ลองกี่ครั้งก็ยังชอบ ทดสอบ SUBARU XV 2.0i-P GT EDITION

ข่าว

    ลองกี่ครั้งก็ยังชอบ ทดสอบ SUBARU XV 2.0i-P GT EDITION

    ไทยรัฐออนไลน์

    6 ม.ค. 2564 10:00 น.

    ก่อนที่จะถึงเวลาปรับโฉมก็ขอเสริมสวยด้วยการเขียนหน้าทาปากใหม่ เพื่อเพิ่มเติมความน่าสนใจ หลังจากออกขายมานานกว่า 3 ปีแล้ว นี่คือ Subaru XV เจนเนอเรชันที่ 2  ในรูปแบบของการตกแต่งด้วยอุปกรณ์พวกแอร์โรพาร์ทจาก GT Edition เป็นของแต่งที่โผล่ออกมาพร้อมๆ กับ Forester GT ในช่วงปลายปี 2563 โดย TC Subaru ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Subaru ในประเทศไทยเป็นผู้ที่สรรหาของมาเล่นให้กับแฟนคลับที่ชื่นชอบการตกแต่งรถยนต์ Subaru การเสริมหล่อล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก XV วางขายมานานกว่า 3 ปีแล้ว อุปกรณ์ตกแต่ง GT Edition ที่ผลิตโดยโรงงาน Subaru ออกแบบมาเพื่อความสวยงามและมีการยึดติดกับตัวรถด้วยความแข็งแรง ส่วนใหญ่จะประดับประดาอยู่ที่กันชนหน้า กาบด้านข้าง กันชนหลัง และล้อ ส่วนภายในนั้น ยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง

    Subaru XV รุ่นและราคา
    Subaru XV 2.0 i AWD 1,159,000 บาท
    Subaru XV 2.0 i-P AWD 1,259,000 บาท
    Subaru XV 2.0 i-P AWD GT Edition ล้อ 17 นิ้ว 1,338,000 บาท
    Subaru XV 2.0 i-P AWD GT Edition ล้อ 18 นิ้ว 1,358,000 บาท (รถทดสอบ) 

    XV เป็น Crossover ขับเคลื่อน 4 ล้อไซส์เล็ก แค่รุ่นเดียวในไทย รูปแบบของตัวถังมีมุมมองคล้ายกับรถแฮตช์แบคห้าประตู โดยมีการเติมความอเนกประสงค์ของห้องโดยสาร เบาะหลังแบบพับได้พร้อมพื้นที่ขนสัมภาระที่มากกว่ารถเก๋ง 4 ประตูไซส์เล็ก สัดส่วนความสูงที่มากกว่ารถซีดานในการทำตัวเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขาลุยขับเคลื่อนสี่ล้อ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Mazda CX-30 / Honda HR-V / MG ZS / Toyota Corolla Cross / Mazda CX-3 /Toyota C-HR ยอดขายของ XV นั้นยังคงตามหลังรถร่วมกลุ่มอยู่ไกลลิบ แต่คนที่ซื้อ Subaru มักเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ที่รักการขับและชอบรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ไม่สนเรื่องของการซ่อมบำรุงที่มีค่าใช้จ่ายมากกว่ารถแบรนด์อื่น หรือราคาขายต่อที่ตกมากกว่าคู่แข่งแบบเห็นๆ การเลือกรถที่ตรงกับความต้องการ โดยเน้นไปที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา และการยึดเกาะที่ต้องเหนือกว่ารถครอสโอเวอร์ทั่วไป ซึ่งมักจะใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ถือว่าเป็นการเลือกที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการเลือกรถยนต์จากแบรนด์หมู่ดาวที่มีระบบขับเคลื่อนแตกต่างไปจากรถยี่ห้ออื่นอย่างชัดเจน 

    Subaru Global Platform - SGP ถูกนำมาปรับในnew XV และรถยนต์ Subaru หลากหลายรุ่นที่วางขายอยู่ในปัจจุบัน ชิ้นส่วนที่สามารถทดแทนกันได้ ทำให้ Subaru มีต้นทุนในการผลิตลดลง ตัดปัญหาเรื่องการขาดแคลนชิ้นส่วนอะไหล่ แชสซี SGP ยังถูกออกแบบให้รองรับเครื่องยนต์พลังงานทางเลือกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Plug in Hybrid หรือแม้แต่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เป็นแพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง เพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุเป็นหลัก SGP ยังทำคะแนนสูงสุดถึง 5 ดาว จากการทดสอบการชนปะทะของรถ XV และ Forester โดยสถาบัน Euro NCAP ซึ่งมีมาตรฐานในการทดสอบการชนและการประเมินผลที่น่าเชื่อถือ (มากกว่าสถาบันทดสอบการชนอื่นๆ) การวางเครื่องยนต์ที่ต่ำกว่ารถทั่วไป บนแพลตฟอร์มใหม่ SGP ทำให้ Subaru XV เป็นรถครอสโอเวอร์ยกสูงที่สามารถควบคุมทิศทางได้ดี (มาก) จุดศูนย์ถ่วงของตัวเครื่อง เตี้ยลงอีก 5 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ XV รุ่นแรก ทำให้การถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนทุกล้อมีความสมดุลสูง เครื่องยนต์ที่ต่ำกว่าปกติยังช่วยลดอาการโคลงตัวลงไปได้ถึง 50% ลดเสียงรบกวนจากภายนอก รวมถึงการลดแรงสั่นสะเทือนลงไปอีก 30% การจัดการเกี่ยวกับอัตราเฉลี่ยของการกระจายน้ำหนัก มีตัวเลขที่สมมาตรเหมือนเดิม เรขาคณิตที่ดีของระบบรองรับที่ปรับปรุงใหม่ รวมกับความชำนาญด้านการปรับตั้งระบบรองรับและชุดบังคับเลี้ยวของรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อของ Subaru ทำให้สมรรถนะของ XV อยู่ในระดับหัวแถว ในกลุ่ม Crossover เล็ก ที่มีราคาประมาณล้านนิดๆ คู่แข่งอย่าง Honda HR-V / Mazda CX-3 /Mazda CX-30 / Toyota Corolla Cross หรือแม้แต่ MG ZS อาจมีบางจุดที่เด่นกว่า และทำให้ขายได้ดีกว่า แต่รถยนต์เหล่านั้นจะกลายเป็นมวยรองทันที  เมื่อเจอกันบนเส้นทางภูเขาที่คดเคี้ยว ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร ลักษณะการวางเครื่องยนต์ และการกระจายน้ำหนัก ซึ่งรถคู่แข่งยังคงเป็นรองเจ้า XV เมื่อเปรียบเทียบกันอย่างตรงไปตรงมา

    Subaru XV GT สีขาวกระจ่าง sunshine orange เหมือนรถแฮตช์แบคยกสูงที่สมส่วน ความยาวตัวถัง 4,465 มิลลิเมตร มองด้วยตาเปล่าแทบจะมองกันไม่ออกว่ามันยาวกว่าโฉมที่แล้ว 15 มิลลิเมตร รูปลักษณ์ที่ลงตัวแต่ยังคล้ายกับ XV รุ่นแรก เกิดจากการออกแบบเพื่อทำให้มันมีรูปทรงที่กะทัดรัดสมกับความเป็นรถครอสโอเวอร์ ที่ไม่ใช่เอสยูวี เหมาะกับการใช้งานในเมือง สำหรับขนาดความสูง 1,615 มิลลิเมตรนั้นยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องอยู่ที่ 200 มิลลิเมตร ลุยทางวิบากได้อย่างสะดวก รูปลักษณ์ของ XV เจนเนอเรชันที่ 2 ออกแบบไฟหน้าใหม่ให้เล็กลง ไฟหน้ามีไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights รูปแบบของไฟหน้าเฉียบคม โคมไฟพลาสติกใส ภายในวางไฟหรี่ LED ไฟสูง ไฟต่ำ แบบโปรเจกเตอร์ที่ทำงานโดยปรับองศาของมุมแสงหักเหไปตามทิศทางของพวงมาลัย หลอดไฟเลี้ยวยังคงติดตั้งไว้ในกรอบเดียวกัน ไฟหน้าของ XV เชื่อมโยงกับรูปทรงของกระจัง ฝากระโปรง และสปอยเลอร์หน้า สปอยเลอร์หน้าขนาดใหญ่เป็นชิ้นเดียวกับกระจังหน้าที่คลุมทับส่วนหน้าทั้งหมดของ new XV กระจังหน้าออกแบบให้มีช่องรับอากาศ ทำจากพลาสติกสีดำทรงตะแกรงรังผึ้ง คาดกลางด้วยงานโครเมียมแปะตราสัญลักษณ์รูปดาวหกดวงบนพื้นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นตราของแบรนด์หมู่ดาว Subaru ไฟตัดหมอกทรงกลมออกแบบให้ฝังลงในมุมทั้งสองข้างของสปอยเลอร์หน้าโดยมีการเพิ่มเติมรายละเอียดให้มากกว่ารุ่นแรก ใช้การเน้นกรอบไฟตัดหมอกด้วยการทำเป็นร่องวางตำแหน่งอยู่ในกรอบพลาสติกสีดำอย่างสวยงาม จุดเด่นของด้านหน้าใน Subaru new XV นอกจากไฟหน้าใหม่ กระจังหน้าใหม่และสปอยเลอร์แบบใหม่แล้ว ฝากระโปรงหน้ายังทำออกมาได้ดีจากดีไซน์ยกแนวสันนูนที่เฉียบคม สอดรับกับมุมของไฟหน้า เพื่อเพิ่มความเด่นชัดยามแสงตกกระทบ สัดส่วนด้านหน้าทั้งหมดสื่อให้เห็นถึงความตั้งใจในการออกแบบโดยยังคงติดกลิ่นของ XV รุ่นแรกอยู่พอสมควร

    ราคาที่แพงกว่ารุ่นมาตรฐานของ XV 2.0i-P GT Edition AWD ถึง 90,000 บาท เกิดจากอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายใน เช่น สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลังคา เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำ ตกแต่งด้วยแถบสีเทา กล้องมองภาพรอบคัน ล้ออัลลอยลายใหม่แบบกงจักร หรือลายใบพัดสีดำสลับเงิน ขอบ 18 นิ้ว XV เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อที่มีขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบา ทำให้เกิดความคล่องตัวเมื่อต้องขับในเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง ด้านข้างของตัวถังเรียบและลื่นไหล พลาสติกกันกระแทกปิดคลุมซุ้มล้อโดยยังคงใช้ของเดิมคล้ายรุ่นแรกกลายเป็นวัสดุกันกระแทกที่ติดตั้งมาจากโรงงานเพื่อป้องกันริ้วรอยจากการวิ่งลุยทางหินทางฝุ่น ชิ้นงานพลาสติกชายล่างนี้ไล่ตั้งแต่ซุ้มล้อไปจนถึงสปอยเลอร์หลัง พร้อมสเกิร์ตในรุ่น GT Edition ข้างเสาหน้าที่มีองศาของความลาดเอียงที่เหมาะสม ออกแบบมาเพื่อทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของอากาศมีตัวเลขที่ดีขึ้น กระจกบังลมบานหน้าที่ลาดเอียงมากกว่าปกติเชื่อมโยงแนวของหลังคาไปจนถึงเสาท้าย XV มีความปราดเปรียวด้านมุมมอง แรคหลังคาทำจากอะลูมิเนียมสีเงิน ติดมาให้เพื่อยึดกับแรคสำหรับการขนสัมภาระ แม้จะทำตัวเป็นรถลุย แต่ยังห่วงความสวยงามด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ขอบ 18 นิ้ว ที่ออกแบบได้สวยงามและมีความแตกต่างจากล้อลายก้านของ XV รุ่นปกติ ล้อสีดำตัดขอบด้วยสีเงินของอัลลอย ส่วนยางติดรถมาจากโรงงานนั้นเป็นยางเยอรมนีคุณภาพสูงยี่ห้อ Continental รุ่น Ecocontact 6 ขนาด 225/55/R18 เป็นยางแก้มเตี้ย Series-55 และมีเนื้อยางที่นิ่มนวล สมรรถนะของยาง Continental โดเยเฉพาะลายดอกยางให้การยึดเกาะผิวถนนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

    แพลตฟอร์ม SGP ทำให้ XV มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ความแข็งแกร่งก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย น้ำหนัก 1,439 กิโลกรัม หนักกว่า XV 2.0 i-P รุ่นที่แล้ว 5-10 กิโลกรัม บั้นท้ายแบบแฮตช์แบคห้าประตูตัวโย่ง มีฝาท้ายที่เปิดออกได้ด้วยมุมกว้าง ฝาท้ายใช้ยกด้วยมือไม่มีระบบเปิดฝาท้ายอัตโนมัติเหมือน Forester ไฟท้ายทรงยาวสอดประสานไปกับแนวของฝาท้ายและสปอยเลอร์หลัง การออกแบบที่ลงตัว ทำให้ Subaru XV GT Edition เหมือน Impreza  รุ่นล่าสุดที่ถูกยกสูง งานดีไซน์โดนใจลูกค้าสายซูบี้ที่ชอบรถครอสโอเวอร์ไซส์เล็ก กระจกบังลมบานฝาท้ายโค้งเล็กน้อย กระจกบานท้ายติดตั้งใบปัดน้ำฝนด้านหลังให้และมีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องขับฝ่าสายฝน ไฟเบรกดวงที่สามติดอยู่บนสุดตรงกึ่งกลางของกระจกท้ายใต้ชิ้นงานสปอยเลอร์หลังคา ไฟเบรกดวงที่สาม ออกแบบได้ดีด้วยการฝังตัวอยู่ในชิ้นงานตกแต่งที่อยู่บนสุดของขอบกระจก แถบพลาสติกสีแดงสะท้อนแสงที่มุมทั้งสองข้างของสปอยเลอร์คล้าย XV รุ่นแรก ช่วยเพิ่มมุมมองและความปลอดภัยในตอนกลางคืน ที่แปลกตาคือ สปอยเลอร์หรือกันชนหลัง ที่ออกแบบให้มีครีบยื่นออกมาเล็กน้อย ในสไตล์ของแต่ง GT Edition

    XV 2.0i-P GT Edition เป็น Subaru ที่ทำเหมือนบรรพบุรุษของมันโดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไร นั่นก็คือ เน้นไปที่การควบคุม ประสิทธิภาพของการยึดเกาะ และการทรงตัวบนผิวถนนที่หลากหลาย ใช้ล้อทุกล้อในการขับเคลื่อนตลอดเวลา พร้อมชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่เซตมาอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มความสามารถด้านการหักเลี้ยว เมื่อคุณมีความต้องการที่จะเดินทางท่ามกลางสมรรถนะและความนิ่มนวล คุณอาจมองข้ามรถ PPV-SUV ที่มีราคาสูสีกันแต่ขับได้ไม่ประทับใจเท่าที่ควร การหันมาเทใจให้กับรถ Subaru คุณจะพบกับโลกของการขับขี่ที่เปิดกว้างมากกว่าเดิม สัมผัสของ Subaru ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นใดยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้อย่างถ่องแท้หากคุณไม่เคยลองขับด้วยตัวเอง Subaru XV แม้จะเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนทุกล้อคันเล็ก และออกแนวลุยมากกว่ารถเก๋งทั่วไปจากระยะห่างของพื้นถนนกับใต้ท้องรถที่มากกว่ารถเก๋ง แต่สัมผัสที่ได้รับยามวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบทำได้ดี ชุดกันสะเทือนเซตออกมาในแบบหนึบและนิ่มนวลทั้งการขับบนทางลาดยางเรียบๆ ทางลูกรังขรุขระที่ผมลองขับตะลุยเข้าไปในไร่อ้อย แรงบิด 196 นิวตันเมตรไม่มากมายอะไร เป็นแรงบิดในระดับอนุบาลที่พอจะเอาตัวรอดได้บ้างในเส้นทางที่มีความหลากหลายแบบนี้ การขับขึ้นเนินชันหรือวิ่งบนทางที่ไม่มีความสม่ำเสมอ ไม่สร้างปัญหาให้กับการควบคุม ยาง continental กับเนื้อยางที่ค่อนข้างนิ่มทำให้นั่งขับได้สบาย

    สภาพอากาศและถนนหนทางในไทย ดูจะเหมาะกับรถขับเคลื่อน 4 ล้อมากกว่า เนื่องจากบางครั้งคุณต้องขับฝ่าเส้นทางที่ขรุขระซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมบำรุง หรือบ่อยครั้งต้องขับท่ามกลายสายฝน เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักเลงรถว่า Subaru มีระบบขับเคลื่อนที่ถูกอกถูกใจนักขับในไทยค่อนข้างมาก มันเป็นรถที่ขับได้ดี ทรงตัวดีและให้ความปลอดภัยเมื่อขับใชังานขณะฝนตก เมื่อถนนไม่อยู่ในสภาวะที่ปกติ การยึดเกาะจากระบบขับเคลื่อนที่สมมาตรช่วยเพิ่มความปลอดภัย ส่วนข้อเสียของ Subaru ก็คือ ศูนย์บริการที่มีไม่เยอะ ราคาค่าซ่อมค่าชิ้นส่วนอะไหล่ของค่ายที่แพงกว่ารถคู่แข่งอยู่บ้าง ทำให้ความนิยมเกิดขึ้นเฉพาะคนกลุ่มเล็กๆ ที่เสพติดการขับทุกล้อแบบสมมาตรโดยไม่ได้กระจายแพร่หลายเหมือนรถคู่แข่งอย่าง Honda HR-V / Mazda CX-30 / MG ZS / Toyota C-HR / Toyota Corolla Cross ความนิยมในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา ความสามารถในการวิ่งทางไกล การลุยไปในพื้นที่ทุรกันดารวิบากสมบุกสมบันและการขับท่ามกลางฝนตกหนัก สำหรับ Subaru เป็นแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์สูบนอน แนวคิดสร้างรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวควบคู่ไปกับประสิทธิภาพในด้านออฟโรด เมื่อเลือกใช้รถยนต์ของ Subaru คุณจะต้องมีใจรักรถยี่ห้อนี้มากเป็นพิเศษ รวมถึงชอบขับรถทางไกลเป็นชีวิตจิตใจ นักขับกลุ่มเล็กๆ เหล่านั้นถึงเลือกใช้ Subaru

    เครื่องสูบนอน Boxer ขนาด 2.0 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไม่ค่อยประหยัดเท่าที่ควร แต่ก็อย่าลืมว่าในความเป็นจริงนั้น รถขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลากินเปลืองกว่ารถขับเคลื่อน 2 ล้ออยู่แล้ว ตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง 10.3 กิโลเมตรต่อลิตร บนเส้นทางแบบผสมทั้งทางราบและทางภูเขา เป็นการขับโดยใช้คันเร่งแบบปกติ มีเร่งแซงต่อเนื่องในบางจังหวะ การขับทดสอบในช่วงปีใหม่ ซึ่งเป็นคาบเวลาของฤดูหนาวอันแสนสั้น ท้องฟ้าใสแจ๋วไม่มีอุปสรรคในการบันทึกภาพประกอบบทความทดสอบ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์สองข้างทางของตำบลแก่นมะกรูดที่สวยงามแปลกตา เมื่อขับ XV ในช่วงฤดูหนาวบนเส้นทางภูเขา ความสมบูรณ์แบบของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา Symmetrical AWD ทำให้เจ้า XV GT Edition สามารถฟันฝ่าเส้นทางที่ยากลำบากได้อย่างมั่นใจและเหนือกว่ารถยนต์ทั่วไปด้วยระบบขับเคลื่อนทุกล้อแบบสมมาตร การถ่ายเทกำลังจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ Lineartronic CVT นิ่มนวล ไร้อาการกระตุกกระชาก แต่แอบย้วยอยู่บ้าง เกียร์ CVT ทำงานไหลลื่น กลายเป็นชุดส่งกำลังที่ Subaru เลือกใช้ในรถหลายรุ่นแทนที่จะใช้เกียร์ออโต้แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ซึ่งให้สัมผัสที่ชัดเจนกว่าแต่ก็มีต้นทุนที่สูงกว่า

    เกียร์ Lineartronic CVT ถูกดัดแปลงให้ส่งถ่ายอารมณ์และความรู้สึกรวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ชิฟเกียร์ด้วยตัวเองทั้งๆ ที่มันเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบสายพานที่ไม่มีตำแหน่งของเกียร์เหมือนกับเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ในโหมดอัตโนมัติหรือ D-Mode เกียร์ CVT ลูกนี้จะปรับตัวเองทันที เพื่อให้ตรงกับการเร่งความเร็วโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เองและรักษาโมเมนตัมของเครื่องยนต์ขณะทำการเร่ง ผลที่ได้รับคือประสบการณ์การขับขี่ที่คล้ายกับเกียร์อัตโนมัติที่มีอัตราทดจากเกียร์ 1 ไปจนถึงเกียร์ 7

    การขับปีนขึ้น-ลงเนินเขา หรือขับผ่านสภาพทางที่ทุรกันดารด้วยสวิตช์ X-Mode ข้างคันเกียร์จะปรับอัตราทดให้เหมาะสมกับสภาพของเส้นทาง X-Mode ช่วยทำให้การขับแบบออฟโรดสามารถเอาตัวรอดได้บนเส้นทางวิบาก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และ X-Mode ทำงานในย่านความเร็วต่ำเพื่อถ่ายเทแรงบิดสำหรับการลุยในแนวออฟโรด เกียร์ CVT ลูกนี้ยังส่งถ่ายกำลังได้อย่างต่อเนื่องแม้จะมีอาการย้วยๆ อยู่บ้างเมื่อทำการคิกดาวน์เพื่อแซง เทคโนโลยีของระบบส่งกำลังนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ Boxer และระบบขับเคลื่อนทุกล้อแบบสมมาตร เพื่อช่วยลดการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราทดของเกียร์ Lineartronic CVT ช่วยให้เครื่องยนต์สร้างแรงบิดได้ดีพอประมาณในช่วงของพลังงานที่เหมาะสม ในขณะที่เกียร์ทั้งลูกมีน้ำหนักเบาจากการออกแบบที่กะทัดรัดช่วยให้เครื่องยนต์ไม่ต้องรับภารกรรมมากนัก

    พวงมาลัยแรคแอนด์พีเนียนพร้อมปั๊มเพาเวอร์ไฟฟ้าที่ต่อเชื่อมกับกล่องควบคุมหรือ ECU สัมผัสของพวงมาลัยในย่านความเร็วต่ำให้ความรู้สึกที่เบามือ การหมุนพวงมาลัยเพื่อหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางหรือเลี้ยวกลับลำทำได้ดี พวงมาลัยไฟฟ้าแบบใหม่ส่งถ่ายความชัดเจนและความแม่นยำขณะขับขี่แทบจะไม่แตกต่างจากพวงมาลัยชั้นดีของรถเยอรมัน ความคงทนของแรคพวงมาลัยในชุดบังคับเลี้ยว วิศวกรของ Subaru ออกแบบให้จุดยึดและข้อต่อให้มีความแข็งแรงมากกว่าปกติ เนื่องจากชอบทำตัวเป็นรถออฟโรด แรคพวงมาลัยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้เหนียวให้ทนเข้าไว้ พวงมาลัยแบบสามก้านหุ้มด้วยหนังแท้มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ติดตั้งมาให้หลังวง รูปทรงที่เล็กกะทัดรัดของแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เข้ากันกับพวงมาลัยได้ดี แม้จะทำด้วยพลาสติกสีดำที่มองดูแล้วมีต้นทุนไม่มากมายอะไร

    จุดเด่นของรถยนต์ Subaru ก็คือระบบขับเคลื่อนและช่วงล่าง ที่ทำออกมาให้นั่งได้สบาย เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องพูดถึง ในเรื่องความแข็งกระด้างของช่วงล่างถูกขจัดออกไปด้วยแก้มยางอย่างสูง Series-60 การออกแบบจุดยึดและการคำนวณค่าของมุมที่จะรับทั้งแรงกระแทก กับการยืดและยุบตัวของสปริงและโช้คอัพด้วยค่าที่ถูกต้องให้ความนุ่มนวลที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แถมยังมอบความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วได้ในเกณฑ์ที่ดี ช่วงล่างถ่ายเทความรู้สึกทั้งหมดตรงสู่พวงมาลัย ชุดกันสะเทือนของ XV ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง เหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบปีกนกสองชั้นพร้อมด้วยเหล็กกันโคลงให้การยึดเกาะอยู่ในเกณฑ์ดีออกแนวหนึบแน่น รวมถึงการขับเข้าโค้งก็ยังนิ่งใช้ได้ การออกแบบช่วงล่างทั้งหน้าและหลังโดยพยายามใช้การปรับตั้งค่าให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนเต็มที่ ทำให้ประสิทธิภาพของการยึดเกาะถนนและการตอบสนองต่อการบังคับควบคุมในทุกระดับความเร็วดีมาก อาการโคลงตัวขณะขับเข้าโค้งลดลง จากความสามารถของแพลตฟอร์มแบบใหม่ การถ่ายเทน้ำหนักทำได้ดีน่าประทับใจ ส่งผลไปถึงการควบคุมที่ง่ายดาย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาแบบ Symmetrical AWD ทำให้วิศวกรของ Subaru มีงานล้นมือในขั้นตอนของการพัฒนาตัวรถก่อนผลิตออกขาย มันคือความจำเป็นที่จะต้องออกแบบให้ครอสโอเวอร์รุ่นใหม่คันนี้มีความสมดุลและให้การกระจายตัวของการใช้พลังงานสำหรับการลากจูง

    ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร เข้ามาช่วยเพิ่มเสถียรภาพ ทำงานผ่านกลไกของกระบวนเฟืองขับที่สลับซับซ้อน แรงบิดถูกกระจายไปยังล้อทั้งสี่แบบเท่ากันพอดิบพอดีทุกล้อเพื่อสร้างความสมดุล แรงบิดพอได้อาศัยช่วยให้คุณผ่านเส้นทางที่ยากลำบากได้บ้าง การกระจายน้ำหนักระหว่างล้อหน้าและล้อหลังที่เท่ากัน รูปทรงของเครื่องยนต์สูบนอนที่แบนต่ำและกว้าง ซึ่งอยู่ในแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำโคตรๆ เพลากลางถูกออกแบบให้มีสองส่วน ช่วยให้เครื่องยนต์ส่งถ่ายแรงบิดได้ดีขึ้น การลดจุดศูนย์ถ่วงลงไปอีก 5% ทั้งๆ ที่วางเครื่องได้ต่ำมากอยู่แล้ว ก่อให้เกิดการควบคุมที่ดี องค์ประกอบด้านความเสถียรจึงเกิดขึ้นทั่วทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการกระจายน้ำหนัก ระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อ น้ำหนักชิ้นส่วนของระบบขับเคลื่อนในรถ Subaru XV ถูกกระจายออกจากด้านหน้าไปยังด้านหลังเท่าๆ กัน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักตกลงยังส่วนหน้าหรือท้ายมากจนเกินไป

    การเก็บเสียงอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ มีเสียงรบกวนขณะขับขี่ลดลง เมื่อวิ่งที่ความเร็วเกิน 100 กิโลเมตร ก็ได้ยินเสียงเพียงแค่เสียงของยางบดไปกับผิวถนนและเสียงลมปะทะตัวถังดังเข้ามาเบาๆ การขจัดเสียงรบกวนใน XV มีการติดตั้งวัสดุซับเสียงเพิ่มเติมในจุดที่มักเกิดเสียงดังขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง เสียงการทำงานของเครื่องยนต์ Boxer 2.0 ลิตร มีความดังที่แตกต่างไปจากเครื่องยนต์แบบสูบเรียงอย่างชัดเจน เป็นเครื่องยนต์สูบนอนบ้ารอบและชอบให้กดคันเร่งบนทางตรง เมื่อลงคันเร่งไฟฟ้าแบบจัดเต็มเพื่อเรียกกำลังสำหรับการแซง การเร่งเครื่องยนต์เกิดขึ้นแบบนิ่มนวลค่อยเป็นค่อยไปจากการทดกำลังของเกียร์ CVT ความเร็วจะไหลขึ้นไปเรื่อยๆ แรงบิด 196 นิวตันเมตรนั้นน้อยเกินไปสำหรับการแซง แต่อย่างที่บอกว่าการยึดเกาะที่ดีของยางเมื่อทำงานร่วมกับช่วงล่างทำให้การควบคุมนั้นตอบสนองได้อย่างใจนึก การเอาชนะกฎเกณฑ์ด้านฟิสิกส์เมื่อต้องขับเคลื่อนด้วยล้อทั้งสี่ผ่านการปรุงแต่งจากประสบการณ์ในการสร้างรถยนต์ของ Subaru ล้อที่มีขนาดพอดีไม่ใหญ่โตจนเกินไปบวกกับแก้มยางที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้มันเอาชนะสภาพทางที่ค่อนข้างโหดหินได้ดีเลยทีเดียว

    แม้ตัวจะเล็กแต่ขีดความสามารถในการลุยของ Subaru XV ใกล้เคียงกับรถออฟโรดเต็มรูปแบบ จากการทำตัวเป็นรถ Crossover กึ่งเรียบกึ่งลุย แรงบิดรอบต่ำแค่เพียงพอต่อการขับใช้งาน ไม่ได้เร็วแบบที่ต้องการเพราะเครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบ แต่ XV เป็นครอสโอเวอร์ที่สามารถเอาตัวรอดได้แทบจะทุกสถานการณ์ การออกแบบระบบขับเคลื่อนที่ขึ้นชื่อลือชาด้านสมรรถนะทำให้ Subaru XV มีความเหมาะสมและครอบคลุมทุกการใช้งาน ตำแหน่งของการนั่งขับที่ยอดเยี่ยม จากความสามารถในการปรับท่านั่งได้อย่างหลากหลาย พวงมาลัยไฟฟ้าแม่นยำเข้ามาช่วยเพิ่มเติมขีดความสามารถของรถรุ่นนี้ในการที่จะขับทั้งทางเรียบและเส้นทางวิบาก ห้องโดยสารมีความเปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้ว XV ออกแบบแดชบอร์ดคอนโซลโดยผลิตจากโฟมขึ้นรูป ห่อหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้มแบบเบาะของรถสปอร์ต Cockpit ของ Subaru XV รุ่น 2.0 i-P GT ออกแบบโดยนำเอาจุดด้อยของห้องโดยสารในรถรุ่นแรกมาปรับแก้จนลงตัว พื้นที่ภายในมีขนาดความกว้างใกล้เคียงกับรถซีดานรุ่น Impreza แต่มีสัดส่วนพื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มมากขึ้น คอนโซลขึ้นรูปจากโฟมหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์มีต้นทุนสูงกว่าคอนโซลพลาสติก ช่วยซับเสียงแปลกปลอมจากภายนอกได้ดีกว่าและมีความคงทน เบาะคนขับและเบาะผู้โดยสารตอนหน้าหุ้มหนังสลับโทนสีดำ-เทาอย่างสวยงาม เบาะของ New XV เต็มไปด้วยรายละเอียดของชิ้นงานพวกผ้ากับหนังสังเคราะห์ที่ใช้ห่อหุ้ม เบาะเดินตะเข็บด้ายสีส้มเน้นบรรยากาศของรถสปอร์ต เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะคนนั่งหน้าปรับด้วยมือ เบาะหลังพับได้แบบ 60/40 เมื่อพับราบลงกับพื้นจะมีพื้นที่ขนสัมภาระเพิ่มมากขึ้น 

    ภายในของ Subaru XV มีความเปลี่ยนแปลงในรุ่น GT Edition โดยยัดกล้องมองรอบคันมาให้ DNA ของรถยนต์จากค่ายหมู่ดาวปรากฏไปทั่ว จากรูปแบบของการจัดวางและวัสดุที่นำมาใช้ เช่น หนังและพลาสติก ตำแหน่งนั่งขับดีมาก เบาะคนขับปรับไฟฟ้า สามารถปรับได้ค่อนข้างครอบคลุมไม่ว่าจะยกสูงหรือปรับกดให้เบาะเตี้ยแบบรถซิ่งแต่ก็ไม่ได้เตี้ยมากอะไรจนเหมือนนั่งกองอยู่บนพื้นรถ เบาะคนนั่งหน้าปรับมือ ราคาขนาดนี้ควรให้มาเป็นไฟฟ้าคู่หน้าได้แล้ว พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำ ไกล-ใกล้ได้ถึง 4 ทิศทาง แผงประตูมีรายละเอียดเพิ่มเข้ามาตรงที่จับมือเปิดประตูโดยทำออกมาให้มีลายคล้ายงานคาร์บอนไฟเบอร์แต่ทำจากพลาสติก ช่องวางแก้วน้ำกับช่องใส่ของกระจุกกระจิก ช่องใส่ของและพนักเท้าแขน ช่องเชื่อมต่อ USB และช่องชาร์จไฟแบบ 12V คอนโซลกลางยังคาดกลางด้วยชิ้นงานพลาสติกสีเทาทำออกมาให้ดูคล้ายอะลูมิเนียมเพื่อตัดกับหนังสังเคราะห์สีดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้ม แป้นคันเร่ง แป้นเบรกและที่พักเท้าซ้ายทำจากอัลลอยสีเงินเจาะรูแบบรถสปอร์ตเป็นอีกจุดที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปรับให้ภายในของ  XV มีความสมบูรณ์แบบสวยงามน่าใช้มากกว่าเดิม 

    หน้าปัดมาตรวัดออกแบบในลักษณะเรียบๆ มาตรวัดหน้าปัดแสดงรอบเครื่องยนต์และความเร็ว กึ่งกลางมีจอภาพ MID หรือ Multi information display แจ้งทริปมิเตอร์ A-B แจ้งเตือนและคำนวณระดับเชื้อเพลิงภายในถัง ตำแหน่งของเกียร์ออโต้ ภายในกรอบมาตรวัดยังมีไฟคอยแจ้งเตือนให้รับทราบถึงการทำงานในระบบต่างๆ ทั้งการเตือนเปิด-ปิดประตู เบรกมือ ไฟแบตเตอรี่ ระบบ ABS สวิตช์ทรงเหลี่ยมใช้ยกเลิก หรือกดใช้งานระบบควบคุมการทรงตัว ไฟเตือนโหมด AWD ขับเคลื่อนทุกล้อ ฯลฯ

    จอแสดงผลกลางหรือมอนิเตอร์สั่งงานด้วยระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว ออกแบบฟังก์ชั่นต่างๆให้ใช้งานง่าย โดยสั่งงานด้วยการใช้นิ้วสัมผัสที่หน้าจอ ระบบต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้ เช่น เครื่องเสียงและฟังก์ชันปรับตั้งต่างๆ จอภาพ 8 นิ้ว มีความละเอียดคมชัดใช้ได้ ระบบ DSP แบบใหม่ (3 way crossover switchable) และ bluetooth ภายในเครื่อง (HF/A2DP/SPP) ระบบ MUCH BETTER TOUCHING OPERATION รองรับการใช้งานกับ iPhone, iPod พร้อมด้วย APP MODE ช่องต่อ USB ระบบปรับแต่งเสียง band EQ highway sound เชื่อมต่อกับกล้องมองหลัง Rear view camera พร้อมระบบ VARIABLE COLOR COORDINATE และ KEY ILLUMINATION DIMMER 

    ซุ้มคันเกียร์มีรายละเอียดที่สวยงาม ใช้เพลตพลาสติกสีดำกับไฟบอกตำแหน่งเกียร์สีแดงที่สวยงาม คันเกียร์หุ้มหนังแท้มีขนาดที่พอดิบพอดี สวยงามกว่าคันเกียร์แบบเก่าและจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ง่ายต่อการเลื่อนขึ้น-ลง ก้านคันเกียร์ทำจากโลหะแต่หัวเกียร์ถูกหุ้มด้วยหนังสีดำประกบกับชิ้นงานพลาสติกสีเงิน-ดำ ระยะการเลื่อนคันเกียร์ CVT แปรผัน 7 สปีด ค่อนข้างกระชับและสั้น สามาผลักคันเกียร์มาทางขวาแล้วชิฟเกียร์บนแป้น Paddle Shift ได้ในลักษณะการใช้งานแบบเกียร์แมนนวล ส่วนคันเบรกมือถูกเอาออกไปแล้วแทนที่ด้วยสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าที่ใช้งานได้ง่ายกว่า

    เครื่องยนต์ Boxer สูบนอนยันชักข้างที่มีลักษณะแบนและสั้นมีความสมมาตร มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เมื่อนำมาวางลงในห้องเครื่องยนต์ของรถ Subaru ส่งผลให้รถคันนั้นจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง การที่รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ จะทำให้มีการตอบสนองต่อการบังคับควบคุมพวงมาลัยได้ดีและแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องหักเลี้ยวอย่างกะทันหัน รถจะตอบสนองได้ทันทีและไม่เสียการควบคุมเนื่องจากจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่ารถยนต์ทั่วไป จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำช่วยลดอาการโคลงตัว เครื่องยนต์ Boxer ที่มีลักษณะแบนเตี้ยจึงเข้ามาช่วยทำให้การควบคุมทิศทางมีความสามารถมากกว่ารถยนต์ที่วางเครื่องยนต์สูบเรียงหรือเครื่องยนต์สูบวี ส่วนลักษณะของระบบขับเคลื่อน โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา รวมไปถึงการวางเครื่องยนต์เพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดีนั้นมีส่วนอย่างมากในการเสริมความเสถียรของรถยนต์ XV 2.0 i-P วางเครื่องยนต์เบนซินสูบนอน รหัส FB20 แบบ 4 กระบอกสูบ DOHC (ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป) 4 วาล์ว ต่อสูบ =16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,995 ซีซี. จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้าแบบยิงตรง Direct Injection ความกว้างกระบอกสูบ 84.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 90.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 12.5 : 1 เครื่องยนต์ FB20 มีกำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 19.98 กิโลกรัม-เมตร หรือ 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ Lineartronic CVT เป็นเกียร์สายพาน CVT แปรผันที่ออกแบบให้มีอัตราทด 7 สปีด ส่วนระบบขับเคลื่อนนั้นใช้การขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา All-Wheel Drive

    เครื่องสูบนอน รหัส FB20 ไม่มีระบบอัดอากาศ เปลี่ยนหัวฉีดเป็นแบบยิงตรง Direct Injection แรงม้าเพิ่มขึ้นมาอีก 6 ตัว เกียร์อัตโนมัติ CVT อัตราทดแปรผันที่ถูกปรับให้มีอัตราทด 7 สปีดยังคงใช้เกียร์สายพานพูเลย์ Lineartronic โซ่ขับเคลื่อนเกียร์มีการปรับปรุงให้แบบทำงานเงียบขึ้น ระบบส่งกำลังใน new XV พร้อมด้วยโหมดแมนนวลเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถชิฟเกียร์ด้วยตัวเอง เครื่องยนต์ FB20 เป็นขุมกำลังแบบหายใจเองไม่มีระบบอัดอากาศ ท่อไอดีทำจากพลาสติกแทนที่จะเป็นอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก ระบบวาล์วแปรผันแบบแอคทีฟ AVCS Active Valve Control System ท่อไอดีแบบพลาสติกยังมีระบบเสริมแรงบิดในรอบต่ำจากการออกแบบ เครื่องยนต์ FB20 มีกำลังสูงสุด 156 แรงม้า หรือ 110.4 กิโลวัตต์ สร้างแรงบิดที่ 196 นิวตันเมตร ในรอบเครื่องยนต์ 4,200 รอบต่อนาที ชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์พวกวาล์ว ช่องพอร์ต ลูกสูบผลิตจากวัสดุที่เบา เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ แซลซีแบบ Dynamic Control ส่วนระบบรองรับหรือช่วงล่าง ด้านหน้าแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังใช้แบบดับเบิ้ลวิชโบน สปริงพร้อมเหล็กกันโคลงที่หนึบแน่นตามสไตล์ของค่ายหมู่ดาวที่เน้นการควบคุมมากเป็นพิเศษ

    จุดเด่น

    1-ขับดี เกาะถนน และนั่งขับทางไกลสบายตัว

    2-ภายในสวยงาม เบาะไฟฟ้าคนขับปรับได้ครอบคลุม เก็บเสียงดีขึ้น

    3-ยาง continental 255/55R18 เน้นนุ่มนวลจากแก้มยางสูงและเนื้อยางแนวนิ่ม

    4-พวงมาลัยไฟฟ้าแม่นยำ ทำให้คุมทิศทางได้ง่าย 


    จุดด้อย
    1-เครื่องยนต์ เกียร์ แรงบิด อัตราเร่ง เหมือนเดิม 0-100 ใน 11 วินาที ท็อปสปีดแค่ 194 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร่งแซงต้องกะระยะดีๆ คันเร่งยังย้วยจากเกียร์ Subaru Continuously Variable Transmission (CVT)

    2-อัตราสิ้นเปลือง ในและนอกเมือง เนื่องจากขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.3-11.4 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นรองรถคู่แข่งพอสมควร แต่ก็ต้องเข้าใจว่า มันเป็นรถที่ขับเคลื่อนทุกล้อ ย่อมกินจุกว่าการขับเคลื่อนสองล้ออยู่แล้ว 

    3- XV คือครอสโอเวอร์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ ราคา1,159,000 บาท จนถึง 1,359,000 บาท ทำให้เป็นรถรุ่นเดียวในตลาดที่แพงกว่าคู่แข่ง แต่ก็มีระบบขับเคลื่อนที่เหนือชั้นกว่า CX-30 / C-HR / HR-V / ZS และ Cross 


    SubaruXV เกิดมาเพื่อวิ่งทางภูเขาที่อุดมไปด้วยโค้งหน้าตาแปลกๆ ขับลุยฝ่าทางวิบากทุรกันดาร และขับได้ดีบนทางเรียบ ประสิทธิภาพของแชสซีและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ทำให้มันเหนือชั้นกว่ารถคู่แข่ง แต่ราคาก็สูงกว่าเป็นเงาตามตัว ด้วยเงินจำนวน 1.35 ล้านบาทที่จะต้องจ่ายเพื่อแลกกับการครอบครอง Subaru XV รุ่น 2.0i-P GT Edition หากเป็นคนที่ชอบขับรถทางไกลและชอบกลไกการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อก็ควักเงินซื้อได้เลย แม้จะซ่อมแพงและราคาขายต่อหล่นเยอะ แต่แลกกับการขับที่ดีโดยเฉพาะตอนขับเที่ยวบนภูเขาสูงนั้นแหล่มจริงครับ.

    SUBARU NEW XV 2.0i-P AWD GT Edition ล้อ 18 นิ้ว ราคา 1,358,000 บาท

    ชุดแต่ง GT Edition
    -สเกิร์ตหน้า
    -สเกิร์ตข้าง
    -สเกิร์ตหลัง
    -สปอยเลอร์หลังคา
    -เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำ ตกแต่งด้วยแถบสีขาว
    -กล้องมองภาพด้านข้าง ซ้าย – ขวา
    -ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว สีทูโทน

    เครื่องยนต์ เบนซินสูบนอน สี่สูบ สี่จังหวะ
    แบบเครื่องยนต์ Boxer DOHC 16 วาล์ว
    กระบอกสูบคูณช่วงชัก 84.0 มิลลิเมตร x 90.0 มิลลิเมตร
    ปริมาตรความจุ 1,995 ซีซี
    อัตราส่วนกำลังอัด 12.5:1
    ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ไดเรคอินเจคชั่น
    กำลังสูงสุด 115 กิโลวัตต์ 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร 20.0 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
    อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 10.4 วินาที
    ความเร็วสูงสุด 194 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    อัตราสิ้นเปลืองในเมืองเฉลี่ย 9.2 กิโลเมตรต่อลิตร
    อัตราสิ้นเปลืองนอกเมืองเฉลี่ย 11.7 กิโลเมตรต่อลิตร

    ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา Symmetrical All-Wheel Drive system
    ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ Subaru's Continuously Variable Transmission (CVT)
    อัตราทดเกียร์
    เกียร์ D 3.600-0.512
    เกียร์ 1 3.600
    เกียร์ 2 2.155
    เกียร์ 3 1.516
    เกียร์ 4 1.092
    เกียร์ 5 0.843
    เกียร์ 6 0.667
    เกียร์ 7 0.557
    เกียร์ถอยหลัง 3.687
    อัตราทดเฟืองท้าย 3.900
    ระบบรองรับ
    ด้านหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง
    ด้านหลัง ดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกคู่
    ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าแรคแอนด์พีเนียน
    รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.4 เมตร
    ระบบเบรก
    ด้านหน้า ดิสเบรกพร้อมครีบระบายความร้อน
    ด้านหลัง ดิสเบรกพร้อมครีบระบายความร้อน
    ล้อและยาง อัลลอยขอบ 17 นิ้วลายใหม่ ยาง continental max contact mc5 225/60R17

    มิติตัวถัง
    ความยาว 4,465 มิลลิเมตร
    ความกว้าง 1,800 มิลลิเมตร
    ความสูง 1,615 มิลลิเมตร
    ฐานล้อ 2,665 มิลลิเมตร
    ระยะห่างล้อหน้า 1,550 มิลลิเมตร
    ระยะห่างล้อหลัง 1,555 มิลลิเมตร
    ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 220 มิลลิเมตร
    ความจุสัมภาระ 1,240 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)
    น้ำหนัก 1,439 กิโลกรัม
    สมรรถนะในการลากจูง 1,400 กิโลกรัม

    อุปกรณ์มาตรฐาน
    ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED
    ไฟหน้า พร้อมระบบปรับระดับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ
    ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
    ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
    ไฟหน้า ปรับตามทิศทางการเลี้ยว SRH
    ระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้าอัตโนมัติ
    ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
    ราวหลังคาสีเงิน
    ภายในห้องโดยสาร แดชบอร์ดหน้า เดินตะเข็บด้ายสีส้ม
    วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร คาร์บอนแบบเงา และสีเงินเมทัลลิค
    พวงมาลัย หุ้มด้วยหนัง เดินตะเข็บด้ายสีส้ม
    หัวเกียร์ หุ้มด้วยหนัง เดินตะเข็บด้ายสีส้ม
    ฐานเกียร์ตกแต่งด้วยสีดำเงา Piano Black
    สวิตช์กระจกหน้าต่าง ตกแต่งด้วยสีดำเงา Piano Black
    แผงบังแดดคู่หน้า พร้อมกระจกส่องหน้า และไฟส่องสว่าง
    แป้นคันเร่ง – เบรก อะลูมิเนียม
    หน้าจอสีอเนกประสงค์ แสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 6.3 นิ้ว ด้านบนแดชบอร์ด
    มาตรวัด Optitron ตกแต่งด้วยขอบโครเมียม และ จอ MID แบบสี
    ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone
    แผ่นปิดสัมภาระด้านท้าย

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    SUBARUXVSUBARU XVอาคม รวมสุวรรณซูบารุทดสอบรถ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 07:47 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์