ข่าว
100 year

จากเซนไดถึงไทยแลนด์ ทดสอบของแรง TOYOTA GR SUPRA

ไทยรัฐออนไลน์13 ก.พ. 2563 10:00 น.
SHARE

19 สิงหาคม 2562 คือวันที่ผมได้ลองขับ Toyota GR Supra เป็นครั้งแรกในชีวิต หลังบินกลับจากเมืองเซนได จากการเดินทางไปขับ New Supra A90 5 เดือนผ่านไปกับการเปิดตัวในประเทศไทยด้วยรถสปอร์ตรุ่นล่าสุดของแบรนด์สามห่วงที่ร่วมมือกับค่ายตราใบพัด เป็นการจับมือร่วมกันผลิตรถคูเป้ที่จะกลายเป็นตำนานในอนาคต GR Supra เป็นรถสปอร์ตที่ไม่ได้มีความเกี่ยวพันกับ Supra รุ่นที่แล้วแม้แต่น้อย กาลเวลาได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างของ Supra รุ่นใหม่จนหมดสิ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปใน Supra รุ่นล่าสุดก็คือ มันกลายเป็นรถที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของ BMW

แพลตฟอร์มใหม่ที่ยอดเยี่ยม เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงเทอร์โบเดี่ยวคล้ายรุ่นเดิม แต่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่อง 2JZ GTE ที่กลายเป็นตำนาน อันที่จริงคุณลืมเครื่องเก่ารุ่นนี้ไปได้แล้ว เพราะความทันสมัยไฮเทคจากเครื่องยนต์ B58B30C ของ BMW มีอะไรให้เล่นเยอะ กำลังสูงสุด 340 แรงม้า พร้อมชุดเกียร์ ZF แบบใหม่ที่มีให้สับถึง 8 สปีด ช่วงล่างใหม่ที่มีความโดดเด่นกับภาพลักษณ์แนวรถสปอร์ตญี่ปุ่นซึ่งมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ ราคา 4.9 ล้านบาท ของ Toyota GR Supra A90 เพื่อเปิดทางเลือกให้กับลูกค้าที่กำลังเล็ง Porache Cayman แต่เงินไม่พอ สามารถสัมผัสประสบการณ์ของการควบคุมพร้อมกลิ่นไอของรถซิ่งที่ผสมผสานกันระหว่างความเฉียบคมของดาบซามูไร และความอร่อยของไส้กรอกเยอรมันที่ถูกย่างมาเป็นอย่างดี! 

เสน่ห์ของ Supra คือการที่มันเป็นรถที่ผู้คนให้ความสนใจ ซึ่งก็มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ รูปลักษณ์ด้านหน้ามีกลิ่นไอของ Toyota FT-1 Concept ไฟหน้า LED กับไฟ Daytime Running Lights ดูเรียบร้อยไม่ค่อยจะดุร้ายสายโหดเท่าที่ควร คล้ายกับการซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่อ่อนโยน! โป่งซุ้มล้ออย่างใหญ่ทั้งหน้าและหลังทำให้ทรงด้านข้างของมันคล้ายกับขวดโค้ก ช่องอากาศด้านข้างโค้งเว้าและเข้ากับแนวเส้นโค้งของบานประตู กระจกที่กรอบปิดกับผืนหลังคาและเสาหน้าทำออกมาคล้ายกับค็อกพิตของเครื่องบินขับไล่ หลังคาที่ออกแบบให้มีความเตี้ยมากกว่าเดิมทำให้การเข้า-ออกจากห้องโดยสารต้องก้มหัวกันพอสมควรไม่งั้นมีหวังหัวโขกกับหลังคาแน่นอน Supra ใหม่ เป็นรถที่กำเนิดขึ้นโดยมีการวิจัยและพัฒนาไปพร้อมๆ กับ BMW Z4 รุ่นใหม่รหัส G29 อย่างไรก็ตาม GR Supra จะมีความชัดเจนกว่าในแง่ของการเป็นรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังที่แตกต่างจากสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนสองที่นั่งอย่าง BMW New Z4 ทั้งคู่ขับได้ดีสูสีกัน แต่ GR Supra จะดิบกว่า และมีตัวถังที่แข็งแรงกว่า เนื่องจากเป็นสปอร์ตคูเป้หลังคาแข็งไม่ใช่ Z4 ที่มีตัวถังเป็นรถเปิดประทุนโรดสเตอร์สองที่นั่งซึ่งต้องใช้การดามแชสซีเพื่อป้องกันอาการบิดตัว แนวคิดของวิศวกร Toyota ที่นำเอา Porsche Cayman มาเป็นรถที่ใช้เปรียบเทียบเมื่อลงมือวิจัยพัฒนา Supra รุ่นใหม่ อันที่จริงแนวทางแบบนี้มันก็คือสิ่งที่ Toyota อยากให้ Toyota 86 มันเป็นมาโดยตลอด แค่นึกอยากจะขับก็สนุกแล้ว ว่าถ้าเราได้รถที่มีลักษณะเหมือน 86 แต่ใหญ่ขึ้นมาอีกนิด มีทรงที่ดุดันขึ้น เกาะถนนมากยิ่งขึ้นแล้วใส่เครื่องยนต์ที่แรงกว่ามาก และมากพอให้เอาไปไล่กวดรถสปอร์ตจากฝั่งยุโรปได้ มันจะดีขนาดไหน? แน่นอนว่ามันดีชัวร์จากไดนามิกและอารมณ์ของการควบคุมหลังพวงมาลัยที่ถูกปรับแต่งให้แตกต่างจาก Z4 M40i แต่ขับยังไงมันก็ยังคล้ายกันนั่นก็คือขับ โคตรดี! 

บั้นท้ายของ GR Supra คือจุดที่ผมชอบมองมากที่สุดเมื่อเทียบกับใบหน้าที่เรียบร้อยปราศจากความโหดของมัน ส่วนท้ายที่ออกแบบได้อย่างลงตัวใน GR Supra มีความสลับซับซ้อนจากเส้นสายและแสงเงาที่ตกกระทบไล่เรียงจากฝาท้ายทรงตูดเป็ดที่ออกแบบให้กระแสลมช่วยกดตัวถังส่วนท้ายเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง ไฟท้ายทรงรีหลอด LED เข้ากับกันชนหลังขนาดใหญ่ที่ปิดคลุมส่วนท้ายเกือบทั้งหมด ท่อระบายไอเสียทรงกลมฝั่งละท่อกับตำแหน่งของไฟถอยหลอด LED สีขาวที่ทำออกมาคล้ายรถแข่ง ฝาท้ายออกแบบได้อย่างแปลกประหลาดแต่สวยงาม กระจกบานฝาท้ายคล้ายรูปหัวใจ ผืนหลังคาแบบมีร่องตรงกึ่งกลาง เมื่อมองจากด้านหลัง โป่งซุ้มล้อหลังที่ใหญ่โตมโหฬารทำให้ GR Supra คล้ายกับนางแบบที่มีสะโพกดินระเบิด!  

มิติตัวถังของ Toyota GR Supra มีความยาว 4,379 มิลลิเมตร กว้าง 1,854 มิลลิเมตร สูง 1,294 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,470 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า-หลัง 1,600 มิลลิเมตร น้ำหนัก (รุ่น GR Sport) 1,495 กิโลกรัม ล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้วที่แตกต่างจากล้อ M ของ Z4 M40i ยางอย่างเจ๋งเนื่องจากใช้ยางของ BMW M4 นั่นก็คือตัวหนึบ Michelin Pilot Super Sport ยางหน้าไซส์ 255/35ZR19 ส่วนยางหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนยัดไซส์ใหญ่ 275/35ZR19 ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สัน สตรัท ด้านหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบน เบรกหน้าใช้คาร์ลิปเปอร์แบบ 4 พอต เส้นผ่าศูนย์กลางจานเบรกหน้า 348x35 เบรกหลังแบบซิงเกิ้ลพอต จานเบรก 345x24

ช่วงเวลาที่ขับทดสอบตลอด 7 วัน มีจอดแวะตามร้านอาหารหรือปั๊มน้ำมันข้างทาง ก็มักจะมีคนที่ชอบรถเดินเข้ามาคุย เพื่อสอบถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า GR Supra ใหม่นั้นดีจริงหรือเปล่า? ยกตัวอย่างเช่น โอ้ ตัวจริงมันสวยกว่าในรูปนะผมว่า นี่กำลังดูอยู่เลย ว่าแต่มันขับดีเท่ากับ Z4 มั้ยเนี่ย! หรืออีกคนนึง เป็นเด็กหนุ่มที่เดินมาถามผมว่า มันยังใช้เครื่อง 2JZ อยู่หรือเปล่าครับน้า! บางคนก็แค่สงสัยอย่างพี่แท็กซี่ที่ลงทุนเดินเข้ามาถามดื้อๆ ว่ามันคือ Toyota รุ่นไหน? เพราะไม่เคยเห็น Toyota ทำรถหน้าตาประหลาดแบบนี้มาก่อน (นั่นแสดงว่าเค้ายังไม่เคยเห็น GT86 ที่มีหน้าตากุดๆ ประหลาดๆ พิกลอยู่) เห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์ของ Supra ใหม่ที่บอสใหญ่ของค่ายสามห่วงวาดฝันให้มันมาปลุกเร้าอารมณ์ความรักที่คนมีต่อรถสปอร์ตของ Toyota นั้น นับว่าเกิดผลสำเร็จ ยิ่งถ้าคิดดูดีๆ ว่า Supra รุ่นที่แล้วเลิกขายไปนานกว่า 20 ปีแล้วนั้น ยิ่งถือว่ารถรุ่นใหม่ทำออกมาได้ดีมาก รูปลักษณ์ที่ดูแปลกตาแต่ผสมผสานเส้นสายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมอยากให้หน้ามันโหดกว่านี้ แต่เฮีย Tada หัวหน้าทีมวิศวกรผู้ลงมือพัฒนา GR Supra บอกว่า หน้าแบบนี้แหละดูดีที่สุดแล้ว!

ไม่ต้องพิสูจน์ให้มากเรื่อง เพราะมีคนขับ GR Supra แล้วนำมารีวิวกันให้เพียบอยู่แล้ว เมื่อปลายเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ลองขับมันสั้นๆ บนถนนสายรองในเมืองเซนไดกับอัดเต็มเหนี่ยวสนามแข่งรถ Sugo International Race Circuit ที่โดนครูฝึกชาวอาทิตย์อุทัยสั่งให้กระหน่ำคันเร่งแบบลืมตายบนสนามที่ผมไม่มีความคุ้นเคยแม้แต่นิดเดียว! กลับมาถึงเมืองไทย หลังจากการเปิดตัวก่อนปีใหม่ จนมาถึงวันสุดท้ายของเดือนมกราคม 2563 ผมรับรถทดสอบ GR Supra สีขาว แล้วขับออกทางไกลโดยใช้เส้นทางที่คิดว่าเหมาะสมและใกล้กับกรุงเทพฯ มากที่สุด ถนนเส้นสุพรรณบุรีออกไปทางอำเภอเลาขวัญเชื่อมต่อกับหนองปรือและอ่างเก็บน้ำลำตะเพินมีอุปสรรคทุกอย่างที่ทำให้การขับรถทดสอบกลายเป็นเรื่องท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นทางปูนที่ไม่ถูกโรคกับยางแก้มเตี้ยและช่วงล่างแข็งๆ โค้งขึ้นลงเนินเขาที่มองไม่เห็นปลายโค้ง คอสะพานชันและโด่งราวกับคางของดาราสาวบางคน หลุมที่ซ่อนตัวเพื่อดักพวกขับไม่ระวัง หรือเนินยาวที่พอเทลงมาก็จะเจอเข้ากับสี่แยก ถนนที่มีความหลากหลายของประเทศไทยในแถบตะวันตกสามารถทดสอบประสิทธิภาพของรถแต่ละคันได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญก็คือความปลอดภัย เพราะถนนเส้นดังกล่าวมีรถน้อย โดยเฉพาะรถบรรทุกที่นานๆ ถึงจะโผล่มาคันนึง รวมถึงสภาพอากาศของสุพรรณบุรีและกาญจนบุรีที่ร้อนทั้งปีทั้งชาติก็ยังมีความเหมาะสมกับการทดสอบความอึดของเครื่องยนต์ การทำงานของระบบระบายความร้อนและระบบปรับอากาศ 

ขับออกทางไกลด้วยความเร็วเดินทางปกติยังไม่ได้ใช้สปีดมากมายอะไรเพื่อปรับความคุ้นชินกับตัวรถ เมื่อขับอยู่บนถนนของประเทศไทยที่สามารถขับเร็วได้มากกว่าที่เซนได ช่วงล่างของ Supra ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ได้กระด้างจนทำให้กระเด้งกระดอนไปมาในรถ ออกไปในแบบบหนึบๆ บางจังหวะก็แอบมีนุ่มเมื่อวิ่งผ่านทางลาดยางเรียบๆ โช้คอัพกับสปริง มีระยะยืดและยุบพอดิบพอดี แม้จะเจอเข้ากับคอสะพานชันๆ ก็ยังผ่านไปได้แบบไม่เสียอาการ รถสเปกไทยมีช่วงล่างแบปรับตั้งค่าได้สองระดับ (Normal / Sport) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วงล่างที่เซตค่ามาเป็นอย่างดีช่วยทำให้การวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบบนยางสปอร์ตมีความนุ่มนวลใช้ได้ ช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คและกันโคลงช่วยดูดซับอาการสะเทือนที่ทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อตัวออกไปได้มาก มากพอที่คนอายุ 50 อย่างผมจะหวดมันได้ทั้งวันโดยไม่มีอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวตามมาหลังจากกลับถึงบ้าน  

เมื่อขับทางไกลแล้วคาอัตราทดอยู่ในตำแหน่งเกียร์ 8 เสียงเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงเทอร์โบทำงานแบบเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ แต่ทันทีที่เกิดอาการคัน แค่กดคันเร่งเบาๆ เสียงเครื่องยนต์จะเริ่มดังเข้ามาให้ได้ยิน เป็นเสียงการทำงานของเครื่องสูบเรียงที่โคตรจะดีงาม ไม่ได้เอะอะเอ็ดตะโรเหมือน BMW M4 CS ที่เอาแต่แผดสนั่นลูกเดียว เสียงเครื่อง B58B30C ทั้ง Z40 M40i และ GR Supra นั้นดีพอๆกัน นั่นก็คือความหวานเสนาะหู เมื่อใช้รอบสูงขึ้น ชุดอัดอากาศหรือเทอร์โบก็เริ่มต้นการบูสท์ ส่งแรงบิดในรอบต่ำได้อย่างหมดจด และเมื่อขยี้คันเร่งอย่างต่อเนื่อง ความเร็วของมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว รถพุ่งทะยานลิ่วๆ และเลยขอบเขตของความปลอดภัยไปไกลจนต้องยกคันเร่ง เป็นที่รู้กันดีในวงการรถสปอร์ตว่า GR Supra ก็คือฝาแฝดของ BMW Z4 และนั่นก็เป็นรถสปอร์ตที่ขับได้ดีงามมากคันนึง อาจจะดีจนเกินค่าตัว 4.9 ล้านด้วยซ้ำ ทั้งคู่มาพบกับเจ้าของใหม่ ในเรือนร่างที่แตกต่าง แต่ไดนามิกนั้นเหมือนกันราวกับแกะ คุณสามารถขับ Z4 M40i เปิดหลังคาเล่นแถวๆชายทะเล พร้อมๆไปกับการอัดเจ้า GR Supra แบบบู๊ล้างผลาญในสนามพีระเซอร์กิต ทั้งคู่ให้อารมณ์การขับที่แตกต่างกันเล็กน้อย ผมรู้สึกชอบความโรแมนติกและเรือนร่างที่สง่างามสมส่วนของ Z4 แต่
ในใจนั้นแทบจะเทคะแนนหมดหน้าตักให้กับการขับที่สมบูรณ์แบบของ GR Supra เป็นความคุ้มค่าในราคา 5 ล้านบาทที่แฟนพันธุ์แท้บางคนยอมจ่าย เพื่อแลกกับรถสปอร์ตที่กลายเป็นไอคอนในปัจจุบัน แม้จะต้องรอกันนานถึง 6 เดือนหลังการจองก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดทั้งสิ้น 

Toyota GR Supra ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบเรียง เทอร์โบของ BMW รหัส B58B30C เป็นเครื่องยนต์รุ่นเดียวกับ BMW Z4 M40i มาพร้อมเทคโนโลยี TwinPower Turbo อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผันเดี่ยวตัวเดียวโดดๆ Twin Scroll Turbo ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ของ ZF แต่มีการปรับอัตราทดใหม่หมดจนทำให้เกียร์ของมันแตกต่างจากรถบ้านของ BMW ที่ใช้เกียร์รุ่นนี้ กำลังจากเครื่องยนต์ถูกจูนจนมีม้าพอให้ได้เสียวสันหลังที่ 340 ตัว แรงม้าของ GR Supra เมื่อจับขึ้น Dyno test จะมากกว่า Z4 M40i นิดๆ แรงบิดสูงสุดทำได้ถึง 500 นิวตันเมตร หรือ 50.1 กิโลกรัม-เมตร ที่ 4,000-5,380 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 8.4 ลิตรต่อระยะทาง 100 กม. (11.9 กิโลเมตรต่อลิตร) สำหรับตัวเลขสมรรถนะ GR Supra มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.6 วินาที และ 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงวางตามยาวโดยร่นแท่นเครื่องแท่นเกียร์ให้เข้าใกล้กับจุดศูนย์กลางของรถเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี เครื่องยนต์ 6 สูบเทอร์โบเดี่ยว ติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์เพื่อช่วยลดอุณหภูมิไอดี ทำให้ GR Supra เป็นรถที่เร็วอย่างน่ากลัว และต้องใช้ความคุ้นเคยกันพอสมควรก่อนจะคิดปล่อยม้า 340 ตัวลงพื้นแบบเต็มๆ

หลังจากขับไปครึ่งทางประมาณ 270 กิโลเมตร ผมคิดว่าแม้มันจะเป็นแฝดกับ Z4 M40i แต่ GR Supra เป็นรถที่ขับแล้วรู้สึกตื่นเต้นกว่า ท้ายไวกว่าและมีความพร้อมรบมากกว่า Z4 ตัวถังของ GR Supra แน่นตึบ ให้ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแม้จะพุ่งเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงก็ไม่รู้สึกถึงอาการโคลงหรือบิดตัวของแชสซี GR Supra บาลานซ์น้ำหนัก หน้า-หลัง ได้ดีกว่า Z4 ช่วงล่างรองรับลักษณะการขับและพื้นผิวถนนในไทยได้ดีกว่านิดๆ เมื่อปรับเป็นโหมดสปอร์ต ก็ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถอย่างที่รถคูเป้ควรเป็น พวงมาลัยไฟฟ้าสื่อสารกับสภาพถนนได้ดีมาก เที่ยงตรงแม่นยำ โดยมีน้ำหนักแปรผันไปตามความเร็ว ขับช้าพวงมาลัยก็โอนอ่อนผ่อนคลายให้น้ำหนักที่พอดิบพอดี เมื่อหวดแบบเร็วจี๋ก็มีการหน่วงน้ำหนักเพิ่มจนรู้สึกได้ ทำให้การควบคุมในย่านความเร็วสูงแทบจะไม่แตกต่างไปจาก BMW การจูนอัตราทดของพวงมาลัยในรถสปอร์ตให้ตอบสนองไวกว่ารถบ้านต้องระวังในเรื่องของระยะการหมุน แต่วิศวกรของ Toyota ทำการปรับจนทำให้พวงมาลัยใน GR Supra มีน้ำหนักและระยะของการหมุนที่ดีมาก พวงมาลัยตอบสนองในแบบที่ควรจะเป็นและเข้ากับอาการของช่วงล่างกับแชสซี มันสามารถส่งอาการต่างๆให้คุณรับรู้ได้มากกว่ารถทั่วไป ส่วนตัวเลขการกระจายน้ำหนัก หน้า/หลัง ของ Supra อยู่ที่ 50:50 เช่นเดียวกันกับ Z4 ช่วงล่างหน้าให้ความรู้สึกมั่นใจในความเกาะถนน ส่วนด้านหลัง ก็เกาะถนนดีแต่ท้ายรถมีความไวพอสมควรและต้องระวังให้ดีๆเมื่อคิดจะออกตัวแบบเต็มเหนี่ยวจากจุดหยุดนิ่ง บั้นท้ายพร้อมที่จะกวาดออกด้านข้างเมื่อคุณสั่งให้มันทำ GR Supra มีเฟืองท้าย Active Differential ซึ่งช่วยให้จับแรงบิดลงพื้นในจังหวะออกจากโค้งได้ดี และช่วยในการหักเลี้ยวในจังหวะถอนคันเร่งกลางโค้งได้ด้วย

เฟืองท้ายไฟฟ้าแบบ 2 way Limited Slip Differential เป็นเฟืองแบบลิมิเต็ดไฟฟ้า มีกล่องสมองกลที่คอยรับข้อมูลที่ส่งมาจากหลายๆ ส่วน ซึ่งรวมถึงตำแหน่งของลิ้นปีกผีเสื้อ มุมองศาของพวงมาลัย ระบบควบคุมการทำงานของเฟืองท้ายไฟฟ้าจะประมวลผลไปยังชุด Differential ว่าจังหวะใดควรจะปล่อย หรือล็อกเฟืองท้าย หรือล็อกแบบ 100% มันช่วยเข้ามาแทนที่การทำงานในแบบกลไกสปริง ทำให้การเกาะถนนดีขึ้น ลดอาการอันเดอร์สเตียร์ ทำให้รีดแรงบิดลงพื้นได้อย่างเต็มที่ ระบบ 2 Way Differential เป็นเฟืองท้ายแบบกลไกควบคุมด้วยสมองกลไฟฟ้า ซึ่งจะส่งถ่ายแรงบิดไปยังล้อหลังที่ใช้ในการขับเคลื่อน และทำให้มันเป็นรถสปอร์ตที่มี 2 บุคลิก คือ เกาะถนนสุดๆ กับดริฟต์แบบควันท่วมล้อได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับการเลือกโหมดการขับขี่และฝีมือของผู้ที่ควบคุม ชุดเฟืองท้าย ประกอบด้วย Multiple Plate Clutch สองชุด แยกการทำงานฝั่งซ้ายและขวา โดยระดับของการกระจายแรงบิดไปยังแต่ละล้อขึ้นตรงกับ ECU ระบบ Driveing Stability Control หรือตัวช่วยควบคุมการทรงตัวถูกอัพให้มีความแตกต่างจาก Z4 M40i ในสไตล์การจูนของ Toyota เพื่อทำให้มีความเหมาะสมกับแรงม้า 340 ตัว และแรงบิดระดับ 500 นิวตันเมตร

ข้อดีของการขับใช้งาน GR Supra ก็คือ คุณสามารถคาดเดาสถาณการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อขับเร็ว เป็นบุคลิกหรือนิสัยของรถที่สามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์ ขณะที่กำลังวิ่งบนไฮเวย์ด้วยความเร็วปกติ และปรับโหมดเป็น Normal ช่วงล่างของ Supra คุณจะพบกับการตอบสนองแบบผ่อนคลายและมีความสบายที่พอใช้ได้เลยทีเดียว เป็นความสบายที่หาได้ยากในรถสปอร์ตพลังสูง อย่างที่บอกว่าเมื่อขับผ่านทางลาดยางเรียบๆ ช่วงล่างของมันจะส่งถ่ายความนุ่มนวลมาก ถ้าว่ากันด้วยมาตรฐานของรถสปอร์ตช่วงล่างของมันถือว่าปรับแต่งมาเป็นอย่างดี ทำให้นั่งสบายไม่กระแทกกระทั้นจนตับทรุด อย่างไรก็ตาม อาการสะท้านไหวของตัวรถตามคอสะพานก็ยังมีให้รู้สึก แต่ก็เข้าใจได้ว่ามันคือธรรมชาติของรถฐานล้อสั้นและใช้ยางแก้มเตี้ยแค่ 35-Series ที่เลี่ยงอาการสะเทือนได้ยาก สิ่งที่น่าแปลกใจคือ เมื่อผมใช้ความเร็วสูง ดูเหมือนช่วงล่างจะทำงานได้ดีขึ้น กลายเป็นว่า เพิ่มความเร็วเข้าหน่อย กลับรู้สึกว่าช่วงล่างนุ่มกว่าตอนที่ขับย่องๆ ช้าๆ แบบกลัวหมาพุ่งออกมาตัดหน้าเสียอีก

จากความรู้สึกส่วนตัวเมื่อขับมาทั้งวันตั้งแต่เช้าจดเย็น GR Supra เป็นรถที่สื่อสารกับคนขับได้มากกว่า BMW Z4 M40i เล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะในช่วงเวลาที่ Z4 ชิงเปิดตัวไปก่อนหน้าหลายเดือนนั้น ทีมวิศวกรของ Tada น่าจะใช้เวลาในการปรับปรุงการตอบสนองของตัวรถชนิดที่เรียกได้ว่าเค้นกันจนนาทีสุดท้าย ซึ่งก็น่าแปลกใจถ้ามองว่า บอดี้ของรถ และฮาร์ดแวร์หลายส่วนของรถสองรุ่นนี้เหมือนกัน ประกอบที่โรงงานในออสเตรียเหมือนกัน แพลตฟอร์มเดียวกัน เครื่องยนต์ก็เหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็มาจากการผลิตของทาง BMW ทั้งยวง ยกตัวอย่างเช่น ผนังห้องเครื่อง ยกมาจากของ BMW 3 Series ช่วงล่างบางส่วนคือสิ่งที่ออกแบบมาใช้กับ M3 เจนเนอเรชั่นต่อไป (แต่ Z4 กับ Supra ได้มาใช้ก่อน) ดูเหมือนว่าอาจเป็นเพราะบอดี้แบบคูเป้มีหลังคาของ Supra ที่เหนียวแข็งกว่า บวกกับฝีไม้ลายมือการเซ็ตช่วงล่างที่วิศวกร Toyota เอาไปทำเอง รวมกับการปรับจูนระบบอิเล็กทรอนิกส์ส่วนอื่นๆ ที่รับหน้าที่ควบคุมองคาพยบของตัวรถ ทำให้รถทั้งสองคันมีนิสัยต่างกัน พูดง่ายๆ เหมือนคุณเตรียมเครื่องปรุงกับวัตถุดิบสองชุดที่เหมือนกัน แต่เอาไปให้เชฟสองคนทำอาหาร คุณก็จบด้วยอาหารที่รสชาติต่างกันได้อยู่

Tetsuya Tada เป็นบุคคลที่ทำให้ Supra มีโฟกัสในรูปแบบทางวิศวกรรมที่ชัดเจน ว่ามันจะเป็นรถสปอร์ตเพียวๆ ไม่ใช่การเอาแชสซีส์รถบ้านมาทำ ฐานล้อของมันสั้นกว่า Toyota GT86 เล็กน้อย มีล้อที่โตกว่า คือขนาด 19 นิ้ว แทร็คล้อยืดออกเพื่อแผ่กว้าง ตัวรถเตี้ยมาก จุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่าของ GT86 ที่เป็นเครื่อง Boxer ด้วยซ้ำไป แม้ว่า GR Supra จะเป็นเครื่อง 6 สูบเรียง Tada บอกว่า เขาตั้งใจมาแต่แรกแล้วว่า Supra ของแท้ ต้องใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงเท่านั้น และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่เขามองว่า Toyota ควรร่วมทีมกับ BMW เพราะ BMW เองก็มีความสามารถในการผลิตเครื่อง 6 สูบเรียงที่มีประสิทธิภาพอยู่ในอันดับต้นๆของโลก Tada บอกว่า เมื่อได้ข้อตกลงว่าชิ้นส่วนไหนจะเป็นอย่างไร นั่นคือจุดสิ้นสุดของความเหมือนระหว่าง Supra และ Z4 เพราะอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้ไป ต่างคนก็ต่างเซ็ตรถในแบบของตัวเอง แม้แต่การออกแบบ ก็ทำโดยทีมงานจากคนละที่ Tada บอกว่าส่วนตัวนั้นไม่เคยได้ลองขับ BMW Z4 เลยสักครั้งเดียวระหว่างการพัฒนา GR Supra ก็ได้ขับ Z4 ครั้งแรก ก็คือช่วงก่อนเปิดตัวแค่นิดเดียวเท่านั้น

ในเรื่องของการออกแบบ GR Supra เป็นรถที่เห็นแล้วชวนเหลียวหลังไปมอง แต่ผมมองว่า ที่คนพากันเหลียวมองนั้นเพราะมันสวยหรือแค่เพราะมันดูแปลก การที่มันมีฐานล้อสั้น แต่มีแทร็คล้อกว้างมาก มีส่วนทำให้มันน่ามองขึ้น เส้นสายด้านข้างรถและซุ้มล้อมีสื่อบางคนบอกว่ามันดูยุ่งเหยิงเกินไปนิด แต่ผมกลับมองว่าการออกแบบในลักษณะดังกล่าวค่อนข้างลงตัวมาก โดยเฉพาะเส้นตัวถังด้านข้างที่ใช้ความกล้าหาญในการออกแบบให้แตกต่างไปจาก BMW Z4 G29 อย่างไรก็ตาม ความเตี้ยล่ำ แบนและกว้างแบบรถสปอร์ต ก็ยังทำให้เหลือความรู้สึกว่าเจ้า Supra ใหม่กำลังส่งเสียงเรียกเย้ายวนให้เราขึ้นไปขับ แล้วพอขึ้นไปนั่ง คุณก็จะไม่แปลกใจที่ได้เห็นว่าภายในของรถดูเหมือน BMW มาก สวิตช์ต่างๆก็ดูเหมือน BMW มือดึงเปิดประตู ระบบ iDrive หรือปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ทุกอย่างล้วนดู BMW มากๆ แต่ผมคิดว่าเจ้าของส่วนมากที่ซื้อจริง คงไม่สนเรื่องนี้เท่าไหร่นัก

การใช้งานระบบ iDrive ใน GR Supra ง่ายกว่าระบบที่ Toyota ใช้ในรถรุ่นอื่น เมนูต่างๆในหน้าจอ ก็ยังมีหน้าตาเหมือนตอนมันอยู่ใน BMW ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า การเปลี่ยนสีสัน ฟอนต์ตัวอักษรต่างๆ ให้เป็นแบบของ Toyota ต้องมีการเขียน Code ลงโปรแกรมใหม่หลายร้อยบรรทัด แน่นอนว่าต้นทุนก็จะสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น ทาง Toyota ก็พยายามทำราคา Supra ไม่ให้สูงจนเกินไป ในประเทศไทย Toyota Motor Thailand ตั้งราคาเอาไว้ที่ 4,999,000 เป็นราคาค่าตัวที่เท่ากับ BMW Z4 M40i พอดี มีเบาะหนังปรับไฟฟ้าที่หุ้มหนังอย่างดีสองแบบมาให้ มี Head-Up Display ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบ Wireless พวงมาลัยคล้าย M มีแป้น Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่ใช้งานได้ดี 

ถ้าไม่นับคอนโซลซุ้มเกียร์คาร์บอนไฟเบอร์ที่ดูดี จุดอื่นภายในรถอาจจะดูไม่สมราคาค่าตัวสักเท่าไหร่ แดชบอร์ดตอนบนสีดำกับพลาสติกเกรดกลางๆ ส่งผลให้ภายในของ Z4 ดูดีกว่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าว่ากันตามตรง ภายในของ Supra ก็ดูสปอร์ตกว่าเช่นกัน ชุดแผงมาตรวัดแบบจอภาพ TFT มีมาตรวัดรอบขนาดใหญ่ตรงกลาง มีตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ขนาดใหญ่มองง่าย ซึ่งจุดนี้ Supra ทำคะแนนได้ดีกว่าหน้าปัดของ Z4 ซึ่งดูเหมือนจะสวย แต่เวลาขับเร็วๆแล้วอ่านค่ายากมาก โดยเฉพาะมาตรวัดรอบที่ BMW ควรปรับปรุงใหม่ ไม่งั้น Audi และ Mercedes-Benz จะแซงหน้าในตำแหน่งนี้ เนื่องจากมาตรวัดของ Mercedes-Benz และ Audi ยุคใหม่นั้น นอกจากจะสวยงามน่ามองแล้วยังอ่านค่าได้ง่ายอีกตะหาก นอกจากนี้ หลังคาแบบนูนคู่ของ Supra ก็ช่วยให้ผู้โดยสารมีเนื้อที่เหนือศีรษะโล่งระดับหนึ่ง แต่ต้องระวังเวลาเข้าไปนั่งในรถ เพราะแนวกรอบประตูตรงหลังคามันต่ำ ถ้าไม่ก้มหัวหลบดีๆ จะโขกเอาได้ ในจุดนี้หัวผมโขกไปสามครั้งแบบจังๆ เลยทีเดียว

ตำแหน่งการขับขี่ของ Supra นั้นอยู่ต่ำแบบรถสปอร์ตเครื่องวางหน้าขับหลังของแท้ เส้นขอบบนของแผงประตูอยู่ในระดับพอดีกับไหล่ แทร็คล้อหลังอยู่ไม่ไกลจากก้นของคุณมากนัก ขาสองข้างวางยาวเกือบขนานพื้น ถัดจากปลายเท้าไป ก็มีเครื่อง 6 สูบเรียงวางอยู่ เบาะของ Supra ก็มีลักษณะไม่เหมือนกับของ BMW Z4 ตอนที่ลองขับรถพวงมาลัยซ้ายช่วงเปิดตัว เบาะของGR Supra นั่งสบายคล้ายกับ Z4 นั่นก็คือดี  เบาะดันหลังและกระชับลำตัวในจุดที่ถูกต้องเมื่อใช้ความเร็ว ไม่ต้องคอยขยับตัวไปมาบ่อยๆ จากความพยายามในการหาตำแหน่งที่นั่งแล้วสบาย เบาะของ GR Supra ใช้หนังหุ้มสองแบบทั้งหนังปกติและหนังแบบ Alcantara อีกตำแหน่งก็คือแป้นเหยียบคันเร่งเหมือนจะวางเอียงไปทางขวา ซึ่งจุดนี้ไม่พบใน GR Supora รุ่นพวงมาลัยซ้าย ที่เคยได้ลองในเซนได บางทีการที่ BMW เป็นคนออกแบบโครงสร้าง ก็อาจทำให้หลายๆอย่างดูจะทำมาเพื่อตลาดพวงมาลัยซ้ายเป็นหลัก

Toyota GR Supra ไม่มีแผงคานลำโพงหลังเหมือนรถคูเป้สองประตูทั่วไป ทำให้มันสามารถรองรับสัมภาระชิ้นยาวได้หากคุณแค่ผลักเบาะผู้โดยสารไปข้างหน้าสักนิด แต่ข้อเสียก็คืออะไรก็ตามที่อยู่ในห้องเก็บสัมภาระจะกระทบหรือเลื่อนไหลไปมาอยู่ระหว่างด้านหลังของคุณ  และการกลิ้งเหล่านั้นจะทำให้คุณได้ยินเสียงมันเต็มๆ ผมได้ยินเสียงถุงแกงส้มกับถุงคลั่วกลิ้งหมูและทอดมันของภรรยา กลิ้งกุกๆ อยู่ด้านหลัง หรือกระเป๋ากล้องที่กระแทกไปกระแทกมาตลอดเวลาที่ต้องขับบนเส้นทางคดเคี้ยว ที่แย่กว่านั้นคือตอนเบรกแรงๆ ขวดน้ำดื่มที่ผมเตรียมมาด้วยและวางไว้ท้ายรถ ลอยมากระแทกเบาะหลังเสียงดังกุก อย่างไรก็ตาม พื้นที่เก็บสัมภาระของ Supra ก็ถือว่าเยอะ และพอใช้ขนของได้ คุณอาจจะใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้สามใบ หรือยัดกล้วยได้ทั้งเครือถ้ายัดใส่อย่างถูกวิธี การเปิดฝากระโปรงท้าย ต้องจำเอาไว้อย่างหนึ่งว่า Supra ไม่มีปุ่มกดเปิดที่ฝากระโปรงท้าย คุณจะเปิดมันได้ ก็ต้องกดที่ปุ่มบนประตูฝั่งคนขับ หรือไม่ก็กดจากปุ่มบนกุญแจสมาร์ทคีย์เท่านั้น

การที่สัมภาระด้านหลังบินไปมาระหว่างผมขับนั่นอาจจะบอกได้ว่า Supra เป็นรถที่ขับมันขนาดไหน เวลาหักเปลี่ยนทิศทางเร็วๆ จะรู้สึกถึงความมั่นคง จากการที่ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ มันไม่ได้เลี้ยวอย่างว่องไวแบบรถเครื่องวางกลางลำเหมือน Porache Cayman แต่ความสนุกของรถเครื่องวางหน้าขับหลังอยู่ที่ประสบการณ์การขับที่สนุก และตัวรถมีนิสัยที่คุณสามารถคาดเดาได้ง่ายกว่า การคาดเดาการตอบสนองของรถที่ง่ายจะทำให้พารถไปถึงขีดจำกัดและอยู่ตรงนั้นได้นานขึ้น แต่ด้วยความที่ฐานล้อสั้น หากคุณตัดสินใจจะโยนมันเข้าโค้งแรงๆชนิดสุดเหวี่ยง คุณต้องมือไวพอที่จะแก้อาการ และหักพวงมาลัยไปมาเพื่อปรับทิศทางด้านหน้ารถให้เข้าที่เข้าทาง ในรถฐานล้อสั้น มือและประสาทของคนขับต้องไวกว่าการขับรถฐานล้อยาวที่มักจะเปลี่ยนทิศทางอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าไม่ติดลูกบ้ามากจนเกินงามและลดความมุทะลุดุดันลงมาบ้าง พยายามขับแบบรักษาไลน์ ด้วยแทร็คล้อที่กว้างและยางสมรรถนะสูงของ Michelin ที่มีความกว้างมากกว่าปกติแถมแก้มยังเตี้ยต่ำติดพื้น ช่วยให้รถสามารถยึดเกาะถนนได้ดีมาก แม้ในสภาพถนนที่เปียกชื้น ถ้าคิดจะกวาดท้ายออกด้านข้าง คุณต้องมีพื้นที่มากพอสำหรับความปลอดภัย และเมื่อคิดจะทำ เฟืองท้าย Active Differential ก็จะช่วยให้คุณสมหวังและสนุกยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่งที่ต่างจาก Z4 M40i ก็คือการปรับโหมดการขับขี่ เพราะใน BMW คุณจะมีสารพัดโหมดให้เลือกใช้ เช่น Comfort, Sport, Sport+ หรือ Eco แต่กับ GR Supra นั้นจะมีแค่ 2 โหมดคือ Normal และ Sport เท่านั้นเอง การมีโหมดน้อยไม่ได้ทำให้ GR Supra เป็นรอง Z4 ในด้านการขับ แค่ทำให้คุณไม่ต้องวุ่นวายคอยปรับโน่นนี่ให้มากเรื่องนั่นเอง

จากที่ลองขับ 7 วันเต็มๆ ทั้งการลากยาวตลอดวันไป-กลับ 600 กิโลเมตร รวมถึงการวิ่งย่องๆ อยู่ในเมืองที่มีรถติดสาหัสอย่างกรุงเทพมหานคร แม้ว่า Supra ใหม่จะมีความสปอร์ตอยู่เต็มพิกัด แต่ดูเหมือนว่าวิศวกรสมองใสอย่าง Tada และบรรดาผู้บริหารระดับสูงของ Toyota โดยเฉพาะนายใหญ่ Toyoda น่าจะเผื่อโอกาสไว้สำหรับการจูนอัพ GR Supra รุ่นที่แรง เร็วและช่วงล่างหนึบกว่านี้ได้อีก หรืออย่างน้อย เบรกก็เป็นจุดหนึ่งที่ยังสามารถอัปเกรดให้ดีกว่านี้ได้ เครื่องยนต์ BMW 6 สูบเรียง เดินเรียบแม้ในยามกดคันเร่ง มีอาการรอรอบหรือเทอร์โบปั่นบูสท์น้อยมาก แรงบิดมากมายมหาศาลเกินความต้องการไปไกลเมื่อขับบนถนนสายรอง พอที่จะทำให้ Supra เร่งบนทางตรงได้อย่างรวดเร็วและเร้าอารมณ์ขณะอัดเต็มสูบอย่างที่รถสปอร์ตควรมี ความดิบที่เราอยากได้มีน้อยกว่า Porsche 718 Cayman หรือ Audi TTS สิ่งที่ดีงามก็คือเสียงที่ออกมาจากท่อระบายท้ายนั้นยอดเยี่ยมมากสำหรับการจูนเครื่อง 6 สูบเรียงให้มีเสียงดีขนาดนั้น 

ระบบส่งกำลังของ GR Supra ใช้เกียร์อัตโนมัติ ZF 8HP แบบ 8  สปีด มีการปรับอัตราทดใหม่หมดและทำงานได้อย่างไหลลื่น กระชับและรัดกุมแทบจะไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไปใช้เกียร์คลัตช์คู่ของ BMW M-DCT ที่แพงกว่ามาก ข้อดีของเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดจาก ZF ก็คือน้ำหนักเกียร์ที่เบากว่า นี่ถ้าหาก Toyota ยอมทำเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะมาให้เลือกสักหน่อย Supra ก็จะเป็นรถที่ขับสนุกมาก แต่ขอให้ลืมเกียร์โบราณที่แสนจะเชื่องช้าเสียเถอะครับ เพราะทุกวันนี้ เราก็ทราบกันดีว่าลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อรถสปอร์ตระดับนี้ มีน้อยคนที่อยากได้เกียร์ธรรมดา จากความสามารถและประสิทธิภาพของระบบเกียร์ออโต้ยุคใหม่นั้นเปลี่ยนเกียร์ได้ไวกว่าเกียร์ธรรมดาหลายเท่า เกียร์อัตโนมัติสมัยใหม่มีอัตราทดที่ครอบคลุม มีประสิทธิภาพในการทำความเร็วได้ดีกว่า แถมยังใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายกว่าอีกด้วย ซึ่งจุดนี้ก็จะเหมือน Supra เจนเนอเรชั่นก่อนตรงที่ถึงจะดูสปอร์ตและแรงขนาดไหน ก็ยังมีความสบายแบบรถ Grand Tourer ด้วยการใช้เกียร์ออโต้มากกว่าที่จะเป็นรถสปอร์ตแบบดิบเถื่อนที่ใช้เกียร์ธรรมดาซึ่งในวันที่รถติดนั้นมันจะน่ารำคาญมาก

ความลงตัวระหว่างความง่ายในการใช้ชีวิต จากเช้าถึงเย็นจนถึงค่ำมืดดึกดื่น ความมันของการควบคุมสไตล์รถสปอร์ตพันธุ์แท้ มีให้คุณค้นหาใน GR Supra ใหม่ มันเป็นรถที่ปรับบาลานซ์มาอย่างเยี่ยมยอด คล่องตัวและไวแบบที่คุณเองก็คิดไม่ถึง อย่างไรก็ตาม การที่ Toyota บอกว่าพวกเขาพยายามเทียบรอยกับรถอย่าง Porsche Cayman วิศวกรของแบรนด์สามห่วงพยายามจูน GR Supra ให้สามารถสื่อสารกับคนขับอย่างตรงไปตรงมา มีพวงมาลัยคมกริบและหักเลี้ยวโค้งได้ดีพอๆกัน ส่วนท้ายอาจไวกว่ามากเพราะเครื่องยนต์วางหน้าขับเคลื่อนล้อหลัง เสียงเครื่องยนต์โคตรเพราะ อย่าลืมว่า GR Supra เป็นรถสปอร์ตระดับเดียวกับ Z4 M40i อาจควบคุมการเลี้ยวได้ไม่แม่นเท่ากับรถสปอร์ตเครื่องวางกลางอย่าง Porsche 718 Cayman การที่มันมีสมรรถนะดีได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเยี่ยมยอดแล้ว ท่ามกลางบรรดารถสมรรถนะสูงยุคใหม่รุ่นอื่นๆ ที่จะมีเขี้ยวเล็บคมกริบขึ้นทุกวี่ทุกวัน

รถสปอร์ตอย่าง GR Supra และ Z4 ไม่ได้สร้างกำไรมหาศาลให้กับทั้งสองแบรนด์เท่ากับการขายเอสยูวีอย่าง Fortuner หรือ X3 เงินทุนที่ใช้พัฒนารถยนต์ทั้งสองรุ่นเกิดจากการขายเอสยูวีล้วนๆ Toyota GR Supra เป็นรถคูเป้ที่ตอบสนองความต้องการของคนรักรถสปอร์ตแบบเฉพาะทางได้อย่างครบถ้วน เป็นรถที่มีพิษสงรอบตัว โดยเฉพาะการขับบนถนนที่คดเคี้ยวและแคบ มันสำแดงประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาได้ดี คุณแค่กดคันเร่งลงให้ลึกหน่อย เกร็งข้อมือเพื่อเตรียมความพร้อมรับกับแรงต้านที่เกิดขึ้นบนพวงมาลัยระหว่างการเลี้ยวที่รุนแรงและเฉียบคม มันจะพุ่งออกจากปลายโค้งด้วยความเร็วสูงเมื่อคันเร่งถูกสวนอีกครั้งขณะกำลังออกจากโค้ง เมื่อมองจากประโยชน์ของการใช้สอยในรถประเภทนี้ที่มีให้คุณไม่มากนักนอกจากการขับเล่นกินลมชมวิวโฉบไปฉายมา Toyota GR Supra ให้ความมันอย่างยิ่งยวดเมื่อเทียบกับราคาที่คุณต้องจ่ายออกไปถึง 5 ล้านบาท มันเป็นรถที่พอได้ขับเมื่อไรก็จะรู้สึกประทับใจทุกครั้งไปล่ะครับ. 

TOYOTA GR SUPRA 
Exterior
19-in. forged-aluminum twin-spoke wheels with matte-black finish High-performance Michelin® Pilot® Super Sport tires (summer tires) (F: 255/35ZR19, R: 275/35ZR19)

Glossy-red auto-folding, heated outside mirrors with memory function

LED front turn signal indicator and Daytime Running Lights (DRL)

6-lens auto-leveling LED headlights (three low-beam, three high-beam)

LED taillights and rear combination lights

LED backup light

Auto-tilting passenger-side outside mirror (when in Reverse)

Auto-dimming driver's-side outside mirror

Built-in rear spoiler

Aerodynamic underbody panel

Dual rear exhaust outlets with brushed stainless steel exhaust tips

Interior

8.8-in. full-digital TFT LCD gauge cluster including tachometer, speedometer and MID

14-way power-adjustable sport seat with driver's-seat memory function with lumbar and bolster adjustment

Black leather-trimmed sport seats

Red leather-trimmed sport seats

Large knee-support cushions

Carbon-fiber interior trim

Sport pedals

Serialized Launch Edition badge in carbon fiber

Leather-wrapped 3-spoke steering wheel with paddle shifters

12-speaker JBL® HiFi Surround Sound system (500W)

8.8-in. touch-screen with Supra Command featuring touchpad control with navigation, AM/FM, Digital Audio, SiriusXM®, wireless Apple CarPlay® compatible, voice recognition and USB/Bluetooth® wireless connectivity

Toyota Supra Connect featuring Emergency Calling, Battery Guard, Remote-Control Lock/Ventilation, Real-Time Traffic Information, Map Updates, Concierge Service and Toyota Supra Online (services available online; app available for iOS only)

Qi-compatible wireless charging62 tray with light indicator

Safety

Smart Key System with Smart Entry and Start

Dual zone automatic climate control

Auto-dimming rearview mirror with garage door opener

Full-color Head-Up Display (HUD)

Heated seats

Automatic rain-sensing windshield wipers

Manual tilt/telescopic steering column

Electric Parking Brake (EPB)

Lined, locking glove box with 7-liter capacity

Storage net for small items (passenger side)

Charging socket (DC12V) and USB port

Charging socket (DC12V) and USB port

Luggage compartment (10.2 cu. ft.) with bag hooks

Cruise control

Hill Start Assist Control (HAC)

Directional parking lights

3-point seatbelts for both seating positions
Driver and front passenger Advanced Airbag System: front, side, curtain and knee airbags

Pre-Collision System (PCS) with Pedestrian Detection

Lane Departure Warning with Steering Assist (LDW w/SA)

Automatic High Beams (AHB)

Rearview camera with parking aid lines

Vehicle Stability Control (VSC)

Brake Assist (BA)

Anti-lock Brake System (ABS)

Traction Control (TRAC)

Child restraint system on passenger side

Tire Pressure Monitor System (TPMS)

Engine
3.0L twin-scroll single turbo, DOHC 24-valve inline six-cylinder 340 hp; 365 lb.-ft. 500 Nm of torque
0-60 mph (seconds) 4.1
Max output (hp/rpm) 340/5000-6500
Max torque (lb.-ft./rpm)365/1600-4500
Top track speed (electronically controlled) 155mph
Front engine, Rear-Wheel Drive (RWD)
Bore x stroke, 82.0mm x 94.6mm
Compression ratio 11.0: 1
Displacement 2998 cc
Fuel system Direct-injection
Engine oil type, grade and weight 0W-20 C5
Engine oil capacity 6.5 liters


Drivetrain
ZF 8-speed AT with paddle shifters
Gear shifter with manual mode
Launch Control
Active rear sport differential
Active exhaust
Automatic engine start/stop
1st gear 5.25
2nd gear 3.363
3rd gear 2.172
4th gear 1.72
5th gear1.316
6th gear 1
7th gear 0.822
8th gear 0.64
Reverse 3.712
Axle ratio 3.154


Suspension
Double-joint-type MacPherson strut front suspension
Multi-link independent rear suspension
Adaptive Variable Sport (AVS) suspension
Hollow front and rear stabilizer bars

Stabilizer bar diameter, front/rear (mm.) 23.5 / 18.0

Sport-calibrated Electric Power Steering (EPS); power-assisted rack-and-pinion

Steering
Steering wheel turns (lock-to-lock) 2.1
Turning diameter (ft.) — curb-to-curb 34.67

Brembo® 4-piston ventilated disc brakes with red calipers (front)

Front rotor size, diameter x thickness, mm. (in.)
348 mm. x 36 mm. (13.7 in. x 1.4 in.)

Ventilated disc brakes with red calipers, cast iron (rear)

Rear rotor size, diameter x thickness, mm. (in.)
345 mm. x 24 mm. (13.6 in. x 0.94 in.)




อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

TOYOTATOYOTA SUPRATOYOTA SUPRA A90ซูปร้าโตโยต้า ซูปร้าอาคม รวมสุวรรณ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้