ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ช่วงล่างดี้ดี มีพวงมาลัยเจ๋ง! ทดสอบทางไกลใน NISSAN KICKS e-POWER

    ไทยรัฐออนไลน์15 ก.ย. 2563 10:00 น.
    SHARE

    การทำตัวเป็นยานยนต์กึ่งไฟฟ้าของ Nissan Kicks น่าจะมีส่วนช่วยลดมลพิษที่กำลังกลายเป็นปัญหาของเมืองใหญ่ทั่วโลก จากความต้องการพลังงานไฟฟ้า เพื่อป้อนให้กับมอเตอร์พลังสูง สำหรับใช้ในการขับเคลื่อน Kicks e-Power จึงทำตัวแปลกแยกแตกต่างจากรถไฟฟ้าทั่วไป ด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็กเพื่อปั่นไฟไปจ่ายให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งรับกระแสไฟฟ้ามาเพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อน แต่พลังงานที่เก็บไว้ในแบตฯ ของยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง Kicks นั้นไม่มากพอที่จะทำให้วิ่งยาวๆ ได้โดยที่เครื่องยนต์ไม่ติด เนื่องจากใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดไม่ใหญ่ แต่ระยะทางที่ทำได้นั้นไกลเหมือนกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน แทนที่จะใช้ไฟฟ้า 100% แต่หันมาใช้เครื่องปั่นไฟซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตัวจิ๋วแทน การมีเครื่องยนต์ทำให้มันปล่อยมลพิษอยู่บ้าง แต่ไม่มากเท่ากับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยการสันดาปโดยตรง Kicks จึงเป็นรถไฟฟ้าที่สามารถวิ่งทางไกลเกิน 400 กิโลเมตร ด้วยการช่วยเหลือจากเครื่องยนต์ ซึ่งรับหน้าที่ปั่นเจนเนอเรเตอร์สร้างกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บในแบตฯ ขนาดจิ๋ว

    เนื่องจากแบตเตอรี่ในยุคเริ่มต้นของรถไฟฟ้า ยังเก็บไฟได้ไม่มากพอและมีขนาดใหญ่เกินไป แบตฯ ของรถไฟฟ้าในปัจจุบัน นอกจากจะใหญ่แล้ว ยังมีน้ำหนักเยอะมาก และน้ำหนักดังกล่าวก็กลายเป็นตัวการบั่นทอนทั้งอัตราเร่งและระยะทำการของรถไฟฟ้า แนวคิด e-Power ของ Nissan จึงถูกนำมาใช้กับรถครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุด นั่นก็คือ Kicks โดยหันมาใช้เครื่องยนต์ตัวเล็กเพื่อปั่นไฟให้กับมอเตอร์ ลดขนาดของแบตเตอรี่ลงเนื่องจากไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้แบตฯ ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากและมีราคาสูงเหมือนแบตเตอรี่ของ Nissan Leaf

    แบตฯ ขนาดจิ๋วของ Nissan Kicks มีขนาดเล็ก แค่เก็บไฟฟ้าเพื่อใช้วิ่งในย่านความเร็วต่ำสั้นๆ เมื่อคนขับเร่งความเร็ว เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ก็จะทำงานทันที เพื่อปั่นไฟให้กับมอเตอร์ เป็นแนวคิดที่คล้ายกับรถยนต์พลังานไฟฟ้าอย่าง BMW i3 range extender เมื่อคุณวิ่งใช้งานจนแบตเตอรี่ใกล้หมด เครื่องยนต์ตัวเล็กที่ใช้ในจักรยานยนต์ของ BMW Motorrad ขนาด 2 กระบอกสูบ จะติดตัวเองขึ้นมาเพื่อปั่นไฟให้มอเตอร์ แนวคิดดังกล่าวช่วยเพิ่มระยะทำการของ i3 ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากที่วิ่งจนไฟใกล้หมดแบตฯ เกือบๆ 200 กิโลเมตร คุณจะไปต่อได้อีก 200 กิโลเมตร ด้วยการช่วยเหลือของเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ที่คอยปั่นไฟให้กับมอเตอร์ มันคล้ายกับ Nissan Kicks เพียงแต่ Kicks นั้นเน้นการทำงานของเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ในการปั่นกระแสไฟฟ้ามากกว่าจะใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่

    Nissan Kicks ครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดอยู่ในกลุ่มเดียวกับยานยนต์อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด เช่นเดียวกับ Toyota C-HR / Toyota Corolla Cross / Honda HR-V / Mazda CX3 / MG ZS แต่แทนที่มันจะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเหมือนรถคู่แข่ง Kicks กลับทำตัวแปลกแยกด้วยการใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้า ป้อนให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อการขับเคลื่อน หากไม่นับความพร้อมและข้อจำกัดพื้นฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถ EV 100% มักจะมีระยะทำการไม่เกิน 300 กิโลเมตร (ยกเว้น Tesra และ Audi e-Tron) หากขับใช้งานแต่ในเขตเมืองต่อวันไม่เกิน 100 กิโลเมตร ถือว่าตอบโจทย์การใช้งาน แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณพยายามขับรถไฟฟ้าออกทางไกล ก็จะต้องคำนวณระยะทางและระยะทำการของแบตเตอรี่ให้ดี การชาร์จแบตฯ ของรถ EV 100% ไม่ได้รวดเร็วทันอกทันใจเหมือนการเติมเชื้อเพลิง และการชาร์จเร็วด้วยสถานีชาร์จต่างจังหวัดอย่างน้อยๆ ก็ต้องมี 1 ชั่วโมง สำหรับการประจุไฟให้ได้ 80% เพื่อวิ่งต่อ และเมื่อชาร์จกับอุปกรณ์ชาร์จ WallBox ใช้เวลานานกว่าการชาร์จรถยนต์ Plug in Hybrid เนื่องจากความจุของแบตเตอรี่ทำให้ต้องเสียบชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน

    e-Power เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ที่ถือเป็นเอกสิทธิของ Nissan เปิดตัวในปี พ.ศ.2560 มีความแตกต่างจากระบบขับเคลื่อนที่ใช้ไฟฟ้า 100% เครื่องยนต์ e-Power มีส่วนประกอบสองส่วนคือ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็ก ซึ่งเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กไม่ได้มีหน้าที่ขับเคลื่อนรถโดยตรง แต่จะรับหน้าที่ช่วยปั่นไฟให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อต้องการใช้พลังงาน โดยระบบขับเคลื่อนแบบนี้ไม่ต้องใช้การประจุไฟฟ้าจากสถานีชาร์จภายนอก หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือมันเป็นรถไฟฟ้าที่ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟเข้าแบตฯ เนื่องจากมีเครื่องยนต์เอาไว้ปั่นไฟ แค่เติมน้ำมัน ขับด้วยความเร็วต่ำในเมือง เครื่องยนต์ก็จะติดๆ ดับๆ ไปตามสภาพการของการขับเคลื่อน และเมื่อขับเร็วขึ้น มอเตอร์ต้องการไฟมากขึ้นจากความเร็วที่เพิ่มขึ้น เครื่องยนต์ก็จะทำงานตลอดเวลาเพื่อทำให้มีกระแสไฟมากพอในการทำความเร็ว

    ข้อดีของ e-Power ก็คือ เมื่อขับใช้งานจะมีความเงียบมากกว่า มีการสั่นสะเทือนที่น้อยกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ด้วยความที่พยายามทำตัวเป็นยานยนต์กึ่งไฟฟ้าผสานกับเครื่องยนต์ที่เปรียบเหมือนเครื่องปั่นไฟไม่ได้มีหน้าที่หมุนล้อ ไม่มีที่เสียบชาร์จไฟ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาสถานีชาร์จไฟฟ้า Kicks สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยตัวของมันเองจากเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร นอกจากนี้ ระบบ e-Pedal ออกแบบให้สามารถออกตัว เร่ง และลดความเร็ว ได้โดยใช้เพียงแป้นเหยียบเดียวในการขับขี่ วิศวกรของ Nissan แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างรถยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงและปล่อยมลพิษต่ำ Kicks e-Power ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้มันเป็นรถที่เหมาะกับการขับใช้งานในเมือง แนวคิด e-Power เครื่องยนต์ตัวเล็กมีหน้าที่แค่ปั่นกระแสไฟฟ้าเข้าไปในแบตเตอรี่แต่เพียงอย่างเดียว ไม่ได้เอามาใช้ขับเคลื่อนแต่อย่างใดทั้งสิ้น ฟังดูคล้ายกับแนวคิดของรถ BMW i3 รุ่น range extender ซึ่งวางเครื่องยนต์ 2 สูบเอาไว้คอยปั่นไฟป้อนมอเตอร์ขับเคลื่อน โดยที่เครื่องยนต์ตัวเล็กไม่ได้ใช้ขับเคลื่อนเสริมแรงร่วมกับมอเตอร์ e-Power ของ Nissan ยังเข้าไปจัดการกับระบบประหยัดพลังงาน การคายมลพิษที่ต่ำของเครื่องขนาดเล็กช่วยทำให้สภาพแวดล้อมด้านอากาศในเมืองใหญ่ดีขึ้น แม้จะยังมีเครื่องยนต์แต่ก็ไม่ได้ใช้เครื่องตัวเล็กขับเคลื่อนล้อหน้า มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่วิศวกรของ Nissan มีความภาคภูมิใจซึ่งใช้สำหรับขับเคลื่อนแทนเครื่องยนต์นั้นใช้งานได้จริง แต่ก็ไม่ได้ดึงหนักเหมือนรถ Hybrid ทั่วไปที่มีการผสานกำลังของเครื่องยนต์และมอเตอร์เทแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนคู่หน้า เนื่องจากน้ำหนักของแบตเตอรี่และชุดมอเตอร์ที่เพิ่มเข้ามาทำให้มันตัวหนักกว่า Almera รุ่นเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร อยู่พอสมควร

    ขั้นตอนการทำงานของระบบขับเคลื่อน e-Power เมื่อกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ หากมีไฟในแบตเตอรี่มากพอที่จะใช้ขับเคลื่อนสั้นๆ ในย่านความเร็วต่ำ เครื่องยนต์ของมันก็จะยังไม่ทำงาน เมื่อไฟในแบตฯ เหลือน้อยลง เครื่องยนต์ตัวเล็กแค่ 3 สูบ จะเริ่มต้นรับหน้าที่ปั่นไฟโดยมีตัวแปลงกระแสไฟฟ้าหรือ Inverter ทำการแปลงกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบขับเคลื่อน แนวคิดดังกล่าวถูกนำไปใช้ใน Nissan Note และรถ Mini MPV อย่าง Nissan Serena โดย Kicks ถือว่าเป็นรถยนต์รุ่นล่าสุดที่ใช้ระบบขับเคลื่อนที่พัฒนามานานกว่า 6 ปีแล้ว เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 3 สูบของมันมีความจุแค่ 1,198 ซีซี. ปั่นไฟผ่าน Inverter ป้อนให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า EM57 ระบบ e-Power ของ Nissan Kicks มีเรี่ยวแรงประมาณ 95 กิโลวัตต์ หรือ 129 แรงม้า เป็นแรงจากมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ โดยที่เครื่องยนต์ไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับการปั่นให้ล้อหมุนแต่อย่างใดทั้งสิ้น สำหรับแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 260 นิวตันเมตร เมื่อเทียบกับแรงบิดของเครื่องยนต์จะคล้ายกับแรงบิดจากเครื่องดีเซลตัวเล็ก Mazda Skyactiv-D 1.5 ลิตร ซึ่งมีแรงบิดประมาณ 250 นิวตันเมตร แรงบิดจากมอเตอร์ของ Kicks แรงกว่า 10 นิวตันเมตร ถือว่ามีกำลังแรงฉุดลากอยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียว อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 9.8 วินาที กระฉับกระเฉงเอาเรื่องเหมือนกัน

    เครื่องยนต์ที่กลายเป็นเครื่องปั่นไฟ คือเครื่อง HR12DE ตัวเล็กกระจิ๋วหลิว แบบแถวเรียง 3 กระบอกสูบ 79 แรงม้า ที่ 5,400 รอบต่อนาที และเมื่อมีเครื่องยนต์คอยปั่นไฟป้อนให้มอเตอร์ แบตเตอรี่ของ Kicks จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้แบตฯ ลูกโต ที่ทั้งหนักและแพง แบตฯ ของ Kicks มีขนาดเล็กเพื่อการลดน้ำหนัก สิ่งที่ต้องแลกกลับคืนก็คือ Kicks ยังเป็นรถยนต์ที่มีมลภาวะ เนื่องจากเครื่องยนต์ยังต้องคาย Co2 เมื่อมันทำงานเพื่อปั่นกระแสไฟ ค่ามลพิษที่ไม่สูงเนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ตัวเล็ก ทำให้แนวคิดระบบขับเคลื่อนแบบ range extender ตอบโจทย์การใช้งานของคนเมือง ซึ่งมีทั้งขับในเมืองและขับออกทางไกลในวันหยุด โดยไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะมีไฟไม่พอ เพราะไม่ต้องรอชาร์จไฟ และมีสถานีบริการเชื้อเพลิงอยู่ทั่วประเทศ แค่สงสัยว่าทำไมเครื่องยนต์ของมันติดบ่อยจัง!

    แบตเตอรี่ขนาดเล็กแบบ Lithium-ion ความจุ 1.57 kWh แรงเคลื่อนไฟฟ้า 292 Volt ติดตั้งไว้ที่พื้นรถใต้เบาะหน้า แบตเตอรี่มีแค่ 4 Module ซึ่งในแต่ Module จะมีเซลล์แบตเตอรี่ 20 เซลล์ รวมกันเป็น 80 เซลล์ แบตฯ รับประกันอายุการใช้งาน 10 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร ระบบ e-Power มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ รับประกันอายุการใช้งาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร นานเอาเรื่องเหมือนกัน แบตฯแบบ 4 โมดูลใช้การเปลี่ยนแบบยกแผงไม่สามารถเปลี่ยนที่ละชิ้นได้แต่ชุดแบตเตอรี่ของ Nissan Kicks ก็ไม่ได้มีราคาแพงมากมายอะไร อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

    การทดสอบ Nissan Kicks ออกเดินทางไกลจากกรุงเทพมหานคร ไปจังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี เป็นการทดสอบเพื่อหาอัตราสิ้นเปลือง  และจับความรู้สึกหลังพวงมาลัยเมื่อวิ่งบนถนนของประเทศไทยทั้งในและนอกเมือง เพื่อทดสอบการทำงานของระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง และการตอบสนองของชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการเร่ง เลี้ยว หรือเบรก รวมถึงการทรงตัวในย่านความเร็วสูง ถือว่าทำออกมาได้ดีน่าประทับใจ จุดเด่นของมันไม่ใช่อยู่ที่ระบบขับเคลื่อน แต่อยู่ที่ช่วงล่างและพวงมาลัย

    การเซตให้ช่วงล่างทำงานร่วมกับชุดบังคับเลี้ยวได้อย่างกลมกลืน ทำให้ Kicks เป็นรถกึ่งไฟฟ้าที่ควบคุมได้ง่าย ความง่ายของมันทำให้เกิดความสบายในการขับทั้งในและนอกเมือง แม้จะปล่อยมลพิษออกมาบ้าง แต่ไม่มากเท่ากับรถยนต์คู่แข่งที่ใช้เครื่องสันดาปภายในขนาดใหญ่กว่า โดยไม่มีทั้งแบตฯ และมอเตอร์ (ยกเว้น Toyota C-HR Hybrid) Kicks เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าที่เซตช่วงล่างมาดี เส้นทางในอำเภอสวนผึ้งของจังหวัดราชบุรี เต็มไปด้วยทางโค้งขึ้น-ลงเนินเขาที่เหมาะกับการทดสอบการทรงตัว การถ่ายเทน้ำหนักขณะเข้าโค้งหรือเบรก พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันตามความเร็วมีความเที่ยงตรงแม่นยำใช้ได้ การถ่ายเทน้ำหนัก ทั้งเลี้ยว เร่งและเบรกเร็วๆ อยู่ในเกณฑ์ดี รวมไปถึงการทรงตัวในย่านความเร็วสูงก็ยังทำออกมาได้ดี ไม่ว่าคุณจะขับมันแบบไหน Kicks ก็ให้ความสนุกกับคุณทุกครั้งเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย

    จุดที่ระบบขับเคลื่อน e-Power ของ Nissan kicks มีส่วนคล้ายรถ EV100% ก็คือ การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ เครื่องยนต์มีหน้าที่แค่ปั่นไฟใส่แบตฯ เพื่อจ่ายกระแสไฟให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่การเลือกใช้แบตฯ ขนาดเล็กทำให้เครื่องยนต์ของมันจะติดๆ ดับๆ ไปตลอดทาง เมื่อใช้ความเร็วหรือต้องการเร่งแซง เครื่องยนต์ก็จะติดขึ้นมาเพื่อปั่นไฟให้เพียงพอต่อการเร่งแบบเต็มกำลัง ทุกครั้งที่ถอนคันเร่ง e-Pedal จะทำงานด้วยการหน่วงความเร็วคล้ายการเบรกเบาๆ เมื่อขับจนคุ้นชินก็สามารถใช้แค่คันเร่งอย่างเดียว โดยกดคันเร่งเมื่อต้องการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และยกคันเร่งเมื่อต้องการชะลอความเร็ว เมื่อค่อยๆ ถอนเท้าออกจากแป้นคันเร่ง e-Pedal จะสั่งงานให้มอเตอร์ทำการหน่วงความเร็ว การหน่วงดังกล่าวจะเป็นการชาร์จกระแสไฟไปในตัว ช่วยลดภาระในการขับ e-Pedal สามารถสั่งเปิดหรือปิดได้ตามต้องการด้วยสวิตช์บริเวณซุ้มเกียร์

    เส้นทางภูเขาแถบสวนผึ้งนั้นเหมาะสมกับ Kicks โอเวอร์แฮงก์หน้าที่สั้นกุด พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแค่ 5.1 เมตร แม้จะต้องเร่งขึ้นเนิน แรงบิดจากมอเตอร์ระดับ 270 นิวตัน-เมตร ทำให้ Nissan Kicks มีความปราดเปรียวโดยเฉพาะการขับใช้งานในเมืองที่มีรถราคับคั่งและมีการจราจรติดขัดต้องขับแบบเดี๋ยวเร่งเดี๋ยวเบรกไปตลอดทาง รวมถึงประสิทธิภาพด้านแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้เร่งแซงเมื่อขับทางไกลข้ามจังหวัด ซึ่งถือเป็นงานถนัดของ Kicks การถ่ายเทน้ำหนัก ช่วงล่างและพวงมาลัยที่ปรับแต่งมาดี ทำให้การควบคุมยานยนต์กึ่งไฟฟ้าของ Nissan คันนี้เต็มไปด้วยความสนุก ไม่น่าเชื่อว่าพวงมาลัยไฟฟ้าในรถเล็กหน้าตาน่ารักคันนี้จะเซตมาดี แม่นยำและไม่ต้องมาคอยระแวงว่าพวงมาลัยของมันจะทำให้เกิดความผิดพลาดจากการเล็งเพื่อจะเลี้ยว พูดง่ายๆก็คือ มันเป็นรถเล็กที่มีพวงมาลัยแม่นเอาเรื่อง เล็งไปทางไหนก็ไปทางนั้นแบบไม่มีขาดหรือเกิน ความแม่นของพวงมาลัยทำให้เกิดความง่ายในการควบคุม 

    ช่วงล่างเซตมาเพื่อความสบายมีให้ทั้งความนิ่มนวลและหนึบแน่นใช้ได้ ช่วงล่างให้อารมณ์ครอสโอเวอร์ที่เซตมาดี ไม่ได้นุ่มจนย้วยหรือแข็งโป๊กจนนั่งไม่สบาย ความพอดีของช่วงล่างที่เกิดจากความเข้าใจในการปรับตั้งส่งผลให้ระบบรองรับของมันทำได้เกือบจะใกล้เคียงกับช่วงล่างของ Toyota C-HR ระยะยืดและยุบของโช้คกับการทำงานของสปริงสอดรับกับขนาดและน้ำหนักอย่างที่สุด การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งกลายเป็นเรื่องสนุกแทนที่จะทำให้เกิดอาการหวาดเสียวเหมือน Nissan บางรุ่นที่ผมเคยลอง Kicks มีช่วงล่างที่มาดมั่นเอามากๆ ใส่มาหนักๆ ในโค้ง จนยางส่งเสียงร้องครวญคราง แต่การยึดเกาะของมันก็ไม่ได้คลายตัวหรือลดลงแม้แต่นิดเดียว เมื่อเข้าโค้งเร็วๆ อาการหน้าดื้อโผล่ออกมาให้สัมผัส แต่ก็ต้องใช้ความเร็วในโค้งสูงมากอาการดังกล่าวถึงจะแสดงออกมา แก้ด้วยการยกคันเร่งเพื่อลดความเร็ว พวงมาลัยก็จะกลับมาอยู่ในการควบคุมอีกครั้ง 

    ระบบควบคุมและรักษาเสถียรภาพของรถ มีส่วนช่วยทำให้ Kicks เป็นรถที่มีการทรงตัวดี นอกจากช่วงล่างและพวงมาลัย รวมถึงระบบรักษาเสถียรภาพของตัวรถแล้ว มอเตอร์ที่รับไฟมาจากเครื่องยนต์ยังมีแรงบิดมากพอที่จะทำให้เกิดความกระฉับกระเฉง บนเส้นทางที่อุดมไปด้วยเนินเขาสูงๆ ต่ำๆ คุณอาจรำคาญเสียงเครื่องยนต์บ้าง เมื่อต้องใช้ความเร็วสูงเร่งความเร็วเพื่อแซง แต่การที่มันไม่ต้องง้อการชาร์จไฟ แค่เติมน้ำมันที่มีปั๊มอยู่กลาดกลื่นเต็มบ้านเต็มเมือง คุณจะไปที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ถ้ามีปั๊มให้เติมเชื้อเพลิง แนวคิด e-Power แม้จะยังคงปล่อยมลพิษออกมาบ้างแต่ก็ไม่มากเท่ากับรถคู่แข่ง องคาพยพที่ดีของมันกับเทคนิคใหม่ในระบบขับเคลื่อนทำให้ Kicks มีความน่าใช้งานอยู่เหมือนกันโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายในสวยงามโดยเฉพาะรุ่นเบาะทูโทน แต่ พลาสติกตกแต่งภายในเมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายดูแพงไปนิดในรุ่นสูงสุด ทำให้ออกตัวยากอยู่เหมือนกัน นี่ถ้ารุ่นท็อปมีราคาไม่ถึงล้าน อยู่ที่ 9 แสนนิดๆ จะขายดีกว่านี้อีกมาก 

    มิติตัวถังของ Nissan Kicks มีความสูง 1,615 มิลลิเมตร ยาว 4,290 มิลลิเมตร กว้าง 1,760 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,615 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยว 5.1 เมตร ช่วงล่างหน้าแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างหลังเป็นแบบทอร์ชันบีม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัย แร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมระบบพาวเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS)

    Nissan เพิ่มทางเลือกให้กับคนที่ชอบแต่งรถ ด้วยอุปกรณ์ตกแต่ง Premiere Edition มาพร้อมของแต่งแหล่มๆ เช่น สเกิร์ตหน้าสีดำเงา กระจังหน้าสีดำเงา สปอยเลอร์หลังคาสีดำเงา สัญลักษณ์ Premiere Edition บริเวณเสากลาง สเกิร์ตหลังสีดำเงา สเกิร์ตข้าง ซ้ายขวา สีดำเงา ล้ออัลลอยสีดำขอบ 17 นิ้ว คิ้วบันไดสแตนเลส แป้นคันเร่ง เบรกและที่พักเท้าแบบสปอร์ต สัญลักษณ์ Premiere Edition ที่บริเวณคอนโซลกลาง ทั้งหมด ทำให้ราคาของ Nissan Kicks รุ่น VL จากปกติไม่มีของแต่งจะมีค่าตัว 1,049,000 บาท และเมื่อใส่อุปกรณ์ตกแต่งจะมีราคาเพิ่มเป็น 1,099,000 บาท

    ห้องโดยสารเรียบง่ายน่าใช้งาน แดชบอร์ดและคอนโซลมีความคล้ายคลึงกับ Nissan Almera แต่มีวัสดุที่ดูดีกว่า การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในของ Kicks เป็นไปในแนวทางของ Nissan ก็คือ เน้นความกว้างขวางนั่งสบายไม่อึดอัด แต่เบาะหลังนั้นตั้งชันไปนิด ถ้าไม่นับคุณภาพของวัสดุ ห้องโดยสารของ Kicks ก็มีอุปกรณ์ครบครัน และมีพื้นที่ภายในค่อนข้างโปร่งโล่ง โดยเฉพาะพื้นที่เบาะคู่หน้า เบาะแบบทูโทนหุ้มหนังสังเคราะห์ที่มีฟองน้ำภายในอย่างนุ่มทำให้นั่งขับไกลๆ ได้สบายตัว ส่วนพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะก็มีให้อย่างพอเพียง นั่งแล้วไม่ค่อยอึดอัดเท่าไร เบาะหลังพับราบได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ

    พวงมาลัยสามก้าน หุ้มหนังตกแต่งด้วยสีเงินสไตล์สปอร์ตปรับระดับได้ ก้านวงติดตั้งสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง และระบบโทรศัพท์ กับสวิตช์ควบคุมหน้าจอมาตรวัดแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT เป็นมาตรวัดแบบเรืองแสง Fine Vision Meter แบบ Digital ผ่านจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว ส่วนจอมอนิเตอร์กลางขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบข้อมูลและความบันเทิง Nissan Connect หน้าจอสั่งงานด้วยระบบสัมผัส พร้อมช่องเชื่อมต่อ Bluetooth®, USB และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน Apple CarPlay® (สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS) ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายแบบ Bluetooth

    สรุปหลังจากการขับทดสอบทางไกล จากคำถามที่พบเจอสำหรับคนที่กำลังสนใจ Nissan Kicks เมื่อเทียบกับรถยนต์ราคา 1 ล้านบาท

    1-อัตราสิ้นเปลืองของ Kicks ถือว่าประหยัดใช้ได้เมื่อเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งที่มีราคาเท่ากัน ขับบนเส้นทางภูเขา และใช้ความเร็วต่อเนื่องในการทดสอบ Kicks ทำได้ที่ 16.2 กิโลเมตรต่อลิตร 

    2-รถยนต์ระบบ e-POWER ของ Nissan ที่ขายดิบขายดีในญี่ปุ่น เนื่องจากกฎหมายจำกัดความเร็วของแดนปลาดิบที่เหมาะสมกับระบบขับเคลื่อน e-POWER ถ้าคุณเป็นคนขับไม่เร็ว Kicks จะเป็นรถยนต์กึ่งไฟฟ้าแบบไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จที่ประหยัดเอาเรื่อง ใช้ความเร็วในเมือง ขึ้น-ลง 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เฉลี่ย 19-21 กิโลเมตรต่อลิตร

    3-สำหรับโหมดการขับขี่ใน e-POWER มีทั้งหมด 4 โหมด คือ

    Normal Mode ให้อัตราเร่งที่ดีเหมือนรถไฟฟ้า แต่การตอบสนองในการเบรกเหมือนรถยนต์ทั่วไป

    S Mode ให้การตอบสนองที่รวดเร็วว่องไวแบบสปอร์ต

    ECO Mode ระบบจะปรับการทำงานของ e-POWER เพื่อเน้นความประหยัด และใช้พลังงานไฟฟ้าในแบตฯ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง เหมาะกับการขับที่ต้องการความนิ่มนวลหรือขับใช้งานในเมือง

    EV Mode Kicks จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เก็บอยู่ในแบตเตอรี่ แต่วิ่งได้ระยะทางสั้น เนื่องจากขนาดของแบตเตอรี่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร

    One Pedal การเร่งความเร็วและชะลอความเร็วด้วยการกดและยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง แค่แป้นเดียว แรกๆอาจไม่คุ้นชิน แต่เมื่อขับด้วย One Pedal จนมีความชำนาญในการกะระยะ ก็แทบจะไม่ต้องยกเท้าไปแตะเบรก หรือใช้เบรกน้อยมาก เนื่องจากเมื่อถอนเท้าออกจากคันเร่ง One Pedal จะหน่วงความเร็วให้ลดลง การหน่วงความเร็วทุกครั้งระบบจะทำการชาร์จไฟแบบอัตโนมัติ ช่วยลดอาการเมื่อยล้าเมื่อขับในเมืองที่มีการจราจรติดขัด (การยกคันเร่งใน One Pedal ทุกครั้ง ไฟเบรกจะติดเพื่อแจ้งเตือนรถที่ตามมาข้างหลัง) 

    คำถามที่ว่า เครื่องยนต์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟ จะดูแลมันอย่างไร ตอบสั้นๆว่า ดูแลไม่แตกต่างไปจากการขับใช้งานเครื่องยนต์ในรถอีโคคาร์ทั่วไป เนื่องจากเป็นเครื่องตัวเล็กความจุไม่เยอะ ทำให้ประหยัดน้ำมันและมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำ 

    สำหรับเงื่อนใขของการรับประกัน Nissan Kicks มีการรับประกันอายุการใช้งาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน ส่วนการรับประกันระบบ e-POWER มีระยะรับประกันยาวถึง 5 ปี หรือระยะทางไม่เกิน 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ว่าอย่างใดถึงก่อน

    การรับประกันแบตเตอรี่ในระบบ e-POWER มีการรับประกันยาวนานถึง 10 ปี สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ 1 ครั้ง ในระยะเวลา 6-10 ปี หรือที่ระยะทางไม่เกิน 200,000 กิโลเมตร หรืออย่างหนึ่งอย่างใดถึงก่อน 

    ส่วนแคมเปญพิเศษ ควรสอบถามกับโชว์รูม ก็จะได้ความกระจ่างแจ้งมากกว่า

    Nissan Kicks มีจุดเด่นที่ความทันสมัยและอัตราสิ้นเปลืองแนวประหยัดจากระบบขับเคลื่อนที่แปลกแยกจากรถ EV 100% และมีความสะอาดพอใช้ได้ เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ตัวเล็ก ปล่อยมลพิษต่ำ ทำอัตราสิ้นเปลืองเมื่อขับเรื่อยๆได้ที่ 19 กิโลเมตรต่อลิตร ช่วงล่างและพวงมาลัยจูนมาดีงาม เก็บเสียงก็ดี ถ้าไม่เร่งความเร็วมากแบบขับซิ่ง ขณะเครื่องยนต์ทำงานในรอบต่ำเพื่อปั่นไฟใส่แบตฯ ก็ไม่ได้ดังอะไรมากมาย เสียงลมบริเวณซุ้มล้อและกระจกมองข้าง เมื่อขับเร็วในย่าน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็มีการเก็บเสียงที่ใช้ได้ เสียงลม เสียงยาง และเสียงเครื่อง เบากว่าคู่แข่งแบบเห็นๆ สำหรับจุดที่ไม่ชอบก็คือ งานตกแต่งภายในด้วยพลาสติกที่มีเกรดต่ำเกินไป น่าจะทำภายในให้ดีได้มากกว่านี้ เนื่องจากคูแข่งอย่าง CX-30นั้น จัดภายในอย่างแหล่มมาให้ แต่ก็ไม่ประหยัดน้ำมันเท่า นอกนั้น สิ่งที่ Nissan Kicks มอบให้คุณนั้น โดยเฉพาะการวิ่งทางไกล ขับใช้งานทั้งในและนอกเมือง ถือว่าแจ่มใช้ได้ครับ. 

    Nissan Kicks e-Power รุ่นและราคา

    Nissan Kicks e-Power 1.2 ลิตร รุ่น S 889,000 บาท
    Nissan Kicks e-Power 1.2 ลิตร รุ่น E 949,000 บาท
    Nissan Kicks e-Power 1.2 ลิตร รุ่น V 999,000 บาท
    Nissan Kicks e-Power 1.2 ลิตร รุ่น VL 1,049,000 บาท

    NISSAN KICKS e-POWER
    เครื่องยนต์ (สำหรับการสร้างกระแสไฟฟ้า) - ประเภทเชื้อเพลิง เบนซิน
    มอเตอร์ไฟฟ้า (สำหรับขับเคลื่อน) - แรงบิดสูงสุด260 นิวตัน-เมตร 26.5 กก.-ม. ที่ 3,008 รอบต่อนาที
    มอเตอร์ไฟฟ้า (สำหรับขับเคลื่อน) - แรงม้าสูงสุด 129 พีเอส (95 กิโลวัตต์) ที่ 3,008 รอบต่อนาที
    ประเภทการส่ง แบบอัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction
    รหัสมอเตอร์ EM57

    เครื่องยนต์ HR12DE แบบเครื่องยนต์ ระบบเครื่องยนต์ 3 สูบแถวเรียง DOHC (Double Overhead Camshaft) 12 วาล์ว CVTC (Continuously Variable valve Timing Control)
    ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์มัลติพอยต์ (ECCS) 32 bit
    ความกว้างกระบอกสูบ 78.0 มิลลิเมตร
    ระยะชัก 83.6 มิลลิเมตร
    ปริมาตรกระบอกสูบ 1,198 ซีซี
    แรงม้าสูงสุด,79 พีเอส (60 กิโลวัตต์)ที่ 6,000 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตร (11 กก.-ม.) ที่ 3,600 - 5,200 รอบต่อนาที
    อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1
    ความจุถังเชื้อเพลิง 41 ลิตร

    มิติตัวถัง
    ความสูง 1,615 มิลลิเมตร
    ความยาว 4,290 มิลลิเมตร
    ความกว้าง 1,760 มิลลิเมตร
    ระยะฐานล้อ 2,615 มิลลิเมตร
    รัศมีวงเลี้ยว 5.1 เมตร

    ระบบช่วงล่าง
    หน้า แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
    หลัง ทอร์ชันบีม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง

    ระบบพวงมาลัย แร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมระบบเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS)

    ล้อ และ ยาง
    ขนาดยาง 205/55 R17
    ขนาดล้อ ล้ออัลลอย 17 x 6.5 J
    ยางอะไหล่ ชุดซ่อมยางแบบฉุกเฉิน

    ระบบเบรก
    หน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
    หลัง ดิสก์เบรก

    อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
    กระจังหน้าสีดำเงาตกแต่งพร้อมขอบโครเมียม
    กันชนหน้า-หลังสีเดียวกับตัวรถ
    แผงกันกระแทกประตูด้านข้าง - สีดำ พร้อมแถบสีเงิน
    มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ
    ไฟหน้าแบบ LED พร้อม LED Signature Light
    ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED
    ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
    ไฟหน้า Follow-me-home
    สวิตช์ปรับระดับไฟหน้า
    ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
    ไฟท้ายแบบ LED Signature Light พร้อมไฟเบรกแบบ LED
    กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
    กระจกข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
    กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
    ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบตั้งเวลาหน่วง / ระบบปัดน้ำฝนด้านหลังแบบหน่วงเวลา
    ระบบไล่ฝ้ากระจกหลังแบบตั้งเวลา
    ราวหลังคา
    สปอยเลอร์หลัง
    เสาอากาศแบบ Shark fin antenna

    อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
    เบาะนั่งคนขับปรับระดับสูง-ต่ำ
    เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังแบบแยกพับ 60 : 40
    วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้า - หุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์สีดำ แบบเดินตะเข็บด้าย
    วัสดุตกแต่งภายในบริเวณช่องแอร์ด้านข้าง - ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน และ วัสดุสีดำ เปียโน แบล็ก
    วัสดุตกแต่งคอนโซลกลาง - ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ
    วัสดุตกแต่งภายในบริเวณหัวเกียร์ - ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน และ วัสดุสีดำ เปียโน แบล็ก
    พนักวางแขนด้านหน้าพร้อมที่เก็บของและช่องจ่ายไฟแบบ USB 2 ตำแหน่ง
    พวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งด้วยสีเงิน สไตล์สปอร์ต พร้อมปรับระดับได้
    พวงมาลัยพร้อมสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง และระบบโทรศัพท์บนพวงมาลัย และสวิตช์ควบคุมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT
    กุญแจรีโมตอัจฉริยะ (Intelligent Key - I-Key)
    ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push Start Button)
    ปุ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ (Drive mode switch)
    ปุ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า (EV mode switch)
    ระบบการขับขี่แบบคันเร่งเดียว One Pedal
    มาตรวัดแบบเรืองแสง Fine Vision Meter แบบ Digital ผ่านหน้าจอ TFT
    หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT หน้าจอสีขนาด 7 นิ้ว
    มาตรวัดอุณหภูมิภายนอก
    กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protection) ด้านคนขับ
    ที่บังแดดด้านหน้า พร้อมกระจกแต่งหน้า ด้านคนขับ - พร้อมไฟส่องสว่าง
    ที่บังแดดด้านหน้า พร้อมกระจกแต่งหน้าและไฟส่องสว่าง ด้านผู้โดยสาร
    วัสดุตกแต่งแผงประตู - หนังสีดำ
    มือจับเปิดประตูด้านในแบบโครเมียม
    ช่องเก็บเอกสารหลังเบาะที่นั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
    พนักพิงศีรษะสำหรับเบาะนั่งด้านหน้า แบบปรับสูง-ต่ำได้
    พนักพิงศีรษะสำหรับเบาะนั่งด้านหลัง 3 ตำแหน่ง แบบปรับสูง-ต่ำได้
    ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
    ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
    ไฟห้องสัมภาระท้าย
    ที่วางแก้วตอนหน้า 2 ตำแหน่ง
    ช่องวางขวดน้ำบริเวณแผงประตูหน้าและหลัง 4 ตำแหน่ง
    กล่องเก็บของด้านหน้ามือจับด้านใน 4 ตำแหน่ง : คนขับ x 1, ผู้โดยสารตอนหน้า x 1, ผู้โดยสารตอนหลัง x 2
    แผงบังสัมภาระด้านท้าย
    ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
    ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V
    ระบบข้อมูลและความบันเทิง Nissan Connect หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ Bluetooth®, USB และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
    ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน Apple CarPlay® (สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS)
    ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายแบบ Bluetooth

    ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน
    ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า
    ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbags)
    ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
    ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Anti-lock Braking System (ABS)
    ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution System (EBD)
    ระบบเสริมแรงเบรก Brake Assist (BA)
    ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
    ระบบ Auto Brake Hold
    สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและหลัง
    ระบบกุญแจ Immobilizer
    สัญญาณกันขโมย
    ปุ่มควบคุมระบบเซ็นทรัลล็อก
    เข็มขัดนิรภัยคนขับ ELR แบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติแบบสองทิศทาง (Double Pre-tentioner with Load Limiter)
    เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า ELR แบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติ (Single Pre-tentioner with Load Limiter)
    เข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลัง ELR แบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
    จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX
    ระบบป้องกันเด็กเปิดประตูหลังจากภายในรถ
    ระบบโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย Zone Body Concept
    ไฟเบรกดวงที่สาม

    ระบบความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility (NIM) - Intelligent Safety
    ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC)

    ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)

    ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้า Intelligent Forward Collision Warning (FCW)

    ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Braking (IEB)

    ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Attention Alert (DAA)

    กล้องมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM)

    กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน พร้อมกล้องส่องภาพจากภายนอก Intelligent Rear View Monitor (IRVM)

    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Intelligent Cruise Control (ICC)

    ระบบเตือนจุดอับสายตาบนกระจกมองข้าง Blind Spot Warning system (BSW)

    ระบบเตือนรถในทางสวนขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)

    เทคโนโลยีช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ Intelligent Ride Control (IRC)

    เทคโนโลยีช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง Intelligent Trace Control (ITC)

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    นิสสันคิกส์Nissan KicksNissan Kicks e-Powerอาคม รวมสุวรรณ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 07:55 น.