ข่าว
100 year

ไม่ติ๊กไม่ดัน มันทุกโค้ง! ทดสอบของแรง MAZDA CX-5 2.5 TURBO SP AWD

ไทยรัฐออนไลน์9 ม.ค. 2563 10:00 น.
SHARE

พลังงานที่เพิ่มมาให้ใน CX-5 รุ่นท็อปสุด 2.5 Turbo SP จากความจุที่เพิ่มขึ้นในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินอีก 500 ซีซี. พร้อมพลังการบูสต์ด้วยเทอร์โบแบบ Dynamic Pressure และกลไกของระบบวาว์ลแปรผัน Dual S-VT ทำให้เอสยูวีอเนกประสงค์ไซส์กลางรุ่นนี้มีสมรรถนะด้านอัตราเร่งที่ดีขึ้นผิดหูผิดตา โมเดลที่ทับซ้อนกับ CX-8 ทำให้ CX-5 โดนเฉลี่ยลูกค้าไปพอสมควรหลังการมาถึงของรถอเนกประสงค์เบาะสามแถว 7 ที่นั่งซึ่งกำลังได้รับความนิยมในประเทศไทย CX-5 รุ่นปรับปรุงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน เนื่องจากของเดิมในเจเนอเรชั่นที่ 2 นั้นมีหน้าตาที่ดูดีอยู่แล้ว ความสามารถในด้านการทรงตัว พื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบายของเบาะ 2 แถว 5 ที่นั่งอยู่ในเกณฑ์ดี สิ่งที่ Mazda ควรปรับปรุงก็คือความเชื่อมั่นของลูกค้ากับงานบริการหลังการขาย ประเดนหลักก็คือความคงทนของชิ้นส่วน ซึ่งเคยสร้างปัญหาด้านความไว้วางใจให้กับคนที่เคยใช้ รถ Mazda นั้น มีความสวยงามทั้งภายนอกและภายใน ช่วงล่างดีชุดบังคับเลี้ยวแจ่ม ทำให้เป็นรถที่ขับสนุกทุกรุ่นตั้งแต่ Mazda 2 ไปจนถึง Mazda CX-8 หากสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ยอดขายก็จะกลับมาดีเหมือนช่วงเปิดตัว CX-5 เจเนอเรชั่นที่ 1  

มิติตัวถังของ Mazda CX-5 2.5 Turbo SP มีขนาดความยาว 4,550 มิลลิเมตร กว้าง 1,840 มิลลิเมตร สูง 1675 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า-หลัง เท่ากันที่ 1,595 มิลลิเมตร มีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 193 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,569 กิโลกรัม CX-5 ใส่ล้ออัลลอยลายใหม่อย่างหล่อขอบ 19 นิ้ว ห่อรัดด้วยยาง Toyo Tires proxes ไซส์แปลกประหลาดขนาด 225/55 R19 ส่วนรุ่นและราคาของ CX-5 เวอร์ชั่นปรับปรุงก็มีดังต่อไปนี้

Mazda CX-5 2.0 C 1,300,000 บาท

Mazda CX-5 2.0 S 1,410,000 บาท

Mazda CX-5 2.0 SP 1,560,000 บาท

Mazda CX-5 XD 1,570,000 บาท

Mazda CX-5 XDL 1,790,000 บาท

Mazda CX-5 2.5 TURBO SP 1,850,000 บาท

ภายในห้องโดยสารของ Mazda CX-5 2.5 Turbo ได้รับการปรับปรุงตามคอนเซปต์ Less is More เรียบง่ายแต่ลงตัวสวยงาม ไล่เรียงจากแผงควบคุมระบบปรับอากาศ, ปุ่มควบคุม Center Commander ที่ใช้งานได้จริงและสะดวก ปุ่มปรับกระจกมองข้าง กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติแบบไร้กรอบ ใช้โทนสีเข้ม เลือกใช้วัสดุแบบ Real Wood ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครมในการตกแต่ง เบาะหุ้มหนัง Nappa สีน้ำตาลแดง Deep Red พร้อมระบบระบายอากาศตำแหน่งเบาะนั่งคู่หน้า Seat Ventilation เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า เบาะแถวที่สองปรับพับได้ ซันรูฟไฟฟ้า การเลือกวัสดุที่ดูดีมีราคาและเก็บเสียงได้ดี เช่น แดชบอร์ดแบบโฟมฉีดขึ้นรูปหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์คล้ายกับรถยุโรป แผงประตูบุหนังสีน้ำตาลแดง Deep Red เดินตะเข็บด้ายสีน้ำตาล ช่องวางแก้วและการจัดวางตำแหน่งของลำโพง Bose ที่ค่อนข้างลงตัว 

มาตรวัดแบบความเร็วเปลี่ยนใหม่โดยหันมาใช้จอภาพ TFT LCD พร้อมจอมอนิเตอร์กลางแสดงผลแบบสี ขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนผ่าน Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ระบบเสียง Bose@ รอบทิศทาง หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ไฟส่องสว่างที่ได้รับการออกแบบใหม่ในหลายตำแหน่ง ล้ออัลลอยแบบใหม่ขนาด 19 นิ้ว เทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ช่วยให้สามารถคาดการณ์และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับ ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง มุมกล้องแบบ Top View ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการถอยเข้าออกจากที่คับแคบ 

พวงมาลัยสามก้านหุ้มหนังแท้พร้อมสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นปรับตั้งระบบตั้งความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control ปุ่มรับและวางสายโทรศัพท์บูลทูธ ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มเลือกดูข้อมูลในจอภาพมาตรวัด TFT LCD ปุ่มสั่งงานด้วยระบบเสียง สำหรับตำแหน่งของซุ้มเกียร์ในรุ่น 2.5 Turbo SP แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่น 2.0 SP มีมาให้เหมือนเดิมคือปุ่มปรับโหมด Sport ข้างคันเกียร์ เบรกมือไฟฟ้า ปุ่มควบคุมระบบเบรก Auto brake Hold หัวเกียร์และถุงหุ้มคันเกียร์หุ้มหนังแท้ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว กรอบเกียร์ตกแต่งด้วยวัสดุพวกพลาสติกสีดำเงา Piano Black ล้อมกรอบด้วยชิ้นงานพลาสติกสีเงินที่ทำเลียนแบบอะลูมิเนียม

เครื่องยนต์ Skyactiv -G เบนซินเทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร ปริมาตรความจุ 2,488 ซีซี. ให้กำลัง 231 แรงม้า แรงบิดสูง 420 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบแบบ Dynamic Pressure ระบบวาล์วแปรผันคู่ Dual S-VT ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD ปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนน เครื่อง 2.5 ลิตร เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ มีเรี่ยวแรงมากถึง 231 แรงม้า แรงฉุดลากพุ่งขึ้นไปเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ที่ 420 นิวตัน-เมตร ชุดอัดอากาศ ใช้เทอร์โบแบบ Dynamic Pressure กลไกของชุดวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย Dual S-VT ระบบส่งกำลังติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ SKYACTIV-DRIVE ตัวเลขสมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 202 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เฉลี่ย 8.5 กิโลเมตรต่อลิตร 

G-vectoring control
ทำงานโดยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อการหักเลี้ยวของพวงมาลัย เป็นการควบคุมแบบไฟฟ้าผสมผสานระหว่างแรงเร่งจากด้านข้างและตามยาวของตัวรถรวมถึงการปรับโหลดในแนวดิ่งที่กระทำลงไปบนล้อแต่ละข้างให้มีความเหมาะสม G-vectoring control มีประโยชน์มากโดยเฉพาะในรถยนต์แบบ SUV ที่มีจุดศูนย์ถ่วงมากกว่ารถยนต์แบบปกติ ซึ่งอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดแรงกระทำจากด้านข้าง เนื่องจากจุดศูนย์ถ่วงที่ค่อนข้างสูง G-vectoring control ทำให้ความมั่นคงของรถเพิ่มขึ้น ลดอาการโคลงตัวไปด้านข้างและทำให้นั่งโดยสารได้สบายขึ้น

Skyactiv Chassis
นอกจากโครงสร้างแชสซี Skyactiv BODY ที่มีความแข็งแรง ความสามารถในการดูดซับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ด้วยการเพิ่มเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง ในส่วนของระบบบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้า CX-5 2.5 Turbo SP ใช้ชุดบังคับเลี้ยวที่มีการปรับปรุงด้านความแข็งแรงและการตอบสนอง โดยมีการปรับพวงมาลัยไฟฟ้าเพื่อเพิ่มการตอบสนองต่อการเปลี่ยนทิศทางที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น รวมถึงความแข็งแรงของแรคพวงมาลัยในรุ่น AWD ส่วนระบบรองรับหรือช่วงล่างของ CX-5 ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนระบบรองรับด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางของลูกสูบในโช้คอัพใหญ่ขึ้น ใช้บูชยางที่มีของเหลวภายในติดตั้งในช่วงล่างด้านหน้า เพื่อลดอาการหน้าลอยตัวรวมถึงลดแรงสั่นสะเทือน ระบบห้ามล้อหรือเบรก ระบบเบรกของ CX-5 2.5 Turbo เป็นแบบดิสเบรกทั้ง 4 ล้อพร้อมช่องระบายความร้อนที่ด้านหน้า พร้อมฟังก์ชั่น Auto Brake Hold 

ระบบความปลอดภัย
i-ACTIVSENSE เป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันของ Mazda เป็นวิธีการที่ครอบคลุมช่วยให้ขับรถได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น i-ACTIVSENSE 2 ของ Mazda ช่วยเตือนคนขับให้รับรู้ถึงสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุ ลดโอกาสที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน มีการเริ่มใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเสริมการรับรู้และการขับขี่ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น CX-5 ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติ Mazda Radar Cruise Control - MRCC ระบบจะทำการปรับเปลี่ยนและรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าแบบอัตโนมัติ ลดภาระของคนขับขณะเดินทางไกล รวมถึงอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยที่หลากหลาย ช่วยให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้นในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โครงสร้างของเบาะหน้าได้รับการปรับปรุงให้ช่วยลดความรุนแรงจากการกระแทกที่เกิดขึ้นกับศีรษะ เพิ่มโฟมโพลีโพรพีลีนในพนักพิงศีรษะ ปรับปรุงการติดตั้งโครงสร้างพนักพิงหลังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงสร้างของฝากระโปรงและกันชนหน้าช่วยถ่ายเทแรงกระแทกเมื่อเกิดการชน ลดอาการบาดเจ็บที่หัวหรือเท้าของคนเดินถนน

ร่ายยาวรายละเอียดตัวรถ CX-5 2.5 Turbo SP ราคา 1.85 ล้านกันไปแล้วก็ถึงเวลาของการขับทดสอบแบบลากยาวทั้งวันดันไป 500 กิโลเมตร Mazda CX-5 มีเบาะที่ไม่ค่อยสบายเท่ากับรถคู่แข่งอย่าง CR-V แต่การจัดวางตำแหน่งคนขับที่เชื่อมโยงกับการใช้งานอุปกรณ์ภายในได้ค่อนข้างดีมาช่วยกลบเบาะที่นั่งไม่ค่อยสบายตัวของมัน เบาะหนังสีน้ำตาลปรับไฟฟ้าคู่หน้าแข็งไปนิด เมื่อเทียบกับความนุ่มสบายของเบาะ Mazda 2 รุ่นปรับโฉม 2020 ในเมือง เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียงเทอร์โบทำงานในรอบต่ำ ช่วยทำให้การเคลื่อนตัวของ CX-5 รุ่นสูงสุดมีความคล่องแคล่วใช้ได้ พวงมาลัยคือส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับการขับในเมืองที่ต้องผจญกับการถอยเข้าออกในพื้นที่คับแคบ วงเลี้ยวที่ไม่กว้างมากจนเกินไปทำให้การเลี้ยวกลับลำหรือยูเทิร์นทำได้อย่างรวดเร็วทันอกทันใจ ไม่ต้องหมุนพวงมาลัยกันให้มากเรื่อง เมื่อเบรก หรือเร่ง อาการหน้ายุบหรือยกแทบไม่ปรากฏ การใช้ความเร็วเฉลี่ย 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขับในเมือง ทำให้รอบเครื่องยนต์ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 1500-1700 รอบต่อนาที ในเมือง CX-5 2.5 Turbo SP AWD ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ประมาณ 8.3 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าค่อนข้างรับประทานอยู่เหมือนกัน เนื่องจากใช้โหมด Normal ยังไม่ได้กดไปที่ Sport Mode แต่อย่างใดทั้งสิ้น 

ออกทางไกลเมื่อไหร่คุณจะพบกับการตอบสนองที่แฟนคลับ CX-5 รอคอย! CX-5 รุ่นท็อปสุดมีอาการทอร์คสเตียร์บางๆ เมื่อกดคันเร่งลงจนสุดเพื่อออกตัวแบบเร็วจี๋ อาการดึงที่พวงมาลัยเกิดขึ้นจากแรงบิด 420 นิวตัน-เมตร ที่ถูกเทจากเครื่องยนต์ไปที่ชุดเกียร์แล้วถ่ายลงไปที่เพลาขับหน้าอย่างรวดเร็วแบบฉับพลันทันที แรงจากอาการทอร์คสเตียร์ไม่ได้มากมายอะไร แค่ดึงตึงมือพอให้รู้สึกถึงการทำงานของเพลาหน้าที่หมุนเร็วจัดกับแรงต้านของแรคพวงมาลัยที่ส่งอาการขืนตัวขึ้นมาจนถึงข้อมือคนขับ หลายคนอยากรู้เรื่องตัวเลขอัตราเร่งของมัน และเมื่อผมลองจับเวลาจากนาฬิกาข้อมือก็พบว่าเจ้า CX-5 รุ่นเทอร์โบ 2.5 SP เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.6 วินาที ดีกว่ารถคู่แข่งในเซกเม้นท์เดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ส่วนท็อปสปีดหรือความเร็วสูงสุด ทำได้ที่ 202 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

เครื่องยนต์ทำงานได้ราบเรียบและนิ่ง มีรอบเดินเบาที่ไม่กระตุกหรือสั่นสะท้าน ส่วนอาการปั๊มติกพังคาดว่าน่าจะได้รับการแก้ใขแล้ว เนื่องจากรุ่น 2.5 Turbo SP ใช้ปั๊มเชื้อเพลิงต่างขนาดจากรุ่น 2.0 SP ปั๊มติกในรุ่นเบนซินนั้น หากเจ๊งขึ้นมาก็ต้องไปเคลม แต่ Mazda เองก็ควรปรับปรุงชิ้นส่วนในระบบขับเคลื่อนให้มีความแข็งแรงมากกว่านี้ไม่ว่าจะลงมือผลิตชิ้นส่วนเองหรือจ้างซับพลายเออร์เพื่อลดต้นทุนก็ควรจะออกแบบให้อุปกรณ์มีความคงทน เพื่อความมั่นใจสูงสุดของลูกค้าที่ยังคงจงรักภักดี เขียนเชียร์ Mazda ว่าขับได้ดีเมื่อไหร่ก็จะถูกเหมาว่ารับเงินทันที การแสดงความเห็นที่ค่อนข้างออกไปในทางบวกต่อค่าย Mazda ของสื่อมวลชน ทำให้คนที่เคยประสบกับปัญหาดังกล่าวรู้สึกแย่ ทางที่ดี Mazda ควรหาทางแก้ใข และอย่าทำให้ปัญหาเหล่านั้นเกิดขึ้นบ่อยเกินไป คนที่ขับรถ Mazda แล้วไม่เกิดอะไรที่เสียหายใช้งานได้ดีก็มักจะดูอยู่เงียบๆ ส่วนคนที่ใช้แล้วเกิดปัญหาซึ่งจะตามมาด้วยความไม่พอใจ ก็จะเอาปัญหาเหล่านั้นไปโพสในโลกโซเชี่ยล จนทำให้คนที่สนใจเกิดอาการหวาดระแวง เห็นได้จากข่าวคราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ทั้งฝั่งของลูกค้าและฝั่งของบริษัท Mazda  

เกียร์ออโต้ 6 สปีด Skyactiv transmission เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบฟันเฟืองทอร์คคอนเวอร์เตอร์ที่ปรับอัตราทดให้สอดรับกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเปลี่ยนเครื่องยนต์มาเป็น 2.5 ลิตร ที่มีเทอร์โบคอยบูสช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เมื่อวิ่งที่ย่านความเร็วเดินทาง 10-1100 กิโลเมตรต่อชั่วโมก็พอที่จะทำให้เกิดความประหยัดได้บ้างจากการใช้เกียร์ 6 เดินทางยาวๆ ไม่คิกดาวน์กันบ่อยๆซึ่งทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน สวิตช์ Sport Mode เหมือนกับรุ่น 2.0 เบนซิน กดใช้งานเมื่อไหร่มันจะขับแบบลากเกียร์ยาวขึ้นและทำให้กินมากกว่าเดิมอีกเยอะ เกียร์ทำงานฉลาดพอที่จะปรับความสมดุลของอัตราทดให้เข้ากับสภาพเส้นทางรวมไปถึงการเบรกหรือเร่งความเร็ว ผมลองทดสอบการตอบสนองของเกียร์โดยผลักคันเกียร์มาทางขวาเพื่อเข้าสู่โหมดแมนนวลสำหรับการปรับอัตราทดด้วยตัวคนขับเอง เกียร์ทำงานได้รวดเร็วเมื่อชิปขึ้น-ลง ตอบสนองว่องไวในการเลือกอัตราทดที่มีความเหมาะสมกับเส้นทางภูเขาและให้ความรู้สึกที่ดีกว่าเกียร์ CVT ชุดเกียร์ Skyactiv-Drive เป็นระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพ ช่วยทำให้ CX-5 ขับสนุกมากยิ่งขึ้น ในอนาคตอันใกล้ คุณจะได้เห็นเกียร์ออโต้รุ่นใหม่ของ Mazda มีอัตราทดที่ให้มากว้างและครอบคลุมมากถึง 8-9 สปีดอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ก็ต้องใช้เกียร์ชุดเดิมกันไปพลางๆ ก่อน  

Mazda เป็นแบรนด์รถยนต์ที่เน้นประสิทธิภาพของชุดบังคับเลี้ยวและการทำงานของระบบรองรับ ช่วงล่างด้านหน้าของ CX-5 เป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพแก๊ส พร้อมเหล็กกันโคลงที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับความเสถียรเมื่อใช้ความเร็ว ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบอิสระมัลติลิงก์ โช้คอัพและกันโคลงเส้นเขื่อง ระบบรองรับของ CX-5 ผ่านการคำนวณค่าและปรับตั้งใหม่ การเลือกเส้นทางทดสอบเพื่อเข้าถึงประสิทธิภาพของระบบรองรับบนทางภูเขาขึ้น-ลงเนินแถวอำเภอหนองปรือในจังหวัดกาญจนบุรีต่อเชื่อมกับอำเภอด่านช้างในสุพรรณบุรี อุดมไปด้วยทางโค้งและเนินเขาที่ไม่สูงมากนัก จุดยึดและมุมต่างๆ ของช่วงล่างใน CX-5 2.5 Turbo แม้จะถูกปรับให้นิ่มลงก็ยังคงสอดคล้องกับไดนามิกที่โดดเด่น แชสซีและช่วงล่าง Skyactiv-Chassis ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนขับและรถตามเอกลักษณ์ที่ Mazda ยึดถือ ด้วยคุณสมบัติของการออกแบบในเชิงเรขาคณิต เพื่อนำเอาส่วนที่ดีที่สุดของระบบรองรับมาปรับใช้ใน CX-5 ก่อให้เกิดการตอบสนองที่เป็นกลางของตัวรถใน ย่านความเร็วสูง อาการโคลงไม่มากเมื่อพุ่งผ่านถนนที่ไม่เรียบ คอสะพานหรือโค้งมุมกว้าง น้ำหนักที่มั่นคงของพวงมาลัยไฟฟ้าเมื่อขับเร็วผสมผสานกับการยึดเกาะทำให้ CX-5 เป็นรถที่ขับสนุกและมีกำลังมากพอที่จะเร่งออกจากปลายโค้งได้ดั่งใจนึก 

G-Vectoring Control เวอร์ชั่นล่าสุด GVC-Plus เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยทำให้อาการโคลงตัวขณะบังคับพวงมาลัยลัดเลาะไปตามโค้งในย่านความเร็วต่ำลดลง มันจะทำงานเมื่อเหยียบคันเร่ง ช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะมึนงงจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรง G ที่เกิดขึ้นขณะขับเข้าโค้ง ทำให้ขับหรือนั่งได้สบายเนื้อสบายตัวมากกว่าเดิม g-vectoring control จาก Mazda ปรุงแต่งให้ล้อแต่ละข้างมีความเสถียรด้วยการให้ความสำคัญกับการรับน้ำหนักในแนวดิ่งของยางแต่ละเส้น เมื่อผู้ขับเริ่มบังคับพวงมาลัยเพื่อทำการหักเลี้ยวเข้าสู่ทางโค้ง GVC หรือ G-Vectoring Control ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมแรงบิดจะเข้ามาทำการควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์เพื่อลดแรง G ที่เกิดขึ้นในขณะชะลอความเร็ว ทำให้การรับน้ำหนักถูกผ่องถ่ายไปที่ล้อหน้า เป็นการเพิ่มสัมผัสของหน้ายางกับผิวถนน ช่วยให้ล้อหน้ายึดเกาะกับถนนได้ดียิ่งขึ้น รถจะตอบสนองต่อการเลี้ยวได้ดีขึ้นขณะขับเข้าโค้ง

เมื่อรักษาองศาของพวงมาลัยขณะอยู่ในโค้ง GVC Plus หรือ G-Vectoring Control จะทำการคืนแรงบิดของเครื่องยนต์ทันที ทำให้เกิดการถ่ายเทน้ำหนักที่ถูกต้อง ช่วยทำให้รถมีความมั่นคง ระดับของการควบคุมนั้นมีความสลับซับซ้อนอย่างมาก ระยะเวลาในการตอบสนองต่อการบังคับพวงมาลัยของผู้ขับนั้นสั้นเกินกว่าที่สายตาของมนุษย์จะสามารถสังเกตได้ ทำให้แรงจีที่เกิดขึ้นจากการชะลอความเร็วอยู่ที่ประมาณ 0.01G หรือต่ำกว่านั้น คุณลักษณะอีกอย่างหนึ่งของ G-Vectoring Control คือการเพิ่มเติมความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติขณะขับเข้าสู่ทางโค้ง โดยจะทำงานเชื่อมต่อกับระบบควบคุมการทรงตัว ตอบสนองการควบคุมแรงบิดของล้ออย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำมากกว่าการควบคุมโดยปราศจาก G-Vectoring Control ลดอาการโคลงตัวในโค้งได้ดีขึ้น ช่วยทำให้ผมควบเจ้า CX-5 ไหลผ่านโค้งวกไปวนมารอบหุบเขาได้อย่างง่ายดาย 

ขากลับเมื่อขับในช่วงพลบค่ำบนเส้นทางที่ปราศจากแสงไฟส่องถนน ผมเปิดระบบไฟอัตโนมัติของ CX-5 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและกำลังในการส่องสว่าง ไฟหน้าแบบ LED ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติที่ฉลาดใช้ได้ เร็วและมีกำลังในการส่องสว่างเพียงพอต่อการสังเกตการณ์ระยะไกล ทำให้มองเห็นอะไรก็ตามที่อยู่บนถนนหรือข้างทาง เช่น หมา รถบรรทุกจอดอยู่ไหล่ทาง มอเตอร์ไซค์ชาวบ้านที่ไม่มีทั้งไฟหน้าและไฟท้าย สภาพของหัวโค้งที่มืด ทำให้การขับกลางคืนในที่ปราศจากแสงไฟมีความปลอดภัยจากการมองเห็นที่ค่อนข้างครอบคลุม ไฟอัตโนมัติของ Mazda CX-5 ทำงานเร็วและฉลาดพอที่จะยกไฟสูงแม้จะมีรถแล่นสวนมา มันใช้การเบี่ยงเบนลำแสงและลดไฟในตำแหน่งที่มีรถร่วมทางแล่นอยู่ บางทีก็สาดไปที่ไหล่ทางทำให้เห็นได้อย่างชัดเจน ไฟหน้าเกือบจะทำงานได้เท่ากับ Multibeam LED แต่ไม่เร็วและไม่สว่างเท่า รวมถึงการเปลี่ยนทิศทางหรือองศาของการส่องสว่างยังเป็นรอง Multibema LED จากระดับของราคาอุปกรณ์ในระบบนี้ที่มีราคาถูกกว่าเยอะ ถ้าขับอยู่แต่ในกรุงเทพฯ หรือออกทางไกลตอนกลางคืนบนไฮเวย์ที่เต็มไปด้วยไฟส่องสว่าง คุณก็จะไม่รู้ว่าไฟหน้าอัตโนมัติของ CX-5 นั้นดียังไง เป็นอีกจุดที่ทำออกมาได้ดี ช่วยให้การขับบนถนนที่ไม่มีแสงไฟปลอดภัยมากขึ้น ไฟแม้จะไม่สว่างและไกลเท่ากับระบบไฟยุคใหม่ในรถยุโรปราคาแพง แต่ก็ดีกว่ารถญี่ปุ่นเกือบทุกยี่ห้อที่มีราคาเท่ากัน มันทำได้เกือบเท่ากับ Adaptive LED ของ Lexus เลยทีเดียว 

จุดเด่นจุดด้อยของ Mazda CX-5 รุ่น 2.5 Turbo SP 
หากคุณชอบความสวยงามและสมรรถนะ CX-5 รุ่นท็อปสุดที่จัดเต็มอุปกรณ์และสภาพการขับเคลื่อนรวมถึงพลังงานที่ส่งถ่ายมาจากเครื่องยนต์ดูจะมีความน่าใช้มากที่สุดหากคุณไม่สนใจเรื่องของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง มันคือการอัปเกรดพลังของ CX-5 เจน 2 ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น แม้จะมีราคาค่าตัวสูงขึ้นมากแต่ขับสนุกใช้ได้โดยเฉพาะการเร่งความเร็วและความเสถียรเมื่อเข้าโค้ง เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร เทอร์โบ มีแรงบิด 420 นิวตัน-เมตร เหลือเฟือสำหรับไฮเวย์ทุกเส้นในประเทศไทย เกียร์ดีใช้ได้แต่อยากได้เกียร์  8 สปีดที่ช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อวิ่งทางไกลด้วยความเร็วคงที่ในเกียร์สุดท้ายมากกว่าเกียร์ 6 สปีดที่ใช้มานานแล้ว พวงมาลัยไฟฟ้าแม่นยำแน่นอน ช่วงล่างของมันคือเลือดที่เข้มข้นของรถยนต์ภายใต้แบรนด์ Mazda ปรับมานิ่มและหนึบใช้ได้ จูนมาให้สำหรับนักขับทั้งชายและหญิงที่ชอบขับรถเร็ว เก็บเสียงได้ดีมาก ที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ยังเงียบ มีแค่เสียงยาง Toyo ในล้อขอบ 19 ดังเบาๆกับเสียงลมปะทะกับตัวถัง เมื่อขับเร็วขึ้นไปจนถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมันก็ยังเงียบอยู่ดีถ้าวิ่งบนทางลาดยาง ส่วนทางปูน เสียงยาง Toyo ก็ไม่ได้ดังมากมายอะไรจนทำให้รำคาญ

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงบนเส้นทางแบบผสมมีทั้งทางราบและทางขึ้นลงเนินเขา เจ้า CX-5 2.5 Turbo ทำได้เฉลี่ย 8.5 กิโลเมตรต่อลิตร กลายเป็นจุดด้อยที่ทำได้ไม่ดีเท่ากับรุ่นเบนซิน 2.0 ลิตร หรือ ดีเซล XDL รวมถึงราคาค่าตัวของรุ่น 2.5 Turbo SP ที่ค่อนข้างรุนแรงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน! แลกเปลี่ยนกับอัตราเร่ง และการยิงยาวข้ามจังหวัดด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง เป็น CX-5 ที่เต็มไปด้วยพลังงานของแรงฉุดลาก เร่งแซงทีเดียวขาด แค่กะระยะให้ดีๆ แล้วกดให้มิดตอนแซงก็ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะแซงพ้นหรือไม่พ้น เครื่องยนต์ตอบสนองดี มีรอบเดินเบาที่เงียบใช้ได้ กดเป็นพุ่งและมีแรงดึงที่พวงมาลัยคอยบอกคุณว่าแรงบิดนั้นแลกมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้น คุณต้องเลือกเอาเองว่าชอบแบบไหน จะขับแบบเรื่อยๆ หรือขับเร็วต่อเนื่อง CX-5 ก็มีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 3 รุ่น รวมถึงยังมีรุ่นพี่ 7 ที่นั่งอย่าง CX-8 ยืนดูอยู่ห่างๆ อีกต่างหาก ทำให้เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียวละครับ.    


MAZDA CX-5 2.5TURBO SP AWD
เครื่องยนต์ Skyactive-G เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ
วาว์ล 4 วาว์ลต่อสูบพร้อมระบบวาว์ลแปรผันคู่ Dual S-VT
ระบบอัดอากาศ เทอร์โบแบบ Dynamic Pressure
ระบบไอเสีย 4-3-1
ปริมาตรความจุ 2,488 ซีซี.
อัตราส่วนกำลังอัด 10.5:1
ความกว้างกระบอกสูบ 89.0 มิลลิเมตร
ช่วงชัก 100.0 มิลลิเมตร
กำลังสูงสุด 170 กิโลวัตต์ 231 แรงม้า ที่ 5,000 ต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 2,000 ต่อนาที
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง อีเล็กทรอนิกส์ ไดเรคอินเจคชั่น
ความจุถังเชื้อเพลิง 58 ลิตร
เชื้อเพลิง น้ำมันเบนซิน E10 -95
มาตรฐานมลพิษ EURO-4
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 12 กิโลเมตรต่อลิตร
ระบบคันเร่ง คันเร่งไฟฟ้า drive by wire
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ Skyactiv-Drive 6 สปีด


เทคโนโลยี
Automatic transmission drive selection (petrol only) 
Automatic transmission sport switch 
Cylinder Deactivation (CDA) 
Electric Parking Brake with Auto Hold
Electric power assist steering 
Hill Launch Assist (HLA) 
i-ACTIV AWD 
i-stop 
SKYACTIV-BODY 
SKYACTIV-CHASSIS
SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) 
Variable Geometry Turbo charger (VGT)

ระบบเบรก ช่วงล่าง ล้อยาง
Brake diameter 
เส้นผ่าศูนย์กลางจานเบรกหน้า 320 มิลลิเมตร
เส้นผ่าศูนย์กลางจานเบรกหลัง 303 มิลลิเมตร 
ระบบรองรับ
ด้านหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคล
ด้านหลัง มัลติลิ้งค์
ขนาดยาง 225/55 R19 
ขนาดล้อ 19 นิ้ว x 7.0 J

Dimensions 
ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้อง 193 มิลลิเมตร
ความยาว 4,550 มิลลิเมตร
ความกว้าง 1,840 มิลลิเมตร
ความสูง 1,680 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อหน้า 1,595 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อหลัง 1,595 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ  2,700 มิลลิเมตร

อุปกรณ์มาตรฐาน
เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 Skyactiv-TURBO 231 แรงม้า 420 นิวตันเมตร
เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Skyactiv-DRIVE
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD
ระบบ i-STOP
พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPAS
ระบบเบรก คู่หน้า ดิสก์เบรก / คู่หลัง ดิสก์เบรก
ล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 225/55 R19
ยางอะไหล่
หลังคา Sunroof เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า
ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED
ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
ระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ อัตโนมัติ
ไฟ Daytime Running Lights แบบ LED Signature
ไฟตัดหมอกคู่หน้า แบบ LED
ไฟท้าย แบบ LED Signature
ไฟส่องป้ายทะเบียนแบบ LED
ระบบปัดน้ำฝน แบบอัตโนมัติ Rain Sensor
กระจกมองข้างปรับ และ พับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
วัสดุตกแต่งเสา B-Pillar ด้านนอก สีดำ Piano
สปอยเลอร์หลัง
เสาอากาศแบบครีบฉลาม Shark Fin
ท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต พร้อมปลายท่อโครเมียม
ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า Power Tailgate

อุปกรณ์ภายใน
ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ
เพดานหลังคาสีดำ Black
ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED
ไฟส่องสว่าง Downlight บริเวณคอนโซลกลาง
ไฟส่องสว่างที่วางเท้า ด้านหน้า – ด้านหลัง
พวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก)
หัวเกียร์หุ้มด้วยหนัง ตกแต่งด้วยสีเงิน Satin Chrome
วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร Real Wood
วัสดุตกแต่งสวิตซ์กระจกหน้าต่าง สีเงิน Satin Chrome
วัสดุตกแต่งพนักวางแขนบนแผงประตู หนังน้ำตาลแดง Deep Red เดินตะเข็บด้ายสีน้ำตาล
วัสดุตกแต่งกล่องเก็บของคอนโซลกลาง หนังน้ำตาลแดง Deep Red เดินตะเข็บด้ายสีน้ำตาล
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี บนกระจกหน้า Active Head-up Display
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนมาตรวัดแบบสี MID
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry
ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
กระจกมองหลังแบบไร้กรอบ Frameless ปรับลดแสงอัตโนมัติ
กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ขึ้น-ลงอัตโนมัติ 4 บาน
ระบบป้องกันการหนีบ Protection JAM หน้าต่าง 4 บาน
แผงบังแดดคู่หน้า พร้อมกระจก และ ไฟส่องสว่าง
ช่องชาร์จไฟ 12V 3 ตำแหน่ง
ช่องชาร์จไฟ USB 2.1 A 2 ตำแหน่ง ที่พนักวางแขนด้านหลัง
แผงกั้นสัมภาระด้านท้าย


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Mazda CX-5 2.5 TurboMAZDA CX-5CX-5 2.5 TURBOอาคม รวมสุวรรณมาสด้าซีเอ็กซ์ 5

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้