชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay อยู่ในเกณฑ์ดี ให้ความคมชัดพอใช้ได้ แม้คุณจะจ่ายเงินเกือบ 4 ล้านเพื่อสอย IS รุ่น F Sport มันก็ยังไม่มีเครื่องเสียง Mark levinson มาให้อยู่ดี

ระบบขับเคลื่อนใน IS300h เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ รวมไปถึงมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเกียร์ กับชุดแบตเตอรี่ เหมือนกันหมดทั้ง 3 รุ่น (F Sport / Premium / Luxury) IS300h ถูกออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบ Hybrid ตั้งแต่เริ่มวงจรการสตาร์ตเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของรถ Hybrid จาก Lexus องค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มเติมสมรรถนะของ IS300h ก็คือขนาดของมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบปรับลดอัตราทดเกียร์แบบสองความเร็วในมอเตอร์ของ IS300 คือต้นแบบของมอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูงที่ได้ถอดแบบมาจาก GS450h ถือเป็นชุดส่งกำลังที่พัฒนาไปสู่มอเตอร์แบบหนึ่งความเร็วในรุ่น 300h ระบบส่งกำลัง E-CVT ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเอกลักษณะสำคัญของรถยนต์ Lexus Hybrid ทันทีที่ผู้ขับเร่งความเร็ว เกียร์ E-CVT จะปรับอัตราทดควบคู่ไปกับการทำงานในรอบสูงของเครื่องยนต์ จนกว่าความเร็วของตัวรถจะสัมพันธ์ไปกับความเร็วรอบเครื่องยนต์ เป็นวิธีที่ราบเรียบ ไร้ขั้นตอนยุ่งยากในการส่งถ่ายพลังงาน การเร่งที่ราบเรียบ มีตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 8.5 วินาที เป็นตัวเลขอัตราเร่งของ  IS300h Luxury ที่เท่ากับ IS300h F Sport พอดิบพอดี และรู้สึกแปลกใจว่า Sport S+ Mode ของ F Sport นั้นให้ความรู้สึกถึงแรงดึงที่เหนือกว่ารุ่น Luxury ซึ่งไม่มีโหมดสูงสุดนี้มาให้ใช้งาน! แต่ทำไมตัวเลขการเร่งจาก 0-100 ถึงได้เท่ากัน? 

IS300h Luxury วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 2.5 ลิตร ปริมาตรความจุ 2,494 ซีซี 181 แรงม้า รหัส 2AR-FSE เป็น เครื่องยนต์ที่ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ D4S พัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของ Toyota ระบบจ่ายเชื้อเพลิงดังกล่าวทำงานโดยใช้การสลับกันระหว่างการฉีดเชื้อเพลิงในท่อร่วมไอดีและการฉีดเชื้อเพลิงแบบยิงตรง เพื่อให้เกิดสมรรถนะการใช้งานสูงสุด ระบบ D4S ยังประกอบไปด้วยชุดหมุนเวียนแก๊ส EGR ช่วยให้การเผาไหม้ดีขึ้น ลดอาการน็อกและลดการปล่อยแก๊สไนโตรเจนออกไซด์ สำหรับแรงบิดเพียวๆ ของเครื่องยนต์ตัวนี้ทำได้ที่ 221 นิวตันเมตรหรือ 22.5 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,200-5,400 รอบต่อนาที ส่วนชุดขับเคลื่อน Hybrid ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า AC synchronous, permanent magnet ให้กำลัง 650 โวลต์ หรือ 143.0 แรงม้า มีแรงบิด 300 นิวตันเมตร หรือ 31.0 กิโลกรัม-เมตร แบตเตอรี่ Nikel-Metal Hydride (Ni-MH) ความจุ 192 เซลส์ หน่วยแปลงพลังงานหรือเจนเนอเรเตอร์ขนาด 650 โวลต์ เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ ทำงานพร้อมกัน IS300h จะมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.5 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังแบบ E-CVT Electronic - Continuously Variable Transmission (Hybrid drive transmission with sequential shift mode and motor speed reduction) มากับโหมดชิฟเกียร์เองแบบแมนนวล

สำหรับชุดแบตเตอรี่ของ IS300h ติดตั้งอยู่ใต้ห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย ขนาดที่กะทัดรัดทำให้แบตเตอรี่ Hybrid ของมันไม่เปลืองพื้นที่มากนัก แต่ในความเป็นจริง แบตฯของรถไฮบริด ที่ไม่ใช่ปลั๊กอินไฮบริด จะมีขนาดที่เล็กกว่า และวิ่งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียวๆ โดยไม่ติดเครื่องยนต์ได้แค่ 2 กิโลเมตร ต่างจากพวก Plug in Hybrid ของเยอรมัน ที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน ไกลเฉียดๆ 30 กิโลเมตร ผมยังยืนยันตามความคิดเดิมว่า Lexus ควรเปลี่ยนแบตฯใหม่ได้แล้ว โดยมาใช้แบบ Lithium Ion ก็จะได้แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม คาดว่าแบตฯประสิทธิภาพสูง รุ่นใหม่ล่าสุดแบบ solid state battery น่าจะถูกบรรจุอยู่ในยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของ Lexus ที่จะออกมาทำตลาดในปี 2024-2026 สำหรับ IS300h ติดตั้งชุดแปลงกระแสไฟฟ้าตรงให้เป็นกระแสไฟฟ้าสลับ หรืออินเวอร์เตอร์ โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย ECO mode / Normal mode / Sport mode (ไม่มี Sport S+) เพียงพอต่อการขับใช้งานในเมืองและขับเดินทางไกล โดยมีอัตราสิ้นเปลืองในการขับทางไกลประมาณ 14.7 กิโลเมตรต่อลิตร (ใช้ Normal mode)  

ช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้า มีการปรับจูนการทำงานของโช้คอัพที่มีระบบวาล์วอยู่ในตัว ส่วนน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้ามีการปรับปรุงให้ทำงานได้เร็วและละเอียดมากยิ่งขึ้น เชื่อมโยงกับโหมดขับเคลื่อนและสปีดความเร็ว พวงมาลัย Rack & Pinion with Electric Power Steering ควบคุมด้วย ECU ถูกเชื่อมต่อการทำงานกับโหมดขับเคลื่อน 3 รูปแบบ สามารถแปรผันน้ำหนักไปตามโหมดที่เลือกใช้หรือความเร็วในขณะนั้น ส่วนระบบรองรับ ด้านหน้าแบบดับเบิลวิชโบนปีกนกคู่ ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ ชุดโช้คอัพที่มีกลไกวาล์วในกระบอกโช้คหรือ Swing Valve Shock Absorber ช่วยทำให้เกิดความนุ่นนวลขณะขับผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ ส่วนโช้คระบบอัตโนมัติ Adaptive Variable Suspension System หรือ AVS ไม่มีติดตั้งใน IS300h รุ่น Luxury 

วิศวกรของ Lexus จริงจังมากในเรื่องการปรับตั้งเพื่อทำให้รถส่งถ่ายความสบายสูงสุดขณะขับเคลื่อน ทำให้เกิดความประทับใจทันทีหลังการขับ ความสบายดังกล่าวกลายเป็นเครื่องยืนยันว่า Lexus จะไม่พลาดกับเงินลงทุนจำนวนมากที่ทุ่มลงไปในงานวิจัยช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว ส่วนระบบขับเคลื่อนที่ยังเป็นรองรถเยอรมัน คาดว่า ในยุคของรถยนต์ไฟฟ้า ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Lexus จะสามารถสร้างรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เทียบเท่า หรือดีกว่ารถไฟฟ้าของยุโรป ยอมรับกันตรงๆ ว่า IS300h Luxury มีอุปกรณ์ที่ด้อยสุดเมื่อเทียบกับรุ่น Premium หรือ F Sport จากราคาค่าตัวที่ถูกกว่ามาก IS พร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริด ไม่ได้เป็นรถแรงที่ส่งเสียงคำรามทุกครั้งที่กดคันเร่ง จริงๆ แล้ว Lexus ให้ความสำคัญกับการลดมลพิษ และการจัดการกับเชื้อเพลิงอย่างถูกต้อง มากกว่าจะมาปรับแต่งให้เร่งได้อย่างเร็วจี๋เหมือน C300e นับเป็นเรื่องที่ดีเกี่ยวกับราคา 2,690,000 บาท ของมัน แม้จะยังดูแพง แต่ก็ยังถูกกว่ารุ่นสูงสุดถึงล้านกว่าบาท การได้เห็นตัวเป็นๆของ IS300h ในวันเปิดตัว และได้ขับรถทดสอบรุ่น F Sport ก่อนที่จะเปลี่ยนมาขับรุ่น Luxury นับเป็นสิ่งที่น่าจดจำ การได้ขับ Lexus รุ่น IS ทั้งสองเวอร์ชัน ออกไปทดสอบบนเส้นทางภูเขา ทำให้สามารถจับความรู้สึกได้ดีกว่าการขับอยู่แต่ในเมือง ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่มี Lexus ก็มักจะขับออกทางไกลไปพักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุด เมื่อลองวิ่งยาวๆ เพื่อดูการตอบสนอง สิ่งที่ตามมาก็คือ ความอยากได้รถที่วิ่งเนียนๆ สักคัน และรถคันนั้นก็คือ IS300h แต่ขอเป็นรุ่น F Sport รถพระเอกที่แพงกว่า และมีอุปกรณ์ครบเครื่องมากกว่าพระรองอย่าง Luxury 

ใช่ครับ แม้ Luxury จะนุ่มนวลจากการทำงานของ Swing Valve Shock Absorber ช่วยทำให้เกิดความเนียน ขณะขับผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ แต่การยึดเกาะ ในย่านความเร็วสูง ยังคงเป็นรอง F Sport ที่มีระบบช่วงล่างอัตโนมัติ หรือ Adaptive Variable Suspension System ซึ่งเรียกกันสั้นๆว่า AVS เมื่อขับเร็ว ความเสถียรและการทรงตัวของ IS รุ่นถูกสุดยังตามหลังรุ่นที่แพงกว่าอย่างชัดเจน แต่ถ้าคุณเป็นคนขับไม่เร็ว อาการต่างๆ ก็แทบจะไม่มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว IS300h Luxury เหมือนพนักงานประจำ ที่ชอบทำตัวเรียบง่ายไม่สร้างจุดเด่นเพื่อเสริมแรงดึงดูด มันชอบทำตัวคล้ายกับนักการบัญชีวัยกลางคนที่มีความซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมา ไม่ชอบความฉูดฉาด แต่ชอบความเรียบง่าย คล้ายจะติดฟีลโบราณ แนวอนุรักษ์นิยม 

ถ้าคุณเป็นคนที่ใส่ใจในเรื่องแรงบิด ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเขียนแบบต่อความยาวในประเด็นนี้ ปัจจุบัน แม้ว่าการออกแบบและการปรับไดนามิกส์ จะสร้างความแตกต่างสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์กลุ่มพรีเมี่ยม แต่ทุกสิ่งทุกอย่างของการเลือกซื้อรถราคาแพงในประเทศไทย มักขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการเป็นหลัก แค่ชอบ หรือไม่ชอบมันก็เท่านั้นเอง ส่วนอัตราเร่งของ IS300h ที่ยังตามหลังรถยุโรปไม่ต่ำกว่า 2 วินาที เป็นเรื่องที่คุณต้องคิดเอาเอง ว่าจะซื้อ IS300h มาเพื่ออะไร? ถ้าเพื่อความคงทน และสภาพการขับที่เน้นความนวลเป็นหลัก รวมถึงงานบริการหลังการขายที่ดีกว่าคู่แข่ง ก็นับว่าเป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่ถ้าซื้อมันมา เพื่อการขับเร็วจี๋บนไฮเวย์ข้ามจังหวัด ชอบจัดหนักด้วยแรงบิดที่มากเกินความต้องการ คาอยู่ในโหมด Sport ทุกครั้งที่ขับ คุณควรเดินไปหยิบกุญแจรถปลั๊กอินของเยอรมัน มากกว่าที่จะมาขับแบบไหลไปเรื่อยๆใน Lexus เครื่องยนต์ไฮบริด แบรนด์ Lexus ทุ่มเทอย่างหนักสำหรับการสร้างแชสซีและพัฒนาช่วงล่างให้รุดหน้ามากกว่าเดิม ส่วนงานภายในของ IS รุ่น Luxury ถ้าไม่คิดมากมันก็แค่พอดูได้ แต่ถ้าคิดขึ้นมาเมื่อไหร่กับเงิน 2.6 ล้านที่ต้องจ่ายออกไป แล้วนำไปเปรียบเทียบกับรถของคู่แข่ง คุณก็จะพบกับจุดด้อยของ Lexus ที่กำลังได้รับการแก้ใขในรถรุ่นใหม่ ซึ่งจะออกขายเร็วๆนี้ 

โครงสร้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของไดนามิกส์อันโดดเด่น โดยเฉพาะการขับ IS300h บนเส้นทางวกวนขึ้นลงเนินเขาสูงชัน เกิดขึ้นจากการพัฒนาแชสซีให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม มีการนำอะลูมิเนียมมาใช้ที่ฝากระโปรงหน้าและคานด้านหน้า โครงสร้างหลักและบานประตูทั้งสี่ ยังคงใช้เหล็กกล้า โดยทำการเสริมความแข็งแรงบริเวณเสากลาง ด้วยเหล็กที่มีความเหนียวเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นจุดที่จะต้องรับและกระจายแรงเมื่อเกิดการชนปะทะที่บริเวณด้านข้างตัวถัง ช่วงล่างแบบดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมกลไกสวิงวาว์ลภายในกระบอกโช้คช่วยซับแรงสะเทือนได้ดี ทำให้การขับออกมาในลักษณะนุ่มนวล มากกว่าจะเฟิรม์จนกระด้างเหมือน 330e พวงมาลัยลดความคมจากตัว F Sport เล็กน้อย แต่ยังคงรักษาความแม่นยำได้ดี คุณสามารถเล็งทิศทางและไปได้ตามต้องการด้วยการขยับพวงมาลัยแค่นิดเดียว น้ำหนักของพวงมาลัยในย่านความเร็วสูง มีการปรับหน่วงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ขึงตรึงแน่นเหมือนพวงมาลัยในโหมด Sport + ของ BMW330e ค่อนข้างผ่อนคลาย จากพละกำลังที่ด้อยกว่ามาก และออกมาในลักษณะสบาย โดยมีอาการขืนตัวเล็กน้อยเมื่อผมลองมุดเข้าโค้งมุมแคบแรงๆ เป็นอีกจุดที่ถือว่าทำออกมาได้ดี แต่ก็ยังมีการทรงตัวในย่านความเร็วสูงที่ไม่นิ่งเท่ากับ IS F Sport ซึ่งมีช่วงล่างแบบ Adaptive

ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะดีเลิศไปซะทั้งหมด ผมออกจากองคตและเริ่มเข้าสู่เขตถนนที่มีความสูงชันมากเป็นพิเศษ ทางภูเขาจากพุเตย ต่อเชื่อมกับถนนท่ีสูงชันและอุดมไปด้วยโค้งวกวนของบ้านใต้-แก่นมะกรูด ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เส้นทางเปลี่ยนจากเนินยาวๆ กลายเป็นการขับไต่ทางชันคดเคี้ยว ราวกับเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปยังอำเภอปาย เส้นพุเตย แก่นมะกรูด มีโค้งแคบๆ ที่จะต้องยัดลงไปถึงเกียร์ 2 และ 3 บางจังหวะอาจไหลลงเนินขึ้นไปถึงเกียร์ 4 แต่ก็ต้องลดเกียร์อย่างรวดเร็วลงมาอีกสองตำแหน่ง เพราะพุ่งเข้าไปหาโค้งที่คุณมองปลายทางออกไม่เห็นอย่างเร็วจี๋ เป็นเส้นทางที่ 330e และ C300e สำแดงฤทธิ์เดชอย่างเต็มเหนี่ยวในด้านไดนามิกส์และแรงบิด ผมยังยืนยันว่า IS300h เป็นรถที่มีชุดบังคับเลี้ยวเป็นเลิศ แต่กำลังกลับเป็นรอง เมื่อเจอเข้ากับทางสูงชันทำให้ต้องกดคันเร่งกันลึกมากเป็นพิเศษ เครื่อง 2.5 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในชุดเกียร์ E-CVT แม้จะทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง แต่บนเส้นทางแบบนี้ผมอยากอยู่กับ IS350 F Sport  มากกว่าจะมาผลักดันอย่างหนักหน่วงกับ IS300h ซึ่งเหมือนลูกแมวเชื่องๆที่กำลังวิ่งขึ้นเนินอย่างขมักเขม่น เกียร์ E -CVT ไหลเนียนแต่อัตราทดกับกำลังในรูปของแรงบิดไม่ได้ช่วยทำให้รถเร็วขึ้น ยาง turanza ให้การยึดเกาะเท่าที่พอจะเป็นไปได้ และทำหน้าที่ได้ด้อยกว่ายาง Potenza S001 ใน F Sport เมื่อใส่มาแรงๆ ยาง turanza จะเริ่มส่งเสียงร้องเตือนว่า มันกำลังรับหน้าที่ด้วยมุมและความเร็วที่ใกล้กับขีดข้อจำกัดของตัวมันเอง เป็นการร้องขอให้ผมลดความเร็วลง เพื่อความปลอดภัย! 

แทรคชั่นคอนโทรลของ IS ถูกพัฒนาให้ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มีบางคนกลับไม่ชอบและกดปุ่มปิดระบบช่วยทรงตัว เพื่อดูอาการที่แท้จริงของรถ มากกว่าจะมาขับผ่านการสังเคราะห์ของ ESP ระบบช่วยทรงตัวของ IS300h ทำงานสอดรับกับมุมและองศาของรถ สปีดความเร็ว องศาของพวงมาลัย รวมถึงแรงจีที่เกิดจากการเข้าโค้ง มันสามารถรับมือกับการอัดอย่างไม่บันยะบันยังของผมได้อย่างปกติสุข อาจมีอาการโอเวอร์สเตียร์อยู่บ้าง ถ้าหวดเข้ามาแรงๆ ตามสันดานเดิมของรถขับหลัง และอีกส่วน ที่เกิดจากกริบของยางบ้าน turanza กับแรงบิดที่เทออกมา เมื่อกดคันเร่งบนผิวยางมะตอยลื่นๆ ตรงช่วงก่อนปลายโค้ง แค่ยกคันเร่งและเทิรน์พวงมาลัยแก้ทิศทางนิดหน่อย มันก็กลับเข้ามาสู่การมุดโค้งได้อย่างว่องไว (แต่ไม่เร็วเท่าพวกเยอรมันเสียบปลั๊ก) นี่ถ้าได้ยางสปอร์ตเต็มรูปแบบก็จะดีกว่านี้มากเลยทีเดียวละครับ 

โดยภาพรวม ถ้าคุณเป็นคนที่ขับรถเร็ว ช่วงล่าง AVS แสนแพงของ F Sport ทรงตัวได้ดีกว่าในย่านความเร็วสูง แต่ถ้าไม่ได้เป็นคนขับรถเร็วอะไร ชอบใช้ความเร็วไปเรื่อยๆ Swing Valve Shock Absorber ใน Luxury เน้นนุ่ม แต่การที่ไม่มี AVS หรือ Adaptive Variable Suspension System ทำให้การใช้ความเร็วต่อเนื่องมีความเสถียรน้อยกว่ารุ่นสูงสุด ชุดแต่ง F Sport รอบตัวถังของ IS รุ่นท็อป ที่ปรุงแต่งและทำให้เกิดความสวยงามดุดัน ก็มีราคาสูงมากจนเกินเอื้อม มันแพงจนทำให้ชุดแต่ง M Performance กลายเป็นของที่มีราคาแสนจะธรรมดาสามัญไปโดยปริยาย IS Luxury คือความพอดีที่ไม่ต้องจ่ายแพง เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริงและดีพอสมควร ไม่ถึงกับทันสมัยล้ำยุคจนตามแทบไม่ทัน และออกแนวโบราณในบางจุดบางตำแหน่งที่ควรได้รับการแก้ไข เพื่อการต่อสู้ที่เข้มข้นมากกว่านี้ IS Luxury ยังคงทำตัวเป็นผู้ตามเมื่อเทียบกับ Series-3 และ C-Class แต่เป็นการตามหลังที่ยังคงก้าวเดินด้วยความมั่นคง จากบริการหลังการขาย ความทนทานและความพึงพอใจในการใช้งาน การเปลี่ยนบุคลิกจากสปอร์ตซีดานมาเป็นรถที่นั่งขับสบายๆ ทำให้ IS Facelift รุ่นถูกสุด Luxury ราคา 2.6 ล้าน เป็นรถที่ดูมีอายุมากขึ้นกว่าเดิม Lexus เองก็ต้องหาทางปรับปรุงในด้านกำลังสำหรับรถไฮบริดยุคใหม่ ก่อนก้าวเข้าสู้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อการต่อสู้กับคู่แข่ง ที่น่าจะมีความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันละครับ. 



SPECIFICATIONS
ENGINE
Type (2AR-FSE) 2.5-Liter L-4 16-Valve Dual VVT-i
Displacement 2,494 cc
Max. Output 181:178 / 6,000 ps:hp/rpm
Max. Torque 221 / 4,200 - 5,400 Nm/rpm
Fuel System EFI , D-4S
Fuel Tank Capacity 66 L
Fuel Type Benzene 95 or higher (E10 or E20)
PERFORMANCE

PERFORMANCE
Max. Speed 200
0 - 100 km/h 8.5 sec
Avg. Fuel Consumption 19.23076923
CO2 Emission (Combined) 122g/km
Emission Standard EURO 4

MOTOR
Type Permanent Magnet Synchronous Motor (1KM)
Output 105 kW / 143:141 ps:hp
Torque 300 Nm
Total System Output 164 kW / 223:220 ps:hp

DIMENSION & WEIGHT
Length 4,710 mm
Width without Mirror 1,840 mm
Height 1,435 mm
Wheelbase 2,800 mm
Tread Front 1,580 mm
Tread Rear 1,605 mm
Curb Weight 1,700 - 1,735 kg
Gross Vehicle Weight 2,140kg


HYBRID BATTERY
Battery Type Permanent Magnet Synchronous Motor (1KM)
Number of Battery Cells 105 / 143:141
Norminal Voltage 300 V
System Voltage 164 / 223:220 V

HYBRID SYSTEM
Type Synchronous Alternating Current Motor (1KM)
Max Voltage 650 V
Max Output 105 kW / 143 PS
Max Torque 300 NM
Total System Output 164 kW / 223 PS
Hybrid Battery
Type Ni-MH (Nickel-Metal Hydride)
Number of Battery Cells 192
Nominal Voltage 230.4 V
System Voltage 650 V

CHASIS
Transmission E-CVT
Suspension (Front/Rear) Double Wishbone/Multi-link
Swing Valve Shock Absorber
Brake (Front/Rear) Ventilated Disc
Tires Size (Front) 235/45R18 SM 8.5J+45
Tires Size (Rear) 235/45R18 SM 8.5J+45



EXTERIOR
Windshield Glass: UV Cut
Front Side Glass: Super UV Cut + B29Water Repel
Rear Side Glass: UV Cut
Outside Rear View Mirror (Electric + Heater + Turn Signal)

LIGHTING
Headlamps :1-LED
Headlamps Leveling (Static Auto)
Headlamps Cleaner
LED Daytime Running Lights (DRLs)
Rear Fog Lamp
LED High Mount Stop Lamp


INTERIOR
Seat Cover Material :Synthetic Leather
Power Front Seat 8-way Adjuster (Driver Seat with Lumbar 2-way)
Rear Seat Folding (Manual 60:40)
4.2-inch Outside Rear View Mirror (Electric + Heater + Turn Signal)
Power Tilt & Telescopic Steering Column
Steering & Shift Lever Knob Material:Leather
Steering Wheel Control Switch with Paddle Shift
Vanity Mirrors & Lamps (Front Seats)
Leather Center Console Box with 2 USB Ports & Mini Jack
Interior Illumination System
2-Zone Air Conditioner with S-Flow & Pollen Filter



OPERATION
Intermittent Wiper
Drive Mode Select (ECO/NORMAL/SPORT)
Cruise Control
EV mode
Smart Entry & Start System
Card Key
Parking Assist with PKSB (Parking Support Brake)
EMV (Electro Multi-Vision) Touchscreen Display :8.0 inch
Remote Touch Pad Controller
Apple CarPlay
Bluetooth
Navigation System
Lexus Premium 10-Speaker Sound System


SAFETY
Precrash Safety System (PCS)
Lane Change Assist with Blind Spot Monitor (RCTA & BSM)
Lane Tracing Assist with Steering Wheel Vibration
Vehicle Dynamic Integrated Management (VDIM)
Traction Control (TRC)
Vehicle Stability Control (VSC)
Anti-lock Brake System (ABS) with Electronic Brake Force Distribution (EBD)
Brake Assist System (BA)
Hill-Start Assist Control
Duel Stage SRS Airbags System (Front Seats)
Knee Airbags (Front Seats)
Front Side Airbags (Front Seats)
Rear Side Airbags (Rear Seats)
Side Curtain Shield Airbags
3-point ELR (Emergency Locking Retractor) Seatbelts (Front Seats)
3-point ELR seatbelts (Rear Seats)
Anchor Bars for fixing ISO IFX (Child Seat) (Rear Seats)
Anti-Theft System (Silen + Sensor + Glass + Angle)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รีวิวรถรีวิวรถยนต์รีวิวรถ 2020Test Driveทดสอบ LEXUS IS300h LUXURYLEXUS IS300h LUXURYอาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 20:21 น.