ข่าว
100 year

ขับดีแต่ราคาไม่ค่อยโดน! ทดสอบรุ่นปรับโฉม MAZDA 2 1.5 XDL

ไทยรัฐออนไลน์18 ม.ค. 2563 10:00 น.
SHARE

พิษเศรษฐกิจ ค่าเงินบาทแข็งค่า และวิถีทางของธุรกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้คนในยุคนี้ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เช่นเดียวกับ Mazda ที่พยายามปรับปรุงผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของตนเองหลังแยกทางเดินกับ Ford แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบและปรับแต่งไดนามิกของ Mazda ที่โดนใจนักขับ รวมถึงรถเล็กขายดีอย่าง Mazda 2 ช่วยเข้ามาประคับประคองยอดขายไม่ให้หล่นไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดในอุตสาหกรรมยานยนต์ การมีโปรดักซ์ที่ดีทำให้ Mazda สามารถต่อสู้กับแบรนด์อื่นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ความสามารถและประสิทธิภาพในการใช้งาน การใส่ใจในรายละเอียดของการขับกับงานตกแต่งภายในซึ่งใช้วัสดุและรูปแบบที่เหนือกว่ารถคู่แข่งกลายเป็นจุดเด่นของ Mazda ที่ยากจะลอกเลียนแบบ

New Mazda2 ถูกส่งลงสู่สมรภูมิตลาดรถเล็กแบบซิตี้คาร์ โดยเปิดตัว และเปิดรับจองครั้งแรกภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป ในช่วงปลายปี 2019 Mazda 2 รุ่นปรับโฉม 2020 ยังคงใช้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ มาพร้อมกับรูปลักษณ์การออกแบบใหม่ จากภายนอกจนถึงภายในที่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อทำให้มันดูดีขึ้น Mazda 2 2020 เวอร์ชั่นปรับโฉม มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซล 1.5 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบค 5 ประตู 

ราคา New Mazda 2 เครื่องยนต์ Skyactiv-G เบนซิน 1.3 ลิตร ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบค 5 ประตู

New Mazda2 รุ่น 1.3 E ราคา 546,000 บาท
New Mazda2 รุ่น 1.3 C ราคา 602,000 บาท
New Mazda2 รุ่น 1.3 S ราคา 627,000 บาท
New Mazda2 รุ่น 1.3 S LEATHER ราคา 648,000 บาท
New Mazda2 รุ่น 1.3 SP ราคา 690,000 บาท

ราคา New Mazda2 เครื่องยนต์ Skyactiv-D คลีนดีเซล 1.5 ลิตร ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบค 5 ประตู

New Mazda2 รุ่น XD ราคา 782,000 บาท
New Mazda2 รุ่น XDL ราคา 799,000 บาท (คันทดสอบ) 

การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของ Mazda 2 2020 ใช้รูปลักษณ์ด้านหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ เช่น กันชนหน้า กระจังหน้า ไฟหน้า ใหม่ ไฟท้าย กันชนหลังแบบใหม่ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว มิติตัวถังของ Mazda 2 Hatchback 5 ประตู มีขนาดความกว้าง 1,695 มิลลิเมตร ยาว 4,065 มิลลิเมตร สูง 1,495 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,495 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,485 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 44 ลิตร พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายขนาด 250 ลิตร สำหรับรุ่น 5 ประตู

หน้าตาที่เปลี่ยนใหม่ของ Mazda 2 ไมเนอร์เชนจ์ ไล่จากไฟหน้าและกระจังหน้ากับกันชนหน้าของใหม่ทำให้มันดูอ่อนโยนขึ้น ไฟหน้า LED มีไฟหรี่กลางวันทรงวงแหวนล้อมกรอบไฟที่เต็มไปด้วยรายละเอียด เป็นชุดไฟที่ไม่มีระบบอัตโนมัติแต่มีกำลังในการส่องสว่างแรงใช้ได้โดยเฉพาะไฟสูงนั้นส่องได้ไกลถึงอกถึงใจดีมาก กระจังหน้าใหม่ใช้พลาสติกสีดำเงา ทำเป็นช่องตะแกรงเล็กๆ กันชนหน้ามีช่องรับอากาศด้านล่าง เดินคิ้วพลาสติกโครเมียมบริเวณขอบทั้งสองข้างของชุดกันชน ทรงไฟท้ายยังเหมือนเดิมแต่ปรับรายละเอียดภายในชุดไฟท้ายใหม่ในตำแหน่งของหลอดไฟถอยหลังที่เล็กลงรวมถึงตำแหน่งของไฟเลี้ยวในไฟท้ายที่ยาวขึ้น กันชนหลังของใหม่เดินเส้นโครเมียมที่มุมด้านล่างทั้งสองข้าง ส่วนฝาท้ายและตำแหน่งของไฟเบรกดวงที่สามไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังใช้ของเดิมที่ดูดีอยู่แล้ว 

จุดเด่นของ Mazda 2

Mazda เคลมว่า เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร ประหยัดน้ำมัน 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร (วิ่งจริงบนเส้นทางภูเขา ประมาณ 16.5 กิโลเมตรต่อลิตร)

เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ประหยัดน้ำมัน 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

ระบบควบคุมการขับขี่ขั้นสูง (GVC Plus)

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อสื่อสาร Mazda Connect มาพร้อม Apple CarPlay

กล้องแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor)

ระบบควบคุมความเร็วคงที่ Cruise Control

ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Sports Paddle Shift

ระบบความปลอดภัย i-ACTIVSENSE

ภายในห้องโดยสารที่ได้รับการยกระดับความน่าใช้งาน ด้วยการคัดสรรวัสดุคุณภาพสูง เช่น หนังที่ใช้หุ้มเบาะนั่ง แผงคอนโซลหน้า แผงประตูด้านข้างแบบใหม่ที่ทำให้ดูหรูหรามีราคา เบาะดีไซน์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ SKYACTIV-Vehicle Architecture ช่วยปรับท่านั่งให้ลงตัว นุ่มสบาย ให้การควบคุมทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล

การออกแบบภายในด้วยการใช้วัสดุแบบใหม่ที่เน้นความหรูหราและรูปแบบที่มีความสวยงามน่าใช้งาน ชิ้นงานและองค์ประกอบหลักของอุปกรณ์ภายในมีรูปแบบเดียวกันกับ Mazda 3 ใหม่ ด้วยการเลือกใช้วัสดุเกรดสูงผสมกับงานดีไซน์รูปทรงของชิ้นงานที่มีความทันสมัย แผงอุปกรณ์ตกแต่งภายในใช้สีและการเคลือบเงาเพื่อความสวยงาม รุ่นท็อปสุด XDL ตกแต่งภายในด้วยโทนสีเทาอมฟ้าอ่อน แดชบอร์ดและคอนโซลกลางใช้วัสดุพวกพลาสติก เบาะใช้หนังสองแบบตัดเย็บอย่างประณีต เบาะคู่หน้ายังใช้การปรับด้วยมือเหมือนเดิม คอนโซลกลางของ Mazda 2 เน้นการออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยที่มีความหลากหลาย รูปแบบของคอนโซลเชื่อมโยงต่อการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ระบบการควบคุมและแสดงผลการทำงานของรถขณะขับเคลื่อนอยู่ในตำแหน่งที่ดีบนพื้นฐานการใช้งานของมนุษย์ เป็นศูนย์กลางของการควบคุมขับขี่ จอแสดงข้อมูล Head-up Display ที่นั่งเบาะผู้โดยสารและเบาะคนขับปรับถอยหลังได้ระยะ 260 มิลลิเมตร ความสูงของเบาะนั่งเพิ่มอีก 40 มิลลิเมตร พวงมาลัยแบบ Telescopic ปรับได้ 4 ทิศทาง

การออกแบบภายในของ Mazda เน้นให้ผู้ขับมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการขับเพื่อความปลอดภัย ตำแหน่งท่านั่งอยู่ในท่าที่สูงตามขอบด้านบนของแผงหน้าปัดมาตรวัดความเร็วและล้อมรอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสมดุล ที่นั่งผู้โดยสารมีพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะพอเพียงต่อการเดินทางระยะไกล ที่นั่งด้านหน้าออกแบบให้มีความโอบกระชับและอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลาง ล้อมรอบด้วยแผงควบคุมที่ให้ความรู้สึกถึงความเร็ว ห้องโดยสารของ Mazda 2 มีการเลือกสีที่เหมาะสมทั้งในส่วนของแผงอุปกรณ์ไฟฟ้า คอนโซลที่พื้นและแผงประตู ความหลากหลายของสีและวัสดุตกแต่งถูกนำมาใช้พร้อมกับการเลือกวัสดุหุ้มเบาะนั่งทำให้เกิดเป็นงานออกแบบที่สวยงามน่าใช้ อุปกรณ์ภายในมีการปรับเปลี่ยนโทนสีเพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างรุ่นก่อนปรับโฉม ช่องแอร์ทรงกลมจากที่เคยใช้พลาสติกสีดำมันแบบเปียโนแบล็กมาเป็นชิ้นงานพลาสติกทรงกลมล้อมรอบช่องแอร์ที่ทำออกมาให้ดูคล้ายกับอะลูมิเนียม 

หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับแบบ Active Driving Display จัดแสดงข้อมูลที่มีความสำคัญในการขับขี่ รวมถึงความเร็วขณะที่กำลังขับเคลื่อน มาตรวัดทรงกลมขนาดใหญ่วางอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางและหน้าปัดแสดงผลทั้งสองข้าง หน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 7 นิ้ว การแสดงผลข้อมูลที่ติดตั้งตรงกลางด้านบนของแผงควบคุม จัดแสดงข้อมูลการทำงานในส่วนต่างๆ ช่วยให้ผู้ขับรับรู้ข้อมูลโดยไม่ต้องละสายตาไปจากถนน และไม่รบกวนสมาธิของการควบคุม

ปุ่มควบคุม Center Commander เป็นการจัดวางตำแหน่งของปุ่มควบคุมให้เป็นจุดศูนย์กลาง สามารถเลือกดูข้อมูลบนจอแสดงผลได้รวดเร็วและง่ายต่อการเข้าถึง ระบบปฏิบัติการด้วยเสียง Voice Commander สามารถสั่งและควบคุมการทำงานต่างๆ ได้ด้วยเสียงเพื่อเปลี่ยนเมนูต่างๆ ระบบ MZD Connect ทำงานผสานกับ Smart Phone ของผู้ใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารต่างๆ ที่มีระบบการใช้งานเชื่อมโยงกับความปลอดภัย การใช้งานระบบเครื่องเสียงสามารถรับคลื่นวิทยุหลากหลายมากยิ่งขึ้น เล่น CD และเครื่องเล่นแบบพกพา รับฟังคลื่นสถานีวิทยุที่ออกอากาศในระบบดิจิตอลอินเทอร์เน็ตโดยการเชื่อมโยงผ่านสมาร์ทโฟน การใช้งานของระบบสื่อสารแบบไร้สาย Hands free สามารถรับและส่งแสดงข้อความ หรือแม้แต่อ่านข้อความสั้นๆ ล่าสุดบน Twitter และ Facebook ให้รับฟังและโพสต์ข้อความเสียงได้เช่นกัน แอปพลิเคชัน ฟังก์ชันการทำงานอื่นๆ ที่หลากหลาย ระบบสามารถติดตามและแสดงค่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 

Mazda 2 ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ช่วงล่างออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเพื่อลดมวลใต้สปริงที่จะส่งผลไปถึงการตอบสนองที่ว่องไว มีจุดเด่นในด้านของขนาดทั้งโช้คและสปริงที่กะทัดรัดและมีประสิทธิภาพในการซับแรงสั่นสะเทือน แชสซีของ Mazda 2 มีการเพิ่มระยะของแขนและมุมแคสเตอร์ Caster Trail and Caster angle การออกแบบตำแหน่งจุดยึดช่วงล่างด้านหลังใหม่ ใช้ตัวดูดซับแรงสั่นสะเทือนด้านหลังที่สามารถควบคุมแรงเสียดทานจากการทำงานได้อย่างเหมาะสม การปรับรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ช่วงล่างส่งถ่ายความนิ่มนวลขณะขับเคลื่อน อัตราทดของพวงมาลัยไฟฟ้าถูกปรับให้มีความไวขึ้นเพื่อการตอบสนองที่ดี การติดตั้งชุดบังคับเลี้ยวที่แข็งแกร่งเป็นแกนเดียวกับตัวรถเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกใน Mazda 2 เพิ่มความแม่นยำและการตอบสนองต่อการเปลี่ยนทิศทางที่ดี ระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลังเป็นดิสก์เบรก 

เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.5 ลิตร รหัส S5-DPTS เป็นเครื่องยนต์ดีเซลตัวเล็กแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 1,498 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 76.0 ช่วงชัก 82.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 14.8:1 จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดแรงดันสูงแบบคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น สำหรับระบบอัดอากาศใช้เทอร์โบแบบ Turbocharger Variable Turbine Geometry เป็นเทอร์โบตัวเล็กทำงานในแบบแปรผันไปตามความเร็วรอบ เพื่อการตอบสนองในระดับสูงสุดของอัตราเร่ง พร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีก่อนประจุเข้าห้องเผาไหม้ด้วยอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดเล็กจิ๋วที่มีประสิทธิภาพ อากาศหรือไอดีที่ผ่านการลดอุณหภูมิจากอินเตอร์คูลเลอร์ ช่วยทำให้เครื่องยนต์มีการทำงานที่สมบูรณ์สามารถจุดระเบิดคายพลังงานออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แรงบิดจากเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร เทอร์โบ เทียบเท่าแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ประหยัดเชื้อเพลิงจากการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้รอบเครื่องไม่สูงเท่าเบนซิน ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ปรับอัตราทดให้มีการทำงานในด้านการส่งกำลังเข้ากับเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ เครื่องยนต์มีอัตราส่วนกำลังอัดที่ 14.8:1 ให้กำลังสูงสุด 77 กิโลวัตต์ หรือ 105 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร เหลือเฟือสำหรับรถเล็กน้ำหนักแค่ 1.3 ตัน Mazda แจ้งว่า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร จากการขับทดสอบของประเทศญี่ปุ่นในรุ่น 2WD เกียร์อัตโนมัติ พร้อมระบบ i-Stop หรือ Auto Start/Stop เมื่อลองขับทดสอบทางไกลก็ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ประมาณ 21.5 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าประหยัดเอาเรื่อง เติมเชื้อเพลิงดีเซลเต็มถังความจุ 44 ลิตร วิ่งได้ยาวเกือบๆ 700 กิโลเมตร ทำให้ไม่ต้องวิ่งเข้าปั๊มกันบ่อยๆ 

ระบบเกียร์อัตโนมัติยังคงใช้เกียร์ออโต้รุ่นเดิมนั่นก็คือ Skyactiv Drive 6 สปีด เป็นชุดส่งกำลังที่มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับเกียร์ออโต้รุ่นอื่น ให้การตอบสนองด้านการเปลี่ยนอัตราทดที่ครอบคลุมทุกย่านรอบเครื่องยนต์ ให้ความรู้สึกคล้ายเกียร์ธรรมดาเมื่อเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง เกียร์ Skyactiv Drive ยังมีการเปลี่ยนเกียร์ที่นิ่มนวลราบรื่น เร่งกำลังได้อย่างรวดเร็ว เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า ออกแบบมาสำหรับวางลงในห้องเครื่องยนต์ของรถเล็กขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์ Skyactiv Drive 6 Speed ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมีตัวเลขที่ดีขึ้นมากสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล เป็นเกียร์ที่มีกลไกภายในซับซ้อน เน้นการทำงานที่ราบรื่น นิ่มนวล ชิฟต์เกียร์หรือคิกดาวน์ได้ไว ตอบสนองต่อการขับขี่บนทางแบบขึ้นลงเขาหรือขับในเมืองที่มีการจราจรติดขัด ระบบ i-ELOOP เป็นการนำเอาพลังงานที่สูญเสียไปจากการเบรกกลับคืนมาใช้งานในรูปของกระแสไฟฟ้าส่งไปเก็บในแบตเตอรี่ ระบบประกอบไปด้วยตัวเก็บประจุขนาดใหญ่ Capacitor หรือ Electronic Double Layer Capacitor เป็นงานวิศวกรรมล่าสุดจาก Mazda สามารถลดน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักของระบบ ช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบ i-Stop จะทำการดับเครื่องยนต์ทันทีที่ตัวรถหยุดนิ่งและสตาร์ตเครื่องยนต์ทันทีที่ผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง ช่วยลดการใช้น้ำมันท่ามกลางการขับขี่ในสภาพการจราจรที่ติดขัด รวมถึงยังช่วยลดมลพิษจากเครื่องยนต์เมื่อทำการดับเครื่องทุกครั้งที่รถหยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยระบบปรับอากาศยังคงทำงานแบบอัตโนมัติต่อไป

Mazda 2 รุ่นปรับโฉมดูเข้ากับยุคสมัยที่ต้องประหยัด มันยึดหลักอนุรักษนิยมและเดินสายกลางด้วยการเป็นรถเล็กรุ่นเดียวในไทยที่มีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบให้เลือกใช้ มันอยู่ตรงกลางระหว่างความหรูหรากับความประหยัด การทำตัวให้เป็นรถของกลุ่มคนที่รักการขับทำให้ Mazda ต้องลงมือลงแรงหลายจุดเพื่อทำให้มันเป็นรถที่มีประสิทธิภาพ รุ่นแฮตช์แบคมีบั้นท้ายที่ลงตัวมากกว่ารุ่นซีดาน และเข้ากันได้ดีกับโทรศัพท์ iPhone หรือชุดเดินเล่นตามทุ่งหญ้าป่าเขาหรือตามชายหาดของพวกวัยรุ่น สีใหม่ Ceramic Metallic สว่างกระจ่างตาและสะท้อนส่งประกายอย่างสวยงามเมื่อโดนแสงแดดสาดส่อง หน้าตาใหม่ทำให้มันดูเป็นรถที่สงบเสงี่ยม แต่ถ้าขับเร็วเมื่อไหร่ก็เอาเรื่องเมื่อนั้น

ในหุบเขาของอำเภอด่านช้าง Mazda 1.5XDL ฟื้นคืนชีพและกระฉับกระเฉงทันตาเห็นเมื่อเจอกับทางขึ้น-ลงเนินยาวๆ ผสมกับโค้งที่มีแรงเหวี่ยงเอาเรื่องหากขับมาเร็วๆ แล้วไม่ระวัง ช่วงล่างรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลายและเป็นหลุมเป็นบ่อได้ดี เป็นช่วงล่างที่เซตมาหนึบนุ่มจนรู้สึกประทับใจ พวงมาลัยก็ยังแสนดีทำให้ควบคุมทิศทางในย่านความเร็วสูงได้แบบไม่เสียว! เนินเขาเตี้ยๆ กับการลากเกียร์ 2 ห้อตะบึงเพื่อกระตุ้นให้เทอร์โบทำงาน เสียงคำรามจากเครื่องดีเซลตัวจิ๋วขนาด 1.5 ลิตร ดังตามรอบที่ไหลขึ้นไปจนถึง 4500 รอบต่อนาที ผลักเกียร์ไปที่ตำแหน่ง Manual แล้วชิฟต์เกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift จากนั้น Mazda 2 ก็ทะยานขึ้นไปบนภูเขาอย่างว่านอนสอนง่าย มันไม่ใช่รถที่เร็วแต่ขับสนุกจากแรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ไหลออกมาจากเครื่องยนต์ดีเซลตัวจ้อย ความเร็วไหลขึ้นไปตามรอบเครื่องยนต์ในแบบของเครื่องดีเซลเทอร์โบที่มีรอบไม่จัดจ้านอะไรมากมายเท่าเครื่องเบนซิน เทคโนโลยี Skyactiv-D เมื่อขับเรื่อยๆ จะทำให้คุณประหยัด แต่มันเป็นรถที่ขับสนุก จะให้มาวิ่งแบบเต่าคลานคงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องควักเงินเฉียด 8 แสนบาทเพื่อแลกกับรถเล็กช่วงล่างดีแต่กลับเอามาขับแบบย่องๆ หยอดๆ ถ้าขับไม่เร็วก็เลือกรุ่นเบนซินที่ถูกกว่าอย่าง 1.3 E ราคา 546,000 บาท แต่ถ้าขับยาวบ่อยๆ ก็ขอให้ไปที่ XD หรือ XDL ทีเดียวจบไม่ต้องเข้าปั๊มกันบ่อยๆ 

รถเล็กขับดีอย่าง Mazda 2 ต้องเจอกับคู่แข่งสามสูบอย่าง New Honda City รวมถึง Toyota Yaris Ativ ที่ขับสู้ไม่ได้แต่มีความมั่นใจในด้านความคงทนและศูนย์บริการ ส่วน New Almera มักไม่ค่อยจะสนใจในด้านไดนามิกแต่กลับไปเน้นที่ความประหยัดและรูปแบบของการใช้งานอุปกรณ์ สำหรับ Suzuki Swift ก็น่าจะสูสีออกเบียดเมื่อเทียบกับ Mazda 2 ในเรื่องของความสนุกหลังพวงมาลัย แต่อัตราสิ้นเปลืองของ Swift เครื่องเบนซินก็ยังเป็นรอง Mazda 2 เครื่องดีเซลอยู่ดี รวมถึงการยึดเกาะในย่านความเร็วสูงที่ยังตาม Mazda อยู่นิดๆ ส่วน Mitsubishi Mirage ก็ควรจะหันมาสนใจช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวให้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยภาพรวม Mazda 2 นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่รูปแบบของตัวรถกับการควบคุมหลังพวงมาลัย แต่ถ้าคุณไม่สนใจสองสิ่งนั้นก็ยังมีรถเล็กราคาถูกอย่าง MG3 ที่ยืนรอเสียบอยู่ห่างๆ อีกต่างหาก! 

Mazda 2 1.5XDL ทรงตัวได้ดี ถนนสายรองหมายเลข 4042 ในแถบลำตะเพินเต็มไปด้วยฝูงแพะและวัวตัวโตๆ ที่พร้อมจะพาคุณให้ตกถนนได้ตลอดเวลา โช้คอัพกับสปริงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบช่วยทำให้แชสซีสามารถจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ แม้บางจังหวะจะโคนก็ไม่เคยทำให้รู้สึกว่าจะต้องเหาะข้ามเนินหรือไถลไปแปะกับต้นไม้ข้างทาง ล้อเล็กๆ ทั้งสี่ของมันสัมผัสกับถนนเท่ากันตลอดเวลา อาจมีบางครั้งที่ล้อหลังข้างใดข้างหนึ่งถูกแรงเหวี่ยงในโค้งยกจนลอยขึ้นเล็กน้อย ถ้ามีถนนที่โล่งมากพอคุณสามารถปลดปล่อยแรงบิดจากเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงยาว ทางขึ้นเขา หรือขณะที่กำลังเร่งออกจากปลายโค้งด้วยเกียร์ 3 ยาง Dunlop EC300T 185/60/R16 รับหน้าที่ได้ดีพอใช้ แต่อยากได้ยางสปอร์ตมากกว่ายางลดแรงต้านทานที่เอาแต่ประหยัดและไม่ค่อยจะเข้ากับการขับเร็วจี๋แบบนี้

เสียงลมและเสียงยางบดลงไปบนผิวถนนเริ่มดังเข้ามาที่ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Mazda 2 เป็นรถเล็กที่มีการเก็บเสียงปานกลางไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้ดีจนทำให้ห้องโดยสารเงียบกริบ เมื่อขับเร็วๆ เครื่องยนต์ดีเซลตัวเล็กมีแรงบิดที่กว้างใช้ได้ เครื่องยนต์ทำงานกระฉับกระเฉงและมีเสียงที่ไม่ดังเท่ากับเครื่องดีเซลในรถกระบะ ความว่องไวของมันส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำหนักตัวแค่ 1,210 กิโลกรัม ทำให้เครื่องดีเซลตัวจ้อยไม่ต้องรับภารกรรมแบกน้ำหนักตัวมากจนเกินไป เวลาอัดอย่างเต็มที่ช่วงล่างก็ยังทำหน้าที่ได้ดี พวงมาลัยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อขับเร็ว เป็นชุดบังคับเลี้ยวที่ดีที่สุดในรถเล็กราคา 7.9 แสนบาทที่มีขายในประเทศไทย อีกจุดที่ Mazda 2 รุ่นสูงสุดทำได้ดีก็คืองานตกแต่งห้องโดยสาร เบาะแบบใหม่นุ่มนิ่มนั่งสบายขับได้ทั้งวันโดยไม่มีอาการเมื่อยหลังหรือปวดบั้นเอว เบาะซับแรงสะเทือนได้ดีมาก วัสดุที่ใช้หุ้มเบาะและแผงประตูก็ดูมีราคา ส่วนมาตรวัดและจอมอนิเตอร์กลางยังใช้ของเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร สำหรับเครื่องเสียงติดรถที่ให้มาก็มีซุ่มเสียงที่พอจะไปวัดไปวาได้ถ้าไม่ใช่คนที่ต้องการพลังเบสแบบหลังกระแทกฝาเครื่องเสียงเดิมๆ ติดรถมาจากโรงงานถือว่าพอใช้ได้ หากจะเอาดังหรือกรุ๊งกริ๊งมากกว่านี้ก็ต้องดิ้นรนเสียเงินไปติดเพิ่มเอาเอง กล้องมองรอบคันพร้อมสัญญาณการขับเข้าไปใกล้กับวัตถุกีดขวางใช้งานได้จริงและช่วยทำให้การขับถอยหลังหรือขับออกจากที่คับแคบมีความปลอดภัยมากกว่าเดิม 

อุปกรณ์ช่วยทรงตัวในย่านความเร็วต่ำ G-Vectoring Control หรือ GVC Plus ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างการเร่งความเร็ว เบรก และการเลี้ยวเข้าโค้งเป็นไปอย่างสมดุลราบรื่นและมีความต่อเนื่อง โอกาสที่คุณจะต้องแก้พวงมาลัยในโค้งลดลง หรือพูดง่ายๆ ก็คือโอกาสที่รถจะเสียอาการมีน้อยกว่าเดิมเมื่อขับด้วยความเร็วที่ปกติ ไม่ควรขับแบบบ้าระห่ำคิดหวังแต่จะพึ่งเจ้าอุปกรณ์ชนิดนี้แต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นจริงของหลักกลศาสตร์ของการเคลื่อนที่ยากที่จะจับความรู้สึกขณะ G-Vectoring Control เริ่มต้นการทำงาน พวงมาลัยไฟฟ้าของ Mazda 2 รุ่นปรับโฉมยังคงคมและแม่นยำเหมือนเดิม การมีพวงมาลัยที่ดีทำให้มันเป็นรถที่ขับสนุกเมื่อบวกกับเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตรเทอร์โบที่แรงใช้ได้เพราะมีวิชาตัวเบา อาการต่างๆ ของพวงมาลัยเมื่อขับเข้าโค้งมีความเป็นกลางและแม่นยำ Dynamic แบบ Mazda พร้อมช่วงล่างที่หนึบแน่นที่แอบมีโอนอ่อนผ่อนคลายในทางขรุขระจะทำให้คุณรู้สึกดี

เครื่องยนต์ยังใช้เทคโนโลยี SkyActiv เต็มรูปแบบ เป็นการพัฒนาต่อยอดจากเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงใน Mazda CX-5 เช่น การใช้วัสดุภายในเครื่องยนต์แบบใหม่ การออกแบบให้ลูกสูบมีลักษณะที่ตอบสนองต่อการทำงานได้ดีขึ้นด้วยลูกสูบรูปไข่แบบสองชั้น การลดอัตราส่วนกำลังอัด เครื่อง Skyactiv-D 1.5 ตัวนี้รีดกำลังได้ 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ดูเหมือนแรงม้าจะอนุบาลไปสักนิด แต่เมื่อเห็นตัวเลขแรงบิดแล้วก็ทำให้รู้สึกแปลกใจ เครื่อง SkyActiv D 1.5 มีแรงบิดสูงสุดมากถึง 250 นิวตันเมตร หรือ 25.5 กิโลกรัม-เมตร ที่ 1,500 - 2,500 รอบต่อนาที ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ สำหรับประสิทธิภาพความสามารถของเกียร์ก็อยู่ในเกณฑ์ดี ตอบสนองต่อการถ่ายเทแรงบิดจากเครื่องยนต์ใช้ได้ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Skyactive Transmission ทำงานไหลลื่นไม่กระตุกกระชากแม้จะกดคันเร่งกันจนสุดแบบฉับพลันทันที แรงบิดสมน้ำสมเนื้อ พอดิบพอดีกับน้ำหนักแค่ตันนิดๆ ทำให้ได้ความรู้สึกของกำลังในการพุ่งทะยาน ความคล่องแคล่วว่องไวทำได้อย่างน่าพึงพอใจโดยเฉพาะในโค้ง 

ราคา 7.9 แสนบาท ของ Mazda 2 รุ่นสูงสุดเครื่องดีเซล XDL ขนาด 1.5 ลิตร Skyactiv-D แพงขึ้นนิดหน่อยแต่ได้อุปกรณ์ใหม่เพิ่มเข้ามาให้พอสมควรโดยเฉพาะอุปกรณ์ในระบบความปลอดภัย เบาะนั่ง กล้องมองภาพ เป็นรถเล็กราคาแพงแต่ได้เรี่ยวแรงที่จะทำให้คุณชอบเวลาออกทางไกล กดคันเร่งแต่ละครั้งมันจะพุ่งทะยานด้วยการตอบสนองของเครื่องดีเซลที่มอบทั้งอัตราเร่งและความประหยัดไปพร้อมๆ กัน อัตราสิ้นเปลืองของรุ่นดีเซลสำหรับการขับทดสอบอยู่ที่ 16-18 กิโลเมตรต่อลิตร หากรู้จักใช้คันเร่งให้พอดี ไม่บ้าระห่ำมากเกินไปหรือขับแบบประคอง เชื้อเพลิง 1 ถังสามารถทำระยะทางได้เกือบ 800 กิโลเมตร ถ้าให้เลือกแค่คันเดียวระหว่าง Mazda 2 กับรถคู่แข่งอย่าง New City / Swift / New Almera / Yaris Ativ / mirage / Note ขอเดินไปหยิบกุญแจของ Mazda 2 รุ่นดีเซล XDL กับสีใหม่ Ceramic Metallic แล้วออกไปมีความสุขกับสมรรถนะที่เหนือกว่า แค่นั้นชีวิตก็แฮปปี้แล้วละครับ.


MAZDA 2 1.5 XDL SPECIFICATIONS
แบบ...............................................แฮตช์แบค 5 ประตู 4 ที่นั่ง
ผู้ผลิต.............................................Mazda
เครื่องยนต์......................................ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ
ชนิดเครื่องยนต์...............................ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC
วาล์ว............................................4 วาล์วต่อสูบ=16 วาล์ว
ระบบอัดอากาศ...............................เทอร์โบแปรผัน Turbocharger Variable Turbine Geometry
ระบบหล่อเย็น..................................อินเตอร์คูลเลอร์
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..........................คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น
กระบอกสูบ x ช่วงชัก .....................76.0 x 82.6 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด...........................14.8 : 1
ระบบระบายความร้อน.....................หม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า
แรงม้าสูงสุด....................................105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด....................................250 นิวตันเมตร หรือ 25.5 กิโลกรัม-เมตร ที่ 1,500 - 2,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง...................................เกียร์อัตโนมัติ SkyActiv Drive 6 Speed
ระบบพวงมาลัย................................พวงมาลัยไฟฟ้าแบบแรคแอนพีเนียน
ล้อและยาง.......................................อัลลอยขอบ 16 นิ้ว ยาง Dunlop Enasave EC300T 185/60/R16 ทั้งสี่ล้อ

ระบบเบรก
ด้านหน้า..........................................ดิสก์เบรก
ด้านหลัง..........................................ดิสก์เบรก
ระบบช่วยเบรก...............................ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS
ระบบช่วยทรงตัว.............................Dynamic stability control
ระบบสะสมพลังงานจากการเบรก.... Electronic Double Layer Capacitor Re-Entry Beake

ระบบรองรับ
ด้านหน้า...........................................แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง............................................ทอร์ชั่นบีม

มิติ
กว้าง...............................................1,695 มิลลิเมตร
ยาว................................................4,060 มิลลิเมตร
สูง..................................................1,500 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ....................................... 2,570 มิลลิเมตร
ถังเชื้อเพลิงความจุ ................................44 ลิตร
น้ำหนักตัวรถทั้งคัน............................... 1,210 กิโลกรัม.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาสด้า 2MazdaMazda 2 ดีเซลเครื่องดีเซลMazda 2 2020อาคม รวมสุวรรณ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้