ข่าว
100 year

ทดสอบทางไกลไปภูเรือกับ MG EXTENDER 2.0 4WD กระบะมังกรสอนมวย!

ไทยรัฐออนไลน์8 พ.ย. 2562 10:00 น.
SHARE

MG Extender วางตัวเองอยู่ในกลุ่มรถกระบะของประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดรถปิกอัพขนาดใหญ่ที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ราคาค่าตัวของ MG Extender รุ่นท็อปสุดอยู่ที่ 1,029,000 บาท แพงไปนิดสำหรับปิกอัพน้องใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นการทำตลาด Extender DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT เป็นรถทดสอบที่ค่าย MG จัดมาให้สำหรับสื่อมวลชนเพื่อการทดลองประสิทธิภาพในการวิ่งทางไกล จากโชว์รูม MG ในจังหวัดขอนแก่นมุ่งหน้าขึ้นเขาไปยังอำเภอภูเรือ ท่ามกลางสภาพของเส้นทางที่อุดมไปด้วยโค้งขึ้นลงเขาที่สูงชันตลอดระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร 

MG Extender DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT มีรูปลักษณ์ที่สวยงามใช้ได้ กระจังหน้าพลาสติกจัดเต็มแบบโมเดิร์นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ในค่าย MG มิติตัวถังมีขนาดที่สูสีกับ Toyota Hilux REVO Rocco รุ่น 4 ประตูมาพร้อมกับ ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ และไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights กาบบันไดด้านข้าง ไฟท้ายที่ลงตัว ฝาท้ายมีมือจับที่เปิดฝาท้ายโครเมียมกับกล้องมองภาพด้านหลังที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์แจ้งเตือนขณะถอยหลัง การเซตช่วงล่าง EURO Tuning Suspension กันสะเทือนหน้าเป็นแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบน ด้านหลังใช้แบบแหนบซ้อนแผ่นเพื่อเน้นการบรรทุก ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว ยาง Bridgestone Dueler H/T ไซส์ 255/60R18 108S มิติตัวถังมีขนาดความยาว 5,365 มิลลิเมตร กว้าง 1,900 มิลลิเมตร สูง 1,850 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 3,155 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หน้าและหลังเท่ากันที่ 1,580 มิลลิเมตร น้ำหนักรุ่น Grand X 4WD เกียร์อัตโนมัติ 2,050 กิโลกรัม หนักเอาเรื่องกันเลยทีเดียว 

ระบบเบรกหน้าและหลังเป็นแบบดิสเบรก พร้อมตัวช่วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ABS anti lock braking system / EBA electronic brake assist / EBD electronic brake-force distribution ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการทรงตัว SCS stability control system และ TCS traction control system เจ้ากระบะที่ให้มากกว่าความแกร่งยังติดตั้งระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง TPMS tire pressure monitoring system ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS hill start assist และระบบควบคุมความเร็วขณะขับลงจากทางลาดชันหรือ HDC hill descent control ระบบช่วยแจ้งเตือนมุมอับของสายตา BSD blind spot detection และระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW lane departure warning

ห้องโดยสารของกระบะรุ่นสูงสุด MG Extender DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ออกแบบใช้ได้ แต่ควรปรับปรุงพลาสติกแดชบอร์ดคอนโซลให้มีคุณภาพที่ดีกว่าเดิม พื้นที่ภายในของห้องโดยสารโดยเฉพาะรุ่น Double Cab มีจุดเด่นที่การเก็บเสียงซึ่งทำออกมาได้ดี เบาะหุ้มหนังสีดำเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง ที่ให้มาแบบจัดเต็มก็คือเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ช่องแอร์ของเบาะหลังและจอภาพมอนิเตอร์กลางที่ใหญ่โตสะใจ (แต่ความคมชัดยังสู้คู่แข่งไม่ได้)

MG Extender DC 2.0 GRAND 4WD ติดตั้งจอภาพสั่งงานด้วยระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิภายนอก กล้องมองภาพรอบตัวถัง ช่องเชื่อมต่อ USB และโปรแกรมการใช้งาน MG iSMART 

หน้าปัดมาตรวัดอ่านค่าได้อย่างชัดเจนและมีรูปแบบที่สวยงาม ด้านซ้ายมือเป็นมาตรวัดรอบของเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบ ด้านล่างของมาตรวัดรอบยังมีมาตรวัดอุณหภูมิของเครื่องยนต์ ด้านขวาเป็นมาตรวัดความเร็ว ด้านล่างเป็นมาตรวัดเชื้อเพลิงในถัง กึ่งกลางของมาตรวัดเป็นจอแสดงผล MID multi information display คอยแสดงผลระบบขับเคลื่อน ทริปมิเตอร์วัดระยะทาง ตำแหน่งเกียร์ การเปิด-ปิดบานประตู ฯ

เบาะผู้โดยสารตอนหลังมีพื้นที่มากพอสำหรับการวางเท้า โดยเฉพาะคนที่มีความสูง 185 Cm ก็ยังนั่งได้อย่างสบายๆ โดยที่หัวเข่าไม่ไปชนเข้ากับเบาะคู่หน้า ซุ้มเกียร์ของ Extender เรียบง่าย มีคันเกียร์หน้าตาประหลาดแต่จับได้กระชับมือกับปุ่มปรับระบบขับเคลื่อนที่มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Hi-Speed และขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Low Speed (2H / 4H / 4L) พร้อมดริฟล็อกไฟฟ้า rear axle differential lock เพิ่มประสิทธิภาพในการเทแรงบิดเพื่อลุยเส้นทางทุรกันดาร

Extender DC 2.0 GRAND 4WD X วางเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น ระบบหัวฉีดแรงดันสูงของ Bosch มีแรงดันสูงถึง 2000 บาร์ ผ่านมาตรฐานมลพิษระดับ EURO 4 ระบบควบคุมไอดีแบบแปรผัน ชุดระบายความร้อนของเครื่องยนต์แบบแยกส่วน แยกส่วนของฝาสูบและเสื้อสูบออกจากกันเพื่อการระบายความร้อนที่รวดเร็ว เหมาะสมกับทุกสภาวะของการใช้งาน ออกแบบเพลาข้อเหวี่ยงแบบเยื้องศูนย์ ลดแรงสั่นสะเทือนจากการหมุนและลดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ รหัสเครื่อง 20D4N เป็นเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 1,996 ซีซี. ความกว้างกระบอกสูบ 83.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 92.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 15.9:1 กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,400 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 6 สปีด พร้อมโหมดแมนวล รวมถึงโหมดการขับมาตรฐาน 3 รูปแบบ เช่น Normal /Eco / Power 

300 กิโลเมตรเศษจากขอนแก่นมุ่งหน้าไปยังจังหวัดเลยในอุทยานแห่งชาติภูเรือ MG Extender DC 2.0 GRAND 4WD เป็นรถกระบะที่มีกำลังพอตัว ไม่แรงแต่ก็ไม่อืดจนทำให้รู้สึกรำคาญเมื่อต้องวิ่งขึ้นเนินเขาสูงชัน กำลัง 161 แรงม้ากับแรงบิด 375 นิวตันเมตร เพียงพอต่อการใช้งานแต่ถ้าบรรทุกสัมภาระมาจนเต็มกระบะท้ายก็น่าจะอืดขึ้นกว่าการวิ่งตัวเปล่าๆ โดยไม่ได้บรรทุกอะไร Extender มีห้องโดยสารที่ให้ความสบายได้พอสมควร เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้าช่วยอำนวยความสะดวกในการปรับท่าทางของการนั่ง มุมมองรอบตัวหรือทัศนวิสัยเมื่อขึ้นไปนั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับถือว่าพอใช้ได้ กระจกหน้าบานใหญ่และความสูงของรุ่น 4WD ช่วยทำให้มองเห็นได้ไกลกว่ารถเก๋งที่มีสัดส่วนความสูงเตี้ยกว่า Extender รุ่น 4 ประตูไม่ได้มีตัวถังที่ใหญ่เหมือน Ford Ranger หรือ Isuzu New V-Cross 4x4 แต่หน้าตาที่ดูจริงจังจากการออกแบบที่ลงตัวบวกกับความสูงของรุ่น 4WD ทำให้มันดูตัวใหญ่มากกว่าความเป็นจริง 

Extender รุ่น Grand 4WD ขับเคลื่อนสี่ล้อมีแค่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หากอยากได้รุ่นเกียร์ธรรมดาก็มีแต่ไม่ใช่รุ่นสูงสุดที่จัดเต็มในด้านอุปกรณ์ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นแบบ Part-time สั่งการด้วยสวิตช์ที่ติดตั้งอยู่ข้างคันเกียร์ มีทั้ง 2H ขับเคลื่อนล้อหลัง ใช้สำหรับวิ่งบนไฮเวย์ รวมถึงการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน 4H ขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถวิ่งเร็วได้ เหมาะกับการขับบนทางลูกรังหรือทางฝุ่น และสภาพถนนที่เปียกลื่นหรือมีฝนตก สามารถสลับจาก 2H เป็น 4H ได้ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วน 4L เป็นการขับเคลื่อนสี่ล้อที่ความเร็วต่ำ เพื่อขับลุยฝ่าเส้นทางออฟโรดที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

น้ำหนักตัว 2 ตันกับการใช้เครื่องยนต์ดีเซลความจุแค่ 2.0 ลิตร คงไม่ต้องสืบในเรื่องของสมรรถนะด้านอัตราเร่ง เจ้า Extender DC 2.0 GRAND 4WD สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 13.2 วินาที ค่อนข้างจะอืดไปนิดเมื่อต้องการเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้า อย่างที่บอกว่า กำลังแรงบิด 375 นิวตันเมตร ถ้าไม่ได้บรรทุกมาเต็มพิกัดก็พอจะได้อยู่บ้างสำหรับการขับแซงรถช้าที่ต้องกะระยะกันให้ดีๆ แต่ถ้าบรรทุกกันแบบเต็มเหนี่ยว วิ่งไปเรื่อยๆ โล่งจริงๆแล้วค่อยแซงจะเป็นการขับที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสมรรถนะของเครื่องยนต์มากกว่า 

เกียร์ 1-2 มีอัตราทดที่จี๊ดจ๊าดใช้ได้ ส่วนเกียร์ 3-4 ออกสไตล์เรื่อยๆ มาเรียงๆ เป็นการเซตอัพอัตราทดให้มีตีนต้นช่วงออกตัวดี กำลังแค่ 161 แรงม้าทำให้มาเหี่ยวที่รอบกลางถึงปลาย หากได้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตรที่ขายในออสเตรเลียซึ่งมีแรงบิดมากถึง 430 นิวตันเมตร ดูจะเหมาะสมกับฝีเท้าของคนไทยที่ชอบขับเร็วมากกว่าจะมาวิ่งกันแบบเรื่อยๆ เครื่องยนต์ของ Extender ให้ความรู้สึกในการตอบสนองที่รอบต่ำดีกว่าคู่แข่งอย่าง Isuzu D-Max ที่วางเครื่องยนต์ 1.9  DDi ซึ่งต้องรอถึง 2,000 รอบกว่าจะมีพลัง การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีความเรียบเนียนใช้ได้ และเมื่อลองชิพเกียร์เองก็สามารถตอบสนองได้ดีบนเส้นทางภูเขาที่ต้องเชนเกียร์ขึ้นๆ ลงๆ แทบจะตลอดทาง 

พวงมาลัยของ MG Extender เป็นแบบเพาเวอร์สายพานไม่ใช่พวงมาลัยไฟฟ้าเหมือนของ Ford Ranger ให้สัมผัสที่พอใช้ได้ ไม่เบาหรือหนักจนเกินไป เมื่อขับเร็วก็มีการหน่วงให้น้ำหนักของพวงมาลัยตอบสนองได้อย่างที่ควรจะเป็น การเปลี่ยนทิศทางหรือการเลี้ยวกลับลำสูสีกับ Toyota Hilux REVO Rocco แต่เป็นรองพวงมาลัยไฟฟ้าของ Ranger อัตราทดพวงมาลัยที่ไม่ไวเกินไปทำให้ควบคุมได้ง่าย รวมไปถึงการใช้ระบบบังคับเลี้ยวแบบเพาเวอร์ปั๊มไฮดรอลิกก็น่าจะแข็งแรงทนทานเหมาะกับการทำตัวเป็นปิกอัพขับสี่ 

จุดเด่นของ Extender ก็คือการเก็บเสียงในห้องโดยสารที่ทำออกมาได้ดี มันเก็บเสียงได้ดีกว่า Navara Hilux REVO Rocco Ranger Triton และ D-MAX เสียงยางและเสียงลมจะเริ่มได้ยินที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเฉพาะเสียงลมที่บริเวณเสาหน้า แต่ก็ไม่ได้ดังมากมายอะไร แรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์มีน้อยกว่ารถปิกอัพคู่แข่งเนื่องจากใช้เครื่องเล็กแค่ 2.0 ลิตร เสียงเครื่องยนต์เวลาจอดเดินเบาอยู่กับที่ก็ไม่ได้ดังมากมายอะไร 

สรุป MG Extender รุ่นสูงสุดมีทุกอย่างที่คุณต้องการ โดยเฉพาะความนิ่มนวลเวลาขับเดินทางไกล เบาะนั่งนิ่มสบายแผ่นหลังและก้นกบ แรงสั่นสะเทือนมีไม่มากรวมถึงการเก็บเสียงก็ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ แต่ควรปรับปรุงเรื่องงานประกอบชิ้นส่วนและการเลือกพลาสติกที่จะทำให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม วัสดุกันกระแทกที่กระบะท้ายยังประกอบไม่แน่นหนาเท่าที่ควร รวมไปถึงพรมปูพื้นที่ดูราคาถูกเกินไปไม่เหมาะสมกับราคา 1 ล้านนิดๆ ที่เกือบจะเบียดขึ้นไปเท่ากับคู่แข่งเจ้าตลาด เครื่องยนต์เล็กทำอัตราสิ้นเปลืองได้ประมาณ 12.1 กิโลเมตรต่อลิตร บนเส้นทางภูเขาที่มีการใช้คันเร่งเยอะกว่าการขับบนทางราบก็ถือว่าไม่ได้ตะกละตะกรามมากจนเกินงาม เครื่องดีเซล 2 ลิตร เทอร์โบ ทำงานเรียบเนียนสุภาพเรียบร้อย ไม่มีอาการสะบัดหรือกระตุก เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดก็ปรับอัตราทดรอบต้นสำหรับการออกตัวกระฉับกระเฉงใช้ได้ แต่รอบกลางถึงปลายกลับเหี่ยวแห้งไร้พลังในการเร่งความเร็วเพื่อแซง ถ้ากล้าพอที่จะเอาเครื่อง 2.5 ลิตรมาลงก็จะดีกว่านี้มาก MG คงไม่คาดหวังกับยอดขายของรถกระบะรุ่นนี้มากนักเนื่องจากตั้งราคามาสูสีซึ่งก็ควรจะยั่วใจคนที่อยากได้ให้มากกว่านี้ด้วยการกดราคาให้ถูกกว่า 1 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการทดสอบบนไฮเวย์จึงไม่ได้เข้าไปลองระบบขับเคลื่อน 4 ล้อว่ามีประสิทธิภาพขนาดไหน เอาเป็นว่า ถ้าปรับปรุงเรื่องที่บอกมาได้ก็น่าจะขายได้ดีพอสมควร ระบบ iSMART ที่ปรับปรุงให้มีการทำงานที่เสถียรมากยิ่งขึ้นก็ยังต้องรีเซตอยู่ดีเพราะบางทีมันก็ค้าง ต้องกดปุ่ม HOME คาเอาไว้เพื่อรีเซตแต่พอเซตแล้วก็กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม กลุ่มลูกค้าที่ชอบของใหม่ไม่สนใจความแรงก็พอจะมีอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากและส่วนใหญ่ให้ความสนใจไปที่กระบะเจ้าตลาดมากกว่า ถ้าทำราคาให้ถูกกว่านี้ก็น่าจะไปได้สวยอยู่เหมือนกัน.

MG Extender DC 2.0 GRAND 4WD X
มิติตัวถัง
ยาว 5,365 มิลลิเมตร
กว้าง 1,900 มิลลิเมตร
สูง 1,850 มิลลิเมตร
ความยาวกระบะ 1,485 มิลลิเมตร 
ความกว้างกระบะ 1,510 มิลลิเมตร 
ความสูงกระบะ 530 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ 3,155 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อหน้า-หลัง 1,580 มิลลิเมตร 
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 183 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง 73 ลิตร
น้ำหนัก รุ่น Grand X 4WD เกียร์อัตโนมัติ 2,050 กิโลกรัม
ล้อและยาง อัลลอยขอบ 18 นิ้ว ยาง Bridgestone Dueler H/T 255/60R18 

เครื่องยนต์ 2.0DC GRAND 4WD X 6AT
แบบ ดีเซลแถวเรียง 2.0 ลิตรเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ต่อสูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,996 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด 15.9:1
กำลังสูงสุด 119 กิโลวัตต์ 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที.
แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,400 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
เกียร์ 1 4.065
เกียร์ 2 2.371
เกียร์ 3 1.551
เกียร์ 4 1.157
เกียร์ 5 0.853
เกียร์ 6 0.674
เกียร์ถอยหลัง 3.200 และอัตราทดเฟืองท้าย 3.636
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมกลไกล็อกเฟืองท้าย rear axle differential lock
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงหมุน
รัสมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.3 เมตร
ช่วงล่างหน้า อิสระปีกนกคู่
ช่วงล่างหลัง แหนบแบบซ้อน 
ระบบเบรก
ด้านหน้า ดิสเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
ด้านหลัง ดิสเบรก

อุปกรณ์มาตรฐาน
ระบบควบคุมการทรงตัว SCS
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS
ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD
ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย)
กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง
ระบบกุญแจ Immobilizer

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/



อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

MGMG EXTENDERMG Extender DC 2.0 GRAND 4WD X 6ATกระบะ MGอาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้