ไลฟ์สไตล์
100 year

20 กิโล-ลิตร ทดสอบความประหยัด NEW COROLLA ALTIS HYBRID

ไทยรัฐออนไลน์
2 ต.ค. 2562 14:05 น.
SHARE

ครั้งแรกที่ได้เห็นตัวเป็นๆ ของ New Altis กับรุ่น GR Sport ซึ่งเป็นรถ Corolla รุ่นใหม่ล่าสุด เมื่อมองจากรูปทรง คุณอาจหลงเชื่อว่า Toyota รุ่นนี้มีขนาดที่เล็กลงมาก ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ถูกออกแบบให้มีเรือนร่างที่กะทัดรัดเพื่อเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง ระยะของโอเวอร์แฮงค์หน้าที่สั้นกับส่วนท้ายที่ค่อนข้างลงตัว แม้จะมีขนาดตัวถังที่เล็กกว่า Altis รุ่นที่แล้วนิดหน่อย แต่การออกแบบที่ดีผสมผสานกับการใช้แพลตฟอร์มใหม่ที่ใช้ชื่อว่า TNGA ทำให้พื้นที่ภายในของ New Corolla Altis ยังคงมีความกว้างตามมาตรฐานยานยนต์ขนาดเล็กในกลุ่ม c-segment

ข่าวแนะนำ

หลังจากส่งคืน New Altis GR Sport กลับสู่ต้นสังกัดที่สำนักงานใหญ่ของ Toyota แถบสำโรงได้ไม่นาน ก็ถึงเวลาที่จะต้องทดลองขับรุ่นที่แพงกว่าอย่าง New Corolla Altis Hybrid ยานยนต์พลังงานผสมเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังเริ่มต้นการทำตลาดในประเทศไทย ความสดใหม่บวกกับเทคโนโลยีของระบบความปลอดภัยที่เติมระบบช่วยขับในรูปแบบของ Adaptive Cruise Control เบาะไฟฟ้าคู่หน้า ระบบเชื่อมต่อที่ทันสมัย กล้องมองภาพด้านหลังพร้อมเซนเซอร์ ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ DRCC แบบ All-speed และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA ทำให้ New Corolla Altis Hybrid มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยเอาไว้หวดกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันอย่าง New Mazda 3 และ Honda Civic 

ราคาของเจ้า New Altis Hybrid High รุ่นสูงสุด แพงกว่ารุ่นเก่าแค่ 6,000 บาท แต่จัดอุปกรณ์เติมมาให้แบบใช้แทบไม่หมด ราคาที่เห็นเกิดจากการลดอัตราภาษีของสรรพสามิตที่เอื้อต่อบริษัทรถยนต์ซึ่งมียานยนต์ประหยัดพลังงานและปล่อยมลพิษต่ำวางขายในไทย ถ้าคุณเคยนั่งโดยสารที่เบาะหลังของ Altis โฉมที่แล้ว ขนาดของตัวถังที่เล็กลงของรถรุ่นใหม่กลับไม่ส่งผลกระทบไปถึงพื้นที่ภายใน เบาะหลังยังคงนั่งโดยสารได้อย่างสบาย ถ้าคุณไม่ได้มีรูปร่างแบบหมีแพนด้าก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร TNGA หรือ Toyota New Global Architecture แพลตฟอร์มที่ดีงามของแบรนด์สามห่วงได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงสไตล์การขับขี่ มันทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความมั่นคง ความสะดวกสบายและคล่องแคล่วว่องไวสำหรับการใช้งานในเมือง ท่ามกลางการต่อสู้อย่างเข้มข้นในตลาดรถซีดานเล็ก New Altis Hybrid ตอบโต้คู่ต่อสู้ด้วยเครื่องไฮบริดที่มีตัวเลขอัตตราสิ้นเปลืองดีสุดในกลุ่ม c-segment แม้จะมีภายในที่ยังคงตามหลังคู่ต่อสู้แต่ระบบขับเคลื่อน Toyota Hybrid Generations 4 เข้ามากอบกู้ทุกอย่างและทำให้รถเล็กรุ่นนี้ไม่ตกเป็นรองคู่แข่งในด้านของอัตราสิ้นเปลือง การควบคุมและการปล่อยมลพิษ 

New Corolla Altis Hybrid ดูทันสมัยขึ้นเยอะ ตัวถังเล็กลงแต่ห้องโดยสารกลับกว้างเท่าเดิม เป็นมนตร์วิเศษในโลกของการออกแบบ ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์มาจากแพลตฟอร์มใหม่ Toyota New Global Architecture ที่มีอยู่ใน C-HR และ New Camry ที่สามารถหดหรือขยายพื้นที่ภายนอกภายในได้ตามรุ่นของรถ ซึ่งในประเทศไทยถือว่า New Corolla Altis เป็นรถยนต์รุ่นที่สามที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ ไม่ต้องแจงกันมากก็รู้ว่าช่วงล่างของมันก็ยังดีขึ้นกว่าเดิม ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน ตัวถังผลิตขึ้นรูปจากเหล็กที่มีคุณภาพในด้านความแข็งแรง การใช้แพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นสูง ผลิตออกมาเป็นรถยนต์หลายรุ่นโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนมากนักในแบบที่ Toyota และบริษัทรถยนต์ทั่วโลกกำลังทำหรือทำมานานแล้วเพื่อลดต้นทุนทั้งการผลิตและการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ในอนาคต TNGA ก็จะถูกปรับให้สอดรับกับการทำตัวเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ส่วนการออกแบบของ New Corolla Altis Hybrid มีการลดชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกที่ไม่เยอะเท่ากับ New Corolla Altis รุ่น GR Sport ที่ผมเพิ่งจะขับไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ความจำเจของหน้าตาอาจทำให้รถดูน่าเบื่อ Toyota จึงใช้วิธีปรับชิ้นส่วนต่างๆ ของรุ่นไฮบริดจนคล้ายกับการนำเอา New Camry มาขัดเกลาย่อส่วนให้มีขนาดที่เล็กลง! 

มิติตัวถังของ New Corolla Altis Hybrid มีขนาดความยาว 4,630 มิลลิเมตร กว้าง 1,780 มิลลิเมตร และสูงแค่ 1,455 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อวัดจากดุมหน้าไปหลัง 2,700 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,531 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,535 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 155 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 43 ลิตร มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดแค่ 5.4 เมตร ปราดเปรียวว่องไวกันไปครับพี่น้อง 

ช่วงล่างที่ติดเชื้อ TNGA ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบน ล้ออะลูมิเนียมขอบ 17 นิ้ว ยาง Dunlop SP Sportmaxx ไซส์ 225/45R17 ชุดบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้า EPAS-electronic power assisted steering ขับแล้วให้ความมั่นใจว่าทั้งนิ่งและมั่นคงในย่านความเร็วสูง พวงมาลัยเบากว่า Mazda 3 รุ่นใหม่อย่างชัดเจน รวมถึงช่วงล่างก็ยังนุ่มนวลกว่าเนื่องจากเซตมาเอาใจแม่บ้านสำหรับการขับใช้งานทั่วไป TNGA ทำให้การถ่ายเทน้ำหนักขณะใช้เบรกดีขึ้นเยอะ รถมีอาการหน้าทิ่มน้อยลง วิ่งทางตรงบนไฮเวย์ได้ดีจากการทำงานของแชสซี บวกกับช่วงล่างและพวงมาลัยที่ใช้ได้ เป็นรถบ้านแบบใหม่ที่มีมาให้ครบทั้งระบบความปลอดภัย กลไกอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ ทั้งระบบปรับตั้งความเร็วและรักษาทิศทางแบบอัตโนมัติ รถจะเร่ง เบรกและขยับพวงมาลัยไปตามรถคันข้างหน้า เมื่อเปิดใช้งานระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ DRCC แบบ All-speed Rang การปรับทิศทางของพวงมาลัยตามรถคันหน้าแบบอัตโนมัติทำได้ไม่นานนักแต่ก็ถือว่าดีและช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายยามขับในเมือง DRCC แบบ All-speed Rang สามารถทิ้งระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันข้างหน้า โดยสามารถปรับระยะห่างได้ตามใจชอบ ระบบนี้ยังมีการเบรกและการออกตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วยลดภารกรรมการขับใช้งานในเมืองหรือขับออกทางไกลได้ดีพอสมควร 

การพัฒนาระบบไฮบริดอย่างต่อเนื่องของ Toyota ทำให้ชุดเสริมพลังงานแบบ SERIES-PARALLEL HYBRID หรือระบบไฮบริดแบบอนุกรมบวกคู่ขนานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เป็นระบบขับเคลื่อนที่ควบรวมข้อดีของ Series และ Parallel เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดและเป็นระบบที่รถ Toyota เลือกใช้ การทำงานของระบบขึ้นตรงกับสภาวะของการขับขี่ ไม่ว่าจะใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแต่เพียงอย่างเดียวในช่วงสั้นๆ หรือใช้กำลังทั้งจากมอเตอร์และเครื่องยนต์ผสมผสานกันในการขับเคลื่อน ระบบนี้มอเตอร์ยังสามารถส่งกำลังไปที่เพลาขับเคลื่อนล้อหน้าแม้จะกำลังชาร์จไฟอยู่ก็ตาม

ระบบไฮบริดเจน 4 ของ Toyota ออกแบบให้ inverter with converter assembly มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบา สามารถบูสไฟฟ้าแรงสูงอย่างรวดเร็วโดยติดตั้งอยู่ด้านบนของชุดเกียร์ ส่วนแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นแบบ ni-mh battery DC 201.6 V168 Cell 6 cell x 28 modules แบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะหลังพร้อมชุดกรองฝุ่นและพัดลมไฟฟ้าระบายความร้อนที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นในด้านการรักษาอุณหภูมิและการระบายความร้อนจากการทำงาน โดยมี auxiliary battery ติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ เป็นแบบ EN Type LN1 auxiliary battery ส่วนชุดมอเตอร์ 2 ตัวที่ฝังอยู่ในเกียร์เป็นแบบ P610 hybrid transaxle MG1 / MG2 ขนาด 600 โวลต์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอเตอร์ไฟฟ้า MG 1 ของ Altis Hybrid มีแรงดันไฟฟ้าสูงสุด AC600 V กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า MG 2 มีแรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร มีแรงดันไฟสูงสุด AC600 V

New Corolla Altis Hybrid วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 2ZR-FXE เป็นเครื่องทวินแคม ดับเบิลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) พร้อมกลไกฝาสูบกับระบบไอดีแบบ Atkinson และระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ปริมาตรความจุขนาด 1.8 ลิตร พร้อมระบบเสริมพลังงาน Hybrid ที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีระบบระบายความร้อนดีขึ้น แบตฯ รับประกันอายุการใช้งาน 10 ปี พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟในระบบ Hybrid ด้วยมอเตอร์ในชุดส่งกำลังสองตัว (MG1 / MG2) เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson cycle 4 วาล์วต่อสูบขนาด 1,798 ซีซี. กำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ หรือ 120 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (จากเครื่องยนต์เพียวๆ) 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที

ระบบ Hybrid จากแบรนด์ Toyota จัดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก กำลัง 72 แรงม้า แรงบิดจากมอเตอร์ทำได้ที่ 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Ni-MH ควบรวมพลังงานทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำให้ New Corolla Altis Hybrid มีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT มีมอเตอร์ MG-1 และ MG-2 ฝังไว้ในเกียร์เพื่อเสริมแรงบิดและชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่ สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 11.1 วินาที

ประสิทธิภาพของระบบ Hybrid ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 2ZR-FXE Atkinson cycle อุปกรณ์แยกกำลัง Power Split Device ทำหน้าที่ในการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ชุด Power Control Unit จะรับหน้าที่ควบคุมไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่ รวมถึงกระแสไฟฟ้าแบบสลับ จากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเจเนอเรเตอร์ สามารถขยายกำลังไฟจากแบตฯ นิเกิ้ลเมทัลไฮดรายได้สูงถึง 600 โวลต์ เพื่อป้อนพลังงานไฟฟ้าให้กับชุดมอเตอร์ที่ใช้ในการขับเคลื่อน นี่คืองานวิศวกรรมจักรกล ที่ใช้เทคโนโลยีของการขับเคลื่อนยุคใหม่ จากความชำนาญในด้านเครื่องยนต์ไฮบริดของ Toyota เป็นยุคของระบบผสมผสานพลังงานที่กำลังเข้ามาแทนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบปกติ กำลังจากเครื่อง 1.8 ไฮบริดสามารถดึงออกมาใช้งานได้เมื่อต้องการเร่งความเร็วเพื่อแซง มันอาจไม่ใช่รถที่เร็วเหมือน Civic RS เมื่อกดกันมิดด้าม แต่ก็มีความเร็วพอที่จะเอาตัวรอดได้ ในสถานการณ์ที่ต้องการกำลังในการเร่งแซง แถมด้วยจุดเด่นด้านอัตราสิ้นเปลืองในระดับ 20 กิโล-ลิตร ที่ Civic RS และ Mazda 3 เป็นรองเห็นๆ จุดที่ Civic RS เอาชนะ New Altis Hybrid ก็คือกำลังในด้านอัตราเร่งของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ส่วนภายในของ Mazda 3 นั้นเหนือกว่าคู่แข่งทั้งสองคันแบบสุดกู่ เรียกว่ามีดีมีด้อยกันไปคนละแบบ อยู่ที่จริตของคนซื้อว่าจะโอนเอียงไปทางไหน 

Altis Hybrid เป็นรถแม่บ้านที่ชอบทำตัวประหยัด เปรียบเหมือนคุณภรรยาแสนดีตอนไปจ่ายกับข้าวโดยชอบเลือกแต่ของดีๆ ที่มีราคาพอรับได้ ส่วนของฟุ่มเฟือยนั้นแม่บ้านคนนี้จะไม่แตะต้อง! แต่ภายในก็ต้องได้รับการปรับให้ดีกว่าเดิมเนื่องจากคู่แข่งอย่าง Mazda 3 นั้นไปไกลมากแล้ว Altis Hybrid ยังเป็นรถที่มีการทรงตัวดี มีช่วงล่างที่เน้นความสบาย พวงมาลัยแม่นและมีน้ำหนักดี ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใส่มาให้ ช่วยทำให้ขับได้ปลอดภัยขึ้นเมื่อเปิดใช้งานโดยเฉพาะ Adaptive Cruise Control ระบบแจ้งเตือนการรักษาช่องทางเมื่อเปลี่ยนทิศทางพร้อมการหน่วงดึงกลับของพวงมาลัย กระจกมองข้างติดตั้งระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSM คอยกะพริบบอกเมื่อมีมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์วิ่งอยู่ด้านหลังในมุมที่ค่อนข้างอับทึบมองไม่เห็น ช่วยทำให้การเปลี่ยนเลนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 

เครื่องยนต์ 2ZR-FXE ทำงานเรียบเนียนและเงียบตามสไตล์ของ Hybrid จากพี่โต เกียร์ E-CVT เหมาะสมกับการขับแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 20.1 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อลองขับเร็วขึ้นในย่านความเร็ว 110-120 บางครั้งกระชากขึ้นไปถึง 140 เพื่อแซง ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองหล่นลงมาเหลือ 18.2 กิโลเมตรต่อลิตร ประหยัดสูสีกับ CHR Hybrid เลยทีเดียวเพราะใช้เครื่องและเกียร์แบบเดียวกัน การเก็บเสียงทำได้ปานกลาง ยังคงเป็นรองการเก็บเสียงของ Mazda 3 รุ่นใหม่ที่ถือว่าดีงามเกินหน้าเกินตารถคู่แข่งไปไกล วัสดุภายในพอรับได้ ที่ชอบก็คือมีเบาะไฟฟ้าในตำแหน่งคนนั่งหน้ามาให้และช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับภรรยาที่เป็นคนจ่ายเงินซื้อได้ดีพอสมควร จุดที่ Toyota ควรปรับปรุงก็คือพลาสติกตกแต่งภายใน นอกนั้นถือว่าทำออกมาได้ดีโดยมีอัตราสิ้นเปลืองโดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับ Civic และ Mazda 3 

รถทดสอบคันนี้เป็นรุ่น Hybrid High คาดว่าจะเป็นรุ่นขายดีที่สุดของ New Corolla สำหรับการจำหน่ายในประเทศไทย แต่ถ้าอยากได้รุ่นประหยัดก็ยังมี Altis 1.6 ราคา 869,000 บาท แต่อุปกรณ์จะด้อยกว่ารุ่นท็อปเยอะมากและเหมาะกับการนำไปทำเป็นรถแท็กซี่มากกว่า Toyota อ้างว่ามีการปรับปรุงรายละเอียดของชุดระบายความร้อนให้กับแบตเตอรี่ไฮบริด หมดกังวลเมื่อขับท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนสาหัสในกรุงเทพฯ เครื่องยนต์และมอเตอร์ผสานการทำงานอย่างเนียน แต่อย่าลืมว่ามันไม่ได้แรงเท่ากับ Civic RS แถมยังตัวหนักกว่าเล็กน้อย กำลังถือว่าพอเพียงต่อการใช้งาน บนความสบายของระบบรองรับและชุดบังคับเลี้ยวที่มันพยายามมอบให้กับคุณตลอดการเดินทาง ขีดจำกัดของประสิทธิภาพการขับเคลื่อนเนื่องจากเป็นเครื่อง atkinson cycle เน้นความประหยัดมากกว่าพละกำลังในด้านความแรง อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 11.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดแบบหมดคันเร่งอยู่ที่ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

Altis Hybrid เป็น Corolla ที่ทำให้ผมและแพนจาก Headlightmag มีความสนุกในบางโอกาส นั่งสบายและประหยัดใช้ได้ มีห้องโดยสารกว้างแม้ตัวถังจะเล็กลง ขับดีกว่า Altis รุ่นที่แล้วอย่างชัดเจน ผมมองว่าจุดที่รถรุ่นนี้ทำได้ดีก็คือความประหยัดที่กลายเป็นจุดเด่นจุดแข็งสำหรับการเลือกซื้อยานพาหนะในปัจจุบัน.

Toyota New Corolla Altis รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด
- Hybrid High เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,099,000 บาท (คันทดสอบ)
- Hybrid Mid เกียร์อัตโนมัติ ราคา 989,000 บาท
- Hybrid Entry เกียร์อัตโนมัติ ราคา 939,000 บาท

(สีพิเศษ White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid และรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน
- 1.8 GR-Sport เกียร์อัตโนมัติ ราคา 999,000 บาท
(มี 3 สี White Pearl, Red Mica Metallic, Attitude Black Mica)


Toyota New Corolla Altis
- 1.6G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 869,000 บาท
- Limo เกียร์อัตโนมัติ ราคา 829,000 บาท

All-New Corolla Altis
ผ่อนเริ่มต้น 8,500 บาทต่อเดือน หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน.

มิติภายนอก ยาว 4,630 มิลลิเมตร กว้าง 1,780 มิลลิเมตร สูง 1,455 มิลลิเมตร
ความยาวช่วงล้อ 2,700 มิลลิเมตร
ความกว้างช่วงล้อ หน้า/หลัง 1,531 / 1,535 มิลลิเมตร
ระดับต่ำสุดจากพื้น 155 มิลลิเมตร
ความจุถังน้ำมัน 43 ลิตร 
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.4 เมตร 

เครื่องยนต์
รุ่น 2ZR-FXE 
แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว 
ความจุกระบอกสูบ 1,798 ซีซี
ความกว้างกระบอกสูบ 80.5 มิลลิเมตร ระยะชัก 88.3 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 
รองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E20
แรงม้าสูงสุด EEC net 77 กิโลวัตต์ 98 แรงม้า ที่ 5200 รอบต่อนาที 
แรงบิดสูงสุด EEC net 142 นิวตัน-เมตร 14.5 กิโลกรัม/เมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที
มอเตอร์ไฟฟ้า
ชนิด มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร 
แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 600 โวลต์
กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์
แรงบิดสูงสุด EEC net 163 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ไฮบริด
ชนิด นิกเกิลเมทัลไฮดราย 
แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์
จำนวนโมดูล 28 โมดูล 168 เซลล์ 
ความจุไฟฟ้า 6.5 แอมแปร์ (ชั่วโมง)
เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ 122 แรงม้า

ระบบขับเคลื่อน และระบบรองรับ
ระบบส่งกำลัง E-CVT 
ระบบส่งกำลัง Shift Lock
อัตราทดเฟืองท้าย 3.218 
ระบบช่วงล่างหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง 
ระบบช่วงล่างหลัง อิสระแบบปีกนกคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง 
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก ขนาด 15 นิ้ว 
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรก ขนาด 15 นิ้ว
ล้อและยาง
ล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/45 R17 
ล้ออะไหล่ ล้ออัลลอย 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/45 R17 
พวงมาลัยระบบ EPS (Electric Power Steering)

อุปกรณ์มาตรฐาน
ระบบเกียร์ E-CVT 
ราคารถมาตรฐาน 1,099,000 

อุปกรณ์ภายนอก
ชุดไฟหน้า LED แบบ Hybrid LED 
ชุดไฟท้าย Full LED 
ที่ปัดน้ำฝน แบบอัตโนมัติ 
กระจังหน้า เปียโนแบล็ค 
มือจับประตูด้านนอก โครเมียม 
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Lights)
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
ระบบไฟหน้า Follow-me-home
กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ (Auto Folding) พร้อม Reverse Link พร้อม Reverse Link -
ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ 
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ 
กระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) 
ไฟตัดหมอกหน้า LED

อุปกรณ์ภายใน
วัสดุเบาะ หนังและวัสดุสังเคราะห์ (สีดำ) 
วัสดุตกแต่งพวงมาลัย หนัง 
วัสดุตกแต่งคอนโซลกลาง พร้อมกล่องเก็บของ และที่วางแก้วน้ำ เปียโนแบล็ค
หัวเกียร์ หุ้มหนัง 
วัสดุตกแต่งที่จับประตู เปียโนแบล็ค / สีเงิน 
เบาะนั่งด้านหน้า เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า เบาะคนขับปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า แบบธรรมดา เบาะคนขับปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า แบบธรรมดา
เบาะนั่งด้านหลัง พับได้ (60:40) พร้อมที่วางแขนและวางแก้วน้ำ
กระเป๋าหลังเบาะนั่งด้านหน้า เบาะคู่หน้า 
เครื่องปรับอากาศ แบบอัตโนมัติ 
ช่องปรับอากาศด้านหลัง
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
เครื่องเสียง จอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Bluetooth / USB พร้อม Apple CarPlay และลำโพง 6 จุด 
ระบบ T-connect Telematics 
ระบบนำทาง (Navigator)

มาตรวัด และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) จอสี 7 นิ้ว  
พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ และใกล้-ไกล
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
ช่องต่อ USB ด้านหน้า
หน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบ Jam-protection ทั้ง 4 บาน
กุญแจรีโมท
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน แบบอัตโนมัติ
ช่องชาร์จแบตผ่าน USB ในกล่องเก็บของ
ระบบสตาร์ตรถและเปิดประตูอัจฉริยะ (Push Start and Smart Entry)
ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ 
เบรกมือไฟฟ้า 
ไฟส่องสว่างบริเวณที่บังแดดด้านหน้า 
กล้องมองหลัง 
แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย 
หน้าจอ HUD แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี 
ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร (nanoe) 
ม่านบังแดดหลัง

ระบบความปลอดภัย
เข็มขัดนิรภัยหน้า ดึงรั้งและผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง 
เข็มขัดนิรภัยหลัง ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง 
ระบบเบรก ABS
ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
ระบบเสริมแรงเบรก BA
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS คู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านด้านข้าง / หัวเข่าด้านคนขับ
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC
ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED
ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน EBS
ระบบป้องกันการโจรกรรม Immobilizer
สัญญาณเตือนกะระยะด้านท้าย
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM 
ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA
ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS 
ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ DRCC แบบ All-speed Range 
ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ AHB
ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS 
ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA 
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LTA

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358



อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Toyota New Corolla Altis HybridNew Corolla AltisNew Altisอาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 13:18 น.