ข่าว
100 year

ล้วงตับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนใน AUDI ยุคใหม่

ไทยรัฐออนไลน์11 ก.พ. 2563 10:00 น.
SHARE

การยกระดับประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน โดยเฉพาะระบบไฟในรถยนต์ยุคใหม่นั้นไปไกลกว่าการแทนที่เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีทั้งแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยยานยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนๆ ที่ต้องใช้เวลาในการมาถึง ผู้ผลิตสัญชาติเยอรมันอย่าง Audi พัฒนาระบบไฟฟ้าในรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นจากสารพัดอุปกรณ์ที่กลายเป็นตัวกินไฟ เช่น ระบบส่องสว่าง ระบบปรับอากาศ มาตรวัดและจอภาพมอนิเตอร์ ช่วงล่างไฟฟ้าแบบปรับระดับได้ ชุดเครื่องเสียง ระบบสตาร์ตและดับเครื่องอัตโนมัติ การพัฒนาระบบไฟฟ้าทำให้เกิดอุปกรณ์ไฟแบบไฮบริดจิ๋วขนาด 48 โวลต์ ที่ช่วยปั่นไฟและช่วยเสริมอัตราเร่งในบางจังหวะของการขับขี่ที่ต้องการพลังงานในการเร่งความเร็วเพื่อแซง 

e-Turbo หรือเทอร์โบไฟฟ้าถูกนำมาใช้ในรถยนต์ Audi ช่วยลดอาการรอรอบในช่วงของการออกตัวโดยไม่ต้องรอแรงดันไอเสีย อุปกรณ์ดังกล่าวใช้ไฟฟ้าจากระบบไฮบริดจิ๋วขนาด 48 โวลต์ ออกแบบเพื่อรองรับความต้องการในการใช้ไฟได้เหนือกว่าแบตติดรถขนาด 12 โวลต์ ถึง 4 เท่า! เครื่องปั่นไฟขนาดจิ๋วเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน มีขนาดเล็กและจ่ายไฟได้เสถียรสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟเลี้ยงซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ไฮบริดจิ๋วขนาด 48 โวลต์ ยังป้อนไฟฟ้าให้กับระบบ Auto Start/Stop ผ่านสตาร์ตเตอร์ เจนเนอเรเตอร์ แทนการผ่านมอเตอร์สตาร์ตแบบปกติในอดีต 

เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลของ Audi ที่ติดตั้งระบบไฮบริด 48 โวลต์ จะประหยัดเชื้อเพลิงและมีสมรรถนะดีขึ้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในรถ Audi ตระกูล 55TFSi ขณะเดียวกัน แบรนด์สี่ห่วงก็ยังพัฒนาช่วงล่างไฟฟ้าเพื่อใช้ในรถยนต์รุ่นอนาคตอีกด้วย 

Audi electric bi-turbo
ปัญหาอาการรอรอบในเครื่องยนต์เทอร์โบถูกขจัดให้หมดไปด้วยประสิทธิภาพของชุดอัดอากาศที่ทำงานด้วยเทอร์โบที่มีมอเตอร์จิ๋วช่วยหมุนในช่วงรอบต่ำเพื่อบูสไอดีเข้าสู่ห้องเผาไหม้ก่อนที่ไอเสียจะมีแรงมากพอในการหมุนกลีบเทอร์ไบน์ในรอบกลาง เทอร์โบไฟฟ้าทำงานเร็วแค่ 0.25 วินาที ทันทีที่คันเร่งถูกกด ติดตั้งอยู่ในเครื่องยนต์ของ Audi แบบ V6 และ V8 ทั้งดีเซลและเบนซิน ช่วยลดอาการรอรอบ ตอบสนองต่อการเร่งความเร็วช่วงออกตัวดีขึ้นมาก และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง 

Mild Hybrid 48V
ระบบไฮบริดเสริมขนาดเล็ก 48 โวลต์ ช่วยลดภารกรรมของแบตเตอรี่ติดรถ โดยเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟถึง 2 เท่า ประหยัดน้ำมัน 0.7 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร สามารถดึงพลังงานออกมาใช้มากถึง 12Kw ปล่อยให้รถไหลอย่างต่อเนื่องเมื่อคุณถอนเท้าออกจากคันเร่งโดยเครื่องยนต์จะอยู่ในตำแหน่งเดินเบา จนกว่าจะมีการใช้เท้าแตะที่คันเร่งเครื่องยนต์ก็จะกลับเข้าสู่วงจรการทำงานอีกครั้งอย่างนิ่มนวลและเร็วจนคุณไม่รู้สึก! Mild Hybrid 48V ยังช่วยเสริมแรงบิดเมื่อต้องการพลังในการเร่งความเร็ว ไม่ต้องกลัวว่ารถจะไฟไม่พออีกต่อไป และทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง

Electromechanical Active Anti Roll
ระบบ electromechanical active anti roll ของ Audi มีมอเตอร์ไฟฟ้าและชุดเกียร์ 3 ขั้น ติดตั้งไว้ระหว่าง stabilizer bar ทำให้อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถปรับระดับของการต้านอาการโคลงตัวไปจนถึงสถานการณ์ของการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ระบบนี้สามารถแยกการทำงานออกจากกันเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล สิ่งที่ต่างออกไปคือมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนการทำงานเป็นเครื่องปั่นไฟเพื่อใช้กักเก็บกระแสไฟฟ้า บนถนนที่ขรุขระจะช่วยชาร์จไฟได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานอื่นๆ ซึ่งทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบนี้ออกแบบให้สามารถทำงานในย่านความเร็วต่ำได้ ไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาเป็นพิเศษ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนน้ำมันไฮดรอลิกส์ 

HD Matrix LED Headlights Technology
ไฟหน้าแบบ HD Matrix LED Headlights Technology ใช้หลอด LED 24 หลอด ต่อไฟหน้า 1 ข้าง เพื่อรองรับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุมและปรับมุมของแสงเพื่อเพิ่มระยะของการมองเห็นในที่มืด ช่วยลดมุมอับของแสงไฟขณะขับเคลื่อนอยู่ในโค้งหรือเคลื่อนที่ผ่านทางแยก ลดหรือยกไฟสูงแบบอัตโนมัติ HD Matrix LED Headlights Technology กลายเป็นระบบไฟที่ก้าวล้ำสุดๆ ในปัจจุบัน เทียบเคียงกำลังในการส่องสว่างของ Multi Beam LED ใน Mercedes-Benz ยุคใหม่ได้อย่างสบายๆ HD Matrix LED Headlights Technology ให้กำลังในการส่องสว่างไกล 650 เมตร มาพร้อมฟังก์ชั่นปรับตั้งขณะขับขี่ท่ามกลางหมอกลงจัดหรือฝนตกหนัก รวมถึงสภาพการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น ไฟหน้า HD Matrix LED ใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย ให้ประสิทธิภาพในการส่องสว่างสูง รวมถึงยังประหยัดพลังงานไม่กินกระแสไฟจากแบตเตอรี่มากจนเกินไป

การออกแบบให้ตัวโคมไฟมีขนาดกะทัดรัดส่งผลให้ไฟหน้าของรถ Audi ยุคใหม่มีรูปทรงที่เรียวบางและมีน้ำหนักเบา เข้ากับระบบอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ ในส่วนของไฟ LED Daytime Running Lights ออกแบบให้วางตัวเรียงอยู่ด้านล่างและทำงานเชื่อมต่อกับไฟเลี้ยว สำหรับไฟท้าย LED ทรงยาวที่คล้ายกับ Lamborghini Urus มาพร้อมชุดสะท้อนแสงแบบ 3D Glass วางตำแหน่งของเส้นไฟที่สอดรับกับไฟ LED Daytime Running Lights นอกจากจะเพิ่มมุมมองให้มีความชัดเจนมากขึ้น ไฟท้ายของ Q8 ยังสามารถแสดงผลแบบ Digital Graphics เพื่อสร้างความสนใจและสื่อสารกับรถที่ขับตามหลังมาได้อีกด้วย

Quattro 4WD
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ช่วยเสริมเสถียรภาพและกระจายแรงบิด ระบบขับเคลื่อนทุกล้อจาก Audi ฝากผลงานไว้มากมายในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น การปรับปรุงชุดขับ 4 ล้ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบคลัตช์แบบหลายแผ่นที่ควบคุมด้วยไฮดรอลิกส์ไฟฟ้า ติดตั้งบนเพลาท้าย ช่วยลดน้ำหนักลงราว 1.5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน นอกจากนี้ การกระจายแรงบิดระหว่างเพลาล้อคู่หน้าและคู่หลังนั้นก็ถูกควบคุมโดยระบบไฟฟ้าที่รวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที อัจฉริยภาพของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro คือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาจัดการกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หน้าและคู่หลังอย่างแม่นยำและเหมาะสม

เซนเซอร์ของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ในการควบคุมการทำงาน จะทำหน้าที่ตรวจสอบถึงสภาพแวดล้อม สถานะของรถขณะขับขี่ ความต้องการของผู้ขับผ่านการเชื่อมโยงกับโหมดของการขับเคลื่อน ซึ่งระบบควบคุมจะมีการคำนวณเพื่อการกระจายแรงบิดที่ดี การตอบสนองที่มีความรวดเร็ว ทำให้ผู้ขับสามารถแก้ไขควบคุมได้ในทุกสถานการณ์ เมื่อเชื่อมต่อระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro เข้ากับระบบควบคุมการขับขี่ Audi Drive Select จะทำให้ผู้ขี่สามารถปรับคุณสมบัติของการขับเคลื่อนแบบสี่ล้อตลอดเวลาให้เข้ากับความต้องการตามโหมดต่างๆ คือ "auto" รถจะกระจายแรงขับในระดับที่สมดุลลงตัว โหมด "dynamic" จะกระจายแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังก่อนและในปริมาณมากกว่า โหมด "efficiency" การกระจายแรงบิดจะถูกปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอัตราสิ้นเปลืองขึ้นไปอีกระดับด้วยการเทแรงบิดลงไปที่ล้อหน้ามากเป็นพิเศษ

Audi Drive Select
ระบบควบคุมการขับขี่ หรือ Audi Drive Select ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ โดยจะมีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกระหว่างโหมด comfort, auto, dynamic, efficiency หรือ individual นอกจากนี้โหมดขับเคลื่อนยังมีอิทธิพลต่อโมดูลต่างๆ ได้แก่ เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ S tronic, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ทั้งนี้ ในโหมด efficiency นั้น Audi Drive Select จะควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศและ Auto Start-Stop เพื่อดับเครื่องยนต์ขณะจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและลดการปล่อยไอเสีย (Start-Stop System) ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ESC (Electronic Stabilisation Control) สามารถปิดการทำงานบางส่วนหรือปิดยกเลิกการทำงานทั้งหมดได้ ช่วยเสริมการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ตแบบสุดขั้ว เมื่อขับเข้าโค้งพร้อมกับเปิดระบบควบคุมการทรงตัว ระบบควบคุมเสถียรภาพจะจัดการกับแรงบิดขณะเข้าโค้ง โดยถูกใช้งานในการผกผันแรงบิดให้สามารถกระจายจากล้อหน้าด้านโค้งในไปสู่ล้อหน้าด้านนอกโค้งเพื่อการยึดเกาะที่สมดุล ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ยังเฉลี่ยแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังทำให้รถสามารถขับเข้าโค้งในลักษณะต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงยังทำหน้าที่ควบคุมรถแบบไถลปัดท้าย (Drifting)


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

audiไฮบริดรถยนต์ Audiอาว์ดี้อาคม รวมสุวรรณ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้