ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รักแท้แพ้ความหล่อ! ทดสอบ BMW X6 xDRIVE 30d M SPORT

    ไทยรัฐออนไลน์22 ก.ย. 2563 10:00 น.
    SHARE

    BMW เริ่มต้นประวัติศาสตร์ของแบรนด์ด้วยการผลิตอากาศยาน แต่ในปัจจุบัน รถที่ทำกำไรไม่ใช่ BMW M ตัวแรง แต่เป็นรถอเนกประสงค์ SAV sport activity vehicle เป็นรถที่สร้างรายได้มหาศาล เป็นที่มาของกำไรและทำให้มีต้นทุนในการพัฒนารถสปอร์ตเวอร์ชั่น M ออกมาอย่างต่อเนื่อง เอกลักษณ์ของ BMW ที่คุ้นเคยไล่เรียงตั้งแต่กระจังหน้าไตคู่ ไฟหน้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากทรงกลม มาเป็นไฟทรงเหลี่ยมที่เฉียบคม เมื่อยุคของหลอด LED เริ่มแพร่หลาย Dynamic ที่โดดเด่นโดนใจนักขับจากจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ และการกระจายน้ำหนักในอัตราส่วนที่สมมาตร 50/50 เครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่เครื่องสามสูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ไปจนถึง V8 ทวินเทอร์โบ รวมถึงเครื่องยนต์ V12 ที่เคยคว้าชัยชนะในสนามแข่ง Le Mans (แต่สุดท้ายก็ต้องสูญพันธุ์ไปตามกาลเวลา) การรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แต่เมื่อใดก็ตามที่ต้องปรับตัวไปตามกระแสของการเปลี่ยนแปลง BMW ถือเป็นบริษัทรถที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานคุณจะเห็นเอสยูวีคันโตตราใบพัดขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% 

    BMW X6 เดินทางมาถึงเจนเนอเรชั่นที่ 3 ด้วยรหัสตัวถัง G06 รถทดสอบรุ่น xDRIVE 30d M Sport สี Manhattan Green Metallic ยิ่งดูใกล้ๆ ก็ยิ่งทำให้นึกถึงแฮตชแบคทรงล้ำอนาคตที่ถูกขยายสัดส่วนทั้งความกว้าง ความยาว ส่วนความสูงลดลงเล็กน้อย ไฟหน้าและกระจังหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนั้นสวยงามดุดันมากกว่าเดิม เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของหลอดไฟ LED ที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ในระบบส่องสว่างแบบอัตโนมัติด้วยระบบไฟ BMW Laser Adaptive LED ภายในกรอบไฟหน้าตกแต่งด้วยพลาสติกสีฟ้าที่มีรูปทรงคล้ายก้างปลา กระจังหน้าพร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ เมื่อเครื่องยนต์มีอุณหภูมิต่ำ กระจังจะปิดเพื่อกั้นไม่ให้กระแสลมไหลผ่าน ซึ่งทำให้แรงต้านอากาศลดลง กระจังจะเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่าอุณหภูมิของห้องเครื่องยนต์อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องระบายความร้อนอย่างรวดเร็ว กันชน M มีช่องรับอากาศขนาดใหญ่ บริเวณใต้กระจังหน้าและด้านข้างของชุดกันชนทั้งสองฝั่ง แม้จะไม่ค่อยมีความจำเป็น เนื่องจากระบบไฟ LED นั้นสว่างมาก แต่ BMW ก็ยังติดตั้งไฟตัดหมอกมาให้ เพื่อเพิ่มความสว่างขณะขับบนถนนที่กำลังมีหมอกลงจัด 

    ฝากระโปรงหน้าทำจากอะลูมิเนียมช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความสวยงาม แนวเสาหน้าที่มีองศาของความลาดเอียงราวกับรถสปอร์ต หลังคากระจก Panoramic กินพื้นที่เกือบทั้งหมดของผืนหลังคาและทำงานด้วยระบบไฟฟ้า คุณสามารถเปิดออกได้จนหมดในวันที่มีอากาศดี หลังคากระจกยังเป็นออปชั่นที่ลูกค้าชื่นชอบ แม้ว่าจะไม่ค่อยเปิดใช้งาน แต่มีไว้เพื่อความเท่ก็ดีเหมือนกัน! แนวหลังคาที่ลาดเทลงไปยังส่วนท้ายแบบ Coupe กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงสำหรับรถเอสยูวีของเยอรมัน ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz GLE Coupe กับ Audi Q8 คู่แข่งโดยตรงของ X6 รวมไปถึง Porsche Cayenne Coupe รุ่น E Hybrid ที่มีราคาถูกกว่า X6 ใหม่ (แต่มีออปชั่นน้อยกว่า X6 แบบเทียบกันไม่ติด) ด้านข้าตัวถังมีแนวซุ้มล้อที่ลงตัว แก้มข้างออกแบบให้มีช่องระบายอากาศที่สอดรับกับแนวโค้งของซุ้มล้อหน้า

    ล้ออะลูมิเนียมลายใหม่ของ M ล้อหน้าขนาดความกว้าง 9.5 J x 22" ห่อรัดด้วยยางสปอร์ต Continental Premium Contact 6 ไซส์ยางหน้า 275/35 R22 ส่วนล้อหลังเล่นใหญ่ขึ้นมาอีกนิดที่ 10.5 J x 22" ไซส์ยางหลัง ล่อกันถึง 315/30 R22 เปลี่ยนยางแต่ละครั้ง ถ้าไม่รวยจริงนี่มีสะดุ้ง X6 xDRIVE 30d คันทดสอบ มีน้ำหนักตัวมากถึง 2,235 กิโลกรัม ต้องยัดเบรกประสิทธิภาพสูงของ BMW M Performance Brakes คาร์ลิปเปอร์เบรกหน้า M แบบ 4 พอต สีน้ำเงิน พร้อมจานเบรกขนาด 400 มิลลิเมตร เบรกหลังแบบซิงเกิลพอต เส้นผ่าศูนย์กลางจานเบรกหลัง 370 มิลลิเมตร 

    มิติตัวถังของ BME X6 xDRIVE 30d M Sport มีขนาดความยาว 4,935 มิลลิเมตร กว้าง 2,004 มิลลิเมตร สูง 1,696 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,975 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า 1,678 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหลัง 1,698 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หน้า 878 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงค์หลัง 1,082 มิลลิเมตร ค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศ (เมื่อปิดกระจัง) cd 0.34 ระยะเลี้ยวกลับรถ 12.6 เมตร น้ำหนักตัวรถทั้งคัน 2,235 กิโลกรัม น้ำหนักรถสูงสุด (โหลด) 2,975 กิโลกรัม น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 740 กิโลกรัม ความจุถังเชื้อเพลิง (ดีเซล) 83 ลิตร 

    ขนาดของ X6 เจนเนอเรชั่นที่ 3 ประจำปี 2020 มีความยาวโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 25.4 มิลลิเมตร, ฐานล้อ ยาวขึ้นอีก 40 มิลลิเมตร (+1.6 นิ้ว) ความกว้างตัวถังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 15 มิลลิเมตร (+0.6 นิ้ว) ในขณะที่ความสูงลดลงโดยเฉลี่ย 18 มิลลิเมตร (0.7 นิ้ว) สำหรับระบบอากาศพลศาสตร์ มีการปรับปรุงแก้ใขให้ดีขึ้น โดยมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับ X6 อุปกรณ์แนวๆ ที่ทันสมัยและสวยงาม ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อความน่าใช้งาน BMW X6 รุ่นใหม่ ยังทำหน้าที่เป็นเอสเอวีรุ่นเปิดตัว สำหรับกระจังหน้าทรงไตคู่แบบใหม่จาก BMW ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม ด้วยการติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง LED ในชุดกระจัง สามารถเปิดใช้งานได้ โดยการปลดล็อกหรือล็อครถ หรือเปิดและปิดด้วยระบบอัตโนมัติ กระจังหน้าแบบส่องสว่างด้วยชุดไฟ LED เป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Runing Light กระจังหน้าทรงไตคู่แบบชิ้นเดียวของ BMW ขนาดใหญ่พร้อมแผ่นเปิดปิดอากาศแบบแอกทีฟ ขนาบข้างด้วยกรอบกระจังทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ไฟหน้า Adaptive Full LED ช่องเปิดรับอากาศขนาดใหญ่ของชุดกันชน M และเส้นที่แหลมคมของชุดกันชน M คืองานดีไซน์ที่ลงตัวมากกว่า X6 รุ่นที่แล้วอย่างชัดเจน 

    รูปลักษณ์ที่ดุดันของ X6 ใหม่ ส่วนหนึ่งเกิดจากความใหญ่ของล้ออัลลอย M ขนาด 22 นิ้ว เติมช่องเปิดบริเวณแก้มข้างที่เด่นชัด ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตสมรรถนะสูง เพื่อทำให้ได้ประโยชน์จากการเพิ่มระดับของการยึดเกาะ เส้นหลังคาไหลลาดลงด้านหลัง ซึ่งลงท้ายด้วยความละเอียดอ่อน สปอยเลอร์ชิ้นเล็กๆ แปะติดกับขอบของฝาท้าย ซุ้มล้อหลังที่แผ่กว้างผสมผสานเข้ากับส่วนโค้งเว้าของการออกแบบกันชนหลัง บั้นท้ายของ X6 เป็นแบบแยกส่วนสองชั้นที่ใช้งานได้จริง มีการเพิ่มเติมความสวยงามด้วยการออกแบบไฟท้ายทรงยาวที่ขนานในแนวนอนไปกับขอบของฝาท้าย บั้นท้ายของมันยังได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพในด้านอากาศพลศาสตร์ ส่วนที่ลงตัวและซับซ้อนมากที่สุดก็คือ ฝาท้ายแนวของกันชนหลัง และแถบครีบรีดอากาศบริเวณชายล่างของกันชนหลัง ไฟท้าย LED รูปตัว L บางเฉียบ ประดับด้านบนของฝาท้ายโดยอยู่สูงเหนือท่อไอเสียทรงเหลี่ยม ซึ่งรวมอยู่ในแผงดิฟฟิวเซอร์ เป็นงานออกแบบที่ลงตัวและสวยงามไร้ที่ติ จุดนี้ BMW ทำออกมาได้ดีกว่าบั้นท้ายของรถคู่แข่ง

    ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบปีกนกคู่และระบบกันสะเทือนหลังแบบ 5 Link ทำให้ BMW X6 ใหม่มีเครื่องมือในการยึดเกาะที่มีประสิทธิภาพ พวงมาลัยไฟฟ้า  servotronic steering มอบการขับขี่บนถนนที่คล่องตัว แต่สะดวกสบายด้วยการปรับช่วงล่างให้ยืดหยุ่นมากกว่ารุ่นที่แล้ว X6 Sports Activity Coupe มาพร้อมกับ Dynamic Damper Control ซึ่งเป็นระบบควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งช่วยเพิ่มความเสถียรในการขับขี่ทั้งบนและออฟโรด การบังคับเลี้ยวช่วยเพิ่มการควบคุมทิศทางของ X6 ใหม่ จากคุณสมบัติการขับขี่ที่คล่องตัว ระบบ Active Roll Stabilization ทำงานโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ชดเชยมุมเอียงของรถขณะแล่นเข้าหาโค้งด้วยความมั่นคงของการถ่ายเทน้ำหนัก การปรับปรุงความคล่องตัวและความเสถียร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะเมื่อเร่งออกจากโค้ง ระบบ Active Roll Stabilization ใน BMW X6 ยังเพิ่มความสบายให้กับคนขับและผู้โดยสาร ด้วยการรับมือกับอาการสั่นสะเทือนที่เกิดจากการกระแทก นอกจากนี้ยังมี Integral Active Steering ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า โดยการหมุนล้อหลังไปในทิศทางเดียวกันหรือสวนทางกับ
    ล้อหน้า ขึ้นอยู่กับความเร็ว ช่วยให้เข้าโค้งได้ว่องไวมากขึ้น บังคับทิศทางได้ง่ายขึ้นจาก Integral Active Steering ทำให้การเลี้ยวเข้าและออกจากที่จอดรถคับแคบ ง่ายขึ้นมาก ในขณะเดียวกันก็เพิ่มเสถียรภาพการบังคับทิศทางเมื่อเร่งแซงบนไฮเวย์
    BMW X6 xDRIVE 30d M Sport ใหม่ ที่นำเข้ามาขายในประเทศไทย ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบมาตรฐาน (ไม่มีช่วงล่างถุงลม Adaptive Air Suspension) การทำงานของช่วงล่าง เชื่อมโยงกับ Dynamic Stability Control (DSC) ใช้โช้คอัพและสปริงแบบปกติ ไม่ใช่ถุงลมแบบ X5 xDRIVE 45e ที่สามารถปรับระดับความสูงได้! 

    เนื่องจากมีคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz New GLE Coupe / Audi Q8 / Porsche Cayenne Coupe ซึ่งรถคู่ต่อสู้แต่ละแบรนด์นั้น จัดงานตกแต่งภายในมาอย่างเต็มเหนี่ยว เพื่อดึงดูดใจของลูกค้าที่กำลังอยากได้ ภายในของ New X6 xDRIVE 30d M Sport จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดเต็มทรง ในด้านความหรูหราของวัสดุตกแต่งและงานดีไซน์ ภายในที่ถูกจริตคนรวยจากวัสดุและโทนสี ขนาดความกว้างของพื้นที่ เบาะแถวที่สองออกแบบให้แบ่งพับในอัตราส่วน 40:20:40 สำหรับการขนของที่มีขนาดความยาวมากๆ พวกกระดานโต้คลื่นหรือจักรยานเสือหมอบ หรือจะพับให้ราบลงเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการขนแม้กระทั่งจักรยานเสือภูเขา เบาะหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ หุ้มหนังแท้สีน้ำตาลเข้มอย่างหรู เป็นเบาะหนังที่นุ่มนิ่มนั่งสบายก้น พร้อมกลไกมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับการปรับท่านั่งที่ครอบคลุมไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบไหน เบาะคู่หน้า ออกแบบให้มีขนาดใหญ่ โอบอุ้มสรีระทั้งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าได้เป็นอย่างดี นั่งขับทั้งวันก็ยังไม่มีอาการเมื่อยตัว ปราศจากอาการปวดบริเวณแผ่นหลัง ต้นคอ หรือเอว เป็นเบาะที่วางตำแหน่งพร้อมการปรับด้วยไฟฟ้าที่ละเอียดยิบ เบาะแถวหลังพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ ออปชั่นพิเศษติดมาให้ใช้งานด้วยหลังคากระจก panoramic roof ใหญ่โตครอบคลุมผืนหลังคาทั้งหมดด้วยกระจกและม่านบังแดดที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้

    พื้นที่ภายในโปร่งโล่งจากความสูงของหลังคา ยิ่งไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสงก็ยิ่งกระจ่างตา มองเห็นรอบๆ ตัวได้อย่างชัดเจน แดชบอร์ดแบบใหม่ใหญ่โตเหมือนเดิม แบ่งการใช้งานหลักๆ ของอุปกรณ์โดยเอียงเข้าหาคนขับเพื่อความสะดวกคล่องตัวในการใช้นิ้วกดเบาๆ หรือหมุน คอนโซลหน้าปรับรูปแบบตามสไตล์ของ BMW ยุคใหม่ มีความหรูหราทุกกระเบียดนิ้วด้วยวัสดุชั้นดี ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมล้อมกรอบด้วยพลาสติกที่ทำออกมาให้คล้ายกับอะลูมิเนียม กึ่งกลางแดชบอร์ดตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ แผงควบคุมระบบปรับอากาศดิจิทัล มีหน้าตาเหมือนกับของ X5 xDRIVE 45e แผงประตูเต็มไปด้วยรายละเอียดของงานดีไซน์ที่ทันสมัยพร้อมวัสดุชั้นดี เพื่อยกระดับความน่าใช้ แผงประตูงดงามจากงานหนังที่ประณีต พลาสติกเดินเส้นข้างมือจับประตูสีเงิน และกรวยลำโพง Harman Kardon พร้อมแผงคาร์บอนไฟเบอร์ เชื่อมโยงกับกึ่งกลางของแดชบอร์ดอย่างลงตัว ซุ้มเกียร์เต็มไปด้วยปุ่มและสวิชท์ที่ใช้สั่งงานต่างๆ รวมไปถึงปุ่มปรับโหมด 4 ระดับการขับเคลื่อน 

    กึ่งกลางแดชบอร์ดคาดด้วยชิ้นงานตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ ด้านบนติดตั้งจอภาพมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมระบบสั่งงานผ่าน iDRIVE หรือจะสั่งงานด้วยการใช้นิ้วสัมผัสที่หน้าจอก็ยังได้ จอภาพมอนิเตอร์ขนาดยักษ์แบบ Panorama บรรจุโปรแกรมต่างๆ เปรียบเหมือนกับคอมพิวเตอร์ส่วนกลางของรถ มีมาให้ครบ เช่น กล้องมองรอบทิศทางความคมชัดสูง ไม่เกี่ยงแม้ใช้งานตอนกลางคืนก็ยังชัดแจ่ม กล้องมองรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมเส้นระนาบในการกะระยะถอย เชื่อมโยงกับระบบนำจอดอัตโนมัติ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม วิทยุ AM / FM เชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกในระบบบลูทูธ รองรับแอปพลิเคชันต่างๆ เพียบ จอแสดงผลกลางยังใช้ปรับตั้งค่าต่างๆ เช่น ระบบไฟ ระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง แสดงผลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เวลาและวันที่รวมถึงอุณหภูมิ การตั้งค่าล็อกหรือปลดล็อกประตู แรงดันลมยาง การแจ้งเตือนต่างๆ ของระบบขับเคลื่อน การปรับตั้งระบบส่องสว่างทั้งภายนอกและภายใน ที่เจ๋งมากก็คือ ระบบนำทางด้วยดาวเทียมแบบใหม่ของ BMW ที่แจ้งสภาพการจราจรในแบบ Realtime

    ปุ่ม Touch Controller แบบใหม่สวยงามน่าใช้จัดวางอยู่ข้างๆ คันเกียร์ นอกจากปุ่ม Touch Controller ข้างๆ ซุ้มเกียร์ยังมีสวิตช์ปรับโหมด เช่น ECO PRO / COMFORT / SPORT / ADAPTIVE ปุ่ม traction control ปุ่มควบคุมกล้องมองภาพรอบคัน ปุ่ม Auto brake Hold ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ปุ่มควบคุมการทำงานของระบบ Auto Start/Stpo เบรกมือไฟฟ้า ระบบควบคุมการขับลงจากทางลาดชัน ปุ่มระบบจอดอัตโนมัติ ปุ่มเลือกดูภาพรอบตัวรถ และปุ่มแทรคชั่นคอนโทรล
    ระบบเชื่อมต่อและชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย อันนี้ใช้ได้เฉพาะ iPhone รุ่นใหม่ๆ ทำงานร่วมกับแท่นชาร์จโทรศัพท์และไมโครโฟน เพื่อให้คุณภาพเสียงในระบบแฮนด์ฟรีดีขึ้นสำหรับการรับหรือโทรออก การเชื่อมต่อเสาสัญญาณบนหลังคาทำให้การรับ-ส่งสัญญาณมีความเสถียร ระบบใหม่ของ X6 ยังช่วยเชื่อมต่อมือถือได้พร้อมๆ กันสองเครื่องผ่านระบบบลูทูธ

    จุดที่คุณจะต้องจับไปตลอดการขับก็คือ พวงมาลัย M แบบสปอร์ต 3 ก้าน หุ้มหนังแท้ เป็นชุดพวงมาลัยในรถ BMW ที่ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ M Sport ไม่ว่าจะเป็น Series-3 M Sport / Z4 M40i / Series-5 / Series-7 / Series-8 รวมถึงรถยนต์อเนกประสงค์ในตระกูล X ทั้งหมดที่ตกแต่งด้วยชุดแต่ง M Sport ก็จะใช้พวงมาลัย M แบบเดียวกันทั้งหมด รูปทรงของพวงมาลัยแบบใหม่ มีขนาดที่เท่ากับพวงมาลัย M รุ่นที่แล้ว แต่ออกแบบให้ก้านวงมีขนาดใหญ่ขึ้น จุดที่ใช้งานได้ดีกว่าเดิมก็คือแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับของเดิม ส่วนสวิตช์บริเวณก้านวงด้านขวาเป็นตำแหน่งของปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์บลูทูธ ปุ่มสั่งงานด้วยเสียง ปุ่มปรับระดับความดังของลำโพงและปุ่มเลือกฟังก์ชั่นการเล่นเพลงผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ก้านวงด้านซ้าย เป็นปุ่มควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control

    Ambient Light หลอดไฟ LED ที่ประดับประดาอยู่ในห้องโดยสารจะเรืองแสงในเวลากลางคืน เป็นชุดไฟที่เพิ่มบรรยากาศในห้องโดยสาร ติดตั้งที่บานประตู ขอบของแดชบอร์ด มาพร้อมไฟ Welcome Light Carpet ส่องสว่างพื้นที่ด้านข้างบริเวณบานประตูหน้าเมื่อเปิดประตูจะก้าวขึ้นหรือลงจากรถ หลอด LED สามารถปรับเปลี่ยนสีได้ถึง 11 สี เช่น สีขาว น้ำเงิน ส้ม บรอนซ์ ไลแลค และเขียว

    เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 6 กระบอกสูบ รหัส B57D30 ความจุ 3.0 ลิตร (2,993 ซีซี.) เครื่องยนต์วางตามยาวขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยระบบ xDRIVE โดยออกแบบให้วางอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า X6 รุ่นที่แล้วเพื่อลดค่า CG การลดจุดศูนย์ถ่วงลง รวมถึงการกระจายน้ำหนักที่สมมาตร เพื่อทำให้รถมีการทรงตัวที่ดีขึ้น ขนาดความกว้างกระบอกสูบ 83.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 90.0 มิลลิเมตร บล็อกเครื่องยนต์ใช้อะลูมิเนียม ฝาสูบแบบดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC 4 วาล์วต่อสูบ อัตราส่วนกำลังอัด 16.5:1 ระบบอัดอากาศเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ติดตั้งเทอร์โบแปรผันตัวเดียวโดดๆ พร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น หัวฉีดแรงดันสูง Piezo มีแรงดันในระบบ 2,500 บาร์ ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที ตัวเลขสมรรถนะของ X6 xDRIVE 30d M Sport เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เคลมมาจากหน้าโรงงานทำได้ 14.5 กิโลเมตรต่อลิตร ขับจริงทั้งในและนอกเมืองทำได้ 12.2-13.5 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าประหยัดใช้ได้เลยทีเดียว เมื่อเทียบกับขนาดที่ใหญ่โตของตัวถังและน้ำหนักรถที่มากถึง 2.2 ตัน ส่วนอัตราการปล่อย CO2 ทำได้ที่ 179 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เป็นเครื่องดีเซล 6 สูบที่มีความสะอาดใช้ได้เลยทีเดียว

    ระบบส่งกำลังของ X6 xDRIVE 30d ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ ZF 8HP เป็นชุดส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพของ ZF Friedrichshafen AG สำหรับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบไฮดรอลิก ชุดเชื่อมต่อเพลาหน้าและหลัง Transfer Case และชุดเกียร์ Planetary gearsets พัฒนาเพื่อนำมาใช้งานในรถยนต์ BMW เครื่องยนต์วางตามยาว ขับเคลื่อนทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อ (xDRIVEX) ระบบเกียร์ทั้งชุด รวมถึงเพลาขับหน้า-หลัง ออกแบบและสร้างโดยบริษัท ZF ใน Saarbrücken ระบบส่งกำลังของ ZF เปิดตัวเป็นครั้งแรกใน BMW 7 Series (F01) รุ่น 760Li โดยนำมาเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์เบนซิน V12 นับจากนั้นเป็นต้นมา BMW รุ่นใหม่ทุกรุ่นนับจาก Series-1 ไปจนถึง Series-8 รวมถึง Z4 กับรถยนต์อเนกประสงค์ตระกูล X ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ก็ติดตั้งเกียร์ ZF 8HP ทุกรุ่น หนึ่งในเป้าหมายหลักของระบบเกียร์ ZF 8 สปีด คือ การปรับปรุงอัตราทดให้ครอบคลุมกับรอบเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพในการทดกำลังแล้วถ่ายเทออกมาเป็นแรงบิดในรอบเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน รวมไปถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อใช้โหมดประหยัด (ECO PRO) โหมดมาตรฐาน (COMFORT) โหมดซิ่ง (SPORT) และโหมดของคนมือบอนที่ชอบการปรับตั้งค่าต่างๆ ด้วยตัวเอง (Adaptive) การออกแบบชิ้นส่วนภายในใหม่ ทำให้ระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ลดลงเหลือ 200 มิลลิวินาที นอกจากนี้ อิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการทำงานของเกียร์ สามารถเปลี่ยนอัตราทดในลักษณะที่ไม่ต่อเนื่อง (กระโดดข้ามเกียร์) จากเกียร์ 8 ถึงเกียร์ 2 ในสถานการณ์ที่เกียร์จะต้องเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เมื่อระบบเบรกถูกใช้งานอย่างเต็มกำลัง รุ่น 8HP70 ออกแบบให้สามารถรับแรงบิดสูงสุดได้ถึง 700 นิวตันเมตร (516 ปอนด์) ชุดเกียร์ทั้งลูกมีน้ำหนัก 87 กิโลกรัม (192 ปอนด์) เกียร์ ZF 8HP เจนเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวในปี 2018 มีการปรับปรุงหลักๆ คือ ประหยัดน้ำมันขึ้นอีก 2.5% เมื่อเทียบกับเกียร์รุ่นที่ 2 นอกจากนั้นชุดเกียร์ยังออกแบบให้ใช้งานกับระบบ mild hybrid และ plug in hybrid ของ X5 xDRIVE 45e iperformance โดยถูกยกมาประจำการอยู่ใน X6 G06 เจเนอเรชั่นล่าสุดอีกด้วย 

    ชุดแต่ง M Sport ทำให้ X6 ที่ใหญ่ขึ้นในทุกมิติยกเว้นความสูง หน้าตาที่ดูดุดันเกินความเป็นรถ SAV ออกแบบคล้ายกับเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่พร้อมจะกระโจนไปข้างหน้า กระจังหน้าที่มีไฟอยู่ข้างในทำให้มันคล้ายหุ่น transformers และทำให้รถที่วิ่งอยู่ข้างหน้าในช่องทางด้านขวาหลบเข้าซ้ายกันอย่างจ้าละหวั่น ล้อ 22 นิ้วใหญ่โตสมกับขนาดความกว้างของซุ้มล้อ บั้นท้ายมีชิ้นส่วนของระบบ Aero Dynamic อยู่เต็มไปหมดแต่ไม่ยักกะรกรุงรัง คุณสามารถมองเห็นช่องระบายอากาศที่แก้มข้าง ซึ่งทำหน้าที่ให้อากาศไหลผ่าน (อย่างราบรื่น) ราวกับซุปเปอร์คาร์ กระจังหน้าที่ปิดได้เอง ทำหน้าที่ลดแรงต้านของอากาศให้เหลือน้อยที่สุด เช่นเดียวกับห้องโดยสารที่อุดมไปด้วยของเล่นไฮเทค เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ตัวเดียวกับ X5 30d มีแรงบิดเหลือเฟือสำหรับการใช้งาน ทั้งขับปกติและขับเร็วจี๋ การที่มันเป็นรถนำเข้า ทำให้ค่าตัวเมื่อบวกกับอัตราภาษีที่ร้อนแรงทะยานไปถึง 7,299,000 บาท น้ำหนัก 2.2 ตัน ส่งผลให้มันมีความอวบเกือบจะเท่ากับ Mercedes-G Wagon แชสซีอะลูมิเนียม กับกันโคลง Active Roll Stabilization พิสูจน์แล้วว่าเกาะถนนเป็นเยี่ยม ซึ่งเดี๋ยวได้รู้กันตอนขับทางไกล

    จากกรุงเทพมหานครไปยังอำเภอลานสัก อุทัยธานี X6 G06 ราคา 7.2 ล้าน วิ่งอย่างสุภาพเรียบร้อยในโหมด ECO Pro เครื่องยนต์ดีเซล 3 ลิตร เทอร์โบ เมื่อปรับเข้าสู่โหมดประหยัด มันจะปรับการตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้าให้ยืดหยุ่นมากกว่าทุกโหมด การเทแรงบิดเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป นิ่มนวลเหมาะกับการใช้ขับในเมือง เกียร์จะปรับขึ้นสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็ว ไหลลื่นและเงียบกริบ เพื่อลดรอบเครื่องยนต์ ซึ่งจะตามมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่ดี แต่คนที่ควักเงินซื้อรถอเนกประสงค์ที่มีราคาถึง 7 ล้านบาท อาจไม่กังวลเรื่องการกินน้ำมันเท่ากับการขับและความสบายของมัน

    ตำแหน่งท่านั่งที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากผมพยายามปรับเบาะให้นั่งแล้วพอที่จะมองเห็นขอบของฝากระโปรงหน้า เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาในการกะระยะสำหรับตอนจอด กระจกบานหน้าขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจน ขอบคุณ BMW Group Thailand ที่ไม่ติดฟิมส์กรองแสงที่ชอบบดบังสายตาเวลาขับทางไกลตอนกลางคืน สำหรับมุมมองด้านข้าง เมื่อเลยจากเสากลางค่อนข้างทึบอยู่เหมือนกัน หลังคาแบบ Coupe ทำให้เสาท้ายของ X6 บดบังมุมมองด้านข้างค่อนไปทางส่วนหลังอยู่พอสมควร ส่วนกระจกบานฝาท้ายสไตล์ Coupe แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่เท่ากับกระจกท้ายของ X5 แต่มองเห็นด้านหลัง ผ่านกระจกมองหลังได้อย่างชัดเจน 

    ในขณะที่ GLE 350d Coupe มีช่วงล่างถุงลมปรับระดับได้ แต่ขับแล้วให้ความรู้สึกใหญ่และไม่คล่องตัวเท่าที่ควร ส่วน X6 ที่มีช่วงล่างธรรมดาสามัญกลับให้ความรู้สึกเหมือนขับรถคันเล็ก อาจไม่คมและเนียนเท่า Q8 55 TFSI แต่แชสซีที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี กับโช้คที่มีค่าคงที่ ทำให้ X6 ใหม่ เกาะโค้งได้นิ่งสนิท จังหวะมุดเข้าโค้งมุมแคบ รถจะออกอาการเทอะทะเล็กน้อยพองาม ไม่ถึงกับเนียน เนื่องจากสัดส่วนความสูงสไตล์ SAV และแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่เข้ามากระทำกับตัวรถ บางครั้งเมื่อลองเข้าโค้งแรงๆ จนทำให้รถเอียงวูบ ทำให้ผมเสียวสันหลังวาบอยู่เหมือนกัน ระยะของคันเร่งที่สั้นลงในโหมด Sport ทำให้ต้องระวังการเทแรงบิดเพลินๆจนมาถึงหัวโค้ง เบรก M performance ช่วยลดความเร็วก่อนเข้าสู่โค้งได้ดี แต่น้ำหนักตัวของมันทำให้ผมต้องใช้เบรกเร็วขึ้นกว่าเดิม เวลาออกตัวแบบกดจนสุด มีความรู้สึกว่าหน้ารถเชิดขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากแรงบิด 620 นิวตันเมตรที่เทลงไปบนล้อ ชุดขับสี่ xDRIVE  พวงมาลัยไฟฟ้าและช่วงล่างแจ่มๆ ช่วยทำให้การวิ่งเร็วบนไฮเวย์เป็นเรื่องที่ง่ายดาย โดยเฉพาะตอนเร่งแซงซึ่งต้องมีการเปลี่ยนเลนสลับไปมา รถมีอาการโคลงน้อยลง ช่วงล่างให้ความรู้สึกนิ่มกว่า X6 เจนเนอเรชั่นที่ 2 รวมถึงพวงมาลัยก็เลี้ยวได้อย่างต่อเนื่องและปราศจากอาการสับสน คุณจะรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใน X6 ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นขนาด ความสูง ระบบป้องกันต่างๆ และความแม่นของพวงมาลัย 

    X6 รุ่นดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ มีน้ำหนักตัวเบากว่ารุ่นที่แล้วเล็กน้อย นอกจากนั้นมันยังขับได้ดีขึ้น เพราะได้การปรับเซ็ตช่วงล่างหน้าแบบปีกนกคู่ใหม่หมด ด้านหลังแบบ 5 Link ก็มีการปรับใหม่ ทำให้การบังคับควบคุมส่วนท้ายดีกว่าเดิม มันเป็นรถที่คล่องตัวในเมืองและโลดโผนโจนทะยานบนไฮเวย์ข้ามจังหวัดได้อย่างมาดมั่น เครื่องยนต์ดีเซลยังประหยัดใช้ได้ เชื้อเพลิง 1 ถังลากกันยาวๆ เฉียด 800 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้นถ้าคุณขับไม่เร็ว แต่ใครจะซื้อสปอร์ตเอสยูวีราคา 7 ล้านมาคลานเล่นกันละครับ ช่วงล่างที่นุ่มสบายเหมาะกับเจ้าของ X6 รุ่นเก่าที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ความเป็นผู้ใหญ่ของมันไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ แต่อยู่ที่ความสบายของระบบรองรับ ผมเคยขับทดสอบทางไกลในรถ X6 Gen 1 และซัดหนักๆใน X6 M Gen 2 ที่เซปัง ในรถ X6 Gen 3 นั้น ช่วงล่างที่นิ่มนวลของมันจะทำให้คุณรู้สึกดีเมื่อต้องขับทั้งวัน มันเป็นรถที่เหมาะกับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ แถมยังวิ่งในเมืองได้อย่างคล่องตัว อย่างที่บอกว่าช่วงล่างดูดซับแรงสะเทือนได้ดี (มาก) แม้จะไม่ใช่ Adaptive Air Suspension แต่ด้วยค่าที่คงที่ทำให้ผมรู้สึกชอบ ช่วงล่างแบบธรรมดาดูจะไม่เหมาะสมกับระดับของราคาค่าตัว แต่เมื่อคิดถึงการใช้งานระยะยาว บนถนนที่มีความหลากหลายของประเทศไทย ช่วงล่างถุงลมจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเห็นๆ 

    ความเปลี่ยนแปลงหลักๆ นอกจาก Dynamic ที่ดีขึ้นผิดหูผิดตาแล้ว X6 ใหม่ยังมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สวยงามและดุดัน บั้นท้ายของมันเป็นจุดที่น่ามองมากที่สุด ส่วนกระจังหน้าที่มีไฟอยู่ข้างในก็ถือเป็นเรื่องที่ BMW พยายามจะเอาชนะ Mercedes-Benz ด้วยลูกเล่นที่ยังไม่มีใครทำ ไฟท้าย ฝาท้ายและท่อไอเสียแบบใหม่ที่ลงตัว ช่วยเสริมความดุดันให้กับ X6 ราวกับหลุดออกมาจากโลกอนาคต ห้องโดยสารแนวอนุรักษ์นิยมที่ยังคงตามหลัง Mercedes-Benz ในด้านการออกแบบ แต่ X6 ใช้การตกแต่งอย่างแพรวพราว ด้วยวัสดุราคาแพง สามารถรองรับการใช้งานจริงได้อย่างเต็มที่ ระบบ iDRIVE เวอร์ชั่นล่าสุด พัฒนาไปไกลลิบ สารพัดปุ่มบนซุ้มคันเกียร์ใช้งานได้ง่าย สามารถเข้าถึงองค์ประกอบหลักของตัวรถได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้จะช่วงสร้างความพึงพอใจในระยะยาว ข้อมูลของระบบนำทางแบบใหม่ที่ละเอียดยิบย่อย การปรับตั้งต่างๆที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้กันพอสมควรเพราะเยอะเหลือกำลังลาก! สิ่งที่ชอบก็คือ เครื่องเสียง Harman Kardon Premium Logic 7® มาพร้อมลำโพง 16 ตัว รวมซัฟวูฟเฟอร์ใหญ่ขนาดกะละมังใบเล็ก กำลังขับ 600 WATTS พร้อมระบบ SURROUND SOUND TECHNOLOGY แม้จะไม่เนียนเท่า B&W ใน X6 xDRIVE M50d แต่มีความคมชัดหนักแน่นครบถ้วน เหมาะกับการฟังเพลงเมื่อขับทางไกลเป็นที่สุด! 

    ถ้ารู้สึกว่า การมีแค่ 5 ที่นั่งนั้นน้อยเกินไป ก็ให้ขยับไปที่ยักษ์ใหญ่อย่าง X7 แต่ความคล่องตัวในเมืองก็จะลดลง ผมขับ X6 มาทั้งวัน และมันก็เป็นรถที่เหมาะกับการเดินทาง 4 คน พร้อมสัมภาระ เป็นยานพาหนะที่ทำให้คนขับรู้สึกสนุกและผู้โดยสารก็สบายตัวมากกว่ารุ่นที่แล้ว ฐานล้อที่ขยับเพิ่มเล็กน้อย ตัวรถยาวขึ้นนิดหน่อย และเตี้ยลงอีกพอสมควร พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายก็พอเพียง เมื่อพับเบาะหลังก็จะเพิ่มขึ้นอีกเยอะ เบาะหลังนั่งแล้วสบายใช้ได้ แม้หลังคาจะเทลาดลงมา ก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดหรือคับแคบ แทนที่จะสูงเหมือนรถรุ่นก่อน X6ใหม่ มีฐานล้อที่ยาวขึ้น ทำให้บาลานซ์ของรถเกือบจะสูสีกับ Audi Q8 พนักพิงศีรษะสอดรับกับท่านั่งและปรับให้เข้ากับต้นคอของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ทำให้นั่งเบาะหลังแล้วไม่เมื่อยต้นคอ  

    นักขับสายหรูต่างรู้ดีว่า BMW เป็นรถที่เข้าโค้งได้อย่างยอดเยี่ยม ถ้าคุณปิดระบบควบคุมการทรงตัว แล้วอัด X6 เข้าโค้งแรงเกินไป อาการโอเวอร์สเตียร์หรือท้ายกวาดก็จะโผล่ออกมาทันที พวงมาลัยที่ดีงามของมัน สามารถสื่อสารกับคนขับและช่วยทำให้การรักษาทิศทางของรถขณะเข้าโค้งได้ง่ายขึ้น พวงมาลัยจะเตือนคนขับด้วยอาการขืนตัว แค่ยกคันเร่งแล้วประคองทิศทางให้ถูกต้อง ส่วนหน้าของรถก็จะพาคุณพุ่งออกมาจากปลายโค้งได้อย่างรวดเร็ว แต่มีแอบตกใจนิดๆ เนื่องจากมวลน้ำหนักที่ถ่ายเทมาให้รู้สึกนั้นแตกต่างจากรถสปอร์ตคันเล็กอย่างสิ้นเชิง ถ้าพวงมาลัยเริ่มขึงตัวเองหนักข้อขึ้นในโค้ง แสดงว่าคุณใช้ความเร็วแทบจะเต็มขีดจำกัดของช่วงล่างและยาง 

    อัตราเร่ง 0-100 ใน 6.5 วินาที ของ X6 xDRIVE 30d เร็วสูสีกับ MINI Cooper JCW แต่อย่าลืมว่า JCW นั้นเล็กราวกับรถโกคาร์ทและหนักแค่ 1.5 ตัน เมื่อยักษ์เยอรมันออกตัวจากจุดหยุดนิ่งด้วยการกระทืบคันเร่ง แรงดึงมหาศาลที่กระทำกับยางนั้นรุนแรงเอาเรื่อง น้ำหนักของมันทำให้การเร่งเต็มไปด้วยความเสถียร พุ่งลิ่วๆ ไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละและนิ่งสนิทในย่านความเร็วสูง แรงบิดไหลต่อเนื่องยาวนาน หากมีพื้นที่ข้างหน้ามากพอ แรงดึงอาจไม่โหดจนทำให้เกิดอาการทอร์คสเตียร์ แต่ที่ไม่เกิดก็เพราะชุดขับ 4 xDRIVE คอยเฉลี่ยแรงบิดให้เท่ากันทุกล้อทันทีที่เซนเซอร์ตรวจพบว่าคนขับกดคันเร่งอย่างเต็มที่ บอกตามตรงว่าผมไปคนเดียว ไม่กล้าเสี่ยงเอารถลงไปลองบนทางออฟโรดเพื่อทดสอบการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE เพราะถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นกับยาง ความไกลของสถานที่ทดสอบ จะยิ่งทำให้การช่วยเหลือยากลำบากมากยิ่งขึ้น ล้อ 22 นิ้วที่มาพร้อมยางสปอร์ตแก้มเตี้ยเส้นเขื่อง ขับบนถนนผิวเรียบได้ดี มีการยึดเกาะที่ดี และมีเสียงจากการบดลงไปบนผิวถนนไม่มากนัก การเก็บเสียงที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของรถ BMW ที่มีค่าตัวเกิน 7 ล้านบาท ทำให้ X6 ใหม่มีห้องโดยสารที่เงียบเอาเรื่อง 

    สรุปว่า ด้วยความที่ X6 ใหม่ มีรูปลักษณ์สวยงามลงตัว โดยเฉพาะส่วนท้าย บวกกับการขับที่โดดเด่นมากกว่ารุ่นที่แล้ว เครื่องยนต์ดีเซลมีสมดุลที่ดี แรงบิดเยอะและเรียกใช้ได้ทุกเวลาตามต้องการ เมื่อจับคู่กับเกียร์ ZF 8HP ในโหมดสปอร์ต ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความคล่องและเร็วจี๋ของมัน อัตราทดจูนมาดี เกือบจะสูสีกับเกียร์ 9 -G Tronic ของรถคู่แข่ง จังหวะใช้ Paddle Shift เกียร์เปลี่ยนตามสั่งอย่างรวดเร็ว ความกระฉับกระเฉงของมัน ทำให้นักเลง X5 บางคนถึงกับอดรนทนไม่ได้ ต้องเพิ่มเงินเพื่อขยับไปเล่นรถที่ดูโหดมากกว่า X6 เลี้ยวเข้าโค้งได้ไวพอๆ กับคู่แข่ง แต่เมื่ออยู่ในโค้งแล้ว Audi Q8 55TFSi ดูจะเชื่องมือกว่านิดๆ ห้องโดยสารแสนสบายใช้งานได้ดีสมกับราคาค่าตัว เป็นรถที่ BMW ตั้งใจผลิตให้ดีกว่ารุ่นเก่าแบบรถคนละยุคกันเลยทีเดียว มันเป็นรถที่ทันสมัยและวิ่งได้อย่างเฉียบขาด การเพิ่มความดุดันให้กับรูปลักษณ์และเติมเต็มด้าน Dynamic ให้กับการขับขี่ ทำให้มันเป็นรถที่มีความน่าใช้อยู่เหมือนกัน ถ้าคุณเริ่มเบื่อกับความเกลื่อนของ Cayenne เจ้า X6 ใหม่ คือคำตอบว่าทำไมต้องซื้อรถ SAV! 

    BMW X6 xDRIVE 30d M Sport

    Weight น้ำหนักรถสุทธิ 2,235 กิโลกรัม
    น้ำหนักสูงสุด 2,860 กิโลกรัม
    น้ำหนักที่บรรทุกได้ เป็นกิโลกรัม 750 กิโลกรัม
    น้ำหนักลงเพลาหน้า/หลัง 1,320/1,615 กิโลกรัม
    ปริมาตรในการบรรจุ 580.0 ลิตร
    ปริมาตรในการบรรจุของสูงสุดเมื่อพับเบาะหลัง 1,530 ลิตร 


    Engine
    จำนวนกระบอกสูบ 6
    วาล์ว 4 วาว์ลต่อสูบ
    ปริมาตรกระบอกสูบ 2.993 ลูกบาศก์เซนติเมตร
    ระยะชัก 90 มิลลิเมตร
    ขนาดกระบอกสูบ 84 มิลลิเมตร
    กำลังสูงสุด 195 กิโลวัตต์ 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที 
    แรงบิดสูงสุด  620 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที
    อัตราส่วนการอัด: 16.5:1

    Performance
    ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง
    อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 6.5 วินาที


    Fuel consumption
    ในเมือง  7.5 ลิตร/100 กิโลเมตร
    นอกเมือง 6.6  ลิตร/100 กิโลเมตร
    สภาวะโดยรวมเฉลี่ย 6.9 ลิตร/100 กิโลเมตร
    ระดับการปล่อย CO2 โดยเฉลี่ย 183 กรัม/กิโลเมตร
    ปริมาตรถังน้ำมันโดยประมาณ 80 เป็นลิตร

    Wheels
    ขนาดยางหน้า 275/35 R22
    ขนาดยางหลัง 315/30 R22
    ขนาดล้อหน้าและวัสดุ 9.5 J x 22 inches, light-alloy
    ขนาดล้อหลังและวัสดุ 10.5 J x 22 inches, light-alloy

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    บีเอมดับเบิ้ลยูBMWBMW X6BMW X6 XDRIVE 30D M SPORTSUVอาคม รวมสุวรรณ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 13:34 น.