ข่าว
100 year

ขับดีจนพี่อยากได้! ทดสอบ TOYOTA NEW COROLLA ALTIS GR SPORT

ไทยรัฐออนไลน์19 ก.ย. 2562 12:30 น.
SHARE

เริ่มต้นด้วยเทพนิยาย TNGA -Toyota New Global Architecture แชสซีแบบใหม่ที่แพร่กระจายอยู่ใน Toyota C-HR และ Toyota New Camry จนมาถึง New Corolla Altis แพลตฟอร์มล่าสุดที่คนของ Toyota พยายามพูดกรอกหูสื่อมวลชนถึงความดีงามของการขับเคลื่อนใน Toyota ยุคใหม่ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อผมได้ลองขับทดสอบ C-HR และ New Camry การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านโครงสร้างตัวถังและช่วงล่างด้านหลัง ทำให้รถ Toyota ในทุกวันนี้มีการขับที่ดีขึ้นทันตาเห็น จากที่เคยเดินตามแบรนด์อื่นเรื่องการทรงตัวและความเสถียรในย่านความเร็วสูง ทุกวันนี้ TNGA ทำให้รถยนต์ของแบรนด์สามห่วงเกาะถนนมากขึ้นและขับสนุกกว่า Toyota รุ่นเก่าที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์ม 

TNGA คืออะไร?
Body rigidity - เพิ่มความมั่นคงของรถจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแกร่ง เพิ่มจุดเชื่อมตัวถัง (Spot welding) ลดแรงบิดตัวถังขณะเข้าโค้ง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและเกาะถนน

- Low center of gravity จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ลดการโคลงตัว

- Double Wishbone Suspension ช่วงล่างหลังแบบอิสระปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ 

- Good Handling พวงมาลัยไฟฟ้ามีการปรับอัตราทดและ ECU ใหม่ ตอบสนอง แม่นยำ

- STABILITY – โครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแรง ทำให้การควบคุมจากพวงมาลัยมีความแม่นยำ เกาะถนนดี เข้าโค้งนวล 

- AGILITY – ความคล่องตัวจากการที่ตัวรถถูกออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ 

- VISIBILITY – จากการออกแบบให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางของรถ เพิ่มทัศนวิสัย  ลดจุดอับภายในห้องโดยสาร ปรับกระจกด้านหน้าคนขับให้กว้างขึ้น ลดขนาดเสา เอ (A Pillar) ทั้ง 2 ด้านให้แคบลง 

- COMFORT – โครงสร้างใหม่ ช่วงล่างอิสระ ลดแรงกระแทกจากพื้นถนน

New Altis GR Sport คือรถทดสอบที่ Toyota Motor Thailand ส่งมาให้ลองขับทดสอบแล้วรายงานตามความเป็นจริง สารภาพตามตรงว่าเมื่อได้เห็นตัวเป็นๆ ของ New Corolla Altis GR Sport ก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมมันเล็กลงกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น New Corolla Sport ที่จอดโชว์ตัวใน Toyota Mega Web โตเกียวกับ New Corolla Altis เวอร์ชั่นจีนที่ขายในไทยก็เป็นซีดานที่มีขนาดตัวถังเล็กกว่ารุ่นที่ผ่านมา การลดลงของสัดส่วนตัวถังทำให้มันมีขนาดที่ใหญ่กว่า Toyota Yaris Ativ นิดเดียว แต่เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร คุณก็จะพบว่าพื้นที่ภายในของ New Altis ไม่ได้หดตามขนาดของตัวถังและยังคงมีพื้นที่ใช้สอยเท่า Altis โฉมปัจจุบัน 

หน้าตาของ New Corolla Altis GR Sport คล้ายกับการนำเอา New Camry มาย่อส่วนให้เล็กลง กระจังหน้าที่อุดมไปด้วยพลาสติกทั้งสีดำและสีเงิน ไฟหน้า Projector LED มาพร้อมหลอดไฟเลี้ยวกับไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running เชื่อมโยงกับขอบด้านนอกของคิ้วพลาสติกโครเมี่ยมของชุดกระจังหน้า ช่องรับอากาศบริเวณกึ่งกลางของตัวกระจังใช้พลาสติกสีดำเงาแบบเปียโนแบล็ค ฝากระโปรงโดยเฉพาะตรงจุดที่ต่อเชื่อมกับแก้มข้างดึงเส้นชัดเจนเพื่อโชว์ความสามารถในการออกแบบที่กลมกลืนของดีไซน์เนอร์ กันชนหน้าขนาดใหญ่ปิดคลุมส่วนหน้าเกือบทั้งหมด ขอบของกรอบไฟตัดหมอกรุ่น GR Sport ใช้พลาสติกสีดำเงาเปียโนแบล็ก เสาหน้าหรือเสา A ออกแบบให้กระจกหน้ามีองศาความลาดเอียงมากขึ้น เพื่อลดแรงปะทะของกระแสอากาศ และทำให้ค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศของ New Altis ดีขึ้น

ด้านข้างตัวถังถังแม้จะมีสัดส่วนที่สั้นลงแต่ออกแบบได้อย่างลงตัว ความลาดเอียงของเสาหน้าเชื่อมโยงกับผืนหลังคาแล้วค่อยๆ ลดระดับลงไปยังเสาท้าย เส้นด้านข้างตัวถังที่สะอาดตาเริ่มจากแก้มข้างลากยาวผ่านบานประตูทั้งสองไปจนถึงขอบของไฟท้ายตามสไตล์การออกแบบยานยนต์รุ่นใหม่ที่เกือบจะทุกค่ายก็ใช้เส้นด้านข้างของตัวถังแบบนี้ มือจับประตูสีเงินตัดกับตัวถังสีแดงอย่างรุนแรง ขอบกระจกบานประตูด้านบนเดินเส้นโครเมี่ยมเงาแวบ ชายล่างของบานประตูติดตั้งกาบข้าง GR Sport สีดำสลับกับสีของตัวถังซึ่งรถทดสอบคันนี้ใช้สีแดง Red Mica Metallic เป็นสีที่แสบสันโดยมีเกล็ด Metallic ละเอียดยิบปะปนอยู่ในเนื้อสีทำให้เวลากระทบกับแสงแดดส่องประกายแดงจ้าจนแสบตา Toyota New Corolla Altis GR Sport ใส่ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้วลายกงจักรแบบ 6 ก้านสีเงินสลับสีดำสวยงามใช้ได้ แต่แน่ใจได้เลยว่าคนที่ซื้อรุ่น GR Sport จะต้องเอาไปลงล้อที่มีขนาดใหญ่กว่าของเดิมอย่างแน่นอน ล้ออัลลอยลายใหม่ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตของแบรนด์ Dunlop รุ่นยอดนิยม SP Sport MAXX ไซส์ 225/45R17 91W ทั้งสี่ล้อ มิติตังถังของ Toyota New Corolla Altis GR Sport มีขนาดความยาว 4,630 มิลลิเมตร กว้าง 1,780 มิลลิเมตร สูง 1,435 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า-หลัง 1,530 มิลลิเมตร / 1,534 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 135 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 50 ลิตร รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.4 เมตร

บั้นท้ายแบบใหม่ใช้ไฟท้ายที่ออกแบบให้เชื่อมโยงกันด้วยพลาสติกโครเมี่ยม ไฟท้าย LED มีความสว่างมากกว่าเดิม ฝาท้ายมีชิ้นงานสปอยเลอร์สีดำติดตั้งอยู่เพื่อความสวยงามและช่วยกดท้ายในย่านความเร็วสูง ไฟเบรกดวงที่สามหลอด LED ย้ายไปติดตั้งอยู่ในกระจกบานหลัง เสาอากาศแบบครีบปลาฉลามไม่มีเนื่องจาก New Altis ฝังเสาอากาศไว้ในกระจกบานหลังควบรวมกับแผงระบายฝ้า กันชนหลังมีชิ้นงานพลาสติกสีดำติดอยู่บริเวณชายล่าง มุมด้านล่างของกันชนหลังแถบพลาสติกสะท้อนแสงสีแดง ชายล่างของกันชนหลังยังมีการออกแบบครีบรีดอากาศเล็กๆ เพื่อความสวยงามดุดันของรุ่น GR Sport ส่วนท่อระบายท้ายถูกปรับให้งอลง และซ่อนตัวอยู่ที่มุมด้านขวาใต้กันชนหลัง แทบจะมองไม่เห็น 

ห้องโดยสารแบบใหม่คล้ายกับ New Corolla เวอร์ชั่น Hatchback ที่ขายในญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา แม้ขนาดตัวถังจะไม่ใหญ่ แต่ภายในก็ถือว่ามีพื้นที่ใช้สอยพอเพียง เข้าไปนั่งแล้วไม่สร้างความรู้สึกอึดอัด แดชบอร์ดคอนโซลแบบใหม่ที่มีหน้าตาเรียบๆ แดชบอร์ดขึ้นรูปด้วยพลาสติกหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ มีการเดินเส้นกรอบมาตรวัด กรอบของช่องแอร์ลากยาวคาดกึ่งกลางของแดชบอร์ดไปจนถึงช่องแอร์ด้านซ้าย พลาสติเกรดกลางๆ ที่คุ้นเคยประดับประดาอยู่ทั่วไปหมด จุดที่ออกแบบได้ดีก็คือแผงควบคุมอุณหภูมิกับจอภาพมอนิเตอร์แบบใหม่ที่ตั้งชัน

เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ทั้งหมด เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะคนนั่งหน้ายังใช้การปรับด้วยมือ ซึ่งน่าจะให้เบาะไฟฟ้าคู่หน้ามาได้แล้ว เบาะสีดำมีการสอดแทรกสีแดงบริเวณปีกของตัวเบาะ พนักพิงศีรษะไม่สร้างปัญหาดันกบาลในท่านั่งแบบปกติเกิดจากการออกแบบที่ดี เบาะหลังแบบสามที่นั่งพับได้ (60:40) พร้อมที่วางแขนและวางแก้วน้ำ ถ้านั่งสองคนจะสบายตัวมากกว่าเมื่อเดินทางไกล พื้นที่เหนือศีรษะกับพื้นที่วางเท้ามีมาพอที่จะทำให้ท่านั่งบริเวณเบาะหลังผ่อนคลาย New Corolla Altis ยังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งเหมาะมากกับการใช้งานในเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ไม่ต้องเร่งแอร์กันจนสุด ซึ่งทำให้คนที่นั่งเบาะหน้ารู้สึกหนาวหน้าขาวซีด แต่คนนั่งหลังยังร้อนรุ่นกลุ้มอุราเหมือนรถรุ่นเก่าๆ ที่ยังไม่มีช่องแอร์ด้านหลัง 

กึ่งกลางของแดชบอร์ดแบบใหม่ติดตั้งจอภาพมอนิเตอร์สั่งงานด้วยระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว เป็นจอภาพแบบใหม่ที่มีความคมชัดพอใช้ได้ จอภาพของ Altis รุ่น GR Sport ไม่มีระบบนำทางด้วยดาวเทียม แต่มีกล้องมองหลังที่ทำงานพร้อมสัญญาณเสียงจากเซนเซอร์หลังที่คอยตรวจสอบการถอยหลังเข้าไปใกล้กับสิ่งกีดขวาง จอภาพมอนิเตอร์ควบรวมระบบปรับตั้งค่าต่างๆ ของรถ และการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ในระบบ Bluetooth ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์เล่นเพลงจากภายนอกผ่าน USB พร้อม Apple CarPlay และลำโพง 6 ตำแหน่ง เมื่อลองเปิดเพลงดูก็พบว่าเครื่องเสียงของ Toyota New Corolla Altis GR Sport นั้นคมชัดใช้ได้เลยทีเดียว จอภาพ 8 นิ้วยังรับหน้าที่เป็นจอมอนิเตอร์คอยแจ้งข้อมูลของอัตราสิ้นเปลือง การคำนวนระยะทางและระยะเวลาของการใช้งานตั้งแต่ติดเครื่องยนต์ไปจนถึงการดับเครื่อง 

พวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบสามก้าน มีสวิตช์ปรับตั้งระบบเครื่องเสียง สวิตช์เรียกดูข้อมูลที่จอภาพ MID multi information display ที่อยู่ด้านขวาของหน้าปัดมาตรวัด สวิตช์สั่งงานด้วยเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์ ก้านวงด้านขวาล้านเลี่ยนเตียนโล่งไม่มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือ Cruise Control มาให้ อุปกรณ์ดังกล่าวมีแฟนคลับ Altis หลายคนที่อยากได้ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยจะได้ใช้งานกันสักเท่าไหร่

มาตรวัดมีหน้าตาคล้าย Toyota 86 ใช้มาตรวัดแบบวงกลมสองวงซ้อนกันดูง่ายสบายตา โดยเฉพาะมาตรวัดความเร็วนั้นใหญ่สะใจเห็นง่าย วัดรอบเล็กลงมาหน่อยนึงแปะอยู่ด้านซ้ายสุด สำหรับจอภาพด้านขวามือเป็นจอแสดงผล MID multi information display แสดงผลการแจ้งเตือนความเร็วด้วยตัวเลขดิจิตอล คำนวณระยะทางจากเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ในถัง อุณหภูมิภายนอก เวลา ทริปมิเตอร์ การทำงานในโหมด ECO รวมถึงการปรับตั้งระบบความปลอดภัยต่างๆ ผ่านปุ่มเล็กๆ ที่ด้านซ้ายของก้านวงพวงมาลัย 

Toyota New Corolla Altis GR Sport วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ รหัส 2ZR-FE ปริมาตรความจุ 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. ฝาสูบแบบดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป 4 วาว์ลต่อสูบ ระบบวาล์วแปรผันสองฝั่ง (ไอดีและไอเสีย) Dual VVT-i ไม่มีระบบอัดอากาศเหมือนเดิม ความกว้างกระบอกสูบ 80.5 มิลลิเมตร ช่วงชัก 88.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.0:1 กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อมระบบ G AI Shift Control Sequential Shift โหมด +/- แปรผันอัตราทด 7 สปีด เครื่องยนต์วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า 

ระบบรองรับของ Toyota New Corolla Altis GR Sport เนื่องจากใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด TNGA ช่วงล่างหลังจึงเปลี่ยนไปใช้แบบดับเบิ้ลวิชโบนอิสระปีกนกคู่ที่หนึบกว่าเดิม ส่วนช่วงล่างหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ระบบเบรกใช้ดิสเบรกทั้งสี่ล้อเส้นผ่าศูนย์กลางจานเบรก 15 นิ้วทั้งจานหน้าและหลัง ส่วนคาร์ลิปเปอร์เบรกเป็นแบบลูกสูบเดี่ยวตัวเดียวโดดๆ ทำจากอะลูมิเนียม ดูขนาดของจานเบรกเล็กไปนิด ทำให้อยากได้จานที่มีใหญ่กว่านี้ ระบบบังคับเลี้ยวติดตั้งพวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering)

การปรับแต่งรถยนต์กลายเป็นปรัชญาการผลิตของ Toyota มาตั้งแต่สมัยผู้ก่อตั้งชื่อ Kiichiro Toyoda จากสภาวะที่รุนแรงของมอเตอร์สปอร์ตเผยให้เห็นศักยภาพของยานพาหนะอย่างเต็มที่ ศักยภาพของรถที่คนทั่วไปไม่เคยได้สัมผัสในการขับใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน คนของ Toyota แจ้งว่า มอเตอร์สปอร์ตทำให้แบรนด์สามห่วงสามารถพัฒนาและทดสอบขีดจำกัดสูงสุดของยานพาหนะก่อนการผลิตออกขาย ทำให้ Toyota สามารถสร้างรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพในด้านความคงทน ตั้งแต่ปี 1957 Toyota เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เช่น FIA World Rally Championship (WRC) และ World Endurance Championship (WEC) การเข้าร่วมทำการแข่งขันของ Toyota ก่อกำเนิดแบรนด์ TRD ซึ่งต่อมากลายเป็นอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ของ Toyota ที่แพร่หลายไปทั่วโลก

ในเมื่อ BMW มี M-Power Mercedes-Benz มี AMG และ Audi มีแผนก Audi Sport ค่ายสามห่วงก็ไม่ยอมน้อยหน้าแบรนด์รถพรีเมี่ยมของเยอรมนี นานมาแล้วที่ Toyota มีชุดแต่ง TRD หรือ Toyota Racing Development ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายในใส่รถ Toyota ออกวางขาย เพื่อให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แตกต่างสำหรับคนที่ชอบการแต่งรถ ในอดีต คุณสามารถพบเห็นแบรนด์ TRD ในสนามแข่งทางเรียบและแรลลี่ทางฝุ่นระดับโลก  จากความชอบในกีฬามอเตอร์สปอร์ตของประธาน Toyota คนปัจจุบัน ทำให้แบรนด์ GR Sport ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาแทนที่แบรนด์ TRD ที่ใช้มานานกว่า 30 ปี คำว่า GR ย่อมาจาก Gazoo Racing ซึ่งเป็นทีมแข่งของ Toyota ที่สนับสนุนโดยประธาน Toyoda และลงทำการแข่งขันรถยนต์ในรายการสำคัญทั่วโลก ปัจจุบัน ของแต่งใน Toyota รุ่น GR Sport นั้นมีความแตกต่างจาก Toyota รุ่นมาตรฐาน เป็นการเพิ่มความสวยงามดุดันและสมรรถนะให้กับรถเดิมๆ เพื่อความน่าใช้งานและประสิทธิภาพของการขับเคลื่อน เช่นเดียวกับ GR Sport ใน New Corolla Altis แม้เครื่องยนต์จะไม่ได้ถูกปรับแต่งเพิ่มเติม แต่แอร์โรพาร์ทที่ลงตัวในรุ่น GR เข้ามาช่วยทำให้ New Altis 1.8 ดูดีขึ้น ภายใต้สัญลักษณ์ GR แบรนด์ใหม่ที่กลายเป็นของแต่งสำหรับ Toyota รุ่นพิเศษในปัจจุบัน ทดแทน TRD ที่เคยสร้างความจดจำและกลายเป็นประวัติศาสตร์ของ Toyota ไปในที่สุด  

แม้ว่าตัวถังจะเล็กแต่ภายในนั้นไม่เล็กตาม ผมเข้าไปนั่ง กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ด้านขวาใต้แดชบอร์ด ตำแหน่งท่านั่งใน Altis GR Sport จัดวางทรงมาดี เบาะคนขับปรับไฟฟ้า พวงมาลัยปรับได้สี่ทิศทาง เบาะคนนั่งยังคงปรับด้วยมือและทำให้ภรรยาที่เป็นคนออกเงินซื้อรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ เบาะนั่งนิ่มสบายแผนหลัง พนักพิงศีรษะก็ไม่ได้ดันหัว แต่กดเบาะให้ลงต่ำสุดๆ มันก็ยังให้ความรู้สึกว่ายังสูงอยู่ดี ด้วยความที่ชอบเบาะเตี้ยๆ ต่ำๆ จนติดเป็นนิสัย ถ้าเบาะคันไหนปรับลงสุดแล้วยังรู้สึกสูงอยู่ก็จะปรับท่าทางการขับเสียใหม่เพื่อให้เกิดความคุ้นชินเพราะต้องเอาไปลากกันยาวๆถึงจะเห็นดำเห็นแดง ในเมืองการขับถอยเข้าออกจากที่จอดรถสะดวกง่ายดายจากขนาดของตัวถังที่กะทัดรัด พวงมาลัยไฟฟ้าก็เข้ามาช่วยทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ความคล่องตัวในเมืองนั้นถูกใจคนใช้รถเยอะอย่างพี่แท็กซี่ของเรา วันนึงถ้าองค์ลงขยันขันแข็งก็ล่อกันถึง 400-500 กิโลเมตร หากขับแล้วไม่คล่องแคล่วว่องไวตามใจสั่ง มีหวังเถ้าแก่ในอู่แท็กซี่มีบ่น! 

วนไปวกมาในเมืองอยู่สองสามวันฝนก็เทลงมาทุกวันจนแทบจะไม่มีโอกาสได้ขับออกไปลองไกลๆ จนถึงวันสุดท้ายก่อนจะส่งรถคืนก็สบโอกาสขับมุ่งหน้าไปที่ปราณบุรีแล้วไหลออกไปที่อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด บนไฮเวย์ เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรทำหน้าที่ส่งแรงบิดลงไปยังเกียร์ Super CVT-i 7 สปีด ซึ่งมีตำแหน่งเกียร์แมนวลหรือ Sequential Shift มาให้ใช้งาน รุ่นGR Sport ยังติดตั้งแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift และมันก็ใช้งานได้ดีเมื่อต้องการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวคุณเอง แม้จะเป็นเกียร์ CVT แต่วิศวกรของ Toyota ทำการปรับอัตราทดแบบแปรผันให้เกียร์ลูกนี้มี 7 สปีดสำหรับการใช้งานบนเส้นทางภูเขาสูงชัน เครื่องยนต์ 140 แรงม้า มีอัตราเร่งที่ไม่ได้เร็วจี๋เหมือนอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก แรงบิด 177 นิวตันเมตร ทำตัวเลข 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ที่ 10.3 วินาที ตัวเลขอัตราเร่งดังกล่าวของ Altis GR Sport อาจโดน Civic RS สวนเอาง่ายๆ แต่ถ้าอัดเข้าโค้งกันเร็วๆ ว่ากันตามความเป็นจริงเจ้า GR ก็มีการยึดเกาะที่ให้ความมั่นใจได้มากกว่า Civic RS นิดๆ TNGA แชสซีใหม่ที่ใช้ช่วงล่างหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบน ทำให้การทรงตัวของ Altis GR Sport คล้ายกับ C-HR 1.8 โหลดเตี้ยยังไงยังงั้นละครับ 

ที่ 3,000 รอบต่อนาทีในย่านความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองทำได้ที่ 11.2 กิโลเมตรต่อลิตร ขับในเมืองรถติดๆ หล่นลงมาเหลือ 9.8 กิโลเมตรต่อลิตร ไม่ได้ประหยัดแต่ก็รับได้ที่ไม่ได้กินดุเดือดอะไร การหวด New Altis GR Sport บนทางตรงยาวแบบจมมิดคันเร่ง สิ่งที่คุณจะรับรู้ได้ก็คือ หากถนนเรียบมากพอ มันจะวิ่งตรงและนิ่งเป็นลูกธูน พวงมาลัยไฟฟ้าที่เคยเบาในย่านความเร็วต่ำก็ยังหน่วงมือมากขึ้นจนรู้สึกได้ ไม่ต้องคอยขยับปรับแต่งทิศทางกันให้มากเรื่อง แม้จะไม่ดีเท่ากับพวงมาลัยของ New Camry แต่ก็ถือว่าทำออกมาใช้ได้และให้ความรู้สึกมั่นใจในการใช้ความเร็ว  

New Altis GR Sport ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำความเร็ว แรง โหดแบบสุดกู่เหมือนรถสปอร์ตอย่าง GR Supra มันไม่ได้มช่วงล่างที่แข็งโป๊กเพื่อรับมือกับการอัดเข้าโค้งแบบเต็มกำลัง เสียงก็ไม่ได้ดังหรือพุ่งเป็นจรวดเมื่อลงคันเร่งจนสุด คนขอ Toyota ออกแบบให้รถรุ่นนี้เป็น New Corolla ที่ขับทางไกลได้อย่างยอดเยี่ยมและสบายในราคาที่ไม่แพงมากจนเกินไปสำหรับรถ 1,800 ซีซี. ไม่ต้องวิ่งเข้าออกศูนย์บริการบ่อยๆ และมีแรงบิดมากพอที่จะทำให้คุณสนุกได้บ้างในบางเวลาที่เจอเข้ากับถนนโล่งๆ หน้าตาของมันก็พอใช้ได้ บางคนบอกว่ารุ่น GRนั้นมีใบหน้าที่เยอะไปหน่อย แต่จากผลการสำรวจพบว่าลูกค้าคนเอเชียส่วนใหญ่รวมถึงคนไทยชอบหน้าตาแบบนี้ ไม่ได้เด่นจนเกินงาม แต่ก็ไม่ได้จืดจนดูไม่ได้ เป็น Corolla สายพันธุ์แท้เหมือนกับบรรพบุรุษของมันตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ตัวถังให้ความรู้สึกเบาแต่กระชับและเกาะถนนมากกว่าเดิม เหมือนเอาชูรสมาปรุงเติมเพื่อทำให้มีรสชาติที่ดีขึ้น    

ลองลากรอบสูงอย่างต่อเนื่อง เสียงเครื่องก็ไม่ได้ดังมากมายอะไร ยิ่งท่อระบายท้ายถูกกดลงพื้นแบบนั้นมันยิ่งเงียบ การเก็บเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของรถญี่ปุ่น ยาง dunlop SP sport maxx ขนาด 225/45 R17 ก็ไม่ค่อยจะเงียบอยู่แล้ว ส่วนเสียงลมที่ลอดเข้ามาแถบๆ ขอบกระจกจะเริ่มดังในย่าน 110 และเมื่อวิ่งเร็วขึ้นเสียงยางก็จะเข้ามากลบเสียงลมจนแทบจะไม่ได้ยิน แนะนำให้เปิดเครื่องเสียงแล้วเล่นเพลงที่ชอบ New Altis  GR Sport มีลำโพง 6 ตัวที่ให้ซุ่มเสียงพอใช้ได้ คมชัดและมีมิติในแบบที่ควรจะเป็น ถ้าเพิ่มซัฟวูฟเฟอร์ดันเบสให้หนักข้อกว่าเดิมรับรองว่ามีเพลิน 

GR Sport คันนี้มีช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ด้านหลังปีกนกคู่ ดับเบิ้ลวิชโบนพร้อมเหล็กกันโคลง ทำให้มันวิ่งบนทางตรงรวมถึงโค้งแคบๆ ได้ดีขึ้น (มาก) ถนนบนภูเขาและทางโค้งวกไปวนมาโอกาสที่จะใช้รอบสูงแทบไม่มี เมื่อเจอเข้ากับโค้งยูเทิร์น ผมผลักเกียร์มาทางขวาเข้าสู่ตำแหน่งแมนวลแล้วลดเกียร์ลงมาจนถึงเกียร์สอง มันเข้าโค้งได้มั่นคงดีและมีอาการโคลงไม่มากนัก เกียร์ทำงานไหลลื่นใช้ได้และไปตามสั่งจะใช้การโยกคันเกียร์ในตำแหน่ง +/- หรือชิฟเกียร์ผ่าน Paddle Shift ก็สนุกทั้งนั้น เกียร์ทำงานไวราวกับไม่ใช่เกียร์ CVT แต่คนชอบขับส่วนใหญ่ก็ยังอยากได้เกียร์ออโต้แบบเฟืองต่างขนาดมากกว่าเกียร์แบบพูเลย์สายพาน โอเวอร์แฮงก์หน้าที่สั้นกระชับจะยิ่งทำให้มันคล่องมากขึ้นในโค้งมุมแคบ สอดประสานไปกับแรงบิด การทำงานของช่วงล่าง พวงมาลัยและการเปลี่ยนอัตราทดด้วยตัวของคนขับเอง  

เมื่อซัดจนเข้าใกล้กับขีดข้อจำกัดของตัวรถ อาการหน้าดื้อโค้งจะเริ่มโผล่มาให้สัมผัสตามสันดานของรถขับเคลื่อนล้อหน้า แค่ลดความเร็วแล้วจับจังหวะของการเข้าโค้งด้วยไลน์ที่ถูกต้องจากการวางตำแหน่งรถที่ดีก็จะทำให้ GR Sport คันนี้ขับสนุกมากขึ้น แต่พอจะสุดปลายโค้งเมื่อลงคันเร่งสวนเต็มสูบพลังที่เทออกมานั้นน้อยไปนิดและอยากให้ Toyota ทำเครื่อง 1.5 เทอร์โบออกมาสู้ แชสซี่และช่วงล่างของ New Altis GR Sport รองรับม้า 200 ตัวได้อย่างสบายๆ แต่ม้า 140 ตัวนั้นน้อยเกินไปถ้าคิดจะท้ารบกับ Civic RS เจ้า GR จะเหนือกว่าก็แค่ช่วงล่างและราคาเท่านั้นละครับ 

ผมชอบ TNGA ที่เข้ามาเปลี่ยนสไตล์การขับและความรู้สึกหลังพวงมาลัยของ Toyota ยุคใหม่ ทำให้การขับไม่น่าเบื่ออีกต่อไป แม้จะมีกำลังไม่มากนักแต่มันก็เป็นรถที่ดีสำหรับการขับใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณซึ่งส่วนใหญ่ขับติดๆ วิ่งๆอยู่แต่ในเมือง จะมีออกทางไกลบ้างเป็นบางครั้งเท่านั้น ความคงทนของเครื่องยนต์ Toyota กลายเป็นเรื่องที่รู้กันดีในวงการยานยนต์  แท็กซี่ Toyota Corolla เกือบทุกคันมีไมล์เฉียดล้านหรือมากกว่านั้น ถ้าไม่ทนจริงมันคงไม่เป็นที่นิยมของเถ้าแก่เจ้าของอู่ สำหรับ GR Sport แม้จะแตกต่างด้านอุปกรณ์ เครื่องยนต์และงานตกแต่งภายในจากตัวลิโม่แต่ความทนทานนั้นก็จะได้ตามมาตรฐานของ Toyota จุดเด่นอีกอย่างก็คือศูนย์บริการ เป็นความมั่นใจของคนที่ใช้รถยนต์แบรนด์สามห่วงมานานแล้ว ส่วนที่ไม่ชอบก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี เช่น เบาะคนนั่งหน้าที่ควรจะปรับไฟฟ้าได้แล้ว พลาสติกภายในที่ยังคงดูธรรมดามากเกินไป นอกนั้นถือว่า Toyota ทำ New Corolla รุ่นนี้ออกมาได้ดีพอสมควร ลืมบอกว่าเปิดฝาท้ายออกมา คุณจะพบกับพื้นที่เก็บของที่กว้างขวางมากขนาดยัดกระเป๋าเดินทางใบโตๆ ได้อย่างสบาย 

GR Sport ไม่ใช่ Corolla ในอดีต รุ่นล่าสุดเป็นรถที่เกาะถนนมากขึ้น แต่ก็น่าจะมีรุ่นที่แรงกว่านี้เอาไว้หวดกับ Civic ช่วงล่างหนึบกว่าเดิมและนั่งทางไกลได้สบายตัวขึ้น เบรกเล็กเกินไป ขับเร็วๆ แล้วอยากได้เบรกที่มันใหญ่กว่านี้ โหมด Sport เปิดโอกาสให้ซิ่งได้บ้างแต่ไม่ได้มากมายอะไร ถ้าวิ่งบนมอเตอร์เวย์หรือทางหลวงสี่ช่องจราจรเรียบๆ มันจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกชอบ แต่การขับบนทางหลวงชนบทแคบๆ ขนาดที่เล็กทำให้ไปได้อย่างไหลลื่น เป็น New Corolla ที่สมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม โดยมี TNGA เข้ามายกระดับศักยภาพของแชสซีขึ้นไปอีกหน่อย เป็นพัฒนาการที่เหนือกว่ารุ่นก่อน และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขับในทุกวันนี้ เป็นรถที่คุณสามารถซื้อได้อย่างมั่นใจแบบไม่ต้องคิดมาก และจะไม่ผิดหวังในด้านความทนทานของมันอย่างแน่นอน. 

Toyota New Corolla Altis GR Sport ราคา 999,000 บาท
มิติภายนอก
ยาว 4,630 มิลลิเมตร
กว้าง 1,780 มิลลิเมตร
สูง 1,435 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อหน้า-หลัง 1,53 มิลลิเมตร / 1,534 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 135 มิลลิเมตร 
ความจุถังเชื้อเพลิง 50 ลิตร
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.4 เมตร

เครื่องยนต์
รหัส 2ZR-FBE 
แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว 
ความจุกระบอกสูบ 1,798 ซีซี
ความกว้างกระบอกสูบ 80.5 มิลลิเมตร
ระยะชัก 88.3 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด 10.0:1 
รองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E85
แรงม้าสูงสุด EEC net 103 กิโลวัตต์ 140 (PS) 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด EEC net 177 นิวตัน-เมตร 18.05 กก.-ม ที่ 4,000 รอบต่อนาที
ระบบเกียร์ Super CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift
อัตราทดเกียร์ 2.480 - 0.396
อัตราทดเกียร์ถอยหลัง 2.604 - 1.680
อัตราทดเฟืองท้าย 5.356

ระบบช่วงล่างหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบช่วงล่างหลัง อิสระแบบปีกนกคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก ขนาด 15 นิ้ว
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรก ขนาด 15 นิ้ว
ล้อและยาง ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ยาง dunlop SP sport maxx ขนาด 225/45 R17
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering)
 
อุปกรณ์ภายนอก
ชุดไฟหน้า LED 
ชุดไฟท้าย Full LED 
ที่ปัดน้ำฝน แบบหน่วงเวลาและตั้งเวลาได้ 
กระจังหน้า เปียโนแบล็ก
มือจับประตูด้านนอก โครเมี่ยม 
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Lights)
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
ระบบไฟหน้า Follow-me-home
กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ (Auto Folding) พร้อม Reverse Link
ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ 
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ 
กระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) 
ไฟตัดหมอกหน้า LED 
สเกิร์ตหน้า / สเกิร์ตข้าง / สเกิร์ตหลัง / สปอยเลอร์หลัง


อุปกรณ์ภายใน
วัสดุเบาะ หนังและวัสดุสังเคราะห์ (สีดำ และตกแต่งสีแดง) 
วัสดุตกแต่งพวงมาลัย หนัง
วัสดุตกแต่งคอนโซลกลาง เปียโนแบล็ก
หัวเกียร์ หุ้มหนัง
วัสดุตกแต่งที่จับประตู สีเงิน เปียโนแบล็ก
เบาะนั่งด้านหน้าเบาะคนขับปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า 
เบาะนั่งด้านหลัง พับได้ (60:40) พร้อมที่วางแขนและวางแก้วน้ำ
กระเป๋าหลังเบาะนั่งด้านหน้า เบาะคู่หน้า 
เครื่องปรับอากาศ แบบอัตโนมัติ
ช่องปรับอากาศด้านหลัง
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
เครื่องเสียง จอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Bluetooth / USB พร้อม Apple CarPlay และลำโพง 6 จุด 

มาตรวัด และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) จอสี 7 นิ้ว จอสี 7 นิ้ว จอสี 4.2 นิ้ว จอสี 4.2 นิ้ว
พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ และใกล้-ไกล
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
ช่องต่อ USB ด้านหน้า
หน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบ Jam-protection ทั้ง 4 บาน
กุญแจรีโมต
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน แบบอัตโนมัติ
ช่องชาร์จแบตผ่าน USB ในกล่องเก็บของ
ระบบสตาร์ตรถและเปิดประตูอัจฉริยะ (Push Start and Smart Entry)
ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ 
เบรกมือไฟฟ้า 
ไฟส่องสว่างบริเวณที่บังแดดด้านหน้า 
กล้องมองหลัง
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)

ระบบความปลอดภัย
เข็มขัดนิรภัยหน้า ดึงรั้งและผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง 
เข็มขัดนิรภัยหลัง ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง 
ระบบเบรก ABS
ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
ระบบเสริมแรงเบรก BA
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS คู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านด้านข้าง / หัวเข่าด้านคนขับ
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC
ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED
ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน EBS
ระบบป้องกันการโจรกรรม Immobilizer
สัญญาณเตือนกะระยะด้านท้าย 
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM 
ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ToyotaNew Corolla AltisNew Altis GR Sportอาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้