ข่าว
100 year

ใส่ของเยอะใช้ไม่หมด ทดสอบทางไกล Mitsubishi Pajero Sport รุ่นปรับโฉม

ไทยรัฐออนไลน์5 ก.ย. 2562 10:00 น.
SHARE

การปรับปรุงโฉมของ Mitsubishi Pajero Sport รุ่นไมเนอร์เชนจ์ 2019 เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางปี 2562 จากความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ PPV SUV ที่มียอดขายใช้ได้และอยู่ในอันดับที่ 3 โดยตามหลังเจ้าตลาดอย่าง Toyota Fortuner และ Isuzu MU-X ทำให้ Pajero Sport  ต้องต่อสู้ด้วยอุปกรณ์ที่เยอะกว่าและราคาที่จับต้องได้ Mitsubishi Pajero Sport รุ่นปรับโฉมมีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกไม่มากนัก การออกแบบด้านหน้าแบบ Advanced ‘Dynamic Shield’ เอกลักษณ์ของ Mitsubishi ยุคใหม่ ชุดไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-LED พร้อมระบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ และชุดไฟคอมบิเนชั่นที่ติดตั้งอยู่ด้านนอกของกันชนหน้า ยกขอบฝากระโปรงสูงกว่าเดิม เพื่อลดความเสียหายจากน้ำท่วมและสิ่งกีดขวางอื่นๆ

งานออกแบบด้านหน้าที่คล้ายคลึงกันเกือบจะทุกโมเดลกลายเป็นสไตล์ที่สร้างความจดจำให้กับผู้คน New Pajero Sport ออกแบบกระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่ ติดตั้งไฟหน้า Projector Bi-LED Headlamps มีระบบปรับลำแสงอัตโนมัติ ไฟหรี่กลางวันที่คมชัดแบบ Spectrum LED รวมถึงกรอบไฟตัดหมอกขนาดใหญ่ที่ใช้หลอด LED ทรงด้านหน้าคล้ายกับกระบะ Triton รุ่นใหม่ รวมถึง MPV ไซส์เล็กอย่าง Xpander จากงานดีไซน์ในลักษณะดังกล่าวทำให้รถยนต์ Mitsubishi ที่ขายในประเทศไทยมีหน้าตาที่คล้ายกันจนแยกแทบไม่ออก

ด้านหลังของ Mitsubishi Pajero Sport ติดตั้งกันชนขนาดใหญ่ แผงกันกระแทกด้านล่าง บันไดข้างติดตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้นเพื่อการขับบนเส้นทางออฟโรด ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ให้มีความยาวที่สั้นลงกว่ารุ่นที่แล้ว เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว มิติตัวถังของ Mitsubishi Pajero Sport มีความยาว 4,825 มิลลิเมตร กว้าง 1,815 มิลลิเมตร สูง 1,835 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,520 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,515 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 218 มิลลิเมตร น้ำหนักในรุ่นสูงสุดขับเคลื่อน 4 ล้ออยู่ที่ 2,075 กิโลกรัม ความจุถังเชื้อเพลิง 68 ลิตร 

Pajero Sport GT-PREMIUM ราคา 1,599,000 บาท มีสัดส่วนที่สูงชะลูด ทำให้ส่วนท้ายดูแปลกตาคล้ายกับตู้ทรงเหลี่ยม ไฟท้ายแนวตั้งยาวเกาะติดกับเสาท้ายตามลักษณะของการออกแบบที่ใช้ความแตกต่างมาสร้างเป็นจุดขาย ไฟท้ายทรงยาว Spectrum LED Tail Lights ของ New Pajero Sport ใช้หลอดไฟ LED ผสมกับหลอดไฟเลี้ยวแบบปกติ เป็นไฟท้ายของรถอเนกประสงค์ที่มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ ในรุ่นปรับโฉมก็ยังใช้ไฟท้ายแบบเดิมแต่ออกแบบให้สั้นลงแค่นิดเดียว พลาสติกโครเมียมเหนือตำแหน่งที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนซ่อนกล้องมองหลังเอาไว้อย่างแนบเนียน สปอยเลอร์หลังอุดมไปด้วยเซนเซอร์ถอย รวมถึงเซนเซอร์ของระบบแจ้งเตือนการขับเข้าใกล้วัตถุกีดขวาง กล้องมองหลัง ชิ้นงานพลาสติกกันกระแทกกรุปิดทับชายล่างของสปอยเลอร์หลัง ให้มุมมองที่สวยงาม รวมถึงประโยชน์ของการใช้สอยที่ใช้ในการบังตำแหน่งของยางอะไหล่ สำหรับไฟท้ายทรงยาวสุดแหวกแนวของ New Pajero Sport ต้องใช้เวลามองกันพอสมควรกว่าจะเห็นถึงความสวยงามที่ต้องใช้ความตั้งใจในการออกแบบและผลิตกรอบไฟท้ายที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ในส่วนของฝาท้ายมีการออกแบบให้ฝาท้ายไฟฟ้าของ New Pajero Sport 2019 สามารถเปิดออกด้วยมุมที่สูงมากกว่าปกติสำหรับการขนของชิ้นโตๆ ยัดใส่ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยกลไกไฟฟ้าสะดวกสบายกว่าเดิมเยอะ 

ภายในห้องโดยสารของ New Pajero Sport รุ่นสูงสุด ราคา 1,599,000 บาท ยัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้ครบและมากเกินความต้องการจนใช้งานแทบจะไม่หมด เริ่มจากเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและควบคุมการใช้งานด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่หรือมาตรวัดแบบ LCD ขนาด 8 นิ้วใหม่ที่ง่ายต่อการอ่าน มีการแสดงผลมาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบเครื่องยนต์และข้อมูลอื่นๆ ของตัวรถ พร้อมกับแสดงสถานะของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอได้ 3 แบบ รองรับเมนูภาษาไทย สามารถเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA (Smartphone-link Display Audio) ขนาด 8 นิ้ว บริเวณคอนโซลกลาง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และแอปเปิลคาร์เพลย์ สั่งงานหน้าจอด้วยระบบสัมผัส และการสั่งงานด้วยเสียง

กึ่งกลางเพดานของห้องโดยสารติดตั้งจอภาพพร้อมรีโมตคอนโทรล ขนาด 12.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และสมาร์ทโฟนผ่าน HDMI ห้องโดยสาร New Pajero Sport คล้ายรุ่นที่แล้วแต่มีการเพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยและความสะดวกสบาย พื้นที่บริเวณหัวเข่าและข้อศอกกว้างขึ้นติดตั้งวัสดุบุนุ่มบริเวณมือจับประตูและคอนโซลกลาง ช่องเก็บของเพิ่มที่บริเวณหน้าคันเกียร์ ช่องวางของที่ด้านล่างของคอนโซลกลาง พร้อมติดตั้งเพิ่มช่องจ่ายไฟและพอร์ท USB สำหรับชาร์จไฟ ฟีเจอร์ใหม่ใน New Pajero Sport เข้ามาเพิ่มความสบายในการใช้งาน เช่น ระบบเบรกมืออัตโนมัติ Auto Parking Brake (APB) และระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อจอดอยู่กับที่ Brake Auto Hold (BAH)

ขุมกำลังยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเดิมที่มีสมรรถนะดีอยู่แล้ว เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ แถวเรียง ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป 4 วาล์วต่อสูบ ระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผันกับอินเตอร์คูลเลอร์ช่วยลดอุณหภูมิไอดีก่อนอัดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เครื่องยนต์ MIVEC VG Turbo Clean Diesel กำลัง 181 แรงม้า รหัส 4N15 แม้จะมีความจุแค่ 2,442 ซีซี แต่มีแรงบิดมาให้ใช้งานถึง 430 นิวตันเมตร ไม่เป็นรองรถอเนกประสงค์คู่แข่งที่วางเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร หรือ 3.0 ลิตร ซึ่งกินเชื้อเพลิงมากกว่า เครื่องยนต์ 4N15 มีอัตราส่วนกำลังอัด 15.5:1 ความกว้างกระบอกสูบ 86.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 105.1 มิลลิเมตร ระบบจ่ายเชื้อเพลิงใช้หัวฉีดไฟฟ้ากับระบบคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น อัตราเร่งตอบสนองดีเยี่ยมและมีความต่อเนื่อง 

ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ Pajero Sport GT-Premium 4WD ใช้ระบบส่งกำลังที่มีความทันสมัยและมีอัตราทดมากสุดในวงการรถยนต์ PPV SUV เกียร์ของ Pajero Sport GT 4WD ใช้ระบบเกียร์อัจฉริยะ 8 จังหวะ พร้อม Sport mode และระบบ INC (Idle Neutral Control) + G-SENSOR ชุดบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยแบบแรคแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรง ระบบกันสะเทือน ด้านหน้า แบบอิสระ ดับเบิลวิชโบน คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง กันสะเทือนหลังแบบทรีลิงก์ ทอร์คอาร์ม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบห้ามล้อหรือเบรก ล้อหน้าและล้อหลังเป็นระบบดิสก์เบรก จานเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน ขนาดล้อและยาง ล้ออัลลอย ขนาด 18"x7.5J แบบ Two-Tone มาพร้อมยางขนาด 265/60R18 เท่ากันทุกล้อเนื่องจากทำตัวเป็นรถออฟโรดขับเคลื่อน 4 ล้อ 

การขับทดสอบเริ่มจากขับทั้งในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างกรุงเทพมหานครในย่านธุรกิจแถบสาทรและออกทางไกลไปลองในเส้นทางออฟโรดหลังเขื่อนแก่งกระจานบนเทือกเขาพะเนินทุ่งที่เป็นป่าดงดิบพร้อมทางดินโคลนเละๆ ในช่วงฤดูฝนที่รถเก๋งไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ Pajero Sport GT-PREMIUM เป็นรถออฟโรดตัวเต็มที่มีการขับขี่ใช้ได้เลยทีเดียว แต่ก็ต้องระวังไม่ห้าวมากจนเกินไปจากสัดส่วนของความสูงและโครงสร้างแชสซีที่นำมาจากรถกระบะดัดแปลง PPV SUV น้ำหนักตัว 2 ตันกลับไม่สร้างปัญหาในด้านของความคล่องตัว แรงบิดหรือแรงฉุดลาก 430 นิวตันเมตรมากพอที่จะขับบนไฮเวย์ เร่งแซงรถช้าหรือตะกุยเอาตัวรอดให้หลุดพ้นจากหล่มโคลน กำลัง 181 แรงม้า ที่ได้มาจากเครื่องยนต์ดีเซล 4N15 ทำให้เกิดความคล่องตัวในการใช้งาน อุปกรณ์ในระบบขับเคลื่อนที่ต้องพ่วงต่อกับล้อคู่หน้า หรือ transfer case ทำให้มันมีความสามารถในการลุยแบบรถออฟโรด แรงบิดที่ใช้ได้ในรอบต่ำทำให้การขับในเมืองส่งถ่ายอาการที่ว่องไวและปราดเปรียว ความสูงที่มากถึง 1,805 มิลลิเมตร และตำแหน่งท่านั่งที่สูงโด่ง แม้จะปรับเบาะไฟฟ้าให้กดลงจนสุดก็ยังสูงอยู่ดี และความสูงนั้นทำให้คุณมองไกลไปข้างหน้าแทบจะข้ามอำเภอกันเลยทีเดียว!

บนไฮเวย์เมื่อวิ่งทางตรงถือว่าทรงตัวใช้ได้และมีการเก็บเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ได้เงียบกริบแต่ก็ไม่ได้ดังจนทำให้รำคาญ เสียงลมจะลอดเข้ามาที่ขอบกระจกบานประตูตั้งแต่ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อขับเร็วขึ้นก็ไม่ได้ดังมากมายอะไร เมื่อเลี้ยวโค้งด้วยความเร็วสูง อาการโคลงตัวที่เกิดขึ้นจากสัดส่วนของความสูงที่มากกว่ารถปกติ รวมถึงรูปแบบของแชสซีที่ไม่ใช่โมโนค็อก ทำให้ต้องระวังเมื่อเจอเข้ากับผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ เมื่อห้อมาเร็วแล้วเจอเข้ากับโค้งแปลกๆ ที่ไม่คุ้นชินก็ควรใช้เบรกลดความเร็วของรถให้เหมาะสมกับทางโค้งที่อยู่ตรงหน้า การขับรถยนต์อเนกประสงค์ไม่ควรเพลินจนใช้ความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง หากเกิดอะไรฉุกเฉินที่คุณจะต้องหักหลบ ความสูงของตัวรถจะทำให้เสียอาการจนควบคุมได้ยากหรืออาจพลิกหงายท้องได้ง่ายๆ เมื่อขับรถที่มีความสูงแบบรถออฟโรดก็พึงระวังการใช้ความเร็วให้จงหนัก รถอเนกประสงค์สมัยใหม่ในทุกวันนี้มีกำลังเหลือเฟือ แรงบิดแบบจัดเต็มนั้นทำให้ขับสนุกแต่ก็ต้องคอยเตือนตัวเองทุกครั้งอย่าประมาทด้วยการลดความเร็วก่อนที่จะหักพวงมาลัยเข้าโค้ง ความเร็วที่พอดีกับโค้งจะทำให้คุณปลอดภัย ไม่จบลงด้วยอุบัติเหตุรุนแรงซึ่งอาจทำให้บาดเจ็บหรือถึงกับเสียชีวิต

สมรรถนะในการขับทางยาวบนไฮเวย์ของ Pajero Sport 4WD ด้วยกำลังเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ-อินเตอร์คูลเลอร์ขนาด 2.4 ลิตร พร้อมชุดส่งกำลังอัตโนมัติซึ่ง Mitsubishi Motor กล้าหาญชาญชัยมากที่มีการนำเอาเกียร์ออโต 8 อัตราทดเข้ามาใช้งาน เกียร์ขับสี่ราคาแพงเข้ามาช่วยอำนวยการขับเติมเต็มประสิทธิภาพของการทดแรงบิดไปตามรอบเครื่องและความเร็วได้เป็นอย่างดี รอบเครื่องยนต์ 1,600 รอบต่อนาทีที่ย่านความเร็วเดินทาง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงต่ำพอที่จะทำให้เจ้าช้างหนักสองตันคันนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำจนน่าพอใจ ความประหยัดที่เกิดขึ้นจากอัตราทดของเกียร์ 8 สปีดขึ้นตรงกับ ECU หรือ electronics control unit ที่ใช้ควบคุมการทำงานของเกียร์โดยสมองกลไฟฟ้า ECU จะปรับอัตราทดให้ขึ้นไปที่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ ตำแหน่งของระบบขับเคลื่อนที่ถูกผมปรับเป็นแบบ 2H -2WD High Range โดยใช้เพียงแค่การขับสองล้อหลังบนทางหลวงข้ามจังหวัดเหมาะกับรูปแบบของเส้นทางซึ่งเป็นทางราบปกติ พวงมาลัยเพาเวอร์ในย่านความเร็วเดินทางมีน้ำหนักที่ดีและให้ความมั่นใจได้พอสมควร

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและเทือกเขาพะเนินทุ่งเป็นเส้นทางชมธรรมชาติที่สวยงามในฤดูแล้งและฤดูหนาว ส่วนฤดูฝนนั้นเส้นทางเขาพะเนินทุ่งจะกลายเป็นสถานที่ที่ยากแก่การเข้าถึง เนื่องจากอุปสรรคจากสภาพทางที่อุดมไปด้วยโคลนเลน จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประจำฤดูที่หอบกลุ่มฝนมาตกในแถบนี้แทบจะทุกวัน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี และมีลักษณะเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 1,821,687.84 ไร่ หรือ 2,914.70 ตารางกิโลเมตร 

เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จแปรพระราชฐานที่พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเสด็จฯ ที่เขื่อนแก่งกระจาน ได้รับสั่งให้นายถนอม เปรมรัศมี อธิบดีกรมป่าไม้ เข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2522 ได้มีกระแสพระราชดำรัสว่า “เรื่องป่าต้นน้ำ ลำธารของแม่น้ำเพชรบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาอย่าให้มีการลักลอบตัดไม้ ถางป่า ทำไร่ในป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรี เพราะจะทำให้เกิดความแห้งแล้ง แม้จะได้มีการให้สัมปทานป่าแปลงนี้ไปบ้างแล้ว ก็ขอให้ เจ้าหน้าที่ตรวจดูแลการทำไม้ อย่าให้เป็นการทำลายป่าเกิดขึ้น”

จากพระราชดำรัสดังกล่าวประกอบกับนโยบายของรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2522 ที่ให้รักษาป่าไว้โดยการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาตินับจากนั้นเป็นต้นมา เขาพะเนินทุ่งเป็นเส้นทางเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติประมาณ 34.5 กิโลเมตร ระหว่างทางสามารถชมทิวทัศน์ได้ตลอดสายเห็นภูเขา ทะเลหมอก ป่าเขียวขจี สามารถพบเห็นสัตว์ป่า เช่น ช้าง กระทิง นกเงือก หมีขอ สภาพภูมิประเทศของเขาพะเนินทุ่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บนสันเขาที่ระดับความสูง 950 เมตร จากระดับน้ำทะเล รายล้อมด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน ของเทือกเขาตะนาวศรี เส้นทางเข้าไปยังที่ทำการอุทยานในช่วงฤดูฝนมีความยากลำบากและเหมาะกับการทดสอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II ที่ติดตั้งอยู่ใน Mitsubishi Pajero Sport รุ่นปรับโฉม 2019 

ความยาว 4,825 มิลลิเมตร และกว้าง 1,815 มิลลิเมตรของ Pajero Sport GT-Premium พอฟัดพอเหวี่ยงกับ SUV คู่แข่งทั้ง Ford Everest / Toyota Fortuner / Isuzu MU-X / Chevrolet Trailblazer กล้องมองรอบทิศที่คุณสามารถกดสวิตช์ดูได้รอบตัวรถรวมถึงกล้องมองหลังที่ทำงานร่วมแกนกับเกียร์ถอยพร้อมเสียงเตือนเมื่อถอยเข้าใกล้สิ่งกีดขวางเข้ามาช่วยในเรื่องของการกะระยะเมื่อต้องการจอดในที่คับแคบ ความสูงที่มากกว่ารถทั่วไปของ Pajero Sport ทำให้คุณมองเห็นได้ไกลกว่าและทำให้สามารถผ่านเนินดินสันดอน ร่องหล่มลึกๆ รวมถึงยังสามารถวิ่งลุยป่าฝ่าดงดิบ ลุยน้ำท่วมขังที่พบเจอเป็นประจำในกรุงเทพมหานครเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน น้ำหนักของพวงมาลัยเพาเวอร์สายพานซึ่งใช้สายพานพูเล่ย์คล้องกับจุดหมุนของเครื่องยนต์นั้นมีความหนักแน่นมากกว่าพวงมาลัยไฟฟ้า เนื่องจากทำตัวเป็นรถลุยออฟโรด พวงมาลัยเพาเวอร์สายพานจึงเหมาะสมกับการขับใช้งานหนักมากกว่าเนื่องจากมีความแข็งแกร่งทนทานหนักแน่นเหมาะกับรูปแบบ SUV ของมัน ถึงแม้ว่าน้ำหนักของพวงมาลัย New Pajero Sport ในย่านความเร็วต่ำจะหนักกว่าพวงมาลัยไฟฟ้าของรถเก๋ง แต่เมื่อวิ่งออกทางไกลหรือแม้แต่ตอนที่ต้องหมุนไปหมุนมาบนทางวิบากทุรกันดาร ประสิทธิภาพที่ดีและความแน่นอนของพวงมาลัยเพาเวอร์สายพานก็ดูจะเหมาะสมกับรถอเนกประสงค์สไตล์นี้อย่างที่สุด

ฝนประจำฤดูในแถบเขาพะเนินทุ่งเปลี่ยนแปลงสภาพทางดินในแถบฝืนป่าตะวันตกให้เละราวกับโจ๊กกองปราบ เมื่อเข้าสู่เส้นทางออฟโรด ผมต้องเปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อหลังมาเป็นแบบ 4 ล้อตลอดเวลาเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของการขับบนผิวถนนที่เป็นดินเปียกชื้นแล้วก็เละเป็นขี้โคลน Super Select 4WD II หรือระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อของ Pajero Sport GT-Premium มีโหมดการขับเคลื่อนถึง 4 รูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของเส้นทาง โหมด 4H หรือ 4WD High Range ออกแบบมาให้มีความเหมาะสมสำหรับใช้ในการขับขี่บนถนนปกติหรือเส้นทางออฟโรดที่มีความเปียกลื่นแบบนี้ เมื่อพบกับสายฝนและสภาพพื้นผิวถนนเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้าย ระบบส่งกำลังจะทำการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เมื่อขับบนสภาพพื้นผิวถนนที่เปียกชื้น ชุดขับเคลื่อนจะกระจายแรงไปยังล้อทั้ง 4 โดยเฉลี่ยแรงบิดให้เท่ากันทั้งล้อหน้าและล้อหลัง โดย Tosen (Torque Sensitive Type) จะคงประสิทธิภาพของการยึดเกาะเมื่อต้องผจญกับผิวถนนที่เปียกลื่น สวิตช์ในตำแหน่ง 4H 4WD High Range ในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ New Pajero Sport GT-Premium จะทำงานในแบบ Full Time All Wheel Control การทดกำลังที่เท่ากันทั้งหน้าและหลังของล้อขับเคลื่อนช่วยทำให้การทรงตัวบนทางโคลนลื่นๆ ดีขึ้นแต่คุณก็ต้องไม่บ้าพลังมากจนเกินงาม ประคับประคองความเร็วไม่ให้สูงจนเกินจากคำว่าพอดี การขับ New Pajero Sport GT-Premium ท่ามกลางสายฝนทั้งหนักและเบาในป่าดิบชื้นแบบนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ บนความปลอดภัยของตัวรถที่ขึ้นตรงกับสติและมุมมองของคนขับเป็นสำคัญ

สำหรับการปรับตั้งโหมดการขับเคลื่อน Super Select 4WD II ที่มีให้เลือก 4 แบบ คือ

2H -2WD High Range
ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลังใช้สำหรับขับเคลื่อนปกติบนทางราบทั่วไปกำลังในรูปของแรงบิดจากเครื่องยนต์ผ่าน
ลงไปยังเกียร์ออโต 8 สปีดส่งผ่านเพลากลางลงไปยังเฟืองขับหลังแบบ 100%

4H 4WD High Range
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เหมาะกับการขับใช้งานบนผิวถนนที่มีความเปียกชื้นและอาจก่อให้เกิดอาการลื่นไถลขณะที่ฝนตก ระบบส่งกำลังจะทำการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อหน้า 40% และล้อหลัง 60% เมื่อขับบนสภาพพื้นผิวถนนที่ปกติหรือผิวถนนที่แห้ง เมื่อเกิดฝนตกและทำให้สภาพผิวถนนเปลี่ยนไป ระบบขับเคลื่อนจะกระจายแรงไปยังล้อทั้ง 4 โดยเฉลี่ยแรงบิดให้เท่ากันแบบ 50-50 ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง โดยระบบ Tosen (Torque Sensitive Type) จะคงประสิทธิภาพของการยึดเกาะเมื่อต้องผจญกับผิวถนนที่เปียกลื่น สวิตช์ในตำแหน่ง 4H 4WD High Range ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ New Pajero Sport GT-Premium จะทำงานในแบบ Full Time All Wheel Control

4HLc 4WD High-Range with Locked Transfer
ระบบส่งกำลังจะถ่ายเทแแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ โดยมีระบบ Center Differential Locked ทำหน้าที่ในการส่งกำลังด้วยอัตราส่วนล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลาสำหรับการขับขี่ใช้งานในพื้นที่ทุรกันดาร แต่ยังสามารถใช้ความเร็วได้บ้าง เช่นทางชนบทแบบดินลูกรังซึ่งมีผิวทางที่อาจก่อให้เกิดอาการลื่นไถล ตำแหน่งนี้ วิศวกรของ Mitsubishi แจ้งว่าไม่ควรใช้กับสภาพผิวถนนแห้ง

4LLc 4WD LOW Range with Locked Transfer
ระบบส่งกำลังจะถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ โดยมี Center Differential Locked ทำหน้าที่ในการส่งกำลังในอัตราส่วน 50/50 เท่ากันทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ส่วนเกียร์ส่งกำลังหรือ Transfer Gear Ratio จะทำการเพิ่มอัตราทดให้สูงขึ้น ทำให้กำลังในรูปของแรงบิดมีมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ในสภาพเส้นทางที่ทุรกันดารสุดๆ เช่น ถนนที่มีหล่มโคลน หลุมบ่อ เส้นทางที่เต็มไปด้วยเนินลาดเอียงสูงต่ำไม่เท่ากันรวมถึงทางที่มีความลาดชันมากๆ ตำแหน่ง 4LLc 4WD LOW Range with Locked Transfer วิศวกรเคลมว่าไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ล้อขอบ 18 นิ้วกับยางกึ่งเรียบกึ่งลุย ยาง TOYO A32 ไซส์ 265/60R18 มีเนื้อยางที่ค่อนข้างนิ่มทำให้การขับบนถนนลาดยางให้ความรู้สึกที่นิ่มนวลใช้ได้ ยางติดรถเหมาะกับการวิ่งบนทางราบหรือใช้ขับลุยทางวิบากเล็กๆ พวกทางลูกรังหรือทางขรุขระที่ไม่มีหล่มโคลนลึกๆ หากอยากจะลุยฝ่าป่าเขาดงดิบลึกๆ ที่มีความโหดของเส้นทางมากกว่าปกติ ยางออฟโรดเต็มรูปแบบดูจะตอบโจทย์ได้มากกว่า ส่วนระบบเบรกของ Pajero Sport 2019 ก็ยังมีดีเหนือกว่าเบรกของคู่แข่งบางยี่ห้อ วิศวกรของ Mitsubishi Motor ยัดดิสเบรก 4 ล้อมาให้แบบจัดเต็มพร้อมประกบทับด้วยชุดเสริมแรงเบรก Brake Assist (BA) ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD) และระบบป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) การใช้เบรกหนักๆ บนเรือนร่างที่สูงโย่งแบบนี้มีการถ่ายเทน้ำหนักที่พอใช้ได้เลยทีเดียว กดเบรกลงไปลึกๆ หน้ารถมีอาการทิ่มลงไม่มากรวมถึงอาการซวนเซเสียการทรงตัวก็ไม่ปรากฏให้เห็นเมื่อลองใช้เบรกหนักๆ เพื่อจับอาการของมันหากต้องเบรกกันเต็มเหนี่ยวแบบฉุกเฉินซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญคาบเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนในรถซึ่งหมายถึงครอบครัวของคุณเอง ช่วงล่างที่มีการออกแบบจุดยึดแขนโยงใหม่หมดค่อนข้างมั่นคงใช้ได้ การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งต้องระวังให้ดี ไม่ควรใส่มาจนล้นหรือขับเร็วมากจนเกินไป ความเร็วที่พอดีกับสภาพของโค้งจะทำให้คุณควบคุมรถได้ดั่งใจแถมยังปลอดภัยห่างไกลจากอุบัติเหตุ

ฟีเจอร์ใหม่ เช่น ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบส่งสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA) ใช้เรดาร์ที่ติดตั้งบริเวณกันชนหลังในการตรวจจับรถคันหลังที่วิ่งอยู่ในช่องจราจรถัดไป ก่อนแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยสัญญาณไฟกะพริบบนกระจกมองข้างและแจ้งเตือนผ่านสัญญาณเสียงถ้าผู้ขับขี่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนช่องจราจรและตรวจพบว่ามีรถคันหลังอยู่ในจุดอับสายตากำลังวิ่งใกล้เข้ามาในช่องจราจรนั้น

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่

1-โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD High-Range)

2-โหมด 4H (4WD High-Range) ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control

3-โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-Range with Locked Transfer) 

4-โหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer)

โหมดออฟโรด 4 รูปแบบ ได้แก่ Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock รวมทั้งระบบล็อกเฟืองท้าย กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) ซึ่งจับภาพแบบ 360 องศารอบตัวรถและแสดงภาพสิ่งกีดขวางจากมุมสูงพร้อมเส้นกะระยะและเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันใหม่ ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA) ช่วยเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถคันอื่นอยู่ด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด Mitsubishi Pajero Sport รุ่นปรับโฉม ติดตั้งประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมการสั่งงานด้วยระบบแฮนด์ฟรี ทำงานร่วมกับระบบ Mitsubishi รีโมต คอนโทรล สั่งงานเปิด-ปิดประตูท้ายผ่านสมาร์ทโฟน โดยสามารถตั้งค่าให้เปิดหรือปิดอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้ามาใกล้หรือเดินออกห่างจากตัวรถ Mitsubishi รีโมต คอนโทรล ยังแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะตัวรถ ข้อมูลการใช้งาน การแจ้งเตือนระบบ และการสั่งงานอื่นๆ ผ่านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์แวเรเบิล สามารถส่งคำสั่งได้จากทุกที่ในระยะของการเชื่อมต่อรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน โดยทำงานควบคู่กับระบบกุญแจ KOS หรือเมื่ออยู่ในระยะสัญญาณบลูทูธ

ราคาที่พอดิบพอดีกับสมรรถนะและสิ่งที่คุณจะได้รับจากรถยนต์ 7 ที่นั่งคันนี้ โดยเฉพาะอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ยัดมาเต็มเหนี่ยวเยอะจนใช้ไม่หมด ตามความเห็นส่วนตัวของผมก็นับว่ามีความคุ้มค่าอยู่เหมือนกัน ความอเนกประสงค์จากรูปแบบ SUV โดยมีพื้นที่โดยสารและพื้นที่ขนสัมภาระอย่างจุใจ ระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งสี่อย่าง Everest / Fortuner / MU-X / Trailblazer / Terra เจ้า New Pajero Sport 2019 ก็มีดีมีด้อยคละกันไปแบบเฉือนกันไม่ลงขึ้นอยู่กับความชอบและจริตของตัวคุณเองว่าจะเลือกยี่ห้อไหน หากชอบสไตล์ออฟโรดมะกันก็คงต้องหาโอกาสไปลอง Ford Everest หรือ Chevrolet Trailblazer แต่ถ้าชอบ SUV แนวปลาดิบขาลุยที่พร้อมจะจัดหนักแถมยังมีศูนย์บริการที่คอยประคบประหงมก็ต้องลองไปส่อง Toyota Fortuner / Isuzu MU-X ดูเอาเอง ในส่วนของ New Pajero Sport จากปริมาณของรถรุ่นใหม่ที่พบเห็นกันให้เกลื่อนทั้งในกรุงเทพฯ และบนเส้นทางต่างจังหวัดตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมบ่งบอกถึงความสามารถ ความนิยมในด้านการใช้งานของการเป็นรถครอบครัวแบบอเนกประสงค์ มันเป็นรถที่มีประสิทธิภาพด้านการขับใช้งานที่หลากหลายกว้างขวางและครอบคลุมทั้งขับไปทำงานในเมืองและเหมาะกับการเป็นรถครอบครัวสำหรับขับเที่ยวออกทางไกลในวันหยุดพักผ่อนหรือขับไปดูงานไกลๆ ท่ามกลางเส้นทางที่ทุรกันดารซึ่ง New Pajero Sport ก็มีความสมบุกสมบันมากเกินพอเพื่อลุยไปในทางที่รถเก๋งเข้าไม่ถึง นิยามของ Pajero ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์เดิมๆ เมื่อครั้งที่ยังทำตัวเป็นรถแข่งจอมบุกตะลุยเจ้าของแชมป์โลกทางฝุ่นในรายการแข่งรถสุดหฤโหดทุกประการ มันมีความเหมาะสมกับเงินที่ต้องจ่ายถึง 1,599,000 บาท เพื่อแลกกับความสามารถที่คุณต้องการได้เป็นอย่างดี.

เทคโนโลยีระบบความปลอดภัย

-ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
-ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMS)

-ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวพร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (ASTC)
-ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)
-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
-ระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย (ETACS)
-ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
-โครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE (Reinforced Impact Safety Evolution) 

แอปพลิเคชัน M-Connect รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลของตัวรถไปยังสมาร์ทโฟน โดยมี 4 เมนูหลัก ได้แก่

1) Roadside Assistance บริการช่วยเหลือบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อสั่งการผ่าน สมาร์ทโฟน และหน้าจอระบบสัมผัส SDA

2) Vehicle Information การรายงานข้อมูลทั้งสภาพรถ ประวัติการเข้ารับบริการ และแสดงข้อมูลตัวขณะขับขี่

3) Vehicle Health Report การแจ้งเตือนสถานะของตัวรถเพื่อการตรวจสอบและซ่อมบำรุง อาทิ ระบบกุญแจอัจฉริยะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบเบรกเป็นต้น และ

4) Emergency Call การประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบนี้ทำงานทันทีเมื่อถุงลมนิรภัยทำงานหรือสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนและหน้าจอระบบสัมผัส SDA

Mitsubishi Pajero Sport รุ่นไมเนอร์เชนจ์ 2019 กับ 2 สีใหม่ ได้แก่
สีขาว White Diamond 
สีเทา Graphite Gray

3 สีภายนอก ได้แก่
สีดำ Jet Black Mica
สีเงิน Sterling Silver
สีน้ำตาล Deep Bronze

Mitsubishi Pajero Sport รุ่นไมเนอร์เชนจ์ 2019 รุ่นและราคา

Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 2WD GT ราคา 1,299,000 บาท
Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 2WD GT-PREMIUM ราคา 1,469,000 บาท
Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 4WD GT-PREMIUM ราคา 1,599,000 บาท.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

MitsubishiMitsubishi Pajero Sport 2019Mitsubishi Pajero Sport รุ่นปรับโฉมอาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้