ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เสียบปลั๊กควักไม่แพง ทดสอบรถปลั๊กอินไฮบริด BMW 530e M SPORT PLUG IN HYBRID

    ไทยรัฐออนไลน์3 ก.ย. 2563 10:00 น.
    SHARE

    ทศวรรษใหม่ของ BMW กับความพยายามในการทำให้อากาศรอบตัวคุณสะอาดขึ้น ไม่ว่ารถอะไรก็จะถูกนำมายัดแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อการทำตัวให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน Plug in Hybrid ที่ผลิตโดย BMW Group เป็นรถที่ปล่อยมลพิษต่ำและวิ่งได้อย่างเงียบเชียบด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าไกล 30 กิโลเมตร  อะไรก็ตามที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน ท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นการแปลงร่างเป็นรถ Electric vehicle เต็มรูปแบบ

    มิลเลเนียมออโต้ ตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ของ BMW และ MINI ส่งรถปลั๊กอินรุ่น 530e พร้อมชุดแต่ง M Sport มาให้ลองขับใช้งานนาน 7 วัน เป็นสัปดาห์ที่ค่อนข้างวุ่นวายกับงานที่ค้างอยู่ รวมถึงการเตรียมตัวที่จะหยุดยาวในช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2563 นี้ สำหรับระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟถูกนำมาใช้ในรถตราใบพัดหลากหลายรุ่น ไม่ว่ารถรุ่นนั้นจะมีขนาดที่ใหญ่โตอย่าง BMW X5 xDRIVE 45e Plug in Hybrid / BMW 745Le Plug in Hybrid ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินที่มีความจุมากขึ้น ( จาก 4 สูบ เป็น 6 สูบ) รวมถึงรถที่มีขนาดย่อมลงมาอย่าง BMW 330e จนมาถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง iX3 จากแนวคิด iPerformance ที่ BMW พยายามพัฒนายานยนต์เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น การทำตัวเป็นยานพาหนะที่ประหยัด ปล่อยมลพิษต่ำและมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน คือความจำเป็นเร่งด่วนของค่ายรถยนต์ฝั่งยุโรป มาตรการที่เข้มงวดของทางการซึ่งกำหนดให้รถรุ่นใหม่ต้องมีค่าการปล่อย CO2 ต่ำสุดๆ ทำให้บรรดาบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในแดนไส้กรอกต้องคิดค้นระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟพ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อลดมลภาวะ รถที่นำมารีวิวซำ้อีกรอบหลังจากผ่านไป 1 ปี ก็คือ ซาลูนหรูไซส์กลางโมเดล Series-5 รหัส G30 ที่ถูกนำมาใส่ระบบเสริมพลังงานแบบ Plug in Hybrid ในรุ่น 530e M-Sport ราคา 3,939,000 บาท เป็นรถคู่แข่งกับ Mercedes Benz E300e AMG DYNAMIC Plug in Hybrid ราคา 3,770,000 บาท 

    กำลังของ BMW 530e M-Sport นั้น ได้มาจากเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2 ลิตร 184 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในชุดเกียร์ ZF 8 Speed โดยใช้ตัวเก็บประจุไฟฟ้าเพื่อป้อนพลังงานให้กับมอเตอร์ด้วยแบตเตอรี่แบบใหม่ เครื่องยนต์ 2 ลิตร บล็อกเดียวกันกับ BMW 530i แต่มีการปรับจูนแรงม้าและแรงบิดให้ต่ำกว่า เพื่อทำให้สอดคล้องกับการเป็นยานพาหนะแบบ Plug in Hybrid มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 70Kw มีกำลัง 95 แรงม้า พร้อมแรงบิด 250 นิวตันเมตร ติดตั้งโดยฝังตัวเองอยู่ในชุดเกียร์ ZF8HP คอยเสริมกำลังกับเครื่องยนต์ตัวเล็ก ทำให้สมรรถนะของ BMW 530e iPerformance M-Sport อยู่ในเกณฑ์ไม่ธรรมดา จากตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.2 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดว่ากันถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อชาร์จไฟจนเต็มแบตฯ โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง BMW 530e M-Sport ในรูปแบบซาลูนปลั๊กอินไฮบริดสามารถวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ โดยไม่ติดเครื่องยนต์ในย่านความเร็ว 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ไกล 30 กิโลเมตร 

    ระบบขับเคลื่อนแบบผสมเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้าของ 530e iPerformance M-Sport ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์เบนซินตัวเล็กในกลุ่มรถยนต์ iPerformance เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อน 4 ล้อที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นนี้ประจำการอยู่ใต้ฝากระโปรง พื้นฐานของเครื่องยนต์เบนซินใน 530e เป็นเครื่องแถวเรียง 4 สูบ วางตามยาวขับเคลื่อนล้อหลัง ปริมาตรความจุ 1,998 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 82.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 94.6 มิลลิเมตร มีอัตราส่วนกำลังอัด 10.2:1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์แบบยิงตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ high precision injection ของ BMW กลไกวาล์วแปรผันสองฝั่ง Double VANOS และระบบ valvetronic ส่วนระบบอัดอากาศที่กลายเป็นของจำเป็นของรถยนต์จากเยอรมนี ใช้เทอร์โบคู่แบบ TwinScroll ภายใต้นวัตกรรม BMW TwinPower Turbo เมื่อควบรวมกำลังของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เจ้า 530e จะมีเรี่ยวแรง 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 420 นิวตันเมตร เหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

    พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ป้อนมอเตอร์ในชุดเกียร์ส่งถ่ายมาจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแบบ High Voltage ขนาด 9.2 Kwh เมื่อชาร์จไฟจนเต็มแบตฯ BMW เคลมว่าสามารถวิ่งในเมืองได้ไกลถึง 50 กิโลเมตร (ระยะทางจากการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ติดเครื่องยนต์ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการขับขี่และสภาพการจราจรและสภาพถนน) มอเตอร์ไฟฟ้าในเกียร์ ZF 8 HP สามารถทำความเร็วได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยที่เครื่องยนต์ยังไม่ทำงานเพื่อเสริมแรงบิด! BMW ยังเคลมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไว้ถึง 52.3 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนค่าการปล่อย Co2 นั้นต่ำสุดๆ แค่ 44 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

    โหมดการขับเคลื่อนที่หลากหลายของ BMW 530e M-Sport มีทั้งโหมดปกติ ECO PRO / COMFORT / SPORT และโหมดที่ใช้ผสมผสานกับระบบ Hybrid ที่มีให้เลือกใช้งาน 3 โหมด คือ

    AUTO eDRIVE
    เป็นโหมดขับเคลื่อนที่ผสมผสานการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อทำให้การขับใช้งานมีความประหยัดสูงสุด ในสภาพการณ์ปกติ มอเตอร์จะเข้ามารับหน้าที่ขับเคลื่อนรถตั้งแต่เริ่มต้นออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง เมื่อความเร็วทะยานไปถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์จะติดตัวเองขึ้นมาเพื่อเสริมแรงแบบอัตโนมัติ เมื่อคนขับกดคันเร่งอย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะประสานการทำงานเพื่อสร้างอัตราเร่งที่ดี โดยจะตอบสนองอย่างรวดเร็วและนิ่มนวลในการส่งถ่ายแรงบิดไม่ว่าจะเป็นแรงบิดจากเครื่องยนต์หรือจากมอเตอร์ก็แทบจะไม่รู้สึกว่าอะไรกำลังทำงานอยู่หากไม่ดูที่จอภาพมอนิเตอร์ก็ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่า ขณะที่กำลังขับเคลื่อนอยู่นั้น เครื่องยนต์หรือมอเตอร์กันแน่ที่กำลังรับหน้าที่ขับเคลื่อน


    Max eDRIVE
    เป็นโหมดการขับเคลื่อนแบบไร้มลพิษ (เมื่อแบตเตอรี่มีไฟเต็ม) ถูกออกแบบมาสำหรับการขับใช้งานในเขตเมืองที่มีการกำหนดค่ามลพิษอย่างเข้มงวด โหมด Max eDRIVE มอเตอร์ไฟฟ้าจะรับหน้าที่ขับเคลื่อนรถแต่เพียงอย่างเดียว หากแบตเตอรี่ถูกชาร์จไฟมาจนเต็มสามารถวิ่งทำระยะทางในเมืองได้ประมาณ 30-40 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับสภาวะของการขับ สภาพการจราจรและสภาพถนน)

    BATTERY CONTROL
    เป็นโหมดที่ใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนพร้อมๆ กับการชาร์จกระแสไฟฟ้าประจุเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ การชาร์จแบตฯ จนเต็มในลักษณะวิ่งไปชาร์จไปค่อนข้างกินเชื้อเพลิงมากกว่าการชาร์จด้วยไฟฟ้าจากบ้านพักอาศัยที่ชาร์จไฟผ่านอุปกรณ์ BMW iWallBOX ระบบชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าแบตฯ สามารถปรับตั้งระยะเวลาของการชาร์จรวมถึงปริมาตรของกระแสไฟเป็นเปอร์เซ็นต์ ไล่จาก 20% ไปจนถึง 100% ส่วนการชาร์จไฟผ่านสถานีชาร์จสาธารณะที่รองรับการชาร์จแบบเร็วจนกว่าแบตเตอรี่จะเต็มจะต้องใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ด้วยการอัดประจุไฟในระดับสูงสุดของแท่นชาร์จไฟฟ้า 

    งานออกแบบเรือนร่างอันเข้มข้นของ New Series-5 รหัสตัวถัง G30 ใช้แนวคิด BMW Efficient Lightweight เน้นการใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างอะลูมิเนียมและเหล็กกล้าที่มีความทนทานสูงแต่น้ำหนักเบามาใช้เป็นเปลือกตัวถังและแชสซี ฝากระโปรง และบานประตูทั้งสี่ ทำจากอะลูมิเนียม New Series-5 รุ่น 530e แบบปลั๊กอินไฮบริด จึงมีน้ำหนักเบากว่า ActiveHYBRID-5 รุ่นก่อนถึง 115 กิโลกรัม ตัวถังถูกออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ แม้จะมีแบตฯ พ่วงเข้ามาด้วยแต่ก็มีการกระจายน้ำหนักอย่างสมดุลที่ตัวเลขหน้า-หลังเท่ากันแบบ 50/50 สัดส่วนของ New Series-5 G30 มีแรงเสียดทานอากาศต่ำที่สุดในรถซาลูนระดับเดียวกัน ส่งผลให้การขับขี่มีความคล่องตัว เข้ากับความนุ่มสบายของระบบรองรับที่เซตมานุ่มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ทีมวิศวกรของ BMW ทำงานอย่างหนักเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศลง 10% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศอยู่ที่ 0.22 เป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์ซาลูนขนาดกลาง กระจังหน้าที่สามารถปิดหรือเปิดแบบอัตโนมัติช่วยลดแรงเสียดทานของกระแสอากาศเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง

    มิติตัวถังของ BMW 530e M-Sport มีความกว้าง 1,869 มิลลิเมตร ยาว 4,936 มิลลิเมตร และสูง 1,483 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อวัดจากดุมหน้าไปหลัง 2,975 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า 1,604 มิลลิเมตร หลัง 1,631 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถ 150 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 46 ลิตร น้ำหนักตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 1,770 กิโลกรัม

    ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ BMW 530e ด้านหน้าแบบดับเบิลวิชโบน สปริง โช้คอัพและกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ สปริง โช้คอัพและกันโคลง ปีกนกและแขนยึดทำจากอะลูมินั่มอัลลอยทั้งหน้าและหลัง ทำให้น้ำหนักใต้สปริงลดลง ส่งผลให้ช่วงล่างทำงานเต็มประสิทธิภาพ โดยมีการปรับการทำงานของโช้คอัพให้ส่งถ่ายความนิ่มนวลได้มากกว่า Series-5 F10 ล้อและยางของ 530e ยัดอัลลอยลาย M ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางสปอร์ต ล้อหน้าไซส์ 245/40 R19 ล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนยัดยางใหญ่ขึ้นมาอีกนิดที่ไซส์ 275/35 R19 เป็นยางยี่ห้อ Goodyear รุ่น Eagle f1 ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานดีพอสมควร เหมาะกับผิวถนนที่มีความหลากหลายในประเทศไทย

    อุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายในของ M-Sport ไล่เรียงจากสปอยเลอร์หน้า M ล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้วของ M กาบบันได M สปอยเลอร์หลัง M แก้มข้างแปะตราสัญลักษณ์ M ชิ้นเล็กๆ ชุดเบรก BMW M Performance Brakes คาร์ลิปเปอร์หน้าแบบ 4พอต หลังซิงเกิลพอต พ่นสีน้ำเงินแปะตราสัญลักษณ์ M เพื่อบ่งบอกว่ามันไม่ใช่ M5 แท้ๆ แค่ Series-5 ที่ประดับประดาชุดแต่งและชุดเพิ่มสมรรถนะเพื่อความน่าใช้งาน ไฟหน้าแบบ Adaptive LED ที่ปรับทิศทางตามการหมุนของพวงมาลัย ทำงานแบบอัตโนมัติ พร้อมการจูนซอฟต์แวร์เพื่อทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นและฉลาดมากกว่าเดิม ไฟหน้า ถือเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับ Series-5 รุ่นใหม่โดยเฉพาะ ไฟหน้าแบบ Adaptive LED มีระบบปรับการกระจายแสงให้เหมาะสมกับเส้นทางที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มแสงสว่างในมุมอับในขณะเข้าโค้ง ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติในระยะไกลสุด 500 เมตร BMW New Series-5 530e มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า Serirs-5 f10 รุ่นก่อนอย่างชัดเจน

    ฝากระโปรงหลังถูกออกแบบให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ความจุของพื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝาท้ายขนาด 530 ลิตร ขอบล่างของกระโปรงปรับให้มีระดับต่ำลงกว่าในรุ่นก่อน ทำให้จัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ได้ง่าย ภายในช่องเก็บของที่ทั้งเปิดฝากระโปรงได้กว้างขึ้น และมีขนาดที่กว้างกว่าเดิม ฝากระโปรงหลังที่ทำจากอะลูมิเนียมทั้งบาน ลดน้ำหนักลงอีก 4.2 กิโลกรัม แถมยังทำงานเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความสบายได้พอสมควร

    BMW 530e รุ่นปี 2020 มาพร้อมห้องโดยสารที่ติดตั้งอุปกรณ์แบบใหม่ในระบบ BMW Live cockpit professional  แตกต่างจากรถ 530e รุ่นแรกๆ จากการเปลี่ยนหน้าจอภาพมาตรวัดและจอมอนิเตอร์แสดงผลส่วนกลาง เพื่อความทันสมัยเทียบเคียงกับรถรุ่นใหม่ของค่ายตราใบพัด ที่หันมาใช้ระบบมัลติมีเดียและการแสดงผลมาตรวัดรวมถึง iDRIVE แบบใหม่ ระบบปฏิบัติการ BMW iDrive 7.0 และฮาร์ดแวร์ BMW Live Cockpit Professional ถูกติดตั้งอยู่ในรถ BMW รุ่นใหม่ ปี 2020 เช่น Series-3, Series-5, Series-7 และ Series 8 Gran Coupe  รวมถึง SUV X3/ X5 / X6 / X7 ใช้ระบบ Android Auto ไร้สาย 

    งานตกแต่งภายในสไตล์ Series-5 ซึ่งเป็นรถผู้บริหารที่สูงวัยมากกว่า Series-3 ภายในของ G30 หรูหราเน้นบรรยากาศแบบสปอร์ตด้วยเทคโนโลยีใหม่หมด ไล่เรียงจาก พวงมาลัย M กาบบันไดของ M ระบบปฏิบัติการ ios 7.0 เวอร์ชั่นล่าสุด ปุ่มควบคุมระบบแอร์แบบใหม่ หน้าปัดมาตรวัดแบบจอภาพ TFT ที่ยกมาจาก New Series-7 ปรับเปลี่ยนหน้าจอมาตรวัดไปตามโหมดการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ นอกเหนือจากพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารในห้องโดยสารที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยี SYNTAK (Special Synergy Thermoacoustic Capsule) ยังช่วยเสริมการเก็บเสียงเพื่อความผ่อนคลาย โดยใช้วัสดุซับเสียงแบบใหม่ทำหน้าที่ป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกได้ดีขึ้น กล้องมองภาพรอบคันพร้อมสัญญาณเสียงเซนเซอร์เมื่อขับเข้าไปใกล้วัตถุกีดขวาง รวมถึงฟังก์ชันเข้าจอดแบบอัตโนมัติ

    ระดับความคมชัดของหน้าจอมอนิเตอร์กลางระบบสัมผัสใน 530e M-SPORT จะสูงกว่า Series-5 F10 รุ่นที่แล้ว โดยให้รายละเอียดของภาพกราฟิกที่คมชัด ชุดควบคุม iDRIVE เวอร์ชั่นใหม่ มาพร้อมหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ถึง 10.25 นิ้ว ช่วยให้เจ้าของรถสั่งการผ่านปุ่มควบคุม iDRIVE เวอร์ชั่นใหม่ ได้ง่ายและสะดวกกว่าปุ่มแบบคลิก รวมถึงรูปแบบของการสั่งงานในระบบสาระบันเทิงที่คล้ายการสั่งงานด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน พร้อมฟังก์ชัน Message Centre ภายในระบบ iDRIVE สำหรับการพิมพ์ข้อความ ตอบอีเมลหรือข้อมูลอื่นๆ

    พวงมาลัย M-Sport แบบสามก้าน ทำจากวัสดุเกรดสูง ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้ที่ใช้หุ้มรอบวงที่ค่อนข้างอวบอ้วนทำให้จับได้อย่างถนัดมือ ก้านวงติดตั้งสวิตช์สั่งงานต่างๆ ของระบบเครื่องเสียง การเลือกดูข้อมูลในจอภาพ MID รับหรือวางสายโทรศัพท์แบบบลูทูธ ปุ่มควบคุมปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control และที่ขาดไม่ได้สำหรับ Series-5 เวอร์ชั่น M-Sport ก็คือแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift ใน 530e นั้นขนาดของแป้นเปลี่ยนเกียร์รวมถึงวัสดุที่ใช้ทำตัวแป้นนั้นจัดออกมาได้สวยงามน่าใช้งาน แทบจะคล้ายกับ Paddle ของ BMW M5 กันเลยทีเดียว พวงมาลัยปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทางครอบคลุมท่านั่งและสรีระของคนขับทั้งหมดไม่ว่าจะอ้วนเตี้ยสูงโย่งหรือมีหุ่นแบบนายแบบนางแบบก็ปรับและขับได้อย่างถนัดรัดกุม ที่ชอบก็คือ พวงมาลัยจะยกตัวเมื่อดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตู เพื่อเปิดพื้นที่ออกจากห้องโดยสาร ฟังก์ชั่นประตูดูด ช่วยเพิ่มความสบายไม่ต้องออกแรงปิดประตูเหมือนรุ่นเก่า  

    ภายในแบบทูโทน แดชบอร์ด คอนโซล สีดำสลับสีน้ำตาล แผงประตูก็ยังเล่นโทนสลับระหว่างไวนิลเกรดสูงสีดำสลับสีน้ำตาล เบาะหนังแท้สีน้ำตาล เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ระดับ เป็นเบาะแบบสปอร์ตที่มีการออกแบบเพื่อทำให้นั่งได้สบายสามารถขับได้ทั้งวัน เบาะหลังแบบ 3 ที่นั่ง แต่นั่งจริงๆ แค่ 2 ก็น่าจะดีกว่านั่งกันถึง 3 คนซึ่งทำให้รู้สึกคับแคบเกินไป เบาะหลังออกแบบให้มีพนักเท้าแขนบริเวณกึ่งกลางของเบาะ รวมถึงช่องแอร์ด้านหลังที่สามารถปรับระดับความแรงและทิศทางของลมเพื่อเพิ่มความเย็นฉ่ำ

    ห้องโดยสารออกแบบมาเพื่อความสวยงามและเอื้อต่อการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพจากการจัดวางตำแหน่งของปุ่มและสวิตช์ต่างๆ ที่เอียงเข้าหาคนขับ งานตกแต่งภายในด้วยโลหะอะลูมิเนียม หนังแท้ ผ้าและพลาสติกเกรดสูง รวมถึงวัสดุตกแต่งพิเศษจาก M-Sport ที่เน้นความหรูหราและสปอร์ต แสดงออกถึงเอกลักษณ์ของยานยนต์ซาลูนระดับบนจากแบรนด์ตราใบพัด ส่วนหน้าปัดแสดงผลใช้จอภาพ TFT LCD ส่วนจอภาพมอนิเตอร์บนแผงคอนโซล หน้าจอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้ว ที่ทำงานควบคู่กับระบบ BMW Live cockpit professional ios 7.0 ระบบสั่งงานด้วยเสียง รวมถึงระบบสั่งงานด้วยท่าทาง หรือ Controller Gesture Control เป็นหนึ่งในระบบควบคุมและสั่งการที่เชื่อมต่อการทำงานของระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์ โดยการใช้สัญญาณมือโบกผ่านหน้าจอที่ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับ คนขับสามารถเร่งหรือหรี่เสียงเพลงได้ง่ายแค่ใช้การวนนิ้ว แต่ก็ต้องใช้ความคุ้นเคยเพื่อทำให้นิ้วอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ระบบ Gesture Control ซึ่งเป็นฟีเจอร์ควบคุมฟังก์ชันหลักด้วยท่าทางการเคลื่อนไหวของมือ

    ออปชั่นมาตรฐานของ New Series-5 G30 530e M-Sport ติดตั้งลำโพงคุณภาพสูง 16 ตำแหน่ง ด้วยระบบ premium sound system ของ Harman Kardon เต็มชุด ซึ่งจัดลำโพง 16 ตัวพร้อมแอมป์ 10 ช่องสัญญาณ รวมถึงทวิตเตอร์ กำลังขับของชุดเครื่องเสียงจัดเต็มถึง 600 วัตต์ อัดเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆ ของอุปกรณ์เล่นเพลงและภาพ มาเต็มคันรถคล้าย New Series-7 ด้วยไอคอนที่สวยงามน่าใช้ ฟังก์ชัน Apple CarPlay เพื่อเสียบต่อเชื่อมกับโทรศัพท์ iPhone ผ่านปุ่มควบคุม iDRIVE โดยไม่ต้องใช้สายต่อเชื่อม

    BMW 530e M-Sport เป็นรถที่เงียบมาก การสตาร์ทเครื่องยนต์เริ่มต้นจากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้เครื่องยนต์ยังคงหลับใหลหากขับในย่านความเร็วต่ำหลังจากชาร์จไฟมาทั้งคืนคุณจะวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ โดยไม่ใช้น้ำมันไกล 30 กิโลเมตร เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตรที่ไม่มีมลพิษใดๆ ทั้งสิ้น มันทั้งเงียบและแน่น แถมยังนุ่มนวลสุดๆ เมื่อเคลื่อนตัวผ่านผิวถนนที่ขรุขระจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าแถบถนนพหลโยธิน ราคาเฉียดๆ 4 ล้านบาทของ 530e iPerformance M-Sport คุณจะได้ซาลูนที่มีความยาวเกือบ 5 เมตร พร้อมการขับที่เน้นความนุ่มมากเป็นพิเศษ นักเลง BMW ที่ชอบขับเร็วๆ อาจรู้สึกย้วนิดๆ เมื่อลองขับรถรุ่นนี้ รวมถึง Series-5 G30 รุ่นอื่นที่มีขายในไทย ระบบรองรับที่ถูกปรับจูนมาใหม่ทำให้ช่วงล่างของมันโอนอ่อนผ่อนคลายขึ้นเยอะ แม้จะขับบนผิวถนนที่เป็นปูนซีเมนต์ก็ยังนุ่มกว่ารถคู่แข่ง ความรู้สึกดังกล่าวถูกส่งถ่ายออกมาจากช่วงล่างอัลลอยที่มีการเซ็ตอัพมาเป็นอย่างดี 

    ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในรถ Plug in Hybrid ก็คือ คุณต้องเป็นคนที่ขยันชาร์จไฟให้กับเจ้า 530e เมื่อกลับถึงบ้านก็แค่เอาสายไฟออกมาเสียบกับที่ชาร์จ BMW Wall Box ปล่อยทิ้งไว้ 3 ชั่วโมงฃไฟก็เต็มแบตฯ 100% ใช้วิ่งแบบปราศจากควันพิษได้ 30 กิโลเมตร หากไม่ได้ติดตั้ง BMW Wall Box ระยะเวลาในการชาร์จผ่านไฟบ้านจะนานนิดนึง บางครั้งถ้าวิ่งมาจนแบตฯไม่เหลือไฟก็จะใช้การชาร์จประมาณ 4-5 ชั่วโมง (ปรับตั้งการชาร์จในระดับต่ำสุด เพื่อป้องกันสายไฟร้อน)  ส่วนการชาร์จผ่านอุปกรณ์ BMW iWallBOX ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง แบตฯ ก็จะประจุไฟจนเต็มสามารถขับใช้งานในย่านความเร็วต่ำเมื่อขับในเมืองได้แบบประหยัดสุดๆ หากบ้านอยู่ห่างจากที่ทำงานไม่ถึง 20-30 กิโลเมตร บอกเลยว่าเครื่องยนต์แทบจะไม่ได้ทำงานเนื่องจากแบตเตอรี่ของ 530e สามารถวิ่งได้ไกลในย่านความเร็วต่ำถึงเกือบๆ 31 กิโลเมตร แต่ก็อยู่ที่การควบคุมคันเร่งซึ่งถ้าอยากเห็นตัวเลขสวยๆ ของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็ต้องขับแบบประคับประคอง ระมัดระวังค่อยๆ เติมความเร็วไม่กระทืบลงไปบนคันเร่งเพื่อเรียกกำลังแรงบิด การกดคันเร่งลงลึกเครื่องยนต์จะติดตัวเองขึ้นมาทันทีเพื่อเสริมแรงบิดผสมผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้เร่งแซงได้ดีเพราะมีพลังเหลือเฟือแต่ก็เปลืองไฟเอาเรื่องถ้ากดกันต่อเนื่องมีหวังแบตฯ หมดเร็วกลับมากินน้ำมันเหมือนเดิมแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

    เมื่อไฟใกล้หมดแบตฯ สมองกลของระบบปลั๊กอินไฮบริดจะสั่งให้เครื่องยนต์ติดขึ้นแบบอัตโนมัติ แล้วรับหน้าที่ขับเคลื่อนต่อจากมอเตอร์ พร้อมกับทำการชาร์จไฟกลับเข้าแบตฯ ในลักษณะวิ่งไปชาร์จไปที่ค่อนข้างจะกินเชื้อเพลิง การขับไปชาร์จไฟไปใช้ระยะเวลาหรือระยะทางตามใจชอบ ถ้าต้องการให้แบตฯ มีไฟเต็มก็ต้องกดปุ่ม iDRIVE ในโหมด BATTERY CONTROL ไปที่ชาร์จ 100% ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงโดยที่เข็มวัดเชื้อเพลิงจะขยับหล่นลงมาแบบเห็นๆ! อัตราสิ้นเปลืองที่เคยโดดเด่น เมื่อเข้าสู่โหมดนี้จะทำให้เจ้า 530e กลายเป็นรถที่หิวกระหายเชื้อเพลิงเอาเรื่อง อย่างที่เคยบอกก็คือ ถ้าชอบขับแบบไร้มลพิษ 30 กิโลเมตร โดยที่เครื่องยนต์ไม่ติด ควรชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืนจะดีและประหยัดมากกว่าการขับไปชาร์จไฟไป โดยใช้กำลังเครื่องยนต์ปั่นกระแสไฟ ซึ่งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เมื่อผมลองวิ่งทางไกลด้วยแบตและมอเตอร์เพียวๆ หลังจากชาร์จไฟที่บ้านมาทั้งคืน เจ้า BMW 530e iPerformance สามารถทำระยะทางในการวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ ไกล 31 กิโลเมตร ด้วยความเร็วเฉลี่ย 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยที่เครื่องยนต์ยังคงนอนหลับใหลไม่ได้สติ กว่าเครื่องจะติดชึ่งขึ้นมาก็ผ่านระยะทางไปแล้วถึง 31 กิโลเมตร เป็น 31 กิโลเมตรที่ไม่มีการปล่อยของเสียใดๆ ออกมาทั้งสิ้น พร้อมความเงียบขณะทีมอเตอร์รับผิดชอบขับเคลื่อนน้ำหนัก 1.7 ตัน โดยที่เครื่องยนต์ยังดับสนิทอยู่ หลังจากใช้กระแสไฟในแบตฯจนเกือบจะถึง 31 กิโลเมตร เครื่องยนต์จะติดขึ้นมาอย่างนิ่มนวล 530e กลายร่างจากรถ EV มาเป็น Hybrid ระบบขับเคลื่อนจะผสมผสานกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า สลับการทำงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง  

    ไม่ต้องมาคอยระวังเรื่องของแรงสั่นสะเทือนเพราะ BMW ปรับจูนช่วงล่างของ 530e ให้นั่งได้สบายก้นเอามากๆ แถมยังเกาะถนนหนึบยังกับตีนตุ๊กแกด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของระบบรองรับ ช่วงล่างที่มีส่วนผสมของความหนึบแน่นและความนุ่มนวลนั้นเซตได้ยากมาก แต่ BMW ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็น 520d LUXURY / 530i M-SPORT รวมถึง 530e iPerformance พระเอกปลั๊กอินไฮบริด ทั้งหมดจะให้อารมณ์ของช่วงล่างที่นิ่มนวลกว่าเดิม (มาก) เบาะหนังที่รองด้วยฟองน้ำอย่างหนาของมันก็ยิ่งเพิ่มความนวลเมื่อขับผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ

    การตัดต่อเชื่อมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ ต่อให้คุณมีประสาทสัมผัสไวสุดคล้ายกิ้งก่าก็ไม่มีทางที่จะรู้สึกได้ว่ามอเตอร์หรือเครื่องยนต์ที่กำลังขับเคลื่อนหากไม่ได้มองที่จอมอนิเตอร์ เมื่อเกิดอาการคันบนไฮเวย์ข้ามจังหวัด แค่ลงคันเร่งจนสุด เครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบคู่กับมอเตอร์จะร่วมประสานพลังงานแปรเปลี่ยนแรงม้า 252 ตัวให้กลายเป็นแรงบิดระดับ 420 นิวตันเมตร ตัวเลข 0-100 ใน 6.2 วินาที นั้นเร็วมาก มันจะมาพร้อมๆ กับแรงดึงที่ออกแนวสุภาพนิ่มนวลชวนฝันแต่ความเร็วในเข็มวัดนั้นจะตวัดอย่างเร็วหากไม่มองให้ดีๆ แล้วกดกันแบบเพลินแค่แวบเดียวเท่านั้น มีทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    บนเส้นทางที่คดเคี้ยวขึ้น-ลงเนินเขาแถบเขาโจกในจังหวัดกาญจนบุรี BMW 530e ขับได้คล่องแคล่วราวกับรถรุ่นน้องที่เล็กกว่าอย่าง Series-3 f30 จุดเด่นดังกล่าวเกิดจากน้ำหนักตัวเบาแค่ 1.7 ตันกับชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้า BMW Servotronic ที่มาดมั่นสุดๆ รถให้ความรู้สึกเล็กเกินความเป็นจริงจากการเซตค่าแปรผันของพวงมาลัยที่ BMW มีความเชี่ยวชาญ พวงมาลัยไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์และวาล์วควบคุมแรงดันน้ำมันคอยปรับน้ำหนักของพวงมาลัยไปตามความเร็วและสภาพเส้นทาง ขับช้าพวงมาลัยจะเบาสบายมือแต่ยังคงความแม่นยำในระดับสูงสุด ขับเร็วขึ้นในโหมด Sport พวงมาลัยแสนรู้ของ 530e จะปรับน้ำหนักให้สอดคล้องกับความเร็วทำให้ควบคุมได้ง่ายขึ้นมาก การขับทางตรงบนไฮเวย์ด้วยความเร็วสูงไม่ต้องคอยมานั่งประคองพวงมาลัยให้เสียอารมณ์ ความมั่นคงของพวงมาลัยที่เริ่มกระชับรัดกุมขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกได้เมื่อตัวเลขความเร็วเพิ่มขึ้นช่วยทำให้เกิดความมั่นใจ เจ้าของ Series-5 ทุกคนชอบขับรถเร็วอยู่แล้ว พอมาเจอเข้ากับการทรงตัวในย่านความเร็วสูงที่ยอดเยี่ยมรวมถึงพวงมาลัยแม่นๆ ก็ลืมความประหยัดและจัดกันแบบเต็มสูบ จ่ายเงินเกือบๆ 4 ล้านบาทจะให้มาขับหยอดๆ ย่องๆ คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก

    แน่นอนว่าระบบ Plug in Hybrid ได้เข้ามาเพิ่มแง่มุมของการใช้งานที่มีความหลากหลายที่น่าสนใจ เอาเข้าจริงๆ มันไม่ได้ประหยัดมากมายอะไรอย่างที่คิด หากไม่ชาร์จไฟให้เต็มก็คล้ายกับการขับใช้งาน 530i โดยเฉพาะจังหวะปล่อยม้าหมดคอกนั้นค่อนข้างซดเอาเรื่อง แต่ถ้าขยับชาร์จทุกคืน พอเช้าก็ขับไปทำงานคุณจะพบว่ามันประหยัดเอาเรื่องหากบ้านอยู่ห่างจากที่ทำงาน 30 กิโลเมตรก็แทบจะไม่ได้ใช้น้ำมันสักหยดเมื่อชาร์จมาเต็มเปี่ยม 530e เป็นรถที่ขับได้ดีมาก พวงมาลัยแม่นยำสุดๆ พร้อมช่วงล่างที่โดดเด่นโดนใจในเรื่องของความนุ่มนวล รูปลักษณ์สง่างามโดยเฉพาะร่างทรงของมันเมื่อแต่งเต็มด้วยชุด M-Sport เก็บเสียงดีเยี่ยม จากการลองขับโดยวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ ก็เงียบสุดจนต้องระวังคนเดินถนน เพราะเค้าจะไม่ได้ยินเสียงเครื่องแม้แต่น้อย

    การชาร์จไฟจนเต็มแบตเตอรี่ทุกครั้งที่ขับใช้งานจะทำให้พบกับความประหยัดแต่เมื่อใดก็ตามที่ไฟหมดแบตฯ ก็จะเริ่มรับประทานทันทีไม่แตกต่างไปจาก 530i เบรกของมันให้ความรู้สึกแปลกๆ เนื่องจากเป็นระบบเบรกแบบสะสมพลังงาน ทุกครั้งที่ใช้เบรกระบบจะนำพลังงานที่ได้จากการเบรกมาแปลงเป็นไฟฟ้าประจุกลับเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ ทำให้ความรู้สึกที่แป้นเบรกถ่ายทอดออกมานั้นจะแตกต่างจากเบรกของ Series-5 G30 รุ่นมาตรฐานอยู่นิดๆ เครื่องเสียงติดรถมาจากโรงงานมีกำลังขับเหลือเฟือ ให้คุณภาพของเสียงเพลงที่เล่นผ่าน USB /iPOD/ AUX ไม่เป็นรองรถคู่แข่งอย่าง E300e AMG Dynamic  

    Plug in Hybrid คือยุคแรกของรถยนต์ก่อนที่จะกลายเป็น EV เต็มรูปแบบ BMW 530e M-Sport คือตัวอย่างในยุคแรกของการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน มันมีความสามารถยาวเหยียดบรรยายกันไม่ไหว มีอุปกรณ์ไฮเทคที่ช่วยทำให้การขับรถในทุกวันนี้กลายเป็นเรื่องง่าย และสะดวกสบาย แถมท้ายด้วยความปลอดภัย เป็นวิถีทางของ BMW ที่ทำให้คุณหรือใครที่เป็นเจ้าของรู้สึกดีเมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เป็นยานพาหนะที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในเมือง และเมื่อขับออกทางไกล การใช้เงินเฉียดๆ 4 ล้านบาท ดูเหมือนจะสมเหตุผลมากกว่าจะซื้อมาขับช้าๆ อยู่แต่ในเมือง 530e เป็นรถที่ประกอบเนี้ยบ  สมรรถนะการขับโดนใจวัยบริหาร โดยเฉพาะการควบคุมที่เป็นเอกลักษณ์ของ BMW แต่ถ้าหากรถอย่าง 530e ยังไม่สามารถสร้างความเร้าใจให้คุณเท่าที่ควร ก็ให้มองไปที่ตัวแรงกว่าอย่าง M5 ได้เลยครับ. 


    BMW 530e iPerformance M-SPORT ราคา 3,939,000 บาท

    รายละเอียดด้านเทคนิค
    เครื่องยนต์ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo
    ปริมาตรกระบอกสูบ  1,998 ซีซี.
    กำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ 184 แรงม้า ที่ 5,000-6,500 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร ที่ 1,350 - 4,250 รอบต่อนาที
    กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 83 กิโลวัตต์ 113 แรงม้า
    แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 250 นิวตันเมตร
    กำลังรวมสูงสุด 185 กิโลวัตต์ 252 แรงม้า
    แรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร
    ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตร/ชั่วโมง
    อัตราเร่ง 0 - 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 6.2 วินาที
    อัตราสิ้นเปลืองน้ำ มันเชื้อเพลิงเฉลี่ย - อ้างอิงผล ECO Sticker (กิโลเมตร/ลิตร) 55.6
    ระดับการปล่อย CO2 เฉลี่ย 41 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
    ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว ลาย Double-spoke
    ขนาดยาง 8 J x 18 / ยาง 245/45 R18
    (ยาง Runflat)
    มิติรถยนต์ ยาว 4,936 มิลลิเมตร กว้าง 1,868 มิลลิเมตร สูง 1,483 มิลลิเมตร 
    ปริมาตรในการบรรจุของ 410 ลิตร

    ระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยี

    เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบ Steptronic พร้อม Gearshift Paddles 
    พวงมาลัยไฟฟ้าปรับน้ำหนักตามความเร็วรถขณะขับขี่ (Servotronic) 
    ระบบควบคุมความเร็วคงที่ พร้อมฟังก์ชันช่วยลดความเร็ว (Cruise Control with braking function)
    ระบบ BMW Head-up Display 
    ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus (Parking Assistant Plus)

    อุปกรณ์ภายนอก
    ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ปรับตามทิศทางหมุนของพวงมาลัย (Adaptive LED) 
    ไฟตัดหมอกแบบ LED 
    ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ (High-beam Assistant)
    คาลิเปอร์เบรกดีไซน์ M Sport 
    ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า 
    ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) 
    ระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตู (Soft-close function for doors) 
    กุญแจรีโมตระบบสัมผัส (BMW Display Key) 
    หลังคากระจกเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า 
    กระจกมองข้างตัดแสงอัตโนมัติ 
    ชุดตกแต่ง M Aerodynamics 
    ภายนอกตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงา

    อุปกรณ์ภายใน
    กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
    เบาะนั่งปรับไฟฟ้าพร้อมระบบจำตำแหน่งเฉพาะฝั่งคนขับ 
    เบาะนั่งตอนหน้าดีไซน์ Sport 
    เบาะนั่งหนังแท้ Dakota 
    ที่หนุนหลังปรับไฟฟ้าสำ หรับเบาะนั่งตอนหน้า
    พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M Sport 
    คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec 
    ชุดไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient Light)
    เพดานหลังคาภายในสี Anthracite

    อุปกรณ์ภายใน

    ภายในตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Rhombicle พร้อมแถบโครเมี่ยม 
    ม่านบังแดดที่ประตูหลังและกระจกหลัง 
    ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน 
    ระบบความบันเทิงและการสื่อสาร
    ระบบวิทยุพร้อมแผนที่นำทางรุ่น Professional 
    หน้าปัดมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล 
    เครื่องเล่น CD / DVD Blu-ray 
    ระบบ BMW ConnectedDrive
    ฟังก์ชันสั่งงานระบบ iDrive ด้วยการเคลื่อนไหวมือ (BMW Gesture Control) 
    ระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon 
    ช่องสำหรับจ่ายไฟ 12 โวลต์ 
    ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth และช่อง USB 
    ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

    ความปลอดภัย
    ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า 
    ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า 
    ถุงลมนิรภัยศีรษะสำ หรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง (ยกเว้นผู้โดยสารตอนหลังกลาง)
    ระบบ Teleservices 
    ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call) 
    ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) 
    ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) 
    ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) 
    ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ (Brake Assist) 
    ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Dynamic Braking Lights) 
    ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC) 
    เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor) 
    ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection) 
    ระบบ Active Protection 
    ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attentiveness Assistant) 
    ระบบเตือนสถานะของยาง (Runflat Indicator) 
    ระบบเตือนเพื่อนำ รถเข้าเช็กระยะที่ศูนย์บริการ (Condition Based Service) 
    กล้องแสดงภาพด้านหลัง 
    กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera)

    ชุดตกแต่งพิเศษ
    ชุดตกแต่ง M Sport 

    อาคม รวมสุวรรณ

    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    BMWBMW 530e Plug in Hybridปลั๊กอินไฮบริดอาคม รวมสุวรรณ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 21:03 น.