ไลฟ์สไตล์
100 year

ลองของหรู! ทดสอบ LEXUS IS300h HYBRID F SPORT FACELIFT 2021

ไทยรัฐออนไลน์
21 ม.ค. 2564 14:00 น.
SHARE

Lexus แบรนด์หรูญี่ปุ่นที่ชอบทุ่มเทให้กับรถที่ผลิตเพื่อความแตกต่างในด้านคุณภาพ ทั้งการใช้งานและความพึงพอใจ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของการขับขี่ที่ดีเทียบเท่ากับรถยุโรป แม้ราคาของ Lexus จะพุ่งไปไกลลิบและแพงกว่ารถหรูของเยอรมนี เมื่อเทียบกันรุ่นต่อรุ่น แบรนด์หัวลูกศรจะเป็นรถที่มีราคาแพงกว่า Benz / BMW/ Volvo และ Audi เฉลี่ยล้านกว่าบาทขึ้นไปหรือไม่ก็ทะลุมิติขึ้นไปอีกเท่านึงเลยทีเดียว ถ้าเป็นรถรุ่นเรือธงอย่าง LS ล่ะก็ จะแพงจนสะดุ้ง ผลงานล่าสุด จากความพยายามในการดันโมเดล IS รุ่นปรับโฉม Facelift ให้เทียบเคียงรถคู่แข่งร่วมคลาส ด้วยเรือนร่างใหม่ที่ปรับมาให้อย่างสมบูรณ์แบบ เวอร์ชันปรับโฉมของ IS 2021 สลัดคราบหน้าตาที่ดูธรรมดาของรุ่นที่แล้วออกไปจนหมด การลอกคราบครั้งใหญ่ทำให้ IS มีรูปลักษณ์ที่ลงตัวมากกว่าเดิม ส่วนศัตรูหมายเลขหนึ่งของ IS หมายถึงรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Mercedes Benz C-Class C300e ดาวสายโหดหน้าตาบ้านๆ ที่แรงสุดลิ่มทิ่มประตู และ BMW Series-3 G20 330e M Sport ปลั๊กอินไฮบริดที่ทั้งหล่อ ดุ และขับมันเอาเรื่อง ส่วน Audi A4 45TFSi Quattro S-Line กับ Volvo S60 T8 ก็ยังถือเป็นกลุ่มศัตรูคู่อาฆาตที่ IS300h จะต้องเอาชนะให้จงได้ การปรับทั้งด้านรูปทรงและประสิทธิภาพ เพื่อแสดงออกถึงการลงไม้ลงมือครั้งใหญ่ในความเป็นยานยนต์พรีเมียมที่มีชาติกำเนิดมาจากดินแดนอาทิตย์อุทัย เวอร์ชันปรับโฉม ถูกนำเข้ามาขายถึงสามรุ่น สามระดับราคาก็คือ 


Lexus IS 300h Luxury 2,690,000 บาท
Lexus IS 300h Premium 3,370,000 บาท
Lexus IS 300h F-Sport 3,890,000 บาท (คันทดสอบ) 

ข่าวแนะนำ

ค่ายหรูอย่าง Lexus ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างแบรนด์ยาวนานกว่า 30 ปี กว่าที่จะได้รับการยอมรับไปทั่วโลกว่าเป็นรถยนต์คุณภาพสูง ทั้งรูปลักษณ์และการขับ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกานั้น Lexus ได้รับความนิยมมานานแล้ว ปัจจุบัน Lexus มีมูลค่าของแบรนด์เพิ่มขึ้น 17% โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 10 ของบริษัทรถยนต์ ที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดในปี 2020 โมเดล IS หมายถึงรถยนต์ในกลุ่มสปอร์ตซีดานสี่ประตู ขนาดกะทัดรัด อยู่ในกลุ่มเดียวกับ BMW 3-Series Mercedes-Benz C-Class Volvo S60 และ Audi A4 ขณะเดียวกัน ระบบขับเคลื่อน Lexus Hybrid Drive ได้เข้ามาช่วยเพิ่มเติมสมรรถนะของตัวรถรุ่นล่าสุดคันนี้ ให้มีทั้งความประหยัดและประสิทธิภาพในการทำความเร็วโดยเฉพาะรุ่น F Sport กับ โหมด Sport + โช้คอัพ Lexus Swing Valve Shock Absorber และชุดควบคุมองคาพยพในย่านความเร็วสูง ที่เรียกกันว่า AVS หรือ Adaptive Variable Suspension System ไม่นับรวมกับแอร์โรพาร์ทหล่อๆ รอบคันที่ช่วยในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ 

รถทดสอบ Lexus IS300h Hybrid รุ่นสูงสุด สีเทา Sonic Titanium ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายใน F Sport โดยได้รับอิทธิพลด้านเส้นสายและความอ่อนพลิ้วดุดันของตัวถังมาจากรถต้นแบบ Concept LF-LC กระจังหน้า F Sport Spindle Grille ลายตาข่ายสีดำเงา เป็นชุดกระจังแบบพิเศษของ F Sport ซึ่งเข้ามาสร้างความแตกต่างด้านมุมมองเมื่อเปรียบกับรุ่นรองท็อป เอกลักษณ์ของกระจังหน้าแบบใหม่ ทรงที่ยื่นงุ้มออกมา พร้อมช่องรับอากาศสำหรับระบายความร้อนให้กับชุดเบรกหน้า เป็นงานดีไซน์ชุดกระจังที่ลงตัว ดีไซน์ให้เข้ากับไฟหน้าแบบใหม่ 3-eye Bi-Beam LED ทำให้ IS รุ่นท็อปสุดที่ขายในไทย กลายเป็นสปอร์ตซีดานที่มีใบหน้ากร้าวร้าวดุดันมากกว่ารุ่นที่แล้ว ตราสัญลักษณ์หัวลูกศรสีน้ำเงิน บ่งบอกถึงระบบขับเคลื่อนแบบ Hybrid สำหรับงานดีไซน์หลักๆของ IS Facelift เป็นฝีไม้ลายมือของสำนักงานออกแบบ Lexus ในอเมริกาเหนือ แต่มีการปรับตั้งตัวรถในขั้นตอนของการพัฒนาในสนามแข่งและสนามทดสอบของ Lexus ที่ประเทศญี่ปุ่น

นักออกแบบของ Lexus พยายามผ่องถ่ายเรือนร่างของรถ IS รุ่นใหม่ ให้มีความใกล้เคียงกับรถต้นแบบที่สวยงาม ไล่เรียงตั้งแต่ด้านหน้า ไปจนถึงเสาหน้าและแนวหลังคาที่ยาวโค้งมนสอดรับกับเสาท้ายที่เทลาดไปยังฝากระโปรงท้าย แนวของแก้มข้างถูกดึงออกกลายเป็นโป่งซุ้มล้อหน้าอย่างโหด ไฟหน้า LED แบบใหม่ พร้อมไฟหรี่กลางวันและไฟเลี้ยว Full LED แต่ไม่มีระบบไฟอัตโนมัติ Adaptive LED กันชนหน้า F Sport ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม พร้อมช่องรับอากาศ เสาหน้าหรือเสา A ถูกรีดจนมีขนาดที่บางเฉียบ เพื่อเพิ่มมุมมองด้านข้างและความสวยงามกลมกลืน การออกแบบที่ดีของส่วนหน้า ผสมผสานกับด้านข้างและโป่งซุ้มล้อหลัง ทำให้มุมมองคล้ายกับรถกำลังเตรียมพร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้า รูปแบบภายนอกที่สอดคล้องกับงานตกแต่งภายในจากการสื่อสารที่ดีระหว่างทีมออกแบบรูปทรงของตัวรถกับทีมตกแต่งภายในที่ต้องร่วมมือกับวิศวกรซึ่งรับหน้าที่ในการปรับตั้งระบบต่างๆ

Lexus IS LIGHTWEIGHT, HIGH-RIGIDITY BODY
การใช้แผ่นเพลทโลหะที่หนาขึ้น ในขั้นตอนของการขึ้นรูปแชสซี เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้าง เพื่อเป็นการค้นหาโซลูชันที่ดีกว่า วิศวกรที่พัฒนา IS เน้นไปที่เทคโนโลยีการเชื่อมแชสซีขั้นสูง โดยเพิ่มจุดเชื่อมแบบละเอียด 55 จุดรอบๆ โครงรถส่วนหน้า ใช้การเชื่อมด้วยสกรูเลเซอร์และกาว เพื่อให้ได้ความแข็งแกร่งสูง นอกจากนี้ ยังเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถัง ด้วยการออกแบบแชสซีให้ส่วนหน้าที่รองรับหม้อน้ำ กับเสาท้ายแข็งแรงขึ้น ลดน้ำหนักของประตูทั้งสี่บาน รวมกับฝากระโปรงหลัง น้ำหนักที่เบาขึ้นของ IS300h ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านอัตราสิ้นเปลืองที่ดีชึ้น

AERODYNAMICS
อากาศพลศาสตร์ขั้นสูงของ IS มีจุดมุ่งหมายเพื่อการใช้เชื้อเพลิงที่ลดลง ห้องโดยสารเงียบขึ้น พร้อมกับสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตด้วยชุดแอร์โรพาร์ทของ F Sport ตัวถังที่มีโป่งแบบขวดโค้ก ครีบ Diffuser ใต้กันชนหลังของชุดแต่ง F Sport ออกแบบเพื่อการควบคุมการไหลของอากาศ ช่วยลดการหมุนวนของกระแสลมส่วนท้าย ด้านข้างตัวถัง มีมุมโค้งใกล้โป่งซุ้มล้อหลัง ที่ทำให้ดูคล้ายกำลังพุ่งทะยาน แม้จะจอดอยู่กับที่ นอกจากนี้ แผ่นปิดที่กรอบประตูหน้าช่วยเพิ่มคุณลักษณ์ของระบบอากาศพลศาสตร์ ครีบป้องกันการสั่นสะเทือนของไฟท้ายและตัวถังส่วนล่าง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ และการตอบสนองของพวงมาลัย

Lexus CHASSIS (Hub bolts)
การใช้นอตสลักเกลียวแบบทรงกลม เพื่อยึดล้อเข้ากับแบริ่งดุมล้อ ช่วยทำให้เกิดความแข็งแกร่งของเพลาขับเคลื่อน ในขณะที่การลดน้ำหนักใต้สปริง มีส่วนในการตอบสนองที่ชัดเจน ด้านความรู้สึกของการบังคับเลี้ยวและความสบายขณะขับเคลื่อน

การขยายสัดส่วนของด้านหน้าให้กว้างและใหญ่กว่ารุ่นที่ผ่านมา ทำให้ด้านหน้าของ IS F Sport ดูกว้างขึ้นมาก สัดส่วนของความยาวยังมากกว่ารุ่นที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ขนาดความยาว 4,710 มิลลิเมตร กว้าง 1,840 มิลลิเมตร สูง 1,435 มิลลิเมตร แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการพัฒนารูปทรงที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่โตขึ้น IS ตัวโตเกือบจะเท่ารุ่น ES ซึ่งเป็นยนตรกรรมในกลุ่มซาลูนขนาดกลางคู่แข่งของ E-Calss และ 5-Series ความยาวฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,580 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,575 มิลลิเมตร หนัก 1,735 กิโลกรัม รูปทรงที่โค้งเว้าของกันชนและชุดกระจังหน้า มีเหตุผลด้านอากาศพลศาสตร์ นอกเหนือไปจากความดุดัน มันจะช่วยให้กระแสลมไหลผ่านได้สะดวกขึ้น โดยเหนี่ยวนำเอาลมบางส่วน เข้าไประบายความร้อนให้กับตำแหน่งที่มักเกิดการแพร่ความร้อนเช่นห้องเครื่องยนต์ และชุดจานกับดิสเบรกหน้า

กระจกมองข้างติดตั้งอยู่ข้างประตู ช่วยเพิ่มมุมมองและลดจุดบอดของสายตาเมื่อมองไปยังด้านข้างของตัวรถ กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยว LED อยู่ภายใน พร้อมระบบแจ้งเตือนมุมอับด้านข้าง หรือแจ้งเตือนด้วยสัญลักษณ์รูปรถสีส้มบริเวณขอบของกระจกมองข้างทั้งสองตำแหน่ง บานประตูทั้งสี่มีมือจับที่เปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ กรอบกระจกทั้งสี่บานยังกรุด้วยโลหะสีเงินเพื่อเน้นมุมมองให้ดูหรูหรา แนวของบานประตูทั้งสี่ที่โป่งพองออกมาทำให้มิติตัวถังด้านข้างยิ่งเพิ่มความน่ามอง ชายล่างของ IS300h มีงานสเกิ้ดข้างที่สอดรับกับรูปทรงเพียวลม รถ Lexus IS300h ใส่ล้ออัลลอยลาย 5 ก้านคู่ของ F Sport สีเงินเงาแวบ ขอบ 8Jx19 นิ้ว กับยาง Runflat ของ Bridgestone รุ่น Potenza S001L ยางหน้าขนาด 235/40R19 92Y ยางล้อหลัง 265/35R19 

บั้นท้ายใช้ไฟท้ายทรงเหลี่ยมมีหลอด LED เชื่อมต่อกันทั้งสองฝั่ง เป็นทรงของไฟท้ายแบบ LED ที่แพร่หลายในรถยุโรป ด้วยการใช้เส้นเชื่อมระหว่างไฟท้ายทั้งสองฝั่ง ไฟเบรกดวงที่สามอยู่กึ่งกลางภายในกระจกบังลมบานหลัง ฝาท้ายไม่มีระบบเปิดปิดด้วยไฟฟ้า ใช้มือล้วนๆ ในการยกขึ้นเพื่อเปิด หรือกดลงเพื่อปิด เป็นอีกจุดที่ควรจะใช้ระบบไฟฟ้าได้แล้ว เนื่องจากค่าตัวนั้นแพงกว่าคู่แข่งซึ่งมีฝาท้ายไฟฟ้ามาให้ใช้งาน Lexus ออกแบบให้ฝาท้าย เปิดออกได้ด้วยมุมสูง มีพื้นที่สำหรับการขนสัมภาระพวกกระเป๋าเดินทาง ถุงกอล์ฟ แผ่นปิดกั้นเมื่อเปิดออกมาจะพบกับชุดเครื่องมือวางอยู่บนแผ่นโฟมแข็งสีดำ ใต้แผ่นปิดในห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายมีแบตเตอรี่ของระบบ Hybrid อยู่ภายใน รูปทรงของสปอยเลอร์หลังที่สอดคล้องไปกับงานออกแบบด้วยชิ้นงานพลาสติกสีดำทำ เป็นช่องเพื่อความสวยงาม ฝาท้ายที่โค้งมนจากการดีไซน์เข้ารูปกับกระจกบานฝาท้าย เหนือที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนยังมีกล้องมองหลังแบบจอสีที่ทำงานร่วมแกนกับ ตำแหน่งเกียร์ถอยเพื่อเพิ่มมุมมองขณะขับถอยหลังให้มีความปลอดภัยพร้อมไปกัย สัญญาณเตือนเมื่อขับเข้าใกล้วัตถุกีดขวาง ครีบรีดอากาศ ท่อระบายไอเสียและกันชนหลัง F Sport คือชุดแต่งส่วนท้ายที่เพิ่มความลงตัวให้กับ IS F Sport

ห้องโดยสารของ IS300h F Sport จัดโทนสีแดง-ดำ โดยมีการแบ่งโซนของผู้ขับขี่และผู้โดยสารออกจากกันอย่างชัดเจน ด้วยการออกแบบอุโมงค์เกียร์แบบกั้นพื้นที่พิเศษ เพื่อความเป็นสัดส่วนและความสะดวกในการใช้อุปกรณ์ เบาะแบบสปอร์ต หุ้มด้วยหนังแท้สีแดงแสบตา เย็บเดินตะเข็บด้ายแดงเช่นเดียวกัน เบาะคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าโดยมีพัดลมไฟฟ้าของระบบปรับอุณหภูมิอยู่ภายในตัวเบาะ สามารถสั่งให้ ทำงานทั้งการสร้างความเย็น เมื่อขับท่ามกลางอากาศที่ร้อน หรืออุ่นเบาะให้ร้อน เมื่อขับขี่ในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิติดลบ เบาะคนขับมีสวิตช์ที่ช่วยปรับให้แผ่นรองด้านหลังสามารถดันตัวเองหรือยุบตัว เพื่อรองรับแผ่นหลังของคนขับเมื่อต้องขับขี่เดินทางไกล ความสะดวกสบายสูงสุดภายในห้องโดยสารคือสิ่งที่วิศวกรนักออกแบบของ Lexus คำนึงถึง ส่วนเบาะของผู้โดยสารตอนหลังยังมีช่องแอร์คอยเป่าให้ความเย็นกระจายตัวอย่างรวดเร็วอีกด้วย

พวงมาลัยทรงสปอร์ตสามก้านของ F Sport มีสวิตช์ปรับตั้งโหมดต่างๆ ติดมาเพียบ พวงมาลัยวงเล็กจับได้อย่างกระชับมือ ออกแบบให้มีร่องกริ้บตรงนิ้วโป้ง ห่อหุ้มด้วยหนังแท้สีดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง หลังวงมีแป้น Paddle Shift สำหรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ แม้จะเป็นเกียร์ E-CVT แต่ Lexus สร้างเกียร์ลูกนี้ขึ้นมาโดยทำให้มันเหมือนมีอัตราทด 6 สปีด เป็นเกียร์ที่ออกแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์เพื่อประสิทธิภาพในการส่งถ่ายแรงบิด และอารมณ์ความรู้สึกแบบสปอร์ต ส่วนปุ่มควบคุมบนก้านพวงมาลัย ด้านซ้ายควบคุมระบบมัลติมีเดีย ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์บูลธูท รวมถึงปุ่มสั่งงานด้วยเสียง ส่วนปุ่มด้านขวาของก้านวง เป็นปุ่มเลือกดูข้อมูลของจอภาพ MID ปุ่มปรับตั้งระบบความปลอดภัยขณะขับเคลื่อน ทั้งระบบแจ้งเตือนต่างๆ และระบบรักษาช่องทางจราจร 

คอนโซลกลางทำจากโฟมขึ้นรูปหุ้มด้วยไวนิล การใช้โฟมขึ้นรูปในบางจุดที่ติดกับผนังของห้องเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซับเสียงขณะขับขี่ได้ดี คอนโซลของ IS300h มีดีไซน์ที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมและการจัดวางอุปกรณ์ที่ไม่เหมือนใคร มีรูปแบบที่เป็นเอกเทศสำหรับงานดีไซน์ห้องโดยสารของ Lexus ช่องแอร์ด้านข้างบานประตูทรงเหลี่ยมในรุ่นที่แล้วถูกเปลี่ยนมาเป็นทรงกลม การแบ่งโซนแยกออกจากกันระหว่างผู้ขับและคนโดยสารสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัว โดยมีดีไซน์และการคัดสรรวัสดุชั้นดีเป็นตัวเชื่อมโยงกับความน่าใช้งานของอุปกรณ์

มาตรวัดจอภาพ TFT LCD ขนาด 8 นิ้ว เน้นความคมชัดในการอ่านค่าต่างๆ ทั้งค่าความเร็วรอบและความเร็วของตัวรถที่ควบรวมอยู่ในกรอบวงกลมอันเดียว ใช้เข็มวัดดิจิตอล คล้ายจอ TFT ของ Lexus LFA ตรงกึ่งกลางของมาตรวัด มีจอแสดงผล MID multi information display คอยแจ้งข้อมูลรายละเอียดที่สำคัญขณะขับขี่ ทั้งข้อมูลของเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทาง แจ้งการทำงานของระบบ Hybrid การเลือกโหมดของฟังก์ชั่นให้ความบันเทิง การปรับตั้งเครื่องเสียง และเลือกโหมดสำหรับการเล่น CD/DVD/FM/AM แจ้งแรงดันลมยางทั้งสี่ล้อ มาตรวัดจอภาพ TFT มีความคมชัด อ่านค่าง่าย แต่มีขนาดเล็กไปนิด ทริปมิเตอร์ และการคำนวณการใช้เชื้อเพลิงและปริมาตรของน้ำมันที่อยู่ในถัง ช่วยให้การคำนวณการใช้เชื้อเพลิงเมื่อขับทางไกลมีความแม่นยำใช้ได้ ที่ดีมากก็คือ จอ MID ยังสามารถแจ้งเตือนแรงดันลมยางของล้อแต่ละข้างได้อีกด้วย 

คอนโซลกลางเป็นที่อยู่ของจอมอนิเตอร์ขนาด 10.3 นิ้ว รองรับการทำงานแบบอินเตอร์เฟคทั้งหมด ทั้งการแสดงผลหน้าจอของระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง กล้องมองหลัง การเชื่อมต่อต่างๆ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบมัลติมีเดีย และการแสดงผลของการทำงานในระบบไฮบริด สำหรับ IS300h มีระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่คมชัดใช้ได้ จอภาพระบบสัมผัส สั่งงานได้ด้วยการแตะไปที่หน้าจอ หรือควบคุมผ่านแป้นควบคุมแบบ Touchpad คล้ายระบบ iDRIVE ของ BMW ที่โปรแกรมมาให้ใช้งานได้ง่าย แต่การลากลูกศรไปยังสัญลักษณ์ต่างๆ บนหน้าจอยังไม่สะดวกเท่ากับการใช้สวิตช์ 5 ทิศทางของ BMW iDRIVE

ต่ำลงมาจากจอมัลติฟังก์ชันขนาด 10.3 นิ้ว เป็นที่อยู่ของนาฬิกาแบบอนาล็อก ชุดบอกเวลาแบบเข็มทรงคลาสสิก แบรนด์ Lexus ใช้นาฬิกาหน้าปัดกลม มีเข็มบอกหน่วยของเวลาที่ทำให้งานตกแต่งภายในครบองค์ประกอบของความหรูหรา สำหรับชุดควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิตอลอยู่ติดเป็นชิ้นเดียวกับชุดปรับตั้งเครื่องเสียง แผงของหน่วยควบคุมระบบปรับอากาศใช้ระบบสัมผัสในการปรับลดหรือเพิ่มอุณหภูมิ ซึ่งใช้งานได้ไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร จากความไวของแถบที่ใช้สัมผัส เมื่อแตะเพียงนิดเดียวมักจะเลยอุณหภูมิที่ต้องการจะปรับตั้ง ชุดเครื่องเสียงใน IS300h วางลำโพง 10 ตัวรอบห้องโดยสาร ลำโพงคุณภาพสูงกับกำลังขับที่ดีและตำแหน่งที่ผ่านการคำนวณจากการออกแบบทำให้ มันเป็นรถยนต์ซีดานที่มีระบบเสียงขั้นแนวหน้าของวงการ แม้จะไม่ใช่ยี่ห้อ Mark levinson surround sound แต่คุณภาพของเสียงที่ขับออกจากลำโพง 10 ตำแหน่ง ผ่านการเล่นเพลงบนแผ่น CD/DVD/iPOD หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ชุดเครื่องเสียง Lexus Premium Sound System 10-speaker ความคมชัดสูง การปรับตั้งที่สะดวกง่ายดาย จากโปรแกรมการทำงาน และคุณภาพของเสียงเพลงที่ถูกขับผ่านลำโพง สร้างความพึงพอใจในระดับที่ดี แต่จะดีกว่านี้มากถ้าเป็นชุด Mark levinson

องค์ประกอบที่สำคัญของระบบขับเคลื่อนใน IS300h รวมไปถึงมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเกียร์ประสิทธิภาพดีที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดกะทัดรัด แม้จะเป็นเกียร์ของรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังที่ต่างจาก ES300h ซึ่งขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า IS300h ถูกออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบ Hybrid ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของรถยนต์ที่มีแรงบิดสูงในการขับเคลื่อน องค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มเติมสมรรถนะของ IS300h ก็คือขนาดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้ง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าใน Lexus รุ่น GS450h ทั้งนี้ ระบบปรับลดอัตราทดเกียร์แบบสองความเร็วในมอเตอร์ของ IS300 คือต้นแบบของมอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูงที่ได้ถอดแบบมาจาก GS450h ถือเป็นชุดส่งกำลังที่พัฒนาไปสู่มอเตอร์แบบหนึ่งความเร็วในรุ่น 300h ระบบส่งกำลัง E-CVT ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เป็นคุณลักษณะสำคัญของรถยนต์ Lexus ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน Hybrid ทันทีที่ผู้ขับเร่งความเร็ว เกียร์ E-CVT จะปรับอัตราทดควบคู่ไปกับการทำงานในรอบสูงของเครื่องยนต์ จนกว่าความเร็วของตัวรถจะสัมพันธ์ไปกับความเร็วรอบเครื่องยนต์ เป็นวิธีที่ราบเรียบไร้ขั้นตอนยุ่งยากในการส่งถ่ายพลังงาน การเร่งที่ราบเรียบแต่เร็วใช้ได้ มันไม่ได้เร่งเร็วเท่ากับ C300e หรือ 330e ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 ใน 8.5 วินาทีของ IS300h โดนทั้ง BMW และ Mercedes ทิ้งเป็นทุ่ง แต่ที่สิ่งที่คุณจะได้กลับคืนมาก็คือความคงทนของระบบไฮบริด

ชุดเกียร์ E-CVT แบบใหม่ในรถรุ่น IS300h ถูกปรุงแต่งเชิงวิศวกรรม ด้วยการทำให้ความเร็วรอบของเครื่องยนต์มีความสอดคล้องกับความเร็วของตัวรถมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือทำให้มันมีอัตราเร่งที่มีความสอดคล้องกับการขับขี่ รวมถึงทำให้การส่งกำลังเมื่อมีการทดเกียร์ตามลักษณะการเหยียบคันเร่งของผู้ขับ เกียร์ Hybrid drive transmission ควบคุมการทำงานด้วยระบบ Electronic - Continuously Variable Transmission (E-CVT) กับโหมดการขับขี่ sequential shift mode and motor speed reduction บรรยากาศของห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากความเงียบของการเก็บเสียงที่ดี เสียงของเครื่องยนต์ทำงานอย่างสุดภาพนุ่มนวล คุณสามารถลากได้ 6,000 รอบต่อนาที เป็นรถที่รอบขึ้นไวใช้ได้ ระบบควบคุมเสียงแปลกปลอมแบบ Active Sound ช่วยทำให้ห้องโดยสาร มีบรรยากาศผสมผสานระหว่างความเงียบ พร้อมเสียงยางและเสียงลมที่จะเริ่มดังเข้ามาให้ได้ยินเมื่อความเร็วทะลุผ่าน 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง งานตกแต่งห้องโดยสารของ IS F Sport เสมือนนั่งอยู่ในรถยนต์สปอร์ตซีดาน ระบบขับเคลื่อน Lexus Hybrid Drive พัฒนาโดยวิศวกรของ Lexus สร้างรถซีดานที่มีการตอบสนองต่อการเร่งความเร็วน่าประทับใจ รวมถึงความประหยัดและการปล่อยมลพิษเพียงน้อยนิด ในด้านความสบายของการขับ และการยึดเกาะกับถนน รวมไปถึงความสนุกหลังพวงมาลัย จากฟิลลิ่งของการควบคุมในแบบสปอร์ต ผ่านช่วงล่างแบบ Adaptive และพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเป็นเลิศ! 

IS300h วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 2.5 ลิตร ปริมาตรความจุ 2,494 ซีซี 181 แรงม้า รหัส 2AR-FSE เป็น เครื่องยนต์ที่ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ D4S พัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของ Toyota ระบบจ่ายเชื้อเพลิงดังกล่าวทำงานโดยใช้การสลับกันระหว่างการฉีดเชื้อเพลิงในท่อร่วมไอดีและการฉีดเชื้อเพลิงแบบยิงตรง เพื่อให้เกิดสมรรถนะการใช้งานสูงสุด ระบบ D4S ยังประกอบไปด้วยชุดหมุนเวียนแก๊ส EGR ช่วยให้การเผาไหม้ดีขึ้น ลดอาการน็อกและลดการปล่อยแก๊สไนโตรเจนออกไซด์ สำหรับแรงบิดเพียวๆ ของเครื่องยนต์ตัวนี้ทำได้ที่ 221 นิวตันเมตรหรือ 22.5 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,200-5,400 รอบต่อนาที ส่วนชุดขับเคลื่อน Hybrid ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า AC synchronous, permanent magnet ให้กำลัง 650 โวลต์ หรือ 143.0 แรงม้า มีแรงบิด 300 นิวตันเมตร หรือ 31.0 กิโลกรัม-เมตร แบตเตอรี่ Nikel-Metal Hydride (Ni-MH) ความจุ 192 เซลส์ หน่วยแปลงพลังงานหรือเจนเนอเรเตอร์ขนาด 650 โวลต์ เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ ทำงานพร้อมกัน IS300h จะมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.5 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังแบบ E-CVT Electronic - Continuously Variable Transmission (Hybrid drive transmission with sequential shift mode and motor speed reduction) มากับโหมดชิฟเกียร์เองแบบแมนนวล

สำหรับชุดแบตเตอรี่ของ IS300h ถูกติดตั้งอยู่ใต้ห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย ขนาดที่กะทัดรัดทำให้แบตเตอรี่ Hybrid ของมันไม่เปลืองพื้นที่มากนัก แต่ในความเป็นจริง Lexus ควรเปลี่ยนแบตฯมาใช้แบบ Lithium Ion ได้แล้ว IS300h มีชุดแปลงกระแสไฟฟ้าตรงให้เป็นกระแสไฟฟ้าสลับ ส่วนโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ประกอบด้วย ECO mode / Normal mode / Sport mode และ Sport + ครอบคลุมทุกการใช้งานทั้งขับในเมืองหรือวิ่งทางไกล

ระบบบังคับเลี้ยว มีการปรับจูนน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าใหม่หมด พวงมาลัย Rack & Pinion with Electric Power Steering ควบคุมด้วย ECU เชื่อมต่อการทำงานกับโหมดขับเคลื่อน สามารถแปรผันน้ำหนักไปตามความเร็ว ส่วนระบบรองรับ ด้านหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบน ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิ้งค์ ชุดโช้คอัพ Swing Valve Shock Absorber และระบบควบคุมความแข็ง-อ่อนของโช้คแบบอัตโนมัติ Adaptive Variable Suspension System หรือ AVS เมื่อขับเร็วก็จะรับรู้ได้ถึงการทำงานของชุดกันสะเทือนแบบปรับแข็ง-อ่อนอัตโนมัติ ที่ช่วยทำให้การทรงตัวในย่านความเร็วสูงมีความนิ่ง มีเสถียรภาพด้านการทรงตัวที่ดีเยี่ยม และพุ่งลิ่วๆตรงไปข้างหน้าราวกับลูกธนู! 

ผมรับรถทดสอบ Lexus IS300h F Sport จากศูนย์ฝึกขับและทดสอบของ Toyota ย่านบางนา แล้วขับตรงกลับมายังสำนักงานใหญ่ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ความดุดันของรูปทรงด้านหน้าและความโฉบเฉี่ยวของด้านข้างกับบั้นท้ายที่แปลกตา แต่ดันไปคล้ายกับส่วนท้ายของ MG 5! ห้องโดยสารที่ปิดกั้นเสียงจากภายนอกสร้างบรรยากาศที่เงียบงันในการอาศัยอยู่บน Lexus IS300h ตำแหน่งท่านั่งที่ดีแม้พื้นที่วางเท้าจะน้อยเกินไปช่วยทำให้การควบคุมมันบนย่านความเร็วต่ำเมื่อทดลองขับในเมืองมีความสบายใช้ได้เลยทีเดียว IS มีห้องโดยสารที่เล็กกว่ารุ่น ES นิดเดียว แต่โดยเนื้อแท้แล้ว มันเป็นซีดานที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อยกว่ารถรุ่นพี่พอสมควร ท่านั่งที่ค่อนข้างจมลงไปกับพื้นรถทำให้ผมรู้สึกชื่นชอบไม่ต่างจากการนั่งขับ Series-3 รุ่น 330e แต่สำหรับคนตัวเตี้ย การปรับเบาะโดยสารให้สูงขึ้นมากกว่าปกติผ่านกลไกมอเตอร์จะช่วยให้มุมมองที่กว้างไกลมากยิ่งขึ้น ท่านั่งที่มีความเหมาะสมกับสรีระของคุณจะทำให้การขับขี่มีความปลอดภัย แขนที่ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป ขาที่ไม่งอหรือเหยียดออกไปจนเกือบสุดเป็นท่านั่งที่ถูกต้องเหมาะสมกับการควบคุมยานพาหนะที่มีความเร็วแบบเจ้าสปอร์ตไฮบริดคันนี้

ที่ความเร็วต่ำเมื่อต้องไหลไปตามสภาพการจราจรอันคับคั่งของกรุงเทพฯ มอเตอร์ไฟฟ้าในระบบ Lexus Hybrid Drive จะเข้ามารับหน้าที่ขับเคลื่อนเจ้า IS300h ด้วยความเร็วไม่เกิน 45-55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันสามารถแล่นอย่างเงียบเชียบราวกับรถปิศาจไปได้ไม่ไกลนัก แค่ 4 กิโลเมตร ก่อนที่เครื่องยนต์จะติดตัวเองขึ้นมาเพื่อรับหน้าที่ต่อเมื่อระบบตรวจพบว่าแบตฯ กำลังจะหมดประจุไฟฟ้า คุณสามารถหลบหนีการตรวจจับของภรรยา เมื่อต้องการจะออกเที่ยวในตอนกลางคืนด้วยการทำงานที่เงียบเชียบของระบบไฮบริด แต่ก็ได้ระยะทางแค่สั้นๆ ไม่เท่ากับ C300e และ 330e ที่เป็นรถเสียบปลั๊ก และวิ่งด้วยมอเตอร์ได้ไกลกว่ามาก สำหรับความเงียบของห้องโดยสาร เมื่อไม่ได้เปิดเครื่องเสียง อาจทำให้คุณรู้สึกเหงาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มันเป็นซีดานพรีเมี่ยมที่ใช้วัสดุซับเสียง รวมกับยางขอบประตูอย่างหนา ระดับของการเก็บเสียงอยู่ในขั้นแนวหน้าของวงการในด้านความเงียบ ห้องโดยสารผลึกกั้นจากเสียงรบกวนจากภายนอก แม้แต่มอเตอร์ไซค์แต่งท่อของพวกวัยรุ่นที่แผดเสียงสนั่น ก็ลอดเข้ามาให้ได้ยินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เบาะที่มีพัดลมแอร์คอยเป่าลมเย็นๆ ยังช่วยให้ก้นของคุณเย็นสบายตลอดการเดินทาง ในเมืองร้อนอย่างประเทศไทย เบาะแบบนี้มีความเหมาะมากเมื่อคุณต้องจอดรถกลางแดดนานๆ แล้วออกไปทำธุระ เมื่อกลับขึ้นมานั่งอีกครั้งท่ามกลางแสงแดดจัด เมื่อเปิดระบบปรับอากาศ พร้อมระบบทำความเย็นในตัวเบาะ ก็ช่วยทำให้เบาะเย็นตัวอย่างรวดเร็ว เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริงและไม่มีอยู่ในรถของคู่แข่ง

ทุกครั้งที่รถจอดนิ่งสนิท เครื่องยนต์ของ IS300h จะดับลงทันทีด้วยการทำงานของระบบ Auto start/stop และเมื่อคุณยกเท้าออกจากแป้นเบรก หากแบตเตอรี่มีไฟมากพอ มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามารับหน้าที่ขับเคลื่อนบนย่านความเร็วต่ำ การไหลไปตามสภาพจราจรที่ติดขัด IS300h แทบจะไม่ใช้เชื้อเพลิง และไม่มีการปล่อย CO2 คุณเพียงแค่ยกเท้าออกจากแป้นเบรก มันจะวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ หลังจากนั้น เครื่องยนต์จะติดขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อเสริมแรงขับเคลื่อน ระบบไฮบริดของ Lexus ช่วยทำให้คุณไม่ต้องเข้า-ออกปั๊มน้ำมันบ่อยเกินไป เชื้อเพลิงเต็มถัง 66 ลิตร ในโหมด Sport ขับไกล 600 กิโลเมตร ได้อย่างสบายๆ ระบบปรับอากาศของ Lexus Hybrid Drive ใช้คอมเพรสเซอร์ไฟฟ้า ทำให้การดับเครื่องยนต์ไม่มีความเกี่ยวข้องกับวงจรการทำงานของคอมฯ แอร์ มันจะส่งความเย็นอย่างต่อเนื่องด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของระบบ Hybrid ระบบ Auto Start/Stop ของ IS300h เหนือกว่ารถโรปบางยี่ห้อที่คอมเพรสเซอร์แอร์จะหยุดทำงานเมื่อเครื่องยนต์ดับ โดยเหลือเพียงแค่พัดลมแอร์เท่านั้นที่ยังคงทำงาน ทำให้อุณหภูมิของห้องโดยสารเพิ่มสูงขึ้นหากขับขี่กลางแดดจ้า ความดีของคอมเพรสเซอร์ไฟฟ้าใน IS300h เหมาะสม และเข้ากันกับสภาพการใช้งานในเมืองร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเกือบจะทุกวัน มีหนาวแค่ 3-4 วันก็กลับมาร้อนเหมือนเดิม ระบบปรับอากาศพร้อมชุดกรองของ Lexus ซึ่งก็คือ Toyota โดยเฉพาะคอมแอร์ มีจุดเด่นในด้านความทนทานใช้งานนานปีไม่ค่อยจะมีเจ๊งให้เห็น ค่าซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนก็ยังถูกกว่ารถยุโรปอีกด้วย 

โหมด ECO ใน IS300h คันเร่งตอบสนองแบบค่อยเป็นค่อยไป ไหลไปตามแรงเท้าแบบเรื่อยๆ การตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้าจะลดความไวลง แต่ยังคงสมรรถนะของการเร่งที่ดีหากต้องขับแซงรถช้ากันอย่างฉับพลันทันที ช่วงล่างของ IS F Sport คือจุดเด่นของรถคันนี้  AVS และโช้คอัพแบบสวิงวาล์ว ให้สัมผัสที่มีทั้งความนุ่มนวล แน่นหนึบ เมื่อขับผ่านผิวทางที่ไม่เรียบ โช้คอัพและสปริง รวมกับระบบ Adaptive ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้หลากหลายระดับ เป็นจุดแข็งของ F Sport ที่มีช่วงล่างอย่างเนียน เมื่อวิ่งผ่านผิวทางที่ไม่มีความสม่ำเสมอ อาการกระเด้งกระดอนโผล่มาให้สัมผัสน้อยมาก โช้คอัพและสปริงของ Lexus ปรับค่าการทำงานให้สอดรับกับทุกสภาพทางได้อย่างเหลือเชื่อ

บนถนนที่มีพื้นผิวเรียบและทางเริ่มโล่ง ผมเติมคันเร่งลงไปเรื่อยๆ IS300h F Sport ตอบกลับด้วยการวิ่งที่มีทั้งความนิ่งและเนียนพริ้ว ให้ความรู้สึกสบายตรูดมากกว่าพวกเยอรมันอย่างชัดเจน กันสะเทือนและแชสซีผ่องถ่ายไดนามิกส์ที่สุดยอดของ IS300h มันจะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาอย่างมาดมั่น ทันทีที่คุณเริ่มต้นใช้ความเร็ว แม้คาแรกเตอร์แบบสปอร์ตซีดานของมัน จะโดนขวางกันด้วยประสิทธิภาพของระบบส่งกำลัง ที่ยังคงเป็นรองฝั่งยุโรป วิศวกรของค่ายหัวลูกศร พยายามปรับการทำงานของเกียร์ E-CVT ด้วยการเติมโหมดแมนนวล เพื่อชิปเกียร์ผ่านตำแหน่ง +/- บนคันเกียร์ หรือใช้นิ้วกดเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ ด้วยแป้น Paddle หลังพวงมาลัย Lexus ปรับเกียร์ E-CVT ลูกนี้ให้มีแค่ 6 สปีด เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบล็อกอัพทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ลอกเลียนแบบการทำงานของเกียร์อัตโนมัติในรถสปอร์ต เกียร์ในโหมดแมนนวล หากไม่กลัวอายุการใช้งานหดสั้น คุณสามารถขับลากรอบโดยที่เกียร์ยังคงทดอยู่ตำแหน่งเดิมตราบใดที่ยังไม่กดเปลี่ยนเกียร์หรือโยกคันเกียร์ มันจะคาเกียร์ให้สามารถลากรอบได้ยังกับเกียร์ธรรมดา 

กำลังของเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงสี่สูบ 16 วาล์ว ความจุ 2.5 ลิตร รีดเค้นแรงม้าโดยไม่รวมกับมอเตอร์ได้ที่ตัวเลข 181.1 แรงม้า หรือ 133.5 กิโลวัตต์ ที่รอบเครื่อง 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องยนต์เพียวๆ อยู่ที่ 221 นิวตันเมตร ที่ 4,200 -5,400 รอบต่อนาที ส่วนย่านกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้านั้นมีให้ถึง 143.0 แรงม้า เมื่อผสมร่วมกับเครื่องยนต์ทำให้มีแรงบิด 300 นิวตันเมตร หรือ 31.3 กิโลกรัมเมตร เมื่อทั้งสองระบบทำงานพร้อมกันบนโหมดสปอร์ตเอส-พลัส แรงดึงอย่างต่อเนื่องหากลงคันเร่งลึกในโหมด Sport S+ จะทำให้สภาพการขับขี่ของ IS300h แปรเปลี่ยนไปจากรถแม่บ้าน มาเป็นสปอร์ตซีดานที่มีความมาดมั่น แม้กำลังแรงม้าแรงบิด จะสู้พวกเยอรมันเสียบปลั๊กไม่ได้ แต่ความสนุกและความเฉียบคมนั้นมีให้พอๆ กัน ใน BMW และ Mercedes รุ่นเครื่องยนต์ Plug in Hybrid นอกจากจะประหยัดแล้ว มันแรงจนทำให้รู้สึกเสียวสยองหากอัดเค้นกันอย่างต่อเนื่อง แต่ใน Lexus ซึ่งหมายถึงความเป็นผู้ลากมากดีเงินถุงเงินถัง IS300h มีแรงดึงในลักษณะไหลขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่กระโชกโฮกฮาก นิ่มนวลและหนักแน่น เนียนแต่ซ่อนความโหดไว้ที่โหมดขับเคลื่อน Sport S+

บนเส้นทางภูเขาในจังหวัดสุพรรณบุรี เชื่อมต่อกับกาญจนบุรี ผมยัดโหมดสูงสุดพร้อมกับการขับเร็วอย่างต่อเนื่อง เพื่อทดสอบการทรงตัวบนทางที่คดเคี้ยว พวงมาลัยในโหมด Sport + หนักแต่ไวและคมกริบ เล็งไปทางไหนก็แม่นราวกับจับวาง ไม่มีขาดหรือเกิน การปรับจูนเพื่อทำให้พวงมาลัยมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ การจะปรับระบบบังคับเลี้ยวทั้งแกนให้ดีงาม มีสัมผัสที่ถูกอกถูกใจนักขับนั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน มีต้นทุนของระบบที่แพงเอาเรื่อง IS300h มีน้ำหนักของพวงมาลัยและความแม่นยำเหนือกว่า 330e เล็กน้อย มันล้ำหน้า BMW นิดหน่อยตรงสัมผัสที่ดีเยี่ยม น้ำหนักในทุกย่านความเร็วที่ผกผันอยู่ตลอดเวลา ชุดบังคับเลี้ยวของ IS F Sport ส่งถ่ายความมั่นใจให้กับคนที่อยู่หลังพวงมาลัย ความนิ่งและระยะของการหมุนที่ให้ความแม่นยำชัดเจน ไม่มีอาการสับสนหรือขืนตัว จังหวะหมุนเข้าโค้งมุมแคบ บนเส้นทางที่วกไปวนมาอุดมไปด้วยโค้งสารพัดรูปแบบ อัตราทดที่ผกผันไปกับความเร็วและองศาของตัวรถ ตามการตรวจตราของ ECU มันจะปรับน้ำหนักให้น้อยหรือมาก ทันทีที่รับรู้ได้ว่าผู้ขับขี่กำลังทำอะไรอยู่กับคันเร่ง ในย่านความเร็วเดินทาง พวงมาลัยไฟฟ้าของ Lexus ช่วยทำให้คุณไม่ต้องเหนื่อยกับการประคองพวงมาลัยไปตลอดทาง น้ำหนักที่สุดยอด ทำให้มันเป็นหนึ่งในพวงมาลัยรถยนต์ประเภทซีดานที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยขับทดสอบ ไม่เว้นแม้แต่พวงมาลัยเทพๆ ของ Porsche 911/992 รุ่นล่าสุดที่มีพวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันเหมือนกันกับเจ้า IS300h คันนี้

ช่วงล่างของ IS300h ผ่านการทดสอบในสนามแข่งที่ Nurburging ในขั้นตอนของการปรับแต่งรถต้นแบบจนมีความลงตัว ที่มาของคำว่า หนึบ นุ่ม เป็นช่วงล่างที่เซตโคตรยาก ในการที่จะทำให้รถมีช่วงล่างไม่กระด้างพร้อมไปกับการยีดเกาะกับถนน IS Facelift 2021 คือหนึ่งในตัวอย่างแห่งความสำเร็จของการปรับตั้งระบบรองรับในรถ Lexus ทุกรุ่นโดยเฉพาะสปอร์ตซีดาน ด้วยโช้คอัพ Lexus Swing Valve Shock Absorber และระบบ AVS Adaptive Variable Suspension System ยางสปอร์ต Potenza S001 ที่มีกริบอย่างเจ๋งและเกาะถนนได้อย่างเหลือเชื่อ! การขับมันไปบนถนนที่สวยงามของภาคตะวันตกเป็นเรื่องที่น่าจดจำ IS F Sport เป็นรถที่วิ่งได้ไม่เร็วมาก ค่อนข้างขัดแย้งอย่างรุนแรงกับรูปทรงที่ดุดันและน่าจะมีสัก 350 แรงม้า!

ความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้คือ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มากเกินพอสำหรับรถยนต์ Hybrid และไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับ BMW 330e หรือ Mercedes-Benz C300e ที่มีราคาถูกกว่า IS300h รุ่น F Sport ถึง 1.1 ล้านบาท แต่มีสมรรถนะของแรงม้าและแรงบิดเหนือชั้นกว่ามาก ลึกลงไปในภาพรวม ด้วยการขับขี่ที่นิ่มนวลนั่งสบาย จากระบบรองรับที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะกลไกของสปริงวาล์วแบบใหม่ในโช้คอัพ กับการปรับความแข็งอ่อนให้สอดคล้องไปกับสภาพเส้นทางหรือความเร็วของ AVS รวมกับชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่เซตน้ำหนักพวงมาลัยมาเป็นอย่างดี การขับมันให้เร็วขึ้นบนโหมดสปอร์ตพลัส มีอัตราสิ้นเปลืองที่ไม่แตกต่างจากโหมดประหยัดเท่าไรนัก (9.5-10.2 กิโลเมตรต่อลิตร บนเส้นทางภูเขา ในโหมด Sport)

คุณจะสนุกไปกับการขับ IS300h F Sport จากการตอบสนองที่รวดเร็วในโหมดที่กระฉับกระเฉงมากที่สุดอย่าง Sport S+ เมื่อหมุนปุ่มควบคุมการปรับตั้งโหมดไปทางขวาสุด Sport Plus Mode จะปรับเปลี่ยนมาตรวัด TFT ให้กลายเป็นมาตรวัดแบบรถแข่ง เมื่อใช้รอบเกิน 4,000 รอบต่อนาที มาตรวัดจะเปลี่ยนเป็นสีส้มทันที และจะกลับมาเป็นสีขาวอย่างเดิมเมื่อรอบเครื่องลดลงต่ำกว่า 4,000 รอบต่อนาที คันเร่งในโหมดนี้ จะปรับตัวเองให้เร็วและตอบสนองไวขึ้น ความยืดหยุ่นของสัมผัสที่เปลี่ยนไป เกิดขึ้นทุกหน่วยการควบคุมที่ปรับการทำงานจากรับเป็นรุก พวงมาลัยจะตอบสนองต่อการหักเลี้ยวด้วยน้ำหนักที่แน่นมากกว่าเดิม ในย่านความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมันมอบความมั่นใจได้คล้ายกับกำลังควบ Series-3 330e รุ่นล่าสุด แม้จะไม่แรงเท่าแต่ IS300h ทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยมในย่านความเร็วสูง เกียร์ E-CVT พยายามอย่างหนักในการเติมเต็มสมรรถนะแต่ก็ทำได้ไม่ถนัดเท่าที่ควร แต่สิ่งที่เข้ามาทดแทนคือรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำเมื่อใช้สปีดในย่านความเร็วเดินทาง รอบเครื่องยนต์หล่นลงมาอยู่ที่ 1,500-1,800 รอบต่อนาทีที่ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การใช้รอบเครื่องที่ไม่สูงมากเกินไปส่งผลไปถึงความประหยัดบนตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยสำหรับการวิ่งทดสอบทางไกลในโหมด Sport Plus บนเส้นทางภูเขาที่ใช้คันเร่งอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 9.5 กิโลเมตรต่อลิตร

เมื่ออยู่ใน IS300h F Sport มาครบ 6 วัน และวันท้ายๆกับการนำออกมาขับทางไกล ลากยาวทั้งวันไป - กลับ 650 กิโลเมตร ความคุ้นเคยเริ่มแปลเปลี่ยนมาเป็นความชอบ อย่างที่บอกว่ามันเป็นรถที่เน้นความสุภาพนุ่มนวล แต่ทรงของรถโดยเฉพาะด้านหน้านั้น มีคาแรกเตอร์สปอร์ตซีดานอย่างโหดที่น่าจะพกพาฝูงม้าให้มากกว่านี้ ท่ามกลางความประหยัดของระบบขับเคลื่อน Hybrid รูปทรงหน้าตาจัดว่าหล่อดุ ชุดแต่ง F Sport แสนแพง ดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างได้ดี ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ก็ตาม จากจำนวนของ IS ซึ่งมีวิ่งอยู่บนถนนของไทยไม่มากนัก รถ Lexus นั้น รุ่นที่ขายดีที่สุดคงไม่พ้น Crossover หรูหราในตระกูล NX และ RX นอกเหนือไปจากนั้นในรุ่นอื่นๆ มียอดขายแค่ไปได้เรื่อยๆ ผู้คนส่วนใหญ่ที่ซื้อ Lexus นั้น มักจะเคยมีทั้ง BMW Audi Mercedes Benz และ Volvo การเลือกซื้อรถ Lexus คุณจะได้รถที่มีราคาสูงกว่าคู่แข่ง แต่ไม่แรงเท่า! IS ให้สัมผัสที่มีความแตกต่างจากรถยุโรปขณะขับเคลื่อน บนความหรูที่เทียบเคียงกับรถยุโรปของ Lexus จุดเด่นของ Lexus ไม่ได้อยู่ที่กำลัง แต่อยู่ที่ความคงทนและงานบริการหลังการขายระดับไฮคลาส ซึ่งกลายเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ และทำให้ลูกค้ากลุ่มเล็กๆ ยังคงจงรักภักดีแบบไม่มีเสื่อมคลาย

แม้จะไม่สามารถสร้างตัวเลขยอดขายได้มากเท่ากับสามแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี แต่ความจงรักภัคดีต่อแบรนด์ Lexus ของลูกค้าคนรวยในไทย  เกิดขึ้นจากความทนทานของรถ ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกกวนใจ หรือชอบนอนศูนย์มากกว่านอนที่บ้าน คล้ายกับการขับ Toyota ที่โคตรจะทน แต่มีความหรูหราเทียบเท่าหรือเหนือชั้นกว่ารถยุโรป ในส่วนของงานบริการหลังการขาย ที่เปรียบเสมือนหัวใจในการทำธุรกิจขายรถ การดูแลลูกค้าหลังการขายของ Lexus ปากต่อปากของลูกค้า ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อยู่ในระดับสุดยอด ทั้งหมดทั้งปวงในการเลือกซื้อรถยนต์ราคาแพง สิ่งที่เจ้าของรถต้องการก็คือ ความแข็งแกร่งทนทาน ใช้งานนานเป็นสิบปีก็ไม่พัง ไม่มีปัญหากวนใจ หรือมีราคาอะไหล่แพงระยับดับจิต มีความถึกทนเหมือนรถ Toyota แต่หรูกว่าและขับได้ดีกว่ามาก นั่นก็คือ Lexus ละครับ เท่าที่ฟังๆ ดู คนที่ใช้ Lexus ส่วนใหญ่ หนีความจุกจิกของรถยุโรปมาทั้งนั้นละครับ 

ราคา 3,890,000 บาท แลกกับรถ Hybrid สองรูปแบบ IS300h F Sport เป็นได้ทั้งรถขับประหยัดและอัดแรงๆ ได้อย่างเมามัน เหมือนรถจ่ายกับข้าวผสมสปอร์ตซีดาน แม้เครื่องเสียงชั้นเยี่ยมอย่าง mark levinson จะไม่ได้ถูกติดตั้งมาให้ในรุ่น F Sport Package ซึ่งเป็น IS รุ่นแพงสุดที่ผมเอามาขับทดสอบ เครื่องเสียง Lexus Premium Sound พร้อมลำโพง 10 ทิศทาง ช่วยขับกล่อมให้คุณได้เพลิดเพลินใจได้ตลอดเส้นทาง วัสดุภายในแม้จะมีพลาสติกมากไปหน่อย ก็ยังถือว่าหรูหรามีระดับ หนังสีแดงสลับดำ ประดับประดาอยู่ทั่วห้องโดยสาร ตำแหน่งนท่านั่งขับจัดวางมาดีสูสสีกับ Mercedes-Benz เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร กับระบบ Hybrid ทำงานได้เนียน ไม่แรงเท่าพวกเยอรมัน แต่ขับสนุกโดยเฉพาะช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว ให้สัมผัสอยู่ในเกณฑ์ 5 ดาว ระบบส่งกำลงแบบ E-CVT ที่พยายามทำตัวเลียนแบบเกียร์เจ๋งๆ ของพวกยุโรป ถือว่าสอบผ่านจากการผ่องถ่ายอัตราทดที่เนียนใช้ได้ แต่เป็นอีกจุดที่ยังคงเป็นรองชุดส่งกำลังของ BMW และ Mercedes-Benz รวมถึง Audi ซึ่งเป็นการบ้านของ Lexus ที่จะต้องนำไปปรับปรุงต่อไป ที่ชอบที่สุด นอกจากหน้าตาที่ดุดันของมันก็คือ พวงมาลัยไฟฟ้าและช่วงล่าง ซึ่งปรับแต่งจนอยู่ในระดับเทพของวงการสปอร์ตซีดาน ให้ทั้งความแม่นยำและความมั่นใจ ส่งผลไปถึงการควบคุมที่ง่ายดาย เป็นรถที่มีการขับขี่ดีสมราคาค่าตัว รูปลักษณ์ภายนอกที่แปลกตา มีความแตกต่างจากคู่แข่งแดนไส้กรอกอย่างสุดขั้ว กับศักดิ์ศรีของชาติตระกูลที่เหนือกว่าของแบรนด์ Lexus สภาพการขับขี่ที่จูนมาจนใกล้เคียงกับคู่แข่งจากยุโรป แค่ไม่แรงเท่า ซึ่งจริงๆแล้วควรจะมีกำลังมากกว่านี้ ถ้าคุณเป็นคนมีเงิน (เยอะ) ไม่แคร์เรื่องราคาแสนแพงของมัน และอยากให้พวกที่ขับ BMW หันกลับมามอง คงต้องเลือก IS300h F-Sport  ซึ่งเป็นรถที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความร่ำรวยให้กับเจ้าของได้อย่างแท้จริง ดูรวยแต่ไม่แรง เลือกเอาเองนะครับ.


ENGINE
Type (2AR-FSE) 2.5-Liter L-4 16-Valve Dual VVT-i
Displacement 2,494 cc
Max. Output 181:178 / 6,000 ps:hp/rpm
Max. Torque 221 / 4,200 - 5,400 Nm/rpm
Fuel System EFI , D-4S
Fuel Tank Capacity 66 L
Fuel Type Benzene 95 or higher (E10 or E20)

MOTOR
Type Permanent Magnet Synchronous Motor (1KM)
Output 105 kW / 143:141 ps:hp
Torque 300 Nm
Total System Output 164 kW / 223:220 ps:hp


PERFORMANCE
Max. Speed 200
0 - 100 km/h 8.5 sec
Avg. Fuel Consumption 19.23
CO2 Emission (Combined) 122 g/km
Emission Standard EURO 4


DIMENSION & WEIGHT
Length 4,710 mm
Width without Mirror 1,840 mm
Height 1,435 mm
Wheelbase 2,800 mm
Tread Front 1,580 mm
Tread Rear 1,575 mm
Curb Weight 1,700 - 1,735 kg
Gross Vehicle Weight 140kg

HYBRID BATTERY
Battery Type Permanent Magnet Synchronous Motor (1KM)
Number of Battery Cells 105 / 143:141
Norminal Voltage 300 V
System Voltage 164 / 223:220 V

CHASIS
Transmission E-CVT
Suspension (Front/Rear) Double Wishbone/Multi-link
Adaptive Variable Suspension (AVS)
Brake (Front/Rear) Ventilated Disc
Tires Size (Front) 235/40 R19 SM SP
Tires Size (Rear) 265/35 R19 SM SP

EXTERIOR
Windshield Glass: UV Cut
Front Side Glass: Super UV Cut + B29Water Repel
Rear Side Glass: UV Cut
Moonroof (Inner Slide)
Outside Rear View Mirror (Electric + Heater + Turn Signal) : EC mirror +Auto fold, Memory, BSM, PVM


LIGHTING
Headlamps :3-LED
Auto High Beam System (AHB)
Headlamps Leveling (Static Auto)
Headlamps Cleaner
LED Daytime Running Lights (DRLs)
Rear Fog Lamp
LED High Mount Stop Lamp


INTERIOR
Seat Cover Material :Smooth Leather
Power Front Seat 8-way Adjuster (Driver Seat with Lumbar 2-way) : with Memory (D)
Seat Heater & Seat A/C (Front seats)
Rear Seat Folding (Manual 60:40)
8-inch Color TFT LCD Meter
Power Tilt & Telescopic Steering Column
Steering & Shift Lever Knob Material : Sport
Steering Wheel Control Switch with Paddle Shift
Vanity Mirrors & Lamps (Front Seats)
Leather Center Console Box with 2 USB Ports & Mini Jack
Rear Door Power Sunshade
Interior Illumination System
2-Zone Air Conditioner with S-Flow & Pollen Filter


OPERATION
Intermittent Wiper : with Auto Rain Sensor
Drive Mode Select (ECO/NORMAL/SPORT) : with Sport+
Cruise Control : with All-Speed Adaptive
EV mode
Smart Entry & Start System
Card Key
Parking Assist with PKSB (Parking Support Brake)
EMV (Electro Multi-Vision) Touchscreen Display : 10.3 inch
Remote Touch Pad Controller
Apple CarPlay
Bluetooth
Navigation System
Back Monitor with Smart Camera : with Panoramic View Monitor
Lexus Premium 10-Speaker Sound System

SAFETY
Precrash Safety System (PCS)
Lane Change Assist with Blind Spot Monitor (RCTA & BSM)
Lane Tracing Assist with Steering Wheel Vibration
Vehicle Dynamic Integrated Management (VDIM)
Traction Control (TRC)
Vehicle Stability Control (VSC)
Anti-lock Brake System (ABS) with Electronic Brake Force Distribution (EBD)
Brake Assist System (BA)
Hill-Start Assist Control
Duel Stage SRS Airbags System (Front Seats)
Knee Airbags (Front Seats)
Front Side Airbags (Front Seats)
Rear Side Airbags (Rear Seats)
Side Curtain Shield Airbags
3-point ELR (Emergency Locking Retractor) Seatbelts (Front Seats)
3-point ELR seatbelts (Rear Seats)
Anchor Bars for fixing ISO IFX (Child Seat) (Rear Seats)
Anti-Theft System (Silen + Sensor + Glass + Angle)


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-5253692475053

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

LEXUSLEXUS IS300hเลกซัสอาคม รวมสุวรรณTest Driveรีวิวรถยนต์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564 เวลา 00:59 น.