Audi TT คือรุ่นที่ขายดีที่สุดของบริษัท Meister Technik ผู้ได้รับการแต่งตั้งจาก Audi AG ประเทศเยอรมนี ในการนำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทย แต่ก็ยังมีรถ Audi ในโชว์รูมของ Audi Thailand ที่ขับได้ดีเกือบจะทุกรุ่นและรอให้คนที่อยากเปลี่ยนรสชาติการขับได้ไปลองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพยานยนต์จากแบรนด์สี่ห่วง TT รุ่นปรับโฉมถูกเปิดตัวในไทยเมื่อช่วงปลายปี 2019 โดยมีราคา 3,299,000 บาท และมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษดาวน์ 25% ดอกเบี้ย 0% นาน 84 เดือน ดาวน์ 880,000 บาท ผ่อนเดือนละ 28,800 บาท นาน 84 เดือน ดาวน์ 30% ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน ดาวน์ 989,700 บาท ผ่อนเดือนละ 38,490 บาท นาน 60 เดือน ในช่วงงานมอเตอร์เอ็กซ์โป มีคนให้ความสนใจและสั่งจองอย่างล้นหลาม เป็นเสียงตอบรับที่เกิดจากสมรรถนะของรถ รวมถึงราคาที่พอจะจับต้องได้ รถ TT รุ่น 45TFSi Quattro S Line ยังเป็นรถสปอร์ตคูเป้เยอรมันที่มีราคาถูกกว่ารถคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz C200 Coupe AMG Dynamic (3,450,000 บาท) BMW Series-4 420d Coupe (3,799,000 บาท) หรือแม้แต่เจ้าตัวเล็กหมัดหนักอย่าง MINI Cooper JCW (3,418,000 บาท) ก็ยังมีราคาแพงกว่าสปอร์ตหนูน้อยเจ้าของตราสัญลักษณ์สี่ห่วงอยู่พอสมควรเลยทีเดียว 

...

มาตรการลดน้ำหนัก เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างชื่อและเป็นความเชี่ยวชาญของค่าย Audi รถสปอร์ต New TT นำหลักการใช้วัสดุต่างชนิดกันมาต่อยอดอย่างเป็นระบบ ตามแนวคิดที่ว่า วัสดุที่เหมาะสมถูกนำมาใช้ในปริมาณที่ถูกต้องในจุดที่เหมาะสมเพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด โครงสร้าง ASF (Audi Space Frame) มีการเชื่อมต่อผสานอะลูมิเนียมยึดเข้ากับเหล็กกล้า สำหรับโครงสร้างของ New TT นั้น มีการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำหนักให้ไปอยู่เหนือเพลามากขึ้น ฟอร์แพลน ใช้แผ่นเหล็กกล้าขึ้นรูปหนัก 17% ของน้ำหนักตัวรถ กาบประตูด้านข้างและโครงหลังคาทำจากอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปที่เชื่อมเข้ากับโครงสร้างรถผ่านข้อต่ออะลูมิเนียมรวมทั้งฝากระโปรงหน้ารถ ประตู และฝากระโปรงหลังก็ทำจากวัสดุโลหะเบาเช่นกัน

...

...

...

สัดส่วนของหลังคาที่ลาดเทไปยังส่วนท้ายในทรงของรถ Coupe สมัยใหม่ ในขณะที่ตัวรถให้ความรู้สึกพร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้า ความยาวของ Audi New TT อยู่ที่ 4,177 มิลลิเมตร ใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ฐานล้อมีขนาด 2,505 มิลลิเมตร ยาวขึ้นกว่าเดิม 37 มิลลิเมตร ทำให้ระยะของรถในส่วนที่ยื่นออกไปเกินล้อ (Overhang) หน้า-หลัง สั้นลง ตัวรถมีความกว้าง 1,832 มิลลิเมตร และมีสัดส่วนของความสูงเท่ากับรุ่นก่อนหน้าที่ 1,353 มิลลิเมตร น้ำหนักรถทั้งคัน (รุ่น 45 TFSI Quattro) 1,335 กิโลกรัม รถคันทดสอบใส่ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ยาง Continental รุ่น Contisportcontact 5 ไซส์ 225/50R17 W เท่ากันทุกล้อเนื่องจากใช้ระบบขับเคลื่อนทุกล้อ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยัดล้อและยางแบบหน้าเล็กหลังใหญ่เหมือนรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง


ห้องโดยสารของสปอร์ตคาร์ยุคใหม่จากค่าย Audi ต้องไม่สร้างความจำเจและช่วยสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ตลอดเวลาที่ขับขี่ แบรนด์ Audi ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมนีคือค่ายรถเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยี Virtual Cockpit มาใช้งานในรถสปอร์ตรุ่น TT ช่วยให้ห้องโดยสารยุคใหม่มีปุ่มควบคุมที่ลดลงช่วยลดภารกรรมของคนขับในการปรับตั้งค่าต่างๆ ระบบรับคำสั่งแบบ Voice Command รับคำสั่งด้วยเสียงแบบง่ายๆ Virtual Cockpit จาก Audi พัฒนาโดย Andre Ebner โดยย่อหน่วยความจำในส่วนของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ควบคุมให้เล็กลงเพื่อใช้งานในรถยนต์รุ่นใหม่ การออกแบบภายในและจัดวางอุปกรณ์ที่เน้นความเท่ เคร่งขรึมด้วยโทนสีเทาดำตัดกับวัสดุอัลลอยสีเงิน คอนโซลแดชบอร์ดเดินเส้นสายโปร่งเบาพลิ้วไหว ช่วยสื่อความเป็นรถสปอร์ตของ New TT ได้เป็นอย่างดี

งานดีไซน์ภายในห้องโดยสารใช้เส้นแนวนอนผสมกับวัสดุชั้นดีที่มีพื้นผิวหลากหลายห้องโดยสายส่วนหน้าเน้นความกว้างขวางเช่นเดียวกับการออกแบบภายนอก ส่วนของคอนโซลกลางที่เชื่อมโยงงานใช้งานอุปกรณ์โดยกำหนดให้ตำแหน่งคนขับเป็นจุดศูนย์กลางของการใช้งานอุปกรณ์ภายใน การออกแบบตำแหน่งของท่านั่งขับที่ดีช่วยรับน้ำหนักขาขณะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เบาะโดยสารแบบใหม่หุ้มด้วยหนัง Alcantara ห้องโดยสารของ New TT มีลักษณะเล็กกะทัดรัด ให้มุมมองลื่นไหลพลิ้วไหวต่อเนื่อง แผงหน้าปัดมาตรวัดใช้จินตนาการออกแบบให้มีรูปทรงที่มองดูคล้ายปีกของเครื่องบิน ขณะที่ช่องแอร์ทรงกลมซึ่งเป็นเอกลักษณ์คลาสสิกของรถสปอร์ตก็ยังถูกนำมาใช้ต่อในห้องโดยสารของ TT เวอร์ชั่นล่าสุด

จอแสดงภาพมัลติมีเดีย อินเตอร์เฟส (MMI Screen) เป็นจอภาพเดี่ยวที่ให้ความคมชัดสูงแม้จะขับท่ามกลางแสงแดดจัดจ้า งานออกแบบที่ล้ำสมัยผสมผสานกันจนออกมาเป็นจอแสดงผลดิจิตอล ผลการตั้งค่าต่างๆ จะแสดงบนจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้วหน้าปัดมาตรวัดแบบ Virtual Cockpit ของ New TT ถูกควบรวมอยู่ในจอภาพเดียวเพื่อลดภารกรรมในการมองของคนขับ มีลักษณะเหมือนกับแผงมาตรวัดในรถต้นแบบหรือรถอนาคตเพื่อสร้างบรรยากาศที่มีความทันสมัยน่าใช้งาน เป็นการผสมผสานหน้าปัดมาตรวัดที่แสดงผลความเร็ว รอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิน้ำในหม้อน้ำ ผนวกรวมเข้าไว้กับระบบ Infotainment เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์หรือมัลติมีเดีย โดยทำการแสดงผลผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 12.3 นิ้วที่อยู่ตรงหน้าผู้ขับ

แนวคิดการใช้งาน Audi New TT ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับลักษณะความเป็นรถสปอร์ต ทุกองค์ประกอบของอุปกรณ์ภายใน โดยเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานมีให้เลือก 2 ส่วน คือปุ่มควบคุมและเลือกเปิดใช้งานได้เกือบทุกฟังก์ชั่นจากพวงมาลัย โดยที่ไม่ต้องละสายตาจากถนน หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว มีความละเอียดสูงที่ 1,440 x 540 pixels ให้ภาพคมชัด ตรงขอบล่างของจอแสดงผลแบบดิจิตอล Audi virtual cockpit จะมีแถบแสดงผลถาวรสำหรับอุณหภูมิภายนอก เวลาและระยะทางนับ คำเตือนหรือสัญลักษณ์ข้อมูลต่างๆ ก็อาจปรากฏขึ้นด้วยยูนิตการควบคุม ส่วนที่สองคือระบบ MMI ที่ได้รับการพัฒนาใหม่และจัดวางไว้ตรงคอนโซลช่องกลางโดยจะมีท็อกเกิ้ลสวิตช์ 2 ตัวเพื่อเปิดระบบโทรศัพท์ วิทยุ และแถบเมนูมัลติมีเดียต่างๆ ในขณะที่ปุ่มกดสวิตช์กลางจะมีปุ่มด้านข้าง 2 อันเพื่อเข้าสู่เมนูหลักและย้อนหลัง ผู้ขับสามารถเข้าใช้งานโดยแตะแผ่นสัมผัส (touch pad) บนปุ่มกดสวิตช์ โครงสร้างของเมนู MMI คล้ายคลึงกับสมาร์ทโฟน สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นสำคัญทั้งหมดได้โดยตรง New TT ยังมีจอแสดงผลแบบดิจิตอล Audi virtual cockpit ที่แสดงข้อมูลการขับขี่และระบบเครื่องมือต่างๆ เป็นกลุ่มและยังสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยกราฟิกที่ชัดเจน ผู้ขับสามารถเลือกรูปแบบการแสดงข้อมูลได้ 2 แบบ คือ Classic ซึ่งจะดึงหน้าปัดแสดงความเร็ว (Speedometer) กับหน้าปัดวัดรอบ (Rev counter) หรือ Infotainment (ข้อมูล & บันเทิง)

มาตรวัดความเร็วและวัดรอบปรับได้ทั้งเล็กและใหญ่ การแสดงภาพที่คมชัดของจอภาพ TFT LCD คุณสามารถนำระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่มีความละเอียดสูงมาใส่ไว้ตรงกลางมาตรวัดทั้งสอง เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบเส้นทาง หรือหากไม่ชอบก็สามารถเลื่อนเปลี่ยนได้ การปรับตั้งขนาดของมาตรวัดในจอภาพให้เป็นไปตามที่ต้องการ หรือแสดงผลจอภาพทั้งหมดด้วยระบบนำทางและกำหนดพิกัดผ่านดาวเทียม จอภาพทันสมัยขนาด 12.3 นิ้ว ในหน้าปัดมาตรวัดแบบใหม่ของ TT ยังมีลูกเล่นอื่นๆ อีกเพียบ การใช้งานท่ามกลางเทคโนโลยีที่แปรเปลี่ยน ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต้องคิดค้นหาวิธีผูกมัดใจคนซื้อให้อยู่หมัดด้วยของเล่นแปลกๆ ที่ทันสมัย มาตรวัดแบบ TFT หรือ thin film transistor ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในรถระดับสูง เช่น Lamborghini / Mercedes Benz / BMW / Ferrari รวมถึง Honda และ Volvo ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็พยายามสร้างสรรค์งานศิลปะที่น่าใช้งานโดยนำมาประดับประดาในรถรุ่นใหม่ด้วยการทำงานราวกับนักมายากล Virtual Cockpit ของ New TT ยังสามารถแสดงค่าต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงการโชว์ระบบ Infotainment ด้วยความคมชัดสูงสุด หน้าปัดและแดชบอร์ดต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลพลังสูงอย่างแท้จริง

ฟังก์ชั่นอื่นๆ ใน Virtual Cockpit ของ New TT ประกอบด้วยการกดคำสั่งสั่งงานผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ปุ่มควบคุมถูกย้ายมาอยู่ในตำแหน่งที่ช่วยทำให้การควบคุมขับขี่รถในปัจจุบันมีความปลอดภัย นอกจากปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยแล้ว New TT ยังใช้แป้นระบบสัมผัสที่กลายเป็นของจำเป็นในรถอย่าง BMW iDRIVE และ Mercedes Benz comand control แป้นควบคุม MMI ใน Audi TT วางอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับคันเกียร์เพื่อความสะดวกสบายของคนขับ สวิตช์ควบคุมแบบหมุนคล้าย iDRIVE ของ BMW ทั้งการเข้าสู่เมนูต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว หรือใช้ในการหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อขยายจอภาพที่กำลังแสดงผลของระบบนำทาง วิศวกรของ Audi ออกแบบสวิตช์ควบคุมให้หมุนใช้งานได้ง่าย ลดฟังก์ชั่นที่ไม่จำเป็นให้น้อยลง ผู้ขับสามารถกดเลือกหรือสั่งคำสั่งด้วยความรวดเร็วมากกว่าสวิตช์ควบคุมของ TT ในรุ่นที่ผ่านมา

Audi New TT ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ครบ เช่น ระบบวิทยุ MMI ของ Audi และเบรกมือไฟฟ้า (Electromechnical Parking Brake) พร้อมระบบปลดเบรกมือแบบอัตโนมัติ กุญแจรีโมต, ระบบช่วยปรับไฟสูง (high-beam assist), ระบบข้อมูล-ความบันเทิง USB / AUX การใช้งานสื่อสารไร้สายบลูทูธอินเตอร์เฟส (Bluetooth Interface) และระบบสั่งงานด้วยเสียง วิทยุเครื่องเล่น CD เล่นไฟล์ MP, AAC และ WMA พร้อมช่องจอแสดงผล Audi virtual cockpit ชุดเครื่องเสียงระดับเทพ ประกอบด้วยเครื่องขยายเสียง 155 วัตต์ และลำโพง 9 ตัว ระบบช่วยเหลือต่างๆ จะช่วยให้การขับ TT มีความสะดวกสบาย เพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลอย่างแท้จริง เป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการยนตรกรรมจาก Audi ที่จะไม่หยุดนิ่งอยู่แค่นี้อย่างแน่นอน

Cockpit ที่เรียบง่ายแต่ทันสมัยของ TT มีดีไซน์ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงกับคนขับเกือบทั้งหมด พวงมาลัยสามก้านแบบฐานตัดทรงรถแข่งที่มีก้านวงสามก้านอย่างเท่ทำจากอัลลอย หนังแท้และพลาสติกเกรดสูง คอนโซลโฟมฉีดขึ้นรูปหุ้มด้วยวัสดุพวกหนังสังเคราะห์ ภายในกรุด้วยแผ่นป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอก ช่องแอร์ทรงกลมสามช่องที่เรียบง่ายแต่ดูดีด้วยพลาสติกและงานกรุขอบสีเงิน ดีไซน์ของ Virtual Cockpit ใน TT เป็นงานออกแบบที่ชาญฉลาด ช่วยลดปัญหาในเรื่องความสับสนของปุ่มและสวิตช์ต่างๆ การนำเอาคุณลักษณะของ Cockpit อากาศยานมาปรับใช้บริเวณกึ่งกลางแดชบอร์ดที่ทำให้มองคล้ายกับปีกของเครื่องบิน พวงมาลัยมีการออกแบบที่สอดคล้องไปกับหน้าปัดมาตรวัด ช่วยทำให้ทัศนวิสัยโปร่งโล่ง วิศวกรของ Audi พัฒนาถุงลมนิรภัยให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 40% ทำให้แป้นทรงกลมตรงกลางวงพวงมาลัยที่ใช้บรรจุถุงแอร์แบ็กมีขนาดเล็กและสมส่วนมากยิ่งขึ้น แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังวงพวงมาลัย Paddle Shift ให้สัมผัสในการใช้งานที่เน้นความแน่นและมั่นคง รวมถึงยังมีระยะของการกดกระชับมากขึ้นอีกด้วย

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแบบ deluxe ที่มีแผงควบคุมวางตัวในแนวนอนนั้นถูกติดตั้งใต้ช่องแอร์ตรงกลางพร้อมระบบควบคุมการขับขี่ Audi Drive Select และระบบฟังก์ชั่นช่วยเหลือต่างๆ เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตของ Audi TT ใช้พนักพิงศีรษะแบบรวม (integrated head restraints) และอยู่ในตำแหน่งค่อนต่ำลงกว่ารถรุ่นก่อน น้ำหนักของเบาะเบาลงมากกว่าของรถ TT รุ่นก่อนถึง 5 กิโลกรัม พวงมาลัยพร้อมสวิตช์ควบคุมแบบใหม่ที่มาพร้อมระบบปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ เดินเส้นขอบตัดและหุ้มหนังแบบสปอร์ต 3 ก้าน มีการใช้งานโลหะพวกอะลูมิเนียมมาประดับประดาเพื่อยกระดับของความหรูหราน่าใช้งาน แม้ว่ารถ Audi New TT จะมีเบาะนั่งแบบ 2+2 ที่นั่งซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันและมีช่องเก็บสัมภาระด้านหลังที่กว้างถึง 305 ลิตร มากกว่ารุ่นก่อนถึง 13 ลิตร แต่เบาะหลังมีพื้นที่คับแคบไม่เหมาะกับการนั่งยาวๆ สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระสามารถเพิ่มพื้นที่ได้หากพับเบาะนั่งด้านหลังราบลงกับพื้น เบาะผู้โดยสารตอนหลังที่เล็กและคับแคบเหมาะกับเด็กเล็กมากกว่าผู้ใหญ่หรือเอาไว้วางของจะดีกว่านั่งโดยสารกันไกลๆ

Audi TT รุ่น 45TFSI Quattro มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 230 แรงม้าที่ 4,500-6,200 รอบต่อนาที ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงยิงตรง TFSi ไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบวาล์วแปรผัน AVS (AUDI Valve lift System) ปรับองศาของวาล์วไอเสีย เครื่องยนต์อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ให้แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,600-4,300 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อน ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 6 สปีด พร้อมกลไกคลัตช์คู่ ระบบเกียร์แบบคลัตช์คู่หรือใช้คลัตช์ 2 ชุดช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ออโต้ 6 สปีดมีความว่องไวและไหลลื่น สามารถปรับโหมดการควบคุมจากระบบออโต้ไปเป็นแบบเกียร์ธรรมดาได้ด้วยการผลักคันเกียร์ไปทางซ้ายแล้วชิฟเกียร์ด้วยตำแหน่ง +/- หรือชิฟผ่านแป้น Paddle Shift ที่หลังวงพวงมาลัย สมรรถนะของเครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบกับเกียร์ 6 สปีดและระบบขับเคลื่อนทุกล้อทำให้ Audi TT 45TFSI มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.3 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro
รถสปอร์ต Audi New TT ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ช่วยเสริมเสถียรภาพและกระจายแรงบิด ระบบขับเคลื่อนทุกล้อจาก Audi ฝากผลงานไว้มากมายในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น การปรับปรุงชุดขับ 4 ล้ออย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะระบบคลัตช์แบบหลายแผ่นที่ควบคุมด้วยไฮดรอลิกไฟฟ้า ติดตั้งบนเพลาท้าย ช่วยลดน้ำหนักลงราว 1.5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน นอกจากนี้ การกระจายแรงบิดระหว่างเพลาล้อคู่หน้าและคู่หลังนั้นก็ถูกควบคุมโดยระบบไฟฟ้าที่รวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที อัจฉริยภาพของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro คือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาจัดการกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หน้าและคู่หลังอย่างแม่นยำและเหมาะสม

เซนเซอร์ของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ในการควบคุมการทำงาน จะทำหน้าที่ตรวจสอบถึงสภาพแวดล้อม สถานะของรถขณะขับขี่ ความต้องการของผู้ขับผ่านการเชื่อมโยงกับโหมดของการขับเคลื่อน ซึ่งระบบควบคุมจะมีการคำนวณเพื่อการกระจายแรงบิดที่ดี การตอบสนองที่มีความรวดเร็ว ทำให้ผู้ขับสามารถแก้ไขควบคุมได้ในทุกสถานการณ์ เมื่อเชื่อมต่อระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro เข้ากับระบบควบคุมการขับขี่ Audi Drive Select จะทำให้ผู้ขี่สามารถปรับคุณสมบัติของการขับเคลื่อนแบบสี่ล้อตลอดเวลาให้เข้ากับความต้องการตามโหมดต่างๆ คือ "auto" รถจะกระจายแรงขับในระดับที่สมดุลลงตัว โหมด "dynamic" จะกระจายแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังก่อนและในปริมาณมากกว่า โหมด "efficiency" การกระจายแรงบิดจะถูกปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอัตราสิ้นเปลืองขึ้นไปอีกระดับด้วยการเทแรงบิดลงไปที่ล้อหน้ามากเป็นพิเศษ

ระบบรองรับน้ำหนักของ Audi TT สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมยานยนต์ของเยอรมัน ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson โครงสร้างชิ้นส่วนของจุดยึดโยงต่างๆ ทำจากอะลูมิเนียม เข้ามาช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung Weight) ทั้งนี้ ระบบกันสะเทือนหลังของ TT ยังเป็นแบบโฟล์ลิงก์ (4-Link) รองรับแรงกดแนวนอน (longitudinal force) และแรงบิดแนวขวาง (transverse force) อย่างเป็นอิสระแยกจากกัน สำหรับชุดบังคับเลี้ยวหรือแรคพวงมาลัย ใช้แบบแรคแอนพีเนียนพร้อมพาวเวอร์ไฟฟ้า ผนวกระบบแปรผันน้ำหนักพวงมาลัย Progressive steering แบบมาตรฐานที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองตามสภาพการขับขี่ ตัวแรคพวงมาลัยถูกออกแบบมาเพื่อการตอบสนองโดยตรงต่อระยะของการหมุน ทำให้การควบคุมเกิดความเฉียบคมแม่นยำ

ระบบควบคุมการขับขี่ที่ผู้ขับสามารถเลือกได้หรือที่รู้จักกันในนาม Audi Drive Select จะควบคุมลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์โดยจะมีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกระหว่างโหมด comfort, auto, dynamic, efficiency หรือ individual นอกจากนี้โหมดขับเคลื่อนยังมีอิทธิพลต่อโมดูลต่างๆ ได้แก่ เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ S tronic, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ทั้งนี้ ในโหมด efficiency นั้น ระบบ Audi Drive Select ก็จะควบคุมไปถึงระบบปรับอากาศและระบบ Auto Start-Stop เพื่อดับเครื่องยนต์ขณะจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและลดการปล่อยไอเสีย (Start-Stop System) Audi New TT 45 TFSI คันทดสอบ มาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 17" และยางรถขนาด 225/50 R17 W ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ESC (Electronic Stabilisation Control) สามารถปิดการทำงานบางส่วนหรือปิดยกเลิกการทำงานทั้งหมดได้ ช่วยเสริมการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ตแบบสุดขั้ว เมื่อขับเข้าโค้งพร้อมกับเปิดระบบควบคุมการทรงตัว ระบบควบคุมเสถียรภาพจะจัดการกับแรงบิดขณะเข้าโค้ง โดยถูกใช้งานในการผกผันแรงบิดให้สามารถกระจายจากล้อหน้าด้านโค้งในไปสู่ล้อหน้าด้านนอกโค้งเพื่อการยึดเกาะที่สมดุล ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ยังเฉลี่ยแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังทำให้รถสามารถขับเข้าโค้งในลักษณะต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงยังทำหน้าที่ควบคุมรถแบบไถลปัดท้าย (Drifting) อีกด้วย

TT มีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ดัดแปลงมาจากแชสซีของ TT รุ่นแรก วิศวกรของ Audi ได้เพิ่มบอดี้ส่วนที่เป็นอะลูมิเนียมและเหล็กเหนียวเกรดสูง เครื่องยนต์ถูกปรุงแต่งให้มีอัตราเร่งดี ปรับช่วงล่างและพวงมาลัยให้ตอบสนองได้คมขึ้น เหมือนกับเอารถรุ่นเดิมในเจนเนอเรชั่นที่สามมาทำให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้านซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมานั้นก็ถือว่าดีและพอได้ลองขับคุณก็จะรู้สึกชอบ มันเป็นรถ Coupe คันเล็กที่ยอดเยี่ยมทั้งการทำราคาและการขับ เมื่อขับเร็วก็ตอบสนองได้อย่างที่ควรจะเป็น จุดอ่อนในเจนเนอเรชั่นแรกด้านการยึดเกาะของส่วนท้ายถูกปรับแก้ในเจนเนอเรชั่นที่สอง พอมาถึง TT เจนสาม Audi ลงมือปรับปรุงไดนามิกของรถเพื่อความสมบูรณ์แบบในการใช้งาน เพิ่มคาร์แลคเตอร์ของส่วนหน้าด้วยกันชนใหม่ที่ทำให้หน้าตาของ TT โฉมล่าสุดมีความดุดันเพิ่มขึ้น งานตกแต่งภายในที่ดีอยู่แล้วจึงไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรให้มากเรื่อง หนัง Alcantara ที่ตัดเย็บอย่างประณีตบุเบาะนั่งและแผงประตู ตัวเบาะก็นั่งสบายปรับระดับด้วยไฟฟ้าได้อย่างหลากหลาย ตำแหน่งท่านั่งจัดวางมาดีมาก สวิตช์ ปุ่มต่างๆและมาตรวัดที่ควบรวมระบบ Infotainment ผ่านการทำงานของ MMI multimedia interface มันเป็นรถสปอร์ตที่ไม่มีจอภาพแสดงผลกลาง ทุกสิ่งทุกอย่างจึงถูกรวมเอาไว้บนหน้าปัดที่เหมือนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก เมื่อไม่มีจอมอนิเตอร์กลางทำให้คุณไม่ต้องละสายตาไปจากถนนข้างหน้าซึ่งถือเป็นเรื่องของความปลอดภัยที่ Audi คำนึงถึงลูกค้าเวลาใช้ความเร็ว

กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์สีเงิน เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ TFSi ติดขึ้นมาเบาๆ เมื่อปรับโหมดไปที่ Dynamic วาว์ลในท่อระบายไอเสียก็เปิดออกจนสุดและทำให้มันมีเสียงในรอบเดินเบาดังขึ้นมาแค่นิดเดียว ลองเบิ้ลเครื่องเล่นรอบเครื่องจะตวัดกวาดขึ้นอย่างไว เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบของ TT 45TFSi ถูกปรับให้มีการทำงานที่ว่องไวในรอบต่ำพร้อมการตอบสนองในโหมดสูงสุดที่ปรับมาสำหรับคนชอบขับเร็ว แรงบิด 370 นิวตันเมตร เหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่มีการขับแบบสลับเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าไปตามสภาพการจราจร Dynamic Mode ใช้ขับในเมืองคุณจะใช้เบรกมากกว่าปกติจนเริ่มรำคาญเพราะรถรอบตัวนั้นเหมือนจะขับช้ากันไปหมด พอโผล่ขึ้นมาแถวๆ ไฮเวย์ที่โล่งและมีพื้นที่ถนนด้านหน้ามากพอสำหรับการทำความเร็ว การใช้โหมดสูงสุดจะทำให้คุณไปได้ไวขึ้น กำลัง 230 แรงม้ามีให้ใช้ตั้งแต่ 1,600 รอบต่อนาที การลากรอบไปจนสุดที่ 6,000 รอบต่อนาที ทุกครั้งที่เกียร์เปลี่ยนขึ้นสูงคุณจะได้ยินเสียงดังพรึบที่ท่อท้าย

เสียงเครื่อง 2 ลิตรของ Audi มีความเป็นธรรมชาติ เร้าใจและไม่ได้ดังจนแสบแก้วหู มันเบากว่าการระเบิดพลังงานของ TTS ที่ผมเคยทดสอบเมื่อปีที่แล้ว เสียงระเบิดปุปุก็ยังค่อยกว่ามาก การออกตัวอย่างรวดเร็วจากจุดหยุดนิ่งมีอาการทอร์คสเตียร์หรืออาการดึงขืนที่พวงมาลัยไม่มากเท่ากับ MINI Cooper JCW เนื่องจากเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ มันเร่งได้เร็วและใช้เวลาจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแค่ 5.3 วินาที ถือว่าเร็วใช้ได้สำหรับรถสปอร์ตที่มีความจุแค่ 2 ลิตร เมื่อเปรียบเทียบกับ TT เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถ TT รุ่นใหม่นั้นเร่งและเข้าโค้งได้สมดุลมากกว่าเดิม ซึ่งก็เกิดขึ้นจากการปรับปรุงองคาพยพในส่วนของเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว 

อัตราเร่งที่รอบต่ำอยู่ในเกณฑ์พอดิบพอดีไม่ได้รุนแรงมากเหมือน TTS เหมาะสมกับสภาพถนนจากบางบัวทองไปสุพรรณบุรีเชื่อมต่อกับอำเภอเลาขวัญและหนองปรือในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ช่วงล่างแบบสปอร์ตของ TT รุ่นใหม่ เซ็ตค่าตายตัวมาจากโรงงานปรับระดับความแข็ง-อ่อนอะไรไม่ได้ทั้งนั้น แต่ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขับไปปรับไป เนื่องจากช่วงล่าง ล้อยาง และชุดบังคับเลี้ยวของมันถูกปรับจูนจนลงตัวอย่างที่สุดแล้ว ค่าการยืดยุบของสปริงและโช้คอัพถูกปรับตั้งจากช่างมือชั้นเซียนของ Audi Sport ผนวกกับแชสซีที่ลงตัวคล้ายกับ Porsche Cayman ทำให้การตอบสนองในการเร่ง เลี้ยว เบรก อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมสมราคาคุย 

เมื่อเข็มวัดรอบในมาตรวัดTFT กวาดผ่าน 3,000 รอบต่อนาที เครื่อง 2 ลิตรเทอร์โบจะส่งแรงบิดทะลักทะลวงที่กลายเป็นแรงดึงสนุกๆออกมา ทำให้เจ้า TT พุ่งลิ่วๆ ไปข้างหน้าพร้อมอัตราเร่งและเสียงคำรามที่หวานหู (แต่ไม่ได้ดังมาก) แรงม้าสูงสุดมาที่ 4,500 รอบ แต่คุณสามารถลากมันจนถึง 6,000 รอบหรือมากกว่านั้น รอบปลายๆกำลังออกมาแค่ไหลๆ ไม่กระชากจนสุดรอบเหมือน TTS ระบบห้ามล้อแสนจะธรรมดาของมันก็พอจะเอาอยู่ถ้ารู้จักการกะระยะเบรกให้ปลอดภัย แต่นักเลง TT ส่วนใหญ่ที่ชอบขับเร็วแล้วซื้อรุ่นธรรมดาก็มักจะเอาไปเปลี่ยนเป็นเบรกประสิทธิภาพสูงเพื่อความมั่นใจในการเบรก สำหรับเบรกจากโรงงานมันก็ดีในระดับหนึ่ง อย่างที่บอกว่าถ้าชอบขับเร็วก็ควรจะมีเบรกที่ดีสำหรับการหยุดฝูงม้า 230 ตัวอย่างรวดเร็ว บางคันถึงกับเปลี่ยนไปใช้คาร์ลิปเปอร์เบรกแบบ 6 พอตหน้า 4 พอตหลัง แต่แบบหน้า 4 หลัง 2 ก็เหลือจะอยู่ หรือถ้าขับปกติไม่ได้ซิ่งหรือมุดอะไรมากมาย เบรกเดิมๆ จากโรงงานก็เอาอยู่แม้คาร์ลิปเปอร์จะดูไม่ค่อยเข้ากับราคาของรถแต่ก็เป็นเบรกที่มีประสิทธิภาพใช้ได้ 

ระบบส่งกำลังยังใช้ของเดิมซึ่งเป็นเกียร์ออโต้ที่มีคลัตล์ 2 ชุด โดยมีการปรับอัตราทดมาอย่างลงตัว เกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 สปีด ตอบสนองเร็วในโหมด Dynamic มันจะคาเกียร์ 3-4 นานเป็นพิเศษแบบขับลากรอบเพื่อสร้างอัตราเร่งและมีการเตรียมความพร้อมในการทดขึ้นสู่เกียร์สูงอย่างว่องไว Paddle Shift ใช้งานได้จริงและเร็วจากการปรับแต่ง ECU ที่คอยควบคุมการทำงานของชุดเกียร์ซึ่งต้องพ่วงต่อกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ระยะเวลาของการเปลี่ยนเกียร์ในตำแหน่ง D แต่ละจังหวะไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก ให้ความรู้สึกที่ลื่นไหล เกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 สปีดทำงาน 3 ระดับคือ D ขับแบบปกติเกียร์เปลี่ยนไปตามรอบเครื่องอย่างเนียน ส่วนตำแหน่ง S เมื่อดึงคันเกียร์เข้าหาตัวมันจะปรับให้มีการลากเกียร์นานขึ้น และเมื่อผลักคันเกียร์ไปทางซ้ายระบบเกียร์อัตโนมัติของ TT จะเข้าสู่โหมด Manual ที่ใช้การเปลี่ยนเกียร์ผ่านแป้น Paddle  หรือใช้วิธีโยกคันเกียร์ในตำแหน่ง +/- มันสามารถชิฟเกียร์จาก 6 ลงไปที่เกียร์ 4 อย่างเร็วจนรอบเครื่องแทบจะทะลุขีดแดง! การตอบสนองของอัตราทดที่มีแค่ 6 เกียร์ บนเส้นทางภูเขาผสานไปกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะทำให้คุณเพลินแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เกียร์ทำงานเรียบเนียน ในโหมด Dynamic ยังฉลาดพอที่จะช่วยลดเกียร์ให้เมื่อใช้เบรกหนักๆ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสลับสับเปลี่ยนผกผันแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างของ Audi มีชื่อเรียกว่า Quattro เป็นการทำงานสลับไปมาระหว่างการขับเคลื่อนล้อหน้าและการขับเคลื่อน 4 ล้อแค่เสี้ยววินาที มีกลไกที่สามารถปลด Differentail กลางออกเพื่อส่งกำลังไปที่ล้อหน้า ใช้ชุดคลัตช์หนึ่งคู่ ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่สลับซับซ้อน เป้าหมายของมันก็คือการยึดเกาะที่มีประสิทธิภาพและการประหยัดเชื้อเพลิง กำลังที่ส่งไปทางล้อหลังจะถูกใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น ขับเร็วบนถนนที่คดเคี้ยว การเลี้ยวโค้ง การเร่งความเร็วแบบฉับพลันทันที หรือการขับบนผิวถนนที่เปียกลื่น ส่วนใหญ่ Quattro จะส่งกำลังไปที่ล้อคู่หน้า การลดความสูญเสียของพลังงานจากแรงเสียดทานและแรงต้านทำให้ Quattro ประหยัดเชื้อเพลิง ขณะที่ทำการส่งกำลังไปที่ล้อหน้า ชุดอุปกรณ์ Decoupling จะปล่อย Differentail ไม่ให้ทำงาน ป้องกันแรงเสียดทานหรือแรงต้านที่ทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ลิ่มล็อกถูกดันด้วยสปริง เพื่อให้คลัตช์จับตัวอีกครั้งและส่งกำลังไปที่ล้อหลังเมื่อระบบตรวจพบว่ากำลังเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง

Multi plate clutch ติดตั้งอยู่บริเวณปลายของชุดเกียร์ ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า คลัตช์ชุดหน้าจับตัวแล้วปล่อยเพลาขับเพื่อสลับไปมาระหว่าง 2WD และ 4WD กลไกในระบบขับสี่ Quattro สามารถเฉลี่ยแรงบิดแปรผันอัตราส่วนระหว่างล้อหน้าและล้อหลังในโหมด 4WD ระบบ Quattro ตอบสนองเร็วแค่ครึ่งวินาทีในการปรับเปลี่ยนจากขับสี่ไปเป็นขับสองหรือสลับกลับมาขับสี่อย่างรวดเร็วและเนียนจนคุณไม่รู้สึกเวลามันทำงาน มันใช้เซนเซอร์ที่มีเครือข่ายซับซ้อน ดึงข้อมูลมาประเมินทั้งตัวเลขความเร็ว องศาของพวงมาลัย การเอียงตัวของรถจากองศาของหน้ายาง ระบบจะตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรจะปล่อยแรงบิดไปที่ล้อหลัง สลับไปที่ล้อหน้าหรือเทแรงบิดลงไปที่ล้อทั้งสี่แบบพร้อมๆกัน ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง 0.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา และใช้เชื้อเพลิงน้อยลง 0.2 ลิตร เมื่อเทียบกับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า!! 

TT เป็นรถที่เก็บเสียงได้ดี มันมีห้องโดยสารที่ค่อนข้างเงียบและเปิดโอกาสให้คนขับได้ฟังเสียงเครื่องยนต์ที่รอบสูง ผมทดสอบบนถนนที่มีเนินเขาทอดตัวยาวเหยียดสูงต่ำสลับกับโค้งยาวๆที่สามารถทำความเร็วได้บ้าง บางช่วงมีทางตรงให้ลากจนความเร็วเกือบจะทะลุ มีโค้งให้ลองเข้าหลายรูปแบบ ทั้งโค้งแคบที่ต้องลงไปถึงเกียร์สองกับโค้งยาวๆที่ดึงได้ด้วยเกียร์สี่และเร่งออกโค้งด้วยความมาดมั่นของชุดขับสี่ Quattro พื้นถนนก็ยังมีหลายแบบทั้งทางปูนและทางลาดยางกับคอสะพานชันๆที่ต้องระวังให้ดี

TT 45TFSi Quattro ถูกปรับแต่งมาดีสอดรับกับการขับบนถนนของประเทศไทย ล้อลาย 5 ก้านขอบ 17 นิ้วกับยาง Continental conti sport contact ไซส์ 225/50R17 พอจะรูดคอสะพานและรอยต่อของถนนได้บ้าง แก้มยาง Series 50 ไม่เคยเป็นล้อที่ถูกใจนักเลงแต่ง Audi ซึ่งคุณอาจเห็นมันกองเต็มโชว์รูมในสำนักงานใหญ่ของ Audi Thailand จากลูกค้าที่ถอย TT คันใหม่แล้วถอดล้อเปลี่ยนไปใส่ล้อ 19-20 นิ้ว ล้อ 17 เดิมๆ จากโรงงาน กับยาง 225/50 แข็งแรงทนทาน แก้มยางยังเหมาะมากกับการขับทางไกลบนถนนที่ไม่เรียบและเต็มไปด้วยหลุมบ่อแบบนี้ โช้คอัพและสปริงแบบสปอร์ตที่แข็งกว่าปกติแต่ไม่แข็งเท่า TTS เพื่อทำให้สามารถหักเลี้ยว เบรกและเร่งได้อย่างเฉียบคม เมื่อล้อและช่วงล่างทำงานผสานไปกับพวงมาลัยไฟฟ้า คุณจะขับมันเร็วขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัว การหักเลี้ยวทำได้ไวตามสั่ง Dynamic Mode มีพวงมาลัยที่ขึงตรึง น้ำหนักที่ปรับเพิ่มหรือลดไปตามความเร็วทำให้สามารถควงเข้าโค้งได้เร็วกว่ารถขับสอง ซัดโหดจัดหนักบนทางตรงยาว พวงมาลัยจะหนักตึงไม้ตึงมือทำให้ไม่ต้องมานั่งแต่งทิศทางเมื่อใช้ความเร็ว เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่ไม่น้อยหน้า BMW M Servotronic หรือแม้แต่ Mercedes AMG Direct steer system บางอารมณ์ก็ออกจะดีกว่าด้วยซ้ำไป! 

คนที่รักการขับและชอบรถแรงอาจมองว่า TT รุ่นมาตรฐานไม่ได้โดดเด่นเท่ากับ TTS / AMG C43 หรือ BMW M2 แต่สไตล์เล็ก เบาและโหดรวมถึงความสนุกหลังพวงมาลัยในแบบฉบับบของ Audi นั้นใช้ได้กับ TT ทุกรุ่น รูปทรงและสมรรถนะทำให้มันเป็นรถสปอร์ตคันเล็กที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในยุคที่สมาร์ทโฟนหาซื้อได้ง่ายและมีราคาถูกลง การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกลายเป็นเรื่องที่ใช้งานได้จริงใน Audi TT ระบบ Virtual Cockpit ผสมผสานหน้าปัดที่แสดงได้ทั้งความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ระบบนำทาง ระบบให้ความบันเทิง โทรศัพท์ไร้สายและการเชื่อมต่อบลูธูทที่รวดเร็วไม่มีหลุดกลางทาง รวมถึงการปรับตั้งค่าต่างๆ ถูกออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน เป็นรถที่มีระบบขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์และเกียร์สมบูรณ์แบบ แชสซี ช่วงล่าง ชุดบังคับเลี้ยวผนวกเข้ากับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่งมอบประสิทธิภาพในการขับที่ดี (มาก) ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือออกทางไกล การยึดเกาะกับถนนคือหัวใจหลักของระบบขับสี่ Quattro รุ่น Coupe มีพื้นที่เก็บสัมภาระเพียงพอสำหรับคนสองคน เมื่อพับเบาะหลังก็จะได้พื้นที่ขนของมากขึ้น เบาะหลังเอาไว้ให้ชิวาวาหรือปอมเปอร์เรเนียนนั่งมากกว่าจะออกแบบมาให้คนที่มีรูปร่างปกตินั่งโดยสาร เมื่อดูจากตารางการผ่อนต่อเดือน TT รุ่นใหม่ก็กลายเป็นรถที่ทำให้ผมอยากได้ในช่วงปีใหม่ละครับ.


Audi TT Coupé Technical data
TT Coupé 45 TFSI quattro S line
แบบเครื่องยนต์ เครื่องยนต์เบนซินดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC)
4 สูบแถวเรียง พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) และ Turbocharge พร้อมระบบหล่อเย็นด้วยอากาศ
จำนวนวาล์ว 16 วาว์ล
ปริมาตรกระบอกสูบ 1,984 ซีซี
แรงม้าสูงสุด  169 กิโลวัตต์ 230 แรงม้า ที่ 4,500 - 6,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,600 - 4,300 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อ (quattro)
อัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม.  5.3 วินาที
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กม. / ชม.
ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Start/stop system) 
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยไฟฟ้า
เบรกหน้า ดิสก์เบรก
เบรกหลัง ดิสก์เบรก
พื้นที่เก็บสัมภาระ 305 ลิตร
ความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร
ล้อ 17 นิ้ว ขนาด 8J x 17 พร้อมยาง ขนาด 225/50 R17 

มิติตัวถัง
กว้าง 1,832 มิลลิเมตร 
ยาว 4,191 มิลลิเมตร 
สูง 1,353 มิลลิเตร
ความยาวฐานล้อ 2,505 มิลลิเมตร 
ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,572 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,552 มิลลิเมตร 
พื้นที่เก็บสัมภาระหลังกว้าง 832 มิลลิเมตร ยาว 1,000 มิลลิเมตร 
ระยะโอเวอร์แฮงค์หน้า 893 มิลลิเมตร
ระยโอเวอร์แฮงค์หลัง 793 มิลลิเมตร 



ระบบความปลอดภัย

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 
ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย 
ระบบเบรกมือไฟฟ้า 
ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) 
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction control system) 
ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with
stabilization function)
เซนเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด 
กล้องแสดงภาพด้านหลัง ขณะถอยจอด 
ชุดปฐมพยาบาล 


อุปกรณ์มาตรฐาน
ช่วงล่างแบบ Sports (Sports suspension) 
ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select) 
ชุดตกแต่งภายนอกแบบ S line o
ไฟหน้าแบบ LED 
ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED 
ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) 
กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ

อุปกรณ์มาตรฐาน
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า และปัดน้ำฝนอัตโนมัติ 
กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า และไล่ฝ้า 
ความสะดวกสบาย
เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต 
เบาะนั่งหุ้มหนัง สลับ Alcantara 
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า o
ระบบปรับดันหลังเบาะนั่ง 4 ทิศทาง สำหรับเบาะนั่งคู่หน้า 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ 
พวงมาลัยหนังมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน แบบสปอร์ตท้ายตัด
พร้อม Paddle shift
กุญแจแบบ Comfort key 
ระบบข้อมูลและความบันเทิง
จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 
ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch 
ระบบเครื่องเสียง Audi sound system 
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 
รองรับ MP3 
ช่องเชื่อมต่อ AUX-IN และ USB 
ไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร (Ambient lighting with light package)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358