ข่าว
100 year

ส่องความน่าใช้ SUBARU FORESTER 2.0 I-S EYESIGHT AWD

ไทยรัฐออนไลน์3 มี.ค. 2563 10:00 น.
SHARE

จากความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นทุกปีของรถยนต์อเนกประสงค์ประเภทเอสยูวี (Sport Utility Vehicle) ทำให้บริษัทรถเกือบจะทุกแบรนด์ต้องหันมาผลิตรถยนต์ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด แนวโน้มความนิยมรถยนต์เอสยูวีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก อ้างอิงตัวเลขล่าสุดจากบริษัทสำรวจและวิจัย JATO ในอังกฤษ พบว่ายอดจำหน่ายรถเอสยูวีรวมทุกทวีปทั่วโลกมีจำนวนสูงถึง 29.77 ล้านคัน คิดเป็น 36.4% ของยอดขายรถยนต์ทุกประเภท นอกจากนี้ตัวเลขการจดทะเบียนรถเอสยูวีในยุโรปช่วงปี 2019 พุ่งสูงถึง 40% ยานยนต์อเนกประสงค์ 5-7 ที่นั่งยังเติบโตสูงสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สร้างกำไรมหาศาลให้กับบางบริษัทที่ผลิตรถยนต์เอสยูวีและเข้าถึงความต้องการของลูกค้า ขณะที่ยอดขายรถอเนกประสงค์ในประเทศไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากปี ค.ศ.2010–2019 เติบโตพุ่งทะยานถึง 130.70% ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตลาดเอสยูวีนั้นกำลังร้อนแรงและสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ในปัจจุบัน

ผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ไซส์กลางของไทยก็มีพวกกระบะดัดแปลง หรือที่เรียกกันว่า PPV SUV เช่น Pajero Sport / Fortuner / Everest / Terra / MU-X / Trailblazer ส่วนรถอเนกประสงค์ที่ใช้แชสซีแบบโมโนค็อกก็ได้รับความนิยมไม่น้อย เช่น CR-V / X-Trail / MG HS / CX-5 / Forester  

Subaru Forester รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 
2.0 i-L AWD 1,330,000 บาท
2.0 i-S AWD 1,380,000 บาท
2.0 i-S2.0 i-S Eyesight AWD 1,450,000 บาท (คันทดสอบ) 

Subaru Forester 2.0 i-S Eyesight AWD ราคา 1,450,000 บาท เป็นรถออฟโรดอเนกประสงค์แบบ 5 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมมานานแล้ว โดยมีมิติตัวถังกับระดับของราคาใกล้เคียงกับรถยนต์ PPV-SUV ที่ขายในประเทศไทย แต่มีความแตกต่างที่การขับขี่ กับลักษณะของการวางเครื่องยนต์ สไตล์และการซ่อมบำรุง รวมไปถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง จุดเด่นของ Forester 2.0i-S รุ่นประกอบในประเทศ อยู่ที่ความสะดวกสบายของห้องโดยสารจากขนาดที่ใหญ่โตโอ่โถง กับสภาพการควบคุมภายใต้กลไกของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Subaru Symmetrical Full-Time All-Wheel Drive พร้อมระบบความปลอดภัยแบบใหม่ Eyesight เป็นการทดสอบ new Forester รุ่นประกอบในประเทศที่ติดตั้งระบบความปลอดภัยแบบใหม่เป็นครั้งแรก หลังจากเคยทดสอบ Forester รุ่นมาตรฐาน 2.0 i-S ที่ออกขายก่อนหน้ารุ่น Eyesight 

Forester 2.0i-S Eyesight AWD 1,450,000 บาท มีการขับขี่ที่เหมือนกับรุ่นมาตรฐานทุกอย่างโดยไม่ได้มีข้อแตกต่างไปจากรถที่ประกอบในต่างประเทศ อุปกรณ์ใหม่ในระบบความปลอดภัยคือจุดขายที่ใช้งานได้จริงและช่วยทำให้การขับใช้งานในชีวิตประจำวันมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Forester 2.0i-S Eyesight AWD เป็นรถครอบครัวสำหรับนักขับที่สามารถขับมันไปได้เกือบจะทุกที่ที่มีหรือไม่มีถนน ไม่ว่าจะขับบนไฮเวย์ ขับลุยป่า ขับฝ่าทะเลทรายที่แห้งแล้งหรือวิ่งตะลุยไปบนทางลูกรัง โดยเฉพาะการขับเจ้า Forester ฝ่าสายฝน ใครที่เคยขับจะรู้ถึงความแตกต่างของระบบขับเคลื่อนเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบอื่นๆ นับเป็นรถออฟโรดที่มีประสิทธิภาพดีคันหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกผูกพันแบบคู่หูระหว่างเจ้าของกับรถที่ขับใช้งาน Subaru Forester 2.0i-S รุ่นใหม่ล่าสุดจะกลายเป็นรถที่พร้อมจะลุยไปกับคุณทุกที่

รูปทรงแบบกล่องสี่เหลี่ยมแนวอนุรักษนิยมของ Forester ดูธรรมดาไม่หรูหราเหมือนรถคู่แข่งจากฝั่งยุโรปทั้ง BMW X3 และ Mercedes GLC เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรหากคุณไม่เคยได้ลองขับระบบขับเคลื่อนที่มีความสมมาตร เป็นการลองขับทดสอบประสิทธิภาพกันยาวๆ ในช่วงต้นฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจัดเอาเรื่อง เพื่อเป็นการพิสูจน์ความสามารถของรถรุ่นที่ประกอบในประเทศเป็นครั้งแรกของแบรนด์หมู่ดาว มิติตัวถังของ New Forester 2.0 i-S Eyesight AWD มีขนาดความยาว 4,625 มิลลิเมตร กว้าง 1,815 มิลลิเมตร สูง 1,730 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,670 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 220 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 63 ลิตร ล้ออะลูมิเนียมลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T ไซล์ 225/55 R18 จุดที่ชอบคือฝาท้ายไฟฟ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาเปิดหรือปิดและความโปร่งโล่งของทัศนวิสัยมุมมองรอบคันที่เกิดจากการออกแบบกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่นั่นเอง 

ตัวช่วยในเรื่องของความปลอดภัยในการขับใช้งาน ซึ่งเป็นอุปกรณ์แบบใหม่ที่ Subaru เรียกว่า Eyesight ประกอบด้วย

ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Warning
ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง SVRD
กล้องมองภาพมุมมองด้านข้าง บริเวณล้อหน้าซ้าย Side View Monitor
ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน Pre-Collision Braking
ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go
ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน Pre-Collision Throttle Management
ระบบเตือนเมื่อออกจากเลน Lane Departure Warning
ระบบเตือนเมื่อขับรถส่าย Lane Sway Warning
ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ Lead Vehicle Start Alert

Eyesight ทำงานผ่านการตรวจจับของเซนเซอร์และกล้อง Twin Camera ที่ติดตั้งบริเวณกระจกหน้าบริเวณกึ่งกลางซึ่งจะมองเห็นกล้องสองตัวอยู่ระหว่างกระจกมองหลัง เซนเซอร์จะประมวลผลจากกล้องมองภาพทั้งด้านหน้าและด้านข้าง สามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบๆ รถขณะขับเคลื่อน Eyesight เชื่อมต่อการทำงานกับระบบต่างๆ เช่น Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go รวมถึงระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน Pre-Collision Braking ที่ช่วยชะลอความเร็วขณะพุ่งเข้าไปใกล้ท้ายรถคันข้างหน้ามากจนเกินไป ส่วนระบบแจ้งเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ Lead Vehicle Start Alert ทำให้คุณรับรู้เมื่อรถคันข้างหน้าเริ่มเคลื่อนที่ สำหรับ Lane Departure Warning ระบบแจ้งเตือนเมื่อเปลี่ยนทิศทางโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวหรือมีรถที่อยู่ด้านข้างใกล้เกินไปทำให้การเปลี่ยนเลนมีความปลอดภัยมากกว่าเดิม 

ความแข็งแกร่งของรถรุ่นนี้เกิดจากการยกระดับปรับปรุงแชสซีใหม่ แพลตฟอร์ม Subaru Global Platform ใน new Forester ปรับเปลี่ยนรายละเอียดแบบลงลึกของแชสซี เพื่อทำให้มันขับได้ดีและมีความแข็งแกร่งจนผ่านการทดสอบการชนปะทะของ EURO NCAP ในระดับ 5 ดาว แพลตฟอร์ม Subaru Global Platform ถูกนำมาใช้ใน new XV และปรับปรุงเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่รุดหน้าของ new Forester

ช่วงล่างพวกโช้คอัพและสปริงปรับมาพอดี ไม่แข็งหรืออ่อนยวบยาบออกมาในลักษณะนั่งนิ่มสบายก้นคล้ายรุ่นที่ผ่านมา ระบบรองรับพร้อมชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่จูนมาสำหรับการขับที่หลากหลายเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของตัวรถ เป็นจุดขายที่ Subaru ทำออกมาได้โดนใจลูกค้านักขับที่เคยครอบครอง PPV การถ่ายเทน้ำหนักใช้ได้ ขับเดินทางไกลให้ความรู้สึกสบาย หรือขับเร็วไม่ว่าจะหวดในเมืองหรือห้อออกทางไกลก็ดีทั้งนั้น new Forester ให้ความรู้สึกขณะขับขี่แบบรถครอบครัวมากกว่าจะออกมาในแบบตัวลุยจอมโหด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีหากคุณต้องใช้งานมันทุกวัน ย่านของกำลังขนาด 2.0 ลิตร ไม่มีตัวช่วยอัดอากาศ ทำให้กำลังของมันพอแค่อาศัย ไม่ได้มากมายอะไรแบบดึงหลังติดเบาะ แต่เครื่อง Boxer แบบหายใจเองไม่มีเทอร์โบก็สามารถเร่งความเร็วเพื่อแซงได้ในแบบที่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด ตัวเลขสมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 12.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 198 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ห้องโดยสารแบบใหม่ของ new Forester 2.0 I-S AWD ดูดีขึ้นถึงแม้สไตล์อนุรักษนิยมจะปรากฏไปทั่วทั้งค็อกพิต เปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งก็จะเจอกับท่านั่งที่สูงโด่งอันแสนจะคุ้นเคยของ Forester รุ่นที่แล้ว นักออกแบบของ Subaru ยังคงเน้นความโปร่งโล่งและความสะดวกสบาย เบาะใหม่คู่หน้าปรับไฟฟ้า แม้จะกดลงจนต่ำสุดก็ยังสูงราวกับกำลังนั่งอยู่บนหลังช้างพลายตัวโตๆ ตำแหน่งเบาะรองต้นขาสั้นไป จุดนี้ควรปรับปรุงใหม่ให้เบาะมีความยาวมากกว่าเดิมหรือออกแบบให้ตำแหน่งรองต้นขาสามารถยืดหดได้แบบรถยุโรปก็จะโดนใจคนใช้งานมากกว่านี้อย่างแน่นอน กระจกบังลมทุกบานของ Forester 2.0 i-S Eyesight AWD มีขนาดที่ใหญ่โตคล้าย Mercedes-Benz GLE ทำให้คุณสามารถสังเกตการณ์ได้รอบตัวและมองได้ไกลมากกว่าการขับรถเก๋งซีดานที่ตัวเตี้ยกว่า อย่างที่บอกว่า เบาะหนังสังเคราะห์นั่งไม่ค่อยสบาย เนื่องจากที่รองต้นขาสั้นเกินไป อยากได้เบาะที่มีขนาดความยาวมากกว่านี้จะดีมากเมื่อต้องขับทางไกลกันทั้งวัน

แดชบอร์ดและคอนโซลทำจากโฟมฉีดขึ้นรูปแล้วหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ คล้ายๆ กับแดชบอร์ดของ new XV มีความสวยงามทันสมัยแถมยังเก็บเสียงได้ดีกว่าแดชบอร์ดที่ทำจากพลาสติกฉีดขึ้นรูป โฟมที่หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์มีอยู่ในรถยุโรปราคาแพง ส่วนรถญี่ปุ่นก็มีอยู่แค่น้อยนิดที่ใช้วัสดุแบบนี้ ซึ่งทำให้มีต้นทุนการผลิตสูงกว่านิดๆ อุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น จอมอนิเตอร์กลางแบบใหม่ที่คมชัดใช้ได้ รุ่น Eyesight มาพร้อมกับกล้องมองรอบทิศทาง ระบบควบคุมอุณหภูมิมีหน้าตาที่เปลี่ยนไปแต่ยังคงใช้ปุ่มหมุนเหมือนเดิมซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานกันง่ายๆ ด้านบนของจอมอนิเตอร์ติดตั้งจอแสดงผลระบบขับเคลื่อน มุมองศาของรถ แจ้งเตือนเวลาและอุณหภูมิภายนอก แจ้งอุณหภูมิของน้ำในระบบหล่อเย็น คำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ X-Mode รวมถึงการทำงานของระบบ Eyesight 

คุณภาพของงานประกอบภายใน พวกแดชบอร์ดและคอนโซลอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ได้ใช้พลาสติกขึ้นรูปที่มีเสียงดังเหมือนคู่แข่งบางยี่ห้อที่ชอบยัดพลาสติกเกรดต่ำ แดชบอร์ดขึ้นรูปด้วยโฟมหุ้มหนังสังเคราะห์ช่วยลดเสียงแปลกปลอมจากภายนอกได้ดีกว่าแบบพลาสติกฉีดขึ้นรูปที่ถูกกว่า ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบแยกส่วนใหม่ล่าสุดใช้งานง่าย จอภาพมอนิเตอร์ระบบสัมผัสรองรับระบบให้ความบันเทิงพร้อมเนวิเกเตอร์แบบธรรมดาสามัญไม่ค่อยจะละเอียดเท่าที่อยากได้ แผงประตูออกแบบใหม่และใช้วัสดุตกแต่งที่สวยงามดูดี

พวงมาลัยแบบใหม่ 3 ก้านหุ้มหนังแท้มีสวิตช์สั่งงานของระบบโทรศัพท์ สวิตช์ควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติกับสวิตช์เลือกดูข้อมูลของจอ MID multi information display เป็นพวงมาลัยที่คล้ายกับ XV จนแทบจะแยกกันไม่ออกเพราะ XV ใช้ด้ายสีส้มเย็บเดินตะเข็บ แต่ new Forester ใช้ด้ายสีขาวเดินตะเข็บเย็บรอบวงอย่างประณีต

มาตรวัดความเร็วและวัดรอบเครื่องยนต์อ่านค่าได้ง่ายแต่มีหน้าเรียบๆ ไม่ได้หวือหวา ออกแนวโบราณแต่เน้นความชัดเจนมากกว่าความสวยงาม อ่านค่าต่างๆ ได้ง่าย ทั้งวัดรอบเครื่องยนต์และวัดความเร็ว ส่วนตำแหน่งแป้นคันเร่ง เบรกและที่วางเท้าทำจากวัสดุพวกอัลลอยสีเงิน เจาะรูแนวรถสปอร์ตซึ่งเป็นสไตล์ดั้งเดิมของ Subaru คันเกียร์ออโต้แบบใหม่ก็ยังคล้ายกับ XV คันเกียร์หุ้มหนังแท้มีตำแหน่ง D-M ให้ชิฟเกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift สำหรับเส้นทางภูเขา ถัดจากซุ้มเกียร์เป็นที่อยู่ของสวิตช์สั่งงานของระบบขับเคลื่อน X-Mode ทำด้วยพลาสติกสีเงินอย่างหรู สวิตช์ X-Mode มีไฟเรืองแสงตอนกลางคืนสีแดงราวกับสวิตช์ควบคุมของเรืออู ข้างๆ มีสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าแต่อยากได้เบรกมือแบบเก่ามากกว่า ช่องวางแก้วน้ำออกแบบใหม่แต่ตำแหน่งของการใช้งานยังไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร

ฝาท้ายไฟฟ้าคืออีกหนึ่งจุดเด่นที่เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกในการเปิด-ปิด ฝาท้ายของ Forester เปิดออกด้วยมุมที่กว้างและทำงานเงียบใช้ได้ไม่มีเสียงดังขณะที่เปิดหรือปิด แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการออกแบบ ทำให้การขนของขึ้น-ลงจากที่เก็บสัมภาระท้ายหรือก้าวเข้า-ออกจากรถมีความสะดวกมากกว่ารถยี่ห้ออื่น การติดตั้งฝาท้ายไฟฟ้าและใช้การกดสวิตช์เพียงแค่ครั้งเดียวสำหรับการเปิด-ปิดฝาท้ายกลายเป็นของที่จำเป็นในรถยนต์อเนกประสงค์ สำหรับพื้นที่เก็บของ หรือห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีขนาดความกว้างและความสูงเหมือนรุ่นที่แล้ว เบาะหลังที่สามารถพับได้อย่างหลากหลาย ทำให้ขนของชิ้นโตๆ ได้อย่างสบาย ส่วนแรคหลังคาที่มีความแข็งแรงยังรองรับการติดตั้งกล่องแรคเพื่อการขนของหากพื้นที่ส่วนท้ายไม่พอให้ขน โดยภาพรวม ห้องโดยสารของ Forester แบบ 5 ที่นั่งเหมาะสมกับภาพลักษณ์ของรถครอบครัว มันมีพื้นที่มากพอที่จะไม่ทำให้คุณหรือผู้โดยสารรู้สึกถึงความอึดอัดเมื่อเดินทางไกลไปพร้อมกัน

Subaru Forester 2.0i-S Eyesight AWD ยังใช้เครื่องยนต์ตัวเดิม คันที่นำมารีวิววางเครื่องยนต์เบนซิน Boxer เป็นเครื่องยนต์ที่มีความแตกต่างจากเครื่องยนต์สูบเรียงและมีแค่สองแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้นที่ยังคงใช้เครื่องยนต์แบบนี้ (Porsche / Subaru) โดยเฉพาะ Porsche นั้นจัดเครื่องยนต์แบบนี้ลงในรถสปอร์ตล้วนๆ ส่วนพวกตัวลุยทั้ง Macan และ Cayenne ใช้เครื่องรูปตัววีและเครื่องยนต์แถวเรียงทั้งสิ้น

เปิดฝากระโปรง คุณจะพบกับลักษณะของการวางเครื่องยนต์ที่แทบจะกองอยู่บนพื้นเนื่องจากความต่ำเตี้ยและความแบนของเครื่อง Boxer เจ้า i-S Eyesight AWD วางเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบนอน Boxer ขนาด 2.0 ลิตร ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,995 ซีซี. จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดตรงแบบ Direct Injection พร้อมการออกแบบระบบไอดีที่มีความเหมาะสมเพื่อการตอบสนองที่ดี เครื่องยนต์ตัวนี้มีกำลังสูงสุดแค่ 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดไม่ได้มากมายอะไรแค่พอได้อาศัยแซงแบบต้องเผื่อระยะให้มากหน่อย แรงบิด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ดูเหมือนน้อยเกินไป แต่พอขับแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ารถอืดเกินทนหรือมีกำลังไม่พอ เครื่องยนต์สูบนอน 2.0 ลิตร ต่อเชื่อมกับระบบส่งกำลังซึ่งใช้เกียร์อัตโนมัติ Lineartronic CVT ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive

Subaru Forester 2.0i-S กับเครื่องยนต์เบนซินสูบนอน Boxer เป็นเครื่องยนต์ที่มีความแตกต่างจากเครื่องยนต์สูบเรียงและมีแค่สองแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้นที่ยังคงใช้เครื่องยนต์แบบนี้ (Porsche / Subaru) เครื่องสูบนอนแบบ 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) เพื่อทำให้เครื่องยนต์สามารถเค้นประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด ระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสียจะควบคุมการทำงานของวาล์วไอดีโดยควบคุมระยะและช่วงเวลาของการเปิด-ปิดวาล์วไอดีให้มีความเหมาะสมประสานไปกับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ในรอบเครื่องยนต์ต่ำ เครื่องยนต์ FB20 แบบสูบนอนหายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศต้องการอากาศในการเผาไหม้ในปริมาณที่ต่ำกว่ารอบเครื่องยนต์สูงๆ ซึ่งคล้ายคลึงกับเครื่องยนต์แบบแถวเรียงสี่สูบทั่วๆ ไป เปรียบเทียบได้กับการที่เดินและวิ่ง ต่างก็ต้องการอากาศในการหายใจในปริมาณที่ไม่เท่ากัน

ระบบวาล์วแปรผัน Double Continuous Variable Cam Phasing จะบังคับให้วาล์วไอดีตัวที่หนึ่งเปิดน้อยกว่าวาล์วไอดีอีกตัวหนึ่ง ทำให้อากาศไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในปริมาณที่เหมาะสม กับที่เครื่องยนต์ต้องการในการเผาไหม้ สำหรับที่รอบเครื่องยนต์สูง ระบบจะบังคับให้วาล์วไอดีทั้ง 2 ตัว เปิดในระยะที่กว้างขึ้น และในช่วงเวลาที่มากขึ้น เพื่อทำให้อากาศที่ไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้มากขึ้น เพียงพอกับการใช้รอบเครื่องยนต์ในรอบสูง Double Continuous Variable Cam Phasing หนึ่งในระบบแปรผันการเปิด-ปิดวาล์ว เพื่อให้เกิดกำลังในรูปแรงบิดที่มีความต่อเนื่องและอยู่ในช่วงกว้างมากยิ่งขึ้น ทำให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองดีทุกความเร็วรอบ เครื่องยนต์ที่วางได้ต่ำมากกว่าเครื่องยนต์สูบเรียงช่วยลดค่า CG ทำให้การทรงตัวในโค้งมีความเสถียรมากกว่า ลดอาการโคลงตัวที่ทำให้ควบคุมและนั่งขับได้อย่างสบายเนื้อสบายตัว

เกียร์อัตโนมัติแบบ Lineartronic - continuously variable transmission CVT อัตราทดแปรผัน ติดตั้งระบบล็อกอัพเพื่อเปิดโอกาสให้คนขับสามารถชิฟเกียร์เองได้บนเส้นทางคดเคี้ยวหรือเส้นทางวิ่งขึ้น-ลงภูเขาที่สูงชันโดยมีตำแหน่งเกียร์แมนนวลมาให้ เป็นความสามารถของเกียร์อัตโนมัติที่ใช้สายพานแบบโซ่หรือเกียร์ CVT ที่แข็งแกร่งและถ่ายทอดกำลังได้ดีกว่าเกียร์ CVT ที่ใช้สายพานยาง แม้จะใช้สายพานโลหะแต่ความนิ่มนวลในการส่งถ่ายแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปยังล้อขับเคลื่อนทั้งสี่ก็ยังคงความนิ่มนวลในการทดกำลัง เนื่องจากการออกแบบห้องเกียร์และการวางกลไกของชุดเฟือง สมรรถนะที่เคลมจากโรงงาน เจ้า Subaru Forester 2.0i-S มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 10.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 192 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบรองรับของ new Forester 2.0 i-S ช่วงล่างด้านหน้าใช้แบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนระบบรองรับด้านหลังเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน โช้คอัพสปริงและเหล็กกันโคลง ช่วงล่างและจุดยึดรวมถึงมุมทางเรขาคณิตของ Subaru Forester Minor Change ถูกปรับตั้งมุมองศาและปรับค่ามาใหม่หมด เป็นการจูนช่วงล่างเพื่อส่งถ่ายความสบายในการนั่งโดยสาร ช่วงล่างแนวขับสี่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพของการควบคุมแบบสั่งได้ ทั้งการขับบนทางเรียบและขับลุยพอหอมปากหอมคอบนทางวิบากขรุขระ ช่วงล่างของ Forester มีความแข็งแกร่งทนทานรองรับการขับในสภาพทางที่มีความทุรกันดารและมีความเหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาสลับกับทางขึ้น-ลงเนินยาวๆ

ยาง Bridgestone Dueler ขนาด 225/55 R18 มีแก้มสูงทำให้เกิดความนิ่มนวลเมื่อวิ่งอยู่บนไฮเวย์หรือแม้แต่ตอนที่กำลังห้ออยู่บนทางลูกรังที่เต็มไปด้วยหลุมก็ยังซับแรงสั่นสะเทือนและทำงานกับแชสซีได้ดีแต่ยางมีเสียงดังมากกว่ายางยี่ห้ออื่น เป็นยางทางเรียบที่มีคุณภาพดีและมีเสียงรบกวนไม่มาก รวมถึงยังมีราคาของยางรุ่นนี้ที่ไม่ได้แพงจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ยางติดรถมาจากโรงงานของ Forester ใช้ลุยได้แค่พอหอมปากหอมคอ หากคิดจะจัดแบบเต็มสูบมาแนวโหดหินแบบลุยแหลกแจกสะบัดต้องหายางลุยดอกลึกมายัดแทน Subaru Forester 2.0i-S Eyesight คันทดสอบเป็นรถของลูกค้าและสื่อมวลชนที่ใช้วิ่งทดลองประสิทธิภาพ มันผ่านการวิ่งแบบจัดเต็มมาแล้ว 8,000 กิโลเมตร ทุกอย่างยังคงแน่นและเงียบ สภาพยางยังดีและมีช่วงล่างที่ยังทำงานได้อย่างปกติ

คนที่เลือกใช้รถยนต์ยี่ห้อ Subaru นั้นส่วนใหญ่มักเป็นคนที่รักการขับรถเป็นชีวิตจิตใจและชอบรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา หากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง กลุ่มลูกค้าเก่าของ Subaru Forester ก็คือคนที่ตกลงปลงใจเลือกรถ SUV จากแบรนด์หมู่ดาวโดยไม่แคร์หรือไม่สนใจเรื่องของราคาขายต่อและศูนย์บริการที่มีอยู่เพียงน้อยนิด เป็นนักขับที่เบื่อสภาพการควบคุมของรถ PPV ในประเทศที่ขับยังไงก็ไม่สามารถสลัดคราบเคราของรถปิกอัพออกไปได้ในเรื่องของความสบายจากระบบรองรับ อาการโคลงตัว การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งหรือขณะที่ต้องใช้เบรกหนักๆ รถแชสซีโมโนค็อกอย่าง Ferester นั้นมีประสิทธิภาพในด้านดังกล่าวดีกว่ารถกระบะดัดแปลง PPV - SUV แต่จะด้อยกว่าในเรื่องของการลุยหนักจากแชสซีและช่วงล่างที่เซตมาแตกต่างกันในด้านความแข็งแกร่งคงทน

ช่วงล่างด้านหน้าใช้แบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนระบบรองรับด้านหลังเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน โช้คอัพสปริงและเหล็กกันโคลง ช่วงล่างและจุดยึดรวมถึงมุมทางเรขาคณิตของ Subaru Forester Minor Change ถูกปรับตั้งมุมองศาและปรับค่ามาใหม่หมด เป็นการจูนช่วงล่างเพื่อส่งถ่ายความสบายในการนั่งโดยสาร ช่วงล่างแนวขับสี่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพของการควบคุมแบบสั่งได้ ทั้งการขับบนทางเรียบและขับลุยพอหอมปากหอมคอบนทางวิบากขรุขระ ช่วงล่างของ Forester มีความแข็งแกร่งทนทานรองรับการขับในสภาพทางที่มีความทุรกันดารและมีความเหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา โหมดการขับเคลื่อนสำหรับขาลุย X-Mode เมื่อถูกเปิดใช้งานผ่านการควบคุมด้วยสวิตช์สีเงินเหนือคันเกียร์ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะทำการปรับตัวเองโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยในการรักษาความเร็วให้มีความคงที่เมื่อต้องลุยฝ่าทางวิบากโดยเฉพาะทางขึ้นหรือลงเขาที่มีความสูงชันมากเป็นพิเศษคล้ายระบบ up and down hill assist

X-Mode เข้าควบคุมการหมุนของล้อแต่ละข้าง เพื่อลดหรือเพิ่มแรงบิดไปยังล้อที่เสียสมดุลหรือเริ่มสูญเสียการยึดเกาะ ซึ่ง X-Mode จะเข้ามาช่วยให้การควบคุมรถมีความปลอดภัยขณะขับผ่านทางโค้งหรือขึ้น-ลงเนินเขาที่สูงชัน ระบบห้ามล้อแบบมาตรฐานใช้ดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ พ่วงต่อกับระบบความปลอดภัยแบบใหม่หรือ Eyesight คาร์ลิปเปอร์เบรกแบบอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรง เบรกให้สัมผัสมั่นใจด้วยระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) รวมถึงระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแบ่งสันปันส่วนเฉลี่ยแรงเบรกไปที่ด้านหน้า / หลังโดยผ่องถ่ายแรงดันเบรกเพิ่มขึ้นเมื่อรถมีการโหลดน้ำหนักบรรทุก เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้เบรกแบบฉุกเฉินสามารถทำให้ตัวรถหยุดได้ในระยะที่ปลอดภัย

ความสมมาตรและมีเสถียรภาพด้านการทรงตัวในระดับที่ดี ช่วยให้ผู้ขับขี่มีภารกรรมน้อยลงจากความสมดุล วิศวกรของ Subaru ออกแบบระบบขับเคลื่อนของ New Forester คันนี้เพื่อให้ความมั่นใจในด้านการขับเคลื่อนในทุกย่านความเร็ว นั่นคือเหตุผลที่ Subaru ทำการพัฒนากลไกขับสี่ล้อตลอดเวลาแบบ Symmetrical AWD มาตั้งแต่ปี 1972 และยังคงก้าวต่อไปกับ New Forester ด้วยโหมดขับเคลื่อนล่าสุดหรือ X-Mode เพื่อการใช้งานสำหรับขับขึ้น-ลงทางลาดชันหรือทางวิบากที่มีผิวถนนขรุขระ ระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อตลอดเวลา เพิ่มการส่งมอบพลังงานในรูปของแรงบิดจากเครื่องยนต์มายังชุดส่งกำลังและกระจายไปแรงบิดไปยังเพลาขับหน้า-หลัง ทำให้เกิดแรงฉุดที่ดีตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงการทรงตัวที่มั่นคงเมื่อวิ่งด้วยความเร็วเดินทางบนไฮเวย์ ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เข้ามาเพิ่มเติมสมรรถนะของตัวรถ New Forester เมื่อขับผ่านถนนขรุขระหรือที่ทางสูงชัน รวมถึงการขับในสภาวะที่อาจก่อให้เกิดอาการลื่นไถล เช่น วิ่งฝ่าสายฝนบนสภาพทางที่เปียกลื่น

การควบคุมที่มีความมั่นคงยังช่วยทำให้ผู้ขับขี่สามารถนำรถวิ่งฝ่าถนนเปียกลื่น ทางลูกรัง หล่มโคลน หรือผิวถนนที่เต็มไปด้วยหิมะได้อย่างปลอดภัยจากโหมดขับสี่แบบใหม่หรือ X-Mode สำหรับการตอบสนองของระบบเกียร์ Lineartronic - continuously variable transmission CVT จาก Subaru ทันทีที่คันเร่งถูกกด เกียร์แบบสายพานโซ่โลหะที่แทบจะไม่มีระยะของการยืดตัวแบบเกียร์ CVT ที่ใช้สายพานยาง ทำให้การส่งกำลังไปที่ล้อทั้ง 4 เกิดขึ้นในแบบไร้รอยต่อและปราศจากอาการกระตุกกระชาก เกียร์ออโต Lineartronic มีการเปลี่ยนอัตราทดที่ต่อเนื่องและลื่นไหล ช่วยให้การตอบสนองต่อการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนทุกล้อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในจังหวะตั้งแต่เริ่มออกตัว ระบบส่งกำลัง Lineartronic ยังจับคู่กับกลไกกระจายแรงบิดผ่านระบบ AWD สามารถตอบสนองต่อการขับแบบลากเกียร์ด้วยโหมดแมนนวลหรือชิฟเกียร์ด้วยตัวผู้ขับเอง การควบคุมแรงบิดจากด้านหน้าไปทางด้านหลังหรือจากด้านหลังถ่ายเทมาด้านหน้าจึงเต็มไปด้วยความสมดุลสูงสุด แตกต่างจาก Honda CR-V / Mazda CX-5 / Nissan X-Trail  ซึ่งใช้การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าเป็นหลัก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Honda CR-V / Mazda CX-5 และ Nissan X-Trail จะทำงานก็ต่อเมื่อล้อหลังขาดการยึดเกาะและเป็นการสั่งงานด้วย ECU ที่ผู้ขับไม่สามารถปรับระบบการขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้

Normal mode สำหรับการขับเคลื่อนปกติ พละกำลังในรูปของแรงบิดเพื่อการเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่องเมื่อต้องการไปให้เร็วขึ้น ส่วน X-mode ที่คอยเสริมประสิทธิภาพบนทางวิบากก็มีให้เลือกใช้ทั้งการวิ่งลุยทางทรายหรือหิมะ ออกแบบไว้เฉพาะสำหรับรองรับการใช้งานเมื่อวิ่งฝ่าเข้าไปในทางสมบุกสมบันทุรกันดาร ประสิทธิภาพของ New Forester 2.0 i-S Eyesight AWD สำหรับการลุยดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เกิดขึ้นจากระบบรองรับและระบบขับเคลื่อนที่รุดหน้าอย่างที่เคยกล่าวไว้ตอนทดสอบ Subaru XV Crossover น้องเล็กสุดท้องของค่ายหมู่ดาวที่ถนัดในการลุยมากกว่าเอามาวิ่งบนทางเรียบ ใน Intelligent mode บน New Forester 2.0i-S คันเร่งในโหมด Normal ออกแนวย้วยๆ หยุ่นๆ ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่พอรับได้ถ้าไม่ตะบันคันเร่งมากจนเกินไป คันเร่งไฟฟ้าของมันออกแนวยืดหยุ่นเมื่อขับใช้งานในเมือง ไม่ต้องกังวลมากนักเมื่อเห็นขนาดของตัวถังที่กว้างขวาง เครื่องยนต์สูบนอนแบบ Boxer แม้จะมีปริมาตรความจุเพียงแค่ 2.0 ลิตร แถมยังเป็นเครื่องยนต์แบบหายใจด้วยตัวเองไม่ได้พึ่งพาระบบอัดอากาศเหมือนกับรุ่น XT ในอดีต แต่การตอบสนองต่อการกดคันเร่งเพื่อเคลื่อนตัวออกจากจุดหยุดนิ่งรวมถึงการไหลด้วยสปีดความเร็วที่ถูกกฎหมายนั้นไม่แตกต่างจากรถเก๋งเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี. แม้แต่น้อย

เรือนร่างบึกๆ สไตล์ SUV มีน้ำหนักตัวพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Mazda CX-5 ที่ 1.7 ตัน มีความคล่องแคล่วว่องไวพอสมควรกับการขับใช้งานภายในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ขับออกทางไกลไปตามป่าเขาลำเนาไพรก็เพลิดเพลินและเอาตัวรอดได้ดี แรงบิดรอบต่ำที่เกิดขึ้นจากการทำงานประสานกันของเครื่องยนต์ Boxer กับเกียร์ Lineartronic - continuously variable transmission หรือเกียร์ CVT มีความสมมาตรกับน้ำหนักตัว 1,643 กิโลกรัมบวกสัมภาระอีกเกือบๆ ร้อยกิโลกรัม เมื่อประสานไปกับชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่มีน้ำหนักคงที่ทำให้การเคลื่อนที่จากสัญญาณไฟจราจรหรือการเปลี่ยนทิศทางง่ายดายคล้ายการขับรถเล็กจากความคล่องตัว

พวงมาลัยไฟฟ้าแม่นยำ มีน้ำหนักที่ค่อนข้างคงที่ ขนาดความกว้างของฐานล้อ แกนของรถซึ่งมีการจัดวางเครื่องยนต์ที่วางเอาไว้ต่ำมากเป็นพิเศษ จากลักษณะของเครื่องสูบนอนที่ออกแนวแบนและกว้าง วางอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป มันค่อนข้างแตกต่างจากเครื่องสูบเรียงที่มีความสูงของตัวเครื่องมากกว่า การถ่ายเทน้ำหนักและอาการโคลงตัวอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อขับอยู่บนไฮเวย์และใช้ความเร็วสูงในบางโอกาส แม้บางช่วงบางตอนจะต้องผจญกับผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ ไม่ว่าคุณจะขับมันบนทางแบบไหน New Forester รุ่น 2.0i-S พร้อมระบบ Eyesight จะส่งถ่ายสมรรถนะที่แท้จริงของรถยนต์แบบ SUV ออกมาให้สัมผัสกันอย่างจุใจ ทางที่ค่อนข้างลื่นจากฝนที่ตกหนักของพายุฤดูร้อนทำให้เกิดสภาพผิวถนนที่เปียกชื้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของ Forester รถยนต์ของแบรนด์หมู่ดาวนั้นเมื่อนำไปวิ่งในสภาพฝนตกหนักคุณก็จะรู้ซึ้งถึงการยึดเกาะที่เหนือกว่ารถ SUV ทั่วไป ความหนักแน่นหนึบนุ่มของระบบรองรับและการกระจายแรงไปยังล้อทั้ง 4 จะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากรถคู่แข่ง ช่วงล่างของ Forester ที่ใส่ยางแก้มสูงทำให้เกิดความนิ่มนวล ขับแล้วรู้สึกผ่อนคลาย บนทางลาดยางข้ามจังหวัดจากสุพรรณบุรีไปกาญจนบุรี Forester โลดโผนโจนทะยานเปลี่ยนทิศทางไปตามการหมุนพวงมาลัยจนทำให้ผมรู้สึกสนุกและเพลิดเพลินเจริญใจมากกว่า PPV ทุกแบรนด์ในปัจจุบันที่เคยได้ลองขับ มันแสดงออกถึงความสามารถของการขับที่เหนือชั้นกว่าออฟโรดทุกๆ คันที่มีราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ถึงแม้ขนาดตัวถังจะใหญ่แต่การควบคุมกลับง่ายดายราวกำลังขับรถคันเล็กที่มีช่วงล่างดีงาม พร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาที่คอยประคับประคองสอดประสานให้เส้นทางที่คุณวิ่งผ่านไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

เส้นทางจากอำเภอหนองปรือในจังหวัดกาญจนบุรีมุ่งหน้าไปยังอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ในวันธรรมดานั้นมีรถน้อยมากเป็นทางหลวงชนบทที่ค่อนข้างเปิดโล่งและมีทางสารพัดรูปแบบให้ทดสอบ ถนนสองเลนสวนกันมีวิวทิวทัศน์ที่งดงาม ประกอบกับทางลาดยางที่มีทั้งโค้งขึ้นลงเนินและทางตรงยาวให้ทดสอบกำลังของเครื่องยนต์และการทำงานของเกียร์ หรือขับกินลมชมวิวด้วยความเร็วต่ำเพื่อดูประสิทธิภาพของระบบรองรับ

การใช้ความเร็วต่ำในยานยนต์ออฟโรดแบบ Forester ขับท่องเที่ยวเดินทางไปกับครอบครัวคือเรื่องที่ดีในวันหยุดสุดสัปดาห์ แม้จะมีหน้าตาท่าทางแนวอนุรักษนิยม ไม่ได้ทันสมัยหรือหวือหวาโดดเด่นอะไรในสายตาของนักเลงรถบางคน แต่การขับนั้นขอบอกว่าไม่ธรรมดา มันเป็นรถออฟโรดที่มีการควบคุมดีมากๆ คันหนึ่งในวงการรถอเนกประสงค์ ผ่อนสั้นผ่อนยาวได้ดี นั่งสบาย วิ่งนิ่มนวลชวนฝันบนทางปกติ ขับแบบมั่นใจในขณะที่ฝนกำลังตกหนักได้อย่างเหลือเชื่อ พวงมาลัยและช่วงล่างกินขาดรถ PPV ทุกคันที่มีอยู่ในสารบบจนคุณคิดไม่ถึงว่า Subaru จะตั้งอกตั้งใจทำออกมาได้ดีขนาดนี้ เมื่อบวกเข้ากับระบบความปลอดภัยแบบใหม่ที่คอยช่วยประคับประคอง ทำให้ Subaru Forester 2.0i-S Eyesight AWD ค่าตัว 1.4 ล้านบาท เป็นรถที่น่าใช้งานอีกคันเมื่อเทียบกับรถคู่แข่งทั้งพวก Crossover อย่าง CR-V / X-Trail และ CX-5 มันจะไม่ทำให้คุณต้องรู้สึกผิดหวังอย่างแน่นอนละครับ.



อุปกรณ์ภายนอก
ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/55 R18
ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED
ไฟตัดหมอกคู่หน้า
ที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้า Headlamp Washer
ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
ไฟหน้า ปรับระดับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ
ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
ระบบไฟหน้า ปรับตามทิศทางการเลี้ยว
ไฟตัดหมอกหลัง
ราวหลังคา
สปอยเลอร์หลังคา
เสาอากาศแบบครีบฉลาม Shark Fin
กระจังหน้า แบบเปิด-ปิด อัตโนมัติ
กระจกมองข้าง พร้อมระบบไล่ฝ้า
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Special X-Mode
ระบบ SI-DRIVE

อุปกรณ์ภายใน
เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า
เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40
เบาะนั่งด้านหลัง ปรับเอนได้
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง สีดำ
ระบบเปิด-ปิดฝาท้าย ด้วยระบบไฟฟ้า
ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry
ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ Push Start Button
แป้นเหยียบ คันเร่ง – เบรก แบบอะลูมิเนียม
พวงมาลัย ปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก)
แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID
ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชัน Auto Hold
แผ่นปิดที่เก็บสัมภาระด้านท้าย แบบถอดเก็บได้
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ ซ้าย-ขวา Dual Zone
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
หน้าจอเครื่องเสียง ขนาด 8.0 นิ้ว
ระบบนำทาง Navigation System
ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
ช่องเชื่อมต่อ AUX / USB
ระบบเข้าสู่รถด้วยรหัส PIN

ระบบความปลอดภัย Eyesight

ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Warning
ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง SVRD
กล้องมองภาพมุมมองด้านข้าง บริเวณล้อหน้าซ้าย Side View Monitor
ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน Pre-Collision Braking
ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go
ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน Pre-Collision Throttle Management
ระบบเตือนเมื่อออกจากเลน Lane Departure Warning
ระบบเตือนเมื่อขับรถส่าย Lane Sway Warning
ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ Lead Vehicle Start Alert

ระบบความปลอดภัย 

ระบบเบรก ABS / EBD / BA
ระบบ Brake Override System
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VDC
ระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ
ระบบควบคุมแรงบิดอัตโนมัติ เมื่อเข้าโค้ง Active Torque Vectoring
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS
ระบบป้องกันรถไหล โดยไม่ต้องเหยียบเบรก AVH
ระบบความปลอดภัย Eyesight ประกอบด้วย
ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Warning
ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง SVRD
ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน Pre-Collision Braking
ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน Pre-Collision Throttle Management
ระบบเตือนเมื่อออกจากเลน Lane Departure Warning
ระบบเตือนเมื่อขับรถส่าย Lane Sway Warning
ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ Lead Vehicle Start Alert
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง
ม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง
ถุงลมนิรภัยหัวเข่าคนขับ 1 ตำแหน่ง
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหลัง
กล้องมองภาพด้านข้างตัวรถ
กล้องมองภาพขณะถอยจอด
จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซูบารุซูบารุฟอร์เรสเตอร์SUBARU FORESTERSUBARU FORESTER 2.0 i-S Eyesight AWDอาคม รวมสุวรรณ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้