ข่าว
100 year

ประกอบไทย ราคาดีงาม ทดสอบ MERCEDES-BENZ GLC300e 4MATIC COUPE AMG DYNAMIC

ไทยรัฐออนไลน์18 พ.ค. 2563 10:00 น.
SHARE

แนวคิดลดมลภาวะก่อกำเนิดยานยนต์พลังงาผสมที่มีประสิทธิภาพ รถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริดคือจักรกลยานยนต์ในยุคสุดท้าย ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอีกไม่นานนับต่อจากนี้ไม่เกิน 10 ปี ล่าสุด Mercedes-Benz ทำการเพิ่มรุ่น Plug in Hybrid ด้วยรถสปอร์ตเอสยูวีรุ่นประกอบในประเทศ GLC300e 4Matic Coupe AMG Dynamic นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของยานยนต์ในกลุ่ม EQ Power ของ Mercedes-Benz นอกเหนือจาก C300e และ E300e เจ้า GLC Coupe ที่ได้รับการปรับปรุงทั้งเรือนร่างและระบบขับเคลื่อน มีรูปลักษณ์ที่น่าประทับใจ จากการออกแบบที่โดนใจผู้คนส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบรถเอสยูวี โดยเฉพาะรุ่นปรับโฉม Facelift เป็นรถสปอร์ตพันทางแบบผสมในกลุ่มยานยนต์อเนกประสงค์ ของ Mercedes Benz ด้วยมาตรฐานงานประกอบขั้นสูง มาพร้อมไฟหน้า กระจังหน้า ไฟท้าย สปอยเลอร์หน้า-หลัง ล้อขอบ 20 นิ้วลายใหม่ล่าสุดจาก AMG ชุดบังคับเลี้ยวแบบใหม่ เป็นพวงมาลัย Dynamic Select ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ 4MATIC กับเกียร์ 9G-TRONIC เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่มีการฝังมอเตอร์เอาไว้ภายในเพื่อเสริมแรงบิดและทำตัวเป็นยานยนต์อนุรักษ์พลังงาน เป็นรถอเนกประสงค์แบบสปอร์ตท้ายลาดที่ควบรวมความสะดวกสบายบนมิติของตัวถังไซส์กลาง สูสีกับคู่แข่งอย่าง BMW New X4 หรือแม้แต่ Porsche Macan นอกเหนือไปจากนั้น GLC รุ่นเสียบปลั๊กยังจัดเต็มด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่มีความทันสมัย

MultiBeam LED เทคโนโลยีระบบส่องสว่างขั้นสูง พร้อมโคมไฟแบบใหม่ในรุ่น Facelift เพิ่มทัศนวิสัยการขับในตอนกลางคืนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จากลำแสงที่สาดส่องด้านหน้าและด้านข้าง ช่วยทำให้มองเห็นในที่มืดได้ดีกว่าระบบไฟหน้าเกือบทุกแบบ หลักการทำงานของระบบฯ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของไฟหน้าแบบ Multibeam LED ซอฟต์แวร์รุ่นก้าวหน้าเชื่อมต่อการทำงานกับเซนเซอร์ ทำหน้าที่ตรวจสอบวัตถุที่เคลื่อนไหวและหยุดนิ่งอยู่ข้างหน้า ทำหน้าที่ควบคุมหลอดไฟ LED จำนวน 84 หลอด โดยปรับระดับความสว่างอย่างเป็นอิสระแยกออกจากกันทั้งโคมไฟฝั่งซ้ายและขวาจะทำงานแบบฝั่งใครฝั่งมัน อาจมีการลดไฟที่ด้านขวาแล้วยกไฟส่องข้างทางที่ด้านซ้าย หรือยกไฟพร้อมๆ กันทั้งสองโคม เบี่ยงเบนหรือฉายแสงไฟไปในจุดที่ไม่มีแสงสว่าง ลดไฟลงเมื่อส่องไปสะท้อนกับป้ายจราจร หรือเบี่ยงเบนไฟออกด้านข้างเมื่อขับเข้าไปใกล้รถคันข้างหน้า โดยมีระบบเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และคำนวณระดับความสว่างอัตโนมัติ สามารถตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ Multibeam LED ยังตรวจจับทางโค้งมุมอับสายตาได้ในระยะทางที่ไกลมากกว่าเดิมอย่างทั่วถึง และปรับให้แสงมีความสว่างเต็มพื้นที่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด ขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย ULTRA RANGE Highbeam โดยระบบจะปรับความยาวของลำแสงไฟหน้าให้ส่องได้ไกลกว่า 650 เมตร โดยอัตโนมัติ หากไม่พบรถยนต์ที่วิ่งสวนทางมา

สำหรับมิติตัวถังของ GLC300e 4Matic Coupe AMG Dynamic รุ่นท้ายลาดคันรีวิว มีความยาว 4,732 มิลลิเมตร กว้าง 1,890 มิลลิเมตร สูง 1,602 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,873 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,620 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,619 มิลลิเมตร น้ำหนักใกล้เคียง 2,000 กิโลกรัม จากน้ำหนักของระบบไฮบริดที่มีทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่เพิ่มเข้ามาอีกเฉียดๆ 200 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งอย่าง BMW X4 20d M-Sport ที่มีขนาดความยาว 4,671 มิลลิเมตร กว้าง 1,881 มิลลิเมตร และสูง 1,624 มิลลิเมตร ฐานล้อของ X4 ยาว 2,810 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,616 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,632 มิลลิเมตร หนัก 1,825 กิโลกรัม ล้ออะลูมิเนียม AMG ลายก้านก้างปลาขอบ 20 นิ้ว ยาง Michelin Latitude Sport 3 ยางหน้า 255/45 R20 ยางหลัง 285/40R20

เห็นได้อย่างชัดเจนว่า GLC300e Coupe นั้นมีความยาวและความกว้างมากกว่าเล็กน้อย ส่วนความสูงนั้น GLC Coupe เตี้ยกว่า X4 แค่ 22 มิลลิเมตร รถทั้งสองรุ่นสองยี่ห้อจึงมีความใกล้เคียงกันมาก ทั้งเรือนร่างและประสิทธิภาพของการขับขี่ แต่แตกต่างกันที่ระบบขับเคลื่อน เนื่องจาก X4 xDRIOVE20d M Sport รุ่นจำหน่ายในประเทศไทยนั้นวางเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ส่วน GLC Coupe มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2 ลิตร และเบนซินเทอร์โบแบบเสียบปลั๊กชาร์จขนาด 2 ลิตร ทรงด้านข้างของ GLC300e Coupe นั้นโดนใจ จากการปรับดีไซน์ให้มีส่วนผสมระหว่างรถแฮตช์แบ็กกับรถสปอร์ตและรถเอสยูวีที่เหนี่ยวนำเอาพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารเป็นจุดขาย แนวหลังคาที่ค่อยๆ ลาดเทไปยังส่วนท้ายคล้ายกับรถคูเป้ กรอบกระจกกรุด้วยงานอัลลอยสีเงินยกระดับความสง่างาม กระจกมองข้างมีเลนส์ไฟเลี้ยวหลอด LED ตามสมัยนิยม เสาหน้าบางและมีระดับความลาดเอียงสอดคล้องกับแนวหลังคาที่เทลาดไปยังส่วนท้ายด้วยความกลมกลืน เสาท้ายมีกระจกบานหลังทรงโค้งที่ค่อนข้างบดบังมุมมองส่วนท้ายของตัวรถจากการออกแบบให้มันเป็นรถที่มีท้ายแบบแฮตช์แบ็ก ทั้งๆ ที่ทำตัวเป็นรถ SUV ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ไฟท้าย LED แบบใหม่ใน GLC รุ่น Facelift เป็นไฟท้ายทรงยาวสวยงามแปลกตา เป็นจุดที่ทำให้บั้นท้ายของ GLC300e Coupe ดูดีขึ้น ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์ที่ใต้สปอยเลอร์หลัง ซึ่งออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกเมื่อคุณต้องขนของชิ้นโตๆ ยัดใส่ที่เก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหลัง แค่เตะขาไป-มา ฝาท้ายที่มีเซนเซอร์คอยตรวจจับจะสั่งงานให้ฝาท้ายเปิดออกแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องเอื้อมมือไปเปิด สปอยเลอร์หลังของ AMG ติดตั้งท่อระบายไอเสียโครเมี่ยมทรงเหลี่ยมทั้งสองฝั่งแบบแยกส่วน พลาสติกกันกระแทกห่อหุ้มซุ้มล้อไปจนถึงชายล่างของสปอยเลอร์ทั้งหน้าและหลัง 

เวอร์ชั่นท้ายลาดของ SUV ขนาดกลางจาก Mercedes Benz ที่ใช้ชื่อของโมเดลว่า GLC Coupe แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในหลายมุมมอง มาตรฐานที่ดีของระบบขับเคลื่อนที่เชื่อมโยงควบรวมกับความปลอดภัยของตัวรถ ซึ่งเป็นจุดขายของแบรนด์ตราดาว จุดเด่นของ GLC300e คือพลังของการเร่งความเร็วในระดับใกล้เคียงกับรถสปอร์ต ระบบไฮบริดที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ประสิทธิภาพของการใช้พลังงานจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบที่ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำลง มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทำให้ GLC300e Coupe ประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน BODY AIR CONTROL หรือระบบอากาศพลศาสตร์ที่ผ่านการขัดเกลาในอุโมงค์ลมระหว่างการพัฒนาทำให้ตัวเลขค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศดีขึ้น (cd. GLC Coupe 0.31) วิศวกรรมระบบส่งกำลังขั้นสูงจาก Mercedes Benz ขยายขอบเขตด้าน Dynamic ของเกียร์ให้เหนือกว่ารถคู่แข่งในด้านอัตราทด การปล่อยมลภาวะที่ลดลงและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นจากเกียร์ที่มีให้ใช้งานมากถึง 9 สปีด ควบรวมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในเกียร์ ด้วยโหมดการขับเคลื่อน 6 รูปแบบ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เรียกว่า 4Matic ความสะดวกสบายในการนั่งขับหรือโดยสาร ความคล่องตัว กำลังแรงฉุดลากระดับรถสปอร์ต การออกแบบที่ชัดเจนและตระการตาของ New GLC300e Coupe กลายเป็นมาตรฐานสำหรับรถหรูในกลุ่ม EQ Power ของ Mercedes Benz

ภายในของ GLC300e Coupe AMG Dynamic 4Matic ประกอบในประเทศไทยคล้ายกับ New C-Class W205 เวอร์ชั่นปรับโฉม ไม่ว่าจะเป็นคอนโซล แดชบอร์ดแบบพลาสติกขึ้นรูปหุ้มด้วยงานหนังเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว จอกลางและจอภาพมาตรวัดเปลี่ยนใหม่ มีขนาดที่ใหญ่และทันสมัย ปรับแต่งให้ใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม โดยเฉพาะระบบ MBUX วัสดุหรูหราราคาแพงพวกพลาสติกเกรดสูง อะลูมินั่มอัลลอย ลายไม้สีดำด้านคล้ายเอาถ่านไม้ชิ้นโตมาประดับประดาที่บริเวณคอนโซลกลาง เบาะหุ้มหนังแท้ทุกตำแหน่งสีแดงสลับดำ เบาะคู่หน้าของคนขับและผู้โดยสารปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง รูปแบบของตัวเบาะในรถ GLC300e Coupe แตกต่างจากโมเดลอื่นๆ ของแบรนด์ตราดาว เป็นเบาะทรงสปอร์ตที่สามารถปรับให้ด้านข้างกระชับหรือผ่อนคลายสำหรับการขับที่มีความหลากหลายทั้งขับเร็วๆ หรือขับแบบคลานไปเรื่อยๆ เมื่อต้องลุยทางวิบาก

พวงมาลัยแบบสปอร์ต 3 ก้าน ทำจากอัลลอย หนังและพลาสติก เป็นพวงมาลัยทรงฐานตัดของ AMG ที่สวยงามออกแนวสปอร์ต หุ้มรอบวงด้วยหนังแท้พร้อมร่องกริ้บที่ช่วยให้กระชับ พวงมาลัยแบบใหม่ของ GLC300e Coupe Facelift ยังมีสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นสำหรับการรับสายหรือวางโทรศัพท์มือถือ ก้านสวิตช์ของระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ก้านเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ที่ด้านขวาของพวงมาลัย กับแป้นชิฟเกียร์ Paddle Shift ขนาดเล็กที่หลังพวงมาลัย พวงมาลัย AMG แบบสปอร์ต 3 ก้านฐานตัดใช้วัสดุคุณภาพสูง ทั้งหนังที่ใช้หุ้ม โลหะและพลาสติกที่ประดับประดาอยู่บนพวงมาลัย สวิตช์มัลติฟังก์ชัน ฝั่งขวาเป็นที่อยู่ของปุ่มเลือกการแสดงผลผ่านมาตรวัด TFT LCD ปุ่มปรับตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control ด้านซ้ายของก้านวงติดตั้งสวิตช์ควบคุมและสั่งงานด้วยเสียง ปุ่มควบคุมการแสดงผลของจอมอนิเตอร์กลาง รวมถึงปุ่มรับหรือวางโทรศัพท์บลูทูธ แป้น Paddle Shift มีขนาดเล็ก โดยภาพรวม พวงมาลัย AMG ของ GLC300e Coupe ออกแบบดีและเลือกใช้วัสดุมีคุณภาพ ขนาดรอบวงกำลังดี ยึดจับได้กระชับและมีความสวยงามน่าใช้ 

มาตรวัด TFT LCD All-Digital Instrument Display เปลี่ยนจากมาตรวัดแบบเข็มสไตล์คลาสสิกของรุ่นที่แล้วมาเป็นมาตรวัดแบบจอภาพในรุ่นปรับโฉม คุณสามารถเปลี่ยนรูปแบบของการแสดงผลได้ 3 แบบ คือ Classic / Sport และ Progressive แนวเดียวกับ New C-Class Facelift แต่มีรายละเอียดภายในกรอบมาตรวัดแตกต่างกันเล็กน้อย เป็นมาตรวัดแบบเรืองแสงทรงกระบอกที่มีทั้งวัดรอบและวัดความเร็ว กึ่งกลางจอภาพ TFT MID เป็นจอแสดงข้อมูล multi information display คอยแจ้งสถานะของตัวรถทั้งการคำนวณปริมาณเชื้อเพลิงต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง อุณหภูมิ ตำแหน่งของเกียร์ 9 สปีด โหมดขับเคลื่อน การทำงานของระบบ Auto Start/stop ระดับพลังงานและการชาร์จ รวมถึงการแสดงผลแบบอื่นอีกเพียบ สาธยายกันไม่หวาดไหว

คอนโซลกลางมีรูปแบบที่หรูหราและเต็มไปด้วยรายละเอียดของชิ้นงาน แผงอัลลอยสีเงินคาดกลางคอนโซล ช่องแอร์แบบ 3 ช่อง จอมอนิเตอร์กลางเปลี่ยนให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และสั่งงานได้ทั้งการสัมผัสที่หน้าจอหรือสั่งงานผ่านแป้นควบคุม MBUX จอมอนิเตอร์กลางแบบใหม่ในระบบสัมผัส ทำหน้าที่เป็นจอของระบบมัลติมีเดีย แจ้งเตือนการทำงานและการปรับตั้งค่าต่างๆ ของตัวรถ เป็นจอภาพของระบบเครื่องเสียง ระบบนำทางด้วยดาวเทียม การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกในระบบบูลทูธ กล้องมองรอบทิศทาง การปรับตั้งระบบและเรียกดูข้อมูลต่างๆ ของรถ ห้องโดยสารหรือ Cockpit ของ GLC Coupe มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้วยการเพิ่มสัดส่วนพื้นที่ของการใช้งานโดยเน้นความอเนกประสงค์และความสบาย ภายในไล่จากคอนโซล เบาะกับงานตกแต่งที่มีความหรูหรามากกว่าเดิม Mercedes Benz ใช้รูปแบบภายในอันสง่างามของ New C-Class Facelift มาปรับใช้กับรถอเนกประสงค์รุ่น GLC Facelift ด้วย

การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์บางชิ้นที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความสวยงาม อุปกรณ์ราคาแพงประดับอยู่ทั่วไปหมด เช่น แผงประตู ปุ่มและสวิตช์สำหรับสั่งงานที่เน้นความหรู เป็นการย้ำเตือนไปถึงรถคู่แข่งอย่าง BMW X4 ด้วยงานออกแบบและตกแต่งห้องโดยสารที่อ้างอิงความหรู การปรับรุ่นแยกย่อยสำหรับการตกแต่งภายในที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจน อุปกรณ์พวกอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยสอดคล้องกับมาตรฐานอันสูงส่งที่ถูกกำหนดโดยตัวรถรุ่นพี่อย่าง New GLE งานตกแต่งภายในของ GLC300e Coupe ที่มีความประณีตบรรจงจากงานประกอบสำหรับการเชื่อมโยงบรรยากาศภายในห้องโดยสารสไตล์ Mercedes Benz ผนวกเข้ากับการใช้งานผ่านผิวสัมผัสของวัสดุชั้นสูง เช่น งานหนังแบบทูโทนสีแดงสลับดำ ลายไม้สีดำผิวด้านที่จัดทำอย่างพิถีพิถัน หลังคากระจกไฟฟ้าถูกติดตั้งเพื่อเพิ่มความสว่าง และความรู้สึกโปร่งโล่ง

โหมดการขับเคลื่อน DYNAMIC SELECT เริ่มจากโหมดต่ำสุดหรือโหมดประหยัด ECO โหมด COMFORT ซึ่งเป็นโหมดมาตรฐานเมื่อสตาร์ตรถทุกครั้งจะเข้าสู่โหมดนี้ ตามด้วย SPORT Mode ที่เพิ่มเติมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้ตอบสนองได้เร็วขึ้น โหมดวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ โหมดชาร์จไปวิ่งไปที่กินเชื้อเพลิง แถมพกด้วยโหมดสุดท้าย INDIVIDUAL โหมดนี้ผู้ขับสามารถดอดเข้าไปปรับตั้งการทำงานและการตอบสนองของพวงมาลัย เครื่องยนต์ และระดับของการตอบสนองในระบบช่วยทรงตัว ESP

MBUX (Mercedes-Benz User Experience) อุปกรณ์ใหม่ในระบบมัลติมีเดีย อำนวยความสะดวกในการขับด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยออกแบบให้ระบบเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ปรับปรุงการทำงานให้เข้ากับผู้ขับได้มากขึ้น ระบบสั่งงานด้วยเสียง LINGUATRONIC สนทนาโต้ตอบกับคุณได้ใกล้เคียงธรรมชาติ linguatronic voice control ระบบสั่งงานด้วยเสียงเวอร์ชั่นล่าสุด สามารถอ่านข้อความ SMS แบบอัตโนมัติ หรือเขียนข้อความตามการสั่งงานด้วยเสียงแล้วส่งออก ตรวจสอบสภาพอากาศบริเวณจุดหมายปลายทาง เปลี่ยนภาครับวิทยุ นำทางกลับบ้านด้วยเส้นทางที่รวดเร็วที่สุดระบบ Infotainment MBUX จะมีอยู่ใน Mercedes-Benz V Class ที่ถูกขายตั้งแต่เดือนธันวาคมปีนี้เป็นต้นไป โดยจะมาพร้อมกับจอทัชกรีนตรงกลางขนาด 10.25 นิ้ว และทัชแพดที่คอนโซลกลาง จุดเด่นของ MBUX คือมีอินเตอร์เฟซจากแนวคิดการปรับควบคุมที่เข้าใจง่ายและคุ้นเคย รวมไปถึงมีความโดดเด่นด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง การเริ่มต้นใช้งานระบบ MBUX ใน GLC300e ด้วยการกดปุ่มรูปไมโครโฟนที่พวงมาลัยหรือพูด Hey Mercedes จากนั้นระบบก็จะสามารถจดจำ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบ Infotainment และการควบคุมรถเกือบทั้งหมด 

ตอนรับรถทดสอบคันนี้มา เจ้า GLC300e เพิ่งจะวิ่งไปแค่ 60 กิโลเมตรเท่านั้น ความสดใหม่ของมันทำให้ผมไม่กล้าใช้รอบสูงนานๆ เนื่องจากยังไม่พ้นรันอิน ทุกอย่างของมันโดยเฉพาะหัวใจเบนซินขนาด 2 ลิตร ยังคงฟิตปึ๋ง หากจะให้ลากยาวๆ ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ไมล์ของมันควรจะพ้นระยะ 1,000 กิโลเมตร ดูจะดีกว่าไปกระทำชำเรารถที่เพิ่งออกมาจากโรงงานแค่สองวัน! เจ้า GLC300e 4Matic Coupe รุ่นแพงสุด 4 ล้านบาท เป็นรถประกอบในประเทศที่ยัดล้อ AMG ขอบ 20 นิ้วมาให้จากโรงงาน GLC รุ่นเสียบปลั๊กชาร์จ เป็นรถที่ขับได้ดีเอามากๆ โดยเฉพาะอัตราเร่งแบบหลังติดเบาะ สมรรถนะอันสูงส่งของมันทำให้รถทุกคันบนถนนดูช้าไปหมด ผมใช้การขับทดสอบยาวๆ 8 วันติดต่อกัน โดยในช่วงวันแรกๆ ของการทดสอบก็ขับอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก วิ่งขึ้นลงทางด่วน เข้าออกตรอกซอกซอยที่คับแคบ รวมถึงใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ-บางประอิน วิ่งขึ้นๆ ล่องๆ ในช่วงวันท้ายๆ ก็ขับออกทางไกลไปเขาโจก ศรีสวัสดิ์ รวมระยะทางของการขับทดสอบจาก 60 กิโลเมตร ไปจนถึง 760 กิโลเมตร ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงด้วยการวิ่งยาวทั้งวันเกือบ 500 กิโลเมตร เป็นการขับทดสอบบนถนนหลายรูปแบบ โดยไม่คำนึงถึงความประหยัดแต่อย่างใดทั้งสิ้น

GLC300e 4Matic Coupe AMG Dynamic ประกอบในประเทศไทย วางเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1,991 ซีซี กำลัง 155 กิโลวัตต์ หรือ 211 แรงม้า แรงบิดจากเครื่องยนต์ทำได้ที่ 350 นิวตันเมตร ในย่าน 1,200-4,000 รอบต่อนาที มอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งในเกียร์ 9-G Tronic ปรับแต่งใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงกว่า E350e จากที่เคยมีแรงม้าแค่ 88 ตัว การปรับแต่งเพิ่มเติมประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่หมด ทำให้แรงม้าของมอเตอร์เพิ่มเป็น 122 แรงม้า มากเกินพอสำหรับถนนทุกสายบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นเหลือรับประทาน แรงบิดของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบประสานพลังงานในรูปแบบ parallel hybrid ของ Mercedes ทำให้เจ้า E00e วิ่งในโหมด ECO โดยมีอัตราสิ้นเปลืองที่ 14.4 กิโลเมตรต่อลิตร (แล้วแต่โหมดและลักษณะของการขับขี่) ส่วนแรงบิดล้นๆ ในโหมด Sport+ เมื่อพลังงานถูกปล่อยลงพื้นเต็มที่ มันจะกลายร่างเป็นสปอร์ตเอสยูวีที่สร้างแรงดึงสำหรับการพุ่งทะยานพร้อมอัตราเร่งเร็วจี๋ราวกับรถสปอร์ต จากตัวเลข 0-100 แค่ 5.8 วินาที เร็วจี๋พอๆ กับ Porsche Macan กันเลยทีเดียว ที่เร้าใจก็คืออารมณ์การขับ เมื่อคาอยู่ในโหมดสูงสุดมันให้ความรู้สึกคล้ายรถสปอร์ตพลังสูงทั้งๆ ที่วางเครื่องยนต์เบนซินตัวเล็กความจุแค่ 2 ลิตรเท่านั้น! ต้องยกประโยชน์ให้กับมอเตอร์และแบตเตอรี่ใหม่ ที่เข้ามาช่วยเพิ่มสมรรถนะของ GLC300e ให้มีความน่าใช้งานมากขึ้น

เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9-G Tronic ที่ Mercedes Benz ผลิตเอง ออกแบบอัตราทดที่ครอบคลุมกับการทำงานของเครื่องยนต์ตั้งแต่รอบต้นๆ ไปจนถึงรอบความเร็วเดินทาง มอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในเกียร์ส่งแรงบิดสอดรับกับเครื่องยนต์ขณะทำงาน โดยเทแรงบิดในขณะที่แบตฯ ยังมีกระแสไฟฟ้าเต็มจะถ่ายเทไปยังล้อหลัง ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อน คุณสามารถขับใช้งานได้อย่างประหยัดพร้อมๆ ไปกับความคล่องตัวและความแรงของระบบพลังงานผสม Plug in Hybrid เมื่อเสียบปลั๊กชาร์จไฟไว้ 6 ชั่วโมง หรือ 3 ชั่วโมงหากติดตั้ง Wall Box เจ้า GLC300e สามารถวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ ไกลถึง 30 กิโลเมตร (เคลมมาประมาณ 43 กิโลเมตร) การขับใช้งานด้วยพลังงานจากมอเตอร์เมื่อแบตฯ มีกระแสไฟเต็มก็ขึ้นอยู่กับฝ่าเท้าของคุณเองว่าจะไปให้เร็วหรือขับแบบไหลไปเรื่อยๆ เมื่อแบตเตอรี่มีกระแสไฟไม่พอ ก็แค่กดโหมดให้ทำการชาร์จไฟเข้าแบตฯ ได้แบบอัตโนมัติ แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาและระยะทางพอสมควรในการวิ่งชาร์จเพื่อสำรองกระแสไฟฟ้าเอาไว้ใช้ เพื่อความประหยัดและความสะอาดของอากาศรอบตัวคุณ การวิ่งไปชาร์จไป ค่อนข้างกินน้ำมันอยู่เหมือนกัน รวมถึงพลังงานไฟฟ้าที่ประจุกลับเข้าแบตเตอรี่จากการปั่นของเครื่องยนต์นั้นยังทำระยะทางได้น้อยเกินไป ดูเหมือนการชาร์จไฟด้วยการเสียบปลั๊กจะเป็นการใช้งานที่ประหยัดและตรงกับแนวคิด Plug in Hybrid มากที่สุด เพราะอย่างน้อยๆ เมื่อไฟเต็มแบตฯ ก็ยังขับได้มากถึง 30 กิโลเมตร หากที่ทำงานอยู่ห่างจากบ้านแค่ 25 กิโลเมตร เครื่องยนต์ก็แทบจะไม่ได้ใช้งาน 

มอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในเกียร์ 9 สปีด นอกจากจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นตัวปั่นกระแสไฟ หรือเจเนอเรเตอร์อีกด้วย ส่วนระบบเบรกสะสมพลังงาน และการชาร์จไฟเมื่อยกเท้าออกจากคันเร่งทำให้ E300e มีประสิทธิภาพด้านไฮบริดที่ดีขึ้น แบตเตอรี่ไฮบริดแบบใหม่ที่เพิ่มระยะทำการ เมื่อชาร์จไฟจนเต็มด้วยไฟบ้าน 6 ชั่วโมง หรือชาร์จผ่าน Wall Box ซึ่งจะใช้เวลาสั้นกว่าแค่ 3 ชั่วโมง บนจอภาพมาตรวัดจะแจ้งระดับของแบตเตอรี่และระยะทางของการขับประมาณ 44 กิโลเมตร เมื่อนำมาขับจริงๆ Mercedes-Benz GLC300e สามารถวิ่งในโหมด EV หรือมอเตอร์ล้วนๆ โดยไม่ติดเครื่องยนต์ไกลประมาณ 30 กิโลเมตร (สั้นกว่า E300e เล็กน้อย) การชาร์จด้วยไฟบ้าน หากไม่ได้ติดตั้งแท่นชาร์จของ Mercedes-Benz ก็ควรจะหาเต้าเสียบที่มีสายไฟใหญ่กว่าปกติเพื่อป้องกันปัญหาสายไฟร้อน อันจะนำมาซึ่งอันตราย การชาร์จไฟให้กับรถ Plug in Hybrid เหมือนเรากำลังเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ประมาณเดียวกับเครื่องปรับอากาศ การเลือกเต้าชาร์จที่มีสายไฟขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย หรือหากไม่มั่นใจก็ควรจ่ายเพิ่มเพื่อความปลอดภัยโดยติดตั้ง Mercedes Wall Box ของค่ายจะได้หมดกังวลที่จะต้องมาเสียบชาร์จทิ้งไว้ในตอนกลางคืน

เทคโนโลยี Plug-in Hybrid ใน GLC 300e 4MATIC เป็นการผสานการทำงาน
ระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 211 แรงม้า และจากมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า
เมื่อรวมกำลังสูงสุดจากการผสานการทำงานทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า (System output) จะทำให้ GLC300e มีกำลังประมาณ 320 แรงม้า ถือว่าแรงเอาเรื่องเลยทีเดียว ระบบเบรกสะสมพลังงาน regenerative braking เมื่อเบรกหรือชะลอความเร็ว ระบบจะทำหน้าที่ในการดึงพลังงานจลน์ที่เกิดขึ้นจากการเบรกแปลงเป็นกระแสไฟฟ้า ก่อนที่จะส่งไปเก็บในแบตเตอรี่ เพื่อสำรองไว้ใช้งานสำหรับการเร่งความเร็วสั้นๆ หรือวิ่งด้วยมอเตอร์ในย่านความเร็วต่ำ ทำให้เกิดความประหยัดมลพิษต่ำลง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลมากขึ้นอีกเล็กน้อย

การทำงานในระบบ Hybrid ของ Mercedes-Benz GLC300e 4Matic Coupe AMG Dynamic แยกโหมดหลักๆ ได้ 3 โหมด คือ

ECO Hybrid
ระบบขับเคลื่อนของ GLC300e ทำงานผสมผสานกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า สมองกลไฟฟ้าส่วนกลาง (ECU - electronic control unit) ในระบบขับเคลื่อน จะทำหน้าที่ประมวลผลโดยอัตโนมัติถึงปัจจัยหลักๆ เช่น ลักษณะของการขับขี่ องศาของคันเร่งไฟฟ้า และอัตราส่วนความเร็วในขณะนั้นๆ ว่าควรสั่งงานให้เครื่องยนต์ หรือมอเตอร์ไฟฟ้าหรือทั้งสองระบบผสมผสานกันในการขับเคลื่อน ในกรณีที่ปรับเกียร์อัตโนมัติเป็นโหมดสปอร์ต S รถยนต์จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียวๆ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพด้านอัตราเร่ง และกำลังในรูปแบบของแรงบิดในระดับสูงสุด

Electric
โหมดที่ถ่ายเทพันธุกรรมของยานยนต์ EQ Power ได้ดีที่สุด นั่นก็คือการวิ่งโดยไม่ใช้เชื้อเพลิงและไม่ปล่อยมลพิษออกมาแม้แต่กรัมเดียว! E-Mode เป็นโหมดหลักของการดึงพลังงานจากแบตฯ ไปป้อนให้กับมอเตอร์โดยที่เครื่องยนต์ยังคงหลับใหล หากไฟในแบตเตอรี่มีมากพอที่จะสั่งการให้ใช้เฉพาะมอเตอร์ในการขับเคลื่อน เพื่อลดมลภาวะและลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง E-Mode ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบและใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ในขณะที่เครื่องยนต์ถูกระบบสั่งให้หยุดการทำงาน คุณสามารถเร่งความเร็ว GLC300e ด้วยมอเตอร์ ได้ประมาณ 130-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยแรงบิดของมอเตอร์โดยเครื่องยนต์ยังดับอยู่ ทำให้ไม่มีการคายไอเสียแม้แต่กรัมเดียว! (โหมดนี้ ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานของแบตเตอรี่และความเร็วที่ใช้) การทำงานของ E-Mode ยังครอบคลุมการใช้งานทั้งขับในเมืองและขับออกทางไกล แต่ระยะทำการสั้นไปนิดแค่ 30 กิโลเมตร เมื่อลองใช้ความเร็ว 80 -90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าพอรับได้ ถ้าที่ทำงานอยู่ห่างจากบ้านไม่ถึง 30 กิโลเมตร น้ำมันสักหยดก็ไม่ได้ใช้! (ระยะทำการด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าไกล 30 กิโลเมตร เมื่อแบตเตอรี่มีกระแสไฟจากการชาร์จเต็ม 100%) คันเร่งไฟฟ้าแบบ haptic ทำงานเมื่อผู้ขับกดแป้นคันเร่งด้วยน้ำหนักและองศาที่ไม่เกินแรงต้านจากการตรวจจับของเซนเซอร์ หากกดแป้นคันเร่งเกินแรงต้าน หรือเกินกว่าที่ระบบตั้งไว้ สมองกลไฟฟ้าที่ควบคุมระบบขับเคลื่อนจะสั่งให้เครื่องยนต์ติดขึ้นมาทันทีรับหน้าที่แทนมอเตอร์ไฟฟ้า กรณีที่กระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่เหลือประมาณ 10% ซึ่งไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบจะปรับเข้าสู่โหมด Hybrid ผสมผสานกันระหว่างการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไปตามสปีดความเร็ว นั่นก็คือ ถ้าขับเรื่อยๆ และมีพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่มากพอก็แทบจะไม่ได้ใช้เชื้อเพลิง เมื่อคุณชาร์จไฟใส่แบตฯ ของ GLC300e มันจะวิ่งใช้งานได้ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร (ที่ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ระยะทางที่แจ้งในจอภาพมาตรวัดเมื่อใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน จะลดลงตามสัดส่วนของการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ เมื่อขับเร็วขึ้นก็ย่อมเปลืองไฟเป็นเรื่องปกติในรถยนต์ Plug in Hybrid ยุคใหม่ในปัจจุบัน

Battery Level
แนะนำให้เสียบปลั๊กชาร์จจะดีกว่าการวิ่งไปชาร์จไปซึ่งทำให้กินน้ำมัน โหมด Battery Level เครื่องยนต์จะรับหน้าที่ทั้งขับเคลื่อนและปั่นไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ เพื่อการรักษาระดับกระแสไฟฟ้าสำรองไว้ใช้งานในเวลาที่ต้องการ เมื่อมีการเลือกโหมดนี้ ระบบจะบันทึกระดับกระแสไฟฟ้าในช่วงเวลานั้นว่ามีกระแสไฟฟ้าอยู่ปริมาณเท่าไร และจะทำการรักษาระดับกระแสไฟฟ้าไว้โดยจะเป็นการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เป็นหลัก และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อจำเป็น ทั้งนี้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมด Battery Level ได้ เมื่อเห็นว่ากระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่อยู่ในระดับที่ต้องการ เช่น เลือกใช้เมื่อแบตเตอรี่มีกระแสไฟฟ้า 60% ระบบจะบันทึกระดับกระแสไฟฟ้าไว้ และขับเคลื่อนต่อไปด้วยเครื่องยนต์ โดยกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ไม่น้อยกว่า 60% นั่นเอง ซึ่งเมื่อถึงพื้นที่ที่ต้องการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ก็เปลี่ยนสลับไปใช้โหมด Electric E-MODE ได้ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น เมื่อใช้โหมดนี้ เข็มวัดระดับเชื้อเพลิงดูเหมือนจะตื่นจากการหลับใหล เป็นโหมดที่ใช้เชื้อเพลิงขับเคลื่อน การขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ที่เชื่อมต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้าในชุดเกียร์ เกิดการหมุนคล้าย generator หรือเครื่องปั่นไฟ เพื่อปั่นกระแสไฟฟ้าไปเก็บในแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในเกียร์ 9-G Tronic ทำหน้าที่ทั้งขับเคลื่อนและเป็นตัวปั่นกระแสไฟ การทำงานในรูปแบบนี้ รถถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว โดยแบตเตอรี่ high-volt จะถูกรักษาระดับการชาร์จให้อยู่ในระดับปานกลางในขณะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ และจะไม่มีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ high-volt ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างที่บอกว่า แรงหมุนของเครื่องยนต์ การยกเท้าออกจากคันเร่ง รวมถึงการเบรกทั้งหมด จะถูกนำมาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าไปสะสมไว้ในแบตเตอรี่ การแปลงพลังงานจลน์ที่เกิดจากการชะลอความเร็วหรือการเบรกให้เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า และเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่ หรือที่เรียกกันว่า regenerative braking

DYNAMIC BODY CONTROL ช่วงล่างของ GLC เลือกปรับรูปแบบได้ตามต้องการไม่ว่าจะเป็น Sport เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนแต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบาย และเพิ่มความนุ่มนวลตลอดการขับขี่ ด้วยระบบช่วงล่าง DYNAMIC BODY CONTROL เป็นระบบสปริงเหล็กกล้าที่แข็งแกร่ง และสามารถตอบสนองการปรับระดับแรงกระแทกได้อย่างแม่นยำเพื่อสอดรับกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ในโหมดต่างๆ ได้ในแบบที่ต้องการ

Mercedes Benz GLC300e 4Matic Coupe AMG Dynamic มีจุดเด่นอยู่ที่แรงบิดจากเครื่องเบนซินเทอร์โบความจุ 1,991 ซีซี เป็นเครื่องยนต์ในตระกูลเสียบปลั๊กชาร์จที่ดัดแปลงมาจากเครื่องเบนซินตัวเล็กขนาด 2 ลิตร 4 สูบแต่กลับมีแรงบิดมโหฬารพอๆ กับเครื่องยนต์ 6 สูบ แรงฉุดลาก หรือแรงบิดที่ปลดปล่อยออกมาจนเกือบหมดทันทีที่คันเร่งโดนกดจนจมมิดลงไปบนพรมปูพื้น อัตราเร่ง 0-100 ใน 5.8 วินาที ทิ้ง GLC250d Coupe ที่ทำอัตราเร่ง 0-100 ใน 7.6 วินาทีแบบไม่เห็นฝุ่น! GLC300e เป็นเอสยูวีเสียบปลั๊กชาร์จที่ไม่าอาจมาจี้ท้ายแบบล้อเล่น น้ำหนักตัวเฉียด 2,000 กิโลกรัม เกิดจากระบบไฮบริดของมัน ซึ่งมีความหนักมาจากแบตเตอรี่ใหม่และมอเตอร์ไฟฟ้าที่เสียบอยู่ในเกียร์ 9 สปีด เหมือนคนอ้วนแต่แข็งแรง เครื่องยนต์พ่วงระบบไฮบริดเร่งได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานตราบใดที่ยังมีน้ำมันเหลือในถังก็ยังไปได้อีกไกล เชื้อเพลิง 1 ถัง ทำระยะทางประมาณ 430 กิโลเมตร ด้วยความเร็วเฉลี่ยขึ้นๆลงๆ เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ เพราะวันสุดท้ายที่ขับนั้นอยู่บนภูเขาล้วนๆ ส่วนใหญ่จะเร่งส่งต่อเนื่องมากกว่าจะขับแบบหยอดๆย่องๆ เพื่อเอาตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองสวยๆ มาอวดคนอ่าน ใครก็ตามที่มีเงินพอจะซื้อรถราคา 4 ล้านได้แบบไม่ยากลำบาก ค่าเชื้อเพลิงก็ไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะเอามาใส่ใจ! 

อารมณ์ความคันยังค้างคามาจาก E53 Coupe พอมาขับรถปลั๊กอินเน้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผมก็ยังติดอาการขับเร็วเหมือนเดิม กำลังมหาศาลของเครื่องเบนซินบวกมอเตอร์ไฟฟ้าอย่าไปดูถูกว่ามันเป็นรถใส่ถ่านที่ใช้มอเตอร์ช่วย แรงบิดส่งถ่ายลงไปยังล้อทั้ง 4 ผ่านระบบ 4Matic ให้ความรู้สึกแบบค่อยเป็นค่อยไป นิ่มนวลและสบาย แต่เข็มวัดความเร็วกลับมีอาการตรงข้าม มันตวัดอย่างรวดเร็ว ขัดแย้งกับความนิ่งของแชสซี เมื่อผลักดันให้มันทะยานเข้าไปในขีดจำกัดของตัวรถ ความเร็วเพิ่มขึ้นในลักษณะกระชากกระชั้นเหมือนรถสปอร์ตคันเล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ Mercedes Benz นั้นใส่ใจในเรื่องของกำลัง ความสบายและความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ มันเป็นรถที่ทรงตัวได้ดีในย่านความเร็วสูง ความถนัดของ GLC Coupe ก็คือความมาดมั่นบนไฮเวย์เรียบๆ ไม่ว่าจะใส่มาหนักขนาดไหนหากผิวถนนปราศจากคลื่นลอน ช่วงล่างให้ทั้งความสบายและการยึดเกาะกับผิวถนน ค่อนข้างขัดแย้งกับรูปลักษณ์ SUV อย่างสิ้นเชิง มันคล้ายกับการวิ่งที่ยอดเยี่ยมของ Porsche Macan คู่แข่งที่วางเครื่องยนต์ V6 เพียงแต่ Porsche นั้นให้ความรู้สึกถึงแรงดึงที่มากกว่า ส่วน GLC300e 4Matic Coupe นั้น เมื่อเร่งเต็มเหนี่ยวมันจะนิ่งและพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่องเกินความคาดหมายไปไกล เมื่อเจอกับถนนเรียบๆ การอัดแบบกดมิดด้ามจะมาพร้อมกับความเสถียร ซึ่งเกิดขึ้นจากล้อไซส์ยักษ์ขอบ 20 นิ้ว กับยางแก้มเตี้ยประสิทธิภาพดีของมิชลินนั่นเอง

การตัดต่อระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ในระบบไฮบริดเป็นไปอย่างเนียนนวลไม่แตกต่างไปจาก E300e ที่เพิ่งจะลงไปเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายน เกียร์เชื่อมต่อคลัตช์ได้นุ่มมากจนไม่รู้สึกเวลามันเปลี่ยนอัตราทด ECO โหมด เมื่อยกเท้าออกจากคันเร่ง เครื่องยนต์จะดับลงแบบอัตโนมัติและติดขึ้นทันทีที่คุณใช้เท้าแตะเบรกหรือคันเร่ง การติดๆ ดับๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อการประหยัด มันมีประสิทธิภาพมากพอที่จะทำให้คุณรู้สึกดีเมื่อวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ อย่างเงียบเชียบ หรือเร่งเต็มกำลังเมื่อต้องการจะแซงรถช้า ไม่ว่าจะคาอยู่ในโหมดใดเมื่อกดคันเร่งจนสุดการตอบสนองก็จะคล้ายๆ กันนั่นก็คือความเร็วที่เพิ่มขึ้นแบบพรวดพราด อาจไม่รุนแรงเท่ากับรถตระกูล 53 หรือ 43 ของ AMG แต่ EQ Power ก็ไม่ใช่รถที่ใครจะมาล้อเล่นกันได้ง่ายๆ อยู่แล้ว 

ความสดของช่วงล่างใหม่เอี่ยมถอดด้ามถ่ายเทไดนามิกที่ดีออกมาให้สัมผัสเมื่อขับมันเร็วจี๋ทะยานผ่านเนินเขา แม้ตัวจะสูงถึง 1,602 มิลลิเมตร และมีระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถมากกว่าซาลูนขนาดกลางอย่าง E-Class E300e W213 แต่การทรงตัวในย่านความเร็วสูงกลับทำได้เหนือกว่า BMW X4 อยู่นิดๆ เกิดจากช่วงล่างที่เซตมาลงตัว ค่าสปริงแข็งขึ้น เนื่องจากต้องแบกรับน้ำหนักของระบบไฮบริด โช้คอัพทำหน้าที่ได้อย่างไร้ข้อตำหนิ พวงมาลัยไฟฟ้าก็ยอดเยี่ยม รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic แรงบิดที่กระจายไปยังล้อหน้า 40% และล้อหลังอีก 60% ขณะขับเคลื่อนบนทางราบแบบปกติ มอบความมั่นใจในการทะยานผ่านเส้นทางข้ามจังหวัด โหมด Sport มีคันเร่งที่ตอบสนองได้ไวขึ้น เกียร์ 9 สปีดนั้นอยู่ในลักษณะที่เตรียมพร้อมตลอดเวลาในโหมดสูงสุด แค่แตะเบรกเกียร์ 9-G Tronic จะเปลี่ยนลงให้ 1-2 ตำแหน่ง หรือแค่กดคันเร่งมันจะลดเกียร์ลงมาให้มีความพอดีกับการเร่งความเร็วที่เต็มไปด้วยความมั่นคง เป็นรถที่มีความสามารถในการขับขี่ดีกว่า BMW X3 และ X4 อย่างชัดเจน ต้องขอบคุณการเซตค่าสปริงและระบบกันสะเทือนที่สอดรับกับสไตล์และย่านของกำลังอย่างที่สุด แม้จะอัดแบบไม่ยั้งพวงมาลัยในย่านความเร็วสูงก็ยังแน่น เหมาะกับการเปลี่ยนช่องทางเร็วๆ คล้ายกับการควบแฮตช์แบ็กแรงๆ คันหนึ่งเลยทีเดียว

แต่ละชิ้นส่วนที่ประกอบขึ้นเป็น GLC300e ทำให้รถปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้วิ่งได้ดีอย่างน่าประหลาด ทั้งๆ ที่มันเป็น SUV ไซส์กลาง ไม่ใช่สปอร์ตคันเล็กและมีน้ำหนักตัวบานเบอะ แต่ก็มีการขับแบบให้อารมณ์สนุกสนานไปตลอดทาง ไม่ได้สนุกเท่า GLC43 แต่ผ่อนคลายมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเทน้ำหนักในโค้งหรือการเบรกหนักๆ ก็ยังไม่มีอาการซวนเซเป๋ปัดโผล่ออกมาให้เสียวสันหลัง GLC เป็นรถที่คุณสามารถอัดเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้นิ่งมาก ระบบรองรับช่วยทำให้หน้ายาง 255 ที่ล้อหน้าและ 285 ที่ด้านหลัง ยางคุณภาพสูง Michelin Latitude Sport 3 แนบสนิทติดกับพื้นถนนอยู่ตลอดเวลา เมื่อขับแบบพอดีๆ ก็ไม่มีออกอาการในโค้งให้เห็นว่าจะเกิดการโยนตัวเมื่อเจอเข้ากับแรงเหวี่ยง เป็นอีกจุดที่ทำให้ X4 ต้องกลับไปทำการบ้านให้มากกว่าที่เป็นอยู่ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ค่ายตราใบพัดจะต้องหาวิธีแก้เผ็ดด้วยการสร้างรถที่ใกล้เคียงหรือดีกว่าออกมา ทำให้เกิดการแข่งขันด้านงานวิศวกรรมยานยนต์ ซึ่งประโยชน์ทั้งหมดจะไปตกอยู่กับลูกค้าที่เลือกซื้อรถจากทั้งสองแบรนด์ จริงๆ แล้วผมเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้รถยนต์ BMW หรือที่เรียกกันติดปากว่าพวกบีเมอร์ มันน่าโมโหอยู่เหมือนกันเมื่อรถที่คุณชอบทำออกมาได้ไม่ดีเท่ากับแบรนด์คู่แข่ง! 

โดยภาพรวม รุ่นปรับโฉมของ GLC ทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะรุ่น Plug in Hybrid นอกจากสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนและระบบรองรับ ก็ยังมีความสบายในห้องโดยสารใส่มาให้แบบครบครัน เครื่องเสียงติดรถยี่ห้อ Burmester Surround Sound System พร้อมลำโพงคุณภาพดี 12 ตำแหน่ง จัดวางโดยผ่านการปรับตั้งและการคำนวณมิติของเสียงมาเป็นอย่างดี แม้จะไม่กังวานใสกิ๊งเหมือนเครื่องเสียงของ E300e AMG Dynamic แต่ความคมชัดใสกรุ๊งกริ๊งมอบความบันเทิงให้กับการฟังเพลงผ่านบูลทูธได้เป็นอย่างดี สำหรับแป้นควบคุมแบบใหม่ MBUX ถึงจะทันสมัยแต่ชอบ command control panel กับ Touchpad แบบเก่ามากกว่าของใหม่ที่ไม่ได้ใช้ปุ่มหมุนอีกต่อไป

GLC เสียบปลั๊กชาร์จราคา 4,090,000 บาท คุณจะได้ชุดแต่ง AMG ล้อ 20 นิ้วอย่างสวย และเครื่องยนต์ไฮบริดที่เต็มไปด้วยพลังกับความสนุกหลังพวงมาลัย การแก้ไขแบตเตอรี่และมอเตอร์ ทำให้สมรรถนะของมันดีขึ้นผิดหูผิดตา ชัดเจนว่ามันเร่งได้เร็วกว่า GLC250d อาจไม่ประหยัดเท่าแต่แรงกว่ามาก เป็นสปอร์ตเอสยูวีที่นอกจากจะเท่แล้วยังขับสนุกเอามากๆ อีกด้วย.


รายละเอียดด้านเทคนิค GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic
เครื่องยนต์ เบนซิน แถวเรียง/4 สูบ/4 วาล์วต่อสูบ/เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรกระบอกสูบ  1,991 ซีซี
แรงม้าสูงสุด 155 กิโลวัตต์ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่  1,300-4,000 รอบต่อนาที 
กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 90 กิโลวัตต์ 122 แรงม้า
แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 440 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม. /ชม. 5.8 วินาที 
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 230 กม. /ชม.
ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร

ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์
ที่พวงมาลัย ตกแต่งแป้นเกียร์ด้วย Galvanized
(Steering-wheel Gearshift Paddles)

ขนาดล้อ และยางหน้า michelin latitude sport 3 255/45 R20
ขนาดล้อ และยางหลัง michelin latitude sport 3 285/40 R20

มิติตัวถัง
กว้าง 1,890 มิลลิเมตร
ยาว 4,731 มิลลิเมตร
สูง 1,600 มิลลิเมตร


ระบบความปลอดภัย  GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic

ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า 
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า 
ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ 
เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง

โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist 
ระบบช่วยเบรกแบบแอกทีฟ (Active Brake Assist) 
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (adaptive brake light) 
ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC) 
ระบบรักษาความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) 
ระบบช่วยเตือนขณะเปลี่ยนช่องจราจร (Blind Spot Assist)
ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator) 
ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system)
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) 
เซนเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) 
ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) 
กล้องแสดงภาพรอบทิศทางขณะถอยจอด 
Mercedes me connect 
ระบบช่วยเหลือฉุกเฉินแบบ emergency call system

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic
ใบปัดน้ำฝนทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน 
ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED 
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) 
ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (Active Light System) 
ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light)

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic
ระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam ระยะส่องสว่าง 650 เมตร 
ไฟสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน แบบ LED day time running lights 
ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED 
กระจกมองข้างปรับระดับ และพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า 
กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่ และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
กุญแจรีโมตคอนโทรล 
หลังคาซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า (Electric sliding glass sunroof) 
ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS) 
ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า 
ระบบกันสะเทือนแบบคอมฟอร์ต พร้อมเพิ่มระดับความสูงของตัวรถ
ตกแต่งภายนอกแบบ AMG Bodystyling (กันชนหน้า -หลัง) 
กระจังหน้าแบบ diamond radiator grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ 
ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ 
บันไดข้างแบบสเตนเลสดีไซน์สปอร์ต 
ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน 
ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 ตกแต่งด้วยสี tremolite grey 
อุปกรณ์ปะยางฉุกเฉิน TIREFIT


อุปกรณ์มาตรฐานภายใน GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic
ฟังก์ชัน ECO start/stop 
ระบบปรับโหมดการขับขี่แบบ DYNAMIC SELECT 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน 
เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบ ARTICO 
เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ 
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังพับได้ แบบ 1/3 และ 2/3 
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ sports steering wheel ตกแต่งด้วยหนังแบบ nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control
พวงมาลัยปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า 
ม่านบังแดดประตูหลังซ้าย-ขวา 
ชุดคันเร่ง และแป้นเบรกแบบสปอร์ต พร้อมปุ่มยางกันลื่น 
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับองศาได้
แผ่นปิดพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย
ด้านบนของคอนโซลหน้า และด้านบนของแผงประตูหุ้มด้วยหนัง 
ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารปรับได้ 64 เฉดสี (Ambient Lighting) 
ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push Start) 
ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO 
มาตรวัดความเร็ว และวัดรอบเครื่องยนต์แบบ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว 
ระบบปฏิบัติการมัลติมีเดียแบบ MBUX หน้าจอขนาด 7" พร้อมระบบสัมผัส
ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester
ระบบแผนที่นำทาง พร้อมระบบรายงานสภาพจราจร 
ระบบเชื่อมต่อแบบ Smartphone integration รองรับ Apple CarPlay™ และ Android Auto 
ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth) 
ระบบควบคุม และสั่งงานแบบสัมผัส (Touchpad) 
กาบบันไดเรืองแสงพร้อมตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Mercedes BenzMercedes-Benz GLC Plug in HybridGLC300e Coupeอาคม รวมสุวรรณ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้