ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สุดจัด! ทดสอบ MERCEDES-AMG E53 COUPE 4MATIC + สปอร์ตนำเข้าราคามิตรภาพ

    ไทยรัฐออนไลน์7 พ.ค. 2563 10:00 น.
    SHARE

    รถ AMG ไม่ว่าจะตามด้วยรหัสสองตัวท้ายว่า 43 53 หรือแม้แต่ 63 ล้วนแล้วแต่การันตีถึงระดับของความแรง จากการจูนอัพที่แตกต่างกัน เพื่อปรับปรุงสมรรถนะของรถให้เหนือกว่ารุ่นมาตรฐาน เป็น Mercedes รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นมาสำหรับคนที่รักการขับ และ AMG ก็คือสำนักแต่งที่มีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการปรับแต่งรถยนต์ที่แปะตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉก ไล่เรียงจากแอร์โรพาร์ทที่ไม่เหมือนรุ่นสแตนดาร์ต เครื่องยนต์แรงระเบิดเถิดเทิง บดทำลายยางให้เละเป็นวุ้นได้ภายในพริบตา ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนออกแบบมาเพื่อการทำความเร็ว โดยมีความสบายตามรูปแบบของตัวรถเป็นข้อกำหนดหลักๆ ในการปรับแต่ง ไม่ว่าจะเป็นซาลูนยาวเหยียดกว่า 5 เมตร เอสยูวีที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถทั่วไป สปอร์ตคูเป้ท้องเตี้ยติดพื้น หรือสปอร์ตโรสเตอร์เปิดหลังคาสองที่นั่ง งานวิศวกรรมยานยนต์ทำในเยอรมนีที่ประทับตรา AMG จึงกลายเป็นที่ยอมรับของกลุ่มคนที่ชอบความเร็ว

    ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1967 สองวิศวกรที่เคยร่วมงานกับ Mercedes-Benz เป็นผู้ให้กำเนิดสำนักแต่งคู่บารมีของแบรนด์ตราดาว นั่นก็คือ Hans Werner Aufrecht และ Erhard Melcher ทั้งคู่เกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Grossaspach (ปัจจุบันเปลี่ยนชื้อเป็น Aspach) ได้สร้างทีมแข่งและเปิดเป็น Shop ทำรถแข่งขึ้น ชื่อว่า AMG

    AMG เป็นชื่อท้ายของทั้ง 2 คน A คือ Aufrecht ตัว M คือ Melcher ส่วนตัว G ย่อมาจากชื่อเก่าซึ่งเป็นถิ่นเกิดของทั้งคู่ นั่นก็คือ Grossaspach. โดยมีชื่อเต็มว่า AMG Motorenbau und Entwicklungsgesellschaft mbH หรือ AMG Engine Production and Development, Ltd., ในภาษาอังกฤษ

    คุณลักษณะพิเศษของรถ AMG เกิดจากการสะสมประสบการณ์ทั้งบนถนนปกติและในสนามแข่ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงตลอด 50 ปี ของการผลิตรถแรง การเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 รุ่นของรถ AMG โรงงานที่เคยเป็นแค่โกดังเล็กๆ ในช่วงแรกของการถือกำเนิด กลายเป็นโรงงานขนาดยักษ์ที่มีแผนกแยกย่อยนับสิบ คอยรองรับการพัฒนารถบ้านให้กลายเป็นรถสปอร์ตพลังสูง สำนัก AMG ของ Mercedes-Benz คล้ายกับ M Power ของ BMW ก็คือ การไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆและมุ่งไปข้างหน้าเพื่อชัยชนะที่เหนือกว่ารถคู่แข่ง การสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าพร้อมไปกับรอยไหม้ของยางบนพื้นถนนคือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จของพวก Affalterbach คนกลุ่มนี้นี่เองที่ให้กำเนิดคูเป้พลังสูงอย่าง Mercedes-AMG E53 Coupe 4Matic+

    รูปทรงที่ไหลลื่นมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำ มีส่วนผลักดันให้ AMG E53 Coupe ลู่ลมมากยิ่งขึ้น ช่วยในเรื่องการปล่อยมลพิษที่ต่ำลง จากการทำงานของเกียร์ 9G-Tronic บวกกับตัวถังที่ลู่ลม แชสซีแบบสปอร์ตโชว์ให้เห็นแนวคิดที่ย้อนกลับไปถึงการก่อกำเนิดของ E-Coupe คันแรก ระบบขับเคลื่อนและระบบอากาศพลศาสตร์ของรถรุ่นนี้ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นโดยเฉพาะรหัส E53 จากกำลัง ขนาดตัวถัง และความหรูที่ถูกจัดเต็มสำหรับแฟนคลับ E-Coupe ที่ตั้งหน้าตั้งตารอรถรุ่นนี้กันอย่างใจจดจ่อ Mercedes-AMG E53 Coupe ตัวถังคูเป้มีเรือนร่างที่โตเกือบจะเท่ากับ New S-Coupe โดยมีความยาว 4,826 มิลลิเมตร กว้าง 1,860 มิลลิเมตร และสูง 1,430 มิลลิเมตร

    เรือนร่างของ E-Class Coupé รุ่น E53 แตกต่างจากบรรพบุรุษของมันในแง่ของความยาวความกว้างและความสูง ฐานล้อแทร็กที่กว้างขึ้นด้วยขนาดความกว้างของล้อหน้าที่ 1,605 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นมาอีก 67 มิลลิเมตร และ 1,609 มิลลิเมตรที่ด้านหลัง เพิ่มขึ้น 68 มิลลิเมตร มอบพลวัตการขับเคลื่อนด้วยความเสถียรมากยิ่งขึ้น ความยาวของตัวถังและฐานล้อที่เพิ่มขึ้นแต่มีโอเวอร์แฮงก์สั้นเพื่อความคล่องตัว ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศหรือค่า CD อยู่ที่ 02.5 นับว่าต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มรถสปอร์ตคูเป้ไซส์กลางของคู่แข่ง

    ไฟหน้าเป็นระบบไฟส่องสว่าง Multibeam LED Headlights Technology ใน AMG E53 Coupe ระบบไฟของรถรุ่นนี้มีการทำงานร่วมกันถึงสามแกนหลักๆ คือ องศาของพวงมาลัย เซนเซอร์ตรวจจับด้านหน้าและกล้อง โดยระบบจะประมวลผลตามความเป็นจริงพร้อมปรับระดับความสูงของไฟแบบอัตโนมัติ รวมถึงยังสามารถแบ่งช่องของไฟเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความแรงของแสงไฟหน้าขณะที่มีรถวิ่งสวนมาในแบบอัตโนมัติ เพื่อไม่ทำให้ไฟหน้าไปแยงตา แต่ยังคงความสว่างในส่วนที่ไม่ส่องหรือแยงตารถคันอื่น การปรับไฟแบบอัตโนมัติทั้งความเข้มและทิศทางของแสง ยังครอบคลุมสภาพเวดล้อมต่างๆ รวมถึงอุณหภูมิและสภาพอากาศ สำหรับไฟท้ายมีการออกแบบหลอด LED ใหม่ เพื่อให้แสงสว่างที่คมชัดด้วยแนวคิดเพิ่มความปลอดภัย ด้วยความชัดเจนในการมองตอนกลางคืน แถมยังปรับระดับความแรงของแสงไฟท้ายและไฟเบรกแบบอัตโนมัติ เพื่อไม่ทำให้รบกวนรถยนต์คันอื่นๆ ขณะติดสัญญาณไฟจราจร 

    เทคโนโลยีระบบส่องสว่าง Multibeam LED Headlights Technology เทคโนโลยีชั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ท่ามกลางความมืดมีประสิทธิภาพสูงสุด หลักการทำงานของระบบไฟอัตโนมัติ ตั้งอยูบนพื้นฐานของไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ทำหน้าที่ควบคุมหลอดไฟแบบ LED จำนวน 84 หลอด ให้ปรับระดับความสว่างอย่างเป็นอิสระจากกัน โดยมีระบบเซนเซอร์คอยตรวจจับความเคลื่อนไหวด้านหน้าในรัศมีประมาณ 800-1000 เมตร แล้วคำนวณระดับความสว่างอัตโนมัติ ECUจะสั่งการให้หลอดไฟ LED ทั้ง 84 หลอด ตอบสนองการทำงานด้วยความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงได้อยางรวดเร็วแม่นยำ ยกไฟสูงขณะที่ถนนมืดมิดหรือส่องไปที่ป้ายจราจรข้างทาง ลดไฟสูงหรือเบี่ยงเบนลำแสงในขณะที่มีรถหรือจักรยานยนต์แล่นสวนทาง 

    ระบบส่องสว่าง ILS-Intelligent Light System ปรับเปลี่ยนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ การขับขี่และรูปแบบของถนน ระบบ ALS-Active Light System ปรับโคมไฟหน้ารถ ตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ระบบ Cornering Light เพิ่มกำลังการสองสว่างขณะเลี้ยวโค้ง และระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus ปรับไฟสูงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้แสงไฟไปรบกวนสายตาของผู้ขับขี่รถยนต์ที่วิ่งอยู่ในเลนตรงข้าม MULTIBEAM LED ยังตรวจจับทางโค้ง สี่แยก ทางแยกทางร่วมที่อาจก่อให้เกิดมุมอับสายตาได้ ในระยะทางที่ไกลมากกว่าเดิมอย่างทั่วถึง และปรับให้แสงมีความสว่างเต็มพื้นที่เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

    ให้สังเกตงานออกแบบที่ลงตัวบริเวณด้านข้างตัวถังของ AMG E53 Coupe 4Matic+ โอเวอร์แฮงก์หน้าที่ลงตัว สอดรับกับองศาที่สมบูรณ์แบบของเสาหน้าที่ค่อยๆลาดลงไปยังส่วนท้ายอย่างสง่างาม E-Coupe นั้นมีขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่า C-Coupe ทำให้เรือนร่างของมันดูลงตัวมากกว่ารถสปอร์ตรุ่นน้อง ฝาท้ายไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกและเหมาะสมกับราคาค่าตัว 6.9 ล้านของมัน จุดที่ชอบคล้ายกับ E300e AMG Dynamic ก็คือ มือจับประตูแบบทูโทน สีโครเมี่ยมตัดกับสีตัวถังซึ่งเป็นสีขาว polar white เบอร์ 149 ล้ออัลลอย AMG ลายเดียวกับ CLS53 ล้างทำความสะอาดง่าย พร้อมยางสปอร์ตประสิทธิภาพสูงของแบรนด์ยางจากฝรั่งเศส Michelin Pilot Sport 4S ยางล้อหน้าไซส์ 245/35R20 95Y ส่วนล้อหลังยัดยางเส้นเขื่องแก้มเตี้ยไซส์ 275/30R20 97Y ทั้งๆ ที่ขับเคลื่อน 4 ล้อแต่ยังโชว์ศักยภาพของงานปรับแต่งช่วงล่างและล้อยาง ด้วยยางต่างไซส์แบบหน้าเล็กหลังใหญ่ตามกลไกของไดนามิกที่ดี ระบบเบรก AMGด้านหน้าใช้คาร์ลิปเปอร์ 4 พอต พร้อมจานเจาะรูระบายความร้อน เบรกหลังแบบซิงเกิลพอต พร้อมจานเบรกแบบมีร่องระบายความร้อน

    ไฟท้าย LED ทรงยาวก็เป็นอีกตำแหน่งที่ออกแบบได้ดี เข้ากับฝาท้ายและกันชนหลัง AMG ท่อระบายไอเสียโครเมี่ยมฝั่งละ 2 ท่อคู่ กันชนหลังมีเส้นพลาสติกสีเงินเส้นเล็กๆเพื่อความสวยงาม กล้องมองหลังถูกซ่อนอยู่ในสัญลักษณ์ตราดาว เมื่อเปิดใช้งานหรือเข้าเกียร์ถอย กล้องก็จะยื่นออกมาและทำให้เกิดการเข้าใจผิดของคนที่พบเห็นซึ่งบางครั้งอาจบอกว่าคุณลืมเปิดฝาถังน้ำมันทิ้งเอาไว้! ว่ากันไปนั่นเลยทีเดียว การซ่อนกล้องมองหลังเอาไว้ที่ด้านหลังของตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉก เป็นลูกเล่นของ Mercedes เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น

    ห้องโดยสารที่สวยงามของ E53 Coupe ติดตั้งช่องแอร์ของระบบปรับอากาศด้วยการปรับดีไซน์ใหม่หมด ใช้วัสดุพวกอัลลอยมาปรับแต่งชิ้นงานจนกลายเป็นช่องแอร์รูปทรงประหลาดล้ำ หลอดไฟ LED ในระบบไฟตกแต่ง Mercedes Benz LED Ambient Lighting เหมือนกับภายในของ New E-Class สามารถเลือกเฉดสีของไฟที่ประดับประดาอยู่ใต้ชิ้นส่วนต่างๆ มากถึง 64 เฉดสี ในช่องแอร์ก็ยังใส่หลอด LED เพื่อประดับประดาสร้างมาตรฐานความหรูหราให้มากกว่า BMW เพื่อการเอาชนะในด้านตัวเลขยอดขาย

    มาตรวัดและจอแสดงผลกลางของ E53 คล้ายกับ E-Class โดยเชื่อมต่อติดกันจนมีขนาดใหญ่ จอภาพมาตรวัด TFT LCD ขนาด 12.3 นิ้วเป็นได้ทั้งมาตรวัดที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามต้องการ เช่น Sport Classic และ progressive พ่วงกับจอมอนิเตอร์กลางที่รองรับการทำงานด้านการปรับตั้งของระบบต่างๆ เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบอินโฟเทนเมนท์ ระบบปรับอุณหภูมิภายใน การปรับตั้งค่าของระบบขับเคลื่อน การเชื่อมต่อกับมัลติมีเดีย การเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย การปรับตั้งค่าต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์ทั้งเสียงและภาพที่มีความคมชัด

    ห้องโดยสารที่สะท้อนจิตวิญญานความสปอร์ตของ AMG ยุคใหม่ ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่คอยอำนวยความสบายและง่ายต่อการใช้งาน หน้าจอแบบ Digital Widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ เชื่อมต่อติดกันแบบ Panorama ทำหน้าที่เป็นจอภาพมอนิเตอร์ของระบบนำทางด้ยดาวเทียมแบบใหม่ กล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบมัลติมีเดียของ E53 รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay™ ระบบสั่งงานด้วยเสียง Siri บ่งบอกความเป็น Merceder-AMG

    จอ TFT LCD Thin film transistor ของ E53 Coupe คล้ายกับมาตรวัดของ E-Class W231 ตัวถังซีดาน 4 ประตู รุ่น AMG Dynamic รวมถึงยังมีบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกับจอภาพของ New S-Class ซึ่งแสดงผลด้วยภาพที่มีความคมชัดสูงสุด การสร้างองค์ประกอบหลักที่เน้นลักษณะของการใช้งานด้วยการออกแบบแดชบอร์ดขนาดใหญ่ กลายเป็นแนวทางหลักของการออกแบบตกแต่งภายใน แผงหน้าปัดหน้าจอ TFT LCD มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกับจอแสดงผลส่วนกลางเหนือคอนโซลกลางสามารถเลือกรูปแบบของหน้าปัดมาตรวัดได้สามรูปแบบ เช่น Classic/Sport และ Progressive รวมถึงการปรับตั้งค่าต่างๆ ของรถผ่านจอมอนิเตอร์กลางขนาดยักษ์ กราฟิกที่สวยงามออกแบบโดยเพิ่มแรงดึงดูดของความน่าใช้ การตกแต่งในสไตล์เดียวกับ E53 Sedan ยิ่งทำให้ E53 Coupe มีห้องโดยสารที่ทันสมัยเหนือกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด 

    เบาะแบบสปอร์ตจาก AMG หุ้มหนังแท้และหนังกลับ AMG ARTICO leather ตัดสลับ DINAMICA Microfibre เข็มขัดนิรภัย AMG สีแดง ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า (automatic belt feeders) อันนี้มีเฉพาะรถ Coupe ไม่ต้องเอื้อมมือไปหยิบจับให้เมื่อย เบาะปรับไฟฟ้าเฉพาะสูงต่ำและการปรับเอนพนักพิงหลัง การปรับเดินหน้า-ถอยหลังยังใช้มือแบบแมนนวล เบาะ AMG ถึงแม้จะไม่ใช่ตัวสุดที่เป็นเบาะ AMG performance seats ของสปอร์ตตระกูล GT เบาะนั่งคู่หน้าของ E53 ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ ติดตั้งระบบอุ่นเบาะ Heated front seat (เฉพาะเบาะคู่หน้า) ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังพับได้แบบ 40/20/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนสัมภาระ เบาะหลังมีพื้นที่มากพอสำหรับการโดยสาร ออกแบบสำหรับมนุษย์ที่มีรูปร่างปกติ ส่วนคนอ้วน หรือคนตัวสูง แนะนำให้นั่งเบาะหน้าจะดีกว่ามาก เบาะหลังของรถทรง Coupe อย่าง E53 นั่งโดยสารได้จริงไม่ใช่เป็นแค่ที่วางกระเป๋าหรือที่สำหรับเห่าของหมาชิวาวา  

    พวงมาลัยครึ่งหนังกลับแบบ AMG performance steering wheel ตกแต่งด้วย DINAMICA micro-fiber พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ AMG Paddle Shift พอใส่ถุงมือหนังแล้วจับกระชับได้ใจ หนังกลับ DINAMICA micro-fiber ช่วยทำให้ยึดจับได้มั่นคง ให้อารมณ์รถแข่งด้วยพวงมาลัยทรงฐานตัด ทรงสามก้านที่บริเวณก้านวงติดตั้งสวิตช์ที่ใช้สั่งงานระบบต่างๆ เช่น การปรับหน้าจอภาพมาตรวัดด้วยการเลือกรูปแบบของการแสดงผล การเลือกดูข้อมูลต่างๆ ผ่านจอภาพตรงหน้าคนขับ ปุ่มปรับตั้งระบบตั้งความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control ปุ่มปรับระบบเสียงและการเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ ปุ่มสั่งงานด้วยเสียง ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพธ์บูลทูธ

    ปุ่ม COMAND CONTROL มีอุปกรณ์ทัชแพดที่ติดตั้งอยู่บนตำแหน่งของซุ้มเกียร์ของ E53 ช่วยให้การสั่งงานทั้งหมดถูกควบคุมผ่านนิ้วมือ โดยสั่งงานแบบ multi-touch ทัชแพดยังมีโปรแกรมพิมพ์ตัวอักษรหรือตัวเลข เพื่อทำให้คนขับรถไม่จำเป็นต้องละสายตาจากการควบคุม คุณลักษณะของระบบควบคุม COMAND Online และการควบคุมด้วยเสียง LINGUATRONIC เพื่อใช้สำหรับการควบคุมระบบ Infotainment เมื่อใช้งานไปนานๆกลับชอบปุ่มควบคุมแบบแป้นหมุน COMAND CONTROL มากกว่าชุดควบคุมแบบใหม่ MBUX ที่ไม่มีแป้นหมุนมาให้เหมือนเดิม ทำให้รู้สึกแปลกๆ เวลาใช้งาน ข้างชุดควบคุมระบบ COMAND CONTROL ด้านซ้ายเป็นที่อยู่ของปุ่มปรับโหมด Dynamic Select ปุ่มรูปฟันเฟืองใช้ปรับการตอบสนองของเกียร์ 9-G Tronic ปุ่มปรับตั้งระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL+ Suspension ระบบช่วงล่างที่ออกแบบโดย AMG บนพื้นฐานช่วงล่างแบบถุงลมหรือ Adaptive Air suspension ปุ่มล่างสุดคือปุ่มปิดระบบช่วยทรงตัว ซึ่งไม่ควรไปยุ่งกับมัน แนะนำให้เปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาจะดีที่สุด!

    การสร้างบรรยากาศของความน่าขับในตอนกลางคืนเป็นหน้าที่ของหลอดไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร หลอดไฟ LED ประดับประดาอยู่ในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG E53 ควบคุมด้วยโปรแกรมการใช้งานหรือฟังก์ชั่นที่มีชื่อเรียกว่า Ambient Light ออกแบบมาเพื่อทำให้การปรับโทนสีของแสงในห้องโดยสารเข้ากับบรรยากาศและอารมณ์ของผู้ขับด้วยการปรับแต่งตามใจชอบ หลอด LED ยังทนทานและประหยัดพลังงาน จากเทคโนโลยี LED ของ Mercedes-Benz ที่สามารถเลือกเฉดสีเพื่อสร้างบรรยากาศและมุมมองแปลกใหม่มากถึง 64 เฉดสี หลอด LED เทคโนโลยีล่าสุดจะเพิ่มการมองด้วยแสงสว่างเรืองๆ ที่ไม่รบกวนสายตาในเวลากลางคืน ตกแต่งในส่วนของจอแสดงผลกลาง ด้านหน้าคอนโซลกลาง, แผงประตูทั้งสี่บาน การส่องสว่างของช่องประตูด้านหน้าและพื้นที่วางเท้า จะปรับตั้งให้ออกมาสีเดียว หรือค่อยๆ สลับสับเปลี่ยนทั้ง 64 เฉดสี หรือผสมเฉดสีเองก็ยังได้

    อุปกรณ์ให้ความบันเทิงเริงรมย์ระดับไฮเอนด์ภายในห้องโดยสารของ AMG E53 ติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System จากแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำระดับโลก Burmester® ไฮไลต์ด้านความบันเทิงของ Mercedes-AMG ห้องโดยสารติดตั้งลำโพงคุณภาพสูงจำนวน 13 ตำแหน่ง พร้อมแอมป์แบบ 9-channel amplifier ระบบ DSP กำลังขับ 590 วัตต์ ลำโพงคุณภาพสูง ผ่านการปรับแต่งและจัดวางจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเสียงติดรถยนต์ กรวยลำโพงโชว์ความละเอียดของลายฉลุที่เป็นรูเล็กๆ บนฝาครอบลำโพงทำจากอะลูมิเนียม ความคมชัดใสกังวานของเสียงเพลงที่เล่นผ่าน USB หรือระบบบลูทูธ ระดับความลึกของเสียงเบสทำให้ Burmester® คือเครื่องเสียงคุณภาพสูง เหมาะสมกับแบรนด์ตราดาวอย่างที่สุด เมื่อลองฟังดูก็พบว่าชอบมิติและความกระหึ่มใน E300e AMG Dynamic มากกว่า E53 4Matic+! 

    โหมดการขับเคลื่อน Dynamic Select ประกอบด้วย 

    1-ECO
    โหมดขับเคลื่อนแบบประหยัด เน้นการขับขี่แบบค่อยเป็นค่อยไปที่ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โดยลดการตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้า ระบบส่งกำลังจะดันอัตราทดขึ้นสู่เกียร์สูงเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง เมื่อเปิดการทำงานของ Auto Start/Stop แล้วยกคันเร่ง เครื่องยนต์จะหยุดการทำงานอัตโนมัติและกลับมาทำงานอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เมื่อแตะเบรก หรือคันเร่ง


    2-COMFORT
    โหมดมาตรฐานเมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ทุกครั้งเจ้า CLS จะเข้าสู่โหมดนี้ COMFORT ออกแบบมาเพื่อการควบคุมและการตอบสนองด้วยค่าที่เป็นกลาง ใช้ขับทั้งในและนอกเมืองได้ดี คันเร่งไวและตอบสนองดีกว่าโหมด ECO แต่ยังเน้นความประหยัดสำหรับการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน คันเร่งจะหน่วงลดลงจาก ECO แต่ไม่ไวเท่า Sport

    3-SPORT
    พวงมาลัยสอดรับการขับที่เร็วขึ้นด้วยการปรับน้ำหนักที่ค่อนข้างกระชับรัดกุม คันเร่งไฟฟ้าตอบสนองได้เร็วขึ้นมาก เกียร์ 9G-Tronic คาอยู่เกียร์ 3-4-5 เพื่อเรียกแรงบิดนานเป็นพิเศษ ท่อระบายไอเสียถูกเปิดออกเพื่อสร้างเสียงที่เร้าใจในรอบสูง

    4-SPORT+
    คันเร่งไฟฟ้ายังคงตอบสนองได้เร็วเหมือนกับ Sport Mode เกียร์คาให้ลากรอบในตำแหน่งเกียร์ 3-4-5 หรือชิฟเกียร์ลงเองอย่างเร็วเมื่อใช้เบรกหนักๆ บางจังหวะเกียร์เชนลงต่ำให้ถึง 2 เกียร์ ระบบรองรับโดยเฉพาะโช้คไฟฟ้าปรับตัวเองให้ทำงานช้าลงหรือหนืดขึ้นเพื่อรองรับการขับด้วยความเร็วสูง วาล์วในท่อระบายไอเสียเปิดออกจนสุดเพื่อทำให้เสียงท่อดังมากกว่าทุกโหมด

    5-INDIVIDUAL
    โหมดที่ออกแบบมาสำหรับเลือกปรับการตอบสนองแบบแยกย่อยของระบบต่างๆ เช่น เครื่องยนต์ เกียร์ พวงมาลัย และระบบรองรับหรือช่วงล่างได้ตามต้องการ ในรูปแบบของตัวเอง 

    เครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ล่าสุดจาก AMG ที่ประจำการอยู่ในรถสปอร์ตรหัส 53 ไล่เรียงจาก AMG CLS53 / AMG E53 Sedan / AMG E53 Coupe เป็นแบบแถวเรียง 6 กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ เป็นเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ตราดาว ระบบ EQ Boost ใช้ไดสตาร์ตทำหน้าที่เป็นมอเตอร์สตาร์ตด้วย ISG มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 16 กิโลวัตต์ กับแรงบิด 250 นิวตัน-เมตร โดยวางแทรกอยู่ในชุดเกียร์ 9G-Tronic คอยเสริมแรงและรับหน้าที่ส่งกำลังไฟฟ้าไปหมุนปั๊มน้ำกับคอมเพรสเซอร์แอร์ ทำให้ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้สายพานหน้าเครื่องยนต์อีกต่อไป ช่วยลดกำลังที่สูญเสียไปกับแรงเสียดทาน ช่วยทำให้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงของ AMG มีขนาดที่สั้นลง เมื่อทำงานร่วมแกนกับระบบไฮบริดจิ๋วขนาด 48 โวลต์ E-Compressor หรือที่ Mercedes เรียกว่า EQ Boost ช่วยลดอาการรอรอบหรือเทอร์โบแลคได้ดี เมื่อกดคันเร่งเต็มที่ แรงบิดสูงสุดจะมาเร็วมากในเวลาแค่ 0.2 วินาที ตั้งแต่ยังไม่ถึง 2,000 รอบต่อนาที แรงบิดก็เทออกมาจนเกือบหมดแล้ว

    การป้องกันอาการเทอร์โบแลคหรืออาการรอรอบนั้น Mercedes-Benz ร่วมมือพัฒนากับค่าย Audi และ Bentley เพื่อปรับปรุงระบบ E-Compressor (EQ Boost) ถูกใช้เพื่อลดอาการรอรอบในเครื่องยนต์เบนซิน โดยทำงานร่วมกับ ISG ตัว eZV ประกบอยู่กับเทอร์โบที่ต่อเข้ากับท่อไอเสีย มันสามารถเร่งรอบการทำงานได้ถึง 70,000 รอบต่อนาที ในเวลาเพียงแค่ 0.3 วินาที ช่วยเพิ่มบูสให้กับเครื่องยนต์ในย่าน 1,000-3,000 รอบต่อนาที โดยไม่มีข้อจำกัดในด้านของรอบเครื่องยนต์และโหลด

    Mercedes-AMG E53 Coupe 4MATIC+ ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียงเทอร์โบคู่ รุ่นใหม่ล่าสุด ใช้ฝาสูบแบบดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC 4 วาล์วต่อสูบ = 24 วาล์ว ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร 2,999 ซีซี. ความกว้างกระบอกสูบ 83.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 92.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.5:1 กำลังสูงสุดมากถึง 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที (กำลังมากกว่าเครื่องยนต์ 6 สูบของ BMW M4 ประมาณ 5 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร หรือ 52.98 กิโลกรัม/เมตร ในย่าน 1,800 – 5,800 รอบต่อนาที (น้อยกว่า BMW M4 ที่ทำได้ 550 นิวตัน-เมตร) ระบบ EQ Boost Assist ทำงานร่วมกับ EQ Boost Starter Generator กำลัง 16 กิโลวัตต์ หรือ 22 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร หรือ 25.45 กิโลกรัม/เมตร แบตฯ ลิเทียมไอออนความจุ 48V เสริมอัตราเร่งด้วยการป้อนพลังงานไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ที่ฝังอยู่ในเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G-Tronic

    ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ all-wheel drive ชุดกระจายแรงบิด fully variable torque distribution เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 สูบ ทวินเทอร์โบหรือเทอร์โบคู่พร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ตัวนี้ สร้างกำลังได้มากถึง 320 กิโลวัตต์ หรือ 435 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร สมรรถนะของ CLS 53 AMG เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 8.7 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร อัตราการปล่อย CO2 200 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร CLS 53 Coupe 4MATIC + คือการผสมผสานการออกแบบที่เน้นบรรยากาศของรถสปอร์ตกับไดนามิกของการควบคุมในสไตล์ของแบรนด์ตราดาว บนแนวทางการปรุงแต่งจากสำนัก AMG จุดเด่นของเครื่องยนต์เบนซินแบบใหม่ขนาด 3.0 ลิตร คือ ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์และคอมเพรสเซอร์ไฟฟ้า EQ Boost Assist

    ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ของ AMG E53 Coupé ใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ 9G-Tronic เชื่อมต่อกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC+ พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ส่วนตัวเลขอัตราทดเกียร์ มีดังต่อไปนี้

    เกียร์ 1-5.35
    เกียร์ 2-3.24
    เกียร์ 3-2.25
    เกียร์ 4-1.64
    เกียร์ 5-1.21
    เกียร์ 6-1.00
    เกียร์ 7-0.86
    เกียร์ 8-0.72
    เกียร์ 9-0.60
    เกียร์ถอยหลัง (R) 4.80

    AMG RIDE CONTROL+ Suspension
    ระบบช่วงล่างที่ออกแบบโดย AMG บนพื้นฐานช่วงล่างแบบอากาศ Adaptive Air Suspension ช่วงล่างหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่ โช้คอัพถุงลมที่ช่วยให้รถมีความนุ่มนวล ยึดเกาะถนนในย่านความเร็วสูงได้ดีเยี่ยม สามารถปรับระดับความสูงของรถได้มากถึง 3 ระดับ เน้นความนุ่มนวลบนถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอกับโหมด Comfort กระชับขึ้นมาอีกนิดในโหมด Sport และแข็งขืนคล้ายรถแข่งในโหมด Sport+เป็นช่วงล่างถุงลมที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ แต่เวลาเปลี่ยนเมื่อเกิดการเสื่อมสภาพจากการใช้งานก็จะมีราคาที่สูงกว่าโช้คและสปริงแบบปกติ

    MAGIC VISION CONTROL
    อีกหนึ่งนวัตกรรมการทำความสะอาดกระจกหน้าแบบใหม่ ระบบชำระล้างกระจกบังลมบานหน้าที่มีความชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ สำหรับการทำความสะอาดกระจกหน้ารถในทุกสภาพอากาศ วิศวกรของแบรนด์ตราดาว Mr. Jurgen Kipar อธิบายขั้นตอนการทำงานของชุดใบปัดน้ำฝนแบบใหม่ ซึ่งช่วยทำให้การมองเห็นของคนขับดีขึ้นเมื่อขับท่ามกลางสายฝนแล้วเปิดระบบที่ปัดน้ำฝนแบบใหม่ใน New E-Coupe ระบบ MAGIC VISION CONTROL ยังติดตั้งตัวให้ความร้อนเมื่อต้องขับในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำเพื่อป้องกันไม่ให้หิมะหรือน้ำแข็งเกาะกระจกหน้าในช่วงฤดูหนาว นวัตกรรมดังกล่าวเคยถูกติดตั้งใน Mercedes Benz SL Class และ Mercedes Benz S-Class ทำให้การปัดน้ำฝนพร้อมๆ ไปกับการฉีดน้ำทำความสะอาดกระจกบังลมบานหน้าไม่มีการรบกวนสายตาของคนขับอีกต่อไป

    AMG Performance 4MATIC +
    ระบบขับเคลื่อนทุกล้อที่ต่อเชื่อมกับชุดเกียร์หลัก 9-G Tronic ด้วยชุดเพลา transfer case (เชื่อมต่อการทดกำลังไปยังล้อคู่หน้า) ระบบ 4Matic + ออกแบบและปรับปรุงซอฟแวร์ของตัวควบคุมแบบใหม่ รวบรวมข้อดีของการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อที่มีความหลากหลาย การกระจายแรงบิดบนเพลาหน้าและเพลาหลังที่มีความสมดุลสูงสุด ก่อให้เกิดเสถียรภาพการทรงตัวขณะทำความเร็วทั้งทางตรงและทางโค้ง เป็นตัวแปรในการควบคุมแรงบิดที่เหมาะสม ไปจนถึงขีดจำกัดทางกายภาพของระบบ ชุดขับเคลื่อนสี่ล้อ 4Matic + ปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้สามารถควบคุมแรงบิดที่มีความสมดุลในทุกสภาวะการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นถนนที่แห้งเปียกหรือปกคลุมด้วยน้ำฝน บนไฮเวย์หรืออัดเต็มกำลังในสนามแข่ง electromechanically controlled ควบคุมด้วยกลไกไฟฟ้าเชื่อมต่อเพลาล้อหลังที่ขับเคลื่อนแปรผันกับเพลาหน้า การกระจายแรงบิดที่ดีที่สุดเกิดขึ้นจากการคำนวณและประมวลผลอย่างต่อเนื่อง ตามสภาพการขับขี่ องศาของคันเร่ง องศาของพวงมาลัย แกนของรถ การเปลี่ยนแรงบิดจากล้อหลังไปเป็นขับเคลื่อนทุกล้อ หรือทดกำลังให้แรงบิดไปที่ล้อหน้า 30% ล้อหลัง 70 %หรือเทแรงบิดไปที่ล้อหลังเต็ม 100% หรือกระจายกำลังให้เท่ากันทั้งหน้าและหลังแบบ 50/50 เป็นไปอย่างราบรื่นและอยู่บนพื้นฐานของโปรแกรมเมทริกซ์ที่สลับซับซ้อน นอกเหนือจากการทดแรงบิดไปยังล้อต่างๆ แล้ว 4Matic + ยังช่วยปรับปรุงพลวัตเพื่อการเร่งความเร็วที่ราบเรียบและทรงพลังมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

    Mercedes-AMG E53 Coupe 4Matic+ ราคา 6.9 ล้านบาทดูดีมากแม้จะจอดอยู่กับที่หรือวิ่งเต็มสปีดผ่านเส้นทางทั้งในเมืองและกลางป่าเขา Mercedes-Benz ไม่ต้องเสียเวลามานั่งอธิบายถึงงานออกแบบตัวถังที่ละเมียดละไม ส่วนหน้า ฝากระโปรงที่ยกสันนูนขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงความแตกต่างด้านพละกำลัง ไฟหน้า Multibeam กระจัง AMG ที่คุ้นตาแนวบ่าบริเวณด้านข้าง มิติและสัดส่วนที่ลงตัว บานประตูแบบไร้กรอบกระจกสไตล์สปอร์ตคูเป้ กรอบกระจกมองข้างสีดำ E53 คือการผสมผสานความโค้งมนของงานดีไซน์รวมกับสไตล์ของ AMG ได้อย่างกลมกลืนมากที่สุด มันไม่ได้โหดเหมือนรุ่นพี่อย่าง E63s ซึ่งมาพร้อมกับแอร์โรพาร์ทที่รกรุงรัง เป็นความพอดีที่แนบมาพร้อมกับพลังและทำให้มันกลายเป็นจักรกลสองบุคลิกที่ไม่อาจลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ การแปะตราสัญลักษณ์ AMG ทำให้มันมีม้าตุนไว้ถึง 435 ตัว แรงบิดหรือแรงฉุดลาก 520 นิวตัน-เมตร มากพอที่จะลากตัวถังหนักเฉียดๆ สองตันให้ทะยานจาก 0ไปจนถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียงแค่ 4.4 วินาที ด้วยอัตราเร่งที่ดุเดือดจากเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ซึ่งเข้ามาแทนที่เครื่อง V6 ในด้านของความทันสมัย เทคโนโลยี EQ Boost ติดตั้งระบบไฮบริดเสริมขนาด 48 โวลต์ แยกระบบไฟออกจากแบตเตอรี่หลักเพื่อขจัดปัญหาเรื่องของพลังไฟไม่เพียงพอ เป็น E-Coupe ในแบบที่ทุกคนอยากขับและแรงกว่า E300 AMG Dynamic ชนิดสุดกู่! 

    ในเมือง E53 Coupe ทำตัวเป็นรถบ้านๆ สองประตู เมื่อใช้โหมด ECO คันเร่งดูเหมือนจะเฉื่อยชาและตอบสนองเท่าที่จำเป็นเนื่องจากเป็นโหมดประหยัด ถ้าคุณไม่กดปุ่มยกเลิกการทำงานของ Auto Start/Stop เมื่อยกเท้าออกจากคันเร่ง เครื่องยนต์ก็จะตัดการทำงานแบบอัตโนมัติโดยความเร็วจะค่อยๆ ลดลงช้าๆ และเมื่อแตะคันเร่งหรือเบรก เครื่องยนต์จะกลับมาทำงานอีกครั้งโดยเชื่อมต่อกับระบบเกียร์อย่างนิ่มนวลแทบจะไม่รู้สึกในขณะที่มันกำลังดับหรือติดเครื่อง ความนิ่มนวลของระบบรองรับ เมื่อปรับตั้งการทำงานของระบบช่วงล่างแบบถุงลม Adaptive Air Suspension โดยปรับไปที่ตำแหน่ง Comfort ส่งถ่ายความนุ่มนวลเมื่อขับผ่านรอยต่อ คอสะพานและความไม่สม่ำเสมอของผิวถนนที่มีอยู่ทั่วไปในกรุงเทพมหานคร ยางแก้มเตี้ยของ michelin ส่งเสียงออกมาเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องปกติของยางสปอร์ตที่มีเนื้อยางค่อนข้างแข็งกว่ายางทั่วไป สมรรถนะของยาง Pilot Sport 4S นั้นแน่นอนอยู่แล้วว่าขึ้นชื่อในเรื่องของการยึดเกาะและความเหมาะสมกับการใช้งานในรถที่มีกำลังเกิน 400 แรงม้า เสียงการทำงานของยางที่มีดอกแบบสปอร์ตย่อมส่งเสียงดังมากกว่ายางลดแรงต้านทาน แลกกลับคืนด้วยประสิทธิภาพของการยึดเกาะและการเบรกที่เหนือกว่ายางรถบ้านทั่วไปซึ่งไม่เหมาะกับสไตล์ของ AMG 

    เครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ซึ่งเป็นเครื่องแถวเรียง 6 สูบ พร้อมระบบ Mild Hybrid ขนาด 48V ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของแนวคิด EQ Boost ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหลัก 3 ชิ้น คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาด 48V และ DC/DC Converter พ่วงกับ Electric Motor Generator ที่ฝังอยู่ในชุดเกียร์ ระบบไฮบริดเสริม 48V จะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้ามีขนาดเล็กลงแต่ให้กำลังไฟสูง สามารถนำมาใช้โดยแยกส่วนการทำงานกับแบตเตอรี่หลักของรถ ใช้สำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์ในระบบ Start/Stop จากประสิทธิภาพในด้านความรวดเร็วและความราบเรียบเนียนนุ่มไม่มีอาการกระตุกกระชาก ระบบไฟ 48V ยังสามารถเอามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มอากาศด้วย Elecric Compressor ก่อนที่ Turbo จะ Boost ลดอาการรอรอบหรือ Turbo Lag

    ระบบ Mild Hybrid ยังช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เมื่อขับในความเร็วเดินทางแล้วยกคันเร่ง โดยจะยังคงรักษาความเร็วหรือ Coasting Speed ได้ไกลพอสมควร ช่วยอุ่นระบบกรองไอเสีย Catalytic Converter หรืออุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น Heater พัดลมไฟฟ้า ปั๊มน้ำ ปั๊มเกียร์ ระบบทำความเย็นในห้องโดยสารหรือระบบแอร์ โดยแยกการทำงานระหว่างระบบความปลอดภัย ชุดเครื่องเสียง กล่อง ECU และระบบจอดอัตโนมัติ อุปกรณ์หลักของ Mild Hybrid 48V ก็คือ Motor Generator ที่ทำหน้าที่ได้ทั้งสตาร์ตเครื่องยนต์หรือปั่นไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ ส่วน DC/DC Converter ที่ทำหน้าที่แปลงไฟจาก 48 เป็น 12V หรือ 12 เป็น 48V ไม่ต้องกลัวไฟหมดแบตเตอรี่หลักอีกต่อไป

    E53 เริ่มสำแดงฤทธิ์เดชเมื่อผมพามันออกทางไกล เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 สูบเทอร์โบ ทำตัวเงียบๆ ติ๋มๆ ในโหมด ECO และ Comfort พอกดสวิชท์ปรับโหมดไปที่ Sport วาว์ลบายพาสในท่อระบายไอเสียก็เริ่มต้นการทำงานด้วยการเปิดออก ปลดปล่อยเสียงจากท่อระบายท้ายให้มีความเร้าใจมากยิ่งขึ้น การวิ่งเงียบๆที่แสนจะสุภาพเมื่อขับในเมืองเปลี่ยนมาเป็นการขับแบบบู๊ล้างผลาญด้วยโหมดที่ทำให้การตอบสนองดีขึ้นผิดหูผิดตา คันเร่งใน Sport Mode ไวขึ้น เกียร์ 9-G ปรับการทำงานโดยพยายามคาตำเกียร์ที่มีแรงบิดมากเป็นพิเศษโดยป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ เกียร์ 4-5 หากชอบลากรอบก็แค่กดแป้นเปลี่ยนเกียร์หรือกดปุ่มปรับการทำงานของเกียร์ให้เป็นแบบแมนนวล คุณก็จะพบกับความบันเทิงชนิดลืมไม่ลง เสียงเครื่องยนต์จูนมาดีมาก ไม่ดังสนั่นแบบไร้สาระ หวานในย่านเกิน 4,500 รอบต่อนาทีไปจนถึง 6,000 รอบต่อนาที เมื่อเปลี่ยนเกียร์ก็จะมีเสียงระบายแรงอัดดังพรึบ ยิ่งเร่งเร้าให้ขับมันเร็วขึ้นไปอีก การจูนอัปเสียงท่อของ E53 ถือว่าชนะเลิศ เสียงท่อของเครื่อง V6 ทวินเทอร์โบ ใน C43 Coupe และ GLC43 Coupe ถือว่าทำออกมาได้ดีมากแล้ว แต่เสียงท่อของ E53 รวมถึง CLS53 ที่วางเครื่องใหม่นั้นสุดกว่าในด้านของความหนักแน่น แข็งกร้าวและตวาดอย่างเกรี้ยวกราดในรอบสูงยังกับเครื่อง V8!  

    E53 Coupe 4Matic + เร่งความเร็วได้อย่างมั่นคงปราศจากอาการวอกแวกพร้อมเสียงท่อระเบิดพรึบๆ ที่ทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน มันสามารถยิงตรงยาวจากจุดหยุดนิ่ง ด้วยพลังในรูปของแรงบิดระดับ 520 นิวตัน-เมตร ด้วยการพุ่งทะยานแบบไม่ลดลาวาศอก ตัวเลข 0-100 ใน 4.4 วินาที สูสีกับ Barbus 6.1 ซึ่งเป็น E-Coupe โฉมเก่าที่ผมเคยขับทดสอบ แต่อย่าลืมว่าเจ้า Brabus E-Coupe โฉมที่แล้วนั้นวางเครื่องยนต์ V8 แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ซึ่งมีความจุมากถึง 6.1 ลิตร สำหรับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ซึ่งกลายเป็นเครื่องแถวเรียง 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ให้ประโยชน์กับ E53 ในด้านของกำลังและการบาลานซ์น้ำหนัก เครื่องยนต์มีความสูงมากกว่าเครื่อง V6 เมื่อหันหน้าเข้าหาตัวเครื่อง เทอร์โบจะถูกติดตั้งอยู่บริเวณซ้ายมือโดยยกเอาเทอร์โบขึ้นมาอยู่ด้านบนเพื่อลดความร้อนสะสม รวมถึงความสะดวกในการซ่อมบำรุงที่มากกว่าเดิม แรงบิดที่พุ่งออกมามีลักษณะต่อเนื่องและยาวนาน ในโหมด Sport และ Sport+ ทำให้มันใช้เวลาตะกายจากจุดหยุดนิ่จนขึ้นไปถึงความเร็วสูงสุดไม่นานเกินรอ ออกจะเร็วเกินไปด้วยซ้ำ มันไม่ได้เร็วเท่ากับ E63s รุ่นพี่ ซึ่งแรงกว่าเยอะ แต่ E53 ควบคุมได้ง่ายกว่า มีลูกล่อลูกชนครบเครื่อง ไม่ว่าจะขับแบบเร็วจี๋ หรือซัดหนักจนเข้าใกล้กับขีดข้อจำกัดของตัวรถหากคิดว่ามีฝีมือมากพอ คุณก็สามารถใส่ให้มันล้นได้ในทุกจังหวะเท่าที่ต้องการ แต่ก็ต้องเผื่อความผิดพลาดเอาไว้บ้างไม่งั้นเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน 

    ช่วงล่าง RIDE CONTROL+ Adaptive Air Suspension ที่ออกแบบโดย AMG บนพื้นฐานช่วงล่างแบบถุงลมอากาศ Adaptive Air Suspension ช่วงล่างหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่ โช้คอัพถุงลมที่ช่วยให้รถมีความนุ่มนวล ยึดเกาะถนนในย่านความเร็วสูงได้ดีเยี่ยม สามารถปรับระดับความสูงของรถได้มากถึง 3 ระดับ รองรับซึมซับการสั่นสะเทือนได้ดี นั่งสบายไม่ย้วยหรือไม่แข็งมากจนเกินไปอยู่ในเกณฑ์พอดีๆเมื่อปรับโหมดไปที่ Sport + รถจะวิ่งได้แน่นขึ้นทันตาเห็น พวงมาลัย AMG มีสัมผัสที่ขึงตรึงแนบแน่น หน่วงน้ำหนักมากกว่า E300 Coupe แบบชัดเจน เลี้ยวคมและแม่นมากพอที่จะเล็งมุมเลี้ยวในโค้งได้อย่างจับวาง น้ำหนักขณะถอยเข้า-ออกเบาพอได้ แต่เมื่อรถเริ่มมีความเร็วระบบจะปรับหน่วงให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ยิ่งเร็วมากเท่าไหร่มันก็จะหน่วงให้หนักมือมากขึ้นเท่านั้น การเสริมแรงควบคุมเมื่อจัดหนักในโค้งทำให้เกิดอินพุตที่ยอดเยี่ยมของพวงมาลัย ระยะหมุนฟรีมีอยู่นิดเดียวไม่ทำให้มันเป็นพวงมาลัยที่ไวเกินเหตุ ออกจะหนักสำหรับคุณสุภาพสตรี แต่พอขับเร็วก็ไม่ได้หนักจนเมื่อยมือเหมือน BMW M4CS ซึ่งมีน้ำหนักใกล้เคียงกับรถแข่งมากกว่า  

    ปฏิสัมพันธ์ระหว่างล้อทั้งสี่เชื่อมต่อแรงบิดผ่านเพลาที่ต่อกับชุดเกียร์ พร้อมซอฟแวร์ฉลาดๆของระบบ4Matic + ที่คอยจัดแรงบิดให้เหมาะสมกับการขับ น้ำหนักตัวเกือบสองตันและความยาวฐานล้อที่เกือบจะเท่ากับ S-Class ไม่ส่งผลในด้านของความคล่องแคล่วว่องไว ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อช่วยทำให้การเร่งความเร็วมีความมั่นคงในด้านของการทรงตัว ในโค้งถ้ามาเยอะเกินไป ระบบควบคุมและรักษาเสถียรภาพจะเข้ามาจัดอาการเสียการทรงตัวให้เข้าที่เข้าทาง มันจะวิ่งหลุดโค้งก็ต่อเมื่อถูกจัดหนักจนเกินขีดจำกัดของช่วงล่างและยาง การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งจะทำให้คุณรู้สึกหลงรัก ไม่ถึงกับยอดเยี่ยมแต่ดีตรงที่ง่ายต่อการขับเร็ว ตรงส่วนปลายของโค้งถ้ารักษารอบเครื่องให้ดี (อันที่จริง Sport+ Mode ก็ทำให้ทั้งหมดอยูแล้ว) การเร่งความเร็วเพื่อทะยานผ่านส่วนปลายของโค้งคือความสุขที่แท้จริงของเจ้าของรถ E53

    4Matic + กับช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL+ Adaptive Air Suspension สามารถดีดตัวเองให้พลิ้วไปตามโค้งยาวต่อเนื่องได้อย่างสบายๆ ประสิทธิภาพของการยึดเกาะจากระบบกันสะเทือนพ่วงยาง Pilot Sport 4S นั้นสุดยอดมาก โดยเฉพาะในโหมดสูงสุด มันทำให้รู้สึกดีเมื่อขับเร็ว มากพอที่จะไม่ต้องไปโหยหา E63 ซึ่งแพงกว่า เครื่องยนต์คำรามในรอบสูง ทุกครั้งที่เบรกเพื่อลดความเร็วเกียร์ 9-G ชิฟลงให้ถึง 2 เกียร์เพื่อคงรอบเครื่องที่จะสร้างการเร่งแบบบ้าพลังหลังจากสลับเท้าจากแป้นเบรกไปที่คันเร่ง ช่วงล่างที่ดีจัดการกับอาการย้วยที่ยังโผล่เข้ามาในบางจังหวะที่เจอเข้ากับคอสะพานชันๆ มันช่วยจัดระเบียบและท่าทาง ทำให้รถทรงตัวอยู่ได้หลังจากพุ่งข้ามคอสะพานที่หากเป็นรถอื่นมีหวังลงข้างทางจากอาการซวนเซ การรับมือกับการกระแทกอย่างฉับพลันทันทีทำได้ดี แชสซีพลิ้วอย่างไหลลื่น ผสมปนเปไปกับไดนามิกที่ออกแบบให้ง่ายต่อการควบคุม แพลตฟอร์มแบบผสม ทั้งอะลูมิเนียมและเหล็กกล้าทำให้ E-Coupe รองรับแรงบิดตัวได้มากกว่าเดิม ไม่มีอาการกระพือปรากฏให้เห็นแม้แรงบิดจะสูสีกับ BMW M4 ที่ 520 นิวตัน-เมตร ( M4 500Nm) 

    กำลังทั้งหมดไม่ได้สร้างความยุ่งยากให้กับการทำงานของระบบเกียร์ การใช้เกียร์ต่ำแล้วเกิดอาการห้อยในเกียร์รุ่นเก่าอย่าง 7-G TRonic+ ถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้นเนื่องจากเกียร์ 9-G Tronic มีอัตราทดมากพอและครอบคลุมทุกย่านของแรงบิดจากขบวนเฟืองที่มากถึง 9 สปีด เกียร์อาจกระโดดข้ามจากเกียร์ 5 ไปที่เกียร์ 8 หรือลดลงจากเกียร์ 9 ลงไปที่เกียร์ 6 ด้วยการทำงานที่ว่องไวและไหลลื่น เกียร์ 3-4 มีทุกอย่างที่คุณต้องการ นั่นก็คือแรงบิดที่มันเทออกมาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น! ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือ E53 เป็นรถที่ขับโคตรสนุก เร่งมันติดเท้า ชุดควบคุมองคาพยบมีความเที่ยงตรงและความนิ่มนวลที่สวนทางกับความแรงอย่างน่าประหลาด คุณลักษณะแบบผสมผสานของมัน ทำให้ E53เป็นรถสองบุคลิกอย่างแท้จริงและให้อามรณ์การขับแบบสปอร์ตได้มากกว่า CLS53 ที่ผมเพิ่งจะได้ขับทดสอบไปในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์  

    ช่วงเย็น ผมขับมันลงมาจากเขาในลักษณะลากรอบคาอยู่ที่เกียร์ 3 ยาวตลอดระยะทาง 40 กิโลเมตร ก่อนที่จะจอดเงียบๆ บริเวณหุบเขาแถบกาญจนบุรีเพื่อเก็บภาพภายในก่อนตะบึงกลับกรุงเทพมหานครให้ทันเคอร์ฟิวส์ การลากรอบเพื่อฟังเสียงท่อที่ไพเราะเพราะพริ้งของ E53 เกิดขึ้นทั้งวันเมื่อพ้นจากเขตชุมชน มันเป็นรถคูเป้ที่แทบจะไม่มีข้อตำหนิติติง นอกจากออฟชั่นเล็กๆน้อยๆที่ถูกหั่นออกไปเพื่อการทำราคา เมื่อต้องโดนภาษีนำเข้าหนักหนาเอาเรื่อง ทำให้ค่าตัวของมันทะยานไปเฉียดๆ 7 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่ทำให้คิดถึง Porsche Cayman อยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่า ราคาของ E53 จะใกล้เคียงกับเจ้ากบตัวเล็ก แต่รูปแบบการใช้งานและความสามารถในการขับนั้นคนละแบบคนละสไตล์ แตกต่างกันทั้งลักษณะของการวางเครื่องยนต์ ขนาดและน้ำหนักรวมถึงพื้นที่ของการใช้สอย ข้อสำคัญ ถ้าไม่คิดเรื่องศักดิ์ศรีของแบรนด์ E53 นั่งสบายกว่าแต่เจ้ากบ Cayman ก็ออกแนวเท่กว่า อยู่ที่ความชอบของเศรษฐีแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว Mercedes-AMG E53 Coupe 4Matic+ เป็นรถสองบุคลิกที่ชอบซ่อนความดิบและความห้าวเอาไว้อยู่ข้างในและแสดงออกแค่ความสุภาพเรียบร้อยแบบมาดผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ตราบใดที่ Sport + Mode ไม่ถูกกดใช้งาน คุณก็จะไม่มีวันได้สัมผัสกับตัวตนที่แท้จริงของมัน เป็นรถ 2 ประตู 4 ที่นั่งที่มีกำลังเหลือเฟือ แค่ 53 ก็เอาให้อยู่เถอะครับ ไม่ต้องตะกายไปถึง 63 ก็สนุกเกินบรรยายแล้วละครับ.


    Mercedes-AMG E53 Coupe 4Matic+  อุปกรณ์มาตรฐาน

    1. กระจังหน้า AMG Radiator grille
    2. สปอยเลอร์ด้านหลังบนฝากระโปรงท้ายและ ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียมสองท่อ (AMG Spoiler lip and 2 round twin tailpipe)
    3. หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า (Electric Panoramic Sliding Glass Sunroof)
    4. พวงมาลัยแบบ AMG Performance Steering Wheel with DINAMICA Microfibre
    5. ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system
    6. กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera)

    สีตัวถัง (NON-METALLIC PAINT)
    149 polar white
    197 obsidian black
    775 iridium silver
    890 cavansite blue
    992 selenite grey

    รายละเอียดด้านเทคนิค Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé
    เครื่องยนต์ เบนซินแบบแถวเรียง /6 สูบ พร้อม Biturbo และอินเตอร์คูลเลอร์
    ปริมาตรกระบอกสูบ 2,999 ซีซี.
    แรงม้าสูงสุด 320 กิโลวัตต์ 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร 1,800-5,800 รอบต่อนาที
    อัตราเร่ง 0-100 กม. 4.4 วินาที 

    ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 66 ลิตร 
    ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ตกแต่งแป้นเกียร์ด้วย
    Galvanised (Steering-wheel Gearshift Paddles)

    ล้ออัลลอย AMG แบบ 5-twin-spoke สีดำ ขนาด 20”
    ขนาดยาง หน้า 245/35 R20 michelin pilot sport 4S
    ขนาดยาง หลัง 275/30 R20 michelin pilot sport 4S

    มิติตัวถัง
    กว้าง 1,860 มิลลิเมตร 
    ยาว 4,824 มิลลิเมตร
    สูง 1,430 มิลลิเมตร 

    ระบบความปลอดภัย Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé
    ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง หรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
    ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่
    ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
    ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง
    เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 4 ที่นั่ง
    โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program)
    ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control)
    ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system)
    ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA (Active Brake Assist)
    ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist
    ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light)
    ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise control) และระบบจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)
    ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator)
    ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure loss warning system)
    ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)
    ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist)
    เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC)
    กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง


    อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé
    ใบปัดน้ำฝนทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมเซ็นเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน
    ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED
    ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System)
    ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light)
    ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist)
    ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน
    ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
    ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก
    กระจกมองข้างปรับระดับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า
    กระจกมองข้างด้านซ้ายปรับมุมเอนลงอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอย
    กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
    กุญแจรีโมทคอนโทรล ควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ สั่งการทำงานเปิด-ปิดของเซ็นทรัลล็อกและฝากระโปรงท้าย
    ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO
    ระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS)
    หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า (Electric panoramic sliding glass sunroof)
    ระบบส่งกำลัง AMG Performance 4MATIC+
    ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (Air Suspension) พร้อมระบบควบคุม AMG RIDE CONTROL+ 
    AMG body styling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง)
    ปลายท่อไอเสียคู่แบบ 2 round twin tailpipe look
    ท่อไอเสียแบบ AMG Sport exhaust system
    สัญลักษณ์ AMG บนคาลิปเปอร์เบรก
    สปอยเลอร์ด้านหลังบนฝากระโปรงท้ายแบบ AMG Spoiler lip
    แผ่นรองกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง 
    ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20" ตกแต่งด้วยสีดำ
    ชุดอุปกรณ์ปะยางฉุกเฉิน TIREFIT

    อุปกรณ์มาตรฐานภายใน Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé
    ฟังก์ชัน ECO start/stop
    ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ AMG DYNAMIC SELECT
    เบาะนั่งหุ้มหนังแบบ AMG ARTICO leather ตัดสลับ DINAMICA Microfibre
    เข็มขัดนิรภัยสีแดง
    ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า (automatic belt feeders)
    เบาะนั่งคู่หน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ
    ระบบอุ่นเบาะ Heated front seat (เฉพาะเบาะคู่หน้า)
    เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังพับได้แบบ 40/20/40
    ด้านบนของคอนโซลหน้าและด้านบนของแผงประตูหุ้มด้วยหนัง
    พวงมาลัยแบบ AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง nappa ตกแต่งด้วย DINAMICA Microfibre
    พวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า แบบปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ
    นาฬิกาแบบอนาล็อก
    ตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุ Metal-weave และ Black piano-lacquer look
    ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2-zones
    หน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpit
    ระบบ Audio 20 GPS พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว
    ระบบนำทาง (navigation system)
    ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay™ และ Android Auto
    ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ Bluetooth
    ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (wireless charging)
    ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad
    ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester ® surround sound system
    ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี (Premium ambient lighting)
    กาบบันไดสเตนเลส พร้อมสัญลักษณ์ AMG แบบเรืองแสง
    ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต


    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เมอร์เซเดสMERCEDES-BENZMERCEDES-AMGMERCEDES-AMG E53 COUPE 4MATIC+อาคม รวมสุวรรณ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้