ไลฟ์สไตล์
100 year

เรือธงลงถนน ทดสอบ AUDI A8L 55TFSI QUATTRO PREMIUM

ไทยรัฐออนไลน์12 ม.ค. 2564 10:00 น.
SHARE

ถ้าโลกใบนี้ มีรถดีๆ อย่าง Series-7 คุณชายจมูกโตที่ชอบโอ้อวดตัวอยู่บนถนนสุขุมวิท หรือเรือธงแสนสบายอย่าง S-Class รถซาลูนรุ่นล่าสุด ที่มีภายในอวกาศอย่างจัด ซึ่งวิ่งกันให้เกลื่อนแถวถนนสาทร ถ้ารถเหล่านี้ยังถูกเกินไป หรือยังไม่ถึงใจพระเดชพระคุณท่าน ก็ยังมี LS ของแบรนด์หัวลูกศร ซึ่งรถรุ่นท็อป Lexus LS500h Executive Pleat มีราคาท่วมท้นถึง 15,830,000 บาท รถซาลูนหรูสุดติ่งอีกยี่ห้อที่คุณจะลืมไม่ได้ก็คือ หนึ่งเดียวของแบรนด์สี่ห่วง ที่มาพร้อมกับช่วงล่างระดับพรมวิเศษ ใช่ครับ นี่คือ Audi A8L 55TFSi Quattro Premium ยานแม่ของผู้บริหารระดับสูง Audi A8 โฉมล่าสุด เปิดตัวในงาน iaa frankfurt motor show 2017 และมาพร้อมกับรหัสตัวถัง D5 รุ่นที่นำมารีวิวในอาทิตย์นี้ เป็น A8 รุ่นฐานล้อยาวพิเศษ LWB ความยาวฐานล้อที่มากกว่ารุ่นมาตรฐาน เพิ่มพื้นที่และมอบท่านั่งแสนสบาย คล้ายโซฟาชั้นดีในเรือนรับรองอย่างหรู ท่านั่งชวนจะหลับ ในตำแหน่งเบาะผู้โดยสารตอนหลังของ A8L ทำให้คนมีเงินส่วนใหญ่ที่ซื้อรถรุ่นนี้มักจะขับมันด้วยตัวเองมากกว่าจะมอบหน้าที่อันแสนสนุกให้กับคนขับรถที่รู้ใจ

ข่าวแนะนำ

สำหรับความเป็น Luxury Car หรือ Premium Car ของเยอรมันก็แล้วแต่จะเรียกกัน A8L ทำตัวแตกต่างจากคู่แข่งด้วยเรือนร่างที่สง่างามสมส่วน เครื่องยนต์อัปเกรดให้ทรงพลังมากกว่าเดิม ด้วยระบบอัดอากาศแบบทวินเทอร์โบ ระบบไฟฟ้าเสริม Mild Hybrid 48V เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ลื่นไหลราวกับสายน้ำ! รหัส D5 ของ new A8 มีการนำเอาเทคนิคใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI artificial intelligence เข้ามาใช้งานเป็นแบรนด์แรกของโลกยนตรกรรม เพื่อคอยช่วยเหลือการจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบช่วยขับ เช่น adaptive cruise control และ active lane assist เวอร์ชันล่าสุด 


รุ่นและราคา AUDI A8 L 55TFSI QUATTRO

Audi A8 L 55 TFSI Quattro Premium 6,799,000 บาท (คันทดสอบ)
Audi A8 L 55 TFSI Quattro Prestige 7,999,000 บาท

บุคลิกทีแตกต่างไปจาก S-Class และ Series-7 เกิดจากแนวคิดที่แปลกแยกของ Audi การควบรวมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่อาจคล้ายกับรถของคู่แข่งทั้งสองค่าย แต่ A8L ทำตัวโดดเด่นด้วย Dynamic หลังพวงมาลัย พร้อมความนุ่มนวลที่ไม่น้อยหน้าใครด้วยช่วงล่างถุงลมแบบปรับระดับได้ ในขณะเดียวกัน การจูนช่วงล่างในสไตล์ Audi โดยปรับให้มีความนุ่มมากเป็นพิเศษในโหมด Comfort เพื่อความสบายสูงสุดขณะเดินทาง เรือนร่างที่ซ่อนความดุของ Audi A8 จากงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ เกิดจากการหลอมรวมเส้นสายรอบคันให้มีความสง่างามและกลมกลืน ด้านหน้าของรุ่น Premium ติดตั้งไฟหน้ามาตรฐาน ใช้ไฟ LED พร้อมไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Runing Light และระบบไฟอัตโนมัติ Adaptive ยกหรือลดไฟสูงอัตโนมัติเมื่อขับบนถนนที่ปราศจากแสงไฟ แม้จะไม่ใช่ไฟ Matrix LED Headlights ในรุ่นที่แพงกว่า และทำงานแค่ลดหรือยกไฟแบบอัตโนมัติเท่านั้น แต่กำลังในการส่องสว่างแรงและไกลเฉียด 600 เมตร ทำให้สามารถสังเกตการณ์ถนนด้านหน้าเมื่อขับตอนกลางคืนได้ดีมาก กระจังหน้าใหญ่ยักษ์ทำให้หน้าตาของ A8L ดูดุดันมากกว่ารุ่นที่ผ่านมา ชุดกระจังทรง 6 เหลี่ยม ทำจากพลาสติกเกรดสูง ล้อมกรอบกระจังด้วยพลาสติกโครเมี่ยมสีเงิน พร้อมสัญลักษณ์ Quattro เล็กๆ บริเวณมุมด้านซ้าย กันชนหน้า รับหน้าที่เชื่อมโยงเส้นสายของไฟหน้า กระจังหน้าและฝากระโปรงหน้าอย่างกลมกลืน ตามลักษณะของการออกแบบยุคใหม่ที่มีการยกเส้นขอบของฝากระโปรงหน้าเพื่อปรับให้สอดรับกับแนวของไฟหน้า เส้นโครเมี่ยมเล็กๆ ในชุดกระจังยังทำให้หน้าตาของ Audi A8L ดูหรูหราแบบเรียบร้อยแต่แฝงด้วยความดุดันจากความใหญ่โตของกระจังและขนาดความกว้างของตัวถัง 

A8 เวอร์ชันล่าสุด ใช้โครงสร้างเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกนำมาใช้ก็คือ ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม Adaptive Air Suspension ปรับระดับการทำงานไปตามสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ผ่านโหมดควบคุมการขับเคลื่อน ทรงด้านข้างงามหยดด้วยความยาว 5 เมตรกว่าๆ มันยาวสูสีกับ BMW 745Le และ S560e LWB แนวของเสาหน้าที่สอดรับกับผืนหลังคาค่อยๆ ลาดเอียงลงไปจนถึงเสาหลัง มือจับที่เปิดประตูสีเดียวกับตัวถังโดยมีชิ้นงานพลาสติกโครเมี่ยมสีเงินเพื่อยกระดับของความหรู กรอบกระจกบานประตูทั้งสี่ เดินเส้นด้วยโลหะสีเงิน เสาอากาศทรงเรียวเล็กติดอยู่บริเวณกึ่งกลางบนสุดส่วนท้ายของผืนหลังคา เส้นด้านข้างตัวถังคมชัดแม้จะใช้สีดำ Mythos Black Metallic No. OEOE ล้ออัลลอยลายก้านออกแบบคล้ายลวดลายในกงจักร สวยงามแต่ล้างทำความสะอาดด้านในไม่ได้ ล้อขอบ 20 นิ้ว ห่อรัดด้วยยาง Goodyear Eagle F1 Asymmetric ขนาด 265/40 R20 เท่ากันทั้งสี่ล้อ มิติตัวถัง มีขนาดความยาว 5,302 มิลลิเมตร กว้าง 1,945 มิลลิเมตร สูง 1,485 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 3,128 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,644 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,633 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หน้า 989 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หลัง 1,185 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2,030 กิโลกรัม ถังเชื้อเพลิงจัดให้ใหญ่โตสมกับขนาดของตัวรถ โดยมีความจุมากถึง 82 ลิตร 

บั้นท้ายใช้ดีไซน์ไฟท้าย OLED ทรงยาว มีหลอด LED จำนวน 135 ยูนิตต่อข้าง ระบบไฟท้าย แบ่งแยกย่อยการทำงานออกเป็น 6 กลุ่มหลัก เช่น ไฟหรี่ ไฟถอย ไฟตัดหมอก ไฟเบรกและไฟเลี้ยว พร้อมไฟกระพริบฉุกเฉินเมื่อใช้เบรกแบบกะทันหัน A8L ใหม่ ยังมาพร้อมกับการลดความหนาของฝากระโปรงท้าย ชุดไฟที่เชื่อมต่อกันยาวตลอด เดินเส้นคาดกลางชุดไฟท้ายด้วยพลาสติกโครเมี่ยมเส้นเล็ก ฝากระโปรงท้ายยกมุมแบบตูดเป็ดบริเวณขอบของฝาท้าย เชื่อมต่อกับแนวของเสาหลังที่สอดรับกับไฟท้ายทรงยาว กันชนหลังมีพลาสติกแผงมัลติรีเฟคเตอร์ติดอยู่ที่มุมของกันชนทั้งสองข้าง ท่อระบายอเสียถูกซ่อนอยู่ด้านในโดยมีชิ้นงานพลาสติกโครเมี่ยมสีเงินทำเป็นทรงเหลี่ยมที่ดูคล้ายท่อมาตกแต่งแทนท่อจริงที่มองแทบไม่เห็น ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์ที่คอยตรวจจับการใช้เท้ากวาด และจะเปิดออกแบบอัตโนมัติหรือใช้การกดปุ่มเปิดก็ได้ทั้งนั้น

AeroDynamic ของ Audi นั้นมีความเข้มข้นด้านพัฒนาการ ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ ของการออกแบบรถรุ่นเรือธง ใต้ท้องรถถูกปิดเพื่อป้องกันกระแสลมหมุนวนด้วยวัสดุ PVC ตัวเลขค่าสัมประสิทธิ แรงเสียดทานอากาศของ Audi A8L 55TFSi Quattro Premium อยู่ที่ 0.26 (cd0.26) เป็นผลมาจากการออกแบบและปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการเพิ่มประสิทธิภาพของการทรงตัวและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง มีการทดสอบในขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา ด้วยการนำเอารถเข้าไปในอุโมงค์ลม พร้อมกับทดสอบความเร็วของลมในระดับ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อปรับให้ตัวถังและวัสดุซับเสียงช่วยป้องกันเสียงลมในย่านความเร็วสูง บริเวณซุ้มล้อทั้งสี่ ซึ่งเป็นจุดที่สร้างแรงต้านทานอากาศขณะขับเคลื่อน สูงถึง 40-50% ของพื้นที่ตัวถังทั้งหมด มีการปรับให้ล้อและซุ้มล้อมีส่วนช่วยในการลดแรงต้านของกระแสลมได้ถึง 0.03 (cd0.03) ใต้ซุ้มล้อ หุ้มด้วยฉนวนป้องกันเสียง ทั้งเสียงยางและเสียงลม รวมถึงการผลึกความแน่นหนา บริเวณแผงกั้นระหว่างห้องผู้โดยสารตอนหลังกับห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย โดยใช้วัสดุ CFRP carbon fiber reinforced plastic ออกแบบให้มีขนาดความหนามากถึง 19 ชั้น ทำเป็นแผงกั้นในส่วนของ Firewall ทำให้ห้องโดยสารของ A8L เหมือนถูกปิดผลึกมาเป็นอย่างดี มันเป็นรถที่วิ่งได้เงียบมาก จนอาจทำให้รู้สึกเหงาถ้าไม่เปิดเพลงฟังก็จะวังเวงพิกลอยู่เหมือนกัน จากความเงียบงันที่เหนือกว่ารถคู่แข่ง (นิดๆ) 

Audi ปรับการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro และระบบกันสะเทือน Adaptive Air Suspension เครื่องยนต์ V6 เวอร์ชั่นเบนซิน ขนาด 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 55 TFSi ความจุ 2,995 ซีซี กลไกภายในประกอบด้วย ระบบเชื้อเพลิง FSi เทอร์โบชาร์จเจอร์คู่แบบ Twin Scroll เพลาลูกเบี้ยวแปรผัน variable camshaft timing ชุดวาว์ล audi valvelift system ที่ฝั่งวาว์ลไอดี อากาศหรือไอดีที่ถูกอัดผ่านเทอร์โบ Twin Scroll จะถูกลดอุณหภูมิ เพื่อเพิ่มความหนาแน่นด้วยชุดอินเตอร์คูลเลอร์แบบแยกฝั่ง ซ้าย-ขวา ก่อนส่งเข้าไปยังห้องเผาไหม้ในรูปแบบสูบตัว V ทั้งสองฝั่ง เครื่องยนต์รุ่นนี้ มีขนาดความกว้างกระบอกสูบ 84.5 มิลลิเมตร ช่วงชัก 89.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.2:1 กำลังสูงสุด 245 กิโลวัตต์ หรือ 340 แรงม้า ที่ 5,000-6,400 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,370-4,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ Tiptronic 8 speed พร้อมกลไก Quattro with ultra technology ระบบ MHEV ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (BAS) 48V แบตเตอรี่ Lithium-ion แยกจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อไม่ทำให้กินกำลังแบตเตอรี่มากเกินไป


Mild Hybrid 48V ระบบไฮบริดเสริมขนาดเล็ก 48 โวลต์ ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ Audi ที่ใช้เครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ช่วยลดภารกรรมของแบตเตอรี่ติดรถ โดยแยกแบตเตอรี่หลักออกเป็นสองชุด Mild Hybrid 48V เพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟถึง 2 เท่า ประหยัดน้ำมัน 0.7 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร สามารถดึงพลังงานในรูปของแรงบิดออกมาใช้มากถึง 12Kw ประสิทธิภาพของ Mild hybrid ยังปล่อยให้รถไหลได้อย่างต่อเนื่องเมื่อคุณถอนเท้าออกจากคันเร่ง โดยรอบเครื่องยนต์จะอยู่ในตำแหน่งเดินเบา จนกว่าจะมีการใช้เท้าแตะที่คันเร่งเครื่องยนต์ก็จะกลับเข้าสู่วงจรการทำงานอีกครั้งอย่างนิ่มนวลและเร็วจนคุณไม่รู้สึก! Mild Hybrid 48V ยังช่วยเสริมแรงบิดเมื่อต้องการพลังในการเร่งความเร็ว ไม่ต้องกลัวว่ารถจะไฟไม่พออีกต่อไป และทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อขับทางไกลบนไฮเวย์ 

ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ Tiptronic ZF 8 speed เชื่อมต่อกับกลไกขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา Quattro with ultra technology กระจายแรงบิดผ่านกระบวนเฟืองสุริยะ หรือ Planetary Gear ระบบ Quattro ใน A8L ทำงานด้วยกลไกเฟืองต่างขนาดควบคุมด้วยสมองกลอิเล็กทรอนิกส์ ในสภาวะของการขับแบบปกติ Quattro จะกระจายกำลังแรงขับเคลื่อนไปที่ล้อหน้าและล้อหลังในอัตราส่วน 40/60 พร้อมส่งแรงบิดไปที่ล้อหน้าได้อย่างอิสระมากถึง 70/30 หรือส่งแรงบิดไปที่ล้อหลังได้ถึง 85% (หน้า 15% หลัง 85%) การกระจายแรงบิดในลักษณะดังกล่าวมอบสัมผัสที่มั่นคงและเต็มไปด้วยความเสถียรเมื่อต้องวิ่งผ่านผิวถนนที่มีความหลากหลาย ชุดขับเคลื่อน Quattro ที่ต่อกับเกียร์ Tiptronic ZF 8 speed ทำหน้าที่แปรผันแรงบิดจากเครื่องยนต์ถ่ายลงเกียร์ไปยังเพลาขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อแบบอิสระตามสภาพการขับขี่ในแบบ Real Time หรือปรับเปลี่ยนการทดกำลังแปรผันไปตามสภาพเส้นทาง เพื่อทำให้การทดกำลังจากเครื่องยนต์ลงไปที่พื้นถนนปราศจากอาการลื่นไถล ซึ่งอาการดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของการเสียการทรงตัว เมื่อคนขับใช้ความเร็วสูงมากจนเกินไปจนระบบ Quattro เอาไม่อยู่ ระบบรักษาเสถียรภาพของตัวรถหรือ ESC จะเข้ามาแทรกแซงการทำงานทันทีด้วยการสั่งเบรกล้อแต่ละข้างอย่างอิสระ จนกระทั่งรถสามารถกลับเข้าสู่การควบคุมอีกครั้ง

จุดเด่นของ Audi A8L 55TFSi Quattro Premium นอกเหนือไปจากเครื่องยนต์และเกียร์ขั้นเทพก็คือ ช่วงล่างหรือกันสะเทือนแบบ Five Link ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แขนยึดผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอย เพื่อลดน้ำหนักส่วนเกินใต้สปริง ช่วงล่างถุงลมทำงานด้วยไฟฟ้า Adaptive Air Suspension ใช้ถุงลมหรือ แอร์สปริง ปรับระดับความสูง-ต่ำของตัวรถได้อย่างหลากหลายถึง 5 ระดับ เพื่อปรับให้ความสูงของรถเหมาะสมกับสภาพเส้นทางหรือการใช้ความเร็ว ช่วงล่างแบบ Adaptive Air Suspension ของ A8L เลือกปรับตั้งได้ 5 ระดับ ตามรูปแบบของการขับขี่ ความฉลาดของระบบก็คือมันจะปรับเตี้ยลงโดยอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วเพิ่มขึ้น เพื่อลดแรงต้านของอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการลดอาการโคลงตัว ในโหมด Comfort นั้นย้วยไปนิด ส่วนโหมด Dynamic นั้น มีการทำงานของ Adaptive Air Suspension ลงตัวมากที่สุดเมื่อใช้ความเร็วสูงในการเดินทาง โหมด Dynamic  จะจัดการทุกอย่าง เพื่อการทำความเร็วในลักษณะเชิงรุกอย่างเต็มสูบ เมื่อขับเร็ว ระบบจะปรับลดความสูงของช่วงล่างแบบ Adaptive Air Suspension ลงอีก 40 มิลลิเมตรจากความสูงมาตรฐาน นอกจากจะปรับระดับความสูงไปตามความเร็วที่ใช้

ห้องโดยสารยุคใหม่ของ Audi ใน new A8L มีอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้ร่วมกับ A7 Sportback และ Q8 ภายในเน้นความเรียบง่ายแต่หรูกหราด้วยวัสดุชั้นดี วางดีไซน์ที่ทันสมัยใช้งานง่าย ด้วยจอภาพสั่งงานผ่านระบบสัมผัสที่ติดตั้งมาให้ถึง 2 จอ ทั้งจอภาพมอนิเตอร์หลัก และจอของระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ ควบคุมระบบปรับอากาศแยกอิสระ 4 โซน หรือเป็นจอภาพแบบ Touch pad ใช้นิ้ววาดลายระเอียดต่างๆสำหรับการสั่งงานในระบบ MMI แดชบอร์ดคอนโซลใหญ่โตแต่ไม่ทำให้รู้สึกเทอะทะ เนื่องจากการออกแบบที่ทันสมัย เบาะปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ เป็นเบาะหนังสีน้ำตาลอ่อนในรุ่น Premium เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง เบาะผู้โดยสารด้านหลังมีพื้นที่วางเท้ากว้างใหญ่ไพศาลมากๆ จอของระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระ 4 โซน A8L 55TFSi ใช้แผงบังคับและควบคุมระบบต่างๆสั่งงานด้วยการสัมผัสทั้งหมด เป็นการปรับแต่งด้วยอุปกรณ์ภายในที่มีความทันสมัยคล้ายคลึงกับ Audi Q8 และ Audi A7 รุ่นน้อง ความพยายามในการลดปุ่มหรือสวิตช์สั่งงานทำให้ New A8L มีความก้าวล้ำนำหน้าในด้านของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ด้วยรูปแบบการสั่งงานด้วยระบบสัมผัสที่หน้าจอพร้อมเสียงคลิกเบาๆ กับแรงสั่นสะเทือนนิดๆ เพื่อทำให้ผู้ใช้งานรับรู้ถึงการตอบสนองในคำสั่งเมื่อกดสัมผัสลงไปที่สัญลักษณ์ต่างๆ บนหน้าจอภาพเพื่อปรับตั้งหรือสั่งงานต่างๆ แดชบอร์ดคอนโซลมีรูปทรงที่คล้ายคลึงกับ Audi A8 ใช้วัสดุคุณภาพสูงไม่ว่าจะเป็นหนังสังเคราะห์ พลาสติกเกรดสูง อะลูมิเนียม ผ้าบุหลังคา Alcantara และพรมบุพื้นชั้นดี โดยเฉพาะผ้าบุหลังคาหนังกลับอาคันทาร่า และพรมโทนสีอ่อนนั้นให้สัมผัสที่นุ่มนวล งานตัดเย็บบริเวณแผงประตู ที่มีการใช้หนัง พลาสติก ไวนิล ลายไม้โทนสีเข้ม สะท้อนความหรูหรามีระดับออกมาให้เห็นมากกว่ารถรุ่นอื่นๆ ของ Audi ด้วยการทำตัวเป็นเรือธงราคาแพงที่มาพร้อมกับวัสดุคุณภาพสูงเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายขณะขับหรือนั่งโดยสาร 

เบาะโดยสารของ A8L รุ่น Premium ที่ขายในประเทศไทยโดย Audi Thailand ใช้เบาะหุ้มหนัง Valetta หนังสีน้ำตาลอ่อน เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีน้ำตาลเช่นเดียวกัน เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบให้มีรูปทรงแบบเบาะของรถซาลูนที่เน้นความสบายตัวเวลานั่ง การจัดวางตำแหน่งต่างๆ ของพวงมาลัย มาตรวัดและแป้นคันเร่งกับเบรก มีความลงตัวสูงสุด ทำให้มองเห็นหรือควบคุมทิศทางของรถได้ง่าย เบาะนั่งคู่หน้าปรับตั้งท่านั่งได้อย่างครอบคลุมด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ เมื่อกดสวิตช์ดับเครื่องยนต์ เบาะคนขับจะเลื่อนถอยหลังเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการก้าวออกจากห้องโดยสาร และเมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์เสร็จเรียบร้อย เบาะจะเลื่อนกลับมาอยู่ในตำแหน่งล่าสุดก่อนการดับเครื่อง เบาะคู่หน้ามีพื้นที่เหลือเฟือ ทั้งพื้นที่วางเท้า พื้นที่เหนือศีรษะ และพื้นที่บริเวณหัวไหล่ที่กว้างขวางคล้ายกับห้องโดยสารของ BMW New Series-7 หรือ S560e ตำแหน่งที่ดีที่สุดของการนั่งก็คือเบาะผู้โดยสารตอนหลังที่เผื่อพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะเอาไว้อย่างเหลือเฟือตามสไตล์ยานยนต์ซาลูนเรือธงชั้นดีของเยอรมัน 

การสั่งงานและการปรับตั้งค่ารวมถึงการแสดงผลต่างๆ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ติดตั้งอยู่ตรงหน้าในตำแหน่งคนขับ เป็นมาตรวัดจอภาพแบบ TFT thin film transistor LCD หน้าปัดมาตรวัดของ A8L คล้ายกับมาตรวัดจอภาพใน A7 และ Q8 สามรถปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้อย่างหลากหลาย เช่น ปรับให้ชุดมาตรวัดรอบและความเร็วเล็กลงโดยนำเอาเนวิเกเตอร์ หรือระบบนำทางด้วยดาวเทียมมาไว้ตรงกลางจอภาพ ปรับให้ขนาดของมาตรวัดรอบและมาตรวัดความเร็วมีขนาดที่ใหญ่กว่าปกติโดยสามารถนำข้อมูลต่างๆ มาแสดงไว้ตรงกึ่งกลางระหว่างมาตรวัดทั้งสอง จอภาพมาตรวัด TFT thin film transistor LCD ยังหลอมรวมการแสดงผลแบบ MID หรือ multi information display โดยทำการแสดงผลของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ระบบมัลติมีเดีย วัน เดือน ปี และอุณหภูมิภายนอกห้องโดยสาร คำนวนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แจ้งเตือนการใช้พลังงาน รวมถึงเป็นจอมอนิเตอร์เล็กๆ ของระบบความปลอดภัย Audi Driver Assist

แผงแดชบอร์ดไฟฟ้าของ A8L บริเวณช่องแอร์ เมื่อกดสวิชท์ดับเครื่องยนต์ ช่องแอร์จะปิดโดยอัตโนมัติ และเมื่อสตาร์ทเครื่อง ช่องแอร์ออโต้ก็จะเปิดออก เพื่อส่งลมเย็นจากระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน เรือธง A8L ติดตั้งจอภาพมอนิเตอร์กลาง 2 จอภาพ รองรับการแสดงผลในส่วนของระบบ Infotainment ระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่ละเอียดและปรับการแสดงผลได้อย่างหลากหลาย จอกลางเป็นศูนย์กลางของสมองกลประจำรถ หรือ MMI Multi Media Interface รวมถึงกล้องมองภาพแบบ 360 องศารอบรถ ช่วยให้ความปลอดภัยเมื่อต้องขับออกจากที่จอดรถคับแคบ จอภาพด้านล่างมีขนาด 8.6 นิ้ว แสดงผลระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน การควบรวมระบบสั่งงานแบบ MMI Navigation plus with MMI touch response เป็นจอแสดงผลด้วยระบบสัมผัสหรือ Touch Control หรือจะสั่งงานด้วยการเขียนหรือสั่งงานด้วยเสียงก็มีการทำงานที่รวดเร็วแม่นยำ MMI ออกแบบให้สามารถต่อเชื่อมกับโทรศัพท์ในระบบบูลธูทได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วในการเชื่อมต่อ ใช้เวลาไม่นานก็สามารถปรับตั้งระบบ MMI ให้เชื่อมกับโทรศัทพ์เพื่อการรับหรือวางสายโทรเข้า-ออก รวมถึงการเล่นเพลงในมือถือ จอบนมีขนาดความกว้าง 10.1 นิ้ว พร้อมความคมชัดในระดับสูงสุด ใช้การออกแบบระบบที่ง่ายสำหรับการเชื่อมต่อ Bluetooth DVD, CD, MP3 และ USB รวมถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันต่างๆ

Audi smartphone interface เชื่อมต่อด้วยวความรวดเร็วผ่าน multimedia interface control system ซึ่งเปลี่ยนจากปุ่มควบคุมทรงกลมใน Audi รุ่นอื่นๆ มาเป็นการสัมผัสเบาๆ ที่หน้าจอ 10.1 นิ้ว พร้อมเสียงคลิกเบาๆ ผ่านมาที่ปลายนิ้วเพื่อแสดงการตอบสนองของคำสั่ง (คล้ายกับ Audi Q8 และ Audi A7) ส่วนจอภาพด้านล่างเป็นจอควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยการสัมผัสหน้าจอเช่นเดียวกัน พร้อมการสั่งงานในรูปแบบ haptic feedback มีขนาดความกว้าง 8.6 นิ้ว รองรับงานปรับค่าต่างๆ ของตัวรถและระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ปุ่มควบคุมระบบ Auto Start/Stop ปุ่มยกหรือพับเก็บวิงหลังแบบไฟฟ้า Audi A8  ยังติดตั้งไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร Contour/ambient lighting ปรับตั้งสีสันของหลอด LED ได้ 5 รูปแบบ เช่น Solar / Impulse / Vision / Caribbean และ Invidivual

Audi ยังสร้างความแตกต่างระหว่าง A8 กับรถ Audi รุ่นอื่นด้วยพวงมาลัยทรงสี่ก้านที่หรูหรา รูปแบบของพวงมาลัยมีขนาดที่กำลังดี หนังที่ใช้ห่อหุ้มรอบวงจับได้กระชับมือดีแต่แป้น Paddle Shift มีขนาดเล็กเหมือนเดิม พวงมาลัยของ A8L บริเวณก้านวงด้านขวา เป็นที่อยู่ของสวิตช์สั่งงานด้วยเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์บูลธูท ปุ่มเร่งหรือลดเสียงจากลำโพงและปุ่มเล็กๆ สำหรับการเลือกสถานีวิทยุหรือการเลือกเพลงจากการเล่นผ่าน USB, DVD, CD, MP3 สวิตช์ที่ก้านวงด้านซ้ายสำหรับการปรับตั้งหรือเลือกแสดงผลผ่านจอภาพมาตรวัด Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายและตอบสนองรวดเร็วเมื่อกดสั่งงาน สำหรับซุ้มเกียร์ก็ยังคงความหรูหราของชาติพันธุ์รถซาลูนชั้นดีจากงานตกแต่งด้วยวัสดุอะลูมิเนียมกับดีไซน์ของคันเกียร์ที่คล้ายคันเร่งของเรือแข่งความเร็วสูง

ระบบควบคุมการขับขี่ หรือ Audi Drive Select ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ โดยจะมีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกระหว่างโหมด comfort, auto, dynamic, efficiency หรือ individual นอกจากนี้โหมดขับเคลื่อนยังมีอิทธิพลต่อโมดูลต่างๆ ได้แก่ เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ S tronic, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ทั้งนี้ ในโหมด efficiency นั้น Audi Drive Select จะควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศและ Auto Start-Stop เพื่อดับเครื่องยนต์ขณะจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและลดการปล่อยไอเสีย (Start-Stop System) ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ESC (Electronic Stabilisation Control) สามารถปิดการทำงานบางส่วนหรือปิดยกเลิกการทำงานทั้งหมดได้ ช่วยเสริมการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ตแบบสุดขั้ว เมื่อขับเข้าโค้งพร้อมกับเปิดระบบควบคุมการทรงตัว ระบบควบคุมเสถียรภาพจะจัดการกับแรงบิดขณะเข้าโค้ง โดยถูกใช้งานในการผกผันแรงบิดให้สามารถกระจายจากล้อหน้าด้านโค้งในไปสู่ล้อหน้าด้านนอกโค้งเพื่อการยึดเกาะที่สมดุล ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ยังเฉลี่ยแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังทำให้รถสามารถขับเข้าโค้งในลักษณะต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงยังทำหน้าที่ควบคุมรถแบบไถลปัดท้าย (Drifting)

โหมดการขับเคลื่อนหรือ audi drive select ปรุงแต่งการขับในชีวิตประจำวันมากถึง 5 รูปแบบ เริ่มจากโหมดประหยัดอย่าง Efficiency เครื่องยนต์จะตอบสนองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ระบบเกียร์จะเปลี่ยนขึ้นสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ ระบบ Auto Start/Stop คอยดับเครื่องยนต์และปรับการทำงานของระบบแอร์เพื่อคงความประหยัดสูงสุด โหมด Comfort ใช้งานได้ดีทั้งการขับในเมืองหรือการขับบนไฮเวย์ การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์อยู่ในเกณฑ์ปานกลางและยังมีความประหยัดเมื่อใช้ความเร็วคงที่ โหมดต่อมาก็คือ Auto เป็นโหมดผสมผสานใช้ขับเร็วก็ได้หรือไหลไปเรื่อยๆ ก็ดี โหมดนี้ คันเร่งไฟฟ้าจะตอบสนองได้ไวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับโหมด Comfort สำหรับโหมด Dynamic เป็นโหมดสปอร์ตที่เน้นการขับที่เร่งรีบ คันเร่งตอบสนองได้เร็วกว่าทุกโหมด เกียร์ออโต้ 8 สปีดจะคาอยู่ที่เกียร์ 4-5 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียกแรงบิดจากเครื่องยนต์ให้มีความสมบูรณ์แบบด้วยการทำงานที่รวดเร็วและฉับไว เมื่อใช้ Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ ส่วนโหมด Individual คนขับสามารถปรับตั้งการทำงานของเครื่องยนต์ เกียร์ และชุดบังคับเลี้ยวโดยแยกย่อยการปรับตั้งค่าของการตอบสนองได้อย่างหลากหลาย

ทันทีที่รับ Audi A8L 55 TFSI Quattro สีดำ Mythos Black Metallic ผมก็รีบนำไปขับทดสอบทันที มีหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกดีในรถ Audi รุ่นนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ขับ ความรู้สึกแรกที่ได้รับจาก A8L ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่ผ่อนสั้นผ่อนยาวได้อย่างยอดเยี่ยม เครื่องยนต์ให้กำลังสูงอย่างต่อเนื่องเมื่อกระชากร่างหนัก 2 ตันให้ปลิวไปตามลมได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสมดุลของรถนั้นเหมือนกับ Audi ทุกรุ่นนั่นก็คือ มันทรงตัวได้ดีมาก ช่วงล่างของมันไม่เพียงเหนือกว่า S-Class และ 7 Series ยังขึ้นไปทาบรัศมีกับซาลูนสุดแพงอย่าง LS500h Executive Pleat ทั้งความหนักแน่นนุ่มนวลและการซับแรงสะเทือนของ Adaptive Air Suspension ปัญหาของ Audi ก็คือลูกค้ามักไปลองขับแค่ BMW และ Mercedes-Benz โดยยังไม่เคยมาลองขับรถของแบรนด์สี่ห่วง หรือเคยขับแต่ไม่แน่ใจในเรื่องของศูนย์บริการ ราคาอะไหล่ หรือแม้แต่ราคาขายต่อหลังจากผ่านการใช้งานมานาน และหลังจากได้ลองขับ รวมถึงเกิดความเชื่อมั่นในด้านบริการหลังการขายจากปากต่อปากของคนในคลับ Audi ลูกค้าที่เคยมีทั้ง BMW และ Mercedes-Benz ส่วนใหญ่ก็มักจะเปลี่ยนใจหันมาซื้อรถยนต์ของแบรนด์สี่ห่วงเพื่อสนองตอบความต้องการของตัวเอง 

Audi A8L มีรูปลักษณ์และความรู้สึกหลังพวงมาลัยคล้ายคลึงกับ BMW745IL แม้รุ่น Premium จะมีราคาถูกกว่ารุ่น Prestige และมีอุปกรณ์บวกออปชั่นเป็นรองรุ่นสูงสุดแต่ความสบายและพื้นที่ภายในโดยเฉพาะเบาะหลังนั้น ทำออกมาสูสีกับ S560e แต่ที่เป็นรองแบรนด์ตราดาวก็คือ รุ่น Premium นั้น เบาะหลังไม่สามารถปรับเอนแบบโซฟานอนได้เหมือน S560e เครื่องยนต์ของ 745IL และ S560e เป็นเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง เทอร์โบ ความจุ 3.0 ลิตร พร้อมระบบ Plug in Hybrid ทั้งหมด แต่ A8L เป็นเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบและมาพร้อมกับระบบ Mild Hybrid 48V ที่มีประสิทธิภาพ รถซาลูนหรูเหล่านี้ มีพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง ต้องไม่ลืมว่าคนที่ซื้อรถซาลูนตัวถังช่วงยาวแบบนี้ ก็ต้องพาภรรยาออกไปช็อปปิ้งเหมือนกัน แม้ BMW 745IL จะมีภายในสวยเพียงใดก็ตาม แต่ A8L ที่ให้ความพิเศษมากกว่าก็ยังอยู่ ข้อดีอีกจุดของ A8L ก็คือ ตำแหน่งของเบาะคนขับที่จัดวางได้อย่างไร้ที่ติ เบาะนั่งและพวงมาลัย ปรับได้ทุกทิศทาง และให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถขณะขับเคลื่อน ความยาว 5.3 เมตร ไม่ได้สร้างปัญหาในการเลี้ยวกลับลำแต่ก็ต้องคอยระวังการขับในเมืองโดยเฉพาะพี่มอเตอร์ไซค์ที่ชอบแทรกตัวเข้ามาทั้งซ้ายและขวา ขนาดความกว้างรวมกระจกมองข้างเฉลี่ย 2 เมตรเศษทำให้ต้องใช้ความระวังอยู่เหมือนกันหากคิดจะรูดเร็วๆ ผ่านซอยที่คับแคบ ซึ่งถนนแบบนี้มีอยู่ทั่วไปในกรุงเทพมหานคร 

เกียร์ tiptronic 8 สปีดรุ่นใหม่ ไม่มีปัญหาในเรื่องของการทดกำลัง ทั้งการทดสอบในเมืองและบนไฮเวย์ การส่งกำลังลงไปยังล้อทั้งสี่ มีความเรียบเนียนและไหลลื่นราวกับผ้าไหมเนื้อดี! ไม่ว่าคุณจะกดคันเร่งลงจนสุดอย่างรวดเร็ว หรือถอนเท้าออกจากแป้นคันเร่งเพื่อเบรก เกียร์สอดรับกับสปีดความเร็วทุกระดับ ตั้งแต่ขับช้าๆ ในเมืองไปจนถึงการพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงบนเส้นทางภูเขา นอกจากจะทำงานได้เนียนแล้ว ระบบเกียร์ tiptronic 8 สปีด ของ A8L ยังเชื่อมต่อการทำงานกับโหมดขับเคลื่อน audi drive select และชุดขับสี่ Quattro ทำงานทดกำลังไปตามสภาพเส้นทางและการใช้ความเร็ว เป็นเกียร์อัตโนมัติของ ZF ที่ฉลาดปราดเปรื่อง ส่งถ่ายแรงบิดได้อย่างนิ่มนวลน่าประทับใจ ในโหมดเกียร์ธรรมดา เมื่อผลักคันเกียร์ไปทางซ้าย เกียร์ก็ตอบสนองเร็วไม่แพ้คู่แข่ง ถ้าคุณเคยขับ BMW 7-Series ที่ใช้เกียร์ ZF 8 สปีด อารมณ์ความรู้สึกในการทดกำลังของเกียร์ 8 สปีด ที่อยู่ใน A8L นั้นใกล้เคียงกันมาก เป็นชุดส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนามาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการจูนอัตราทดตั้งแต่เกียร์ 1 ไปจนถึงเกียร์ 8 ให้เข้ากับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ที่ชอบก็คือ การยกเท้าออกจากคันเร่งในย่านความเร็วสูง แล้วรอบเครื่องยนต์ลดลงมาเหลือแค่ 1,000 รอบต่อนาที แต่รถยังพุ่งลิ่วๆไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ มันช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง และไม่ต้องขับแบบกระโชกโฮกฮาก โดยเฉพาะการขับที่มีความนิ่มนวลสูงอย่าง Audi A8L เมื่อแตะเบรกหรือแตะคันเร่งเบาๆ รอบเครื่องยนต์ก็จะกลับเข้าสู่วงจรการทำงานปกติ ถือเป็นรถที่มีระบบขับเคลื่อนฉลาดใช้ได้ 

เมื่อเลี้ยวไปตามโค้งบนภูเขา สิ่งที่ช่วยทำให้รถไม่วิ่งแหกโค้งก็คือแรงเสียดทานระหว่างยางกับผิวถนน  A8L คันทดสอบ มาพร้อมล้อลายซี่ถี่ ขอบ 9Jx20 นิ้ว ยัดยางเนื้อนุ่ม Goodyear Eagle F1 Asymmetric ขนาด 265/40 R20 เท่ากันทั้งสี่ล้อ ขนาดของล้อเข้ากับความใหญ่และยาวของฐานล้อในรุ่น LWB ยางสอดรับกับการยึดเกาะของช่วงล่างและระบบ Quattro ได้ดี เนื่องจากมันไม่ใช่รถสปอร์ตที่เน้นกริ้บของยางให้สูงลิบ Goodyear Eagle F1 Asymmetric ทำหน้าที่ได้ดีทั้งทางปูนและทางลาดยาง มีเสียงการทำงานอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้ดังหึ่งๆเหมือนยางสปอร์ตใน TTS ซึ่งต้องการแรงยึดเกาะขณะเทโค้งที่มากกว่า แก้มยางที่นิ่มนวลและลายดอกยางของ Eagle F1 Asymmetric ช่วยผ่องถ่ายความสบายตัว เมื่อทำงานร่วมกับ Adaptive Air Suspension ขณะเร่งความเร็ว ก็รับรู้ได้ทันทีว่ารถนั้นทรงตัวได้อย่างมั่นคงและให้ความรู้สึกของพวงมาลัยที่เป็นธรรมชาติ ยางทำงานได้อย่างไหลลื่น มีหนืดในบางจังหวะที่ต้องเข้าโค้งมุมแคบเร็วๆ เมื่อผสมกับช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และพวงมาลัยไฟฟ้า มันก็ออกมาในลักษณะการตอบสนองระหว่างพวงมาลัยกับคนขับที่ดี การปรับค่าของชุดบังคับเลี้ยวเป็นงานที่มีความละเอียดละออ แต่ Audi ก็ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ 

เครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินเทอร์โบ แบบแยกอินเตอร์คูลเลอร์ พร้อมระบบไฮบริดเสริม 48V ไม่ว่าจะขับแบบปกติ หรือขับแบบหลบหนีการไล่ล่าก็ดีทั้งนั้น ลักษณะของการทดกำลังออกมาในแบบนวลแต่เร็ว เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มขับเร็วขึ้น เครื่องยนต์ของ A8L เวอร์ชั่น 55TFSI จะสำแดงประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาให้เห็นกันอย่างโจ่งแจ้ง มันจะปลดปล่อยตัวตนในความเป็นรถผู้บริหารที่สุภาพเรียบร้อย มาเป็นสปอร์ตซาลูนที่เร่งได้เร็วจนน่าตกใจ พร้อมเสียงคำรามเบาๆเมื่อเครื่องยนต์ V6 ตัวสั้นกุด ต้องทำงานในรอบสูงอย่างต่อเนื่อง Dynamic Mode เปิดโลกใหม่ที่ใช้ในการขับเคลื่อนยานยนต์ระดับสูงของ Audi เป็นผลลัพธ์ของการทุ่มเทจากทีมวิศวกรผู้พัฒนารถยนต์รุ่นเรือธง การปรับจูนที่ลงตัว มีส่วนช่วยในการถ่ายเทองค์ประกอบที่มีความสำคัญของขุมกำลัง  ซึ่งต่อเชื่อมอยู่กับเกียร์ ช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว หลอมรวมเป็นแกนหลักหนึ่งเดียวเมื่อใช้ความเร็ว ทำให้ A8L ขับสนุกและเป็นรถคันโตที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป อัตราเร่ง 0-100 บนเจ้ายักษ์สีดำหนัก 2 ตัน ทำได้ 5.7 วินาที เป็นตัวเลขอัตราเร่งเทียบเท่ากับรถสปอร์ตคันเล็ก แต่อย่าลืมว่า A8L คันนี้ มีเรือนร่างที่กว้างและยาวกว่า TT อย่างเทียบไม่ติด เครื่องยนต์ V6 55TFSI หมุนในรอบสูง พร้อมด้วยเสียงการทำงานที่ฟังดูแล้วรู้สึกอบอุ่น แต่แฝงไปด้วยพลังงาน ในรูปของแรงบิด 500 นิวตันเมตร คุณอาจรู้สึกผิดหวัง ที่รอบสูงสุดอยู่แค่ 6,000 รอบนิดๆ แต่ทุกอย่างของ A8L ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักที่สุดยอดของคันเร่ง และการตอบสนองในโหมดต่างๆ การเปลี่ยนเกียร์ การควบคุมทิศทาง และอื่นๆอีกมากบรรยายไม่หมด ทำออกมาได้ดีสูสีกับรถของคู่แข่งและมีบางจุดที่ดีกว่า ยกตัวอย่าง เช่นการถ่ายเทน้ำหนัก ขณะเลี้ยว เร่ง หรือเบรก สิ่งเดียวที่คุณจะรู้สึกผิดก็คือ การเลือกรุ่น Premium ที่มีออปชั่นน้อยกว่ารุ่น Prestige   


Audi A8L 55TFSI Quattro Premium ทำตัวแปลกแยกไปจากรถคู่แข่งด้วยขุมกำลังที่มีเพียงระบบไฮบริดเสริม 48V แต่ขับได้ดีน่าใจหาย! Quattro ที่ซับซ้อนทำงานได้ดีบนเส้นทางภูเขา ข้อดีของรถ บนทางที่มีความแตกต่าง ทั้งความสูงชันและโค้งที่สลับพับไปมา เกิดจากช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่สามารถผกผันแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างได้อย่างอิสระ เป็นรถที่ให้ความรู้สึกพิเศษมากกว่า A7 รุ่นน้อง และสปอร์ตเอสยูวีอย่าง Q8 บนเส้นทางที่รกร้างว่างเปล่าของพุเตยและองคต ผมสามารถทดสอบได้อย่างเต็มที่ ทั้งการตอบสนองของระบบต่างๆ การเบรกที่หนักหน่วง รวมถึงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ บนทางขึ้นลงเนินเขายาวไกลสุดสายตา แรงบิดมหาศาลจากเครื่องยนต์ทำให้ล้อทั้งสี่ต้องรับภารกรรมมากกว่าปกติ แต่ระบบเฉลี่ยแรงบิดในกลไก Quattro เข้ามาช่วยจัดการด้านความสมดุลให้ทั้งหมด มันจึงเป็นรถคันโตที่ขับง่ายและสนุกเมื่อเร่งความเร็ว ถนนเส้นนี้ BMW 745IL เคยสำแดงประสิทธิภาพการวิ่งทดสอบที่เนียนตามาแล้ว แต่ A8L ทำได้เหนือกว่านิดๆในด้าน Dynamic คุณอาจรู้สึกว่าช่วงล่างถุงลมนั้นย้วยเกินไปเมื่อใช้ความเร็วสูง แค่กดปรับระดับความสูงให้ลดต่ำลงหรือไม่ก็เปลี่ยนไปใช้ Dynamic Mode เมื่อขับทางไกล อาการดังกล่าวก็จะหายไปอย่างปลิดทิ้ง โหมดนี้จัดอัตราเร่งที่จัดจ้านออกมาให้ใช้งาน ฐานล้อที่ยาวเหยียดช่วยทำให้ทรงตัวได้ดี จนลืมอาการแถหรือไถลในโค้งไปได้เลย! 

Audi A8L รุ่นรอง Preimum เป็นซาลูนเรือธงที่ขับได้ดีมาก เก็บเสียงดีเกินไปจนทำให้ห้องโดยสารที่กว้างขวางของมันดูเหงาไปถนัดใจ เครื่องเสียงรุ่นนี้ให้มาดีพอใช้ได้ หากอยากได้เครื่องเสียงดีๆ ของ bang & olufsen และออปชั่นอื่นที่มากกว่านี้ ก็คงต้องเดินไปที่ A8L รุ่น Prestige ในด้านของความสบาย ไม่ว่าจะขับหรือโดยสารคือจุดเด่นของรถรุ่นนี้ Audi A8L ยังมาพร้อมกับการยึดเกาะระดับสูง และความนวลของช่วงล่างถุงลมที่มีประสิทธิภาพ เป็นช่วงล่างอัตโนมัติที่มีราคาแพงและไม่ค่อยจะเหมาะสมกับสภาพถนนในประเทศไทย ส่วนอื่นๆของ A8L ที่ชอบก็มีอีกเพียบ เช่น งานตกแต่งภายในที่หรูหราทันสมัย มีรูปแบบที่แปลกแยกแตกต่างไปจากของ BMW และ Mercedes อย่างชัดเจนแต่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว ต่อเชื่อมบูลธูทฟังเพลงไม่ปรากฏว่ามีอาการหลุดหรือช้า การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆมีความง่ายดายกว่า ถ้าคุณไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ หรือไม่ต้องการเหมือนใครบนถนน A8L คือคำตอบของรถผู้บริหารที่มีความเหมาะสมกับการใช้งาน แม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบไปซะทุกเรื่อง แต่เป็นรถที่มีความน่าใช้ คล้ายกับการเลือกซื้อ Lexus LS อยู่เหมือนกันล่ะครับ 

Audi A8 Technical data

A8 L 55 TFSI
quattro Premium

แบบเครื่องยนต์ เครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid (MHEV 48V)
แบบ V 6 สูบ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection), เทอร์โบชาร์จ

จำนวนวาล์ว 24 24
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 2,995 
แรงม้าสูงสุด 250 กิโลวัตต์ 340 แรงม้า ที่ 5,000 - 6,400 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,370 - 4,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ tiptronic 8 จังหวะ

ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อ (quattro) 
ช่วงล่างระบบถุงลม (Adaptive air suspension) 
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 5.7 วินาที 
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กม./ชม.
ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Start/stop system)

พวงมาลัย พวงมาลัยไฟฟ้า 
เบรกหน้า ดิสก์เบรก ดิสก์เบรก
เบรกหลัง ดิสก์เบรก ดิสก์เบรก
พื้นที่เก็บสัมภาระ (ลิตร) 505 
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) 82 
ล้อ 20 นิ้ว ขนาด 9J x 20 พร้อมยาง Goodyear Eagle F1 Asymmetric ขนาด 265/40 R20 
ยางอะไหล่


ระบบความปลอดภัย
A8 L 55 TFSI quattro Premium


ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้ขับขี่, ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง 
ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 
ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย
ระบบเบรกมือไฟฟ้าและระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist)
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) 
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction control system) 
ระบบควบคุมการทรงตัว ESC 

เซนเซอร์หน้า, หลัง และด้านข้างช่วยในการนำรถเข้าจอด 
กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก 
ชุดปฐมพยาบาล 
อุปกรณ์มาตรฐาน
ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select) 
ชุดตกแต่งภายนอกแบบโครเมียม 
หลังคาพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า 
ผ้าหลังคาตกแต่งด้วย Alcantara 
ไฟหน้า แบบ Adaptive LED 
ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED 
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ 
กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ 
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า และปัดน้ำฝนอัตโนมัติ 
กระจกมองข้างตัดแสงและปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง
 

ความสะดวกสบาย
เบาะนั่ง หุ้มหนัง Valetta
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระ 4 โซน 
พวงมาลัยหนังมัลติฟังก์ชันแบบก้านคู่พร้อม paddle shift 
ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise control) 
ระบบช่วยผ่อนแรงเมื่อปิดประตู
กุญแจแบบ Comfort key พร้อมระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายโดยไม่ต้องใช้มือ


ระบบข้อมูลและความบันเทิง
A8 L 55 TFSI quattro Premium

ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า 
จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 
ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response
พร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัส ขนาด 10.1 นิ้ว 
จอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัสพร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว 
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth พร้อมรองรับ DVD, CD และ MP3
ที่จอแสดงผลบริเวณคอนโซลหน้า 
ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง 4 ตำแหน่ง
ไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร (Contour/ambient lighting)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AUDI A8L 55TFSI QUATTRO PREMIUMAUDIAUDI A8LAUDI A8อาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 08:14 น.